ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > MPA.C3 News Online

MPA.C3 News Online




ผู้ตั้งกระทู้ Admin กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์ :: วันที่ลงประกาศ 2009-06-23 13:52:10


1

ความเห็นที่ 70 (1480888)

 

โปรดเกล้าฯ โยกย้ายนายพลทหาร น้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แช่อยู่ที่เก่า

วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2555 เวลา 22:00:00 น.

 

วันที่ 28 มีนาคม ทำเนียบรัฐบาลได้มีการแจกจ่ายประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องให้นายทหารรับราชการ โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณจำนวน 127 นาย โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการประกาศ ณ วันที่ 28 มีนาคม 2555


ตำแหน่งที่สำคัญ ได้แก่ พล.ท.ชาญชัยณรงค์ ธนารุณ (ตท.13 ) แม่ทัพน้อยที่ 3 (มทน.3 ) ขึ้นเป็น มทภ.3 พล.ท.จีระศักดิ์ ชมประสพ (ตท.13) แม่ทัพน้อยที่ 2 เป็นแม่ทัพภาคที่ 2 ส่วน พล.ต.ปรีชา จันทร์โอชา รองแม่ทัพภาคที่ 3 น้องชายของพล.อ.ประยุทธ์ ยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม แม้ว่า ก่อนหน้านี้จะมีข่าวว่า จะขึ้นมาเป็นแม่ทัพน้อยที่ 3ก็ตาม ขณะที่พ.อ.พฤษภะ สุวรรณทัต (ตท.19) รองผอ.สำนักนโยบายยุทธศาสตร์ สำนักนโยบายและแผนกระทรวงกลาโหม น้องชาย พล.อ.พฤณฑ์ สุวรรณทัต หัวหน้าฝ่ายเสธ.ประจำรมว.กลาโหม เป็น ผอ.วิเทศสัมพันธ์กระทรวงกลาโหม น.อ.สุรจิต สุวรรณทัต (ตท.15) น้องชายคนโต พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ขยับจากตำแหน่ง รอง จก.กร.ทอ. ขึ้นเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ทอ. (อัตราพล.อ.ต.)

 

และ ตำแหน่งที่น่าสนใจตำแหน่งหนึ่ง คือพ.อ.สุเมธ พหรมตรุษ  ซึ่งใกล้ชิดสนิทสนมกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็น  พล.ต.ในตำแหน่งนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำปลัดกระทรวงกลาโหม

 

ส่วนเพื่อนร่วมรุ่น ตท.12  ของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ได้เป็น พล.อ. ประกอบด้วย พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2 ) พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 (มทภ.3 ) พล.ท.ดนัย มีชูเวท ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (ผบ.รร.จปร.) พล.ท.ชูเกียรติ เธียรสุนทร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (ผบ.นรด.) ส่วนพล.ท.นิพนธ์ ปานมงคล(ตท.11) เจ้ากรมการทหารช่าง (จก.กช.) เป็นพลเอกในตำแหน่งผุ้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก

 

การโยกย้าย ตำแหน่งอื่นๆ  เช่น  พล.อ.ชูศักดิ์ สันติวรวุฒิ เป็นหัวหน้าฝ่ายเสธ.ประจำปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ท.กฤษพงศ์ แก้วจินดา เป็นผอ.สำนักงานสนับสนุน สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ท.สุรศักดิ์ ศรีศักดิ์ เป็นเจ้ากรมการพลังงานทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร พล.ท.สิรวุฒิ สุคันธนาค เป็นเจ้ากรมการสรรพกำลัง กระทรวงกลาโหม ด้านกองทัพบก พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ (ตท.14) รอง มทภ.3 ขึ้นเป็น มทน. 3 พล.ต.ปราการ ชลยุทธ ผบ.พล.ม.1 เป็นรอง มทภ.3 ส่วนกองทัพภาคที่ 2 พล.ต.วิบูลย์พงศ์ กลั่นเสนาะ (ตท.11) รอง มทภ. 2 เป็นแม่ทัพน้อยที่ 2 พล.ต.สุรนาท สุวรรณณาคร รองแม่ทัพน้อยที่ 2 เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 2

 

 

พล.ต.ปัฐมพงศ์ ประถมภัฎ รอง จก.กช. ขึ้นเป็นเจ้ากรม กช. พล.ต.วิชิต ศรีประเสริฐ (ตท.13) รอง ผบ.นรด. ขึ้นเป็น ผบ.นรด. พล.ต.พอพล มณีรินทร์ รอง ผบ. รร.จปร. ขึ้นเป็น ผบ.รร.จปร. พล.ต.สมศักดิ์ ทองพิลา เป็นผบ.มทบ.21 พล.ต.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล เป็นผบ.พล.ม.1 พล.ต.สิทธิ จันทร์สมบูรณ์ เป็นผบ.มทบ.24 พ.อ.นพวงศ์ สุรวิชัย เป็นผบ.พล.ร.5 พ.อ.อาชาไนย ศรีสุข เป็นผบ.พล.ม.3

 

และมีนายพลหญิงใหม่เพิ่มอีก 5 คน คือ พ.อ.หญิงวิจิตรา สิทธิประสาท พ.อ.หญิงกรรณิกา เลิศปรีชา พ.อ.หญิงสุปานี มีศิริ พ.อ.หญิงพรรณบุปผา ชูวิเชียร และ น.อ.หญิงอารุณี ทัตติยพงศ์


 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.  กล่าวถึงที่พล.ต.ปรีชา จันทร์โอชา รองแม่ทัพภาคที่ 3 ไม่ได้ขยับขึ้นมาเป็นแม่ภาคที่ 3 (อัตราพลโท) ว่า การปรับย้ายเป็นไปตามขั้นตอนทุกอย่าง สิ่งที่เขียนไม่ทราบว่า ได้ข้อมูลจากที่ใด ที่ผ่านมาเป็นไปตามจารีต ประเพณี และ ความมีคุณธรรม จริยธรรมในตัวผู้บังคับบัญชาทุกระดับที่เขาโตมาจากข้างล่าง ที่เลือกบุคคลขึ้นมา กว่าจะถึงวันนี้ต้องมีสติในการทำงานในการแต่งตั้งคน ซึ่งคงจะไม่มีกฎหมายหรืพระราชบัญญัติฉบับใดที่จะมาทำให้ทุกอย่างเรียบร้อย ได้ ถ้าหากได้คนไม่ดีมา เพราะฉะนั้นคนสำคัญที่สุด จะต้องผ่านการคัดเลือกที่ดีขึ้นมา ซึ่งทหารโตมาจากชั้นผู้น้อย รุ่นหนึ่งมีเกือบ 200 คน จะเหลือเป็นนายพลสักกี่คนไม่รู้ ซึ่งรุ่นของตนมี 180 คนได้เป็นนายพลเกือบหมด ส่วนที่เหลือจะได้ยศพลโท พลเอก หรือไม่นั้นก็แล้วแต่เพราะมีหลายรุ่นที่พร้อมกัน


"ปีนี้คนที่จะขึ้นมาเป็นนายพล คือ ตท.รุ่น 20 บางคนอาจมีฟาสแทร็คบ้าง แต่ทุกคนต้องมีผลงานเป็นที่ปรากฎชัด แต่ไม่ใช่จำนวนมากจนเกินเหตุ และไม่ว่าจะทำงานเก่งแค่ไหนก็ต้องมีระยะเวลา ไม่ใช่ว่าจะเกิดเป็นช่องว่างจนห่างมากๆ แล้วขึ้นมา จะปกครองกันอย่างไร ถ้าหากต่างกัน 2-3 รุ่น ยังพอได้ แต่ถ้าห่างจนเกินไป โตขึ้นมาแล้วแซงหน้าเขามากไม่ได้ แล้วผมก็ไม่ใช่แบบนั้น แม้ผมจะดูเร็วแต่ไม่ถึงขนาดนั้น ซึ่งผมไม่ได้เสียใจ และ น้องชายของผมก็ไม่ได้เสียใจ เพราะเขารู้ว่าเขาต้องเป็นอะไร ผมรุ่น 12 น้องชายผมรุ่น 15 ซึ่งรุ่น 15ในกองทัพภาคที่ 1 ก็ได้เป็นรองแม่ทัพภาค ไม่มีรุ่น 15 คนไหนได้เป็นแม่ทัพภาค" ผบ.ทบ.ระบุ

 

คลิกอ่านรายชื่อแต่งตั้ง "127" นายพลฉบับเต็มที่นี่

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-03-29 08:58:46


ความเห็นที่ 69 (1456222)

ลพบุรีเตรียมแผนฟื้นฟูหลังน้ำท่วม



ลพบุรี - นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าฯ ลพบุรี เผยภายหลังประชุมหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัย ว่า จ.ลพบุรีประสบปัญหาอุทกภัย ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.เป็นต้นมา ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 101,281 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 37 ราย พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 528,921 ไร่ โดยเบื้องต้นได้ช่วยเหลือฉุกเฉินแล้วครอบครัวละ 5,000 บาท ส่วนแผนระยะยาว เตรียมแผนทั้งเรื่องการช่วยเหลือคน การเกษตร และระบบสาธารณูปโภค ประกอบด้วย การส่งเสริมอาชีพ และการจ้างแรงงานผู้ประสบอุทกภัยที่ตกงาน การฝึกอาชีพระยะสั้น ส่งเสริมอาชีพในชุมชน การดูแลสุขภาพกาย-จิต ป้องกันเฝ้าระวังควบคุมโรค ดูแลแก้ไขสิ่งแวดล้อม น้ำดื่ม น้ำใช้ น้ำเสีย การจัดการขยะ สุขา ให้บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องกลการเกษตร และสุขภัณฑ์เครื่องใช้ภายในบ้าน จัดทำบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ รวมทั้งส่งเสริมการเกษตร ทั้งพันธุ์พืช รวมถึงพัฒนาเรื่องสาธารณูปโภค

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-11-03 08:46:20


ความเห็นที่ 68 (1444811)

ผู้ว่าฯลพบุรีเปิดโมเดลแก้น้ำท่วม หาที่ให้น้ำอยู่-หาทางให้น้ำไป-หาอาชีพให้ปชช.
 
ลพบุรี:นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นำเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน และเจ้าหน้าที่ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.ลพบุรี ลงพื้นที่สำรวจน้ำและแนวป้องกันน้ำท่วมในเขต ต.ถนนใหญ่ อ.เมือง และประตูระบายน้ำสนามแจง อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี หลังจากที่ทางกรมชลประทานได้มีการผันน้ำเข้าสู่คลองชัยนาท-ป่าสักเพิ่มมากขึ้น จากวันละ 250 ลูกบาตรเมตรต่อวินาที เป็นวันละกว่า 300 ลูกบาตรเมตรต่อวินาที เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะระบายลงสู่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจนทำให้หลายจังหวัดทั้งชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง รวมถึงพระนครศรีอยุธยา ได้รับผลกระทบน้ำ

โดยนายฉัตรชัย ได้เตรียมเปิดลพบุรีโมเดลหากเกิดน้ำท่วมขึ้นในพื้นที่ โดยหากเป็นน้ำที่ผันมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาทางจังหวัดรับได้สบาย เพราะมีการวางแผนไว้อย่างดีแล้ว แต่หากมีฝนตกลงมาเพิ่มขึ้นก็จะจัดลพบุรีโมเดลใน 3 แนวทาง คือ แนวทางที่ 1. มีการวางแผนใช้พื้นที่นาข้าวของเอกชนที่เก็บเกี่ยวแล้วเป็นแก้มลิงรับน้ำ ซึ่งแบ่งออกเป็นทุ่งท่าวุ้งจำนวน 6 หมื่นไร่ และทุ่งฝั่งซ้ายของคลองชัยนาท-ป่าสัก จำนวน 4 หมื่นไร่

2. หลังหาที่ให้น้ำอยู่แล้วก็จะมีการหาเส้นทางสำหรับให้น้ำลงกลับสู่แม่น้ำโดยไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ซึ่งถนนสายไหนปิดทางน้ำก็จะมีการขุดและฝังท่อให้น้ำเดินทางได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ส่วนแนวทางที่ 3 คือการหาอาชีพเสริมให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมที่ไม่สามารถออกไปรับจ้างได้ และอีกส่วนก็คือการส่งเสริมการทำประมงให้กับชาวบ้าน ซึ่งถือว่าเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้เป็นอย่างดีในช่วงน้ำท่วม
 
วันที่ 10/9/2011

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-09-10 07:37:33


ความเห็นที่ 67 (1438156)

เต้นสอบปมลงขันเด็ดหัวป่าไม้ ผู้ช่วยผบ.ตร.สั่งคุมเข้มพื้นที่วังน้ำเขียว
 

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 สิงหาคม พล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวถึงกรณีมีข่าวว่าบรรดานายทุนที่สูญเสียผลประโยชน์ ในพื้นที่วังน้ำเขียว มีความโกรธแค้นถึงขั้นลงขันกันรายละ 30,000-35,000 บาท เพื่อปองร้ายหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ว่า เรื่องนี้หากมีมูลความจริงทางตำรวจก็ต้องพยายามเฝ้าระวังป้องกัน คือ ทำอย่างไรไม่ให้คนที่คิดทำได้สำเร็จเพราะเราคงไม่ต้องการให้คนร้าย ลงมือแล้วจึงมาตามจับเป็นผลงาน วิธีการป้องกันเหตุนี้จึงต้องแจ้ง กับเจ้าหน้าที่ประสานกันว่าหากจำเป็นต้องขอกำลังไปคุ้มครองดูแลก็สามารถดำเนินการได้

ผู้สื่อข่าวถามว่าจำเป็นต้องให้ผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายของคนร้ายแจ้งความก่อน หรือไม่ พล.ต.ท.ชัชวาลย์กล่าวว่า ขอให้เข้า ให้ข้อมูลกับตำรวจ ถ้าไม่บอกบางทีตำรวจ ก็ไม่ทราบ หากทราบแล้วก็จะเตรียมการ และเข้าไปจัดการกับปัญหาได้ซึ่งบางทีมันก็ไม่ทัน เมื่อถามว่ามีการสั่งการไปอย่างไรบ้าง ผู้ช่วย ผบ.ตร.ระบุว่า ในทางปฏิบัติตำรวจ ที่อยู่ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น สภ.วังน้ำเขียว หรือ ตำรวจภูธร จ.นครราชสีมา หรือจะเป็นทางตำรวจภูธรภาค 3 ต้องเข้าไปตรวจสอบหาข้อมูลและเฝ้าระวัง ส่วนผู้ที่รู้ตัวว่าตกเป็น เป้าหมายเองก็ต้องระมัดระวังเพราะไม่มีใครจะดูแลได้ทุกฝีก้าว

พล.ต.ท.ชัชวาลย์ กล่าวอีกว่า ในส่วน คดีป่าไม้ค้างเก่าของตำรวจภูธรภาค 3 ที่เหลืออยู่บางส่วนต้องเป็นไปตามระเบียบวิธีปฏิบัติ ตามข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย มีการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทางตำรวจจึงเสมือนผู้รับเรื่องไว้ในเบื้องต้นแล้วรายงานให้ฝ่ายปกครอง
 
วันที่ 8/8/2011

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-08-09 08:08:17


ความเห็นที่ 66 (1433924)

ลพบุรีจัดเที่ยวผจญภัยหัวใจสีเขียว
 
ลพบุรี:นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ร่วมกับทางรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ และผู้อำนวยการการท่องเที่ยวภาคกลาง แถลงข่าวเปิดโครงการเที่ยวภาคกลางหลากหลายสไตล์ในหัวข้อผจญภัยหัวใจสีเขียว โดยได้ใช้จุดท่องเที่ยวในหน่วยทหาร A03 ของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ซึ่งมีกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการดำรงชีวิตในป่า การกระโดดหอ การปีนหน้าผา การโรยตัวลงจากหน้าผา ฯลฯ

โดยนอกจากการท่องเที่ยวหน่วยทหารแล้วลพบุรียังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลากหลายอย่าง เช่น แหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาและประวัติศาสตร์ พระนารายณ์ราชนิเวศ พระปรางค์สามยอด ศาลพระกาฬ วัดวาอารามต่างๆ โดยเฉพาะที่ศาลพระกาฬที่ได้มีการเตรียมจัดทำการเสนอจุดท่องเที่ยวประสานกับประเทศจีนในประวัติศาสตร์สามก๊ก เพราะประเทศจีนมีเรื่องราวของสามก๊ก ที่ลพบุรีก็มีสามก๊กเช่นกันแต่เป็นสามก๊กของลิง คือก๊กลิงศาล ก๊กลิงพระปรางค์สามยอด และก๊กลิงตึก จึงจะนำจุดเด่นจุดนี้มาเป็นจุดขายในการดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาสู่ จ.ลพบุรี
 
วันที่ 14/7/2011

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-07-14 13:04:43


ความเห็นที่ 65 (1432671)

 ถึงพี่ ธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ

ดิฉันชื่อ วรนิตย์ ย่องลั่น เป็นรุ่นน้องตอนเด็ก ๆ  ปัจจุบันทำงานอยู่ที่ วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ ต้องการจะติดต่อกับท่าน ขอความกรุณาให้ท่านโทรกลับตามเบอร์ 086-2854826 ด้วยความเคารพอย่างสูง





 

อนุมัติ | ไม่อนุมัติ Post : วรนิตย์ ย่องลั่น(nit_saowaluk@hotmail.com) Date : 2011-06-18 11:03:39 IP : 101.109.103.57
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-07-05 13:25:04


ความเห็นที่ 64 (1423112)
ลพบุรีปลูกต้นไม้-สร้างฝาย สนองพระมหากรุณาธิคุณ
 
ลพบุรี:นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย พล.ท.โปฎก บุญนาค ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี และข้าราชการทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ชาวบ้านในอำเภอลำสนธิกว่า 1,000 คน ร่วมโครงการปลูกต้นไม้ สร้างฝาย ขยายคูคลองสนองพระมหากรุณาธิคุณถวาย 84 พรรษาพ่อหลวง ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี

โดยผู้ที่ร่วมงานทุกคนได้ร่วมกันอธิฐานจิตร่วมกันเพื่อส่งถึงพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว พร้อมกับทำพิธีเปิดฝายกันน้ำที่ทางหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษได้มีการจัด สร้างขึ้นจำนวน 14 ฝ่าย เพื่อเป็นการชลอน้ำในช่วยน่าแล้ง เพื่อกักเก็บน้ำไว้ให้สัตว์ป่าของที่นี้ได้ดื่มกินกันไม่ขาดแคลนน้ำ

นอกจากนี้ยังได้มีการร่วมกันปลูกไม้ยื่นต้นบนเนื้อที่กว่า 60 ไร่ จำนวน 1,000 ต้น ประกอบด้วยต้นพยุง ต้นตะแบก ประดู่ และยางนา พร้อมกันนี้ยังได้มีการปลูกฝังให้ชาวบ้านที่อยู่ติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ ป่าซับลังกาได้มีความรู้และความหวงแหนต้นไม้ และร่วมกันดูแลรักษา ป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า
 
วันที่ 7/5/2011
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-05-07 08:02:14


ความเห็นที่ 63 (1403395)

วันที่ 08 มกราคม พ.ศ. 2554 เวลา 15:23 น.  ข่าวสดออนไลน์


พะจุณณ์เผยป๋าเปรมรู้แล้ว-บึ้มห้องสมุดโรงเรียน

 วันที่ 8 ม.ค. พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป นายทหารคนสนิทพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ กล่าวถึงเหตุระเบิดที่ห้องสมุด ร.ร.เปรมติณสูลานนท์ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ว่า พล.อ.เปรมทราบเรื่องแล้ว โดยสอบถามถึงผู้บาดเจ็บ ข้อมูลเบื้องต้นจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่ายังไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เนื่องจากตอนเกิดเหตุเป็นช่วงเช้ามืดหรือประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 8 ม.ค. ทั้งนี้พล.อ.เปรมไม่ได้พูดหรือสั่งการอะไรเป็นพิเศษ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสอบสวนดำเนินคดี จากข้อมูลในที่เกิดเหตุพบว่าระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุน่าจะเป็นระเบิดชนิด ทีเอ็นที ส่วนเหตุลอบวางระเบิดดังกล่าวจะมีความเกี่ยวข้องกับการเตรียมตั้งกองพลทหาร ม้าที่ 3 (พล.ม.3) ที่นำเข้าสู่การพิจารณาของสภากลาโหมเมื่อเร็วๆนี้หรือไม่ พล.ร.อ.พะจุณณ์กล่าวว่า อย่าคิดไปไกลถึงขนาดนั้น
 

 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-01-08 23:43:16


ความเห็นที่ 62 (1399217)

อดีตบิ๊กตร.เชื่อสมคิดเอี่ยวอุ้มฆ่าอัลรูไวลี่

วันนี้ ( 25 พ.ย.)  ที่ห้องพิจารณาคดี 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์สืบพยานโจทก์ครั้งแรกในคดีหมายเลขดำ อ.119/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้อง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม จเรตำรวจแห่งชาติ(สบ 8) , พ.ต.อ.สรรักษ์ หรือสมชาย จูสนิท ผกก.สภ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน, พ.ต.อ.ประภาส ปิยะมงคล ผกก.สภ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี, พ.ต.ท.สุรเดช อุดมดี และจ.ส.ต.ประสงค์ ทอรั้ง ตำรวจนอกราชการ เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความ ตาย และร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ และเพื่อปกปิดการกระทำความผิดอื่นของตน และเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 , 289, 309, 310 ในคดีร่วมกันอุ้มฆ่านายโมฮัมเหม็ด  อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย เมื่อปี 2533

โดยวันนี้ พนักงานอัยการโจทก์นำสืบพยานขึ้นเบิกความ 2 ปาก ประกอบด้วย พล.ต.ท.ทวี  ทิพย์รัตน์ อดีตผู้บังคับการตำรวจนครบาลใต้ และพล.ต.อ.ชุมพล อัตถศาสตร์ อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ เบิกความประเด็นการแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวน และแนวทางการสืบสวนในคดีคดีอุ้มฆ่านาย อัลรูไวลี่ 

พล.ต.ท.ทวี เบิกความว่า พยานดำรงตำแหนงผู้บังคับการตำรวจนครบาลใต้ รับผิดชอบพื้นที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรม 3 นักการทูตซาอุดิอาระเบีย ย่านทุ่งมหาเมฆ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2533 โดยพยานได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วย เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์และเป็นคดีระหว่างประเทศ ซึ่งต่อมาอธิบดีกรมตำรวจได้แต่งตั้งให้ ผบช.น.ขณะนั้นเป็นหัวหน้าชุดคณะพนักงานสอบสวน และให้พยานเป็นรองหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน พยานจึงแต่งตั้งชุดสืบสวนและให้จำเลยที่ 1 ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง รอง ผกก.สส.นครบาลพระนครใต้ และจำเลยที่ 2-5 เป็นคณะพนักงานสอบสวนด้วย ซึ่ง แนวทางการสืบสวน พบว่านายอัลรูไวลี่ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ทูตทั้ง 3 ราย และทราบว่านายอัลรูไวลี่ ถูกนำตัวไปสอบสวนที่สถานที่แห่งหนึ่ง ต่อจากนั้น 2-3 วัน สถานเอกอัครราชทูตซาอุดิอาระเบียได้ทำหนังสือไปยังกรมตำรวจว่านายอัลรูไวลี่ หายตัวไป

ด้าน พล.ต.อ.ชุมพล เบิกความว่า ขณะเกิดเหตุพยานได้รับแต่งตั้งจากอธิบดีกรมตำรวจให้รับผิดชอบดูแลคดี แต่พยานไม่มั่นใจว่านายอัลรูไวลี่ ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ อย่างไรก็ดีจากแนวทางการสอบสวนพบว่านายอัลรูไวลี่ ถูกลักพาตัวไปจากลานจอดรถของ รพ.กรุงเทพคริสเตียน และเชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนที่ทำคดีฆ่า 3 นักการทูตซาอุฯ

ทั้งนี้ ภายหลังพยานเบิกความแล้วเสร็จ ศาลนัดสืบพยานต่อในวันที่ 26 พ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-11-26 07:38:48


ความเห็นที่ 61 (1397324)

อธิบดีกรมที่ดินตรวจระบบสารสนเทศ ที่จ.หนองคาย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 พฤศจิกายน 2553 21:39 น.
 

       

หนองคาย-อธิบดี กรมที่ดิน ลงพื้นที่สำนักงานที่ดินหนองคาย ตรวจความคืบหน้าจัดทำระบบสารสนเทศ เผยต้องเพิ่มความจุพื้นที่จัดเก็บข้อมูลมากขึ้นอย่างน้อย 5 เท่า ทั้งเจ้าหน้าที่ยังไม่เชี่ยวชาญ ชี้ประชาชนได้ประโยชน์ ตรวจสอบข้อมูล/ทำนิติกรรมที่ดินเร็วขึ้น       

       วันนี้ (7พ.ย.53) ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดหนองคาย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.หนองคาย นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูรณ์วุฒิ อธิบดีกรมที่ดิน เดินทางตรวจติดตามความคืบหน้าการจัดทำระบบสารสนเทศ ของสำนักงานที่ดินจังหวัดหนองคาย ภายหลังที่ได้รับเลือกให้เป็นจังหวัดนำร่องโครงการดังกล่าวจัดทำระบบ สารสนเทศมาเป็นระยะเวลา 2 ปี

       นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูรณ์วุฒิ อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวว่า หลังจากกรมที่ดินได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนเป็นเงิน 74 ล้านบาท ให้ดำเนินการระบบสารสนเทศ ในเขตจังหวัดหนองคาย , จ.อุบลราชธานี , จ.สงขลา , และกรุงเทพฯ จะต้องให้แล้วเสร็จ 25 สำนักงาน ใน 4 จังหวัด การเดินทางมาตรวจผลการดำเนินงานที่จังหวัดหนองคาย ครั้งนี้ เนื่องจากจังหวัดหนองคายได้ดำเนินการตามโครงการดังกล่าวเป็นปีที่ 2

       จึงมาตรวจสอบผลการดำเนินงาน และให้ข้อแนะนำการดำเนินงานที่ยังเป็นปัญหาอุปสรรค ซึ่งปัญหาที่พบ ส่วนใหญ่เป็นเรื่อง ความจุของการจัดเก็บข้อมูลจะต้องเพิ่มความจุให้มากขึ้นอย่างน้อย 5 เท่า เพราะเอกสารมีจำนวนมาก และเอกสารที่ป้อนเข้าระบบมีขนาดที่แตกต่างกัน ข้อมูลบางส่วนยังไม่รู้ว่าจะเก็บเข้าอยู่ในกลุ่มใด และการนำเอกสารเข้าต้องมีการป้อนข้อมูลทุกวัน จำเป็นต้องจัดเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลเพิ่ม รวมทั้งความชำนาญของเจ้าหน้าที่มีน้อย เป็นต้น

       อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวอีกว่า การจัดทำระบบสารสนเทศ ของสำนักงานที่ดินจะทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น ในการตรวจสอบข้อมูลหรือการทำนิติกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน และในอนาคตจะได้มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับที่ดินอย่างเป็นระบบ และประชาชนสามารถตรวจสอบเกี่ยวกับข้อมูลที่ดินทางอินเทอร์เน็ตได้ด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-11-08 07:07:42


ความเห็นที่ 60 (1395556)

วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2553 เวลา 21:39:59 น.  มติชนออนไลน์


คลอด197รองผบช.-ผบก. "สุพิศาล"นั่งกองปราบ เด้งผู้การนนท์-วิสุทธิ์-ผบก.ทล. คนสนิท"สุเทพ-สนธิ"ได้ดี

ก.ตร.คลอดแล้ว197รองผบช.-ผบก. "มาร์ค"ตรวจทุกชื่อเอง ยกระดับโรงพัก มีตำแหน่งเพิ่มขึ้นอีก1,144ตำแหน่ง

 

ก.ตร.คลอด197รองผบช.-ผบก. "มาร์ค"ตรวจทุกชื่อเอง


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) เดินทางมาเป็นประธานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 10/2553 โดยมีวาระสำคัญคือเรื่องพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้าย ระดับผู้บังคับการ (ผบก.) ถึง รองผู้บัญชาการ (รองผบช.) วาระประจำปี 2553 ทดแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ 67 ตำแหน่ง และโยกย้ายสับเปลี่ยนอีกจำนวนมาก โดยมี พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)ให้การต้อนรับ ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี จะหารือกับผบ.ตร.ภายในห้องรับรอง เป็นเวลา 15 นาที ก่อนเข้าประชุมก.ตร. โดยมีผู้บัญชาการหน่วยต่างๆ มารอชี้แจงต่อก.ตร.ด้วย ขณะที่กำหนดการใช้ห้องประชุมได้เตรียมห้องประชุม2 รองรับไว้ด้วย กรณีที่จำเป็นต้องมีการแยกห้องเพื่อประชุมคณะกรรมการคัดเลือกด้วย


พล.ต.ต. ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ว่า ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งโยกย้ายระดับผู้บังคับการ ถึงรองผู้บัญชาการ วาระประจำปี 2553 ทดแทนตำแหน่งที่ว่าง และโยกย้ายสับเปลี่ยน รวม 197 ตำแหน่ง โดยจะสามารถนำเสนอโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมได้ภายใน 20-25 วัน พร้อมยืนยันว่า ทุกตำแหน่งผ่านการพิจารณาตามหลักอาวุโส และความรู้ ความสามารถ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไปตามบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายที่ออกมาก่อนหน้านี้


"ที่ต้องใช้เวลาในการประชุมนาน เนื่องจากติดขัดคุณสมบัติในบางตำแหน่ง ที่ ก.ตร.บางท่านทักท้วงเรื่องความเหมาะสม 2-3 ตำแหน่ง ก็ต้องพิจารณากันใหม่แต่สุดท้ายก็เรียบร้อย  ที่พิจารณากันนาน เพราะนายอภิสิทธิ์ ดูรายชื่อทุกคน และโดยภาพรวมการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีก็พอใจ"


ยกระดับโรงพักทั้งหมด มีตำแหน่งเพิ่มขึ้น อีก 1,144 ตำแหน่ง


พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวอีกว่า ก.ตร.ได้พิจารณาวาระยกระดับโรงพัก ซึ่งมีมติให้ยกระดับโรงพักทั้งหมด โรงพักที่มีสารวัตรใหญ่ เป็นหัวหน้าสถานี ยกให้มีผู้กำกับการ (ผกก.) เป็นหัวหน้าสถานี จำนวน 142 โรงพัก และโรงพักที่มีสารวัตร เป็นหัวหน้าสถานียกให้เป็นสารวัตรใหญ่เป็นหัวหน้าสถานี จำนวน 144 โรงพัก จะมีตำแหน่งเพิ่มขึ้นจากการยกระดับอีก 1,144 ตำแหน่ง ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้ ตร.ต้องมาออกกฎการแต่งตั้งตำแหน่งที่เปิดใหม่ โดย ก.ตร. มีแนวทางให้พิจารณาหัวหน้าสถานีเดิมหากมีคุณสมบัติครบให้เลื่อนตำแหน่งสูง ขึ้นเป็นหัวหน้าสถานีที่เดิม ทั้งนี้จะให้ทันการแต่งตั้งพร้อมกับวาระประจำปี โดย ให้มีการแต่งตั้งไปตามกฎกติการแต่งตั้งปกติ 

 


ข่าวแจ้งว่า รายชื่อที่คาดว่า จะได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายในครั้งนี้ อาทิ พล.ต.ต.สมยศ พรหมนิ่ม ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง ถูกย้ายไปเป็น ผู้บังคับการจเรตำรวจ ซึ่งคาดว่า น่าจะมาจากกรณีส่วยทางหลวง โดยให้ พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา ผู้บังคับการจเรตำรวจ มาดำรงตำแหน่งแทน ขณะที่ ในส่วนของนครบาล มีการปรับย้ายรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลหลายตำแหน่ง โดยปรับออก พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์, พล.ต.ต.ดำริห์  โชติเศรษฐ์ และ พล.ต.ต.บุญส่ง พานิชอัตรา ซึ่งผู้ที่คาดว่า จะมาดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลแทน อาทิ พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9, พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5, พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2


รายชื่อนายพลตำรวจที่ผ่านความเห็นชอบของ ก.ตร.


สำหรับรายชื่อนายพลตำรวจที่ผ่านความเห็นชอบของ ก.ตร. ประกอบด้วย

พล.ต.ต.วรัญวัส การุณยธัช  รองจเรตำรวจ(จตร) (สบ7) เป็น รอง ผบช.น.
พล.ต.ต.ศักดา ชื่นภักดี ผบก.ตม.3 เป็น รองผบช.น.
พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผบก.น.5 ขึ้นเป็น รอง ผบช.น.
พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.2  เป็น รองผบช.น
พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว ผบก.น.9  เป็น รองผบช.น.
พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบก.อคฝ. เป็น ผบก.น.9
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผบก.ประจำบช.น. เป็น ผบก.อก.บช.น.
พ.ต.อ.รณศิลป์ ภู่สาระ รอง ผบก.ป. เป็น ผบก.ศสส.บช.น.  
พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูตร ผบก.ศสส.บช.น.เป็น ผบก.ส.3
พ.ต.อ.สมชาย พัชรอินโต รอง ผบก.น.5 เป็น ผบก.น.5 
พล.ต.ต. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบก.อก.นรป. เป็น ผบก.น.6 
พล.ต.ต.สมวุฒิ วรรณพิรุณ ผบก.น.4  เป็น ผบก.รฟ.
   

พล.ต.ต.สำเริง สุวรรณพงศ์ ผบก.น.3 เป็น ผบก.ประจำสง.ผบ.ตร.
พล.ต.ต.จารุวัฒน์  ไวศยะ ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เป็น ผบก.น.7
พ.ต.อ.ศานิตย์ มหถาวร รอง ผบก.ป. ขึ้นเป็น ผบก.น.3 
พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบก.จต.2  เป็น ผบก.น.4 
พ.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง รองผบก.ส.2 ขึ้นเป็น ผบก.อคฝ
พล.ต.ต.วีระพัฒน์ ตันศรีสกุล ผบก.อก.บช.น.เป็น ผบก.อก.นรป.
พล.ต.ต.คำรบ ปัญญาแก้ว รอง ผบช.ภ.1 เป็น รอง ผบช.ภ.7
พล.ต.ต.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร์ รองผบช.ภ.8 เป็น รองผบช.ภ.1
พล.ต.ต.เกรียงศักดิ์  อรุณศรีโสภณ ผบก.กยศ เป็น ผบก.ภ.จว.ชัยนาท
พล.ต.ต.ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี เป็น ผบช.ประจำ บช.ภ.6
พล.ต.ต. สุรชัย สืบสุข ผบก.ภ.จว.อ่างทอง เป็น ผบก.ภ.จว.นนทบุรี
พล.ต.ต. เมธี กุศลสร้าง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เป็น ผบก.ภ.จว.อ่างทอง
พล.ต.ต.วัฒนา เขตสมุทร ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด เป็น ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี
พล.ต.ต.จิตติ  รอดบางยาง ผบก.ภ.จว.สมุทรสงคราม เป็นผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ 

พล.ต.ต.โกศล  พัวเวส รองผบช.ส. เป็น รองผบช.ภ.2
พล.ต.ต.สุวิระ  ทรงเมตตา รองผบช.ภ.2 เป็น รอง ผบช.นรต. 
พล.ต.ต.กฤษฎิศักดิ์ วิชชารยะ รองผบช.นรต. เป็น รองผบช.ส.
พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ผบก.ภ.จว.ชัยนาท เป็น ผบก.ภ.จว.ระยอง
พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์  ธีระสวัสดิ์ ผบก.ภ.จว.ระยอง ขึ้นเป็น รองผบช.ภ.4
พล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผบก.ภ.จว.ตราด ขึ้นเป็น รองผบช.ศ. 
พล.ต.ต.เดชา ชวยบุญชม  ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ขึ้นเป็น รองผบช.ภ.3
พ.ต.อ.ธนวุฒิ โพธิ์ชุ่ม รองผบก.ภ.จว.เลย เป็น ผบก.ภ.จว.อุดรธานี 
พล.ต.ต.สมพงษ์ ทองวีระประเสริฐ ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี ขึ้นเป็น รองผบช.ภ.3
พล.ต.ต.กรกต สาริยา ผบก.ภ.จว.ศรีษะเกษ ขึ้นเป็น รองผบช.ภ.3    

พล.ต.ต.รังสรรค์ สุขสวคนธ์ ผบก.ศสส ภ.3 เป็น ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น
พ.ต.อ.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี รองผบก.ศสสภ.3 ขึ้นเป็น ผบก.ศฝร ภ.3
พ.ต.อ.บุญยศ บุญไพศาล รองผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี ขึ้นเป็น ผบก.ภ.จว.ยโสธร 
พล.ต.ต.จักรทิพย์ โหละสุตสกุล ผบก.ศฝร.ภ.3 เป็น รองผบช.ภ.3
พล.ต.ต.พิสัณห์  อาวีกรวรเทพนิตินันท์ ผบก.ภ.จว.หนองคาย เป็น ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร
พล.ต.ต.บุญจันทร์ นวลสาย ผบก.ภ.จว.เลย  เป็น ผบก.ภ.จว.อุดรธานี 
พ.ต.อ.สิทธิพร โนนจุ้ย ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร เป็น ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด   

พล.ต.ต.สายัณห์ กระแสแสน ผบก.ภ.จว.ยะลา ขึ้นเป็น รอง ผบช.ศชต.
พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.กองตรวจราชการ 5 จต. เป็น ผบก.ภ.จว.ยะลา
พ.ต.อ.ชาญ วิมลศรี รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ขึ้นเป็น ผบก.สส.ศชต.
พล.ต.ต.นราศักดิ์ เชียงสุข ผบก.ศสส.ศชต. เป็น ผบก.ภ.จว.สตูล
พ.ต.อ.สาคร ทองมุณี รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา ขึ้นเป็น ผบก.ภ.จว.ตรัง
พล.ต.ต.ประเสริฐ จันทร์สว่าง ผบก.ภ.จว.ตรัง ขยับเป็น รอง ผบช.ภ.1
พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร รอง ผบช.ภ.9  เป็น รอง ผบช.กมค.
พล.ต.ต.สุดใจ ญาณรัตน์ รอง ผบช.ภ.9 เป็น รองผบช.ภ.8
พล.ต.ต.วิษณุ ม่วงแพรศรี ผบก.ประจำบช.ภ.8 เป็น รองผบช.ภ.9

 

พล.ต.ต.พิสุทธิ์ พุ่มพิเชฏฐ์ รองผบช.สตม. เป็น รองผบช.ก.
พล.ต.ต.สุเทพ เดชรักชา ผบก.ประจำสง.ผบ.ตร.เป็น รองผบช.ก. 
พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา ผบก.จต. เป็น ผบก.ทล
พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืช ผบก.กองตรวจสอบและทะเบียนประวัติ เป็น ผบก.รน.
พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รรท.ผบก.ป.เป็นผบก.ป.
พล.ต.ต.สุรพงษ์ ศิริ ภักดี ผบก.รฟ.เป็น ผบก.สกพ.
พล.ต.ต.สมยศ พรหมนิ่ม ผบก.ทล.เป็นผบก.จต.
พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช ผบก.รน.ขึ้นเป็น รองผบช.ส.
พ.ต.อ.นิพนธ์ เจริญผล รองผบก.ปคม.เป็น ผบก.ประจำ บช.ก.
พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองผบช.ก.เป็น รองผบช.จต.
พ.ต.อ.สุรชัย ควรเตชะคุปต์  รองผบก.ศสส.ภ.7 เป็น ผบก.ปปป
 

พล.ต.ต.วิสนุ ประสาททองโอสถ ผบก.ตม.2 เป็น รองผบช.สตม.
พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี ผบก.ส.2 เป็น ผบก.ตม.2
พล.ต.ต.ดำริห์ โชตเศรษฐ์ รองผบช.น. เป็น รองผบช.สตม.
พล.ต.ต.สุรพล ธนโกเศศ รองผบช.ภ.1 เป็น รองผบช.สตม. 
พล.ต.ต.เทอดศักดิ์ รุจิรวงศ์ ผบก.ตท.เป็น ผบก.อก.สตม.
พ.ต.อ.นุชิต ศรีสมพงษ์ รองผบก.ศสส.สตม.เป็น ผบก.ประจำ สตม.
พ.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผบก.สบส.เป็น ผบก.ตม.3
พ.ต.อ.ธงชัย โตงาม รองผบก.ส.1 ขึ้นเป็น ผบก.ส.2 
พล.ต.ต.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ ผบก.ภ.จว.อุทัยธานี เป็น ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่
พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ขึ้นเป็น รองผบช.ภ.5
พล.ต.ต.ปิยะพล โมกวรรธนะ ผบก.ศูนย์บริการทางการศึกษา นรต. เป็น ผบก.ส.1
พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร ผบก.กองนิติการ เป็น ผบก.อก.ส.
พล.ต.ต.อรรณพ ปิ่นแจ้ง ผบก.ส.3 เป็น ผบก.ประจำ ส.
พล.ต.ต.ภูวดล  วุฑฒกนก ผบก.จต.6 เป็น รองผบช.สทส.
พล.ต.ต.จตุรงค์ โชติดำรง รองผบก.จต. เป็น ผบก.ยุทธศาสตร์ สทส.
พล.ต.ต.สุชาติ กังวารจิตต์ รองผบก.กองตำรวจสื่อสาร สทศ. เป็น ผบก.กองตำรวจสื่อสาร สทส.

 

พ.ต.อ.เกษมสันต์ บุญญากาญจน์ รองผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน เป็น ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน
พ.ต.อ.ชัชวาล วชิรปราณีกูล รองผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน เป็น ผบก.ศฝร.ภ.5
พ.ต.อ.พงษ์ศักก์ เชื้อสมบูรณ์ รองผบก.ศสส.ภ.5 เป็น ผบก.ภ.จว.แพร่ 
พล.ต.ต.จำลอง น้อมเศียร ผบก.ศสส.ภ.6 เป็น ผบก.ภ.จว.ตาก
พ.ต.อ.ประเสริฐ กาฬรัตน์ รองผบก.ภ.จว.พิษณุโลก ขึ้นเป็น ผบก.ภ.จว.กำแพงเพชร
พ.ต.อ.ชนิน พรหมไพบูรณ์ รองผบก.ภ.จว.ตาก เป็น ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์  
พล.ต.ต.พิทยา ศิริรักษ์ ผบก.การศึกษาและประกันคุณภาพ บช.ศ. เป็น เลขาตร.
พล.ต.ต.รัฐพงษ์ ยิ้มใหญ่ ลก.ตร.เป็นผบก.การศึกษาและประกันคุณภาพ บช.ศ.
พล.ต.ต.ฉลองชัย บุรีรัตน์ ผบก.ภ.จว.แพร่ เป็น ผบก.ภ.จว.น่าน 
พ.ต.อ.กฤษณะ  ศิริปิยะวัฒน์ รองผบก.ทล.เป็น ผบก.ภ.จว.พิจิตร 
พ.ต.อ.สุวรรณ เอกโพธิ์ รองผบก.ส.1 เป็น ผบก.ศสส.ภ.5
พล.ต.ต.อัครชัย พงษ์ศิริ ผบก.กองบังคับการปกครองนรต.เป็น ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี
พล.ต.ต.กำพล ทับทิมไทย ผบก.ส.1 เป็น ผบก.ภ.จว.ตราด
พ.ต.อ.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รองผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ขึ้นเป็น ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี
พล.ต.ต.เทศา ศิริวาโท ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ขึ้นเป็น รองผบช.ภ.8
พล.ต.ต.บุญส่ง พาณิชอัตรา รองผบช.น.เป็น รองผบช.ภ.8 
พล.ต.ต.วิทยเดช  วรดิลก ผบก.ภ.จว.ระนอง เป็น ผบก.ภ.จว.กระบี่
พล.ต.ต.วิทูร ธรรมรักษา ผบก.ศฝร8 เป็น ผบก.ภ.จว.ระนอง
พ.ต.อ.สุวรรณ ลีลาภรณ์ รองผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ขึ้นเป็น ผบก.ศฝร.8

 

พล.ต.ต.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบก.ปส.2 ขึ้นเป็น รองผบช.ปส.
พล.ต.ต.อาชวันต์ โชติเสถียร ผบก.อก.ปส.เป็นผบก.ปส.2
พ.ต.อ.ภาคภูมิ สัจจพันธุ์ รองผบก.อก.ปส เป็น ผบก.อก.ปส.
พ.ต.อ.สุธีร์ โสตถิทัต รองผบก.สกบ.ขึ้นเป็น ผบก.ประจำ ภ.8
พล.ต.ต.สราวุธ พีรานนท์ ผบก.ภ.จว.กระบี่ เป็น ผบก.สรรพาวุธ
พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกสร ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เป็น รอง ผบช.ภ.7 
พ.ต.อ.ธยาฤทธิ์ เอกเผ่าพันธ์ รองผบก.อก.ภ.7 ขึ้นเป็น ผบก.ภ.จว.สมุทรสงคราม
พ.ต.อ.วีระ บุตรโพธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี เป็น ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี
พล.ต.ต.สุรพล พินิจชอบ ผบก.พฐก. เป็น รอง ผบช.สพฐ.
พ.ต.อ.สังวรณ์ ภู่ไพจิตรกุล รอง ผบก.ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 เป็น ผบก.สถาบันฝึกอบรมและวิจัยการพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
พ.ต.อ.อภิรัตน์ ปรักกมะกุล รอง ผบก.ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 เป็น ผบก.พฐก.
พล.ต.ต.สัญชัย ไชยอำพร ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี ขึ้นเป็น รองผบช.ภ.2
พล.ต.ต.ธีระยุทธ ธรรมสาโรช ผบก.อก.ส.เป็นผบก.ภ.จว.สระแก้ว
พล.ต.ต.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เป็น ผบก.ปคบ.
พล.ต.ต.จตุรงค์ ภุมรินทร์ ผบก.ปคบ. ขึ้นเป็น รองผบช.จต.
พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชาญพนา ผบก.ภ.จว.ยโสธร เป็น ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี
พล.ต.ต.สุรพล แก้วขาว ผบก.วน. เป็น ผบก.ภ.จว.อำนาจเจริญ
พ.ต.อ.วันชาติ คำเครือคง รองผบก.กองยุทธศาสตร์ ขึ้นเป็น ผบก.กองยุทธศาสตร์

 

 

พล.ต.ต.ชวลิต ชาญเวช ผบก.ภ.จว.พิจิตร เป็น ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์
พล.ต.ต.โชต วีรเดชคำแหง ผบก.อก.ภ.6 ขึ้นเป็น ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี
พล.ต.ต.สุรพล วิรัตน์โยสินทร์ ผบก.อก.ภ.1 เป็น ผบก.ภ.จว.จันทบุรี
พล.ต.ต.สมเกียรติ คำนิยาย ผบก.ประจำ ตชด.เป็นรองผบช.ตชด.
พล.ต.ต.ยุทธนา ตุงคะเสน ผบก.ประจำตชด  รองผบช.ตชด. 
พ.ต.อ.ลิขิต สุทธะพินทุ รองผบก.สสน. ตชด.เป็น ผบก.กฝ. ตชด.
พ.ต.อ.ศรายุทธ พูลธัญญะ รองผบก.ปคม.เป็น ผบก.สสน.ตชด.
พล.ต.ต.วิศิษฐ์ เอมประณีตร์ ผบก.นรต. ขึ้นเป็น รองผบช.นรต.
พ.ต.อ.สุรพล ศรีวงศ์ รองผบก.บริการทางการศึกษา นรต. ขึ้นเป็น ผบก.กองบังคับการศึกษา นรต.
พ.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รศ.(สบ.5 ) เป็น ผบก.อก.นรต.

พ.ต.อ.นิทัศน์ ลิ้มศิริพันธ์ รอง ผบก.กองทะเบียนพล เป็น ผบก.กองทะเบียนพล
พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบช.ภ.7 เป็น รอง ผบช.สกพ. ขณะที่
พ.ต.อ.พินิต มณีรัตน์ รองผบก.ทล.ขึ้นเป็นผบก.จต.
พล.ต.ต.ธัชชัย หงส์ทอง ผบก.ศสส.บช.ภ.1 เป็น ผบก.กองคดีปกครองและคดีแพ่ง บช.กมค.
พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ รองผบช.น.เป็น รองผบช.จต.
พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองผบช.ก.เป็น รองผบช.จต.
พล.ต.ต.สุกิจ  โคอินทรางกูร ผบก.อก.สตม. เป็น รองผบช.สกพ.
พล.ต.ต.ญ.จิรารักษ์ สิทธิพันธุ์  ผบก.กง. ขึ้นเป็นรองผบช.สำนักงบประมาณและการเงิน
พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว ผบก.ภ.จว.ลำพูน เป็น ผบก.จต.
พ.ต.อ.ญ.ศิริจันทร์ จันทร์แสงสว่าง รองผบก.กง. เป็น ผบก.กง.
พ.ต.อ.วิชัย รัตนยศ  รองผบก.อต. เป็นผบก.ยธ.
พ.ต.อ.กำพล ศรีเจริญ  รองผบก.อต.ขึ้นเป็น ผบก.อต
พ.ต.อ.สมชาติ มาสำราญ รองผบก.น.4 เป็น ผบก.พธ.
พ.ต.อ.มโนช ตันตระเธียร รองผบก.ตท.เป็น ผบก.ตท.
พล.ต.ต.โชติกร สีมันตร ผบก.กองทะเบียนพล  เป็น ผบก.อก.ศ.
พล.ต.ต.ประชา ชัชวาลา ผบก.อต ขึ้นเป็น รอง ผบช.ก.ตร.
พล.ต.ต.ประสิทธิ์ชัย ตันประเสริฐ รองผบช.จต. เป็น รองผบช.ก.ตร.

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-10-22 22:34:24


ความเห็นที่ 59 (1395459)

เด้งผบก.ทล.เซ่นส่วยกลางแดด

“นายกฯ”เคาะโผรองผบช.-ผบก.พรุ่งนี้ เด้งผบก.ทล.เซ่นส่วยทางหลวง นรต.36 ได้ดีเรียงแถวขึ้นน.

วันนี้ (21ต.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ท.วิบูล ปรองดอง ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ผบช.สง.ก.ตร.) ทำหนังสือเชิญประชุมก.ตร.ครั้งที่ 10/2553 ส่งถึงคณะกรรมการ ก.ตร.ทุกท่าน  โดยระบุการประชุมจะมีขึ้นในเวลา 09.30 น.วันที่ 22 ตุลาคม โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานก.ตร.เป็นประธานการประชุม ทั้งนี้มีวาระสำคัญคือวาระที่ 4 เรื่องที่ 1 การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับผู้บังคับการ (ผบก.) ถึงรองผู้บัญชาการ(รองผบช.) เรื่องที่ 2 การกำหนดตำแหน่งเพื่อปรับระดับสถานีตำรวจ เรื่องที่ 3 ร่างกฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ (ฉบับที่ ... พศ…)
           
สำหรับรายชื่อผบช.- ผบก.ที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ ประกอบด้วย พล.ต.ต.สมยศ พรมนิ่ม ผบก.ทล. โดนโยกเก็บกรุเป็น ผบก.จเรตำรวจ คาดว่าสาเหตุเนื่องจากกรณีส่วยทางหลวง ที่พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก.ลงมาตรวจสอบด้วยตนเองก่อนหน้านี้ โดยให้ พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา ผบก.กองตรวจจเร 1 นรต.31 รุ่นเดียวกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ มาเป็น ผบก.ทล. แทน เช่นเดียวกับพล.ต.ต.มนตรี โปรตระนันต์ ผบก.ตม.4 ที่ถูกผู้ใต้บังคับบัญชาร้องเรียนกรณีแต่งตั้ง หลายครั้ง ก็คาดว่าถูกเด้งเป็น ผบก.จต. เช่นกัน

พล.ต.ต.ชิษณุพงศ์ ยุกตะทัต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ขึ้นเป็นรองจต. พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองผบช.ก. เป็นรองจต. พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ รอง ผบช.น.เป็น รองจต. พล.ต.ต.พิทยา ศิริรักษ์ ผบก.การศึกษาและประกันคุณภาพ บช.ศ.โยก เป็น เลขาตร. โยก พล.ต.ต.รัฐพงษ์ ยิ้มใหญ่ ลก.ตร.เดิม ไปเป็น ผบก.ภ.จว. พล.ต.ต.จตุรงค์ โชติดำรง รองผบก.จต. ขึ้นเป็นผบก.สท. โยกพล.ต.ต.สัญชัย สุนทรบุระ ผบก.สท.เป็นผบก.ในบช.ศ.

ขณะที่พ.ต.อ.นิทัศน์ ลิ้มศิริพันธ์ รอง ผบก.กองทะเบียนพล เป็น ผบก.กองทะเบียนพล พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบช.ภ.7 เป็น รอง ผบช.กำลังพล พ.ต.อ.วันชาติ คำเครือคง รอง ผบก.กองยุทธศาสตร์ เป็น ผบก.กองยุทธศาสตร์ ขณะที่ พ.ต.อ.พินิต มณีรัตน์ รองผบก.ทล.ขึ้นเป็นผบก.จต. พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม  ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี โยกเป็น ผบก.ภ.จว.นนทบุรี   พล.ต.ต.สราวุฒิ พีรานนท์ ผบก.ภ.จว.กระบี่ เป็น ผบก.กองสรรพาวุธ สำนักงานส่งกำลังบำรุง พล.ต.ต.วิทยเดช วรดิลก ผบก.ภ.จว.ระนอง เป็น ผบก.ภ.จว.กระบี่ พล.ต.ต.วิทูล ธรรมรักษา ผบก.ศูนย์ฝึกอบรม ภ.8 เป็น ผบก.ภ.จว.ระนอง พล.ต.ต.บุญส่ง พานิชอัตรา รองผบช.น. โยกรองผบช.ภ.8 พล.ต.ต.เทศา ศิริวาโท ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ขึ้นเป็น รองผบช.ภ.8  พ.ต.อ.สุวรรณ ลีลาภรณ์ รองผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ขึ้นเป็น ผบก.สส.ภ.8  พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบก.อก.นรป. เป็น ผบก.น.6 พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เป็น ผบก.น.8  พ.ต.อ.รณศิลป์ ภู่สาระ รองผบก.ป. นรต.รุ่น 36  เพื่อนร่วมรุ่น ผบช.น. มือสืบสวนนครบาลได้รับสิทธิ์ทวีคูณช่วยราชการพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้   ขึ้นเป็น ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รองผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ขึ้นเป็น ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี 
พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ รองผบช.ภ.1 เป็น รองผบช.ก. พล.ต.ต.สุเทพ เดชรักษา รองผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็นรองผบช.ก. พล.ต.ต.พิสุทธิ์ พุ่มพิเชฏฐ์ รองผบช.สตม.เป็น รองผบช.ก. พล.ต.ต.สุรพล ธนโกเศศ รองผบช.ภ.1 เป็นรองผบช.สตม. พ.ต.อ.กฤษณะ ศิริปิยะวัฒน์ รองผบก.ทล. ขึ้นเป็น ผบก.ภ.จว.พิจิตร พ.ต.อ.นรศักดิ์ เหมนิธิ รองผบก.ป. เป็น รองผบก.ประจำสง.ผบ.ตร.  พล.ต.ต.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบก.ปส.2 ขึ้นเป็นรองผบช.ปส. พล.ต.ต.อาชวันต์ โชติเสถียร ผบก.อก.ปส.เป็นผบก.ปส.2

พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช ผบก.รน. คนสนิทสายรัฐบาล ขึ้นเป็น รองผบช.ส. พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบก.กองตรวจสอบและทะเบียนประวัติ เป็น ผบก.รน. พล.ต.ต.กฤษฎิ์ศักดิ์ วิชชารยะ  รองผบช.นรต เป็น รองผบช.ส. พล.ต.ต.สุวิระ ทรงเมตตา รองผบช.ภ.2  เป็น รองผบช.นรต.  พล.ต.ต.โกศล พัวเวส รองผบช.ส.เป็น รองผบช.ภ.2  พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต ผบก.สส.บช.น.เป็น ผบก.ส.2  พ.ต.อ.ธงชัย โตงาม รองผบก.ส.1 ขึ้นเป็น ผบก.ประจำสันติบาล  พล.ต.ต.กำพล ทับทิมไทย ผบก.ส.1 เป็น ผบก.ภ.จว.จันทบุรี  พ.ต.อ.อุดม จันทร์พิทักษ์ รองผบก.ภ.จว.ตราด ขึ้นเป็น ผบก.ภ.จว.ตราด พล.ต.ต.ประชา ชัชวาลา ผบก.กองอัตรากำลัง ขึ้นเป็น รองผบช.ก.ตร.  พล.ต.ต.ธีรยุทธ ธรรมสาโรช ผบก.อก.ส.เป็น ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี
พล.ต.ต.สายัณห์ กระแสแสน ผบก.ภ.จ.ยะลา ขึ้นเป็น รอง ผบช.ศชต. พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.กองตรวจราชการ5 จต. ไปเป็น ผบก.ภ.จว.ยะลา พ.ต.อ.ชาญ วิมลศรี รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ขึ้นเป็น ผบก.สส.ศชต. พล.ต.ต.นราศักดิ์ เชียงสุข ผบก.สส.ศชต. เป็น ผบก.จ.สตูล พล.ต.ต.ธเนศ วารายานนท์ ผบก.ภ.จว.สตูล ไปเป็น ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.สาคร ทองมุณี รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา ขึ้นเป็น ผบก.ภ.จว.ตรัง พล.ต.ต.ประเสริฐ จันทร์สว่าง ผบก.ภ.จว.ตรัง ขึ้นเป็น รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร รอง ผบช.ภ.9 ไปเป็น รอง ผบช.กมค. พล.ต.ต.สุดใจ ญาณรัตน์ รอง ผบช.ภ.9 ไปเป็น รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ ผบก.ภ.จว.อุทัยธานี นรต.34 เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.ท.ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล ผบช.ภ.5 ไปเป็น ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พล.ต.ต.สมหมาย กองวินัยสุข ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ขึ้นเป็นรอง ผบช.ภ.5

พล.ต.ต.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผบก.จต. 3 ขึ้นเป็น รอง ผบช.น. พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว ผบก.น.9   เป็น รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผบก.น.5 เพื่อนร่วมรุ่น นรต.รุ่น 28 พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. เป็น รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น. 2 เป็น รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ศักดา ชื่นภักดี ผบก.ตม.3 นรต.รุ่น 36 เพื่อนร่วม พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. เป็น รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ ผบก.ภ.จว.จันทบุรี นรต.รุ่น 36 เพื่อนร่วม พล.ต.ท.จักรทิพย์ ขึ้นเป็น รอง ผบช.น.   พล.ต.ต.ไพศาล เชื้อรอต ผบก.น.7  เป็น รอง ผบช.ส. พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร ผบก.กองนิติการ  เป็น  ผบก.อกสตม. พล.ต.ต.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผบก.ตม.2  คนสนิทสายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขยับเป็น รอง ผบช. สตม. พล.ต.ต.พงเดช ไชยประวัจน์ รอง ผบช.สตม. เด้งเป็น รอง ผบช.จตร.(สบ7) พล.ต.ต.วีระพัฒน์ ตันศรีสกุล ผบก.อก.บช.น.เป็น ผบก.ประจำ สตม.

พล.ต.ต.คำรบ ปัญญาแก้ว รอง ผบช.ภ.1 โยกเป็น รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.เรวัตร กลิ่นเกสร ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เป็น รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.บุญเลิศ ใจประดิษฐ์ รอง ผบช.ภ.4   เป็น รอง ผบช.ภ.3  พล.ต.ต.เดชา ชวยบุญชุม ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เป็น รอง ผบช.ภ.3  พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบก.ภ.จว.ระยอง เป็น รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี ผบก.ส.2   โยกเป็น ผบก.ตม.2   พ.ต.อ.วีระ บุตรโพธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี เป็น ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี  พล.ต.ต.สุรพล พินิจชอบ ผบก.สพฐ. เป็น รอง ผบช.สพฐ. พ.ต.อ.สังวรณ์ ภู่ไพจิตรกุล รอง ผบก.ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 เป็น ผบก.สถาบันฝึกอบรมและวิจัยการพิสูจน์หลักฐานตำรวจ  พ.ต.อ.มาโนช ตันตระเธียร รอง ผบก.ตท. เป็น ผบก.ตท.    พ.ต.อ.อภิรัตน์ ปรักกมะกุล รอง ผบก.ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 เป็น ผบก. พล.ต.ต.ธัชชัย หงส์ทอง ผบก.ศสส.บช.ภ.1 เป็น ผบก.กองคดีปกครองและคดีแพ่ง บช.กมค. พล.ต.ต.นิพนธ์ ภู่พันธุ์ศรี ผบก.อก.บช.ภ.1 เป็น ผบก.อก.สกบ.

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-10-22 07:03:27


ความเห็นที่ 58 (1394262)

วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2553 เวลา 20:00:42 น.  มติชนออนไลน์


โปรดเกล้า48นายพลตำรวจ "ศรีวราห์" ต้องรอเป็นผบช.ภ.1 "มาร์ค"นั่งหัวโต๊ะแต่งตั้งรองผบช.-ผู้บังคับการ

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) มีรายงานว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งยศและตำแหน่งให้ข้าราชการตำรวจทั้งสิ้น 48 คน โดยมีผู้ได้รับพระราชทานยศพล.ต.อ.ทั้งสิ้น 6 คน ยศพล.ต.ท.ทั้งสิ้น 18  คน ทั้งนี้ให้มีผลวันที่  1 ตุลาคม รับสนองพระบรมราชโองการโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี


โดยมีรายชื่อดังต่อไปนี้ ให้ พล.ต.อ.ชลอ ชูวงษ์ เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิหรา ณ อยุธยา เป็นรองผบ.ตร. พล.ต.อ.วุฒิ พัวเวส เป็นรองผบ.ตร.  พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เป็นรองผบ.ตร. ให้พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เป็นที่ปรึกษา(สบ10)  ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง เป็น จเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุวัฒน์ จันทร์อิทธิกุล เป็นที่ปรึกษา(สบ 10)ด้านบริหาร  พล.ต.อ.สุวัฒน์ ธำรงศรีสกุล เป็น ที่ปรึกษา(สบ 10) ด้านป้องกันปราบปรามอาชญากรรม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง  เป็นที่ปรึกษา(สบ 10) ด้านสืบสวน  พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ เป็นที่ปรึกษา(สบ 10) ด้านกฎหมายและสอบสวน


พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น  พล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์  เป็นผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน เป็น รองจเรตำรวจแห่งชาติ (สบ 9)พล.ต.ท.ดนัย วงศ์ไทย พล.ต.ท.ธีรยุทธ กิติวัฒน์พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฎฐ์ พล.ต.ท.รชต เย็นทรวงพล.ต.ท.ระพีพัฒน์ ปาละวงศ์ พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ พล.ต.ท.เจตน์  มงคลหัตถี พล.ต.ท.อมรินทร์ อัครวงษ์ เป็นผู้ช่วยผบ.ตร.


ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี เป็นผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู เป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค2พล.ต.ท.ประยูร อำมฤต เป็นผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าเป็นผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม เป็นจเรตำรวจ(สบ 8) หัวหน้าจเรตำรวจ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ เป็นผู้บัญชาการ สำนักงานกฎหมายและคดี พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร เป็นผู้บัญชาการศึกษา พล.ต.ท.อาจิณ โชติวงศ์ เป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา เป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล


ทางด้านพล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ เป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8  พล.ต.ท.ชลอศักดิ์ อาษา เป็นผบช.ประจำสำนักงานผบ.ตร. ทำหน้าที่บริหารงานด้านป้องกันปราบปราม พล.ต.ท.ชัยยง กีรติขจร รองผู้บัญชาการ สำนักงานกำลังพล รรท. จเรตำรวจ (สบ 8) พล.ต.ท.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล เป็น ผู้บัญชาการตำรวจภาค 5 พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา เป็น จเรตำรวจ (สบ 8) พล.ต.ท.นพรัตน์ มีปรีชา เป็น ผู้บัญชาการ ประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทำหน้าที่ที่ปรึกษาสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย

พล.ต.ท.นเรศ เทียมกริม เป็นจเรตำรวจ (สบ 8) พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ เป็นผู้บัญชาการสอบสวนกลาง พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ เป็นศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.ต.ท.ยงยศ นาคเฉลิม เป็นผู้บัญชาการ สำนักงานกำลังพล พล.ต.ท.วิบูล ปรองดอง เป็น ผู้บัญชาการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ พล.ต.ท.ศิริพงศ์ อ่องแสงคุณ เป็นผู้บัญชาการ ประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทำหน้าที่นายตำรวจประจำสภาความมั่นคงแห่งชาติ  พล.ต.ท.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ เป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4   พล.ต.ท.สุพร พันธุ์เสือ เป็นผู้บัญชาการ สำนักงานส่งกำลังบำรุง พล.ต.ท.อรรถพร อุทยานานนท์ เป็น จเรตำรวจ (สบ 8) พล.ต.ท.อารีย์ อ่อนชิต เป็นผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม เป็นผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ และพล.ต.ท.อุดม ชัยมงคลรัตน์ เป็นผู้บัญชาการ ประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทำหน้าที่ประสานนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย


ทั้งนี้สำหรับพล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รรท. ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 นั้นยังคงเป็นรักษาราชการแทน เนื่องจากตำแหน่งนี้ยังมีปัญหาร้องเรียนยังไม่ได้ข้อยุติ  ทางตร.จึงไม่ได้เสนอขอโปรดเกล้าแต่งตั้งไปในครั้งนี้แต่อย่างใด


จากนั้นเวลา 15.00น.วันที่ 12 ตุลาคม ที่ห้องประชุม 1 โซนซี อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.เป็นประธานพิธีประดับยศให้แก่ผู้ได้รับพระราชทานยศ พล.ต.อ.และพล.ต.ท.ทั้งสิ้น 24 ราย โดยมีเพียงพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา(สบ10)ด้านสืบสวน ที่ไม่ได้เข้าร่วมงาน


พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ในวันที่ 15 ตุลาคม นี้ จะมีการประชุมก.ตร.เพื่อพิจารณาแต่งตั้งระดับรองผบช.ถึงผู้บังคับการ  โดยนายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาเป็นประธานก.ตร.ด้วยตนเอง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-10-12 21:25:40


ความเห็นที่ 57 (1392994)

จำนวนคนอ่านล่าสุด 222 คน

  วันที่ 05 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7250 ข่าวสดรายวัน

ลพบุรีเร่งรัดออกโฉนดให้ครอบคลุม


ลพบุรี - นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ.2554 กรมที่ดินมีโครงการเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยดำเนินการในพื้นที่ 58 จังหวัด 26 ศูนย์เดินสำรวจฯ จังหวัดลพบุรี จะดำเนินการในพื้นที่จังหวัดลพบุรี นครนายก สระบุรี กาญจนบุรี ปราจีนบุรี โดยจะตั้งศูนย์เดินสำรวจฯ อยู่ที่จังหวัดลพบุรี

นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า เป้าหมายตามโครงการเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินทั่วประเทศ จำนวน 150,960 แปลง ในส่วนของจังหวัดลพบุรีมีเป้าหมายออกโฉนดที่ดินในเขตท้องที่อำเภอเมือง ลพบุรี อ.บ้านหมี่ อ.โคกสำโรง อ.ชัยบาดาล อ.พัฒนานิคม และอ.ลำสนธิ ทั้งนี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553-30 กรกฎาคม 2554

สำหรับปีงบ ประมาณ พ.ศ.2553 กรมที่ดินได้ส่งเจ้าหน้าที่มาออกโฉนดในเขตพื้นที่ อ.ชัยบาดาล อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี เป้าหมายจำนวน 1,360 แปลง แต่สามารถออกโฉนดที่ดินได้จำนวน 1,800 แปลง คิดเป็น 132.35%
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-10-05 17:45:20


ความเห็นที่ 56 (1392592)


ก.ตร.ตั้ง"พล.ต.ท.สมคิด"นั่งจเรตำรวจ ดัน"พล.ต.ท.เจตน์"นั่งผช.ผบ.ตร.แทน เบรกตั้ง"ศรีวารห์"เป็นผบช.ภ.1

มติ ก.ตร. ให้ "สมคิด" เป็นหัวหน้าจเรตำวจ (สบ8) "เจตน์" ขึ้น ผู้ช่วย.ผบ.ตร. ส่ง"สัณฐาน" เป็น คุม กมค. ส่วน ผบช.ภ. 1 ว่างไว้ก่อน รอ ตร. ตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้ทัน 1 ตุลาคม

 

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร. )เป็นประธานประชุมก.ตร. เพื่อพิจารณาแต่งตั้งตำแหน่งใหม่ให้กับ พล.ต.ท. สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (ผบช.ภ. 5 ) หลังจาก พล.ต.ท.สมคิด แถลงข่าวไม่ขอรับตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัยชาการตำรวจแห่งชาติ(ผู้ช่วย ผบ.ตร.) เพื่อลดปัญหาการขัดแย้งระหว่างประเทศซาอุดีอาระเบีย เนื่องจากทางสถานทูตซาอุดีอาระเบีย ประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ถึง 4 ฉบับ แสดงความไม่พอใจที่ก.ตร.แต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด ในตำแหน่งที่สูงขึ้น ทั้งที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีการหายตัวของนายมูฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย 
 

โดยการประชุม ก.ตร.เริ่มขึ้น  เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 24 กันยายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)ซึ่งมีก.ตร.เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง วาระที่ 1 เลื่อนเงินเดือนให้ให้แก่ พล.ต.ต.สกลเขต จันทรา นายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ6) วาระที่  2 การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ  วาระที่ 3 การเปลี่ยนแปลงวันมีผลใช้บังคับตำแหน่งที่ปรึกษา สบ 10 และวาระอื่น ๆ
  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับวาระการแต่งตั้ง  ก.ตร. จะพิจารณาแต่งตั้งตำแหน่งให้กับ พล.ต.ท.สมคิด ที่แถลงข่าวไม่ขอรับตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. โดยที่ประชุมเริ่มประชุมตามวาระที่กำหนดไว้ เมื่อถึง เรื่องการแต่งตั้ง ได้หยุดประชุมชั่วคราวในเวลา 14.40 น. เพื่อให้นางเบญจวรรณ สร่างนิทร เลขาธิการก.พ. ในฐานะ ประธานบอร์ดกลั่นกรองพร้อม รอง ผบ.ตร.ทุกคน พิจารณาคุณสมบัติของนายตำรวจที่จะปรับเปลี่ยนตำแหน่ง โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที ก่อนนำรายชื่อเพื่อขอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเพื่อพิจารณา และเสร็จสิ้นในเวลา 16.00 น. 

 

ต่อมา พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ รองผบช.สทส. ในฐานะ โฆษก ตร. แถลงข่าวผลการประชุม ก.ตร. ว่า ตามที่พล.ต.ท.สมคิด สละตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร. วันนี้ทางก.ตร. ได้ประชุมว่าจะแต่งตั้งนายตำรวจใดไปทดแทน  โดยมติบอร์ดกลั่นกรองได้เสนอ ก.ตร. ให้ พล.ต.ท.สมคิดไปดำรงตำแหน่ง หัวหน้าจเรตำรวจ (สบ 8) และให้ พล.ต.ท.เจตน์ มงคลหัตถี ผบช.สำนักงานกฎหมายและคดี(ผบช.กมค.) ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร. และให้ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยานนท์ ผบช.น. ไปดำรงตำแหน่งแทน ผบช.กมค. แทน โดยมติที่ประชุมเป็นเอกฉันท์ ไม่มีข้อคัดค้านและไม่ได้มีการพูดถึงเหตุผลว่าทำไมถึงให้พล.ต.ท.สมคิดไปดำรง ตำแหน่ง หัวหน้าจเรตำรวจ(สบ 8)นอกจากนี้ ที่ประชุมไม่ได้พูดถึงให้พล.ต.ท.สมคิดดำรงตำแหน่ง ผบช.ภ. 5 ดังเดิม เมื่อพล.ต.ท.สมคิดประสงค์ที่จะไม่รับตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร.ก็มีหน้าที่หา ตำแหน่งที่เหมาะสมให้เท่านั้น ในระนาบเดิม
 

เมื่อถามว่าตำแหน่งหัวหน้าจเรตำรวจ (สบ8) เป็นการลดเกรด ทั้งที่ พล.ต.ท.สมคิดไม่รับตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า เมื่อสมัครใจไม่รับตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร. ทางก.ตร.ก็เห็นชอบว่าตำแหน่งที่เหมาะสม ทั้งนี้ ที่ประชุมไม่ได้มีการนำเหตุผลเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ไทย- ซาอุดีอาระเบียมาพิจารณาแต่อย่างใด
 

โฆษก ตร. กล่าวถึง พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก. ที่ได้พิจารณาขึ้นเป็น ผบช.ภ.1 ทางก.ตร. ได้มีข้อสังเกตเรื่องการนับวันทวีคูณและได้สั่งการให้ ตร. กลับไปทบทวนว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร เพื่อให้เกิดความชัดเจน ซึ่งได้ข้อสรุปเมื่อใด จะเข้าก.ตร. หาข้อสรุปอีกครั้ง โดยตำแหน่ง ผบช.ภ. 1 จะไม่มีการแต่งตั้งผู้ใดมาทดแทน ในระหว่างนี้ ทางตร. จะต้องรีบดำเนินการตรวจสอบให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันที่ต้องรับตำแหน่งใหม่ อย่างไรก็ตาม ทาง ก.ตร.ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาไว้ ซึ่งหากไม่ทันวันที่ 1 ตุลาคม  ก็ยังไม่มีพูดคุยกันว่า จะให้ใครมารักษาราชการแทนในตำแหน่ง ผบช.ภ. 1
 

พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวต่อว่า ตำแหน่งนายพลที่ได้รับการแต่งตั้งผ่านก.ตร.แล้วจะส่ง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอโปรดเกล้าฯแต่งตั้งต่อไป โดยเว้นตำแหน่ง ผบช.ภ. 1 ไว้ก่อน จนกว่าจะมีการทบทวนเรื่องร้องเรียนเสร็จสิ้น
 

เมื่อถามว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ภาคใต้  แถลงท้วงติงกรณีพล.ต.ต.ศรีวราห์ ที่ไม่ได้ลงมาทำงานในพื้นที่ภาคใต้ แต่กลับได้สิทธิ์นับอายุราชการทวีคูณ พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า ทาง ตร. จะพิจารณาเรื่องนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน ถึงตอนนี้ ทางผบ.ตร. ไม่ได้ตั้งให้นายตำรวจรายใดเป็นประธานการสืบสวนเรื่องนี้ ซึ่งหลังจากได้ข้อสรุปแล้วการแต่งตั้งตำแหน่ง ผบช.ภ.1 ก็ต้องนำเข้าก.ตร.ใหม่อีกครั้ง
 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า การไม่แต่งตั้ง ผบช.ภ. 1 จะมีผลกระทบต่อการแต่งตั้งตำรวจระดับ รองผบช.-ผบก.หรือไม่ พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า จะไม่มีผลกระทบ เนื่องจาก ทางตร. จะสืบสวนเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นก่อนเวลารับตำแหน่งใหม่ หากไม่เสร็จสิ้น ผู้ที่มารักษาราชการแทนตามระเบียบการรักษาราชการแทนของ ตร. จะมีอำนาจ สามารถดำเนินการได้

 

"อภิสิทธิ์"ชม"สมคิด"เสียสละ


ที่สหรัฐอเมริกา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 ประกาศไม่รับตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร.ว่า พล.ต.ท.สมคิด ตัดสินใจด้วยตัวเอง ถือเป็นการเสียสละ เพื่อประโยชน์ส่วนรวม เชื่อว่าคงทำให้บรรยากาศคลี่คลายลงไป รัฐบาลมีทางเลือกเพราะที่ผ่านมาได้พยายามแก้ปัญหาความแคลงใจในความสัมพันธ์ ระหว่างไทย-ซาอุฯมาโดยตลอด

 

"ถือว่าเป็นการเสียสละ เพราะรัฐบาลได้เคยย้ำว่าพล.ต.ท.สมคิด มีสิทธิตามกฎหมาย การตั้งตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นการแต่งตั้งโดยเรียงลำดับอาวุโส คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) จึงมีมติไปเช่นนั้น การที่ท่านแสดงเจตจำนงเสียสละ ถือเป็นการช่วยรัฐบาลให้มีทางเลือกมากขึ้น" นายกรัฐมนตรี กล่าว

 

"สุเทพ”โยน"ก.ตร."พิจารณานั่งตำแหน่งเดิม 


ก่อนหน้านี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ตร.) กล่า;ว่า การแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิดไม่จำเป็นต้องเทียบเท่าตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร. เนื่องจากพล.ต.ท.สมคิดแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าไม่ประสงค์ที่จะรับการแต่งตั้ง เลื่อนตำแหน่ง

 

"ผมก็ต้องขอบคุณเพราะหากเขาไม่ยอมเขาสามารถดำเนินคดีกับก.ตร.ก็จะวุ่นวาย เมื่อเขาแสดงเจตนารมณ์อย่างนี้ โดยที่พวกผมไม่มีใครคนใดคนหนึ่งไปขอร้องไปบังคับเขา ผมไม่เคยพูดกับพล.ต.ท.สมคิดเลยตั้งแต่ก่อนที่ก.ตร.จะพิจารณาแต่งตั้งจนถึง วันนี้" นายสุเทพ กล่าว

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้พล.ต.ท.สมคิดนั่งตำแหน่งเดิม นายสุเทพ กล่าวว่า แล้วแต่ก.ตร.จะสั่งว่าอย่างไร ต้องเป็นอย่างนั้น เมื่อถามว่า การแต่งตั้งรอบใหม่ต้องดูท่าทีของซาอุฯด้วยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องก.ตร.ต้องแยกออกจากเรื่องต่างประเทศ เมื่อถามว่า เหตุใดไม่สั่งพักราชการพล.ต.ท.สมคิดเพื่อให้สู้คดีก่อน นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีใครสั่งพักราชการพล.ต.ท.สมคิดได้ โดยกฎหมายได้รับการคุ้มครอง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-10-01 23:22:15


ความเห็นที่ 55 (1392112)

วันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7243 ข่าวสดรายวัน

วิเชียรแบ่งงานรอง-ผช.ผบ.ตร.


เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือก.ตร. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าภายหลังที่ประชุม ก.ตร.เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมาได้สรุปบัญชีรายชื่อโยกย้ายตำรวจระดับนายพล ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการส่งรายชื่อให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ตรวจสอบ ก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป

พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ถึงการร้องเรียนการแต่งตั้งพล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบช.ก. เป็นผบช.ภ.1 เรื่องอายุราชการว่า ขณะนี้ก.ตร.กำลังดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องในเรื่องเวลารับราชการ ส่วนรายชื่อบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งแล้วจำนวน 48 รายชื่อจะนำส่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป

มีรายงานว่า ก่อนวันที่ 1 ต.ค. พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี จะมีคำสั่งให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองผบ.ตร. ที่ปรึกษา(สบ10) จเรตำรวจแห่งชาติ ผู้ช่วยผบ.ตร. รองจเรตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการใหม่ รวม 49 คน รวมทั้งพล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบช.ก. ที่ได้เป็นผบช.ภ.1 แต่มีการท้วงติง ไปรักษาราชการแทนในตำแหน่งที่ก.ตร.อนุมัติแต่งตั้งก่อนเพื่อให้การบริหารงาน ตร. เป็นไปโดยความสะดวกเรียบร้อย ระหว่างที่ดำเนินการเสนอโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายพลตำรวจประจำปี 2553 รวม 48 ตำแหน่ง โดยเว้นตำแหน่งผบช.ภ.1 ของพล.ต.ต.ศรีวราห์ไว้

มีรายงานว่า ผบ.ตร.ได้มอบหมายหน้าที่การงานให้แก่ รองผบ.ตร. ที่ปรึกษา(สบ10) ผู้ช่วยผบ.ตร.และผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า โดยขยายหน้างานของ ตร. จากเดิมที่แบ่งงานออกเป็น 6 ด้าน คือ 1.บริหาร 2.ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม 3.ความมั่นคงและกิจการพิเศษ 4.กฎหมายและสอบสวน 5.งานจเรตำรวจ และ 6.งานนายตำรวจราชสำนักประจำ ขยายออกเป็น 8 ด้าน โดยเพิ่มงานสืบสวน และแยกงานกิจการพิเศษออกมาจากงานด้านความมั่นคงได้มอบหมายงานใหม่ให้ ผู้บังคับบัญชาระดับ รองผบ.ตร.และผู้ช่วยผบ.ตร. ดังนี้

งานบริหาร 1 มี พล.ต.อ.ชลอ ชูวงษ์ ว่าที่รรท.รองผบ.ตร. พล.ต.ท.จิโรจน์ ไชยชิต ผู้ช่วยผบ.ตร. และพล.ต.ต.ดนัยธร วงศ์ไทย ว่าที่รรท.ผู้ช่วยผบ.ตร.รับผิดชอบ งานบริหาร 2 มีพล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ว่าที่รรท.ที่ปรึกษา(สบ10) และพล.ต.ท.อัมรินทร์ อัครวงษ์ ว่าที่รรท.ผู้ช่วยผบ.ตร. รับผิดชอบ ขณะที่งานบริหาร 3 มี พล.ต.ท.เอก อังสนานนท์ ว่าที่ที่ปรึกษา(สบ10) พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฏฐ์ พล.ต.ท.ธีรยุทธ กิตติวัฒน์ ว่าที่รรท.ผู้ช่วยผบ.ตร.ร่วมรับผิดชอบ

งานป้องกันปราบปราม1(ปป.1) มีพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ว่าที่รรท.ผู้ช่วยผบ.ตร. งานปป.2 มี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผบ.ตร. และพล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ว่าที่รรท.ผู้ช่วยผบ.ตร. รับผิดชอบ ขณะที่ งาน ปป.3 มี พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร.และพล.ต.ท.รชต เย็นทรวง ว่าที่ รรท.ผู้ช่วยผบ.ตร. งานปป.4 มี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ว่าที่รองผบ.ตร. และพล.ต.ท.พีระ ร่วมรับผิดชอบ งานความมั่นคง 1 มี พล.ต.อ.วุฒิ พัวเวส ว่าที่รองผบ.ตร.และ พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผู้ช่วยผบ.ตร. งานความมั่นคง 2 มี พล.ต.ท.สุวัฒน์ ธำรงศรีสกุล ว่าที่ที่ปรึกษา(สบ10) และพล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วยผบ.ตร.ดูแล

งานกฎหมายและสอบสวน มีพล.ต.ท.สุวัฒน์ จันทร์อิทธิกุล ว่าที่ปรึกษา(สบ10) พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ช่วยผบ.ตร. และพล.ต.ท.เจตน์ มงคลหัตถี ว่าที่รรท.ผู้ช่วยผบ.ตร.รับผิดชอบ งานสืบสวน มีพล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ว่าที่รรท.ที่ปรึกษา(สบ10) และพล.ต.ท.ระพีพัฒน์ ปาละวงศ์ ว่าที่รรท.ผู้ช่วยผบ.ตร.รับผิดชอบ ขณะที่งานกิจการพิเศษ มี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร. พล.ต.ท.วรพงษ์ และพล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ว่าที่รรท.ผู้ช่วยผบ.ตร. ร่วมรับผิดชอบ งานจเรตำรวจ มี พล.ต.ท.สถาพร หลาวทอง ว่าที่ รรท.จตช. และพล.ต.ท.ฉัตรชัย โปรตระนันทน์ รองจชต.และพล.ต.ท.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ว่าที่รรท.จเร (สบ9) รับผิดชอบ ขณะที่ งานนายตำรวจราชสำนักฯมีพล.ต.อ.ชาตรี สุนทรศร หน.นรป. และพล.ต.ท.ชลธาร จิราณรงค์ รองหน.นรป.ดูแล

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-28 12:31:19


ความเห็นที่ 54 (1391999)

ผบก.ตราด กำชับ ผกก.ทุกโรงพักระวังปัญหาปล้นร้านทอง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 กันยายน 2553 13:18 น.
 

       

ตราด - ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราด กำชับผู้กำกับการทุกโรงพักระวังปัญหาปล้นร้านทอง พร้อมแนะผู้ประกอบการเฝ้าระวังตนเองตลอดเวลา หลังราคาทองคำสูงขึ้นต่อเนื่อง       

       เนื่องจากปัจจุบันราคาจำหน่ายทองคำรูปพรรณ มีราคาจำหน่ายสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากวันนี้มีราคาจำหน่ายสูงกว่าบาทละ 19,000 บาท จึงเป็นปัจจัยที่สำคัญในการเพิ่มความเสี่ยงที่กลุ่มมิจฉาชีพจะดำเนินการ กระทำความผิด อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาดังกล่าวในพื้นที่จังหวัดตราด

       พล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราด กล่าวว่า ทางตำรวจภูธรจังหวัดตราดได้แจ้งกำชับไปยังผู้กำกับการตำรวจภูธรทุกแห่ง ส่งเจ้าหน้าสืบสวนลงพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะการติดตามพฤติกรรมของกลุ่มคนที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีผู้ก่อเหตุ อาชญากรรมต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการหลบหนีคดีลักทรัพย์ต่างๆ ซึ่งกลุ่มคนดังกล่าวอาจกลับมาก่อปัญหาดังกล่าวให้กับสังคม

       อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ประกอบการร้านจำหน่ายทองรูปพรรณ ถึงแม้ว่าในพื้นที่จังหวัดตราดส่วนใหญ่จะมีการติดตั้งกรงเหล็กดัดกั้น ระหว่างผู้ค้ากับลูกค้า อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการก็ควรที่จะป้องกันปัญหาดังกล่าวโดยสังเกตพฤติกรรม ของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ที่ไม่ควรสวมอุปกรณ์อำพรางใบหน้า       

เช่น หมวกนิรภัย แว่นตาดำ หรือหมวกต่างๆ นอกจากนี้ ควรติดตั้งกล้องวงจรปิด ทั้งภายในร้านและภายนอกร้าน และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เบาะแส นำสู่การติดตามจับกุมคนร้านในกรณีที่ก่อเหตุร้ายดังกล่าวขึ้น

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-27 08:31:20


ความเห็นที่ 53 (1391996)

ความเป็นธรรมในวงราชการ

การแถลงข่าวขอสละสิทธิเข้ารับตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ของ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม เนื่องจากสถานทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทยแสดงความ ไม่พอใจ ได้ส่งผลให้เกิดความรู้สึกโดยทั่วไปว่า บรรยากาศ การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับซาอุดีอาระเบีย จะดีขึ้น โดยผู้เกี่ยวข้องแสดงความขอบคุณและจะเปลี่ยนแปลง การบรรจุแต่งตั้งโดยไม่บิดพลิ้ว แต่คงไม่เหมาะสมนัก หากจะยอมรับหรือปล่อยให้เรื่องนี้ดำเนินไปตามกระแสและไม่นำสิ่งที่เกิดขึ้น มาศึกษา พิจารณา พิเคราะห์เพื่อมิให้เกิดซ้ำขึ้นอีก
   
สาระแห่งความไม่พอใจของสถานทูตประเทศซาอุดีอาระเบีย เนื่องจาก พล.ต.ท.สมคิดเคยต้องข้อกล่าวหาและทางการประเทศดังกล่าวเชื่อว่ามีส่วนรู้ เห็นกับคดีฆาตกรรมพลเรือนชาวซาอุฯ คนหนึ่ง เมื่อยี่สิบปีก่อน ทั้งนี้ การดำเนินคดี ตามกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนระบบกฎหมาย และระเบียบ ที่มีอยู่ ไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าผู้ถูกกล่าวหามีส่วนกับการกระทำผิด อย่างไรก็ดี ในปี 2552 กรมสอบสวนคดีพิเศษ อ้างว่าพบหลักฐานใหม่จึงแจ้งข้อกล่าวหา พล.ต.ท.สมคิด ร่วมกันฆ่าผู้อื่น และพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาล
   
การที่สถานทูตประเทศใด จะมีความรู้สึก หรือ แสดงความเห็นอย่างไรต่อการบรรจุ แต่งตั้ง ข้าราชการในหน่วยงานแห่งใดแห่งหนึ่ง หากจะมีขึ้นก็ไม่น่าจะต่างกับการ  ที่บุคคลหรือสื่อมวลชนในประเทศวิพากษ์วิจารณ์ หรือจะยกระดับให้มีผลถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ก็เป็นหน้าที่ที่ผู้มีหน้าที่ด้านการต่างประเทศจะชี้แจงทำความเข้าใจ และไม่ควรมีผลกระทบต่อระบบการบรรจุแต่งตั้ง เพราะการแสดงความไม่พอใจต่อบุคคลจากต่างประเทศย่อมเกิดขึ้นได้ ถ้าต้องให้มีผล ก็คงเกิดความวุ่นวายกับการแต่งตั้งข้าราชการหรือตำแหน่งทางการเมืองไม่รู้จบ
   
ประเด็นที่ทุกฝ่ายควรยกขึ้นพิจารณา ก็คือ กลไกการบรรจุ แต่งตั้ง การให้ความเป็นธรรมแก่ข้าราชการ ควรมีความมั่นคงไม่อ่อนไหว หวั่นไหวตามกระแส กรณีของ พล.ต.ท.สมคิดนั้นจะเห็นได้ว่า ข้อกล่าวหาที่เกิดระหว่างปฏิบัติราชการที่ได้ต่อสู้จนหลุดพ้นข้อกล่าวหาจน เกือบจะหมดอายุความ เมื่อถึงจังหวะที่จะได้รับความชอบตามกรอบที่สมควรและไม่ขัดหลักกฎหมายก็น่า จะให้ดำเนินต่อไป ส่วนหลักฐานใหม่ที่จะฟ้องร้องใหม่ก็ให้ผู้ถูกกล่าวหาต่อสู้ตามกระบวนการ ยุติธรรม แต่ไม่ควรให้เสียงค้านของบุคคลภายนอกมีบทบาทเหนือระบบการแต่งตั้ง เพราะจะทำให้สงสัยว่าข้าราชการไม่มีสิทธิได้รับความเป็นธรรม.

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-27 08:16:42


ความเห็นที่ 52 (1391966)

วันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2553 เวลา 18:28:38 น.  มติชนออนไลน์


ก.ตร.ตั้ง"พล.ต.ท.สมคิด"นั่งจเรตำรวจ ดัน"พล.ต.ท.เจตน์"นั่งผช.ผบ.ตร.แทน เบรกตั้ง"ศรีวารห์"เป็นผบช.ภ.1

มติ ก.ตร. ให้ "สมคิด" เป็นหัวหน้าจเรตำวจ (สบ8) "เจตน์" ขึ้น ผู้ช่วย.ผบ.ตร. ส่ง"สัณฐาน" เป็น คุม กมค. ส่วน ผบช.ภ. 1 ว่างไว้ก่อน รอ ตร. ตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้ทัน 1 ตุลาคม

 

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร. )เป็นประธานประชุมก.ตร. เพื่อพิจารณาแต่งตั้งตำแหน่งใหม่ให้กับ พล.ต.ท. สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (ผบช.ภ. 5 ) หลังจาก พล.ต.ท.สมคิด แถลงข่าวไม่ขอรับตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัยชาการตำรวจแห่งชาติ(ผู้ช่วย ผบ.ตร.) เพื่อลดปัญหาการขัดแย้งระหว่างประเทศซาอุดีอาระเบีย เนื่องจากทางสถานทูตซาอุดีอาระเบีย ประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ถึง 4 ฉบับ แสดงความไม่พอใจที่ก.ตร.แต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด ในตำแหน่งที่สูงขึ้น ทั้งที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีการหายตัวของนายมูฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย 
 

โดยการประชุม ก.ตร.เริ่มขึ้น  เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 24 กันยายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)ซึ่งมีก.ตร.เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง วาระที่ 1 เลื่อนเงินเดือนให้ให้แก่ พล.ต.ต.สกลเขต จันทรา นายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ6) วาระที่  2 การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ  วาระที่ 3 การเปลี่ยนแปลงวันมีผลใช้บังคับตำแหน่งที่ปรึกษา สบ 10 และวาระอื่น ๆ
  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับวาระการแต่งตั้ง  ก.ตร. จะพิจารณาแต่งตั้งตำแหน่งให้กับ พล.ต.ท.สมคิด ที่แถลงข่าวไม่ขอรับตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. โดยที่ประชุมเริ่มประชุมตามวาระที่กำหนดไว้ เมื่อถึง เรื่องการแต่งตั้ง ได้หยุดประชุมชั่วคราวในเวลา 14.40 น. เพื่อให้นางเบญจวรรณ สร่างนิทร เลขาธิการก.พ. ในฐานะ ประธานบอร์ดกลั่นกรองพร้อม รอง ผบ.ตร.ทุกคน พิจารณาคุณสมบัติของนายตำรวจที่จะปรับเปลี่ยนตำแหน่ง โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที ก่อนนำรายชื่อเพื่อขอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเพื่อพิจารณา และเสร็จสิ้นในเวลา 16.00 น. 

 

ต่อมา พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ รองผบช.สทส. ในฐานะ โฆษก ตร. แถลงข่าวผลการประชุม ก.ตร. ว่า ตามที่พล.ต.ท.สมคิด สละตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร. วันนี้ทางก.ตร. ได้ประชุมว่าจะแต่งตั้งนายตำรวจใดไปทดแทน  โดยมติบอร์ดกลั่นกรองได้เสนอ ก.ตร. ให้ พล.ต.ท.สมคิดไปดำรงตำแหน่ง หัวหน้าจเรตำรวจ (สบ 8) และให้ พล.ต.ท.เจตน์ มงคลหัตถี ผบช.สำนักงานกฎหมายและคดี(ผบช.กมค.) ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร. และให้ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยานนท์ ผบช.น. ไปดำรงตำแหน่งแทน ผบช.กมค. แทน โดยมติที่ประชุมเป็นเอกฉันท์ ไม่มีข้อคัดค้านและไม่ได้มีการพูดถึงเหตุผลว่าทำไมถึงให้พล.ต.ท.สมคิดไปดำรง ตำแหน่ง หัวหน้าจเรตำรวจ(สบ 8)นอกจากนี้ ที่ประชุมไม่ได้พูดถึงให้พล.ต.ท.สมคิดดำรงตำแหน่ง ผบช.ภ. 5 ดังเดิม เมื่อพล.ต.ท.สมคิดประสงค์ที่จะไม่รับตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร.ก็มีหน้าที่หา ตำแหน่งที่เหมาะสมให้เท่านั้น ในระนาบเดิม
 

เมื่อถามว่าตำแหน่งหัวหน้าจเรตำรวจ (สบ8) เป็นการลดเกรด ทั้งที่ พล.ต.ท.สมคิดไม่รับตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า เมื่อสมัครใจไม่รับตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร. ทางก.ตร.ก็เห็นชอบว่าตำแหน่งที่เหมาะสม ทั้งนี้ ที่ประชุมไม่ได้มีการนำเหตุผลเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ไทย- ซาอุดีอาระเบียมาพิจารณาแต่อย่างใด
 

โฆษก ตร. กล่าวถึง พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก. ที่ได้พิจารณาขึ้นเป็น ผบช.ภ.1 ทางก.ตร. ได้มีข้อสังเกตเรื่องการนับวันทวีคูณและได้สั่งการให้ ตร. กลับไปทบทวนว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร เพื่อให้เกิดความชัดเจน ซึ่งได้ข้อสรุปเมื่อใด จะเข้าก.ตร. หาข้อสรุปอีกครั้ง โดยตำแหน่ง ผบช.ภ. 1 จะไม่มีการแต่งตั้งผู้ใดมาทดแทน ในระหว่างนี้ ทางตร. จะต้องรีบดำเนินการตรวจสอบให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันที่ต้องรับตำแหน่งใหม่ อย่างไรก็ตาม ทาง ก.ตร.ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาไว้ ซึ่งหากไม่ทันวันที่ 1 ตุลาคม  ก็ยังไม่มีพูดคุยกันว่า จะให้ใครมารักษาราชการแทนในตำแหน่ง ผบช.ภ. 1
 

พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวต่อว่า ตำแหน่งนายพลที่ได้รับการแต่งตั้งผ่านก.ตร.แล้วจะส่ง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอโปรดเกล้าฯแต่งตั้งต่อไป โดยเว้นตำแหน่ง ผบช.ภ. 1 ไว้ก่อน จนกว่าจะมีการทบทวนเรื่องร้องเรียนเสร็จสิ้น
 

เมื่อถามว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ภาคใต้  แถลงท้วงติงกรณีพล.ต.ต.ศรีวราห์ ที่ไม่ได้ลงมาทำงานในพื้นที่ภาคใต้ แต่กลับได้สิทธิ์นับอายุราชการทวีคูณ พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า ทาง ตร. จะพิจารณาเรื่องนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน ถึงตอนนี้ ทางผบ.ตร. ไม่ได้ตั้งให้นายตำรวจรายใดเป็นประธานการสืบสวนเรื่องนี้ ซึ่งหลังจากได้ข้อสรุปแล้วการแต่งตั้งตำแหน่ง ผบช.ภ.1 ก็ต้องนำเข้าก.ตร.ใหม่อีกครั้ง
 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า การไม่แต่งตั้ง ผบช.ภ. 1 จะมีผลกระทบต่อการแต่งตั้งตำรวจระดับ รองผบช.-ผบก.หรือไม่ พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า จะไม่มีผลกระทบ เนื่องจาก ทางตร. จะสืบสวนเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นก่อนเวลารับตำแหน่งใหม่ หากไม่เสร็จสิ้น ผู้ที่มารักษาราชการแทนตามระเบียบการรักษาราชการแทนของ ตร. จะมีอำนาจ สามารถดำเนินการได้

 

"อภิสิทธิ์"ชม"สมคิด"เสียสละ
ที่สหรัฐอเมริกา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 ประกาศไม่รับตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร.ว่า พล.ต.ท.สมคิด ตัดสินใจด้วยตัวเอง ถือเป็นการเสียสละ เพื่อประโยชน์ส่วนรวม เชื่อว่าคงทำให้บรรยากาศคลี่คลายลงไป รัฐบาลมีทางเลือกเพราะที่ผ่านมาได้พยายามแก้ปัญหาความแคลงใจในความสัมพันธ์ ระหว่างไทย-ซาอุฯมาโดยตลอด

 

"ถือว่าเป็นการเสียสละ เพราะรัฐบาลได้เคยย้ำว่าพล.ต.ท.สมคิด มีสิทธิตามกฎหมาย การตั้งตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นการแต่งตั้งโดยเรียงลำดับอาวุโส คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) จึงมีมติไปเช่นนั้น การที่ท่านแสดงเจตจำนงเสียสละ ถือเป็นการช่วยรัฐบาลให้มีทางเลือกมากขึ้น" นายกรัฐมนตรี กล่าว

 

"สุเทพ”โยน"ก.ตร."พิจารณานั่งตำแหน่งเดิม
ก่อนหน้านี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ตร.) กล่า;ว่า การแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิดไม่จำเป็นต้องเทียบเท่าตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร. เนื่องจากพล.ต.ท.สมคิดแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าไม่ประสงค์ที่จะรับการแต่งตั้ง เลื่อนตำแหน่ง

 

"ผมก็ต้องขอบคุณเพราะหากเขาไม่ยอมเขาสามารถดำเนินคดีกับก.ตร.ก็จะวุ่นวาย เมื่อเขาแสดงเจตนารมณ์อย่างนี้ โดยที่พวกผมไม่มีใครคนใดคนหนึ่งไปขอร้องไปบังคับเขา ผมไม่เคยพูดกับพล.ต.ท.สมคิดเลยตั้งแต่ก่อนที่ก.ตร.จะพิจารณาแต่งตั้งจนถึง วันนี้" นายสุเทพ กล่าว

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้พล.ต.ท.สมคิดนั่งตำแหน่งเดิม นายสุเทพ กล่าวว่า แล้วแต่ก.ตร.จะสั่งว่าอย่างไร ต้องเป็นอย่างนั้น เมื่อถามว่า การแต่งตั้งรอบใหม่ต้องดูท่าทีของซาอุฯด้วยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องก.ตร.ต้องแยกออกจากเรื่องต่างประเทศ เมื่อถามว่า เหตุใดไม่สั่งพักราชการพล.ต.ท.สมคิดเพื่อให้สู้คดีก่อน นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีใครสั่งพักราชการพล.ต.ท.สมคิดได้ โดยกฎหมายได้รับการคุ้มครอง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-26 22:47:26


ความเห็นที่ 51 (1391735)

ก.ตร.นัดประชุมบ่ายโมง24ก.ย.ถกตำแหน่งสมคิด

 

ก.ตร.นัดประชุม 24 ก.ย. บ่ายโมง เพื่อพิจารณาตำแหน่ง พล.ต.ท.สมคิด หลังไม่ขอรับตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร.

พล.ต.ท.อาจิณ โชติวงศ์ ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ (ก.ตร.) ได้ทำหนังสือเชิญประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 8/2553 ในวันที่ 24 ก.ย. เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคาร 1 ตร. โดยมีวาระสำคัญดังนี้ วาระที่ 4 เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา เรื่องที่ 1 การเลื่อนเงินเดือนให้แก่ พล.ต.ต.สกลเขต จันทรา นายตำรวจราชสำนักประจำ(สบ. 6 ) เรื่องที่ 2 การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ หลังจากพล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (ผบช.ภ. 5 )มีหนังสือ บช.ภ. 5 ลงวันที่ 22 กันยายน แสดงความจำนงไม่ขอรับตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร.หลังจากที่ก.ตร.เมื่อวันที่ 1 กันยายน มีมติให้ พล.ต.ท.สมคิด ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. แต่ต่อมาสถานเอกอัครราชทูตซาอุดิอาระเบียประจำประเทศไทย ออกมาคัดค้าน และ มีปฏิกิริยาต่อต้านรุนแรง

รายงานข่าวแจ้งว่า การพิจารณากรณีพล.ต.ท.สมคิดนั้น จะให้ พล.ต.ท.สมคิด ถอยกลับมาดำรงตำแหน่งระดับผู้บัญชาการเช่นเดิมโดยก.ตร.ต้องพิจารณาว่าจะให้ ไปอยู่ตำแหน่งใด เนื่องจาก ตำแหน่งผบช.ภ. 5 นั้น ก.ตร.ได้แต่งตั้งพล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ไปดำรงตำแหน่งแทนแล้ว

นอกจากนี้จะมีการพิจารณากรณีที่มีการร้องเรียนว่าพล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ไม่สมควรได้รับสิทธินับอายุราชการทวีคูณและได้รับการเลื่อนขึ้นเป็นผบช.ภ. 1 โดยก.ตร.จะมีการพิจารณาใน 2 ประเด็น คือ ประเด็นแรก ยืนตามมติก.ตร.ที่ให้ พล.ต.ต.ศรีวราห์ เป็นผบช.ภ.1 เช่นเดิม ประเด็นที่สองคือให้มีการพิจารณาทบทวนและนำเสนอโปรดเกล้าฯนายพลตำรวจโดยเว้น ตำแหน่งผบช.ภ. 1 ไว้ และเรื่องที่ 3 การเปลี่ยนแปลงวันมีผลใช้บังคับตำแหน่งที่ปรึกษา(สบ 10 )จากที่เคยกำหนดว่าให้ตำแหน่งนี้มีผลเมื่อมีการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่ง แต่เนื่องจากในเดือนต.ค.นี้มีผู้บังคับบัญชาระดับสูงเกษียณอายุราชการจำนวน มาก จึงจะขอมติก.ตร.ให้เปลี่ยนแปลงให้ตำแหน่งที่ปรึกษา(สบ 10 )ทุกด้านมีผลใช้บังคับในวันที่ 1 ต.ค. 2553 ทั้งนี้มีรายงานว่า ยังไม่มีการนัดประชุมคณะกรรมการคัดเลือก หรือบอร์ดกลั่นกรอง เพื่อพิจารณาคัดเลือก แต่งตั้งใหม่แต่อย่างใด

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-24 06:24:50


ความเห็นที่ 50 (1391734)

คาดโยกสมคิดนั่งจเรตร."ศรีวราห์"นั่งผบช.ภ.1

คมชัดลึก :ก.ตร.ถก ตำแหน่ง"สมคิด-ศรีวราห์"พรุ่งนี้ คาดโยก "สมคิด บุญถนอม" ที่ไม่ขอรับตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. หลังถูก อุปฑูต"ซาอุ" คัดค้าน ไปนั่งจเรตำรวจ ส่วน พล.ต.ต.ศรีวราห์ ยังแข็งปั๊ง รั้งเก้าอี้ ผบช.ภ.1 หลายฝ่ายติงไม่ควรให้ ผบช.ภ.5 ไปดำรงตำแหน่งจเรตำรวจ เพราะเป็นตำรวจฝีมือดี

ที่สำนักงานตำรวจแห่ง ชาติ วันที่ 23 กันยายน มีรายงานว่า พล.ต.ท.อาจิณ โชติวงศ์ ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ผบช.ก.ตร.) ในฐานะเลขานุการก.ตร. ทำหนังสือเชิญประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 8/2553 ในวันศุกร์ที่ 24 กันยายน เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคาร 1 ตร. โดยมีวาระสำคัญดังนี้ วาระที่ 4 เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา

 เรื่องที่ 1 การเลื่อนเงินเดือนให้แก่ พล.ต.ต.สกลเขต จันทรา นายตำรวจราชสำนักประจำ(สบ. 6 )  เรื่องที่ 2 การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ หลังจากพล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (ผบช.ภ. 5 )มีหนังสือ บช.ภ. 5 ลงวันที่ 22 กันยายน แสดงความจำนงไม่ขอรับตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร.หลังจากที่ก.ตร.เมื่อวันที่ 1 กันยายน มีมติให้ พล.ต.ท.สมคิด ขึ้นเป็นผู้ช่วยผบ.ตร. แต่ต่อมาสถานเอกอัครราชทูตซาอุดิอาระเบียประจำประเทศไทย ออกมาคัดค้านและมีปฏิกิริยาต่อต้านรุนแรง

 โดยก.ตร.ครั้งนี้จะพิจารณาให้ พล.ต.ท.สมคิด ถอยกลับมาดำรงตำแหน่งระดับผู้บัญชาการเช่นเดิมโดยก.ตร.ต้องพิจารณาว่าจะให้ ไปอยู่ตำแหน่งใด ทั้งนี้เนื่องจาก ตำแหน่งผบช.ภ. 5 นั้น ก.ตร.ได้แต่งตั้งพล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ไปดำรงตำแหน่งแทนแล้ว

 นอกจากนี้ในเรื่องนี้ จะมีการพิจารณากรณีที่มีการร้องเรียนว่าพล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ไม่สมควรได้รับสิทธินับอายุราชการทวีคูณและได้รับการเลื่อนขึ้นเป็นผบช.ภ. 1 โดยตร.ได้เสนอทางเลือกให้ ก.ตร.พิจารณา 2 ประเด็น ประเด็นแรก คือ ยืนตามมติก.ตร.ที่ให้ พล.ต.ต.ศรีวราห์ เป็นผบช.ภ. 1 เช่นเดิม ประเด็นที่สองคือให้มีการพิจารณาทบทวนและนำเสนอโปรดเกล้าฯนายพลตำรวจโดยเว้น ตำแหน่งผบช.ภ. 1 ไว้

 และเรื่องที่ 3 การเปลี่ยนแปลงวันมีผลใช้บังคับตำแหน่งที่ปรึกษา(สบ 10 ) จากที่เคยกำหนดว่าให้ตำแหน่งนี้มีผลเมื่อมีการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่ง แต่เนื่องจากในเดือนตุลาคมนี้มีผู้บังคับบัญชาระดับสูงเกษียณอายุราชการ จำนวนมาก จึงจะขอมติก.ตร.ให้เปลี่ยนแปลงให้ตำแหน่งที่ปรึกษา(สบ 10 )ทุกด้านมีผลใช้บังคับในวันที่ 1 ตุลาคม 2553

 ทั้งนี้มีรายงานว่า ยังไม่มีการนัดประชุมคณะกรรมการคัดเลือก หรือบอร์ดกลั่นกรอง เพื่อพิจารณาคัดเลือก แต่งตั้งใหม่แต่อย่างใด

 อย่างไรก็ตาม อดีตคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่ ก.ตร.จะมีการพิจารณาทบทวนแต่งตั้งใหม่ ทั้งนี้สืบเนื่องจากกรณี พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ. 5 ไม่ขอรับตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร. โดยระบุว่า การที่ ก.ตร.มีมติแต่งตั้งไปแล้ว ก็ยังสามารถทบทวนแก้ไขได้ ตราบใดที่ยังไม่ครบกระบวนการการแต่งตั้ง ซึ่งหลังจาก ก.ตร.เห็นชอบแล้วต้องส่งเรื่องไปที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอขึ้นให้ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จากนั้นต้องมีการรับสนองพระบรมราชโองการและประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงจะถือว่าครบขั้นตอน เปลี่ยนแปลงไม่ได้

 แต่กรณีนี้หากผู้มีอำนาจนั้นก็คือ ประธาน ก.ตร.เห็นว่า มีเหตุความจำเป็น ก็สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ โดยที่พล.ต.ท.สมคิด ไม่จำเป็นต้องแสดงความจำนงด้วยซ้ำ แต่การที่เจ้าตัวออกมาขอแสดงความจำนง ไม่ขอแต่งตั้งขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.ก็ทำให้การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ง่ายขึ้น  เปิดทางให้รัฐบาล และก.ตร.มีทางออก

 แหล่งข่าวกล่าวว่า การทบทวนการแต่งตั้งครั้งนี้ ไม่ผิดกฎหมายตำรวจ เพราะกระบวนการยังไม่เสร็จสิ้น และกรณีนี้ก็เป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์ต่อทางราชการ เพื่อประชาชนและประเทศชาติ และในอดีตการแก้ไขบัญชีแต่งตั้งก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ในช่วงหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ทั้งที่ผ่านกระบวนการโปรดเกล้าฯไปแล้วด้วยซ้ำ แต่ยังไม่ครบทุกขั้นตอน

 อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณี พล.ต.ท.สมคิด ถือว่าเป็นนายตำรวจฝีมือดี เป็นที่ยอมรับอย่างมากในวงการตำรวจคนหนึ่ง และเป็นเพียงตัวละครหนึ่งในเรื่องนี้ ดังนั้น การพิจารณาแต่งตั้งครั้งนี้ ก.ตร.ต้องใช้ดุลยพินิจดีๆ นายตำรวจที่มีความสามารถอย่างนี้ ไม่ควรไปดำรงตำแหน่งจเรตำรวจ หลังจากตกเป็นตัวละครในเรื่องนี้

 ขณะที่มีรายงานจากตร. ระบุว่า ในก.ตร.จะมีการเสนอให้ พล.ต.ท.เจตน์ มงคลหัตถี ผบช.กมค. เป็นผู้ช่วยผบ.ตร.และขยับ พล.ต.ท.บริหาร เสี่ยงอารมณ์ จเรตำรวจ(สบ 8 ) เป็น ผบช.กมค. แทน เพื่อเปิดตำแหน่งจเรตำรวจ(สบ 8 )ให้ว่างลง และให้ พล.ต.ท.สมคิด โยกไปเป็นจเรตำรวจ(สบ 8 )

 ส่วนกรณีของพล.ต.ต.ศรีวราห์ ที่มีการร้องเรียนนั้น รายงานข่าวระบุว่า ที่ประชุมจะหยิบยกกรณีที่ กอ.รมน.ภาค 4 และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรยืนยัน สถานภาพ และสิทธิของพล.ต.ท.ศรีวราห์ ในการปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาโต้แย้งข้อร้องเรียนเรื่องการนับวันทวีคูณมาใช้ ยืนยันว่า พล.ต.ต.ศรีวราห์ มีสิทธิและคุณสมบัติได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเป็น ผบช.ภ. 1 ตามที่ก.ตร.มีมติไปแล้ว เมื่อวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-24 06:17:29


ความเห็นที่ 49 (1391672)

‘สมคิด’ สละผช.ผบ.ตร.

เจตน์ขึ้นแทน เพื่อให้คนไทยได้ไปฮัจญ์

สมกับเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ “สมคิด บุญถนอม” ประกาศสละตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. เพื่อให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมได้วีซ่าไปประกอบพิธีฮัจญ์ ลั่นอย่าว่าแต่ตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. เลย แม้แต่ชีวิตก็ยอมสละให้ได้เพื่อชาติและประชาชน แต่ฝาก “นาบิล” ช่วยถาม รมว. ยุติธรรม เรื่องอดีตอธิบดีดีเอสไอกับพนักงาน สอบสวนปล่อยให้พยานสำคัญที่เป็นผู้ต้องหาฆ่าเชื้อพระวงศ์ลาวหนีไปได้ทั้ง ๆ ที่มีหมายจับของศาลมีนบุรี หวั่น ถ้านำตัวมาเบิกความไม่ได้ก็จะมีปัญหาบานปลายตามมาอีก “สุเทพ” โล่งใจบอกขอบคุณที่ทำให้แก้ปัญหาได้ง่ายขึ้นหน่อย เรียกประชุม ก.ตร. บ่าย 24 ก.ย.นี้ แต่งตั้งคนใหม่ ด้านสถานทูตซาอุฯเร่งออกวีซ่าให้ทันทีจากวันละ 1 พันเพิ่มเป็น 2 พันราย
   
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 ก.ย. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางเข้าพบกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่รัฐสภา ว่า ตนได้แจ้งนายกรัฐมนตรีให้ทราบว่า ระหว่างที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปร่วม การประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญ ครั้งที่ 65 และการประชุมผู้นำอาเซียน-สหรัฐ  อเมริกา ระหว่างวันที่ 22-26 ก.ย.นี้ ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ตนจะเรียกประชุม ก.ตร. นัดพิเศษ ในวันที่ 24 ก.ย.นี้ เพื่อพิจารณากรณีปัญหาการแต่งตั้ง พล.ต.ท. สมคิด บุญถนอม ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. เมื่อได้ผลการประชุมอย่างไรจะรายงานให้นายก รัฐมนตรีทราบต่อไป  
ในเวลาไล่เลี่ยกันมีตัวแทนสหพันธ์นิสิตนักศึกษามุสลิมแห่งประเทศไทย (สนมท.) และสมาพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สนน.จชต.) 20 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผ่านกองรับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นข้อเรียกร้อง 2 ข้อ ได้แก่ 1.ให้รัฐบาลทบทวนการแต่งตั้ง พล.ต.ท. สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 เป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร. โดยเร่งด่วนก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายจนสายเกินแก้ เพื่อรักษาผลประโยชน์    ของประเทศเป็นสำคัญ 2.ขอให้ พล.ต.ท. สมคิดแสดงความกล้าหาญประกาศสละตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. โดยให้ไปดำรงตำแหน่งอื่นแทนตามที่ ก.ตร. จะเห็นเหมาะสม ทั้งนี้ขอให้รัฐบาลเร่งแก้วิกฤติความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบียโดยเร่งด่วน เพื่อความสัมพันธ์อันยั่งยืนของสองประเทศต่อไป
   
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) วันเดียวกัน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก สตช. แถลงถึงกรณีการแต่งตั้ง พล.ต.ท. สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 ขึ้นเป็น ผช. ผบ.ตร. ทำให้เกิดกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับซาอุดีอาระเบียว่า ได้รับการประสานจาก พล.ต.ท.สมคิด ว่าจะแถลงข่าวด้วยตัวเองที่ บช.ภ.5 โดยมีแนวโน้ม ว่า พล.ต.ท.สมคิด อาจไม่รับตำแหน่งที่สูงขึ้นเพื่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและซาอุฯ  เป็นไปด้วยดี ซึ่งการที่ไม่ยอมรับตำแหน่งสูงขึ้นต้องได้รับความสมัครใจจาก พล.ต.ท.สม  คิด หากไม่สมัครใจก็ทำไม่ได้ โดยในวันที่ 24 ก.ย.นี้ เวลา 13.00 น.  ก.ตร. จะประชุมเพื่อพิจารณาในวาระนี้ คาดว่าจะเลื่อนผู้มีอาวุโสลำดับถัดไปให้ขึ้นเป็น ผช.ผบ.ตร. แทน ส่วน พล.ต.ท.สมคิด จะอยู่ที่เดิมหรือย้ายไปที่ใหม่เป็นอำนาจของ ก.ตร. ดำเนินการ เชื่อว่าการไม่ยอมรับตำแหน่งของ พล.ต.ท.สมคิด จะ   ทำให้สถานการณ์ต่าง ๆ ดีขึ้น
   
ที่ บช.ภ. 5 จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกันนี้ พล.ต.ท.สมคิด บุญ   ถนอม ผบช.ภ. 5 ได้แถลงข่าวกับสื่อมวลชน ว่า การที่ตนได้รับการพิจารณาให้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. นับเป็นเกียรติประวัติของครอบครัว เป็นความภาคภูมิใจในความสำเร็จดังมุ่งหวังและปรารถนา แต่ความสำเร็จดังกล่าว ไม่มีคุณค่าเพียงพอหากจะนำมาเปรียบเทียบกับศรัทธาอันแรงกล้าของพี่น้อง มุสลิมในไทยที่จะไปร่วมพิธีฮัจญ์ในการแสวงบุญอันยิ่งใหญ่ได้เลย ตนจึงขอสละสิทธิไม่รับตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. เพื่อเห็นแก่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและป้อง   กันไม่ให้เกิดผลกระทบกับพี่น้องชาวมุสลิมที่จะไปประกอบพิธีฮัจญ์
   
พล.ต.ท.สมคิด กล่าวด้วยว่า อย่าว่าแต่เสียสละด้วยการไม่รับตำแหน่งผู้ช่วย   ผบ.ตร.เลย ถ้าหากเป็นการทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและพี่น้องประชาชนแล้ว แม้กระทั่งชีวิต ตนก็ยินดีสละให้ เพราะครอบครัวตนรับราชการกันทุกคน ได้รับการ   อบรมและหล่อหลอมจิตใจยึดมั่นในอุดมการณ์ให้รับใช้ประเทศชาติและประชาชนเป็น สำคัญ
   
ส่วนคดีการหายตัวไปของนักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย เหตุเกิดเมื่อปี 2533 ตนถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวพันด้วย ถูกดำเนิน  คดี แต่พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง คดีได้ยุติลงเมื่อปี 2536 ตนพ้นข้อกล่าวหา ได้กลับเข้ารับราชการตลอดมา จนวันที่ 13 ต.ค. 2552 ก่อนหน้าที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอจะพ้นหน้าที่ 1 วัน ได้รวบรวมพยานหลักฐานที่อ้างว่าเป็นหลักฐานใหม่ที่สำคัญของคดี ขอให้ศาลอาญาออกหมายจับตน แต่ศาลไม่อนุมัติโดยให้ออกหมายเรียกแทน ตนจึงแสดง   ความบริสุทธิ์ด้วยการเข้ามอบตัวสู้คดี โดยคดีนี้ศาลนัดสืบพยานปากแรกในเดือน พ.ย.นี้
   
ผบช.ภ.5 กล่าวอีกว่า ด้วยความเคารพต่อบทบาทการทำหน้าที่ของอุปทูต   ซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย ที่ติดตามความคืบหน้าของคดีที่ตนถูกกล่าวหา ตนขอความกรุณาให้อดทนรอขั้นตอนการพิจารณาของศาล แล้วท่านจะพบว่ากระบวนการ สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานของพนัก งานสอบสวนดีเอสไอมีพิรุธ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ.ต.ท.สุวิชชัย แก้วผลึก ผู้ต้องหาคดีฆ่าเชื้อพระวงศ์ของลาวตามหมายจับของศาลจังหวัดมีนบุรี ในปี 2545 พยานสำคัญที่กลับคำให้การเดิม และนำแหวนของกลางวัตถุพยานที่อ้างว่าเป็นของนักธุรกิจซาอุฯที่หายตัวไปและตน เป็นผู้เก็บไว้ไปให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอไว้เป็นหลักฐาน
   
หลังจากนั้น พ.ต.ท.สุวิชชัย ได้หลบหนีหายตัวไปทั้ง ๆ ที่เป็นผู้ต้องหามีหมายจับของศาลจังหวัดมีนบุรี ซึ่งตนไม่ทราบว่า มีการต่อรองอะไรกันหรือไม่ โดยในส่วนนี้ตนได้ฟ้องศาลอาญาไว้ในคดีเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ ชอบแล้ว แต่ปัญหาที่จะตามมาคือ ถ้าพนักงานสอบสวนดีเอสไอติดตามตัว พ.ต.ท.สุวิชชัย มาเบิกความในศาลในการพิจารณาคดีไม่ได้ จะทำให้เกิดข้อกังขาว่า พยานปากนี้ถูกคุกคามไม่ให้ไปเป็นพยานในศาล จากนั้นปัญหาก็จะบานปลายไปสู่ปัญหาอื่น ๆ อีก
   
ดังนั้นขอฝากปัญหาไปยังท่านอุปทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทยดังนี้ 1. ขอให้ท่านอุปทูตฯสอบถาม นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม ถึงผลการสอบ   สวนกรณีที่ตนร้องขอความเป็นธรรมเรื่อง  ที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์  อนันตชัย และ พ.ต.ท.เบญจพล จันทวรรณ พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ละเว้นการปฏิบัติ   หน้าที่ ปล่อยตัว พ.ต.ท.สุวิชชัย จำเลยในคดีอาญาให้หลบหนีไปได้ 2. ขอให้ถามถึง ผู้รับผิดชอบ และผลกระทบหากพนักงานสอบสวนดีเอสไอไม่สามารถติดตาม พ.ต.ท. สุวิชชัย มาเบิกความในการพิจารณาศาลได้จะดำเนินการอย่างไร
   
พล.ต.ท.สมคิด กล่าวในตอนท้ายว่า หลังจากนี้ตนจะเป็น ผบช.ภ.5 ต่อไปอีกหรือไม่ ตนไม่สามารถบอกได้ ขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาเป็นผู้พิจารณา แต่ในชีวิตข้าราชการตำรวจของตนที่เหลืออีก 2 ปีนี้ ตนขอยืนยันว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และพร้อมที่จะเสียสละเพื่อให้เกิดความสงบสุขต่อประเทศชาติและพี่น้องประชาชน ตลอดไป
   
หลังจากแถลงข่าวเสร็จแล้ว พล.ต.ท.สมคิด ได้แจกสำเนาเอกสารหมายจับ พ.ต.ท.สุวิชชัย หรือนายกรณ์ แก้วผลึก ให้กับบรรดา ผู้สื่อข่าวด้วย

ต่อมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาการขอวีซ่าเข้าประเทศซาอุฯ ว่า  ปัญหานี้คลี่คลายลงแล้วตั้งแต่ตอนเย็นวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา ฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ประสานงานไปจนดำเนินการเรียบร้อยได้หมด และในวันเดียวกันนี้ได้รับการรายงานว่าผู้จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์จะได้ รับวีซ่าอีกกว่า 1 พันราย หลังจาก พล.ต.ท.สมคิด แถลงสละสิทธิในการรับตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. แล้ว
   
ส่วน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการสละตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ของพล.ต.ท.สมคิด ว่า หลังจากนี้ตนจะประมวลทุกอย่างให้ ก.ตร.  พิจารณาและดำเนินการแต่งตั้งคนอื่นแทนในตอนบ่ายวันที่ 24 ก.ย.นี้ อย่างไรก็ตาม ตนขอขอบคุณ พล.ต.ท.สมคิด ที่แสดงเจตนารมณ์อย่างนี้ เพราะทำให้แก้ปัญหาได้ง่ายขึ้นเล็กน้อย จริง ๆ ตนทราบล่วงหน้ามา 2-3 วันแล้ว แต่ตนอยากให้ พล.ต.ท.สมคิด แสดงเจตนารมณ์ออกมาเองดีกว่าตนจะไปพูดแทน เพราะเราไม่ได้ไปบีบบังคับเขา
   
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตำแหน่งใหม่ของ พล.ต.ท.สมคิด ต้องอยู่ในระนาบ ผบช.   หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า พล.ต.ท.สมคิด แสดงเจตนารมณ์เช่นนั้น และไม่ได้กำหนดเงื่อนไขอะไรมา
   
ด้าน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวถึงกรณีการขอวีซ่าจากสถานทูตซาอุฯว่า ได้รับรายงานจาก    นายกฤษศญพงษ์ ศิริ รองอธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) หลังจากเดินทางเข้าพบ นายนาบิล เอช. อัชรี อุปทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย เพื่อยื่นขอวีซ่าให้แก่ผู้แสวงบุญชุดที่ 2 จำนวน 1,038 คน ซึ่งสถานทูตได้รับเอกสารและแจ้งให้ ศน. ไปรับวีซ่าทั้งหมดวันที่ 23 ก.ย.นี้ และจากการหารือกับนายนาบิล ได้แจ้งว่าในวันที่ 23 ก.ย. ตรงกับวันชาติซาอุดีอาระเบีย ดังนั้นจะอนุโลมเป็นกรณีพิเศษ โดยจะเปิดรับวีซ่าของผู้แสวงบุญอีก 1,000 คน 
   
ส่วนวันจันทร์ที่ 27 ก.ย. ให้เพิ่มปริมาณจำนวนวีซ่าจากวันละ 1,000 คน เป็น 2,000 คน เพื่อชดเชยจากที่ล่าช้าและจากการปิดทำการของสถานทูตในวันที่ 24 ก.ย. อย่างไรก็ตามการเพิ่มจำนวนวีซ่าเป็น 2,000 คนต่อวันนั้น สถานทูตจะประเมินอีกครั้งว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินการออกวีซ่าได้ทันหรือไม่ แต่หากเสร็จทันกำหนดเวลาสถานทูตพร้อมเพิ่มจำนวนเป็นวันละ 2,000 คน จนครบ 13,000 คน 
   
นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า หน้าที่ของ วธ. คือการยื่นขอวีซ่าให้กับผู้แสวงบุญ ซึ่งขณะนี้สถานทูตซาอุฯเปิดให้ยื่นขอวีซ่าได้ตามปกติแล้ว ดังนั้นสถานการณ์ไม่น่าห่วง และไม่น่าเกิดปัญหาการออกวีซ่าอีก หลังจาก พล.ต.ท.สมคิด ประกาศสละตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร.แล้ว
   
ที่ จ.สงขลา นายวิสุทธิ์ บิลลาเต๊ะ หน.ฝ่ายวิชาการและต่างประเทศสำนักงานกิจการฮัจญ์ จ.สงขลา และหัวหน้าศูนย์ประสานงานสำนักจุฬาราชมนตรีภาคใต้ ในนามของสมัชชาองค์การมุสลิมภาคใต้ และนายอิบรอฮิม อาดำ นายกสมาคมผู้ประกอบการฮัจญ์ภาคใต้ ร่วมกันออกแถลงการณ์หลัง พล.ต.ท.สมคิด ประกาศสละตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. ว่า เป็นความเสียสละที่หวังไปสู่การปรองดองของประเทศไทยกับซาอุฯ ได้จึงเป็นความเสียสละประโยชน์ส่วนตัวเพื่อประโยชน์ส่วนรวมที่ควรแก่การชื่น ชมอย่างยิ่ง และองค์กรมุสลิมใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ขอประกาศยุติการเคลื่อนไหวตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป พร้อมกับงดทำพิธีละหมาดฮายัติตามที่กำหนดไว้ เพราะพระเจ้าได้ประทานพรอันยิ่งใหญ่ให้กับชาวไทยมุสลิมแล้ว
   
มีรายงานข่าวแจ้งมาว่า หลังจาก พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 ประกาศสละตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร. คาดว่า ก.ตร. จะประชุมแต่งตั้งสับเปลี่ยนระดับผู้ช่วยผบ.ตร.ถึง ผบช. โดยจะเสนอชื่อ พล.ต.ท. เจตน์ มงคล ผบช.กมค. ซึ่งอาวุโสอันดับ 12 ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. และให้ พล.ต.ท.   สมคิด เป็นจเรตำรวจ สบ 9 และดันจเรตำรวจ สบ 9 แทนตำแหน่ง ผบช.กมค. ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. จะเป็นคนเลือก โดยคาดว่าเป็น พล.ต.ท.บริหาร เสี่ยงอารมณ์ จเร ตำรวจ สบ 9 เสนอไปเป็น ผบช.กมค. แทน โดยจะไม่เลื่อนระดับรอง ผบช.ขึ้นแทน
   
ส่วนตำแหน่งผบช.ภ.1 ของ พล.ต.ต. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบช.ก. ที่  ถูกร้องเรียนนั้น นายสุเทพ จะนำเรื่องนี้เข้าทบทวนในที่ประชุม ก.ตร.ในวันที่ 24 ก.ย.นี้ด้วย เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีกรณีการนับอายุราชการทวีคูณ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมี 2 แนวทางในการปฏิบัติ 1.คือยืนยันการแต่งตั้งตามเดิม โดยจะเสี่ยงต่อการถูกผู้ร้องคัดค้านฟ้องร้องดำเนินคดีกับก.ตร. ขณะที่แนวทางที่ 2. คือ ให้ก.ตร.ตั้งอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยระหว่างนั้น ก.ตร. ก็ต้องพิจารณา ว่า จะดำเนินการเสนอโปรดเกล้าฯ โดยเว้นตำแหน่ง ผบช.ภ.1 ไว้ หรือระงับการขอโปรดเกล้าฯ ทั้งหมด จนกว่าเรื่องจะได้ข้อยุติ แล้วให้ ตร. มีคำสั่งให้ผู้รับตำแหน่งใหม่รักษาราชการแทนไปก่อน.

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-23 16:18:06


ความเห็นที่ 48 (1391561)

“สมคิด”สละเก้าอี้เซ่นปรองดองซาอุฯ

“สมคิด” แถลงเปิดใจเสียสละปัดนั่งเก้าอี้บิ๊ก สตช. “สุเทพ” เตรียมเรียกถก ก.ตร.ด่วนศุกร์นี้

วันนี้ (22 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ในเวลา 10.00 น. พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 จะแถลงข่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง การแต่งตั้งโยกย้าย โดยจะเป็นการแถลงเรื่อง การร่วมเสียสละเกี่ยวกับปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ทั้งนี้ หลังการแถลงตนจะได้เรียกประชุม ก.ตร.ด่วน คาดว่า จะเป็นในช่วงบ่ายวันศุกร์นี้ เพื่อปรึกษาหารือ หาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว ไม่ให้บานปลายต่อไป

ส่วนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก สตช. กล่าวถึง กรณีการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 ขึ้นเป็น ผช.ผบ.ตร. ทำให้เกิดกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับซาอุดิอาระเบีย ว่า เพิ่งได้รับการประสานจาก พล.ต.ท.สมคิด ว่า จะมีการแถลงข่าวด้วยตนเองที่ บช.ภ.5 ในเวลา 14.00 น. โดยมีแนวโน้มว่า พล.ต.ท.สมคิด อาจไม่รับตำแหน่งที่สูงขึ้น เพื่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทย และซาอุฯ เป็นไปด้วยดี ซึ่งการที่ไม่ยอมรับตำแหน่งสูงขึ้น ก็ต้องได้รับความสมัครใจจาก พล.ต.ท.สมคิด หากไม่สมัครใจก็ทำไม่ได้ ซึ่งในวันที่ 24 ก.ย.นี้ เวลา 13.00 น. ก.ตร.ก็จะมีการประชุม เพื่อพิจารณาในวาระนี้ คาดว่า จะมีการเลื่อนผู้มีอาวุโสลำดับถัดไปให้ขึ้นตำแหน่ง ผช.ผบ.ตร.แทน ส่วน พล.ต.ท.สมคิด จะอยู่ที่เดิมหรือย้ายไปที่ใหม่ เป็นอำนาจของ ก.ตร.ดำเนินการ เชื่อว่าการไม่ยอมรับตำแหน่งของ พล.ต.ท.สมคิด จะทำให้สถานการณ์ต่าง ๆ ดีขึ้น ส่วนจะมีตำรวจชั้นผู้ใหญ่แนะนำให้ พล.ต.ท.สมคิด ทำอย่างนี้หรือไม่ ตนไม่ทราบ

ล่าสุด พล.ต.ท.สมคิด ได้แถลงข่าวกับสื่อมวลชนว่า ตามที่ซาอุฯ แสดงความไม่พอใจจนอาจเป็นเหตุให้พี่น้องชาวมุสลิมที่จะเดินทางไปประกอบพิธี ฮัจญ์ ในเดือน ต.ค.นี้ ต้องได้รับผลกระทบ จึงขอเสียสละไม่รับตำแหน่งดังกล่าว เพราะหากดึงดันอาจกระทบความสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ อย่างไรก็ตาม ขอวิงวอนทางทูตซาอุฯ ช่วยให้ความเป็นธรรมในคดีที่ผ่านมา เพราะเห็นว่าทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการเรื่องนี้อย่างมีพิรุธ และการตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้ถูกกดดัน เพราะที่ผ่านมาตนเคยเสียสละเรื่องอื่น ๆ มาแล้ว หลังจากนี้ ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ชีวิตราชการที่เหลืออีก 2 ปี ยืนยันว่า จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ส่วนจะให้ไปดำรงตำแหน่งใดนั้น ขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาจะพิจารณา

ซึ่งหลังการแถลงทางนายสุเทพ ได้ออกมากล่าวขอบคุณ พล.ต.ท.สมคิด ที่แสดงสปิริตในเรื่องดังกล่าว เพราะจะทำให้ปัญหาต่าง ๆ แก้ไขได้ง่ายขึ้น.

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-22 16:55:48


ความเห็นที่ 47 (1391559)

วันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553 เวลา 14:54:24 น.  มติชนออนไลน์


"พล.ต.ท.สมคิด"ปลดชนวนขัดแย้งซาอุฯ แถลงไม่ขอรับตำแหน่ง ผช.ผบ.ตร. "สุเทพ"เผยส่งสัญญาณเสียสละเพื่อชาติ

"สมคิด"แถลงข่าวที่บช.ภ.5บ่าย2 คาดไม่รับตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร.

พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 แถลงว่า ไม่ ขอรับตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยให้เหตุผลว่า เพื่อไม่ให้กระทบความสัมพันธ์ไทยและซาอุดิอาระเบีย ซึ่งในขณะนี้ มีกระแสข่าวปัญหาการออกวีซ่าไปประกอบพิธีฮัจญ์ และเพื่อไม่ให้ขยายเป็นความขัดแย้งทางศาสนา

 

 

"สมคิด"แถลงข่าวที่บช.ภ.5บ่าย2 คาดไม่รับตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร.


เวลา 10.30 น.วันที่ 22 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากหน้าห้อง ผบช.ภ.5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ว่า เป็นไปด้วยความคึกคัก โดยมีสื่อมวลชนจำนวนมากมาเฝ้ารอพบ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 หลังมีกระแสข่าวว่า พล.ต.ท.สมคิด จะเปิดแถลงข่าวไม่รับตำแหน่ง ผช.ผบ.ตร.หลังเก็บตัวเงียบมานานนับจากถูกกดดันอย่างหนักจากประเทศซาอุดิอาระ เบียมาตลอดกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา


ทั้งนี้ พ.ต.อ.ทิวธวัช ทวิชศรี รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ อดีตหัวหน้าสำนักงาน ผบช.ภ.5 นายตำรวจคนสนิทเปิดเผยว่า ไม่เกินเวลา 14.00 น.พล.ต.ท.สมคิด จะเดินทางเข้ามาแถลงข่าวพร้อมเปิดใจเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวด้วยตนเอง โดยขณะนี้กำลังเตรียมร่างแถลงการณ์อยู่ที่บ้านพักในเขต อ.สารภี และยังไม่ได้เข้ามายังสำนักงานแต่อย่างใด 

 

"สุเทพ"เผย"สมคิด"ส่งสัญญาณเสียสละ 


นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 22 กันยายน ถึงการแก้ไขปัญหาการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) ว่าตนได้แจ้งกับนายกรัฐมนตรีแล้วว่าในช่วงที่นายกรัฐมนตรีไม่อยู่ ตนจะขออนุญาตประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เพื่อพิจารณากรณีที่ยังมีปัญหาอยู่ คือกรณีของ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งตนจะรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบว่าลงเอยอย่างไร โดยตนจะสอบถามทางพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ว่าจะต้องนำเรื่องนี้ไปปรึกษา ก.ตร.ด้วยหรือไม่ แต่ในวันที่ 22 กันยายน พล.ต.ท.สมคิด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะมีการแถลงข่าว ซึ่งตนก็มีหน้าที่ที่จะนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปปรึกษา ก.ตร. เพื่อหาทางออกในการแก้ไขปัญหา


เมื่อถามว่า พล.ต.ท.สมคิด ควรจะต้องเสียสละด้วยใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า “เป็นไปในแนวทางนั้นครับ” เมื่อถามว่า พล.ต.ท.สมคิด ได้ส่งสัญญาณมาแล้วใช่หรือไม่ นายสุเทพ ตอบว่า “ครับ เดี๋ยวให้เขาแถลงเองดีกว่า ผมไปพูดดตัดหน้าจะไม่ดี” เมื่อถามว่าเพราะอะไรรัฐบาลถึงยืนกระต่ายขาดเดียวมาตลอด นายสุเทพ กล่าวว่าหากพูดเรื่องหลักการ ข้อกฎหมายและกฎ ก.ตร.ก็ต้องชี้แจงตามหลักอย่างนั้น ส่วนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงก็ต้องดูว่ามีเหตุผลอย่างไร แล้วกลับไปที่ ก.ตร. ว่าเห็นด้วยหรือไม่ ถ้าเป็นไปได้ตนจะไปตรวจสอบกับ สตช.ว่าจะขอนัดประชุม ก.ตร.เป็นการเร่งด่วนในวันที่ 24 กันยายนได้เลยหรือไม่


เมื่อถามว่าหากปลดล็อคตรงนี้แล้ว ก.ตร.คงไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปคาดการณ์ล่วงหน้า ซึ่งถ้า ก.ตร.มีความเห็นยืนยันตนก็ไม่ต้องทบทวนการแต่งตั้งนายพลตำรวจคนอื่นๆ แต่หากเห็นว่าเปลี่ยนแปลงได้ก็เปลี่ยนแปลงด้วยการทำรายชื่อกันใหม่

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-22 16:45:47


ความเห็นที่ 46 (1391541)

“สมคิด”จ่อแถลงเสียสละ

“เทพเทือก” แย้ม “สมคิด” เตรียมแถลงข่าวเสียสละ เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายฉาว-เตรียมเรียก ก.ตร.ถกด่วน

วันนี้ (22 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ในเวลา 10.00 น. พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 จะแถลงข่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง การแต่งตั้งโยกย้าย โดยจะเป็นการแถลงเรื่อง การร่วมเสียสละเกี่ยวกับปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ทั้งนี้ หลังการแถลงตนจะได้เรียกประชุม ก.ตร.ด่วน คาดว่า จะเป็นในวันศุกร์นี้ เพื่อปรึกษาหารือ หาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว ไม่ให้บานปลายต่อไป.

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-22 12:22:56


ความเห็นที่ 45 (1391062)


สะพัดซาอุฯ ชั่งใจ "ลดสัมพันธ์การทูต-ปิดสถานทูตชั่วคราว"ตอบโต้ตั้ง"สมคิด" ขอวีซ่าไปฮัจญ์สะดุดกว่าพัน

สะพัดซาอุฯอยู่ระหว่างชั่งใจ เลือก 2 แนวทางแสดงความไม่พอใจ ตอบโต้ปมตั้ง"สมคิด" อาจลดความสัมพันธ์ทางการทูตเหลือเพียงระดับเลขานุการ หรือไม่ก็ปิดสถานทูตชั่วคราว รมว.วธ.เผยขอวีซ่าไปฮัจญ์สะดุดอีกล็อต 1 พันคนยังไม่ได้ สถานทูตซาอุฯอ้าง จนท.ลาหลายคน ไม่พอต่อการให้บริการ ขอเลื่อนไปอีก 1-2 วัน

 

สถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย กำลังพิจารณาหาทางออกเพื่อแสดงความไม่พอใจต่อการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) ทั้งที่ตกเป็นจำเลยคดีการหายตัวไปของนายมูฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุฯ ทางหนึ่งทางใด

 

โดยรายงานข่าวแจ้งว่า ทางเลือกที่จะส่งสัญญาณเพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจที่สถานเอกอัครราชทูตซา อุฯกำลังพิจารณาอยู่นั้น จะเป็นการเลือกระหว่าง

 

1.การลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตลงไปอีกระดับหนึ่ง โดยจะลดระดับความสัมพันธ์ลงเหลือเพียงระดับเลขานุการประจำสถานทูต ซึ่งถือเป็นระดับล่างสุด

 

2.หรือไม่ก็ปิดดำเนินการสถานทูตเป็นการชั่วคราว 1 สัปดาห์ หรืออาจจะนานกว่านั้น โดยอาจจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 กันยายนนี้ ซึ่งเป็นวันปิดทำการปกติของสถานทูตเนื่องในวาระวันชาติของซาอุดีอาระเบีย


ก่อนหน้านี้ นายนาบิล เอช. อัชรี อุปทูตซาอุดีอาระเบีย ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 4 ปฏิเสธข้อสมมติฐานของทางฝ่ายไทยที่ว่า ทางฝ่ายซาอุดีอาระเบียได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วนรอบด้าน ทำให้ไม่เข้าใจเรื่องการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด แถลงการณ์ยืนยันว่าทางฝ่ายซาอุฯยังไม่ได้รับแจ้งข้อมูลอย่างเป็นทางการใน เรื่องนี้แต่อย่างใด ทั้งนี้ทั้งนั้น ท่าทีของซาอุดีอาระเบียก็ยังคงชัดเจน กระจ่างเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ได้เป็นการไม่เข้าใจข้อกฎหมายของไทยแล้วนำไปตีความผิดแต่อย่างใด


นายอัชรี ระบุไว้ในถ้อยแถลงตอนหนึ่งว่า เพราะกฎหมายทุกข้อมีเจตนาออกมาเพื่อบังคับใช้ต่อสาธารณะทั่วไป ดังนั้น จึงเข้าใจได้ว่าไม่มีข้อกฎหมายใดมีความซับซ้อนมากเกินกว่าที่จะเข้าใจได้ วัตถุประสงค์ของกฎหมายก็ไม่อาจทำให้ไขว้เขวได้ และตั้งข้อสังเกตไว้ด้วยว่าเป้าหมายของกฎหมาย กฎเกณฑ์หรือแม้กระทั่งรัฐธรรมนูญต่างล้วนมีเพื่อประโยชน์ของสาธารณชนโดยรวม ไม่ใช่เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ดังนั้น การตัดสินใจในกรณีนี้จึงยังไม่สามารถเข้าใจและเกิดความชอบธรรมขึ้นได้


ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแถลงการณ์ฉบับล่าสุดของซาอุฯว่า ขอยืนยันว่าจะมีการประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ต่อไป ส่วนจะมีความเข้าใจหรือไม่ ตอบแทนไม่ได้ แต่ก่อนที่อุปทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทยจะมาพบเมื่อวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา อาจมีความเข้าใจที่ไม่ตรงกับข้อกฎหมายที่ได้ชี้แจงไป ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลไทยยังส่งไม่ถึงสถานทูตซาอุฯ เสียที นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ได้เร่งรัดเรื่องนี้ไปแล้ว แต่ฝ่ายผู้ดำเนินการมีความกังวลเรื่องการแปลภาษา เพราะเกรงว่าถ้าแปลถ้อยคำที่คลาดเคลื่อน โดยเฉพาะข้อกฎหมายจะยิ่งทำให้เกิดปัญหามากขึ้น แต่เมื่อรัฐบาลได้เชิญอุปทูตซาอุฯมาพูดคุยกันแล้ว น่าจะทราบชัดเจนเกี่ยวกับท่าทีของรัฐบาลไทย


ผู้สื่อข่าวถามว่า ห่วงหรือไม่ว่าจะมีการปิดสถานเอกอัครราชทูตซาอุฯประจำประเทศไทยตามที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) บางคนออกมาระบุไว้ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ได้บอกแล้วว่าน่าจะมาช่วยกันแก้ปัญหามากกว่า เพื่อให้ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศราบรื่น เพราะเรื่องนี้ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล แต่เป็นประโยชน์ของประชาชนทั่วไป ไม่อยากเห็นการนำเรื่องของการเมืองเข้ามา หรือหยิบเรื่องนี้มาเป็นเงื่อนไขเพราะเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน และไม่เป็นประโยชน์อะไรกับใคร ถ้ามีปัญหามากขึ้น


นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) กล่าวว่า ได้ตรวจสอบกับกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ยืนยันว่าหนังสือคำชี้แจงของตนได้แปลเสร็จเรียบร้อย และได้ส่งไปยังสถานทูตซาอุฯ เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา


นายสุเทพยังกล่าวปฏิเสธกระแสข่าวทางการซาอุฯระงับการออกวีซ่าให้ชาว ไทยมุสลิมที่ต้องการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ว่า ขอยืนยันว่ายังไม่เกิดเรื่องอย่างนั้นขึ้น


นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวปฏิเสธกระแสข่าวเดียวกันเช่นกันว่า ไม่เป็นความจริง โดยอุปทูตซาอุฯยืนยันล่าสุดว่าไม่มีการกระทำดังกล่าว สำหรับข่าวลือว่าจะมีการปิดสถานทูตซาอุฯในไทยนั้น ก็ไม่รู้จะชี้แจงอย่างไร แต่สถานะของเรื่องทั้งหมดยังเป็นเหมือนเดิมและเป็นไปตามที่กระทรวงการต่าง ประเทศได้ชี้แจงไปแล้วเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา


ทางด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการออกวีซ่าให้กับผู้แสวงบุญที่จะเดินทางไปประกอบ พิธีฮัจญ์ว่า กรมการศาสนา (ศน.) รายงานว่าได้รวบรวมเอกสารของผู้แสวงบุญไปส่งสถานทูตซาอุฯเพื่อขอวีซ่า 1,000 คน แต่สถานทูตแจ้งว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ขอลาหยุดหลายคน ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอต่อการออกวีซ่า ขอเลื่อนการออกวีซ่าออกไปอีก 1-2 วัน เพื่อรอเจ้าหน้าที่กลับมาทำงานเต็มอัตราก่อน


ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่สถานทูตให้เหตุผลดังกล่าว เป็นข้ออ้างเพื่อที่ไม่ออกวีซ่าให้กับผู้แสวงบุญหรือไม่ นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า วธ.จำเป็นต้องเชื่อในสิ่งที่สถานทูตแจ้งเหตุผลมาทั้งหมด แต่ขณะนี้ ศน.พยายามช่วยเหลือและดูแลผู้แสวงบุญอย่างเต็มที่แล้ว ระหว่างนี้ต้องรอความชัดเจนภายใน 1-2 วัน แต่หากเรื่องนี้ยังไม่เรียบร้อย คาดว่าจะกระทบต่อผู้แสวงบุญที่จะเดินทางไปวันที่ 8 ตุลาคม แต่ที่น่าเสียใจคือขณะนี้มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าว และสร้างกระแสความบาดหมางให้เกิดขึ้น จนกลายเป็นความขัดแย้งทางการเมือง และส่งผลกระทบต่อผู้แสวงบุญ จึงขอร้องให้บุคคลที่ไม่หวังดีเห็นแก่พี่น้องที่จะเดินทางไปแสวงบุญด้วย


นายกฤษศญพงศ์ ศิริ รองอธิบดี ศน. กล่าวว่า นายนาบิล เอช. อัชรี อุปทูตซาอุดีฯ แจ้งว่า เนื่องจากต้องการเคลียร์เรื่องการออกวีซ่าให้กับผู้แสวงบุญที่ค้างอยู่รอบ แรก 392 คน ให้เรียบร้อยก่อน จึงไม่อยากให้นำเอกสารชุดใหม่มาเพิ่มอีก การล่าช้าครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าจะออกวีซ่าให้กับผู้ที่จะเดินทางไปแสวงบุญคณะแรกทันวันที่ 8 ตุลาคม แน่นอน
 

ทางด้านนายเจะอามิง โตะตาหยง ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า จะแถลงข่าวถึงปัญหาการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด วันที่ 21 กันยายน โดยจะทำหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้เร่งรัดแก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วน เพราะอาจจะกระทบชาวมุสลิมทั่วประเทศ และอาจเป็นการเปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามใช้เป็นเงื่อนไขให้ร้ายรัฐบาล และหนังสืออีกฉบับหนึ่งจะทำถึง พล.ต.ท.สมคิด ให้ทบทวนคืนตำแหน่ง เพื่อเห็นแก่ปัญหาของชาติบ้านเมือง นอกจากนี้จะสอบถามปัญหานี้ในที่ประชุม ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 21 กันยายนด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-21 17:50:07


ความเห็นที่ 44 (1391060)



วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553 เวลา 13:53:46 น.  มติชนออนไลน์


ย้อนรอยคดีอัลรูไวลี่ : ตัวชี้วัดสัมพันธภาพไทย-ซาอุดีฯ

โดย ศราวุฒิ อารีย์ สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย



ประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ซาอุดีอาระเบียกลับมาเป็นกระแสที่ได้รับ ความสนใจเป็นพิเศษอีกครั้ง หลังจากมีการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (ผบช.ภ.5) ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีการหายตัวของนายมูฮัมมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีฯ ในปี พ.ศ.2533 ขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) การแต่งตั้งดังกล่าวถูกมองว่าอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีฯ ที่กำลังจะดีวันดีคืนหลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งความหมางเมินตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา อันเกิดจากเหตุการณ์ในกรณีต่างๆ

หากย้อนอดีตไปลำดับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานคือ การที่เจ้าหน้าที่ทูตซาอุดีฯถูกลอบสังหารกลางเมืองกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2532 โดยตำรวจไทยไม่สามารถที่จะสืบสวนจับคนร้ายมาดำเนินคดีได้

ต่อ มาในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2533 คนร้ายได้ลงมือฆ่าเจ้าหน้าที่การทูตซาอุดีฯอีก 3 ศพ รวดในเวลาเดียวกัน รวมทั้งหมดเป็น 4 ศพ แต่ตำรวจไทยก็ไม่สามารถจับคนร้ายตัวจริงมาลงโทษได้ มีการจับตัวผู้ต้องหามาสอบสวนเหมือนกัน แต่ก็ผิดตัว

ในเดือนเดียวกัน นายมูฮัมมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีฯ ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ ต่อมาจึงมีการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลชุดหนึ่ง ข้อหา "อุ้ม" นายอัลรูไวลี่ไปเค้นข้อมูล เพราะเชื่อเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการตายของเจ้าหน้าที่การทูตของซาอุดีฯ

กรณี นี้ทำให้ทางการซาอุดีฯไม่พอใจอย่างยิ่ง จนถึงขั้นลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต ออกข้อจำกัดเกี่ยวกับแรงงานไทย ห้ามประชาชนเดินทางมาประเทศไทย และลดระดับความร่วมมือระดับสูงในทุกด้านลงมาอยู่ระดับต่ำสุด

ความ สัมพันธ์ระหว่างไทย- ซาอุดีฯไม่ได้เลวร้ายลงเพียงเพราะคดีฆาตกรรมเท่านั้น แต่ยังเกิดจากกรณีที่คนงานไทย นายเกรียงไกร เตชะโม่ง ที่ไปทำงานในวังของเจ้าชายซาอุดีฯลักลอบโจรกรรมเพชรกลับประเทศอีกด้วย ตำรวจไทยไม่สามารถติดตามเพชรของกลางหลายรายการกลับส่งคืนให้ซาอุดีฯ ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะเพชรบลูไดมอนด์เม็ดใหญ่สุด

หนักหนาสาหัสไปอีก เมื่อของกลางในส่วนที่ติดตามกลับมาได้ ยังมีการเอาไปปลอมแปลงก่อนเอาไปคืนให้ซาอุดีฯอีก

ทั้ง หมดจึงเป็นเรื่องของ "เหตุซ้ำกรรมซัด" ที่สร้างความอึดอัดเจ็บแค้นต่อซาอุดีฯอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งกรณีฆาตกรรมนักการทูต กรณีเพชรซาอุดีฯ และกรณีการอุ้มฆ่า "อัลรูไวลี่" หากถามว่ากรณีใดสำคัญที่สุดที่ทางการไทยต้องรีบคลี่คลายเป็นลำดับแรก เราคงต้องกลับมาพิจารณาถึงลักษณะต้นตอของแต่ละกรณีปัญหา

1.กรณี ฆาตกรรมนักการทูตซาอุดีฯ ลักษณะปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ไทยโดยตรง เพราะเกิดจากต้นตอความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ เป็นความสัมพันธ์ที่เลวร้ายลงระหว่างอิหร่าน-ซาอุดีฯ อันเกิดจากการที่ซาอุดีฯได้เข้าสลายม็อบในช่วงพิธีฮัจญ์เมื่อ ปี 2530 จนทำให้ชาวอิหร่าน (ผู้ก่อม็อบประท้วงรัฐบาลสหรัฐฯ และอิสราเอล) ตายไปกว่า 200 คนและบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดเหตุลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ทูตซาอุดีฯ ไม่เฉพาะในประเทศไทย แต่ยังเกิดขึ้นในอีกหลายๆ ประเภท

2. กรณีลักลอบขโมยเพชรซาอุดีฯ ลักษณะปัญหานี้เกิดจากการกระทำผิดของปัจเจกบุคคล ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นคนไทย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลไทยจะรู้เห็นเป็นใจด้วยในทางกลับกัน การที่เพชรซาอุดีฯถูกลักขโมยอย่างไม่ยากนัก ก็สะท้อนให้เห็นถึงความหละหลวมของระบบการรักษาความปลอดภัยของทางซาอุดีฯเอง ด้วย ฉะนั้น จึงต้องยอมรับสภาพและรับผิดชอบร่วมกัน แต่เจ้าหน้าที่ไทยก็ทำผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยจนได้ เมื่อทางซาอุดีฯจับได้ว่ารายการเพชรบางส่วนที่ส่งคืนเป็นของปลอม

3.คดี อุ้มฆ่าอัลรูไวลี่ กรณีนี้ถือเป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ไทยโดยตรง เพราะแทนที่เราจะเชื่อมโยงการฆาตกรรมนักการทูตซาอุดีฯ กับกรณีความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน-ซาอุดีฯ เรากลับเข้าใจว่าการตายของนักการทูตซาอุดีฯ เกี่ยวพันกับผลประโยชน์ทับซ้อนในเรื่องการจัดส่งแรงงานไทยไปซาอุดีฯ จนนำไปสู่การ"อุ้ม" "อัลรูไวลี่" ไปกักขังไว้และบีบบังคับให้สารภาพผิด แต่ท้ายที่สุดก็นำไปสู่การเสียชีวิตของนักธุรกิจซาอุดีฯ ผู้นี้อย่างเป็นปริศนา

ฉะนั้น กรณีอัลรูไวลี่จึงมีความสำคัญที่สุดเมื่อเทียบกับกรณีอื่นๆ เพราะการที่ไทยไม่สามารถจับคนฆ่าเจ้าหน้าที่ทูตซาอุดีฯ และไม่สามารถนำเพชรของกลางที่ถูกขโมยมาให้ซาอุดีฯได้ทั้งหมดนั้น ถือเป็นความไม่มีประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานฝ่ายที่เกี่ยวข้องของ ไทย แต่การ "อุ้มฆ่า" อัลรูไวลี่ถือเป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ไทยโดยตรงที่ยากจะให้อภัยได้

หากมองจากมุมของซาอุดีฯเอง คดีอัลรูไวลี่ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะ

ประการ แรก อัลรูไวลี่เป็นหนึ่งในสมาชิกของราชวงศ์อัล-สะอุด แห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย พูดง่ายๆ คือเป็นเชื้อพระวงศ์ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญของประเทศ

ประการที่สองคือ ในธรรมเนียมปฏิบัติของระบบชนเผ่าอาหรับนั้น การถูกทำร้ายจนตายของสมาชิกถือเป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องมีการชดใช้ด้วยชีวิต ต่อชีวิต (หรืออาจเจรจาชดเชยเป็นสินไหม) ในอดีตความขัดแย้งส่วนตัวจนถึงระดับที่เอาชีวิตกันระหว่างสมาชิกของ 2 ชนเผ่า อาจเป็นสาเหตุให้เกิดสงครามนองเลือดที่ยื้อเยื้อเลยทีเดียว การตายหรือการหายตัวไปของอัลรูไวลี่จึงกลายเป็นกรณีที่สร้างความเจ็บแค้นต่อ สมาชิกชนเผ่าคนอื่นๆ ที่เขาสังกัดอยู่

ประการสุดท้าย การหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของอัลรูไวลี่ก่อให้เกิดประเด็นยุ่งยากทางหลัก การศาสนาต่อครอบครัวของเขาทันที เพราะการไม่รู้แน่ชัดว่าเขาตายหรือยัง ทำให้การแบ่งมรดกให้หมู่เครือญาติไม่สามารถกระทำได้ นอกจากนั้น หากภรรยาของเขาต้องการแต่งงานใหม่ เธอก็ไม่สามารถทำได้เช่นกันจนกว่าจะถึงเวลาที่กรอบศาสนากำหนด

ฉะนั้น นอกจากครอบครัวของอัลรูไวลี่จะต้องทุกข์ระทมกับการรอคอยข่าวความคืบหน้าของ อัลรูไวลี่แล้ว พวกเขาเหล่านั้นยังต้องเผชิญกับปัญหามากมายในเรื่องกฎหมายมรดกและครอบครัว

ทั้งหมดนี้เกิดจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ไทย

เป็น เวลาเกือบ 20 ปีแล้วที่คดีอัลรูไวลี่ไม่มีความคืบหน้าให้เห็นเป็นรูปธรรม จนกระทั่งต้นเดือนมกราคม 2553 (ก่อนหมดอายุคดีความเพียง 1 เดือน) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI สั่งฟ้อง 5 ผู้ต้องหา อันประกอบไปด้วย พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภาค 5 และพวกอีก 4 คน ในคดีร่วมกันฆ่านายมูฮัมมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีฯ ที่หายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน จนทำให้หลายฝ่ายมองว่า ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ซาอุดีฯ อาจเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี บางฝ่ายมองไกลไปถึงผลประโยชน์ทางธุรกิจที่ไทยจะได้รับจากการจัดส่งแรงงาน ธุรกิจการท่องเที่ยว ฯลฯ   จนดูเหมือนว่าความคืบหน้าในคดีอัลรูไวลี่จะเป็นตัวชี้วัดผลประโยชน์ของไทยที่จะได้จากซาอุดีฯในอนาคต

แต่ แล้วความหวังดังกล่าวก็ดูเหมือนจะไม่สามารถเกิดขึ้นจริงได้ เมื่อมีการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ขึ้นไปเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) ทั้งๆ ที่เป็นผู้ต้องหาคดีอัลรูไวลี่ และคดียังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาในชั้นศาล จนทำให้รัฐบาลซาอุดีฯออกแถลงการณ์แสดงความไม่พอใจกรณีการแต่งตั้งดังกล่าว โดยส่วนหนึ่งของแถลงการณ์อ้างว่า ตามมาตรา 95 ของพ.ร.บ.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ตำรวจคนใดถ้ายังมีคดีความติดตัวไม่เป็นที่สิ้นสุด จะต้องถูกออกจากราชการไว้ก่อน

ความเป็นไปดังกล่าวทำให้หลายฝ่าย ต้องออกมาเตือนรัฐบาลถึงความสัมพันธ์ที่ไทยมีกับซาอุดีฯ ว่าอาจจะเลวร้ายลงจนถึงขั้นต้องตัดความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน จากที่เคยลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยมานาน

ฉะนั้น การตัดสินใจกรณีการเลื่อนตำแหน่งของ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ของรัฐบาลจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีฯ แต่ไม่ว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันจะตัดสินใจอย่างไร ก็ควรพิจารณาถึงผลประโยชน์และภาพลักษณ์กระบวนการยุติธรรมของชาติให้มากๆ

ที่ สำคัญอีกประการคือ ซาอุดีฯไม่ได้มีสถานะเหมือนกับประเทศเล็กประเทศน้อยอื่นๆ เพราะซาอุดีฯเป็นประเทศชั้นนำที่มีอิทธิพลเหนือประเทศมุสลิมอีกกว่า 50 ประเทศ เป็นประเทศผู้ก่อตั้งองค์การการประชุมอิสลาม เป็นพันธมิตรแนบแน่นกับสหรัฐ   เป็นประเทศที่มีน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก   เป็นหนึ่งในประเทศผู้บริจาคที่ใหญ่ที่สุดในโลก   และ เป็นประเทศที่ตั้งของเมืองอันประเสริฐของชาวมุสลิมทั่วโลกถึง 2 แห่ง นั้นคือนครมักก๊ะฮฺและนครมะดีนะฮฺ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ชาวมุสลิมทั่วโลกหวังที่จะได้ไปประกอบพิธีฮัจญ์อย่างน้อย ครั้งหนึ่งในชีวิต รวมถึงมุสลิมในประเทศไทยด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-21 17:36:48


ความเห็นที่ 43 (1390817)

วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2553 เวลา 23:53:41 น.  มติชนออนไลน์


ส.ส.พท.อ้างคนใกล้ชิดอุปทูตบอก รบ.ซาอุฯเตรียมส่งหนังสือ ให้ปิดสถานทูตในไทยชั่วคราวเริ่มสัปดาห์หน้า

ส.ส.พท.อ้างข้อมูลคนใกล้ชิดอุปทูตซาอุฯเผยรัฐบาลซาอุฯเตรียมส่ง หนังสือให้ปิดสถานทูตในไทยชั่วคราวสัปดาห์หน้า ไม่พอใจคดีอุ้มนักธุรกิจ "อัลรูไวลี่" กลุ่ม "จีซีซี" เล็งคว่ำบาตรซ้ำอีกทาง ตามสัตยาบันปกป้องพลเมืองทั้ง 6 ปท. "มาร์ค"ลั่นทำทุกวิถีทางฟื้นสัมพันธ์ 2 ปท. ผบ.ตร.เปิดทางเก้าอี้"สมคิด" แล้วแต่นโยบาย รบ. "ศน."ยันวีซ่าผู้แสวงบุญฮัจญ์ 1.3 หมื่นคนไร้ปัญหา


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยังคงยืนยันผ่านรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ " ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) เมื่อเช้าวันที่ 19 กันยายน ถึงการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (ผบช.ภ.5) ขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) เป็นไปตามมติของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) และกฎของ ก.ตร. และการที่ไม่มีการดำเนินการทางวินัยที่ถูกกล่าวหาหรือเป็นจำเลยคดีการหายตัว ไปของนายมูฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจซาอุดีอาระเบียอยู่ในขณะนี้ เพราะว่าเคยมีการดำเนินการทางวินัยมาก่อนหน้านี้แล้ว หลังจากนั้นมีกฎหมายล้างมลทินออกมาจึงไม่สามารถดำเนินการทางวินัยใดๆ ได้อีก หลังจากนายนาบิล เอช อัชรี อุปทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย ได้แสดงความข้องใจถึงการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด และยังไม่ได้รับคำตอบที่พอใจจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร.


"เรื่องนี้รัฐบาลก็จะต้องพยายามทำความเข้าใจ และบริหารจัดการในการแก้ไขปัญหาต่อไป ขอยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินการทุกวิถีทางต้องการที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์ด้วย ความจริงใจกับทางซาอุฯ ที่ผ่านมาพี่น้องชาวไทยมุสลิมที่ไปแสวงบุญประกอบพิธีฮัจญ์ ก็ได้รับความร่วมมือและมีการประสานงานมาเป็นอย่างดี� นายอภิสิทธิ์กล่าว และยังปฏิเสธภายหลังออกรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" ถึงกรณีมีข่าวว่า ทาง ก.ตร.ส่งบัญชีรายชื่อการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิดกลับมายังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แล้ว"


ด้าน พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวภายหลังเข้าพบนายอภิสิทธิ์ ที่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ถึงการนำโผโยกย้ายนายตำรวจขึ้นทูลเกล้าฯว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสลค.ซึ่งได้ส่งไปแล้ว เมื่อถามว่า รายชื่อของ พล.ต.ท.สมคิด ยังขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. หรือไม่ พล.ต.อ.วิเชียรกล่าวว่า คงอยู่ระหว่างการพิจารณา ส่วนจะพิจารณาใหม่หรือไม่ต้องรอฟังนโยบายซึ่งต้องดูในภาพรวม


ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง กรรมการบริหาร ปชป. แถลงกรณีที่พรรคเพื่อไทย (พท.) วิจารณ์การแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด โดยอ้าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ มาตรา 95 ว่า เป็นการสักแต่ค้านและมั่วข้อกฎหมาย ในฐานะปธะธานกรรมาธิการ (กมธ.) ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงแล้ว รวมถึงนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พท. และแกนนำกลุ่มเสื้อแดง แต่นายจตุพรไม่มา ซึ่งที่ประชุม กมธ.ตำรวจมีมติไม่ติดใจในเรื่องดังกล่าว เพราะถือว่าแต่งตั้งชอบด้วยกฎหมาย


นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช โฆษกประจำตัวหัวหน้า ปชป. แถลงว่า กรณี พท.และอดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทย เช่น นายพิเชษฐ์ สถิรชวาล ออกมาวิจารณ์การแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด ว่า นายพิเชษฐ์พยายามใช้บทบาทในฐานะคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยมาเคลื่อน ไหว เช่น ยกเรื่องการระงับวีซ่าของจุฬาราชมนตรี และพี่น้องชาวไทยมุสลิมที่จะไปประกอบพิธีฮัจญ์หรือการอ้างคำพูดของอุปทูตซา อุฯ ซึ่งไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ ฉะนั้นถือว่าเป็นการเอาการเมืองมาแอบแฝง อยากให้พท.ยุติการเคลื่อนไหวทั้งหมด และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดย ตรงและอยู่ในฐานะตัวแทนรัฐบาลไทย


ด้านนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หากนายอภิสิทธิ์ ยังคงดื้อดึงที่จะแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิดเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.อยู่ นายอภิสิทธิ์และรัฐบาลชุดนี้จะต้องพบกับความเสียใจ เนื่องจากตนรับทราบข้อมูลมาจากคนใกล้ชิดของอุปทูตซาอุฯได้ยืนยันว่าทาง อุปทูตซาอุฯได้ส่งรายงานเรื่องดังกล่าวกลับไปยังรัฐบาลซาอุฯแล้ว และคาดว่ารัฐบาลซาอุฯจะส่งหนังสือคำสั่งกลับมายังอุปทูตฯให้ทำการปิดสถานทูต ประจำประเทศไทยภายในสัปดาห์หน้า


นายประชากล่าวว่า นอกจากนี้ กลุ่มประเทศความร่วมมือในอ่าวเปอร์เซีย หรือจีซีซี ที่ประกอบด้วย บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นั้น จะดำเนินการคว่ำบาตรประเทศไทย ให้เป็นไปตามสัตยาบันที่ได้ทำร่วมกันไว้ เนื่องจากเกรงว่าหากไม่มีการแก้ไขปัญหาหรือป้องกันพลเมืองของประเทศทั้ง 6 ก็อาจจะมีเหตุซ้ำรอยนายมูฮัมหมัด อัลรูไวลี่ได้อีก


"คนใกล้ชิดอุปทูตซาอุฯ ระบุว่า ทางการซาอุฯจะแสดงถึงความไม่พอใจทางการไทย ผ่านการสั่งปิดสถานทูตประจำประเทศไทยชั่วคราว เพื่อลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตให้เป็นไปในลักษณะเดียวกันกับที่ทางการ ไทยเคยสั่งปิดสถานทูตไทยประจำกัมพูชา หลังไม่พอใจที่รัฐบาลกัมพูชาแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา" นายประชากล่าว


ขณะที่นายกฤษญพงศ์ ศิริ รองอธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) กล่าวว่า กรณีการเรียกคืนวีซ่าของผู้แสวงบุญที่จะไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ นครเมกกะ ประเทศซาอุฯ เดือนตุลาคมนั้น ยืนยันว่าไม่มีปัญหาการถูกปฏิเสธการออกวีซ่าแต่อย่างใด ผู้แสวงบุญจำนวน 392 คน ที่กรอกข้อมูลการทำวีซ่าผิด และสถานทูตได้ขอคืนนั้นในวันจันทร์ที่ 20 กันยายน ผู้แสวงบุญทั้งหมดจะได้วีซ่าแน่นอน หลังจากนี้จะทยอยส่งหนังสือเดินทางให้สถานทูตออกวีซ่าให้วันละ 1,000 เล่ม จนกว่าจะครบ 13,000 คน


"ส่วนแนวโน้มว่าผู้แสวงบุญ 13,000 คนอาจจะถูกตรวจสอบเข้มงวดมากขึ้นนั้น คงไม่ใช่ เพราะที่ผ่านมาแม้มีความขัดแย้งระหว่างไทยกับซาอุฯทางคดี แต่ก็ไม่เคยกระทบการไปประกอบพิธีฮัจญ์ หากผู้แสวงบุญรายใดสงสัยหรือมีปัญหาอะไรให้สอบถามตรงมายัง ศน.ทางเบอร์โทรศัพท์ 0-2422-8495-96 อย่าหลงเชื่อข่าวลือหรือกล่าวคำบอกเล่าจากบุคคลใด เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดและเกิดความสับสน" รองอธิบดี ศน.ระบ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-20 06:44:14


ความเห็นที่ 42 (1390770)

  จำนวนคนอ่านล่าสุด 545 คน

  วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7234 ข่าวสดรายวัน
ทูลเกล้าฯนายพลตร.-"ศรีวราห์"ภ.1


เมื่อ วันที่ 18 ก.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ทูลเกล้าฯรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายนายตํารวจระดับพล.ต.อ.และพล.ต.ท.ไปแล้ว ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งกรณีที่มีผู้ร้องเรียนการแต่งตั้งพล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล เป็นผบช.ภาค 1 นั้น ผบ.ตร.ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ไม่ได้มีปัญหาตามที่ถูกร้องเรียนแต่อย่างใด ส่วนพล.ต.ท. สมคิด บุญถนอม ที่ได้เลื่อนตำแหน่งจากผบช.ภาค 5 ขึ้นเป็นผู้ช่วยผบ.ตร. แล้วทางการซาอุดีอาระเบียประท้วงนั้น เนื่องจากนายกรัฐมนตรี และรองนายกฯ ในฐานะประธานก.ตร. ไม่ได้เปลี่ยนแปลงนโยบายใดๆ จึงนำรายชื่อทูลเกล้าฯตามขั้นตอนไปยังสํานักนายกฯ

รายงานข่าวแจ้งว่า กรณีของพล.ต.ต.ศรีวราห์ที่ถูกร้องเรียนว่าอายุราชการไม่ครบเกณฑ์นั้น ทางแม่ทัพภาค 4 ยืนยันกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า พล.ต.ต.ศรีวราห์ได้รับวันทวีคูณเพราะปฏิบัติราชการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จริง ดังนั้นจึงถือว่าพล.ต.ต.ศรีวราห์มีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วนตามระเบียบ จึงทูลเกล้าฯรายชื่อเป็นผบช.ภาค 1 ตามที่ก.ตร. พิจารณาแต่งตั้ง ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายระดับผบก.-รองผบก. จะเริ่มดําเนินการในวันที่ 1 ต.ค
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-19 13:39:01


ความเห็นที่ 41 (1390733)


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯเดินออกจากบ้านพิษณุโลก ภายหลังหารือและทำความเข้าใจกับนายนาบีล อัซรี อุปทูตซาอุดิอาระเบียประจำประเทศไทยถึงการแต่งดั้งพล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ วันที่ 18 ก.ย.

วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2553 เวลา 12:34:05 น.  มติชนออนไลน์


"มาร์ค"พบทูตซาอุฯถกปมตั้ง"สมคิด" เผยเห็นตรงกันอยากให้สัมพันธ์ 2 ชาติเดินหน้าด้วยดี ร่วมแก้ปัญหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.15 น. วันที่ 18 กันยายนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ และนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมายังบ้านพิษณุโลก เพื่อพบกับนายนาบิล เอช. อัชรี อุปทูตซาอุดิอาระเบีย ประจำประเทศไทย โดยหารือถึงปัญหาการแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ. 5 เป็น ผช.ผบ.ตร. เนื่องจากพล.ต.ท.สมคิด เป็นผู้ต้องหาคดีการหายตัวไปของนายมูฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย ซึ่งอาจส่งผลกระทบความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ซาอุฯ ทั้งนี้การหารือดังกล่าวใช้เวลาประมาณ 45 นาที

 

ต่อมา เมื่อเวลา 10.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า การทำความเข้าใจโดยอาศัยเพียงเอกสารที่เป็นทางการใช้เวลาพอสมควร เพราะต้องมีการแปลและมีเรื่องเทคนิคทางกฎหมายมาก ตนจีงเชิญอุปทูตซาอุฯมาพูดคุยกัน ซึ่งมีความเห็นตรงกันที่ต้องการให้ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศเดินหน้าไปได้ด้วยดี จึงจะร่วมกันทำงาน โดยปมปัญหาใดที่ยังมีความไม่เข้าใจกันก็จะมาดูแลอยู่แล้ว เพราะเป็นความตั้งใจของรัฐบาล

 

เมื่อถามว่า ได้มสอบถามถึงข่าวที่ซาอุฯเตรียมลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยด้วยการ จะปิดสถานเอกอัครราชทูตซาอุฯประจำประเทศไทยด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ได้เจาะจงอย่างนั้น เพราะเขาอยู่ในช่วงของการรายงานกลับไปยังประเทศของเขา ก็มาทำความเข้าใจในเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ตนได้อธิบายถึงเรื่องพ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมิ นทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ. 2550 ด้วย แต่ต้องยอมรับว่าการทำความเข้าใจและการเกี่ยวพันกับกฎหมายฉบับอื่นๆมีความ ซับซ้อนพอสมควร ซึ่งตนได้อธิบายกับเขาให้รับทราบ เพราะบางครั้งดูเหมือนเขายังมีข้อมูลไม่ครบถ้วนทั้งหมด

 

ส่วนซาอุฯเข้าใจในสิ่งที่ได้อธิบายหรือ ไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ และต้องทำงานด้วยกันต่อไป อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าทุกคนในสังคมช่วยกันได้ด้วยการเปิดโอกาสให้คนทำงานได้สร้างบรรยากาศ และแก้ปัญหาไปในทางที่ดี เพราะผลประโยชน์ของประเทศคือเรื่องของความสัมพันธ์ ขณะเดียวกัน ปัญหาบางเรื่อง เช่น การแต่งตั้งโยกย้ายที่เป็นเรื่องข้อกฎหมายนั้นก็ว่ากันไป เพราะฉะนั้นอย่าพยายามที่จะทำให้เกิดความสับสน และถ้าทุกคนช่วยกันทำให้เราไปสู่การฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ดี ก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-18 19:13:46


ความเห็นที่ 40 (1390727)

ปัดตั้ง"สมคิด"เพราะมีหมัดเด็ดพิชิต"แม้ว"

"เทพไท" ออกตัวปัดตั้ง "สมคิด" เพราะมีหลักฐานเด็ด คดียุบ ไทยรักไทย-พลังประชาชน

วันนี้ (18 ก.ย.) นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายกุเทพ ใสกระจ่าง คนบ้านเลขที่ 109 วิจารณ์ถึงการตั้งพล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ขึ้นเป็น ผช.ผบ.ตร.ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญ เพราะเป็นคนเก็บพยานหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับการยุบพรรคไทยรักไทยและพรรคพลัง ประชาชน ว่า กรณีนี้ไม่เป็นความจริง เพราะ พล.ต.ท.สมคิด ไม่ใช่คนสำคัญในคดีดังกล่าว เนื่องจากพยานหลักฐานทั้งหมดอยู่ในสำนวนคำร้องและคำพิพากษาของศาลรัฐ ญธรรมนูญทั้งสิ้น หากจะพาดพิงหรือขอดูพยานหลักฐานก็ไปดูได้ที่ศาลรัฐธรรมนูญ  ดังนั้นการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงข้อเท็จจริงในการตอบกระทู้สดในสภามาแล้ว เป็นที่เข้าใจของทุกคน เว้นแต่บางคนที่พยายามไม่เข้าใขจและนำมาบิดเบือนข้อเท็จจริงและพยายามโยง เรื่องนี้ให้เป็นประเด็นการเมืองให้ได้  

นายเทพไท กล่าวต่อว่า เช่นเดียวกับกรณีที่นายพิเชษ สถิรชวาล กรรการกลางอิสลามแหงประเทศไทย ที่ได้โยงเรื่องการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด กับประเด็นทางศาสนาอิสลาม โดยก่อให้เกิดความแตกแยกระหว่างคนในชาติและความสัมพันธระหว่างประเทศของไทย กับซาอุดิอาระเบีย ซึ่งการเคลื่อนไหวดังกล่าว เชื่อว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่จะเอาคืนทางการเมือง จากกรณีที่รัฐบาลสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อุ้มฆ่าพี่น้องชาวไทยมุสลิมใน 3 จังหวัดภาคใต้ ทั้งกรณีตากใบและกรือเซะ จึงหวังที่จะสร้างความไม่พอใจในหมู่พี่น้องชาวไทยมุสลิมต่อรัฐบาลชุดนี้พ่วง ไปด้วย  

ทั้งนี้อยากวิงวอนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการกระทำการใด ๆ ที่สุ่มเสี่ยงให้เกิดความแตกแยก โดยใช้ศาสนาและประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาเป็นเครื่องมือ รัฐบาลชุดนี้ได้ตระหนักในปัญหาที่เกิดขึ้นและพยายามแก้ไขโดยให้ รมว.ต่างประเทศเชิญอุปทูตซาอุฯ เข้าพบนายกฯ เพื่อที่จะพูดคุยและร่วมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกันแล้ว ยืนยันว่ารัฐบาลจะยึดถือและคำนึงถึงความถูกต้องตลอดจนหลักกฏหมายของชาติบ้าน เมืองเป็นสำคัญ.

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-18 17:56:00


ความเห็นที่ 39 (1390694)

วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2553 เวลา 22:44:15 น.  มติชนออนไลน์


ศน.ยันซาอุฯออกวีซ่าไปฮัจญ์1.3หมื่นคน คืน300รายเหตุเขียนรหัสผิด "มาร์ค"ตอบกระทู้อ้างตั้ง"สมคิด"ตามระเบียบ

 

พท.กระทู้สดจี้"มาร์ค"ตั้ง"สมคิด"
นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (พท.) ตั้งกระทู้ถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ถึงการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (ผบช.ภ.5) ซึ่งตกเป็นจำเลยในคดีการหายตัวไปของนายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย ขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระกระทู้ถามสด เมื่อวันที่ 17 กันยายน หลังจากนายนาบิล เอช. อัชรี อุปทูตซาอุฯประจำประเทศไทย ยังคงติดใจกรณีการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด และแสดงความผิดหวังต่อคำชี้แจงของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่ผ่านมา ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหากระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ซาอุดีอาระเบีย


นายประชากล่าวว่า ความวิตกกังวลของซาอุฯอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพราะใกล้ถึงเทศกาลฮัจญ์ในเดือนตุลาคม อาจส่งผลกระทบต่อพี่น้องไทยมุสลิมกว่า 10 ล้านคน และส่งผลกระทบต่อประชาชนไทย อาจจะลามต่อไปยังสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาจกระทบโควต้าไปฮัจญ์ที่ปีหนึ่งๆ ไทยได้ 13,000 คน และมีการเพิ่มโควต้าให้อีก 5,000 คน ขณะที่ความต้องการพี่น้องมุสลิมต่อปีอยู่ที่ 20,000 คน


อ้างลางบอกเหตุ"จุฬาฯ"ไม่ได้วีซ่า
"แต่ล่าสุดเกิดปรากฏการณ์ที่นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ไปขอวีซ่าแล้วได้รับการปฏิเสธ จุฬาราชมนตรีถือว่าเทียบเท่าสมเด็จพระสังฆราชฯ เป็นประมุขสูงสุดของชาวมุสลิม ตรงนี้เป็นผลกระทบและลางบอกเหตุให้เห็น และอาจลามไปถึงการย้ายสถานทูตที่ตั้งในไทยไปตั้งประเทศอื่น" นายประชากล่าว และว่า การตั้ง พล.ต.ท.สมคิดมีเหตุผลอะไร หรือมีผลประโยชน์ต่างตอบแทนที่เราทราบกันดีว่าเป็นผลพวงจากที่นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชนถูกดำเนินคดีโดย พล.ต.ท.สมคิด จน กกต.ให้ใบแดงหรือไม่


นายประชากล่าวว่า ขอถามว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ นายกฯมีแนวทางรองรับอย่างไร จะเอาสถานะประเทศและพี่น้องมุสลิมกว่า 10 ล้านคน ไปแลกความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ลดน้อยลงๆ เรากำลังชักศึกเข้าบ้าน เหมือนกรณีนายวิคเตอร์ บูท ผู้ต้องหาค้าอาวุธ นายกฯจะเลือกความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับเลือกอุ้ม พล.ต.ท.สมคิดที่ถูกฟ้องคดีอาญาร่วมกันฆ่าผู้อื่น หรือเลือกคำนึงถึงประโยชน์คนในชาติและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ


"มาร์ค"แย้มยังไม่รับมติโผก.ตร.
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ชี้แจงว่า กรณีนี้เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการรักษาระบบความถูกต้อง ความเป็นธรรมทางกฎหมายสำหรับบุคคล ถ้าอ่านแถลงการณ์ของอุปทูตซาอุฯ จะระบุว่านับตั้งแต่รัฐบาลนี้มาทำงาน ความสัมพันธ์เพิ่มขึ้นมาเป็นลำดับ จากที่ก่อนหน้านี้ซาอุฯห่วงมากเรื่องคดีหมดอายุความ โดยรัฐบาลกำชับการทำงานดีเอสไอในเรื่องอายุความ จนนำมาสู่การส่งฟ้องในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2552 นี่คือการให้ความเป็นธรรมที่เกิดขึ้น ส่วนการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิดนั้นเป็นมติของ ก.ตร. เนื่องจากอยู่ในข่ายลำดับอาวุโส ตามระเบียนของ ก.ตร. และที่สำคัญก่อนหน้านี้ศาลปกครองมีคำวินิจฉัยหากไม่มีการแต่งตั้งข้าราชการ ตามลำดับอาวุโส เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง


"ยืนยันว่าขณะนี้เรื่องดังกล่าวผมยังไม่รับมติ เพราะล่าสุดมีผู้ทำหนังสือร้องเรียนบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้ง ขณะนี้ ก.ตร.อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ทั้งนี้ ก.ตร.ได้ทำเรื่องชี้แจงประเด็นดังกล่าวมายังตนว่าไม่สามารถพักราชการหรือ ดำเนินการทางวินัยได้ เพราะเรื่องได้ดำเนินการแล้วเมื่อ 10 ปีก่อน จากนั้นมีกฎหมายล้างมลทินบุคคลที่เคยถูกดำเนินคดีทางวินัย ทำให้ ก.ตร.ไม่สามารถตั้งคณะกรรมการสอบสวนได้ พล.ต.ท.สมคิดจึงไม่เข้าข่ายถูกพักราชการเพื่อรอผลสอบสวน"นายกฯระบุ


แจง"อาศิส"ถอนวีซ่าก่อนตั้ง"สมคิด"
"จึงไม่มีประเด็นที่จะต้องเลือกระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับ ตัวบุคคล ส่วนที่ระบุจุฬาราชมนตรีไม่ได้วีซ่านั้นเป็นความจริง แต่เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ท่านจุฬาฯได้พบผมและบอกผมว่าท่านยกเลิกขอถอนเรื่องออกไปก่อนที่ ก.ตร.จะมีมติตั้ง พล.ต.ท.สมคิด เรื่องการดูแลพี่น้องมุสลิมไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ประเทศมุสลิมด้วยกัน จะอำนวยความสะดวกให้อยู่แล้ว ไม่ใช้เรื่องต่างตอบแทนอะไร ผมจะไม่พูดว่าท่านไปเคียดแค้น พล.ต.ท.สมคิด"


"ประชา"อ้างข่าว"โอไอซี"ขู่คว่ำบาตร
ด้านนายประชาตั้งคำถามอีกว่า แล้วทำไมถึงไม่พิจารณาตั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร. เพราะมีความอาวุโส หรือรัฐบาลนี้มองเพียงว่ามีความเกี่ยวดองกับนักการเมืองที่เป็นอดีตนายกฯ ซึ่งการแต่งตั้งตามลำดับอาวุโสนั้นตามจริงก็สามารถยกเลิกได้ โดยยึดตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และเมื่อคืนวันที่ 16 กันยายน สถานีโทรทัศน์ออกข่าวว่ากลุ่มประเทศโอไอซีกว่า 50 ประเทศ จะคว่ำบาตรประเทศไทย จะเกิดอะไรขึ้นกับความสัมพันธ์กลุ่มประเทศอาหรับ นายกฯหมดวาระไป แต่ปัญหายังคาราคาซังคนไทยทั้งประเทศ ทำไมไม่รอให้ผลคดีเป็นที่สุดก่อน ต่างตอบแทนอะไร คดีสิ้นสุดแล้วจะตั้งเป็น ผบ.ตร.ยังได้


"วันนี้เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น นายกฯได้ออกมายืนยันและแสดงวิสัยทัศน์ว่า จะขอเป็นนายกฯสมัยที่สองแล้วจะวางมือ ถ้าอุ้ม พล.ต.ท.สมสมคิดอยู่อย่างนี้ แล้วจะได้เป็นนายกฯอีกสมัยอย่างไร เอาอะไรมามั่นใจว่าต่อไปสถานทูตซาอุฯจะไม่บอยคอต" นายประชากล่าว

 

"มาร์ค"ย้อนปม"ตากใบ-กรือเซะ"
นายอภิสิทธิ์กล่าวชี้แจงว่า ตนเชื่อคำพูดของจุฬาราชมนตรี คิดว่าพูดตรงไปตรงมากับตน มีการพูดคุยตรงไปตรงมาหลายเรื่องในเรื่องความห่วงใยบ้านเมือง ในเรื่องอาวุโสที่ประชุม ก.ตร.วันนั้น สรุปอาวุโสสูงสุด คือ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รอง ผบ.ตร. ดังนั้น เป็นไปตามกระบวนการ ซาอุฯกังวลเรื่องนี้ตนไม่ปฏิเสธ แต่ที่ซาอุฯเขียนชัดคือ เนื่องจากความสัมพันธ์ดีขึ้น แต่ไม่อยากให้มีปัญหาเพราะเรื่องนี้ จึงไม่ใช่เรื่องความสัมพันธ์เสื่อมลง และรัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นในที่ประชุมโอไอซีย้อนไปสมัยกรือเซะ ตากใบ หรือฆ่าตัดตอนในภาคใต้ ได้มีความพยายามทำความเข้าใจและเกิดความเข้าใจในข้อเท็จจริงมากขึ้น แม้จะมีประเด็นความไม่เข้าใจ


"ที่บอกว่าผมประกาศว่าจะเป็นนายกฯสมัยที่สอง วันนั้นมีนักการเมืองเสรีประชาธิปไตยมาเยี่ยมที่พรรค ถามผมว่าจะเป็นนายกฯไปอีกนานเท่าไหร่ ผมตอบว่าวาระยังเหลืออยู่ ตอบถ้าครบวาระก็มีการเลือกตั้ง แล้วผมเป็นหัวหน้าพรรคก็เป็นนายกฯได้อีกสมัย เพราะวาระหัวหน้าพรรคเหลืออีก 2 ปี ไม่ต้องใช้ความคิดเลย" นายกฯกล่าว


อ้อนช่วยกันห่วงซ้ำเติมสถานกาณ์
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า วันนี้ได้ทำรายงานชี้แจงไปทั้งหมด และอยากเชิญทุกฝ่ายมาช่วยกัน เพราะเรื่องนี้มีความละเอียดอ่อน ต้องมาช่วยกันดูแลไม่ให้กระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เมื่อกระทบสัมพันธ์ก็กระทบประชาชน จะชี้แจงต่อไปว่า เรื่องโยกย้ายแต่งตั้งจะไม่กระทบกระเทือนเรื่องคดีความและระบบความเป็นธรรม ที่ศาลจะอำนวยให้ นี่คือสิ่งที่ประชาชนคนไทยต้องมาช่วยกันชี้แจง รัฐบาลต้องดูแลเรื่องกฎหมายความเป็นธรรมให้อยู่ในความพอดี และขอให้ระวังเรื่องการรับข่าวสารด้วย เพราะถ้าไปขยายจะเป็นการซ้ำเติมสถานกาณ์


พท.ซัดรบ.อุ้ม"สมคิด"เคยช่วยปชป.
ที่พรรคเพื่อไทย ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง อดีตโฆษก พท. แถลงว่า คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล (คตร.) ตั้งข้อสังเกตกรณีที่รัฐบาลแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิดและพยายามปกป้อง แม้ว่าอุปทูตซาอุฯพยายามทักท้วงว่าเพราะอะไรรัฐบาลจึงดึงดันอุ้มคนคนเดียว โดยเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติไปแลก ก็ได้ข้อสรุปว่าก่อนหน้านี้มีการเก็บหลักฐานในการยุบพรรคไทยรักไทยและพรรค พลังประชาชน จึงสงสัยว่าเพราะได้เอื้อประโยชน์ให้รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์แบบถึงพริกถึง ขิงหรือไม่ จึงทำให้รัฐบาลต้องดึงดันอุ้มจนไม่สนใจประโยชน์ของประชาชน ทั้งๆ ที่กรณีนี้กำลังจะสร้างปัญหาระหว่างประเทศขึ้น


ศน.ยันซาอุฯออกวีซ่าผู้ไปฮัจญ์
วันเดียวกัน นายสด แดงเอียด อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) ให้สัมภาษณ์กรณีมีผู้ระบุว่าสถานทูตซาอุฯไม่ยอมออกวีซ่าให้กับผู้แสวงบุญฮัจ ญ์ 300 คน ว่าไม่เป็นความจริง เรื่องบุญไม่เกี่ยวกับการเมือง อย่างไรก็ตามข่าวที่ออกมาอาจเป็นเพราะเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา สถานทูตได้ขอคืนวีซ่าผู้แสวงบุญ 300 คน เพราะมีข้อผิดพลาดจากการเขียนรหัสผิด ดังนั้น สถานทูตจึงต้องนำกลับมาแก้ใหม่เท่านั้น ฉะนั้น ที่บอกว่าสถานทูตซาอุฯไม่ออกวีซ่าให้ผู้แสวงบุญคนไทย ขอให้เลิกพูดกันไปได้เลย


นายกฤษญพงศ์ ศิริ รองอธิบดี ศน. กล่าวว่า ไทยรับโควต้าผู้แสวงบุญ 13,000 คน ซึ่งผู้ประกอบกิจการฮัจญ์จะรวบรวมหนังสือเดินทางของผู้แสวงบุญส่งให้ ศน.เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง โดยเมื่อวันที่ 16 กันยายน ศน.ได้ส่งหนังสือเดินทางล็อตแรก 300 เล่ม ไปยังสถานทูต หลังจากนี้จะทยอยส่งหนังสือเดินทางให้สถานทูตออกวีซ่าให้วันละ 1,000 เล่ม เพื่อป้องกันปัญหาการออกวีซ่าล่าช้า เนื่องจากต้องเดินทางวันที่ 10 ตุลาคมนี้

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-18 07:55:05


ความเห็นที่ 38 (1390565)


เผชิญหน้า"เทือก" ทูตซาอุบี้ ยืนยันชัด"ไม่พอใจ"


ซักแหลกที่ประชุมกมธ. "สุเทพ"พัลวัน-โยนก.ตร. สส.หวั่นกระทบไปฮัจญ์ "องค์กรมุสลิม"นัดหารือ


เครียด - นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ นั่งเครียด ระหว่างนายนาบิล ฮุสเซน อัชรี อุปทูตซาอุดีอาระเบีย เข้าชี้แจงกมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน กรณีไทยแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม เป็นผู้ช่วยผบ.ตร.

"สุ เทพ"เครียดเผชิญ หน้าอุปทูตซาอุฯ กลาง วงประชุมกมธ.กฎหมาย หลังประธานเชิญมา ชี้แจงข้อมูลตั้ง "สมคิด บุญถนอม"ทูตซาอุฯ ซักหนักถึงประเด็นการแต่งตั้ง รับแปลกใจที่ตั้งคนมีคดีติดตัวอยู่ในศาลขณะที่ สุเทพอธิบายเป็นข้อๆ ถึงการดำเนินคดี ยกฟ้อง การทำขั้นตอนกฎหมาย และสุดท้ายอ้างตำแหน่ง ผู้ช่วยผบ.ตร.ไม่มีอำนาจอะไรจะมาแทรกแซงคดีได้ ทูตซาอุฯ เผยผิดหวังกับการชี้แจงของฝ่ายไทย แถมเน้นเรื่องกฎหมายเป็นหลัก ถ้าเช่นนั้นต่อไปจะให้แต่ทีมกฎหมายมาคุยเท่านั้น ไม่ต้องให้ระดับทูตมาแล้ว "สุทัศน์ เงินหมื่น กมธ. สายปชป. รับซาอุฯ มีสิทธิ์ตามเรื่องนี้และไม่ใช่การแทรกแซงกิจการภายใน เพราะหากไทยโดนแบบนี้บ้างก็คงไม่ยอมเหมือนกัน เทือกเลี่ยง ตอบเหตุไม่ย้ายสมคิดมาช่วยราชการสำนักนายกฯ อ้างต้องทำตามขั้นตอน "นัจมุดดีน-อารีเพ็ญ" ส.ส.ใต้ พรรคมาตุภูมิ หวั่นกระทบไทยหนัก เพราะซาอุฯถือเป็นพี่ใหญ่ของตะวันออก กลาง จะเจอปัญหาวีซ่าทำพิธีฮัจญ์ หรือนำเข้าน้ำมัน

ความคืบหน้าปัญหาการแต่งตั้งพล.ต.ท. สมคิด บุญถนอม จากผบช.ภาค5 ขึ้นเป็นผู้ช่วยผบ.ตร. ทำให้ทางการซาอุดีอาระเบีย ส่งหนังสือคัดค้านและประท้วง เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่ห้อง 220 อาคารัฐสภา 2 คณะกรรมาธิการการกฎ หมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร มีนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทร ปราการ พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน ประชุมเพื่อพิจารณากรณีปัญหารัฐบาลซาอุดีอาระเบีย มีความสงสัยในการแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด บุญ ถนอม ผบช.ภาค5 ผู้ต้องหาคดีการหายตัวไปของนายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุฯ ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.

โดยเชิญนายนาบิล เอช อัชรี อุปทูตซาอุดี อาระเบีย ประจำประเทศไทย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรม การข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) พล.ต.ท.อาจินต์ โชติวงศ์ ผบช.ก.ตร. ผู้ได้รับมอบหมายจาก ผบ.ตร.และผบ.กำลังพล รวมถึงผู้บังคับการกองคดีอาญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) นายอิศร ปกมนตรี เอกอัครราชทูต ประจำกระทรวงการต่างประเทศ ผู้ได้รับมอบหมายจาก รมว.ต่างประเทศ เข้าชี้แจง ซึ่งมีนายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคมาตุภูมิ และพ.ต.อ.สนธยา แสงเภา ส.ว.สรรหา เข้าร่วมรับฟังด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเข้าสู่การซักถามของกรรมาธิการ นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.สัดส่วน กรรมาธิการจากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในฐานะอดีตรมช.มหาดไทย อดีตรมว.ยุติธรรม พยายามติดตามเร่งรัดคดีดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง แต่ความล่าช้ามาจากเหตุผลหลายประการ ส่วนตัวเห็นว่าอุปทูตซาอุฯ และทางประเทศซาอุฯ มีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะติดตามคดีนี้ ถึงแม้หลายคนจะท้วงติงว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภาย ในและกระบวนการยุติธรรมของไทย แต่ส่วนตัวไม่เห็นเช่นนั้น เพราะภาครัฐก็ต้องตอบคำถามคาใจของฝ่ายซาอุฯ ให้ได้

"หากเอาใจเขาไป ใส่ใจเรา หากเป็นเราบ้างก็คงไม่สบายใจเช่นกัน ที่มีผู้ต้องหาในคดีสังหารบุคคลสำคัญของประเทศได้รับการเลื่อนตำแหน่งสูง ขึ้น และผลกระทบนี้ไม่ใช่แค่กับคนใดคนหนึ่งหรือความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาล แต่กระ ทบถึงคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะพี่น้องมุสลิม ดังนั้นจึงขอให้อุปทูตซาอุฯ ได้ซักถามกับนาย สุเทพ รวมถึงเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงทั้งหมดด้วยตัวเอง เพื่อให้หมดข้อสงสัย" นายสุทัศน์ กล่าว

จากนั้นนายประชาซักถามถึงหลักเกณฑ์การพิจารณาแต่งตั้งนายตำรวจ ไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น ว่ามีการบังคับใช้พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ มาตรา 95 เช่นเดียวกับ พล.ต.ท.สมคิด หรือไม่ และยังมีนายตำรวจที่ถูกดำเนินคดีทางอาญาหรือลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง ได้รับแต่งตั้งสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นหรือไม่ แล้วก.ตร.ใช้หลักคิดอะไรถึงนำ พ.ร.บ.ล้างมลทิน มาใช้บังคับกับพล.ต.ท.สมคิด ที่ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ รื้อฟื้นคดีและสั่งฟ้องคดีจนเข้าสู่การพิจารณาของศาล

พล.ต.ท.อาจินต์ ชี้แจงว่า เรายังมีรัฐธรรมนูญบังคับใช้อยู่ หลักของรัฐธรรมนูญชัดเจนว่าคนที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ก็ต้องสันนิษ ฐานเอาไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่มีความผิด และผู้ต้องหาในคดีอาญาก็มีหลายกรณีมีทั้งการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ดังนั้นจึงยังตอบให้ชัดเจนไปเลยไม่ได้ว่ากรณี พล.ต.ท.สมคิด เป็นอย่างไร ต้องดูองค์ประกอบส่วนอื่นประกอบด้วย

จากนั้นอุปทูตซาอุฯ ได้กล่าวว่า เรื่องนี้เป็น การปรึกษาหารือและเป็นเรื่องใหญ่ อยากให้การพูดคุยเป็นการเจรจาหารือระหว่างสองประเทศ จึงไม่อยากให้มีสื่อมวลชนร่วมรับฟัง ทั้งนี้ ซาอุฯ ไม่ต้องการแทรกแซงกระบวนการระหว่างประ เทศ แต่เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องใหญ่ ส่วนตัวไม่รู้จักกับพล.ต.ท.สมคิด เป็นการส่วนตัว ยืนยันว่าไม่ต้องการแทรกแซงกิจการภายในและกระบวนการยุติธรรมของไทย แต่ยังคงมีความเชื่อว่าผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับปัญหาทั้ง หลาย

"ผมก็มีเพื่อนเป็นคนไทยมากมาย การทำหน้าที่ก็ต้องแยกแยะ เพราะมาในฐานะตัวแทนราชอาณาจักรซาอุฯ มีหน้าที่ต้องปกป้องผลประโยชน์และประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับคน ซาอุฯ ผมติดตามเรื่องดังกล่าวตลอดเวลา ได้มีโอกาสพูดคุยกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย แต่จนถึงบัดนี้ยังไม่เคยได้รับการชี้แจงจากทางการไทย ถึงการแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด ให้ได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้น" อุปทูตซาอุฯ กล่าว

นาย ประชาให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ว่า อุปทูตซาอุฯ ยังคงยืนยันในข้อกังวลและข้อสงสัยถึงการแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด ทั้งที่ถูกดำเนิน คดีอาญาว่าทำไมต้องแต่งตั้งคนๆ นี้ด้วย ทำไมทางการไทยถึงไปหยิบยกพ.ร.บ.ล้างมลทิน ขึ้นมาใช้กับกรณีนี้ ซึ่งนายสุเทพ ชี้แจงว่าเมื่อมี พ.ร.บ.ล้างมลทิน ขึ้นมาก็หมดประเด็นที่จะดำ เนินการทางวินัยแล้ว ส่วนกระบวนการของศาลไม่มีใครแทรกแซงได้

นาย ประชา กล่าวอีกว่า ขณะที่นายสุทัศน์ ให้ความมั่นใจว่าหากทางซาอุฯ มีหลักฐานชัด เจนว่ามีการข่มขู่พยานหรือแทรกแซงกระบวน การยุติธรรม ก็ขอให้ร้องเพิกถอนประกันพล.ต.ท. สมคิดได้ แต่นายสุเทพ กับนายสุทัศน์จะให้การยืนยันอย่างไร ทางอุปทูตซาอุฯ ก็ยังมีความสงสัยอยู่ เขาไม่ได้ติดใจในอำนาจศาล แต่เขายืนยันว่าคดีดังกล่าวมีผลต่อความสัมพันธ์ และการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ซึ่งเขายังหวัง ว่ารัฐบาลไทยจะนำความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศกลับมาดีเหมือนเดิม

นาย ประชา กล่าวว่า ช่วงปลายเดือน ต.ค. นี้ จะมีพี่น้องชาวมุสลิมประมาณ 5 พันคน เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ที่ประเทศซาอุฯ ซึ่งเราเป็นห่วงต่อกระแสข่าวที่เกิดขึ้น แต่ทางอุปทูตฯ ให้คำยืนยันว่าไม่คิดแทรกแซง แต่เขายังคาใจที่พี่น้องของเขาถูกฆ่าตายอย่างทารุณกรรม โหด***ม ซึ่งเขายังพูดอีกว่า ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจแก้ปัญหาและเคลียร์เรื่องนี้ได้ ความสัมพันธ์ก็จะกลับมาดีดังเดิม ทั้งนี้ นายสุเทพแจ้งให้ทราบว่าจะส่งเอกสารกระบวนการขั้นตอนแต่งตั้ง กฎ หมายรวมถึงระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไปยังสถานทูตซาอุฯ ไม่เกิน 2 วันนี้

"เรา จึงขอให้อุปทูตซาอุฯ ศึกษาเอกสาร หากยังมีประเด็นโต้แย้งขอให้ส่งกลับผ่านกระทรวงการต่างประเทศ และส่งมาที่คณะกรรมาธิการด้วย ซึ่งคณะกรรมาธิการจะตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายกฎหมายเป็นการเฉพาะกิจ เพื่อสรุปถึงประ เด็นต่างๆ และข้อกฎหมายที่จะนำมาหักล้างกับ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ และ พ.ร.บ.ล้างมลทิน โดยจะใช้เวลาศึกษา 15 วัน เพื่อนำข้อสรุปมาดู โดยอาจเชิญอุปทูตซาอุฯ นายสุเทพ ฝ่ายตำรวจ และฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงอีกครั้ง" ประธานคณะกรรมาธิการกล่าว

รายงาน ข่าวแจ้งว่า ในการประชุมกรรมาธิ การ ช่วงที่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนรับฟังนั้น นายสุเทพชี้แจงว่า ตามที่ได้รับปากว่า จะทำหนังสือชี้แจงรายงานข้อเท็จจริงต่อสถานทูตซาอุฯ หลังการแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิดนั้น ขณะนี้เสร็จเรียบร้อย และส่งให้กระทรวงการต่างประ เทศเรียบร้อยแล้ว โดยอยู่ระหว่างกระทรวงการต่างประเทศแปลเป็นภาษาอังกฤษและตรวจสอบบางถ้อยคำ ที่เป็นภาษากฎหมาย แต่กระทรวงการต่างประเทศรับปากกับตนว่า จะแล้วเสร็จเพื่อส่งต่อให้สถานทูตซาอุฯ ได้ภายใน 1-2 วันนี้

รายงาน ข่าวแจ้งอีกว่า นายสุเทพชี้แจงว่า หนังสือที่ส่งถึงสถานทูตซาอุฯ เนื้อหาประกอบด้วย 3 ส่วนคือ 1.การดำเนินคดีอาญากับพล.ต.ท.สมคิด โดยนายสุเทพได้ไล่เรียงเหตุ การณ์ตั้งแต่การหายตัวของนายอัลรูไวลี่ ในปี 2533 จนนำไปสู่การแจ้งข้อกล่าวหาพล.ต.ท. สมคิด แต่ผลการสอบสวนของพนักงานและอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ จนกระทั่งในปี 2547 ดีเอสไอได้รื้อคดีการตายของเจ้าหน้าที่ทูตซาอุฯ 3 ราย และคดีของนายอัลรูไวลี่เป็นคดีพิเศษ

สำหรับเนื้อหาส่วนที่ 2 เป็นการดำเนินการทางวินัย ซึ่งชี้แจงว่าในช่วงเกิดเหตุตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง และต่อมามีความเห็นเป็นข้อยุติว่า เมื่ออัยการสั่งไม่ฟ้องพล.ต.ท.สมคิด ก็เท่ากับไม่มีความผิดตามที่ถูกกล่าวหา นอกจากนี้พล.ต.ท.สมคิด ยังได้รับการล้างมลทินตาม พ.ร.บ.ล้างมลทินไปแล้ว ดังนั้น สตช.จึงมีความเห็นว่าไม่สามารถดำเนินการทางวินัยกับพล.ต.ท. สมคิดได้ แม้ว่าปัจจุบันจะมีคดีอาญาอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล แต่หากท้ายที่สุดศาลพิพากษาให้มีความผิด จะดำเนินการลงโทษต่อไป

และ ส่วนที่ 3 นายสุเทพ ยืนยันว่าการแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิดเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.นั้น เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ ก.ตร.อย่างถูกต้องทุกขั้น และเรียงตามลำดับอาวุโส ซึ่งพล.ต.ท.สมคิด มีความอาวุโส ลำดับที่ 2 อีกทั้งตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร. ไม่ได้เป็นหัวหน้าหน่วยงาน แต่เป็นผู้ช่วยปฏิบัติงานที่ ผบ.ตร.มอบหมาย การแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิดเป็นผู้ช่วยผบ.ตร.นั้นจึงไม่มีอำนาจหน้าที่ไปยุ่ง เกี่ยว จนทำให้เกิดความเสียหายต่อคดี

ขณะที่อุปทูตซาอุฯ กล่าวย้ำหลายครั้งว่าไม่ต้องการแทรกแซง แต่ยังมีข้อสงสัยและแปลกใจกับการแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด ทั้งที่ถูกดำเนินคดีอาญาและอยู่ในชั้นพิจารณาของศาล ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกว่า ทำไมยังไม่ออกจากราชการหรือพักราชการจนกว่าการพิจารณาคดีจะถึงที่สุด อีกทั้งการแต่งตั้งยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ จึงรู้สึกแปลกใจอย่างยิ่ง

อุปทูตซาอุฯ ยังกล่าวด้วยว่า เมื่อได้รับหนัง สือชี้แจงจากนายสุเทพ ทางสถานทูตซาอุฯ จะขอทำหนังสือในนามสถานทูตซาอุฯ ตอบในประเด็นต่างๆ ถึงรัฐบาลไทยอีกครั้งเช่นกัน แต่ในชั้นต้นเรามีความผิดหวังกับสิ่งที่ท่านชี้แจง อย่างพ.ร.บ.ล้างมลทิน ตนทำการบ้านมาอย่างดีอ่านมาอย่างละเอียดรวมถึงการแจ้งข้อกล่าวหา สำนวนการพิจารณาคดี ซึ่งพบว่ามี 3-4 คดี ที่เป็นเรื่องใหม่ๆ ซึ่งขอให้สตช.ช่วยดำเนินการและหลังจากนี้เป็นต้นไปการดำเนินการเจรจา หารือใดๆ จะพูดคุยในระดับทีมกฎหมายที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ โดยไม่ใช้เจ้าหน้าที่ทางการทูตอีกต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมนายสุเทพได้นั่งข้างอุปทูตซาอุฯ เมื่อพบหน้ากันทั้งสองคนได้จับมือทักทายกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่หลังการประชุมแล้วเสร็จนายสุเทพ เป็นฝ่ายเดินออกมาจากห้องประชุมก่อนนายนาบิล โดยที่นาย สุเทพมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก

นายสุเทพกล่าวถึงข่าวทางการซาอุฯ ขู่ตัดความสัมพันธ์ โดยอาจปิดสถานทูตซาอุฯ ประจำประเทศไทย หากไทยไม่ตอบสนองข้อเรียกร้องของซาอุฯ นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศที่ต้องไปอธิบายและชี้แจงตามข้อเท็จจริง เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่ากระทรวงต่างประเทศจะเจรจาพูดคุยและคุมสถานการณ์ อยู่ เพราะก่อนหน้านี้อุปทูตฯ พูดคุยกับผู้ใหญ่ในรัฐบาล แต่ปรากฏว่ายังไม่สามารถคลี่คลายปัญหาได้ นายสุเทพกล่าวว่า อยากให้สื่อระมัดระวังในการนำเสนอข่าว เพราะประเทศนี้เป็นของเรา ซึ่งเรามีกฎหมายและวิธีปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานของเรา ก็ต้องดำเนินการไปตามนั้น ขณะเดียวกันกระทรวงต่างประเทศต้องไปทำความเข้าใจ เพื่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา รัสเซีย ซาอุฯ กัมพูชา พม่า หรือมาเลเซีย เราก็ต้องดำเนินการอย่างนี้เช่นเดียวกัน

ต่อ ข้อถามว่าข้อเรียกร้องของซาอุฯ ที่ระบุก่อนหน้านี้ มีผู้บังคับบัญชาในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โอนย้ายมาช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี กรณีมีข้อสงสัยเรื่องคุณสมบัติ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนที่จะเข้าไปรับตำแหน่ง นายสุเทพกล่าวว่า ได้แจกเอกสารชี้แจงกับสื่อไปแล้ว เมื่อถามว่าแสดงว่าคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ยังไม่มีแนวคิดจะให้พล.ต.ท.สมคิดมาช่วยราชการที่สำนักนายกฯ ใช่หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า เราดำเนินการตามที่ต้องดำเนินการไปแล้ว เมื่อถามว่ารัฐบาลไม่กลัวหรือว่าจะถูกวิจารณ์ว่าปกป้องคนเพียงคนเดียว นายสุเทพกล่าวว่า ทำทุกอย่างถูกต้องตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย

วัน เดียวกันนายนัจมุดดีน อูมา ส.ส.นรา ธิวาส พรรคมาตุภูมิ กล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ต้องการให้รัฐบาลทบทวนการแต่งตั้งพล.ต.ท. สมคิด ซึ่งพรรคมาตุภูมิไม่มีเจตนาจะแทรกแซง แต่เรื่องนี้กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุฯ จึงเรียกร้องต่อรัฐบาลว่า ถ้ารัฐบาลไม่ชี้แจงและทำความเข้าใจ จะทำให้พี่น้องมุสลิมที่จะเดินทางไปแสวงบุญที่นครเมกกะต้องไปขอวีซ่าที่ ประเทศมาเลเซียแทนที่จะขอได้ในไทย นอกจากนี้ซาอุฯ เป็นพี่ใหญ่ของโอไอซี องค์กรมุสลิมโลก ซึ่งสนใจปัญหามุสลิม ที่ผ่านมาไทยมีปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้มาตลอด แต่โอไอซีไม่เคยเข้ามาแทรกแซงประเทศไทย ถ้าความสัมพันธ์กระทบเรื่องนี้อาจเกิดการแทรกแซงได้

เมื่อถามว่าได้ นำเรื่องดังกล่าวหารือกับนายอภิสิทธิ์ หรือยัง นายนัจมุดดีน กล่าวว่า นายกฯ ยังไม่ได้ให้ความชัดเจนในเรื่องนี้ หากยังวางเฉย คงต้องให้จุฬาราชมนตรีเข้าพบนายกฯ และแก้ปัญหาเรื่องนี้

ส่วนนายอารี เพ็ญ อุตรสินธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคมาตุภูมิ กล่าวว่า วันที่ 8 ต.ค. พี่น้องมุสลิมต้องเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ 13,000 คน ซึ่งจะต้องดำเนินขอวีซ่าในปลายเดือนนี้ จึงไม่แน่ใจว่าจะขอวีซ่าได้หรือไม่ เพราะเกิดความไม่เข้าใจกันอยู่ นอกจากนี้ประเทศกลุ่มจีซีซี 6 ประเทศ ที่ประกอบด้วยโอมาน กาตาร์ คูเวต ดูไบ บาห์ เรน และซาอุฯ หากซาอุฯ พิจารณาเรื่องใด เกรงว่า 6 ประเทศจะเดินตาม ซึ่งไทยต้องติดต่อเรื่องน้ำมันกับโอมาน จึงอาจส่งผลกระทบในเรื่องน้ำมันด้วย นอกจากนี้วันที่ 17 ก.ย. ที่ศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย จะมีองค์กรมุสลิมต่างๆ มาประชุมร่วมกันเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้

รศ.ดร.ปกรณ์ ปรียากร เลขาธิการมูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ในการประชุมองค์กรมุสลิมต่างๆ ในวันที่ 17 ก.ย.นั้น จะเป็นการพูดคุยกันถึงเรื่องความสัม พันธ์ระหว่างซาอุฯ กับประเทศไทย ที่อุปทูต ซาอุฯ แสดงความไม่พอใจในการแต่งตั้งพล.ต.ท. สมคิด ประเด็นการพูดคุยจะมีเรื่องความห่วงใยในความสัมพันธ์ที่ไม่ปกติขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างประเทศไทยและซาอุฯ โดยทางรัฐบาลควรจะหาทางเจรจาทำความเข้าใจกับซาอุฯ ในเรื่องของการแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด ไม่ใช่ออกมาพูดว่าการแต่งตั้งนั้นเหมาะสมแล้ว เพราะไม่ใช่ภาษาทาง การทูตที่ดี เนื่องจากจะมีผลเสียในระยะยาว อาจถึงการลดระดับความสัมพันธ์ถึงระดับไม่มีสถานทูต ที่จะเกิดปัญหาการขอวีซ่าเข้าประเทศซาอุฯ

นายนะรี คงบันนึก นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวว่า สำหรับการเดินทางไปแสวงบุญที่นครเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย หรือการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ในปีนี้ จะอยู่ในช่วงเดือนต.ค.นี้ ซึ่งเที่ยวบินแรกจะเดินทางไปในวันที่ 9 ต.ค. สำหรับการอำนวยความสะดวกของผู้ไปประกอบพิธีฮัจญ์ในปีนี้ ทางศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เตรียมการโดยการเชิญทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องมาประชุมที่ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ในวันที่ 16 กันยายน 2553 โดยเชิญทุกภาคส่วนเข้ามาในการเตรียมการอำนวยความสะดวก ซึ่งคาดว่าในปีนี้ จะมีผู้ที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ในภาคใต้ ไม่ต่ำกว่า 8,000 คน

"ส่วน กรณีที่มีข่าวว่าทางประเทศซาอุดีอาระ เบีย อาจจะลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทยนั้น เชื่อว่าไม่น่าจะกระทบกับการเดินทางไปแสวงบุญของชาวไทยมุสลิม เพราะว่าประเทศซาอุดีอาระเบียได้จัดสรรโควตาให้กับผู้ไปประกอบพิธีฮัจญ์ของ ประเทศไทย จำนวน 13,000 คน ซึ่งก็เตรียมจะออกวีซ่าไว้ทั้งหมดแล้ว ส่วนการเตรียมแผนสำรอง หากเกิดปัญหาขึ้นจริงๆ นั้น คงต้องเป็นเรื่องของทางผู้นำรัฐบาลที่จะต้องดำเนินการแก้ปัญหาในเรื่องนี้" นายนะรี กล่าว

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-16 15:37:52


ความเห็นที่ 37 (1390494)

ตั้ง“สมคิด”ไม่กระเทือนผู้แสวงบุญ

ศอ.บต.ปัดซาอุฯตั้งแง่มุสลิมไทยไปแสวงบุญนครเมกกะ ชี้กรณีตั้ง “สมคิด”ไม่เป็นชนวนกีดกันคนไทย

วันนี้ ( 15 ก.ย.) ที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นายนะรี คงบันนึก นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ ศอ.บต. กล่าวว่า การเดินทางไปแสวงบุญที่นครเมกกะ ประเทศซาอุฯหรือการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ในปีนี้ จะอยู่ในช่วงเดือน ต.ค. ซึ่งเที่ยวบินแรกจะเดินทางไปในวันที่ 9 ต.ค. สำหรับการอำนวยความสะดวกของผู้ไปประกอบพิธีฮัจญ์นั้น ทาง ศอ.บต.ได้เตรียมการโดยการเชิญทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องมาประชุมที่ท่าอากาศยาน หาดใหญ่ในวันที่ 16 ก.ย. เพื่อเตรียมการอำนวยความสะดวก  ซึ่งคาดว่าในปีนี้ จะมีผู้ที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ในภาคใต้ ไม่ต่ำกว่า 8,000 คน

“ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าทางประเทศซาอุฯอาจจะลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับ ประเทศไทยนั้น เชื่อว่าไม่น่าจะกระทบกับการเดินทางไปแสวงบุญของชาวไทยมุสลิม เพราะขณะนี้ทางประเทศซาอุฯได้จัดสรรโควต้าให้กับผู้ไปประกอบพิธีฮัจญ์ของ ประเทศไทย จำนวน 13,000 คน ซึ่งก็เตรียมจะออกวีซ่าไว้ทั้งหมดแล้ว และ ประเทศซาอุดิฯให้ความสำคัญกับพี่น้องมุสลิมทุกประเทศ ยิ่งประเทศที่ด้อยโอกาส ด้อยพัฒนาที่มีมุสลิม จะได้รับการสนับสนุนส่งเสริมอย่างเต็มที่ ส่วนการเตรียมแผนสำรอง หากเกิดปัญหาขึ้นจริงๆนั้น   คงจะต้องเป็นเรื่องของทางผู้นำรัฐบาลที่จะต้องดำเนินการ”  นายนะรี กล่าว

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-15 22:18:43


ความเห็นที่ 36 (1389692)


ออกโรง! แจงข้อเท็จจริงซาอุฯแต่งตั้ง"สมคิด"ยันทำถูกต้องแต่อาจไม่ถูกใจ อ้างกม.ล้างมลทิน-พ้นผิดวินัย

"สุเทพ"ควง"เลขาฯ ก.ตร." แจกเอกสารสื่อ แจงข้อเท็จจริงซาอุฯแต่งตั้ง"สมคิด"ยันทำถูกต้องแต่อาจไม่ถูกใจ อ้าง"กม.ล้างมลทิน"รอดพ้นสอบผิดวินัย ชี้เป็นสิทธิ"สมคิด"ตัดสินใจลาออกสู้คดีหรืออยู่ป้องสิทธิ ผบ.ตร.เชื่อสัมพันธ์ส่วนตัวเพื่อนอุปทูตช่วยเข้าใจดีขึ้น "พงศ์โพยม" ยอมรับถวายฎีการ้องโยกย้าย"มท."ไม่เป็นธรรม หวังเกิดการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

 

 

 "สุเทพ"แจกเอกสารแจงตั้ง"สมคิด"

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) พร้อมพล.ต.ท.อาจิณ โชติวงศ์ ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ผบช.ก.ตร.) ในฐานะเลขานุการ ก.ตร. ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 10 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล กรณี ก.ตร. มีมติแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (ผบช.ภ.5) เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) หลังจากสถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบีย ประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์รวม 3 ฉบับ เพื่อแสดงความกังวลกรณีดังกล่าว เนื่องจาก พล.ต.ท.สมคิดตกเป็นจำเลยในคดีร่วมกันฆ่านายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย เมื่อปี 2533 โดยมีการนำเอกสารสรุปสาระสำคัญการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด ความยาว 5 หน้ากระดาษ เอ 4 ที่เตรียมส่งให้สถานทูตซาอุฯมาแจกจ่ายสื่อมวลชนด้วย


นอกจากนี้ ยังแนบสำเนาเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีก 5 ฉบับ ประกอบด้วย 1.หนังสือของสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ลงนามโดยนายปรีดี จุลเจิม หัวหน้าพนักงานอัยการ กองคดีอาญากรุงเทพใต้ อสส. ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2536 ซึ่งทำถึงสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ เพื่อแจ้งว่า อสส.มีคำสั่งไม่ฟ้อง พล.ต.ท.สมคิดในคดีดังกล่าว 2.หนังสือหารือการดำเนินการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ล้างมลทินในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ. 2550 ซึ่ง พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรักษาราชการแทน ผบ.ตร. ทำถึง ก.ตร. 3.หนังสือแจ้งมติคณะอนุกรรมการข้าราชการตำรวจ (อ.ก.ตร.) กฎหมาย ซึ่ง พล.ต.ต. เมธา ปิ่นนิกร ผู้ช่วยเลขานุการ ก.ตร.ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ ก.ตร. ส่งถึง ผบ.ตร. 4. พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และ 5.พ.ร.บ. ล้างมลทิน พ.ศ.2550

 

อ้างกม.ล้างมลทิน-พ้นผิดวินัย 

จากนั้น พล.ต.ท.อาจิณได้ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ พล.ต.ท.สมคิดถูกตั้งข้อหาเมื่อปี 2536 แต่ต่อมาพนักงานสอบสวนและ อสส. มีคำสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ทำให้คดีถึงที่สุด และทำให้อธิบดีกรมตำรวจ (ในขณะนั้น) สั่งยุติดำเนินการทางวินัยด้วยเช่นกัน ในปี 2541 แต่ต่อมาปี 2552 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้ามารื้อคดีดังกล่าว เนื่องจากพบหลักฐานใหม่ จึงแจ้งข้อกล่าวหา พล.ต.ท.สมคิด ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น ซึ่งพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาล
 
"ทำให้เกิดปัญหาว่าการดำเนิน การทางวินัยกับ พล.ต.ท.สมคิดจะทำได้หรือไม่อย่างไร ตร.จึงมอบหมายให้ อ.ก.ตร.กฎหมายไปพิจารณาเรื่องนี้ โดย อ.ก.ตร.กฎหมายพิจารณาแล้วเห็นว่า การสั่งยุติเรื่องทางวินัยของ พล.ต.ท.สมคิดก่อนวันที่ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 จะมีผลใช้บังคับ เข้ากรณีได้รับการล้างมลทินตามมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.ล้างมลทิน พ.ศ.2550 ตร.จึงไม่สามารถดำเนินการทางวินัยแก่ พล.ต.ท.สมคิดได้ แม้ปัจจุบันจะมีคดีอยู่ที่ศาลก็ตาม "  เลขานุการ ก.ตร.ระบุ

 

พล.ต.ท.อาจิณกล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีการอ้างว่า พล.ต.ท.สมคิดต้องถูกสั่งพักราชการ หรือมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอผลสอบสวนทางวินัย ตามมาตรา 95 ของ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาตินั้น ข้อเท็จจริงปรากฏว่าการดำเนินการทางวินัยของ พล.ต.ท.สมคิดได้ยุติไปแล้ว แต่หากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า กระทำความผิดและสั่งลงโทษจำคุก หรือสูงกว่า ตามมาตรา 87 และมาตรา 90 ถือว่าข้าราชการตำรวจผู้นั้นกระทำความผิดวินัยร้ายแรง ต้องลงโทษไล่ออก หรือปลดออก โดยไม่มีสิทธิพิจารณาเป็นอื่น และไม่ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนใหม่

ยันตั้ง"สมคิด"อาวุโสอันดับ2

" เมื่อ พล.ต.ท.สมคิดไม่มีความผิดทางวินัย ก.ตร.จึงพิจารณาแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. เนื่องจากกฎ ก.ตร. กำหนดการพิจารณาเรียงตามลำดับอาวุโส ซึ่ง พล.ต.ท.สมคิดอาวุโสเป็นลำดับที่ 2 จากผู้มีคุณสมบัติ 11 ราย ขอยืนยันว่า ก.ตร.ทุกคนมีอิสระ และมีมาตรฐานการพิจารณาสูง และยืนยันทุกอย่างปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย"

 

ด้านนายสุเทพกล่าวว่า ส่งหนังสือคำชี้แจงรัฐบาลซาอุฯให้กระทรวงการต่างประเทศแปลเป็นภาษาอังกฤษ ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อจัดส่งไปยังสถานเอกอัครราชทูตซาอุฯ ประจำประเทศไทยต่อไป ส่วนกรณีที่นายกฯยืนยันไม่ทบทวนคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิดจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ซาอุฯอย่างไรนั้น เป็นเพราะ ก.ตร.ได้เรียนนายกฯ ว่ากระบวนการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิดเป็นไปตามกฎหมายและกฎ ก.ตร.ทุกประการ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยต้องกราบเรียนผู้นำซา อุฯ ผ่านสถานทูต เพื่อให้เกิดความเข้าใจต่อไป การเอาความจริงมาพูดเป็นทางออกที่ดีที่สุดในทุกสถานการณ์ เชื่อว่าทางซาอุฯน่าจะเข้าใจ เพราะทุกประเทศต้องมีกฎหมายและกฎเกณฑ์ต้องปฏิบัติ

ยันแต่งตั้งไม่ถูกใจแต่ถูกต้อง

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ซาอุฯยังข้องใจที่ไทยไม่สามารถคลี่คลายคดีการเสียชีวิตของนายอัลรูไวลี่ได้ หลังผ่านมากว่า 20 ปี และจะมั่นใจได้อย่างไรว่า การดำเนินการของ ก.ตร.จะไม่ผิดกฎหมายอีก เพราะอย่างกรณีการแต่งตั้ง พล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ เป็นรองผบ.ตร. ก็เพิ่งถูกศาลปกครองสั่งเพิกถอนคำสั่ง นายสุเทพกล่าวว่า เรื่องความรู้สึกของผู้ติดตามเหตุการณ์ที่อาจยังสงสัยเป็นเรื่องที่ตนในฐานะ ฝ่ายการเมืองที่ต้องรับผิดชอบดูแลไป แต่ขอยืนยันกระบวนการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิดเป็นไปตามกฎระเบียบที่ได้ยึดถือกันมาอย่างเคร่งครัด แม้การแต่งตั้งนั้นจะไม่ถูกใจ หรือขัดต่อความรู้สึกของบางคน แต่ ก.ตร.จำเป็นต้องยึดตัวบทกฎหมายเป็นสำคัญ
 

"ส่วนกรณีที่ พล.ต.ท.สมคิดทำหนังสือชี้แจงต่อผู้บังคับบัญชา โดยยก พ.ร.บ.ล้างมลทิน ปี 2550 มาอ้างนั้น ถือเป็นเรื่องปกติ มีสิทธิชี้แจงและร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชา แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้บังคับบัญชาต้องเชื่อคำร้องเรียนทั้งหมด ซึ่งกรณีนี้ อ.ก.ตร. กฎหมายให้ความเห็นว่า การดำเนินคดีทางวินัยของ พล.ต.ท.สมคิดจบไปแล้ว วันนี้จะรื้อฟื้นมาดำเนินคดีในกรณีเดียวกันไม่ได้ " นายสุเทพกล่าว

 

 

ชี้เป็นสิทธิ"สมคิด"ลาออกสู้คดี

เมื่อถามว่า ถ้ามองในมุมว่า พล.ต.ท.สมคิดควรออกไปต่อสู้คดีที่ศาลก่อน หากศาลตัดสินไม่มีความผิดค่อยกลับเข้ารับราชการใหม่จะได้หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า  "ได้ครับ ถ้าคุณสมคิดตัดสินใจว่าจะขอลาออกจากราชการ ก็เป็นเรื่องที่คุณสมคิดทำได้ แต่กรณีนี้เขาต้องการปกป้องสิทธิของตนตามกฎหมาย ก.ตร.ก็ต้องพิจารณาตามกฎหมายและกฎ ก.ตร. ที่กำหนดเอาไว้"

ขณะที่ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ว่า ในส่วนของ ก.ตร.ชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าวไปยังนาย สุเทพแล้ว เชื่อว่าด้วยความสัมพันธ์ส่วนตัวในฐานะเพื่อนกับอุปทูตซาอุฯน่าจะมีส่วน สำคัญในการที่จะทำให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น เพราะอุปทูตฯพูดเสมอว่ารักคนไทยและรักเมืองไทย และพูดผ่านสื่อมาตลอด

 

 "พงศ์โพยม"รับฎีกาโยกย้าย"มท."

วันเดียวกัน นายพงศ์โพยม วาศภูติ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่สมาคมข้าราชการบำนาญกระทรวงมหาดไทย ถวายฎีกาผ่านเลขาธิการสำนักพระราชวัง ถึงกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายภายในกระทรวงมหาดไทยว่า ที่ผ่านมา เรารับรู้ได้ว่ากระทรวงมหาดไทย การแต่งตั้งโยกย้ายไม่มีความเป็นธรรม ไม่เหมาะสมการที่พวกตนออกมาเคลื่อนไหว เพื่อให้สังคมได้รับรู้ และให้ข้าราชการรู้สึกตัวว่า จะต้องทำงานเพื่อใคร สิ่งที่ตามมาแม้ว่าจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงในทันทีได้ แต่เชื่อว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต สำหรับการยื่นฎีกาดังกล่าวก็จะเป็นไปตามรูปแบบของการถวายฎีกาทั่วไป โดยหลังจากนี้ก็จะรอให้กระบวนการดำเนินการไปตามปกติ 

  

รายงานข่าวแจ้งว่า เนื้อหาในฎีกาโดยสรุป ระบุถึงการแต่งตั้งโยกย้ายในทุกระดับของกระทรวงมหาดไทย ที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากไม่คำนึงถึงระบบคุณธรรม ไม่พิจารณาถึงลำดับความอาวุโส และไม่ได้พิจารณาถึงเรื่องความรู้ความสามารถ ทางสมาคมข้าราชการบำนาญกระทรวงมหาดไทย จึงขอพึ่งพระบารมี เพื่อให้ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-11 07:47:05


ความเห็นที่ 35 (1389547)

"เทพเทือก"ส่งหนังสือแจงซาอุฯตั้ง"สมคิด"พัวพันฆ่า"อัลรูไวลี"ยันเจ้าตัวมีสิทธิยกพ.ร.บ.ล้างมลทินสู้คดี

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 10 กันยายน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ได้เชิญพล.ต.ท. อาจิณ โชติวงศ์ ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ผบช.ก.ตร.) ในฐานะเลขานุการก.ตร. มาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน กรณีก.ตร. มีมติแต่งตั้งพล.ต.ท. สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) หลังสถานเอกอัครราชทูตซาอุดิอาระเบียประจำประเทศไทยออกแถลงการณ์รวม 3 ฉบับ เพื่อแสดงความกังวลกรณีดังกล่าว เนื่องจากพล.ต.ท. สมคิดตกเป็นผู้ต้องหาในคดีการหายตัวของนายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบียเมื่อปี 2533


ทั้งนี้ นายสุเทพได้นำเอกสารสรุปข้อเท็จจริงกรณีการแต่งตั้งพล.ต.ท. สมคิด ซึ่งมีความยาว 5 หน้ากระดาษเอสี่ มาแจกจ่ายสื่อมวลชน โดยเป็นการสรุปสาระสำคัญในบันทึกคำชี้แจงที่นายสุเทพเตรียมส่งให้สถานทูตซา อุฯ

 

นอกจากนี้ ยังแนบสำเนาเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีก 5 ฉบับมาด้วย ประกอบด้วย 1. หนังสือของสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ลงนามโดยนายปรีดี จุลเจิม หัวหน้าพนักงานอัยการ กองคดีอาญากรุงเทพใต้ อสส. ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2536 ซึ่งทำถึงสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ เพื่อแจ้งว่าอสส. มีคำสั่งไม่ฟ้องพล.ต.ท. สมคิดในคดีดังกล่าว 2. หนังสือหารือการดำเนินการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ. 2550 ซึ่งพล.ต.อ. ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรักษาราชการแทนผบ.ตร. ทำถึงก.ตร.  3. หนังสือแจ้งมติคณะอนุกรรมการข้าราชการตำรวจ (อ.ก.ตร.) กฎหมาย ซึ่งพล.ต.ต. เมธา ปิ่นนิกร ผู้ช่วยเลขานุการก.ตร. ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการก.ตร. ส่งถึงผบ.ตร. 4. พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 และ 5. พ.ร.บ. ล้างมลทิน พ.ศ. 2550

 

พล.ต.ท. อาจิณได้ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่พล.ต.ท. สมคิดถูกตั้งข้อหาเมื่อปี 2536 แต่ต่อมาพนักงานสอบสวนและอสส. มีคำสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ทำให้คดีถึงที่สุด และทำให้อธิบดีกรมตำรวจ (ในขณะนั้น) สั่งยุติการดำเนินการทางวินัยด้วยเช่นกันในปี 2541 แต่ต่อมาในปี 2552 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เข้ามารื้อคดีดังกล่าวเนื่องจากพบหลักฐานใหม่ จึงแจ้งข้อกล่าวหาพล.ต.ท. สมคิด ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น ซึ่งพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ทำให้เกิดปัญหาว่าการดำเนินการทางวินัยกับพล.ต.ท. สมคิดจะทำได้หรือไม่อย่างไร สตช. จึงมอบหมายให้อ.ก.ตร. กฎหมายไปพิจารณาเรื่องนี้ โดยอ.ก.ตร. กฎหมายพิจารณาแล้วเห็นว่าการสั่งยุติเรื่องทางวินัยของพล.ต.ท. สมคิดก่อนวันที่พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 จะมีผลใช้บังคับ เข้ากรณีได้รับการล้างมลทินตามมาตรา 6 แห่งพ.ร.บ. ล้างมลทิน พ.ศ. 2550 สตช. จึงไม่สามารถดำเนินการทางวินัยแก่พล.ต.ท. สมคิดได้ แม้ปัจจุบันจะมีคดีคาอยู่ที่ศาลก็ตาม

 


ส่วนกรณีที่มีการอ้างว่าพล.ต.ท. สมคิดต้องถูกสั่งพักราชการ หรือมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อรอผลการสอบสวนทางวินัย ตามมาตรา 95 ของพ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาตินั้น พล.ต.ท. อาจิณกล่าวว่า  เพราะข้อเท็จจริงปรากฏการดำเนินการทางวินัยของพล.ต.ท. สมคิดได้ยุติไปแล้ว อย่างไรก็ตามหากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิด และสั่งลงโทษจำคุก หรือสูงกว่า ตามมาตรา 87 และมาตรา 90 ถือว่าข้าราชการตำรวจผู้นั้นกระทำความผิดวินัยร้ายแรง ต้องลงโทษไล่ออก หรือปลดออก โดยไม่มีสิทธิพิจารณาเป็นอื่น และไม่ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนใหม่

 

เลขานุการก.ตร. กล่าวต่อไปว่า เมื่อพล.ต.ท. สมคิดไม่มีความผิดทางวินัย ก.ตร. จึงพิจารณาแต่งตั้งพล.ต.ท. สมคิดเป็นผช.ผบ.ตร. เนื่องจากกฎก.ตร. กำหนดให้การพิจารณาแต่งตั้งผช.ผบ.ตร. พิจารณาเรียงตามลำดับอาวุโส ซึ่งพล.ต.ท. สมคิดอาวุโสเป็นลำดับที่ 2 จากผู้มีคุณสมบัติ 11 ราย ขอยืนยันว่ากรรมการก.ตร. ทุกคนมีอิสระ และมีมาตรฐานในการพิจารณาสูง และยืนยันว่าทุกอย่างได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย

 

ด้านนายสุเทพกล่าวว่า ได้ส่งหนังสือคำชี้แจงรัฐบาลซาอุฯ ให้กระทรวงการต่างประเทศแปลเป็นภาษาอังกฤษตั้งแต่วันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อจัดส่งไปยังสถานเอกอัครราชทูตซาอุฯ ประจำประเทศไทยต่อไป ส่วนกรณีที่นายกฯ ยืนยันไม่ทบทวนคำสั่งแต่งตั้งพล.ต.ท. สมคิดจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ซาอุฯ อย่างไรนั้น เป็นเพราะก.ตร. ได้เรียนนายกฯ ว่ากระบวนการแต่งตั้งพล.ต.อ. สมคิดเป็นไปตามกฎหมายและกฎก.ตร. ทุกประการ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยต้องกราบเรียนผู้นำซาอุฯ ผ่านสถานทูตต่อไปเพื่อให้เกิดความเข้าใจต่อไป การเอาความจริงมาพูดเป็นทางออกที่ดีที่สุดในทุกสถานการณ์ เชื่อว่าทางซาอุฯ น่าจะเข้าใจ เพราะทุกประเทศต้องมีกฎหมายและกฎเกณฑ์ต้องปฏิบัติ

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ซาอุฯ ยังข้องใจที่ไทยไม่สามารถคลี่คลายคดีการเสียชีวิตของนายอัลรูไวลีได้หลัง ผ่านมากว่า 20 ปี และจะมั่นใจได้อย่างไรว่าการดำเนินการของก.ตร. จะไม่ผิดกฎหมายอีก เพราะอย่างกรณีการแต่งตั้งพล.ต.อ. วัชรพล ประสานราชกิจ เป็นรองผบ.ตร. ก็เพิ่งถูกศาลปกครองสั่งเพิกถอนคำสั่ง นายสุเทพกล่าวว่า เรื่องความรู้สึกของผู้ติดตามเหตุการณ์ที่อาจยังสงสัยเป็นเรื่องที่ตนในฐานะ ฝ่ายการเมืองที่ต้องรับผิดชอบดูแลไป แต่ขอยืนยันกระบวนการแต่งตั้งพล.ต.ท. สมคิดเป็นไปตามกฎระเบียบที่ได้ยึดถือกันมาอย่างเคร่งครัด แม้การแต่งตั้งนั้นจะไม่ถูกใจ หรือขัดต่อความรู้สึกของบางคน แต่ก.ตร. จำเป็นต้องยึดตัวบทกฎหมายเป็นสำคัญ ส่วนกรณีที่พล.ต.ท. สมคิดทำหนังสือชี้แจงต่อผู้บังคับบัญชา โดยยกพ.ร.บ. ล้างมลทินปี 2550 มาอ้างนั้น ถือเป็นเรื่องปกติ หากเห็นว่าอะไรกระทบสิทธิ ก็มีสิทธิชี้แจงและร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชา แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้บังคับบัญชาต้องเชื่อคำร้องเรียนทั้งหมด ซึ่งกรณีนี้อ.ก.ตร. กฎหมายให้ความเห็นว่าการดำเนินคดีทางวินัยของพล.ต.ท. สมคิดจบไปแล้ว วันนี้จะรื้อฟื้นมาดำเนินคดีในกรณีเดียวกันไม่ได้

 

เมื่อถามว่า ถ้ามองในมุมว่าพล.ต.อ. สมคิดควรออกไปต่อสู้คดีที่ศาลรับฟ้องก่อน หากศาลตัดสินว่าไม่มีความผิดค่อยกลับเข้ารับราชการใหม่จะได้หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า “ได้ครับ ถ้าคุณสมคิดตัดสินใจว่าจะขอลาออกจากราชการ ก็เป็นเรื่องที่คุณสมคิดทำได้ แต่กรณีนี้เขาต้องการปกป้องสิทธิของตนตามกฎหมาย ก.ตร. ก็ต้องพิจารณาตามกฎหมายและกฎก.ตร. ที่กำหนดเอาไว้”

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-10 14:09:34


ความเห็นที่ 34 (1389497)

มาร์คแจงตั้ง“สมคิด”ไม่ทบทวน

นายกฯ พร้อมแจงแต่งตั้ง “สมคิด” ยันไม่ทบทวนซ้ำ ปัดแสดงความเห็น “เพื่อไทย” เปลี่ยนหัวหน้า

วันนี้ 9 กันยายน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า จะเดินหน้าชี้แจงทำความเข้าใจถึงกระบวนการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลังสถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ 3 ฉบับ เพื่อให้รัฐบาลทบทวนการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด เพราะเกรงว่า จะกระทบต่อรูปคดีการหายตัวไปของนักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย พร้อมยืนยันว่า จะไม่ทบทวนการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด อีก ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ ปฏิเสธแสดงความเห็นถึงการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เนื่องจากเป็นเรื่องภายในพรรค แต่หากนำไปสู่ความปรองดองได้ถือเป็นเรื่องดี.

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-10 08:05:10


ความเห็นที่ 33 (1389351)

ทูตซาอุฯออกแถลงการณ์ฉบับที่3 ร้องทบทวนตั้ง"สมคิด"ผู้ช่วยผบ.ตร. หวั่นปิดแผนกวีซ่าในไทยกระทบไปฮัจญ์

สถาน ทูตซาอุฯออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3 ร้องทบทวนตั้ง"สมคิด"ขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร. จนกว่าคดีจะสิ้นสุด กังขา"มาร์ค"ให้คำมั่นเร่งสางคดี ร่ายยาวเรื่องการลดระดับความสัมพันธ์ที่ผ่านมา หวั่นใช้เป็นเหตุผลปิดแผนก"วีซ่า"ในไทย กระทบไทยมุสลิมไปประกอบพิธีฮัจญ์ "กษิต"ยืนยันการแปลแถลงการณ์ซาอุดีอาระเบีย ที่ระบุจะมีการลดระดับความสัมพันธ์กับไทยมีความคลาดเคลื่อน

สถานทูตซาอุฯออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3 ร้องทบทวนตั้ง"สมคิด"ขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร. จนกว่าคดีจะสิ้นสุด กังขา"มาร์ค"ให้คำมั่นเร่งสางคดี ร่ายยาวเรื่องการลดระดับความสัมพันธ์ที่ผ่านมา หวั่นใช้เป็นเหตุผลปิดแผนก"วีซ่า"ในไทย กระทบไทยมุสลิมไปประกอบพิธีฮัจญ์ "กษิต"ยืนยันการแปลแถลงการณ์ซาอุดีอาระเบีย ที่ระบุจะมีการลดระดับความสัมพันธ์กับไทยมีความคลาดเคลื่อน


แถลงการณ์ สถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบีย ประจำประเทศไทย

 


เมื่อวันที่ 8 กันยายน สถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบีย ประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ความยาว 5 หน้ากระดาษ แสดงปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการต่อการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยเรียกร้องให้ทางรัฐบาลไทยทบทวนการตัดสินใจแต่งตั้งดังกล่าวไปจนกว่า พล.ต.ท. สมคิด ซึ่งตกเป็นจำเลยใน 3 คดีที่เกี่ยวเนื่องกับคดีลักลอบขโมยเพชรจากพระราชวังกษัตริย์ซาอุดีอาระเบีย ได้รับการพิสูจน์จนถึงที่สุด จากกระบวนการทางศาลว่า บริสุทธิ์หรือมีความผิดจริงตามข้อกล่าวหา ต่อพล.ต.ท.สมคิดและเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 4 นาย

ก่อนหน้านี้ สืบเนื่องจากคดีทั้ง 3 คดีดังกล่าวมีนัยสำคัญต่อความพยายามของรัฐบาลไทยและซาอุดีฯในอันที่จะแก้ไข ปัญหาในประเด็นต่างๆที่เกี่ยวเรื่องกับเรื่องนี้เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ ระหว่างกันต่อไป
 

แถลงการณ์ดังกล่าวระบุข้อกังวลสำคัญ 2 ประการ ประการแรกคือ เรื่องการแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด ขึ้นเป็นผู้ช่วยผบ.สตช. ส่วนอีกประการนั้นเป็นการแสดงความกังวลต่อ "ท่าทีของเจ้าหน้าที่ไทยจำนวนหนึ่งซึ่งปกป้องการเลื่อนตำแหน่งพล.ต.ท.สมคิด" อีกด้วย
 

ทั้งนี้ สถานทูตซาอุดีฯย้ำด้วยว่า ทางสถานทูตยึดมั่นในแนวนโยบายของรัฐบาลซาอุดีฯในอันที่จะไม่เข้ามาแทรกแซง กิจการภายในของประเทศหนึ่งประเทศใด และ แม้ว่าจะตระหนักดีถึงความละเอียดอ่อนของสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใหญ่หลวง ในเวลานี้ ทางการซาอุดีฯ ยังคงคาดหวังว่า รัฐบาลไทยจะสามารถบรรลุถึงคำมั่นสัญญาว่า ด้วยการดำรงไว้ซึ่งยุติธรรม, โปร่งใส และไม่แทรกแซงการดำเนินงานของกระบวนการยุติธรรมโดยให้รวมถึงคดีต่างๆที่ เกี่ยวเนื่องกับราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียด้วย พร้อมกับรักษาคำมั่นของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีที่ว่าจะสะสางคดีที่เกี่ยวเนื่องกับซาอุดีอาระเบียทั้งหมดเพื่อ ปูทางไปสู่การปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างกันต่อไป
 

ในแถลงการณ์ดังกล่าว ระบุว่า อ้างเหตุการณ์ย้อนหลังไปถึงเมื่อครั้ง ที่ซาอุดีอาระเบีย ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ลงสู่ระดับอุปทูต พร้อมกันนั้นก็ดำเนินมาตรการต่างๆเป็นการตอบโต้ที่ไม่มีความคืบหน้าใดๆในคดี ต่างๆดังกล่าวเหล่านี้ด้วยการ เข้มงวดกับการนำเข้าแรงงานไทย ห้ามชาวซาอุดีฯมาท่องเที่ยวในไทย และลดความร่วมมือทุกด้านลงเหลือน้อยที่สุด


นอกจากนั้นยังนำเอารายละเอียดของคำฟ้องคดีของสำนักงานอัยการสูงสุด แผนกคดีพิเศษ นำมาประกอบไว้ในแถลงการณ์ด้วยเพื่อแสดงให้เห็นถึง การตกเป็นจำเลยของพล.ต.ท.สมคิดและพวก กับข้อกล่าวหาต่างๆที่ทั้งหมดถูกกล่าวหา ตามคำฟ้องในคดีดำเลขที่ โออาร์ 119/2553
 

นอกจากนั้นแถลงการณ์ดังกล่าวยังอ้างถึงคำแถลงนโยบายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2551 ในส่วนที่เกี่ยวข้องการการดำเนินการตามกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม  และอ้างถึง พระราชบัญญัติจัดตั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย พ.ศ.2547 มาตรา 95 ที่กำหนดไม่ให้เลื่อนตำแหน่งเจ้าหน้าที่ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดทางอาญา หรือวินัยร้ายแรงจนกว่ากระบวนการทางกฎหมายจะเป็นที่ยุติ
 

ผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตุว่า การหยิบยกเอามาตรการต่างๆ ซึ่งทางการซาอุดีฯเคยใช้กับรัฐบาลไทยเมื่อปี 2541 มาระบุไว้ในแถลงการณ์ด้วยนั้น เหมือนกับเป็นการสำทับกลายๆว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นอีกก็เป็นได้ ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของแหล่งข่าวระดับสูงผู้หนึ่งที่ระบุว่า ประเด็นที่น่ากังวลมากที่สุด ในเรื่องของความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศก็คือ หากเกิดปมที่เป็นปัญหาขึ้นมาอีก ซาอุดีฯอาจใช้วิธีการปิดแผนกประทับตราวีซ่าในเมืองไทย ซึ่งจะก่อปัญหากับการเดินทางไปยังซาอุดีฯเพื่อท่องเที่ยว ทำธุรกิจ รวมทั้งเพื่อประกอบพิธีฮัจญ์ที่สำคัญอย่างยิ่งต่อชาวไทยมุสลิมอีกด้วย

 


"กษิต"ยันซาอุฯไม่ตัดสายสัมพันธ์กับไทย รอข้อมูลจากสตช.ก่อนทำหนังสือแจง
     

เมื่อเวลา 18.00 น. ที่รัฐสภา นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่าสถานทูตซาอุดิอาระเบียประจำประเทศเทศไทยออก แถลงการณ์ลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทย ว่า ข่าวที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดที่สื่อบางแห่งนำเนื้อหาไปเผยแพร่เพียงบาง ส่วน เพราะในแถลงการณ์ดังกล่าวเป็นการเล่าที่มาลำดับเหตุการณ์ของเรื่องระหว่าง ไทยกับซาอุดิอาระเบีย ส่งผลให้เกิดการเข้าใจผิดว่า ซาอุฯตัดความสัมพันธ์กับไทยซึ่งไม่ใช่ เพราะในเนื้อหาแถลงการณ์ได้ระบุว่า ยุครัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี ทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้น เพราะได้มีการดำเนินการหลายๆอย่างในการแก้ข้อข้องใจให้กับฝ่ายซาอุดิอาระ เบีย

          
นา ยกษิต กล่าวอีกว่า ส่วนที่เกี่ยวกับการจะเลื่อนตำแหน่ง ของ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม มาเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.นั้น ซาอุฯได้แสดงความห่วงใยออกมา โดยไม่ได้เข้ามาในลักษณะเป็นการประท้วงหรือแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย เพียงแต่เห็นว่า ชื่อของ พล.ต.ท.สมคิดเกี่ยวโยงกับคดีก็ห่วงใยในแง่นั้น และอุปทูตซาอุดิอาระเบียฯ ได้ไปพบนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง แล้วมาพบกับตนด้วย ซึ่งได้มีการนั่งคุยกันว่าจะร่วมกันหาทางออกอย่างไร จากนั้น ตนได้รายงานเรื่องนี้ต่อนายกฯ และนายสุเทพให้รับทราบแล้วว่าตนได้พูดอะไรกับอุปทูตบ้าง แต่ตอนนี้ยังเปิดเผยไม่ได้ เพราะอยู่ในระหว่างการปรึกษาหารือกันอยู่ อีกทั้งยังต้องดูในหลายๆเรื่อง เพราะไม่ใช้แค่เรื่องของ พล.ต.ท.สมคิด แต่ต้องดูว่าคดีอยู่ตรงไหน และไทยจะมีการแก้ไขอย่างไร มีความข้องใจของครอบครัวของผู้สูญเสียชีวิตว่าเป็นอย่างไร ซึ่งไทยต้องรู้ทั้งหมด และดูว่าอะไรที่จะทำได้ในการคลี่คลายปัญหาและหาทางออกร่วมกัน

          
“เรื่อง นี้มันคาใจกันมา และผู้ที่ได้รับความสูญเสียทั้งหมดตลอดเวลา 20 ปี ก็คือประชาชนชาวไทย และชาวซาอุฯ ที่เราเสียโอกาสในการส่งแรงงานไปไม่ได้ และนักท่องเที่ยวของเขา ถ้าจะมาเที่ยวบ้านเราก็ต้องหลบๆซ่อนๆ ซึ่งเราก็ต้องมาช่วยดูว่าจะช่วยแกะประเด็นปัญหาแต่ละอันอย่างไร ใครจะมาร่วมรับผิดชอบ ใครจะมาร่วมเสียสละ เพื่อสิ่งที่ดีงามของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุฯ”นายกษิต กล่าวและว่า  ตนพยายามดูทุกอย่างให้ครบเพื่อหาทางดำเนินการตามที่นายกฯมอบหมาย  ซึ่งตนต้องขอเวลาอีกสักพัก

          
นา ยกษิต กล่าวว่า ส่วนการจะทำหนังสือชี้แจงซาอุฯหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังทำไม่ได้เพราะต้องรอข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อน สำหรับความมุ่งมั่นในการรักษาความสัมพันธ์ และการแก้ปัญหาที่มีอยู่จะต้องทำร่วมกันโดยหลายหน่วยงาน และไทยต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับซาอุฯที่ชะงักมาเป็นเวลานานถึง 20 ปีแล้ว

          
เมื่อ ถามว่าการที่นายกษิตได้พบกับอุปทูตซาอุฯเมื่อวันที่ 7 กันยายนผ่านมา นอกจากการแสดงความห่วงใย ได้มีการยื่นคำขาดอะไรหรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า ไม่มีคำว่ายื่นคำขาด และประเทศที่ดีจะไม่ทำกันอย่างนี้


ด้าน นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า เอกสารดังกล่าว อุปทูตได้มอบให้กับคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร และเป็นเพียงการลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกว่า 20 ปี ซึ่งยืนยันว่า ขณะนี้ความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศ เริ่มดีขึ้น

 


ที่รัฐสภา นายนาบิล ฮัสเซอรี่ อุปทูต ประเทศซาอุดิอาระเบีย เข้าพบนายต่อพงษ์ ไชยสาส์น สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร และ นายประชา ประสพดี สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกมธ. กฎหมาย การยุติธรรม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อหารือกรณีคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) แต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนักธุรกิจซาอุดิอาระเบีย เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.
 

นายต่อพงษ์ เปิดเผยว่า อุปทูตซาอุฯได้แสดงความเป็นห่วงว่า ก.ตร. ได้นำหลักเกณฑ์เข้ามาประกอบการพิจารณาการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิดหรือไม่  และ การแต่งตั้งครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อคดีการหายตัวไปของนักธุรกิจซาอุหรือไม่ โดยเกรงว่าอาจจะมีความเกรงใจการดำเนินคดี  ซึ่งนายประชาในฐานะประธานกมธ.ยุติธรรมฯ รับปากว่า จะได้นำเรื่องดังกล่าวไปตรวจสอบในกมธ.กฎหมายอีกครั้ง  อุปทูตซาอุฯยังเป็นห่วงว่า จากการแต่งตั้งพล.ต.ท.ครั้งนี้ จะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยและซาอุฯ เพราะคดีดังกล่าวเริ่มมา ตั้งแต่ปี 2533 นับเป็นเวลา20 ปีแล้ว 


กมธ.กฎหมายฯ เตรียมเชิญอุปทูตซาอุเคลียร์


ที่ห้องประชุม 213 อาคารวุฒิสภา กรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายประชา ประสพดี เป็นประธาน ได้มีการหารือถึง การเชิญนายนาบิล ฮัสเซอรี่ อุปทูตประเทศซาอุดิอาระเบีย มาแสดงความคิดเห็นถึงการออกแถลงการณ์ แสดงความไม่พอใจ กรณีที่ คณะกรรมการตำรวจ(ก.ตร.) แต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทั้งที่ ยังเป็นจำเลยคดีการหายตัวไปของนายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี ที่อยู่ในการพิจารณาของศาล ซึ่งการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด อาจจะส่งผลกระทบถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยกำหนดให้มีการประชุมกมธ.กฎหมาย และเชิญอุปทูต มาในวันที่ 15 กันยายนนี้

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-08 22:41:39


ความเห็นที่ 32 (1389210)

มหากาพย์"สมคิด"

คอลัมน์ เหล็กใน

ชื่อ "สมคิด บุญถนอม" ผลุบๆโผล่ๆ ในข่าวเกี่ยวเนื่องกับทูตซาอุฯประจำประเทศไทยมานานร่วม 20 ปีแล้ว

เรื่องราวที่เยิ่นยาวราวกับมหากาพย์ ของคดีซาอุฯ อันประกอบด้วยเพชรซาอุฯ ฆ่าทูตซาอุฯ และอุ้มฆ่าพ่อค้าซาอุฯ

กลับมีตัวละครที่ชื่อไม่เคยลับหายไปอย่างคนอื่นๆ ชื่อว่าพล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม  ประเดี๋ยวประด๋าว ก็ต้องมีข่าวทูตซาอุฯประท้วงถึงรัฐบาลไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดห้วงเวลายาวนานนับจากเกิดคดี

เพราะขณะที่นายตำรวจหลายคนในยุคที่เกิดคดีซาอุฯ ค่อยๆ ถอยฉากไปจากยุทธจักร บางคนก็เสียชีวิตไปแล้ว  แต่พล.ต.ท.สมคิดยังคงเป็นนายตำรวจคนดัง ที่ก้าวหน้าในอาชีพราชการมาเป็นลำดับ

มีบางยุคที่พล.ต.ท.สมคิดต้องกระเด็นกระดอน ไปอยู่ในตำแหน่งอันไร้ความสำคัญ  แต่ก็ไม่เคยถูกดองยาวจนหมดสภาพ  โดยเฉพาะช่วงหลังๆ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ได้ดีอย่างเหนียวแน่น  ได้รับความไว้วางใจให้คุมภาคเหนือ  นัยว่าส่งตรง ไปกำราบคนเสื้อแดงที่ภาคเหนือ

ตามเส้นทางราชการปกติ คนเป็นผบช.ซึ่งอาวุโสได้ที่ จะขึ้นเป็นผู้ช่วยผบ.ตร.  เพียงแต่อาถรรพ์ของคดีซาอุฯ ยังคงตามมาหลอนพล.ต.ท.สมคิด เหมือนที่ตามมาตลอด  เป็นความผิดปกติเฉพาะตัว ที่รัฐบาลซาอุฯ มีจุดยืนไม่เปลี่ยนแปลง

แม้เวลาจะผ่านมานานเป็น 20 ปี อย่างที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ โอดครวญ   จุดยืนของซาอุฯ คือติดตามทุกย่างก้าวของพล.ต.ท. สมคิด อย่างถึงที่สุด   ต่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จะอึมครึมอย่างไร จากอดีต มาปัจจุบัน และรวมถึงอนาคต

ซาอุฯ ไม่ยอมลดราวาศอกกับพล.ต.ท.สมคิดแน่ในส่วนของคดีอาญา พล.ต.ท.สมคิดเพิ่งตกเป็นจำเลยเมื่อเร็วๆ นี้เอง จุดนี้เองที่ทางการซาอุฯ มองเป็นเหตุผลสำคัญ  ไม่อาจรับได้ หากพล.ต.ท.สมคิดจะก้าวหน้าไม่หยุดยั้ง   ขึ้นจากผบช.ไปเป็นผู้ช่วยผบ.ตร. ใกล้ยศพล.ต.อ.เข้าไปทุกขณะ

เรื่องทั้งหมดนี้ อาจไม่ลุกลามรุนแรง ถ้าหากรัฐบาลมีวิธีชี้แจงที่นิ่มนวล แสดงเหตุผลให้ฝ่ายซาอุฯได้เข้าใจ แต่เพราะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไปสัมภาษณ์ปกป้องพล.ต.ท.สมคิด โดยพูดเฉพาะข้อมูลเก่าที่พล.ต.ท. สมคิดเคยพ้นคดีเคยพ้นการสอบสวนทางวินัย

โดยละเลยจะพูดถึงคดีใหม่ ซึ่งดีเอสไอค้นพบพยานหลักฐานใหม่แล้วเพิ่งส่งฟ้องใหม่ในข้อหาฆาตกรรม  ความจริงการตกเป็นจำเลย ก็ยังไม่ถือว่าเป็นผู้กระทำผิด  แต่นายสุเทพไปบอกว่าพล.ต.ท.สมคิดพ้นผิดไปแล้ว จึงเป็นปัญหา  แล้วต้องไม่ลืมว่าปัญหานี้จัดการไม่ดีจะกระทบข้ามชาติ ทั้งแรงงานและคนไทยที่ต้องไปเมกกะ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-08 07:13:03


ความเห็นที่ 31 (1388403)
โครงการพระดาบสลงพื้นที่ลพบุรี ออกหน่วยช่วยเกษตรกร-ผู้ยากไร้
 
ลพบุรี:ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เลขาธิการมูลนิธิพระดาบส พร้อมด้วยคณะข้าราชการสำนักราชเลขาธิการสำนักพระราชวัง และคณะเจ้าหน้าที่มูลนิธิพระดาบส เดินทางลงพื้นที่ยังโรงเรียนบ้านหนองมะค่า อ.โคกเจริญ จ.ลพบุรี โดยมานายฉัตรชัยพรหมเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ให้การต้อนรับ

สำหรับการเดินทางมาในครั้งนี้ได้มีการจัดโครงการพระดาบสัญจร เพื่อให้ความรู้และฝึกทักษะในการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักรกลทางการเกษตรให้ แก่เกษตรกร รวมทั้งให้บริการทางการแพทย์ตรวจสุขภาพประชาชน พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่มาให้บริการตัดผมฟรีให้กับชาวบ้านทั้งชายและหญิง เด็กนักเรียน และมีการมอบถุงยังชีพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมพระบรม ฉายาลักษณะ ให้กับชาวบ้านในตำบลหนองมะค่า จำนวน 200 ถุง และได้มอบต้นกล้ายางพระราชทานให้กับนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี จำนวน 84 ต้น เพื่อนำไปปลูกตามจุดต่างๆเพื่อแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน

นอกจากนี้ในงานยังได้มีการมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาด แคลนทุนทรัพย์ จำนวน 35 ทุน ทุนละ 2,000 บาท มอบไม้เท้าให้กับผู้พิการและสูงอายุจำนวน 20 อันตามโครงการเก้าย่างอย่างมั่นคง รถวิลแชร์ ให้กับผู้พิการและผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นอัมพฤกอัมภาสจำนวน 5 คัน พร้อมกับได้มีการฝึกอาชีพให้กับชาวบ้านในตำบลหนองมะค่าจำนวน 78 ราย เพื่อให้นำไปสอนต่อเพื่อนบ้าน
 
วันที่ 31/8/2010
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-08-31 08:26:16


ความเห็นที่ 30 (1387867)

 

สร้างไอซีที 1 อำเภอ 1 ชุมชน ตั้งเป้าคนพิการ 900อำเภอ

คมชัดลึก :ขอนแก่น - ไอซีทีเดินหน้าทุ่มงบ 6 ล้านบาท สร้างไอซีทีชุมชนให้คนพิการ ตั้งเป้า 900 อำเภอทั้งประเทศ เพื่อเพิ่มความเท่าเทียมทางสังคม

นายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระบุว่า ปัจจุบันคอมพิวเตอร์และอินเmอร์เน็ตมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตในทุกระดับ รวมทั้งกลุ่มคนพิการและผู้สูงอายุที่มีการเข้าถึงข้อมูล และข่าวสารผ่านทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งกระทรวงไอซีทีก็คาดหวังว่าคนกลุ่มนี้จะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จาก การพัฒนาเว็บไซต์ที่รองรับการใช้งานของกลุ่มคนพิการและผู้สูงอายุ ทำให้สามารถลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำและสร้างความเท่าเทียมกันให้เกิดขึ้นใน สังคม

 "การจะทำให้คนพิการมีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเท่าเทียมเหมือนคนทั่วไป ในปัจจุบันนั้น ต้องพัฒนาให้คนพิการสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีให้มากที่สุด  โดยจะมีการจัดประชุม จัดสัมมนา การประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ความรู้ทางด้านไอซีทีให้แก่ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และประชาชนโดยทั่วไป เพื่อให้สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตในการศึกษาค้นคว้าข้อมูล ข่าวสาร ได้ตลอดเวลาและในทุกสถานที่ ทั้งยังเป็นการพัฒนาศักยภาพของประชาชน"

 นายธานีรัตน์ กล่าวอีกว่า การพัฒนาเว็บไซต์นั้น โปรแกรมเมอร์ และผู้เชี่ยวชาญ จะต้องมีความรู้ในเรื่องเทคโนโลยีเป็นอย่างดี และเข้าใจคนพิการ  ขณะเดียวกัน ทางไอซีทีได้จัดเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์ให้แก่คนพิการในชุมชนต่างๆ เพื่อสร้างโอกาสให้แก่คนพิการและผู้สูงอายุ โดยจัดตั้งเป็น ไอซีทีชุมชน มอบคอมพิวเตอร์ไปฝึกพัฒนากว่า 20 ตัว ซึ่งจะให้ชุมชนดูแลกันเอง

 “ตอนนี้ทางไอซีทีได้มอบเครื่องคอมพิวเตอร์ไปแล้วกว่า 600 แห่งทั่วประเทศ เช่นที่ อ.น้ำพอง ในโครงการน้ำพอง 1 อำเภอในฝัน โดยไอซีทีจะมอบให้อำเภอละ 1 ชุมชน ซึ่งตั้งเป้าหมายไว้แล้ว 900 อำเภอ นอกจากนี้ยังได้ติดต่อไปที่ ทีโอที หรือ แคท เข้ามาติดตั้งอินเทอร์เน็ตให้แก่ชุมชนกว่า 80 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเสริมสวัสดิการ และความรู้ให้แก่คนพิการ" นายธานีรัตน์ กล่าว

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-08-26 07:30:08


ความเห็นที่ 29 (1386911)

สตช.ประกาศบัญชีอาวุโส"นายพลสีกากี"แล้ว

ประกาศบัญชีอาวุโสนายพลสีกากีแล้ว ฮือให้สิทธิ ตร.ใต้อาวุโสพรวด  ผบช.ศชต.กระโดดขึ้นเบอร์ 3 ชิง ผู้ช่วย

วันนี้ 19 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เว็บไซท์ กองทะเบียนพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ   http://personnel.police.go.th/  ได้ประกาศลำดับอาวุโสข้าราชการตำรวจ วาระประจำปี 2553  พร้อม บัญชีแนบท้าย ในการระดับ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ถึง รอง ผบช.ใน ตร. และระดับผู้บังคับการ(ผบก.)ถึงรองผบก.ในสังกัด สง.ผบ.ตร. ซึ่ง ลงนามโดย พล.ต.ต.สมโชค เจริญพร รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล  มีรายละเอียดดังนี้

ในระดับ  ผู้ช่วย ผบ.ตร.  นั้น เรียงลำดับอาวุโส จากลำดับ 1 ถึง 12 ดังนี้ 

พล.ต.ท.สถาพร หลาวทอง

พล.ต.ท.พงศพัศ  พงษ์เจริญ

พล.ต.ท.เอก อังสนานนท์

พล.ต.ท.สุวัฒน์ ธำรงศรีสกุล 

พล.ต.ท.สุวัฒน์ จันทร์อิทธิกุล

พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง 

พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง

พล.ต.ท.ฉัตรชัย โปรตระนันท์ รองจเรตำรวจแห่งชาติ(สบ9) 

พล.ต.ท.จิโรจน์ ไชยชิต 

พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา

พล.ต.ท.ธีรเดช รอดโพธิ์ทอง

พล.ต.ท.ชลธาร จิราณรงค์ รองหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ(สบ9) 

ขณะที่ ระดับ ผบช.   นั้นเรียงลำดับอันดับ 1-37  ดังนี้

พล.ต.ท.ระพีพัฒน์ ปาละวงศ์ จตร.(สบ8)

พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ. 5

พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฎฐ์ ผบช.ศชต.

พล.ต.ท.ธีระวัฒน์ กิติวัฒน์ ผบช.สกบ.

พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผบช.สตม.

พล.ต.ท.อมรินทร์ อัครวงษ์ ผบช.รร.นรต.

พล.ต.ท.ดนัยธร วงศ์ไทย ผบช.สพฐ.ตร.

พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง จตช.(สบ8)

พล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ผบช.ศ.

พล.ต.ท.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ผบช.สง.ผบ.ตร.

พล.ต.ท.กฤษฎา พันธ์คงชื่น ผบช.ภ. 1

พล.ต.ท.เจตน์ มงคลหัตถี ผบช.กมค.

พล.ต.ท.วีระยุทธ สิทธิมาลิก ผบช.ภ. 9

พล.ต.ท.บรรหาร เสี่ยงอารมณ์ จตร.สบ8

พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี จตร.สบ8

พล.ต.ท.อุดม รักศีลธรรม จตร.สตส.

พล.ต.ท.อาจิณ โชตวงศ์ ผบช.สง.ก.ตร.

พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศตรู ผบช.ก.

พล.ต.ท.ประยูร อำมฤต ผบช.สยศ.

พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น.

พล.ต.ท.สมเดช ขาวขำ ผบช.สทส.

พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก จตร.สบ8

พล.ต.ท. เกรียงศักดิ์ สุริโย ผบช.ภ. 2

พล.ต.ท.พีระพงศ์ ดามาพงศ์ จตร.สบ8

พล.ต.ท.ชนิน ปรีชาหาญ ผบช.สง.ผบ.ตร.

พล.ต.ท.เอกรัตน์ มีปรีชา จตร.สบ8

พล.ต.ท.ธนากร ศิริอัฐ ผบช.สงป.

พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผบช.ภ.7

พล.ต.ท. ตรีทศ รณฤทธิชัย ผบช.ส.

พล.ต.ท.เดชาวัต รามสมภพผบช.ภ. 3 

พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร ผบช.ภ.4 

พล.ต.ท. อติดเทพ ปัญจมานนท์ ผบช.ปส.

พล.ต.ท.คัคคพงศ์ ศรีพาณิชย์ ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. (ที่ปรึกษาด้านวิเคราะห์นโยบาย)

พล.ต.ท.ภัทรชัย หิรัญญะเวช จตร.(สบ8) 

พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.(ทนท.บริหารงานด้านป้องกัน)

พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ นายแพทย์ใหญ่(สบ8)

และลำดับ 37 พล.ต.ท.ไตรรัตน์ อมาตยกุล ผบช.สง.นรป.

โดยในลำดับที่ 3 พล.ต.ท.พีระ นั้นมีหมายเหตุว่านับเวลาทวีคูณ

ขณะทีใน ระดับ รอง ผบช.  เรียงตามลำดับอาวุโส 1-94 โดยคัดมาเฉพาะ 32  อันดับแรก ดังนี้

 พล.ต.ต.เกรียงพงศ์ พุกประยูร รองจตร.(สบ.7)

พล.ต.ต.ศิริพงษ์ อ่อนแสงคุณ รองจตร.(สบ.7)

พล.ต.ต.อรรถพร อุทยานานนท์ รองผบช.ภ.2

พล.ต.ต.นเรศ เทียนกริม รองผบช.สทส.

พล.ต.ต.เรืองชัย วัฒนะพุกกะ  รองผบช.ศ.

พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ โชติมา รองจตร.(สบ.7)

พล.ต.ต.ยงยศ นาคเฉลิม รองจตร.(สบ.7) 

พล.ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ รองผบช.น.

พล.ต.ต.ชลอศักดิ์ อาษา รองผบช.ภ.3 

พล.ต.ต.ไพฑูรย์ ชูไชยยะ รองผบช.ศชต. 

พล.ต.ต.ยงยุทธ เจริญวานิช รองผบช.ศชต.

พล.ต.ต.นพรัตน์ มีปรีชา รองผบช.ตชด.

พล.ต.ต.วิบูลย์ ปรองดอง รองผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.

พล.ต.ต.สุทิน เขียวรัตน์ รองผบช.ตชด.

พล.ต.ต.วันชัย ถนัดกิจ รองผบช.ภ.1

พล.ต.ต.ม.ล.พันธ์ศักดิ์ เกษมสันต์  รองผบช.สตม.

พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ รองผบช.ภ.8

พล.ต.ต.วัฒนา สักกวัตร รองผบช.กมค.

พล.ต.ต.ชูชีพ หนูนาง รองผบช.ภ.7

พล.ต.ต.ภานุ เกิดลาภผล รองผบช.น.

พล.ต.ต.สมโชค  เจริญพร  รองผบช.สกพ.

พล.ต.ต.อุดม  ชัยมงคลรัตน์ รองผบช.ภ.8

พล.ต.ต.สมพงษ์  คงเพชรศักดิ์  รองผบช.ภ.6 

พล.ต.ต.วรเทพ  เมธาวัธน์ ผบช.สกบ.

พล.ต.ต.กวี  สุภานันท์ รองผบช.ภ.4

พล.ต.ต.สุวิระ  ทรงเมตตา รองผบช.ภ. 2

พล.ต.ต.เดชณรงค์  สุทธิชาญบัญชา รองผบช.ศชต.

พล.ต.ต. ณรงค์  กาญจนะ รองผบช.สง.ผบ.ตร.

พล.ต.ต.จุตติ  ธรรมมโนวานิช รองผบช.สตส.

พล.ต.ต.โกศล  พัวเวส รองผบช.ส.

พล.ต.ต.ดำริ  โชตเศรษฐ  รองผบช.น.

พล.ต.ต.ปัญญา  มาเม่น รองผบช.ก. 

อย่าง ไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าบัญชีลำดับอาวุโสฉบับนี้มีการปรับให้ ตำรวจที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับการพิจารณานับเวลา ราชการคูณ ทำให้มีลำดับอาวุโสขึ้นมาอยู่ในกลุ่มต้นๆ

ทั้งนี้สำหรับตำแหน่งว่างในปีนี้ พบว่าระดับผู้ช่วย ผบ.ตร.ขึ้นเป็นระดับรองผบ.ตร. นั้นมีตำแหน่งว่า 6  ตำแหน่ง  ระดับผู้บัญชาการ(ผบช.) ขึ้นผู้ช่วยผบ.ตร. นั้น มีว่าง 11 ตำแหน่ง และระดับรองผบช. ขึ้นเป็น ผบช. นั้นมีตำแหน่งว่าง 17 ตำแหน่ง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-08-19 21:16:34


ความเห็นที่ 28 (1386895)

เปิดบัญชีรายชื่อลำดับอาวุโสโผแต่งตั้ง“นายพลตำรวจ” ปี53

การทำโผแต่งตั้งนายพลตำรวจ  เริ่มเข้มงวดเข้ามาทุกขณะแล้ว  และถือได้ว่าเป็นช่วงโค้งสุดท้าย ที่เหล่านักวิ่งสีกากี  ทั้งมีค่ายไม่มีค่าย  ต้องทำการบ้านมากขึ้น  ทั้งรู้เขา และรู้เรา  ภายหลัง คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เตรียมประกาศบัญชีรายชื่ออาวุโส  อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ  ในวันที่ 20-21 ส.ค. ทั่วประเทศ
 
สำหรับการแต่งตั้งระดับนายพลตำรวจ ประจำปี 2553  นั้นจะแบ่งเป็น 2 ช่วง  คือ  ระดับ รอง ผบ.ตร.-ผบช. เกิดขึ้นใน วันที่ 25 - 26 ส.ค.นี้  ต่อจากนั้น ระดับ รอง ผบช.- ผบก. ก็จะขับเคลื่อนต่อทันที่  ในวันที่ 3 - 4 ก.ย.  เมื่อเรามาตรวจสอบเรียงลำดับอาวุโสระดับ ผช.ผบ.ตร. ขึ้นไป เพื่อช่วงชิง ตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. และตำแหน่งเทียบเท่า ที่มีว่าง จำนวน 6 ตำแหน่ง  

เมื่อเรียงตามลำดับอาวุโส  เริ่มจาก อันดับ 1 คือ พล.ต.ท. สถาพร หลาวทอง   อันดับ 2  พล.ต.ท.พงศพัศ  พงษ์เจริญ  อันดับ 3 พล.ต.ท.เอก อังสนานนนท์  อันดับ 4  พล.ต.ท.สุวัฒน์  จันทร์อิทธิกุล  อันดับ 5  พล.ต.ท.สุวัฒน์  ธำรงศรีสกุล  จะเกษียณปี 54   อันดับ 6  พล.ต.ท.อัศวิน  ขวัญเมือง และอันดับ 7  พล.ต.ท.สมยศ  พุ่มพันธุ์ม่วง 
    
ขณะที่ตำแหน่ง ผช.ผบ.ตร. มีว่าง 11 ตำแหน่ง เรียงตามลำดับอาวุโส เริ่มด้วย อันดับ 1 พล.ต.ท.ระพีพัฒน์  ปาละวงศ์ จตร. (สบ 8)  อันดับ 2  พล.ต.ท. สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5  อันดับ 3 พล.ต.ท.ธีรยุทธ กิติวัฒน์ ผบช.สกบ. จะเกษียณปี 54  อันดับ 4  พล.ต.ท.อมรินทร์ อัครวงษ์ ผบช.รร.นรต.  อันดับ 5  พล.ต.ท.ดนัยธร วงศ์ไทย ผบช.สพฐ.ตร.  อันดับ 6  พล.ต.ท. รชต เย็นทรวง จตร. (สบ 8) 

อันดับ 7  พล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ผบช.ศ.  อันดับ 8  พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผบช.สตม.  อันดับ 9  พล.ต.ท.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ผบช.ประจำ ผบ.ตร. (ทนท.ที่ปรึกษา สปท.บก.ทท.)  อันดับ 10  พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น  ผบช.ภ. 1 อันดับ 11  พล.ต.ท.เจตน์ มงคลหัตถี ผบช.กมค.  อันดับ 12  พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี จตร. (สบ 8)  อันดับ 13  พล.ต.ท.อุดม  รักศิลธรรม ผบช.สตส.  และอันดับ  14  พล.ต.ท.อาจิณ โชติวงศ์ ผบช.สง.ก.ตร.ส่วนตำแหน่ง ผบช. มีว่างถึง 17 ตำแหน่ง  และระดับ ผบก.ทั่ประเทศ  ว่างกว่า  65  ตำแหน่ง

 *****  ดังนั้น  การแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่ง  นายพลตำรวจ  ทุกระดับ เรียงไปจนถึง  สารวัตร ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญในการกำหนดทิศทางการทำงานภาพลักษณ์ของตำรวจ  ในการดูแลความสงบสุข  ความเรียบร้อยของสังคมและประชาชน ดังนั้นใครจะสมหวังกับการเลื่อนตำแหน่ง หรือ ผิดหวัง ก็ขอให้เอาประชาชนเป็นที่ตั้งมากกว่า ยศ ตำแหน่ง  ที่มันไม่จีรังยั่งยืนเท่ากับ เกียรติ  และศักดิ์ศรี  ของการเป็นตำรวจ ของประชาชน *****

                      กูรูสีกากี 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-08-19 19:27:54


ความเห็นที่ 27 (1386193)

   ผบช.ภ.5 เชื่อยังต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จ.เชียงใหม่ ชี้สถานการณ์ไม่นิ่ง

    พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวถึงกรณีที่ พล.ท.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน แม่ทัพภาคที่ 3 ระบุว่า เสนอให้มีการยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย ว่าเบื้องต้นตนจะหารือกับ พล.ท.ทนงศักดิ์ ก่อนว่ามีเหตุผลใดที่จะยกเลิก ส่วนหนึ่งคงมองในมุมของทหาร แต่ฝ่ายตำรวจยังเห็นว่าในพื้นที่ยังต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต่อไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่น่าไว้วางใจ ขณะที่กรณีดังกล่าว ตนจะหารือกับผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ และฝ่ายปกครองด้วย
        ขณะเดียวกันหากมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วนั้นจะมีเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งการติดตามผู้ที่หลบหนีความผิด ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่จะต้องส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ออกหมายจับต่อไป ซึ่งจะต้องดูว่าทั้งหมดนี้ทำได้หรือไม่ ทั้งนี้จะต้องมีการวางแผนงาน เพื่อดูว่าหากยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วจะมีผลดีหรือผลเสียมากกว่ากัน อย่างไรก็ตาม ตนไม่สามารถตอบได้ว่า ในพื้นที่ยังมีกลุ่มที่ต้องการจะสร้างสถานการณ์อยู่

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-08-13 18:01:31


ความเห็นที่ 26 (1385528)

แข่งกันทำงาน

วันก่อนชุดสืบสวน บช.ภ.2 นำทีมโดย พล.ต.ต.สุวิระ ทรงเมตตา รอง ผบช.ภ.2 จับแก๊งลักรถยนต์รายใหญ่ได้ครบวงจร ทั้งผู้ที่ลงมือลักรถ เอเย่นต์ และผู้รับซื้อ

เริ่มจากจับนายประภรณ์ ปู่เปี่ยมช้าง ขณะนำรถปิกอัพอีซูซุที่ลักมา ไปส่งมอบให้ลูกค้า
ตรวจสอบกล้องวงจรปิดคดีลักรถอื่นๆ พบภาพนายประภรณ์ก่อคดีมาหลายครั้ง และไม่ได้ทำคนเดียว
ร่วมกันทำเป็นแก๊ง   นำตัวมาสอบสวนจนยอมเปิดปากว่า ทั้งแก๊งมี 8 คน ตระเวนลักรถ ใน จ.ฉะเชิงเทรา และใกล้เคียง ส่งขายให้เอเย่นต์ที่ภาคใต้ตามใบสั่ง  เอเย่นต์ผู้สั่งซื้อรายใหญ่ชื่อ "บังดุล" รับซื้อคันละ 7–8 หมื่นบาท   ได้ใบสั่งมาก็จะตระเวนหารถเป้าหมาย แล้วแบ่งหน้าที่กันทำ
ลงมือคันละไม่ถึง 10 นาที   ได้รถมาก็จะเอามาเปลี่ยนกุญแจ เปลี่ยนป้ายทะเบียน ดัดแปลงสภาพ แล้วขับไปส่งให้ผู้ที่มารับรถเพื่อขับลงไปภาคใต้   ตำรวจตามจับแก๊งลักรถได้ทั้งแก๊ง รวมทั้งหัวหน้าแก๊งคือนายต๋อง ปิ่นทอง มีหมายจับจากโรงพักต่างๆทั่วประเทศถึง 28 คดี

ชุดสืบสวน บช.ภ.2 ยังตามจับเครือข่ายและลงใต้ไปที่ จ.สงขลา จับนายอุทัย ช้องประเสริฐ หรือ "บังดุล" เจ้าของร้านอะไหล่รถยนต์   รวมคดีนี้จับผู้ต้องหาได้ถึง 14 คน  ของ กลางกว่า 3,000 ชิ้น ต้องใช้รถสิบล้อขนถึง 7 คัน เอามา เก็บไว้ที่โกดังเก่าของบริษัทฮอนด้า ต.นครเขื่อนขันธ์ อ.เมืองฉะเชิงเทรา เพื่อให้ผู้เสียหายไปตรวจสอบ

อีกคดี พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร. นำทีมสืบสวน ประกอบด้วย พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.ประจำ ตร. พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบก.อก.ปภ. และ พ.ต.อ.นันทชาติ ศุภมงคล รอง ผบก.อก.บช.ภ.2 จับนายกรกฎ เพ็ชรสูงเนิน ที่แอบอ้างพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ฉ้อโกงประชาชน  อ้างว่าจะเสนอชื่อเข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีสิทธิ์ ใช้คำนำหน้าว่า "คุณหญิง"  มีผู้เสียหาย 13 ราย
สูญเงินไปคนละหลายหมื่นบาท

ช่วงนี้ตำรวจหลายหน่วยแข่งกันทำงาน ปิดคดีสำคัญๆได้อย่างต่อเนื่อง บรรยากาศแบบนี้ ชาวบ้านเห็นแล้วอบอุ่นใจ.

"เพลิงมรกต"

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-08-09 06:54:15


ความเห็นที่ 25 (1384485)

กรมที่ดินวุ่นโฉนดซ้ำ1.1แสนแปลง เร่งแก้หวั่นกระทบสิทธิคนถือครอง

กรม ที่ดินมึน ตรวจพบเลขโฉนดที่ดินซ้ำซ้อนกันทั่วประเทศ 1.1 แสนแปลง วุ่นหาทางแก้หวั่นกระทบสิทธิชาวบ้าน อธิบดีกรมที่ดินสั่งทุกสำนักงานเร่งเคลียร์ปัญหาให้เสร็จเรียบร้อยภายใน 1 ปี ชี้ต้นเหตุมาจากปรับเปลี่ยนพื้นที่เขตการปกครองบ่อยจนเจ้าหน้าที่สับสน คนกรุงเจอแจ็กพอตด้วย 1.3 หมื่นแปลง

นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ อธิบดีกรมที่ดิน เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า กรมที่ดินอยู่ระหว่างปรับปรุงสารบบที่ดินทั่วประเทศพร้อม ๆ กับเร่งแก้ปัญหาจากที่พบว่าเลขโฉนดที่ดินและเลขหน้าสำรวจซ้ำซ้อนกันอยู่ จำนวนมาก จากการตรวจสอบพบว่า ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) มีโฉนดที่ดินที่เลขหน้าสำรวจและเลขโฉนดซ้ำกัน 12,000-13,000 แปลง จากโฉนดที่ดินที่มีประมาณ 2,000,000 แปลง ส่วนต่างจังหวัดโฉนดที่ดินที่เลขหน้าสำรวจและเลขโฉนดซ้ำกันมีอยู่ประมาณ 110,000 แปลง จากทั้งหมด 32 ล้านแปลง

สำหรับปัญหาการให้เลขซ้ำซ้อน กันของเลขหน้าสำรวจและเลขโฉนด มีทั้งโฉนดที่ดินที่ข้อมูลซ้ำซ้อนกันระหว่าง กทม.กับพื้นที่ใกล้เคียงอย่างจังหวัดสมุทรปราการ, ที่ดิน 2 แปลงมีเลขโฉนดเดียวกันอยู่ในสำนักงานเดียวกัน และที่ดิน 2 แปลงมีเลขโฉนดเดียวกันแต่อยู่ต่างสำนักงาน สาเหตุหลักมาจากมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่เขตการปกครองบ่อยครั้ง อย่างเดิมมี 71 จังหวัด ปัจจุบันมี 76 จังหวัด หรือ กทม.จากเดิมมี 36 เขต ปรับเพิ่มเป็น 50 เขต อาทิ เขตห้วยขวางเดิมเป็นแขวงขึ้นอยู่กับเขตพญาไท หรือเขตดินแดงที่แยกมาจากเขตห้วยขวาง หรือเขตลาดกระบังที่ปรับเปลี่ยนมาจากเดิมชื่ออำเภอเจียระดับ เป็นต้น ทำให้เจ้าหน้าที่กรมที่ดินเขียนเลขหน้าสำรวจและเลขโฉนดที่ดินคลาดเคลื่อน

เมื่อ ตรวจสอบพบกรมที่ดินจึงเร่งแก้ไขปัญหาด้วยการแก้ไขเลขโฉนดที่ดินให้ตรงกับเขต พื้นที่การปกครอง ตามแผนจะแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี โดยจะแก้ไขโฉนดฉบับหลวงซึ่งจัดเก็บไว้ในสารบบที่ดินที่สำนักงานที่ดินสาขา แต่ละแห่งก่อน จากนั้นจะบันทึกข้อมูลในฐานข้อมูล ส่วนโฉนดฉบับราษฎร์ที่อยู่ในความครอบครองของเจ้าของโฉนดแต่ละรายจะทยอยแก้ไข เมื่อนำโฉนดมาติดต่อทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดิน

นายอนุวัฒน์ยืนยัน ว่า ปัญหานี้จะไม่ส่งผลกระทบสิทธิหรือทำให้เจ้าของโฉนดที่ดินเสียหาย ทั้งยังไม่ส่งผลกระทบต่อมูลค่าหรือราคาที่ดิน เพียงแต่อาจจะก่อให้เกิดความกังวล หรือเจ้าของที่ดินอาจยุ่งยากและเสียเวลาบ้างที่ต้องนำโฉนดมาแก้ไขให้ถูกต้อง

ขณะ เดียวกันกรมที่ดินกำลังเร่งจัดทำระบบสารสนเทศภายในสำนักงานที่ดินทั่วประเทศ งบประมาณดำเนินการทั้งสิ้น 12,000 ล้านบาท ซึ่งดำเนินการในพื้นที่นำร่องบางส่วนแล้ว อย่างจังหวัดอุบลราชธานี หนองคาย และปีงบประมาณ 2554 จะดำเนินการในจังหวัดสงขลา และสำนักงานที่ดินสาขาใน กทม. 8 แห่ง ได้แก่ ดอนเมือง หนองแขม บางขุนเทียน มีนบุรี บางเขน บางกะปิ ห้วยขวาง แนวทางดำเนินการจะนำโฉนดที่ดินและคีย์ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติที่ดินทุกแปลง ไว้ในคอมพิวเตอร์ ในอนาคตจะสามารถให้บริการประชาชนได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น

พร้อม กับจัดทำโครงการศูนย์ข้อมูลที่ดินแห่งชาติ ตั้งอยู่ในอาคารกรมที่ดินเดิมย่านปากคลองตลาด งบประมาณดำเนินการ 3,000-4,000 ล้านบาท โดยจะบรรจุ รายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารสิทธิโฉนดที่ดินทั่วประเทศทั้ง 32 ล้านแปลงไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ อาทิ รูปแปลงที่ดิน ราคาประเมิน การใช้ประโยชน์ที่ดินตามกฎหมายผังเมือง อาคารสิ่งปลูกสร้าง ข้อมูลเกี่ยวกับการชำระภาษี ฯลฯ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับที่ดินแต่ละแปลงจะปรากฏในแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการใช้งานของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน

นา ยอนุวัฒน์กล่าวว่า ในส่วนของหน่วยงานภาครัฐน่าจะมีไม่น้อยกว่า 20 หน่วยงานที่สามารถนำข้อมูลที่จัดเก็บไว้ในศูนย์ข้อมูลที่ดินแห่งชาติไปใช้ ประโยชน์ในการวางแผนพัฒนา การเวนคืนที่ดินสร้างถนน ทางด่วน การจัดเก็บภาษี ตลอดจนงานสืบสวนสอบสวน ฯลฯ อาทิ กทม. กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท การทางพิเศษแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการ ฟอกเงิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ฯลฯ

หาก จัดตั้งศูนย์ข้อมูลที่ดินแห่งชาติสำเร็จ อันดับแรกจะจัดเก็บข้อมูลแปลงที่ดินใน กทม.ที่มีอยู่ 2 ล้านแปลงก่อน ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ รัฐบาลกำลังผลักดันบังคับใช้เป็นกฎหมาย เฉพาะ กทม.น่าจะเก็บภาษีได้ปีละกว่า 2 หมื่นล้านบาท และหากจัดเก็บข้อมูลที่ดินได้ทั่วประเทศให�แล�วเสร็จใน 3 ปีตามแผนที่วางไว้ก็จะช่วยให้รัฐจัดเก็บภาษีได้ปีละไม่ต่ำกว่าแสนล้านบาท

แหล่ง ข่าวจากกรมที่ดินเปิดเผยเพิ่มเติมว่า การแก้ไขเลขโฉนดที่ซ้ำซ้อนเป็นเรื่องใหญ่และค่อนข้างยุ่งยาก เนื่องจากเป็นปัญหาที่สะสมมานาน อีกทั้งสำนักงานที่ดินแต่ละสาขามีโฉนดที่ดินจำนวนมาก ที่สำคัญในการแก้ไขนอกจากต้องได้รับความยินยอม จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแล้ว หากที่ดินติดจำนอง หรือถูกยึด อายัด ก็จะต้องแจ้งผู้รับจำนอง ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงิน, ผู้รับจำนองรายอื่น ๆ หรือกรณีที่ดินถูกยึดทรัพย์ก็ต้องแจ้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ถ้าถูกอายัดก็ต้องแจ้งเจ้าพนักงานที่อายัดโฉนดที่ดินแปลงนั้น ๆ ด้วย ผู้รับจำนอง รวมทั้ง ผู้จะซื้อหรือจะขายที่ดินอาจไม่มั่นใจ แม้ กรมที่ดินจะยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดไม่กระทบสิทธิผู้ที่เกี่ยวข้องก็ ตาม

ตัวอย่างพื้นที่ที่มีปัญหาโฉนดที่ดิน ซ้ำซ้อน อาทิ เขตยานนาวา (เมือง) จำนวนโฉนด 9,027 แปลง โฉนดซ้ำ 43 แปลง ตลิ่งชัน (บางใหญ่) โฉนด 3,694 แปลง โฉนดซ้ำ 3,206 แปลง มีนบุรี 37,335 แปลง โฉนดซ้ำ 34,708 แปลง บางขุนเทียน (เมือง) 134 แปลง โฉนดซ้ำ 74 แปลง บางเขน (ตลาดขวัญ) จำนวนโฉนด 55,604 แปลง โฉนดซ้ำ 19,275 แปลง เป็นต้น

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-07-29 06:58:53


ความเห็นที่ 24 (1383342)


อนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ

วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 06:07:55 น.  มติชนออนไลน์


กมธ.กม.คาใจส.ค.1ออกน.ส.3 ก.ได้ ลงพื้นที่ตรวจอีกรอบ อธิบดีที่ดินยันไล่บี้"อัลไพน์"ตามหน้าที่ปัดการเมืองสั่ง

กมธ.กม.ติดใจปม ส.ค.1 ออก น.ส.3 ก.ได้ ลงพื้นที่ตรวจอีกรอบ อธิบดีที่ดินยันไล่บี้�ัลไพน์�ามหน้าที่ ปัดการเมืองสั่ง เบี้ยวนัดแจงผลสอบ ส.ค.หาย


นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ อธิบดีกรมที่ดิน ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ถึงกรณีพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวหา นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ซื้อที่ดินบริเวณเขาแพง หมู่ 6 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งจากการตรวจสอบของฝ่ายค้านสงสัยอาจเป็นที่นายอากร ฮุนตระกูล นักธุรกิจ ที่ซื้อที่ดินบนเกาะสมุยร่วม 5,000 ไร่ และได้บริจาคคืนให้กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เพื่อใช้เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ ว่า ไม่ต้องการพูดถึงกรณีนี้ เพราะเท่าที่ทราบมีนักธุรกิจท่านหนึ่งไปซื้อที่ดินจำนวนมากแต่ซื้อในลักษณะ ใดนั้นไม่ทราบ เพราะไม่ทราบว่าซื้อเป็น ส.ค.1 หรือ ภ.บ.ท.5 หากซื้อแต่เอกสาร แต่ไม่มีการทำประโยชน์ในที่ดิน แล้วมาบอกว่าเป็นของเรานั้นไม่ได้


"ถ้าซื้อแล้วมีการเข้าไปทำประโยชน์ มีการบอกผู้อื่นว่านี่เป็นที่ดินของตน มีการเหยียบย่ำ หรือทำร่องน้ำไว้ และห้ามผู้อื่นเข้าไปบุกรุกจับจองต่อ เพราะเป็นที่มีเจ้าของ ก็ถือว่ามีการทำประโยชน์ในพื้นที่ หรือมีการเอาคนไปทำไร่ ทำสวน อย่างนี้ครอบครองได้ แต่ถ้าเพียงแต่ซื้อใบ เช่น ซื้อ ภ.บ.ท. ไว้ 10 ใบ ได้เนื้อที่ 150 ไร่ แต่ไม่เคยทำประโยชน์ และไม่รู้ว่าที่อยู่ตรงไหน อย่างนี้ถือว่าไม่ได้สิทธิ" อธิบดีกรมที่ดินระบุ


ผู้สื่อข่าวถามว่า ทายาทเจ้าของที่ดินได้ระบุว่าส่งมอบให้ ทส.ไปแล้ว นายอนุวัฒน์กล่าวว่า นี่คือสาเหตุที่ตอบไม่ได้ เพราะยังไม่ได้พิสูจน์ว่ามีการทำประโยชน์หรือไม่ และส่งมอบให้หน่วยงานหรือบุคคลใดรับ ถ้าซื้อเอกสาร แล้วเอาเอกสารไปให้ ในทางกฎหมายถือว่าไม่ได้ครอบครอง ก็จะไม่ได้อะไร ฉะนั้นจึงยังตอบไม่ได้ว่าที่ดินที่มีปัญหานั้น แปลงไหน ทับของใคร
เมื่อ ถามว่าใครจะเป็นผู้ยืนยันได้ว่าที่ดินที่บริจาคมีการทำประโยชน์หรือไม่ นายอนุวัฒน์กล่าวว่า ยังตรวจสอบไม่ได้ เพราะยังไม่สามารถหาพยานยืนยันได้ และฝ่ายเจ้าของที่ที่บอกว่าเป็นเจ้าของที่ก็จะต้องหาพยานมายืนยันว่าทำ ประโยชน์ในพื้นที่จริง เช่นว่านักธุรกิจคนนี้เคยมาปลูกดอกไม้ ปลูกข้าว ทำสวนตรงนี้จริง หรือมีการจ้างคนมาทำ หรือมาดูแล จึงจะถือว่ามีการส่งมอบเพราะต้องส่งมอบตัวที่ดิน ไม่ใช่เอกสาร


เมื่อถามว่าการสั่งให้ติดตามความคืบหน้ากรณีที่ดินอัลไพน์ภายใน 1 เดือน เป็นคำสั่งทางการเมืองเพื่อแก้เกมหรือไม่ นายอนุวัฒน์กล่าวว่า นี่ไม่เกี่ยวกับการเมือง เพียงแต่ตนสั่งให้ติดตามความคืบหน้า ในฐานะเจ้าพนักงานของรัฐ หากไม่ทำอะไรเลยจะเท่ากับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตาม เรื่องที่ดินอัลไพน์ เป็นหน้าที่ของปลัดกระทรวงมหาดไทย หากเห็นว่าไม่ถูกต้อง ก็จะต้องยกเลิกคำร้องอุทธรณ์ที่อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยสั่งให้กระทรวง มหาดไทยรับอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนของอดีตอธิบดีกรมที่ดิน

 

ด้านนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พท. ในฐานะประธานคณะกรรมการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กมธ.จะลงพื้นที่เขาแพง อ.เกาะสมุย อีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากยังติดใจประเด็นข้อสงสัยกรณีที่เอกสาร ส.ค.1 ของนายจรูญ ศรีแผ้ว ที่ระบุว่าที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่ใน ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย แต่ปรากฏว่าภายหลังมีการนำ ส.ค.1 ไปออกเป็น น.ส.3 ก.ในที่ดิน 2 แปลงอยู่ใน ต.แม่น้ำ และ ต.อ่างทอง และเมื่อ กมธ.ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดในภายหลังพบว่าเกาะสมุยไม่เคยมีการแยก ตำบลหรือหมู่บ้านในภายหลังแต่อย่างใด


"ดังนั้นจึงไม่มีความเป็นไปได้ที่ ส.ค.1 จะสามารถนำไปออก น.ส.3 ก.ข้ามตำบลได้ กมธ.จึงเห็นว่าควรที่จะลงพื้นที่จริงเพื่อขึ้นเฮลิคอปเตอร์ตรวจสอบที่ดินใน ปลายสัปดาห์หน้า ครั้งนี้ กมธ.จะขออนุญาตเจ้าของที่ดินคือนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ นำเฮลิคอปเตอร์ลงจอดด้วย เพราะ กมธ.ยังได้รับการร้องเรียนในภายหลังว่า มีการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติมด้วยในที่ดินบริเวณเดียวกัน" นายประชากล่าว


อดีตกำนันรายหนึ่งบนเกาะสมุย เปิดเผยว่า สำหรับวิธีนำที่ดินมือเปล่า หรือที่ ภ.บ.ท.5 ไปออกเอกสารสิทธิ มี 2 วิธีที่นิยมใช้กันมาก คือ 1.ใช้ ส.ค.บิน คือนำ ส.ค.จากที่อื่นมาออก น.ส.3 ก. 2.ทำโฉนดบวม คือนำ ส.ค.1 ไปออก น.ส.3 ก.หรือนำ น.ส.3 ก.ไปออกโฉนดทับที่ ภ.บ.ท.5 หรือที่รกร้างใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะใช้วิธีการใดจะต้องมีเจ้าหน้าที่รัฐร่วมมือด้วย โดยก่อนหน้านี้เคยมีเจ้าพนักงานที่ดิน จ.สุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุยรายหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว เคยแนะนำให้ชาวบ้านไปไถที่รกร้างข้างๆ แปลงของตัวเอง ก่อนจะออกเอกสารสิทธิคร่อมที่ดังกล่าวให้ ซึ่งช่วงเวลาที่มีปัญหา ส.ค.บินและโฉนดบวมบนเกาะสมุยมากที่สุด เกิดขึ้นระหว่างปี 2541-2544 จนทำให้เกิดคดีเดอะพีคและคดีแบนดิโดสขึ้น


นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหาที่ดินเขาแพงว่า ปัญหาที่ดินเป็นปัญหาหนึ่งที่ประชาชนร้องเรียนมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งรัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาไปได้แล้วร้อยละ 40 ของเรื่องที่ร้องเรียนทั้งหมด และในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาข้อเรื่องร้องเรียนผ่านมาทางคณะกรรมการสิทธิมนุษย ชนแห่งชาติ (กสม.) รวม 25 เรื่อง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีผู้ร้องเรียนกรณีการครอบครองที่เขาแพง เข้ามาแต่อย่างใด หากมีการสงสัยว่า ได้เอกสารสิทธิมาโดยมิชอบ ก็สามารถร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอให้มีการตรวจสอบได้

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-07-17 08:06:52


ความเห็นที่ 23 (1381957)

'ไอซีที'วาง กลยุทธ์ เสริมแกร่งอุตสาหกรรมICT

Pic_93500

กระทรวงไอซีที วางกลยุทธ์ส่งเสริมและพัฒนาการสร้างอุตสาหกรรม ICT ของไทยให้เข้มแข็ง หวังระดมความคิดเห็น รับฟังข้อเสนอแนะสนับสนุนภาครัฐให้เกิดการบูรณาการ เพื่อยกระดับการพัฒนาประเทศ...

นายธานีรัตน์  ศิริปะชะนะ รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวระหว่างเป็นประธาน พิธีเปิดการวิพากษ์คู่มือ การจัดทำมาตรฐานรายการข้อมูลเพื่อการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วย งานภาครัฐ ครั้งที่ 1 ว่า งานครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อระดมความคิดเห็น พร้อมทั้งรับฟังข้อเสนอแนะในการปรับปรุงคู่มือการจัดทำมาตรฐานรายการข้อมูล เพื่อการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ให้สามารถนำไปปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐเกิดการบูรณาการข้อมูล ระหว่างหน่วยงาน อีกทั้ง ยกระดับคุณภาพการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐและส่งเสริมการ พัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-07-04 16:38:16


ความเห็นที่ 22 (1381532)

วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2553 เวลา 23:52:36 น.  มติชนออนไลน์


อธิบดีปค.หอบเอกสารแจงมท.1 อ้างรับบัตรสมาร์ทการ์ดICTไม่ได้ ผิดกฎกระทรวงชัดเจน โต้"วงศ์ศักดิ์" กลับลำ

"มงคล"อธิบดีปค. หอบเอกสาร ชี้แจงมท.1 อ้างสาเหตุรับบัตรสมาร์ทการ์ดของไอซีทีไม่ได้ เพราะผิดกฎกระทรวงชัดเจน ยกหนังสือปค.ตอบโต้ไอซีที ชี้"วงศ์ศักดิ์" เคยขอให้ไอซีทีทบทวนก่อนกลับลำยอมรับบัตร 1E


จากกรณีปัญหาบัตรสมาร์ทการ์ด ที่กระทรวงมหาดไทย ไม่ยอมรับบัตรจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) โดยระบุว่ารูปแบบบัตร ไม่เป็นไปตามที่ กฎกระทรวง ฉบับที่ 22 (พ.ศ.2550) กำหนดไว้ รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา นายมงคล สุรสัจจะ อธิบดีกรมการปกครอง(ปค.) ได้เข้าพบนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว โดยนายมงคล ได้ทำหนังสือรวบรวมข้อมูล ทั้งเอกสารที่ส่งจากกรมการปกครอง กระทรวงไอซีที ตามด้วย  พ.ร.บ. บัตรประชาชน และกฎกระทรวงฉบับที่ 3,4,12,13,18,21,และ22 ที่มีการแก้ไขกฎกระทรวงตามลำดับ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงบัตรประชาชน ซึ่งปัจจุบันบัตรรุ่นใหม่ที่ถูกผลิตขึ้นเป็นรุ่นที่ 6 ตั้งแต่เริ่มมีบัตรประจำตัวประชาชน  โดยหนังสือชี้แจงของนายมงคล มีความยาวประมาณ 100 หน้า
 

รายงานข่าวแจ้งว่า ในหนังสือชี้แจงระบุตอนหนึ่งว่า ตาม พ.ร.บ.บัตรประชาชน มาตรา 7 ระบุไว้ว่า การกำหนดสี และลักษณะ ตลอดจนรายละเอียดในบัตร และรายระเอียดของรายการในบัตร ให้เป็นไปตามกฎกระทรวง ดังนั้น กรมการปกครองได้ปรับรูปโฉมบัตรให้สวยงาม ก้าวหน้า ทันสมัย และสามารถป้องกันการปลอมแปลงได้มาขึ้น โดยมีการแก้ไขกฎกระทรวง เพื่อกำหนดรูปแบบจำนวน 5 ครั้ง ซึ่งตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 18,21 และ 22 มีการระบุว่า บัตรที่ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์แบบอเนกประสงค์(ฉบับที่ 18 (2) บัตรที่ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์) ให้มีสีขาว ลายพื้นสีฟ้า ผลิตด้วยวัสดุและเคลือบด้วยวัสดุป้องกันการปลอมแปลง ตามที่เจ้าพนักงานออกบัตรกำหนด สำหรับขนาดและลักษณะของบัตรแต่ละชนิด ให้เป็นไปตามแบบบัตรแนบท้ายกฎกระทรวง  ปค.ในฐานะเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการออกบัตรประจำตัวประชาชน ตามกฎหมายเกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชน ต้องดำเนินการโดยรอบคอบตั้งแต่ในการพิสูจน์ตัวบุคคลที่ยืนยันคำขอมีบัตรต้อง ไม่ผิดพลาด รูปแบบบัตรที่จะนำไปออกบัตรต้องถูกต้องตรงตามที่กฎกระทรวงกำหนดไว้ทุกรายการ เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานอื่นที่ต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชนประกอบการทำ นิติกรรมหรือธุรกรรมต่างๆ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เกิดข้อผิดพลาดขึ้นอันจะส่งผลเสียหายต่อประชาชนและทางราชการ
 

รายงานข่าวแจ้งว่า นายมงคล ยังได้แนบรายละเอียดเกี่ยวกับหนังสือทั้งหมดที่เกี่ยวข้องตั้งแต่คณะ รัฐมนตรี(ครม.)มีมติอนุมัติ ให้ วันที่ 11 ธันวาคม 2552 ซึ่งขณะนั้น นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์  ดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมการปกครอง ได้ทำบันทึกด่วนที่สุดถึง ปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่า กรมการปกครองเห็นชอบรูปแบบบัตร แบบ 1 E  ของไอซีที โดยหนังสือดังกล่าวไปถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย ในวันที่ 14 ธันวาคม  และถูกส่งไปยังคณะทำงานรัฐมนตรี ในวันที่ 16 ธันวาคม ก่อนที่ น.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะทำบันทึกข้อความถึง อธิบดีกรมการปกครอง ให้พิจารณาทบทวนเรื่องดังกล่าว จากนั้น เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2553 นายวงศ์ศักดิ์ ได้ทำหนังสือแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณารูปแบบบัตรของไอซีที ก่อนที่จะให้กรมการปกครองให้ความเห็นชอบ จำนวน 5 ราย ต่อมาในวันที่ 15 มกราคม 2553 นายวงศ์ศักดิ์ ได้แต่ตั้งคณะกรรมการเพิ่มเติมจากชุดที่ตั้งไว้ก่อนหน้านี้อีก 1 ราย รวมเป็น 6 ราย
 

ข่าวแจ้งว่า คณะกรรมการชุดดังกล่าว ได้ประชุมกันป็นครั้งที่ 4 ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553  โดยมีคณะกรรมการที่ถูกแต่งตั้งไม่ได้เข้าประชุม 2 ราย โดยในที่ประชุมได้สรุปแนวทางพิจารณาเป็น 2 แนวทางคือ 1.นายวงเทพ เขมวิรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนบัตรประจำตัวประชาชน (ผอ.สบป.) และนายสุชาติ ธานีรัตน์ เจ้าพนักงานกรมการปกครองชำนาญการ มีความเห็นว่า ควรใช้รูปแบบบัตร 1E  เนื่องจากเห็นว่าไม่ขัดต่อกฎกระทรวง ฉบับที่ 22 (พ.ศ.2550) แนวทางที่ 2. นายบุญเสริม จิตเจนสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารงานทะเบียน ในฐานะประธานอนุกรรมการฯ และนายปรีดา บุญประครอง เจ้าพนักงานปกครอง ชำนาญการ ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการ  มีความเห็นว่า ควรใช้รูปแบบบัตรเดิม ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ตามแบบบัตรแนบท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 22 สำหรับอนุกรรมการอีก 2 ราย คืนนายนวน โทบุตร นิติกรชำนาญการ และนายสมพงศ์ ถิรประกอบกิจ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ ไม่ได้เข้ารวมประชุม ซึ่งในการประชุมในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2552 ได้มีข้อสรุปว่า ประธานในที่ประชุมได้ชี้ขาดว่ามติของคณะอนุกรรมการ คือเห็นชอบให้ใช้รูปแบบบัตร เหมือนที่ใช่ในปัจจุบัน รุ่นปี 2551 โดยในที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบ
 

ต่อมาในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2552 นายวงศ์ศักดิ์ ได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงไอซีที โดยระบุว่า ปค. พิจารณาแล้วเห็นชอบให้ใช้รูปแบบบัตรประจำตัวประชาชนอิเล็กทรอนิกส์แบบ อเนกประสงค์ ตามรูปแบบบัตรเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ตามท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ 22 (พ.ศ.2550)  จากนั้นในวันที่ 9 มีนาคม นายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงไอซีที ได้ทำหนังสือถึงอธิบดี ปค. ให้กรมการปกครองพิจารณารูปแบบบัตร 1E อีกครั้ง พร้อมทั้งระบุว่า หากยังมีความประสงค์ยืนยันให้ใช้รูปแบบบัตรเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ขอได้โปรดยืนยันการแก้ไขบัตรในส่วนต่างกัน 3 ประการดังกล่าวได้หรือไม่ ประการใดด้วย ซึ่งในวันที่ 29 มีนาคม 2553 นายวงศ์ศักดิ์ ได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงไอซีทีอีกครั้ง โดยระบุว่า อธิบดี ปค. ในฐานะเจ้าพนักงานออกบัตร พิจารณาแล้วเห็นชอบให้ใช้รูปแบบบัตรแบบ1E ที่ไอซีทีเสนอ และมีวัตถุประสงค์ป้องกันการปลอมแปลงบัตรตามที่คณะทำงานเสนอ โดยมีขนาดและลักษณะแบบบัตรตามแบบที่ท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 22 (พ.ศ.2550) 
 

ในวันที่ 29 เมษายน 2553 นายมงคล สุระสัจจะ อธิบดีกรมการปกครอง ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 28 เมษายนได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงไอซีที ระบุว่า ตามที่ไอซีที ส่งมอบบัตรตัวอย่างเพื่อทดสอบการเข้าระบบของกรมการปกครอง โดยเป็นบัตรที่มี IC CHIP จำนวน 5,000 บัตร และบัตรไม่มี  IC CHIP จำนวน 20,000 บัตร กรมการปกครองได้ดำเนินการทดสอบเสร็จเรียบร้อย ผลการทดสอบบัตรตัวอย่าง สามารถทำงานร่วมกับระบบของกรมการปกครองได้ตามปกติ ซึ่งหลังจากนั้นวันที่ 10 พฤษภาคม 2553 นายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ รองปลัดกระทรวงไอซีที มีหนังสือถึงอธิบดี ปค. ระบุว่า ไอซีทีได้ดำเนินการจัดหาบัตรสมาร์ทการ์ด จำนวน 26 ล้านบัตร ซึ่ง ปค. ได้เห็นชอบให้ใช้รูปแบบบัตร 1E และได้ส่งมอบบัตร จำนวน 60 บัตร ให้ปค. ใช้ในการทดสอย PKI Function ในการนี้เพื่อให้การจัดหาบัตร เป็นไปตามความเรียบร้อย ไอซีทีขอส่งมอบบัตร 300,000 บัตร แก่กรมการปกครอง เพื่อใช้ในการให้บริการบัตรให้กับประชาชนต่อไป จากนั้นในวันที่ 26 พฤษภาคม 2553 นายพิพภ ดำทองสุข ผอ.สำนักบริหารการทะเบียน ทำบันทึกข้อความถึง อธิบดีปค. ระบุว่าการพิจารณาของปค. ยังไม่ได้ข้อยุติ จึงยังไม่แน่ชัดว่าแบบบัตร 1E ตามที่ไอซีทีเสนอเป็นไปตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 22 หรือไม่ เรื่องนี้จะต้องให้ผู้เชียวชาญด้านกฎหมายพิจารณาวินิฉัยต่อไป
 

และในวันที่ 14 มิถุนายน 2553 นายมงคล ทำหนังสือถึง ปลัดกระทรวงไอซีที ระบุ ว่า ตามที่ไอซีที ได้ฝากบัตรสมาร์ทการ์ด จำนวน 600,000 บัตร เพื่อให้ปค.พิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยฝากเก็บบัตรดังกล่าวที่สำนักทะเบียน ปค.ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า บัตรแบบ 1E ไม่เป็นไปตามลักษณะของบัตร ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 22 จึงขอให้ไอซีที จัดส่งเจ้าหน้าที่ ไปรับมอบบัตรที่ฝากไว้คืนมา เพื่อแก้ไขปรับปรุงรูปแบบลักษณะบัตรให้ถูกต้องตามกฎกระทรวง อนึ่งปัจจุบันเกิดภาวะขาดแคลนวัสดุตัวบัตร ในการออกบัตรประจำตัวประชาชน ให้กับประชาชนที่ขอรับบริการ จึงขอให้ส่งบัตรที่ถูกต้องให้กับปค. โดยด่วน 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-06-30 09:46:10


ความเห็นที่ 21 (1381328)

ลพบุรี รณรงค์สู้ยาเสพติด

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี
ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด กล่าวว่า ตามที่ทราบกันดีว่าศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด กระทรวงมหาดไทย ได้มีคำสั่งให้ทุกจังหวัดกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติด ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดลพบุรีร่วมกับตำรวจ ภูธรเมืองลพบุรีระดมกำลังเจ้าหน้าที่กวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่จังหวัด ลพบุรี โดยมีการจับกุมได้หลายร้อยราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดียาเสพติด ทางจังหวัดลพบุรีจึงจัดพิธีมอบเกียรติบัตรให้แก่ประชาชน สถานประกอบการที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และจัดกิจกรรมเดินรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด ตามแผนปฏิบัติการ "ประเทศไทยเข้มแข็ง เอาชนะยาเสพติดอย่างยั่งยืน" ภายใต้ยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกันระยะที่ 2 และปฏิบัติการ "มหาดไทย CLEAN & SEAL ทำความดีเพื่อแผ่นดิน กวาดล้างให้สิ้นยาเสพติด"

นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลพบุรี กล่าวว่า ในการจัดงานวันต่อต้านยาเสพติด เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชุมชน ประชาสังคมและเยาวชน ได้ตระหนักถึงมหันตภัยของยาเสพติดและได้เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและ แก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-06-28 17:13:20


ความเห็นที่ 20 (1379324)

ไอซีทีพร้อม ยื่นคำร้อง Single Window Entry

Pic_88613

กระทรวงไอซีที เตรียมพร้อมพัฒนาระบบงานยื่นคำร้องแบบ Single Window Entry สำหรับผู้นำเข้า-ส่งออก...

วานนี้ (9 มิ.ย.) นายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการสัมมนาเตรียมความพร้อมสำหรับการพัฒนาระบบงาน เพื่อการยื่นคำร้องแบบ Single Window Entry สำหรับผู้นำเข้าและผู้ส่งออกสินค้า ครั้งที่ 3 ว่า กระทรวงฯ ได้ดำเนินการโครงการพัฒนาระบบต้นแบบและโปรแกรมเปิดเผยรหัสเพื่อการยื่นคำ ร้องแบบ Single Window Entry สำหรับผู้นำเข้าและผู้ส่งออกสินค้า เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาระบบจัดทำใบคำขอ ใบรับรอง และใบอนุญาต รวมทั้งการพัฒนาซอฟต์แวร์แลกเปลี่ยนข้อมูล รองรับการเชื่อมต่อด้วยมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูล ebXML Messaging Service (ebMS) version 2 และเผยแพร่แบบ Open Source ให้ หน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ สามารถนำไปใช้งานได้ โดยการนำระบบงานอิเล็กทรอนิกส์มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการดังกล่าว จะส่งผลถึงการลดต้นทุนของผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของประเทศในภาพรวมด้วย

รองปลัดกระทรวงไอ ซีที กล่าวต่อว่า ขณะนี้กระทรวงฯ ได้พัฒนาซอฟต์แวร์ระบบต้นแบบและโปรแกรมเปิดเผยรหัสเพื่อการยื่นคำร้องแบบ Single Window Entry สำหรับ ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกสินค้าเสร็จสิ้นแล้ว รวมทั้งได้ดำเนินการติดตั้งซอฟต์แวร์ระบบต้นแบบให้หน่วยงานที่เข้าร่วม โครงการ คือ กรมวิชาการเกษตร สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการพัฒนาระบบงานเพื่อการยื่นคำร้องแบบ Single Window Entry ให้แก่ผู้นำเข้าและส่งออกสินค้า กระทรวงฯ จึงได้จัดการสัมมนาฯ ขึ้น โดยครั้งที่ 1 เป็น การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการทำงาน เอกสารที่เกี่ยวข้อง วิธีการพัฒนาระบบ และการปฏิสัมพันธ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ธนาคาร และผู้ให้บริการใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกน้ำตาลทราย การส่งออกข้าวหอมมะลิ และการนำเข้าวัตถุอันตราย ส่วนการสัมมนาฯ ครั้งที่ 2 เป็นการนำเสนอความก้าวหน้าการดำเนินโครงการฯ และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐาน การแลกเปลี่ยนข้อมูล ebXML Messaging Service (ebMS) พร้อมนำเสนอการทำงานของซอฟต์แวร์ระบบยื่นคำขอแบบ Single Window Entry และซอฟต์แวร์สำหรับการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูล

นาย ธานีรัตน์ กล่าวอีกว่า การสัมมนาฯ ในครั้งนี้ กระทรวงฯ ได้จัดการขึ้น เพื่อสรุปผลการดำเนินการโครงการ และนำเสนอซอฟต์แวร์ระบบต้นแบบและโปรแกรมเปิดเผยรหัสเพื่อการยื่นคำร้องแบบ Single Window Entry สำหรับผู้นำเข้าและผู้ส่งออกสินค้า เพื่อให้สามารถนำซอฟต์แวร์ต้นแบบไปประยุกต์ใช้ และพัฒนาต่อยอดในการรับส่งข้อมูลระหว่างหน่วยงานได้

“จากการสัมมนา 2 ครั้ง ที่ผ่านมาได้ทำให้ผู้เข้าร่วมที่เป็นตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ผู้ออกใบอนุญาตและใบรับรองในการนำเข้า-ส่งออกสินค้า ตัวแทนจากผู้นำเข้า-ส่งออกสินค้า ตัวแทนจากบริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ และผู้ให้บริการอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบและเข้าใจการทำงาน ขั้นตอนวิธีการพัฒนาระบบงานเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ และเข้าใจการปฏิสัมพันธ์ด้านระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการทำงานของซอฟต์แวร์การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และการทำงานของซอฟต์แวร์ระบบยื่นคำขอแบบ Single Window Entry” รองปลัดกระทรวงไอซีที กล่าว

นายธานีรัตน์  กล่าวด้วยว่า การสัมมนาฯ ครั้งที่ 3 นี้จะเป็นการเผยแพร่ความรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ระบบยื่นคำ ขอแบบ Single Window Entry รวม ทั้งนำเสนอผลงานทั้งหมดที่ได้จากการดำเนินงานโครงการฯ ทั้งเรื่องการจัดทำมาตรฐานรายการข้อมูล ซอฟต์แวร์การแลกเปลี่ยนข้อมูล และซอฟต์แวร์ระบบยื่นคำขอแบบ Single Window Entry รวมถึงความสัมพันธ์ของแต่ละชิ้นงานและวิธีการนำชิ้นงานแต่ละส่วนไปใช้งานต่อ ซึ่งกระทรวงฯ หวังว่าระบบต้นแบบดังกล่าวจะเป็นประโยชน์กับหน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยว ข้อง โดยสามารถนำไปใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาระบบ อันจะส่งผลในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ของประเทศใน ภาพรวมต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-06-10 17:13:59


ความเห็นที่ 19 (1374888)

วันที่ 09 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 20:45:37 น.  มติชนออนไลน์


ปาบึ้มบ้านสาวคนสนิท"นายพล"ตร.ภาค5 เชียงใหม่ ถูกปิดข่าวเงียบ

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 9 พฤษภาคม รายงานข่าวแจ้งว่า เกิดเหตุคนร้ายขว้างระเบิดใส่บ้านติดริมแม่น้ำปิง 2 ชั้น พื้นที่บ้านน้ำโทก ต.แม่สบข่า อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ซึ่งทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นของเพื่อนสาวคนสนิทนายพลใหญ่ตำรวจภูธรภาค 5 จากการตรวจสอบพบว่า น่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มวัยรุ่น หรือต้องการก่อกวน โดยเป็นระเบิดชนิดทำเอง ผลิตจากท่อพีวีซี ที่เกิดเหตุพบสะเก็ดระเบิดบางส่วนตกอยู่บริเวณโดยรอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุดังกล่าวถูกปิดข่าวเงียบ พนักงานสอบสวน สภ.หางดง และตำรวจชั้นผู้ใหญ่ปฏิเสธจะให้ข่าว

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-05-09 21:06:07


ความเห็นที่ 18 (1374190)

น้องพะจุณณ์สมัครตุลาการยุติธรรมฯ

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เปิดเผยถึง ผลการรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการพิจารณาเสนอรายชื่อเป็นกรรมการตุลาการ ยุติธรรมผู้ ทรงคุณวุฒิตามที่นายจำนง เฉลิมฉัตร และ พล.อ.อ.อดิเรก จำรัสฤทธิรงค์ ได้ครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 27 เม.ย. 53 โดยคณะกรรมาธิการพิจารณาเสนอรายชื่อบุคคลที่เห็นสมควรเป็นกรรมการตุลาการศาล ยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา 38 วรรค 2 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2553 ได้เปิดรับสมัครผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 (3) และมาตรา 39 เพื่อเสนอให้วุฒิสภาพิจารณาจำนวน 2 ตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย.-2 พ.ค.
   
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีผู้มาสมัครจำนวนทั้งสิ้น 15 คน อาทิ นายพะนารถ ตาม   ประทีป บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ข้าแผ่นดินสยามราชสัปดาห์ น้องชาย พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ นายสมขวัญ พนมขวัญ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) พ.ศ. 2550 นายสมพงศ์ อนุยุทธพงศ์ อดีต ผวจ.ตรัง ศ.นพ.กระแส ชนะวงศ์ นายกสภามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์.

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-05-04 15:03:46


ความเห็นที่ 17 (1372200)

 

กรมที่ดินเล็งลงดาบ "บ้านปลอม" เลี่ยงขายต่างชาติ

กรมที่ดิน

กรมที่ดินเตรียมแก้ นิยาม "อาคารชุด" ปิดช่องว่างเลี่ยงขออนุญาตก่อสร้างคอนโดฯ แต่สร้างจริงเป็นบ้านเดี่ยวขายต่างชาติ เตือนผู้ซื้อหวั่นปัญหาอนาค
นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ อธิบดีกรมที่ดิน 

นื่องจากที่ผ่านมาไม่มี การกำหนดนิยามลักษณะของอาคารชุดอย่างชัดเจนว่าจะต้องเป็นอาคารที่มีความสูง เท่าไร หรือว่าอย่างไร ทำให้ผู้ที่ต้องการทำบ้านขายให้กับต่างชาติอาศัยช่องว่างดังกล่าวดำเนินการ ผิดเจตนารมณ์ ต้องการก่อสร้างเป็นบ้านเดี่ยว โฆษณาขายเป็นบ้านเดี่ยว แต่ขออนุญาตเป็นอาคารชุด เพื่อขายให้กับชาวต่างชาติได้

"การดำเนินการลักษณะตามที่กล่าวถึง ถือว่าเป็นการเลี่ยงกฎหมายอย่างหนึ่ง และจะเป็นผลร้ายกับผู้ซื้อ หากผู้ซื้อไม่ได้รับทราบว่า บ้านที่ซื้อขออนุญาตก่อสร้างเป็นอาคารชุด รวมถึงการเซ็นอนุญาตก่อสร้างของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ก็อาจมีความผิดด้วยเช่นกัน" นายอนุวัฒน์ กล่าว

อธิบดีกรมที่ดิน อธิบายต่อว่า การขออนุญาตที่แตกต่างกัน มีผลต่อผู้ซื้อแตกต่างกัน โดยการขออนุญาตก่อสร้างเป็นบ้านเดี่ยว ผู้ซื้อมีสิทธิในบ้านและที่ดินบริเวณรอบบ้านทั้งหมด หากมีผู้ใดก้าวล่วงเข้ามาในพื้นที่ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิ สามารถดำเนินการเอาผิดได้ แต่หากขออนุญาตก่อสร้างเป็นอาคารชุด เจ้าของบ้านมีสิทธิในพื้นที่บ้านเท่านั้น แต่ไม่มีสิทธิห้ามผู้ใดเข้ามาพื้นที่หน้าบ้าน หรือหลังบ้าน เพราะถือว่าเป็นพื้นที่ส่วนกลาง บุคคลภายนอกสามารถเดินเข้าออกบริเวณหน้าบ้าน หรือหลังบ้านได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อต้องรับรู้ถึงความแตกต่าง หากผู้ซื้อได้รับรู้ตั้งแต่ก่อนซื้อ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่หากไม่ได้รับรู้ก่อนจะกลายเป็นปัญหาในภายหลัง

เปิดเผยว่า หลังจากที่มีกรณีการขออนุญาตจัดสรรก่อสร้างอาคารชุด แต่ดำเนินการก่อสร้างเป็นอาคารลักษณะคล้ายบ้านเดี่ยวแทนที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อชูจุดขายเป็นบ้านเดี่ยวให้กับชาวต่างชาติ ขณะนี้กรมที่ดินเตรียมหาแนวทางปิดช่อง ว่างทางกฎหมายในส่วนของการนิยามลักษณะอาคารชุดใหม่ เพื่อสร้างความชัดเจนให้กับการขออนุญาตก่อสร้าง และลดการอาศัยช่องว่างทางกฎหมายดำเนินการก่อสร้างผิดเจตนารมณ์

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-04-20 06:08:55


ความเห็นที่ 16 (1358418)


ส่งสมคิด ให้อัยการ คดีฆ่าซาอุ





ส่งฟ้อง - พล.ต.ท .สมคิด บุญ ถนอม ผบช.ภาค 5 พร้อมพวก เข้าพบอัยการที่สำนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ หลังดีเอสไอนำสำ นวนส่งฟ้องในคดีอุ้มฆ่านักธุรกิจซาอุฯ เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. โดยอัยการนัดสั่งคดีในวันที่ 29 ธ.ค.

ดี เอสไอหอบ สำนวนคดีอุ้ม"อัลรูไวลี่"พระญาติกษัตริย์ไฟซาลแห่งซาอุฯ หนาจำนวน 2,000 หน้าส่งอัยการสั่งฟ้องพล.ต.ท. สมคิด บุญถนอม กับพวก นัดสั่งคดี 29 ธ.ค.นี้ ก่อนให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ เพราะผู้ต้องหาทั้งหมดเข้ามอบตัวเอง ด้าน พล.ต.ท.สมคิดเตรียมหลักฐานสู้ยันไม่หนักใจ พร้อมยื่นขอความเป็นธรรมอัยการสูงสุด

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ธ.ค. ที่สำนักงาน อัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก พ.ต.อ.สุชาติ วงษ์อนันตชัย รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำสำนวนการสอบสวนจำนวน 8 แฟ้มรวม 2,000 หน้า พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องพล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภาค 5, พ.ต.อ.สรรักษ์ หรือสมชาย จูสนิท ผกก.สภ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน, พ.ต.อ.ประภาส ปิยะมงคล ผกก.สภ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี, พ.ต.ท.สุรเดช อุดมดี และจ.ส.ต.ประสงค์ ทอรั้ง ตำรวจนอกราชการ ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ปิดบังซ่อนเร้นทำ ลายศพ ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว ข่มขืนใจให้ผู้อื่นกระทำหรือไม่กระทำการใด โดยกล่าวหาว่าร่วมกันฆ่านายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย พระญาติกษัตริย์ไฟซาล ซึ่งหายตัวไปตั้งแต่ปี 2533 ส่งมอบให้นายรุจ เขื่อนสุวรรณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 เพื่อพิจารณาสั่งคดี

นายรุจกล่าวว่า เนื่องจากในคดีนี้ผู้ต้องเข้ามอบตัวรับทราบข้อกล่าวหาด้วยตัวเองตั้งแต่ต้น จึงอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ประกันตัว และนัดผู้ต้องหามาฟังคำสั่งคดีอีกครั้งในวันที่ 29 ธ.ค.นี้ เวลา 10.00 น.

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า จากการสังเกตสีหน้าของพล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภาค 5 ระหว่างเข้าพบพนักงานอัยการ มีสีหน้าเคร่ง เครียดตลอดเวลาและไม่ยอมพูดคุยกับสื่อมวล ชนที่ไปรอทำข่าวเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อพล.ต.ท.สมคิดและพวกมาถึงก็รีบเดินเข้าไปภายในสํานักงานอัยการฝ่าย คดีพิเศษทันที

พล.ต.ท.สมคิดกล่าวว่า ส่วนตัวไม่รู้สึกหนัก ใจ เพราะเตรียมพยานหลักฐานเอาไว้ต่อสู้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ ซึ่งเชื่อว่าพนักงานอัยการจะใช้ดุลพินิจพิจารณาคดีอย่างรอบคอบ นอกจากนี้ยังได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด แต่จะขอความเป็นธรรมในประเด็นใดบ้างยังไม่ขอเปิดเผย

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า นายอัลรูไวลี่ถูกอุ้มหายไปเมื่อประมาณปี 2533 พร้อมกับคดีสังหารเจ้าหน้าที่สถานทูตซาอุฯ โดยทั้งสองคดีเป็นเรื่องกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หลังจากนั้นกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ได้รับคดีทั้งสองคดีมาเป็นคดีพิเศษ พร้อมกับสอบ สวนเรื่องนี้ ซึ่งคดีจะครบ 20 ปี และหมดอายุความลงในเดือนก.พ. 2553

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2009-12-10 18:35:17


ความเห็นที่ 15 (1356754)

ผบช.ภ.5ลั่นฟ้องกลับ ดีเอสไอ ปฏิบัติมิชอบ

 
Pic_49174

 

"สมคิด บุญถนอม" ลั่นฟ้องกลับดีเอสไอปฎิบัติหน้าที่มิชอบยืนยันความบริสุทธิ์พร้อมต่อสู้คดี โชว์หมายจับพยาน พร้อมตั้งข้อสังเกต ถึงความน่าเชื่อถือของพยาน ใหม่ที่ให้การพาดพิงตนเอง

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อวันที่ 25 พ.ย. พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5  กล่าวพร้อมโชว์หมายจับ พ.ต.ท.สุวิชชัย แก้วผลึก พยานบุคคลที่ดีเอสไอระบุว่าให้การซัดทอด โดยตั้งข้อสังเกตถึงความน่าเชื่อถือของพยานบุคคลดังกล่าว ว่า ตนพร้อมผู้ใต้บังคับบัญชารวม 5 คน เข้ารับทราบข้อกล่าวหา เพื่อเป็นหลักประกันให้กับสังคมว่า เมื่อตำรวจถูกกล่าวหาก็ไม่มีสิทธิพิเศษ ตนมั่นใจในความบริสุทธิ์ใจของตัวเอง กรณีพนักงานสอบสวนระบุว่าพบพยานหลักฐานใหม่ กลับบอกตนเพียงเล็กน้อยว่ามีพยานบุคคลและพยานวัตถุเพียงเล็กน้อย พนักงานสอบสวนควรจริงใจ ตนเคยเข้ามอบตัวต่อสู้คดีไปแล้ว อีกทั้งมีการสอบสวนทั้งวินัยและอาญา จนเรื่องได้ยุติ ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ล้างมลทิน ส่วนผู้ใต้บังคับบัญชาก็ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ เพราะเป็นการปฎิบัติหน้าที่ 

"หากดีเอสไอมั่นใจว่าตนทำผิดอีกก็พร้อมจะสู้คดี แต่อยากตั้งข้อสังเกตถึงความน่าเชื่อถือของพยานที่ดีเอสไอระบุว่าเป็นพยาน ใหม่ที่ให้การพาดพิงผม เพราะพยานคนดังกล่าวคือ พ.ต.ท.สุวิชชัย แก้วผลึก ผู้ต้องหาในคดียิงแกนนำขบวนการต่อต้านลาว ของ สน.โคกคราม พนักงานสอบสวนไม่เคยบอกสังคมกลับยังปล่อยตัวพยานคนดังกล่าวไป อีกทั้งคำให้การของพยานคนนั้น ก็อ้างเพียงว่าได้ยินคนพูดในวงเหล้าว่าผมเกี่ยวข้อง หากวันใดพยานกลับคำให้การ เรื่องก็จะพุ่งกลับมาที่ผมอีก ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ ที่ไม่รู้เรื่อง พนักงานสอบสวนกลับไปขอศาลอาญาถึง 3-4 ครั้ง ให้มีคำสั่งปล่อยตัวจากเรือนจำ อ้างจะออกมาช่วยในการสอบสวน จึงอยากตั้งข้อสังเกต และพิรุธในการทำงานของพนักงานสอบสวนว่าขัดแย้งกัน" ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 กล่าว

ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 กล่าวด้วยว่า เตรียมให้ทนายความฟ้องคณะพนักงานสอบสวนต่อศาลอาญาให้ไต่สวนว่า มีการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ ขณะเดียวกันจะยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบว่าคณะพนักงานสอบสวนมีการปฎิบัติโดยมิชอบหรือไม่ เพราะการออกหมายเรียกให้มติของที่ประชุมว่าเห็นเป็นเอกฉันท์ จะขอใช้สิทธิในฐานะผู้เสียหาย เชื่อว่าเมื่อศาลทราบข้อเท็จจริง ก็จะเข้าใจ

ต่อข้อถามว่า  เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5กล่าวว่า  การเมืองเป็นการอาสามารับใช้ชาติ แต่มุมมองเรื่องการเมืองใต้ดินขอพูดในศาล ตนไม่ได้มองว่าเป็นแพะ ถือว่าเป็นโอกาสในการพิสูจน์ตัวเอง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2009-11-25 18:31:49


ความเห็นที่ 14 (1352517)

แก๊งเงินดำ

วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม 2552 เวลา 8:15 น

  
 
 

 

ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 ต.ค. พล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ผบช.สตม. พร้อมด้วยพ.ต.อ. บัณฑิต ตุงคะเศรณี ผกก.1 ศสส.สตม. และพ.ต.อ.มานัด ศรีวงษา ผกก.2 ศสส.สตม. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมชาวต่างด้าวที่กระทำ ผิดกฎหมาย รายแรก จับกุมตัว นายหว่อง    นิน เจียง อายุ 58 ปี สัญชาติสิงคโปร์ พร้อมของกลางหนังสือเดินทางปลอมประเทศ  ต่าง ๆ กว่า 100 เล่ม รับสารภาพทำธุรกิจปลอมหนังสือเดินทางมากกว่า 10 ปี เพื่อให้กลุ่มชาวจีนใช้ในการเดินทางไปประเทศที่สาม ขายในราคาเล่มละ 10,000-15,000 บาท
   
คดีที่ 2 จับกุมผู้ต้องหาแก๊งเงินดำ ประกอบด้วย นายกูโล ชินาซ่า กอดวิน อายุ 33 ปี และ นายมาซาคัวอิ ปรินส์ อายุ 35 ปี สัญชาติไนจีเรีย พร้อมของกลาง ทั้งสอง   คนให้การรับสารภาพ หลอกเหยื่อทั้งชาวไทยและต่างชาติมาแล้วหลายราย ส่วนคดีที่ 3 แถลงข่าวจับกุมตัว นายนายิม พาชา อับดุล สุบาน อายุ 40 ปี ชาวอินเดีย นายหน้าที่    รับดำเนินการพาลูกค้าชาวอินเดีย 50 คน ไปทำงานที่ประเทศบรูไน เพื่อลักลอบทำงาน และคดีที่ 4 จับกุมชาวศรีลังกา 45 คน ได้   ที่บ้านเช่าในซอยอินทามระ แขวง-เขตดินแดง ภายหลังพบว่าไม่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้องและเข้ามาพักรอเดินทางไปประเทศอื่น

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2009-10-21 09:00:27


ความเห็นที่ 13 (1352369)

'พะจุณณ์'ขอให้ชนวนขัดแย้ง 'ป๋าเปรม-บิ๊กจิ๋ว' ยุติ

 
Pic_40876

 

พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป

ระบุ "ป๋าเปรม" ไม่คิดอะไร ขอให้บ้านเมืองสงบก็พอ "อนุพงษ์" เมิน "บิ๊กจิ๋ว" เยือนกัมพูชา กลาโหมพร้อมรปภ.อาเซียน ชี้ยังไม่มีข้อมูลเหตุรุนแรง  ...

เมื่อวันที่ 19 ต.ค.  พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางเยือนกัมพูชา เพื่อพบสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาว่า ตนไม่ทราบเรื่องนี้ ไม่มีข้อมูลอะไรทั้งสิ้น จึงไม่สามารถไปวิเคราะห์อะไรได้ว่าการเดินทางของ พล.อ.ชวลิต ไปด้วยเรื่องใด

พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป หัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี กล่าวถึง กรณี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี พาดพิงถึงการไม่ได้เข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ หลังจากประสานทาง พล.ร.อ.พะจุณณ์ ในการเข้าพบ ว่า เรื่องนี้ขอให้จบได้แล้ว เอาเป็นว่าเรื่องนี้มีความเข้าใจผิดกัน อย่าไปสาวความกันอีกเลย ขอให้จบได้แล้ว บ้านเมืองจะได้เดินต่อไปได้ เมื่อถามว่า พล.อ.เปรม ได้อ่านบทสัมภาษณ์ พล.อ.ชวลิต แล้วรู้สึกอย่างไร พล.ร.อ.พะจุณฑ์ กล่าวว่า ท่าน พล.อ.เปรม ไม่มีอะไร ท่านไม่ได้พูดอะไร ทั้งนี้ เรารู้ดีว่าบุคลิกแต่ละคนเป็นอย่างไร พล.อ.เปรม กับ พล.อ.ชวลิต เป็นอย่างไรก็เหมือนกับที่ พล.อ.ชวลิต พูด คือ วันเกิด พล.อ.ชวลิต ของทุกปี พล.อ.เปรม ท่านก็โทรศัพท์ไปอวยพร ขอให้เรื่องนี้จบแล้วเอาเรื่องบ้านเมืองก่อน ขอให้บ้านเมืองสงบแค่นี้ก็พอ

พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยการประชุมผู้นำอาเซียนว่า ขณะนี้หน่วยงานด้านการข่าวยังไม่มีข้อมูลว่า จะมีการเข้ามาก่อเหตุวุ่นวายในพื้นที่ และไม่มีกลุ่มที่จะเคลื่อนไหวทางการเมือง ทั้งนี้ กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่มีความพร้อมดูแลอำนวยความสะดวก โดยเจ้าหน้าที่ซักซ้อมแผนการรักษาความปลอดภัย และสร้างความเข้าใจกับประชาชน พบว่า ประชาชนให้ความร่วมมือดีมากมีการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้เจ้าหน้าที่ทราบตลอด เวลา ขณะนี้ยังไม่พบสิ่งก่อเหตุว่า จะมีเหตุกระทบต่อการประชุม

พ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า การประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ได้อย่าง สะดวก และไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชน ส่วนการจราจรอาจจะติดขัดบ้างแต่ประชาชนมีความเข้าใจและให้การสนับสนุน ซึ่งในวันที่ 20 ต.ค.2552 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยลงพื้นที่เพื่อตรวจ เยี่ยมทำความเข้าใจเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนถึงวันประชุมจริง ส่วนจะมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่หรือไม่นั้น ทางศูนย์อำนวยการรักษาความสงบจะประเมินสถานการณ์ อย่างไรก็ตามกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่จำนวน 18,000 นาย มีความพร้อม หากเกิดเหตุร้ายขึ้นก็มีกำลังเสริมที่เตรียมพร้อมอยู่ในหน่วยที่ตั้งออกมาส นับสนุนการปฏิบัติหน้าที่

เมื่อถามถึงกรณีที่นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำกลุ่มเสื้อแดง ประกาศว่าจะเดินทางมายื่นหนังสือให้กับผู้นำอาเซียนในสถานที่การจัดประชุม อาเซียน พ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า การยื่นหนังสือ สามารถกระทำได้ในกรุงเทพ โดยมีผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศดูแลอยู่ แต่หากเข้ามาในพื้นที่ก็จะมีการจัดพื้นที่โดยเฉพาะ เช่น บริเวณวนอุทยานชะอำ เป็นจุดรับเรื่องหนังสือต่างๆ นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศ ยังได้จัดศูนย์ข้อมูลข่าวสารไว้ที่โรงแรมเชอราตัน เพื่อรองรับสื่อมวลชนที่จะเข้ามาทำข่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.ทหารสูงสุด ได้เลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์อำนวยการร่วม รักษาความปลอดภัย โดยมีพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมของด่านตรวจต่างๆของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความ เข้มข้นใน 4 จุด คือ บริเวณเขาย้อย,ท่ายาง, 4 แยก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ 3 แยกบายพาร์ท

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2009-10-20 15:51:22


ความเห็นที่ 12 (1351875)

ตำรวจภาค4นำ ขรก.3จว. ปฏิบัติธรรมถวายในหลวง

 
Pic_40268

 

ตำรวจภาค 4 นำ ขรก.ตร. 3 จังหวัด  1,199 นาย พร้อมครอบครัว ปฏิบัติธรรมวัดพระธาตุพนม ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงทรงหายจากอาการพระประชวร

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 17 ต.ค. ว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พระราชธีราจารย์ เจ้าคณะจังหวัดนครพนม เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม ในฐานะประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุวิระ ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เป็นประธาน นำ พล.ต.ต.พนมพร อิทธิประเสริฐ ผบก.ภ.จว.นครพนม พล.ต.ต.อุดม จำปาจันทร์ ผบก.ภ.จว.สกลนคร  พล.ต.ต.ปราโมทย์ เอี่ยมทัศน์ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร  และข้าราชการตำรวจจากพื้นที่ 3 จังหวัด นครพนม มุกดาหาร และสกลนคร จำนวน 1,199 คน พร้อมครอบครัวแม่บ้านตำรวจ ร่วมโครงการปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ของสำนักงานตำรวจภูธรภาค 4 เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และถวายเป็นพระราชกุศล ให้ทรงหายจากอาการพระประชวร อีกทั้งยังเป็นการนำข้าราชการตำรวจได้เข้าวัดฟังธรรม สร้างสมาธิในการทำงาน



สำหรับการประกอบกิจกรรมมีการร่วมกันทำพิธีถวายสักการะต่อหน้าพระบรมฉายาทิสลักษณ์ ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ก่อนพระสงฆ์นำสวดมนต์ไหว้พระ รับศีล พร้อมสวดมงคลคาถาบทโพชฌังคปริตร จำนวน 9 จบ และเจริญภาวนาตั้งจิตอธิษฐาน ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงหายจากอาการพระประชวรโดยเร็ว จากนั้นพระสงฆ์ได้นำเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุพนม จำนวน 3 รอบ เพื่อเป็นการสักการบูชา เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต โดย พล.ต.ต.สุวิระ ทรงเมตตา รอง ผบช.ภ.4 พร้อมข้าราชการตำรวจบางส่วน  ร่วมนั่งเจริญภาวนาต่อจนกระทั่งถึงรุ่งเช้า



พล.ต.ต.สุวิระ ทรงเมตตา รอง ผบช.ภ.4 กล่าวว่า หลังจากที่ประชาชน รวมถึงข้าราชการตำรวจได้ทราบข่าวองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระประชวร ทำให้ตำรวจทุกนาย ร่วมกันแสดงความห่วงใยในพระอาการ ร่วมลงนามถวายพระพรอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจภูธรภาค 4 เป็นหน่วยงานหนึ่งที่กำกับดูแลตำรวจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้จัดทำโครงการปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  ใช้สถานที่วัดพระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ร่วมกันอธิษฐานจิต ต่อสิ่งศักดิ์สิทธ์ ดลบันดาลให้พระองค์หายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว นอกจากนี้อีกสิ่งหนึ่งที่ประชาชนทุกคนจะทำได้ คือการแสดงความจงรักภักดี ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สร้างความสามัคคีในสังคม ปฏิบัติตนเป็นคนดีให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองต่อไป ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ขององค์ในหลวง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2009-10-17 10:35:03


ความเห็นที่ 11 (1351607)

กรมที่ดินออกโรงเตือนระวังกลุ่มบุคคลแอบอ้างเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมที่ดินรับดำเนินการออกโฉนดที่ดินให้ประชาชน เรียกค่าใช้จ่าย รายละ 500 บ
นายอนุวัฒน์ เมธีวิบุลวุฒิ อธิบดี
กรมที่ดิน เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกลุ่มบุคคลประมาณ 5-7 คน แอบอ้างว่าเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมที่ดิน ดำเนินการออกแบบสำรวจสำหรับราษฎรที่ต้องการออกโฉนดที่ดินโดยวิธีการเดินสำรวจในท้องที่ ตำบลพระแสง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ โดยเรียกร้องค่าใช้จ่ายรายละ 500 บาท หรือหากต้องการให้มีการรังวัด ต้องเสียค่าใช้จ่าย 5,000 บาท ซึ่งการแอบอ้างดังกล่าวไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด

เนื่องจากในการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินนั้น กรมที่ดินจะส่งสายสำรวจเข้าไปตั้งกองกำกับการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินในพื้นที่เป้าหมาย และจะไม่มีการออกแบบสำรวจให้ประชาชนตอบกลับ แต่จะมีการจัดประชุมร่วมระหว่าง เจ้าหน้าที่ ผู้นำท้องถิ่น และ ประชาชนในพื้นที่ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจขั้นตอน ระยะเวลาในการดำเนินการ ประการสำคัญ การเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจะเสียค่าธรรมเนียมในการออกโฉนดที่ดิน และค่าหลักเขต แบบเหมาจ่ายในราคาแปลงละ 110 บาท สำหรับที่ดินเนื้อที่ไม่เกิน 20 ไร่ ส่วนที่เกิน จะเสียค่าใช้จ่ายไร่ละ 2 บาท เท่านั้น

พฤติกรรมในลักษณะดังกล่าวมิได้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์เท่านั้น เนื่องจากกรมที่ดินจะได้รับการร้องเรียน หรือ แจ้งข้อมูลจากประชาชนในท้องที่จังหวัดต่างๆ จึงใคร่ขอความร่วมมือจากประชาชนทุกพื้นที่ หากพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าว สามารถแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่แอบอ้างได้ทันที และหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน ขอให้สอบถามข้อมูลโดยตรงจากสำนักงานที่ดินจังหวัดท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่ หรือ สำนักมาตรฐานการออกหนังสือสำคัญ กรมที่ดิน ที่โทรศัพท์เลขหมาย 02-503-3957-61

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2009-10-15 09:54:14


ความเห็นที่ 10 (1351598)

The Department of Special Investigation has summoned five serving and former police officers for questioning in connection with the disappearance of a Saudi businessman in 1990.

Somkid: Threatens legal action against DSI to clear his name

DSI deputy chief Narat Sawetnant said the issuing of the summons was based on new evidence uncovered by the DSI investigators who are looking into the disappearance of Mohammad al-Ruwaili.

The businessman, who is believed to have information on the jewellery stolen from a Saudi prince in 1989, was last seen in Bangkok on Feb 12, 1990. It was suspected Mr al-Ruwaili was brutally interrogated by police and later killed to cover up the beatings.

Pol Col Narat said the DSI had been cooperating with Saudi authorities who have so far been happy with the progress of the investigation.

Among the five summoned for questioning are Pol Lt Gen Somkid Boonthanom, chief of Police Region 5; Pol Col Somchai Jusanit attached to Police Region 1; and Pol Col Prapas Piyamongkol, a superintendent in Ubon Ratchathani.

The others are a former police captain and a former sergeant major.

The statute of limitations in the case expires on Feb 12 next year.

The public prosecutor has asked the Criminal Court to declare the businessman a legally missing person. A hearing has been scheduled for Monday.

Pol Lt Gen Somkid was formerly a key suspect in the case involving the missing businessman. Criminal charges were laid against him but dropped because of a lack of evidence.

After being renamed as a suspect, Pol Lt Gen Somkid yesterday cried foul and threatened to take legal action against the DSI to clear his name.

He said attempts to revive the case against him had been taking place for some time and he doubted if the DSI had any new evidence.

"I've heard the witnesses have changed their testimony. This is not classified as new evidence and it could be wrongful," he said.

Pol Lt Gen Somkid said the case was being politicised and this would affect his career.

"They want me to be transferred out of Police Region 5. I have made progress with forest encroachment in Chiang Rai and they want to stall me."

Pol Lt Gen Somkid said he would need some time to study the DSI investigation before deciding what to do.

He said he would report to the DSI to fight the charges once he received the summons.

Acting DSI chief Tharit Pengdit yesterday said he would delve into the DSI investigation of the case as soon as he formally assumed office.

He pledged to ensure fairness to all parties concerned.

Prime Minister Abhisit Vejjajiva said he had received updates from the DSI about the case and had told the agency to handle it in a straightforward manner.

He said the alleged involvement of a senior officer should not have any bearing on the investigation

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2009-10-15 09:12:45


ความเห็นที่ 9 (1351431)

พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม

 

พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม

  • เพศ ชาย
  • วันที่เกิด 25 มีนาคม 2495
  • อายุ 57

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สะบัดปากกาก่อนพ้นเก้าอี้ อธิบดีดีเอสไอ ขออนุมัติศาลออกหมายจับ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 พร้อม 2 พ.ต.อ.คนสนิท คดีอุ้มนักธุรกิจ ซาอุฯ มอบหมายให้ พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันตชัย รองอธิบดีดีเอสไอ ไปยื่นคำร้องต่อศาลอาญา เมื่อวันที่ 13.30 น. วันที่ 13 ตค. แต่ศาลให้ออกหมายเรียกแทน ผู้การมือปราบกร้าวกลับพร้อมสู้เพื่อปกป้องสิทธิเต็มที่

ชื่อ-สกุล พลตำรวจโท สมคิด นามสกุล บุญถนอม

วันเกิด : 25 มีนาคม 2495ที่อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

ครอบครัว : เป็นบุตรของ นายสุชล และ นางสวง บุญถนอม (เสียชีวิตแล้วทั้งคู่)

การศึกษา : โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน รุ่นที่ 28

การทำงาน /ตำแหน่งหน้าที่ :

16 กุมภาพันธ์ 2552 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5
30 เมษายน 2550 ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ทำหน้าที่หัวหน้างานด้านยุทธศาสตร์)
1 เมษายน 2547 นายตำรวจราชสำนักเวร
22 พฤษภาคม 2546 ผู้ช่วยผู้บัญชาการกองบัญชาการศึกษา
- รองผู้บัญชาการกองบัญชาการศึกษา
1 ตุลาคม 2545 ผู้บังคับการ กองบังคับการอำนวยการ สำนักงานวิทยาการตำรวจ
1 ตุลาคม 2544 ผู้บังคับการกองตำรวจทางหลวง
2 ตุลาคม 2543 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย
4 กรกฎาคม 2541 นายตำรวจราชสำนักเวร
16 ธันวาคม 2540 รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ
16 ตุลาคม 2538 ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลประเวศ
1 พฤษภาคม 2537 ผู้กำกับการข่าว กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล
23 มกราคม 2537 รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาลธนบุรี
6 มกราคม 2536 สำรองราชการกองบัญชาการตำรวจนครบาล
1 ธันวาคม 2532 รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาลพระนครใต้
1 ตุลาคม 2528 สารวัตรประจำกองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจพระนครบาลใต้
1 ธันวาคม 2527 นายเวร ผู้บังคับการตำรวจนครบาลใต้
23 มกราคม 2524 รอง สว.ผ.4 กก.สส.น.ใต้
12 พฤศจิกายน 2518 รอง สวป.สน.ทุ่งมหาเมฆ
 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2009-10-14 15:43:30


ความเห็นที่ 8 (1350526)

จับลอตใหญ่"ยาบ้า-ไอซ์"มูลค่า190ล.

วันพฤหัสบดี ที่ 08 ตุลาคม 2552 เวลา 8:01 น

 

 

ทีมตำรวจ ปส.โชว์ผลงาน ทลายแก๊งยานรกรายใหญ่ ขนยาไอซ์ 18 กก. และยาบ้ากว่า 4 แสนเม็ด รวมมูลค่าสูงถึง

190 ล้านบาท ลำเลียงจากแม่สาย แอบเข้ามาซุกเอาไว้ในใจกลางเมืองกรุง กำลังทยอยปล่อยของให้ลูกค้า แต่ไม่วายถูกชุดสืบสวนมือดีของปส. และตร.ภาค 5 วางแผนแกะรอย จู่โจมตะครุบไว้ได้ 4 คนรวด เผยเป็นเครือข่ายเดียวกับแก๊งแสบ ที่ถูกจับกุมได้เมื่อปีที่แล้ว ตอนนั้นของกลางมหาศาล 1.7 ล้านเม็ด “เทพเทือก” ร่วมแถลงผลงาน โปรยยาหอม ตร. แม้ยังไม่มีผู้นำแต่ผลงานยังยอดเยี่ยม
   
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 ต.ค. พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. ได้เรียกประชุมรองผบ.ตร. และผู้ช่วย ผบ.ตร.สายป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม รวมทั้งตัวแทนจากแต่ละกองบัญชาการเพื่อหารือเกี่ยวกับการดูแลปราบปรามอาชญากรรมทั่วไปและการ  ปราบปรามยาเสพติด เสร็จแล้ว พล.ต.อ. ปทีป ได้ร่วมแถลงจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง พล.ต.ท.วุฒิ     ลิปตพัลลภ ผบช.ปส. พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม  ผบช.ภ.5 ร่วมกันแถลงข่าว
   
โดยมีผู้ต้องหา 4 ราย คือนายบุญศรี  บุญสม อายุ 35 ปี นายอุดม  อินทร  อายุ 52 ปี นายเสน่ห์ แซ่ลี้ อายุ 35 ปี และน.ส.สุวารีย์ ปันวารี อายุ 28 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 430,000 เม็ด และยาไอซ์ 18 กก. รวมมูลค่าสูงถึง 190 ล้านบาท ทั้งนี้พล.ต.ต.อติเทพ ปัญจมานนท์ รอง ผบช.ปส. กล่าวว่า สืบเนื่องจากตำรวจ ปส.จับกุมเครือข่ายยาบ้ารายใหญ่ที่มีนายมานะ หรือนะ   อภิเรืองฤทธิ์ ชาวเกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียง ราย เป็นหัวหน้า ของกลางยาบ้า 1.7 ล้านเม็ด ตั้งแต่เดือน ส.ค. 51 จากนั้นตร.ปส. และ ตร.ภาค 5 ร่วมกันขยายผลมาตลอด
   
กระทั่งล่าสุดได้เบาะแสว่า นายบุญศรี และนายอุดม ซึ่งเป็นเครือข่ายของนาย  มานะ ติดต่อขนยาบ้ากว่า 4 แสนเม็ดมาจากชาวไทยใหญ่ ข้ามแม่น้ำกั้นพรมแดนเข้ามาทางชายแดน จ.เชียงราย ก่อนลักลอบลำเลียงยาเสพติดทางรถยนต์มาพักไว้ที่โรงแรมย่านสะพานควาย จากนั้นสายลับรายงานว่า กลุ่มคนร้ายมีการนัดส่งมอบของให้ลูกค้าที่ห้างสรรพสินค้าย่านพระราม 2 ทางตำรวจ ปส.จึงกระจายกำลังติดตามจับกุมนายเสน่ห์ ได้เป็นรายแรก จากนั้นขยายผลติดตามนายบุญศรี ได้ที่ภายในซอย ม.หอการค้า เขตดินแดง ส่วนนายอุดม และ น.ส.สุวารีย์ จับกุมได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขณะจะเดินทางกลับบ้านทาง จ.เชียงราย
   
นายสุเทพ กล่าวว่า รู้สึกพอใจกับ  ผลงานของตำรวจ บช.ปส. และพิสูจน์ได้ว่าแม้ขณะนี้ยังไม่มี ผบ.ตร.ตัวจริง ตำรวจก็สามารถทำงานได้ตามปกติเพราะรู้หน้าที่ของตนเองดีอยู่แล้ว ซึ่งทางรัฐบาลเตรียมสร้างขวัญกำลังใจให้ตำรวจในการทำงาน ให้มีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต จะได้ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับอบายมุขต่าง ๆ ทั้งนี้รัฐบาลยังคงมองว่ายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ ตำรวจและรัฐบาลจะร่วมกันทำงานป้องกันปราบปรามยาเสพติดตามแผน 5 รั้วอย่างเต็มที่.

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2009-10-08 10:06:16


ความเห็นที่ 7 (1349985)

แวดวงข้าราชการ

 

 

ชิมลางมา 2 วัน สำหรับ ผู้รับตำแหน่งใหม่ ในวันที่ 1 ตุลาคม ยังเป็นช่วงของการแนะนำตัวเอง เปิดทำการมาในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม คงเดินหน้าเข้าเกียร์กับภารกิจท้าทายที่รออยู่ให้สมกับความไว้วางใจที่ได้ตำแหน่งอันเป็นที่ปรารถนาของเพื่อนร่วมงาน.....

ใน 20 กระทรวง มี ปลัดกระทรวง ครบถ้วนแล้ว 19 แห่ง เว้นแต่ตำแหน่ง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ประชาธิปัตย์ ดูแลเองจนบัดนี้ยังตั้งไม่ได้ โดย ปลัดกระทรวง ที่ขึ้นมาใหม่ 6 คน ประกอบด้วย มานิต วัฒนเสน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ สุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ยุคล ลิ้มแหลมทอง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม.....

ในหน่วยงานระดับกรมเทียบเท่ากระทรวงก็มีผู้บริหารใหม่ๆขึ้นมา ที่ สำนักงาน ก.พ. ได้ เบญจวรรณ สร่างนิทร เป็น เลขาธิการ ก.พ. คนใหม่ไม่มีปัญหาใดๆในความร่วมมือเดินหน้าในงานเพื่อ ข้าราชการพลเรือน ทุกด้าน แต่ที่ สำนักงบประมาณ มีเค้าลางแห่งความระส่ำระสายก่อตัวไม่ขาดสายเมื่อฝ่ายการเมืองเลือกตัว วลัยรัตน์ ศรีอรุณ จาก รองผู้อำนวยการอันดับโหล่สุด มาเป็น ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ คนใหม่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะยืนระยะไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือเปล่า.....

การโยกย้ายล่าสุดที่ส่งผลสั่นสะเทือนสูงใน กระทรวงยุติธรรม คือการเก็บตัว 3 อธิบดี เข้ากรุอันได้แก่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็น รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นัทธี จิตสว่าง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กับ ชาตรี โชไชย ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม เข้าเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรมทั้งคู่.....

คนที่ได้เป็นอธิบดีชุดใหม่คือ ธาริต เพ็งดิษฐ์ จากเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ชาติชาย สุทธิกลม ที่ปรึกษาสำนักงาน ป.ป.ส. เป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ภิญโญ ทองชัย จากผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม เป็นเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ ชาญเชาว์ ไชยานุกิจ จากรองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติ ชูจิรา กองแก้ว จากรองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นอธิบดีกรมบังคับคดี นี่เป็นรายการน้ำขึ้นน้ำลงโดยแท้.....

ที่สั่นสะเทือนไม่แพ้กันคือที่ ศาลปกครอง เมื่อ วรพจน์ วิศรุตพิชญ์ ตุลาการศาลปกครองสูงสุดตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกจากราชการโดยให้มีผลในวันที่ 1 พฤศจิกายนศกนี้ โดยก่อนหน้านี้ ก.ศ.ป. หรือคณะกรรมการศาลปกครองมีมติแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งทดแทนคนเกษียณอายุประกอบด้วย พีระพล เชาวน์ศิริ ตุลาการหัวหน้าคณะในศาลปกครองสูงสุด เป็นรองประธานศาลปกครองสูงสุด ปรีชา ชวลิตธำรง และ เกษม คมสัตย์ธรรม 2 ตุลาการศาลปกครองสูงสุด เป็นตุลาการหัวหน้าคณะในศาลปกครองสูงสุด.....

การลาออกของ อาจารย์วรพจน์ จะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับมติอันนี้ไม่รู้แจ้ง รู้แต่ว่าคนคนนี้มีบทบาทร่วมวางรากฐาน ศาลปกครอง มาตั้งแต่ต้นตอนสมัครเป็น ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ในยุคแรกสุดก็มีผลงานดีเด่นแต่ถูกกีดกันด้วยข้อหา อายุน้อย ก็ไม่ว่ากันยอม ลดระดับ ไปสมัครเป็น ตุลาการศาลปกครองชั้นต้น แล้วได้ตำแหน่ง อธิบดีศาลปกครองกลาง อุทิศตัวทำงานวางรากฐานให้หน่วยงานจนชัดเจนเป็นที่ยอมรับและแม้กระทั่งตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ว่างในช่วงก่อนหน้านี้ก็เสียสละไม่สมัครเพิ่งมาวางมือจาก ศาลปกครองกลาง ในตอนหลังเลยทำให้ถูกมองว่าขึ้นมาช้าไป.....

อนันต์ อนันตกูล อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยเลี้ยงให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด  3-4 คน ที่เป็นกรรมการมูลนิธิอนันต์ อนันตกูล  ก่อนรับตำแหน่งใหม่  อาทิ ทองทวี พิมเสน ผวจ.มหาสารคาม ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผวจ. นครปฐม ไมตรี อินทุสุต ผวจ.ตรัง กำธร ถาวรสถิตย์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน คงได้วิชาดีทางด้านการบริหารการปกครองไปทำงาน.....

"ซี.12"

ผู้แสดงความคิดเห็น wat วันที่ตอบ 2009-10-05 18:06:36


ความเห็นที่ 6 (1349609)

ก.พ.ร.เสวนา

 

 

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือสำนักงาน ก.พ.ร. ก่อตั้งมา 7 ปีแล้ว มีผลงานอยู่ในเกณฑ์โดดเด่นพอสมควร

งานส่วนใหญ่ของ ก.พ.ร. มักจะเป็นเรื่องราวทางวิชาการชวนให้ปวดหัว

อย่างวันนี้ก็มีการเสวนาในการประชุมสัมมนาทางวิชาการประจำปี 2552 ในวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2552 เวลา 08.00 น.-12.00 น. ณ ห้องเจ้าพระยา ชั้น 2 หอประชุมกองทัพเรือ

มีการเสวนาเรื่อง ปรับบทบาทภาครัฐ...เปลี่ยนการบริหารประเทศไทย ในช่วงเช้าถึงเที่ยง

ประเด็นในการเสวนามี 1. โลกแห่งการเปลี่ยนแปลง : บริบทของการปรับระบบบริหารภาครัฐ โดย ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ ผู้อำนวยการ SIGA (Sasin Institute for Global Affairs) สถาบัน บัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

2. การปรับปรุงแก้ไข หรือยกเลิกกฎหมายที่ไม่มีความจำเป็นหรือเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ (Deregulation) โดย ศ.ดร. บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า

3. การปฏิรูปบทบาทและภารกิจของภาครัฐไทยให้อยู่ในขอบข่ายของความจำเป็นและความเหมาะสม โดย รศ.ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ ก.พ.ร.

4.กลไกการจัดสรรความสัมพันธ์ระหว่างภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น ชุมชน และประชาสังคม โดย รศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

5. ความคาดหวังและแนวทางการดำเนินงานร่วมกันระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐ โดย นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือซิเมนต์ไทย (SCG) ดำเนินรายการโดย ผศ.ปัณรส มาลากุล ณ อยุธยา หัวหน้าภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ภาคบ่ายเป็นการเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ 1.เรื่อง  การกำกับดูแลองค์การภาครัฐตามหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดย นายอนันต์ ภู่สิทธิกุล อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ นายนัทธี  จิตสว่าง ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม  นายจำลอง  โพธิ์สุข ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท

2. เรื่องการกำกับดูแลกิจการ โดย ศ.ดร.วรภัทร โตธนะเกษม ประธานกรรมการตรวจสอบ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย

ดำเนินรายการโดย รศ.ดร.ไชยา ยิ้มวิไล ผู้อำนวยการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต และผู้อำนวยการหลักสูตรมหาบัณฑิตสำหรับนักบริหาร สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

บอกแล้วว่างานของ  ก.พ.ร.หนักสมองแต่ก็มีคุณค่าเพียงแต่อย่าเก่งแต่ภายนอก การบริหารงานภายในต้องกล้าหาญ และคำนึงถึงหัวอกคนทำงานบ้าง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2009-10-02 15:03:40


ความเห็นที่ 5 (1349378)

"มาร์ค"ตั้งรักษาการผบ.ตร. "ปทีป"ยิ้มร่า ครม.เด้ง"ทวี"พ้นดีเอสไอ

ปลัดยธ.ปัดโยงคดีปชป. "ธาริต"เสียบตามคาด "นัทธี"หลุด"ราชทัณฑ์"



"อภิสิทธิ์"เซ็นให้"ปทีป"นั่งรักษาการ ผบ.ตร.ตามคาด แต่ยังไร้คำตอบตั้งผู้นำสีกากี เจ้าตัวยิ้มรับเตรียมนัดรอง ผบ.ตร.ถกตั้งระดับนายพล "ครม."เห็นชอบเด้ง"ทวี"พ้น"ดีเอสไอ"นั่งรองปลัดยุติธรรม โยก"ธาริต"มาแทน ย้าย"นัทธี"พ้นกรมคุกเก็บกรุเป็นผู้ตรวจฯอ้างไม่สนองนโยบายปราบยา ส่ง"ชาติชาย"คนใกล้ชิด"สุเทพ"มาคุม "กิตติพงษ์"แจงย้ายปกติ ชี้"ทวี"มีผลงาน แต่หวังให้ทำภารกิจชายแดนใต้ นายกฯทำมึนเจอ"สนธิ"ก่อนย้ายอธิบดีดีเอสไอ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 211/2552 ลงวันที่ 29 กันยายน แต่งตั้งให้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) โดยคำสั่งระบุว่า พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการในวันที่ 30 กันยายน 2552 ดังนั้นเพื่อให้การปฏิบัติราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คล่องตัว และมีประสิทธิ ภาพ ในระหว่างตำแหน่ง ผบ.ตร.ว่างลง จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 72(1) แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งให้ พล.ต.อ.ปทีป เป็นผู้รักษาราชการแทน ผบ.ตร. ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป

ต่อมานายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ ว่า อีกสักพักหนึ่งการแต่งตั้ง ผบ.ตร. คงจบ เมื่อถามว่า หากไม่สามารถตั้ง ผบ.ตร.ได้ภายในวันที่ 1 ตุลาคมอาจจะมีผู้ฟ้องร้องนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หากฟ้องต้องไปชี้แจง แต่ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย เพราะหารือกับคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) มาตลอด

รายงานข่าวแจ้งว่า การตั้ง พล.ต.อ.ปทีปเป็น รรท.ผบ.ตร. ทำให้ปิดโอกาส พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร. พี่ชายคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภรรยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นรอง ผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.ปทีปเคยดำรงตำแหน่ง รรท.ผบ.ตร.แทน พล.ต.อ.พัชรวาทมาแล้วครั้งหนึ่งในสมัยรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน-21 ธันวาคม 2551 รวมเวลา 23 วัน ก่อน พล.ต.อ.พัชรวาทจะกลับมาเป็น ผบ.ตร.อีกครั้งในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างรัฐบาลนายสมชายมาเป็นรัฐบาลนายอภิสิทธิ์

ต่อมาเวลา 17.00 น. พล.ต.อ.ปทีปให้สัมภาษณ์ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ยังไม่เห็นคำสั่งรักษาราชการ ทางผู้สื่อข่าวยื่นสำเนาใบคำสั่งให้ดู พล.ต.อ.ปทีปจึงกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า ยังตอบไม่ได้ว่าจะทำอะไรบ้าง ต้องรอวันที่ 1 ตุลาคมเสียก่อน ก่อนหน้านี้ไม่เคยคุยกับนายกรัฐมนตรีมาก่อน ส่วนแนวทางดำเนินการกับการแต่งตั้งระดับรอง ผบ.ตร.ลงไปที่ว่างลงจากการเกษียณอายุนั้น ตนจะหารือกับรอง ผบ.ตร.ทั้งหมดเสียก่อนว่าจะทำอย่างไรในห้วงที่ยังไม่มีการแต่งตั้ง ส่วนการประชุม ก.ตร.เพื่อแต่งตั้งยังไม่ได้คิด อย่างไรก็ตามในวันที่ 30 กันยายน ตนจะไปร่วมงานของ พล.ต.อ.พัชรวาท ที่จะสวนสนามที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเป็น รรท.ผบ.ตร.เป็นสัญญาณว่าจะเป็น ผบ.ตร.ตัวจริงหรือไม่ พล.ต.อ. ปทีปกล่าวว่า ไม่รู้ ต้องแล้วแต่คนที่มีอำนาจในการแต่งตั้ง ตนบอกอะไรไม่ได้หรอก เพราะไม่ใช่คนแต่งตั้ง เมื่อถามว่า มองสำนักงานตำรวจแห่งชาติขณะนี้แตกแยกหรือไม่ พล.ต.อ.ปทีปกล่าวว่า ไม่มีหรอก เมื่อถามว่าตำรวจเกียร์ว่างหรือไม่ พล.ต.อ.ปทีปกล่าวว่า ตอนนี้ตำรวจใส่เกียร์สโลว์และกำลังพุ่งฉิวเลย

ด้านนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ 10 กระทรวงยุติธรรม ซึ่งผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วว่า เป็นไปตามวาระปกติ ส่วนกรณีโยกย้าย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาเป็นรองปลัดกระทรวง เพราะเป็นนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ต้องการปรับกลไกภาพรวม ดีเอสไอ ถึงแม้ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ทวีจะทำคดีประสบ ความสำเร็จหลายคดี แต่ย้ายมาเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรมเพื่อต้องการให้ดูแลภารกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แทนนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวง อย่างไรก็ตามการย้าย พ.ต.อ.ทวีไม่เกี่ยวข้องกับคดีที่มีความเกี่ยวพันกับพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากการสอบสวนในดีเอสไอทำงานในรูปแบบคณะพนักงานสอบสวน ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคณะพนักงานสอบสวนได้กลางคัน ส่วนสาเหตุที่ย้ายนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ไปทำงานในดีเอสไอ เพราะนายธาริตมีส่วนยกร่างกฎหมายสอบสวนคดีพิเศษมาตั้งแต่ต้น เชื่อว่าสามารถเข้าไปปรับกลไกในองค์กรได้

"ส่วนกรมราชทัณฑ์ รัฐบาลมีนโยบายปราบปรามยาเสพติด แต่ยังลักลอบซื้อขายยาเสพติดในเรือนจำอย่างต่อเนื่อง รัฐมนตรีจึงต้องการผู้บริหารที่มีประสบการณ์เข้ามาแก้ปัญหายาเสพติด แต่การทำงานโดยผู้บริหารเพียงคนเดียวคงไม่สามารถแก้ปัญหาได้ โดยนายชาติชาย สุทธิกลม ที่ปรึกษาสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เป็นทั้งผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญ จึงเชื่อว่าจะแก้ปัญหายาเสพติดในเรือนจำได้ สำหรับนายนัทธี จิตสว่าง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ที่ถูกย้ายมาเป็นผู้ตรวจราชการ ไม่ใช่เป็นการลงโทษ ส่วนตำแหน่งรองปลัดกระทรวง และผู้อำนวยการสำนักกิจการยุติธรรมที่ว่างอยู่นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมเอง" ปลัดกระทรวงยุติธรรมกล่าว

ด้านนายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลย้าย พ.ต.อ.ทวี ว่า ต้องไปถามนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แต่ตนเข้าใจว่าเป็นการโยกย้ายปกติประจำปี เมื่อถามว่าเกี่ยวข้องกับกระแสข่าวนายกรัฐมนตรีได้พบกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรที่ประเทศสหรัฐ อเมริกาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ทำสีหน้างง แล้วย้อนถามว่าเกี่ยวข้องกับใครนะ เมื่อผู้สื่อข่าวระบุว่าเป็นนายสนธิ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ยังไงหรือครับ ใครไปพบใคร"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตำแหน่งแต่งตั้งโยกย้ายในกระทรวงยุติธรรม ประกอบด้วยนายชาญเชาวน์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติ นางชูจิรา กองแก้ว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นอธิบดีกรมบังคับคดี นายภิญโญ ทองชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม มีความใกล้ชิดกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นายธาริต เลขาธิการ ป.ป.ท. เป็นอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.อ.ทวี อธิบดีดีเอสไอ เป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายชาติชาย ที่ปรึกษาสำนักงาน ป.ป.ส. มีความใกล้ชิดกับนายสุเทพ เพราะเป็นรุ่นน้องคณะรัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายนัทธี อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม และนายชาตรี ไชยโย ผู้อำนวยการสำนักกิจการยุติธรรม เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม

ด้านนายธาริตกล่าวว่า ตนเคยเป็นรองอธิบดี ดีเอสไอมาถึง 5 ปี จึงไม่รู้สึกหนักใจที่ได้รับแต่งตั้ง ให้กลับไปดีเอสไออีกครั้ง และจะตั้งใจทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และไม่กังวลต่อกระแสการต่อต้านภายใน ดีเอสไอ รวมถึงการออกใบปลิวโจมตีบทบาทการบริหารใน ป.ป.ท. และโจมตีไปถึงภรรยาของตนที่ทำงานในดีเอสไอ อย่างไรก็ตาม การโยกย้ายใน ดีเอสไอจะทำเท่าที่จำเป็นและเป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ

ด้านนายนัทธีกล่าวว่า ไม่รู้สึกอะไรที่ถูกย้ายมาเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง เพราะพร้อมที่จะทำงานในทุกตำแหน่ง ส่วนสาเหตุที่ถูกย้ายคาดว่าอาจเป็นเพราะทำงานสนองนโยบายได้ไม่เต็มที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้งข้าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) สามัญ 10 จำนวน 15 ตำแหน่ง อาทิ ตั้งรองปลัด กทม. 3 ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักต่างๆ และผู้ตรวจราชการ กทม. 12 ตำแหน่ง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2009-09-30 16:38:49


ความเห็นที่ 4 (1348251)

จัดทัพมหาดไทย

 

 

หน่วยงานที่เสร็จสิ้นการวางตัวบุคคลประเภทบริหารระดับสูง เพื่อรองรับการทำงานในปีงบประมาณใหม่ ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2552 คือ กระทรวงมหาดไทย

แน่นอนว่าการจัดวางตัวดังกล่าวย่อมเป็นไปตามความประสงค์ ของฝ่ายการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สิงห์ดำ สิงห์แดง สิงห์ขาว หรือสิงห์อื่นใด ไม่มีความหมายมากไปกว่า สายเน

ก็ในเมื่อรัฐบาลมอบให้ พรรคภูมิใจไทย ดูแลกระทรวงมหาดไทย กลิ่นไอของตัวบุคคลที่เติบโตขึ้นมาในคราวนี้ ย่อมหนีไม่พ้นการโยงใยกับบุรีรัมย์

ถ้าหาก พรรคประชาธิปัตย์ ดูแลกระทรวงมหาดไทยเอง ป่านนี้อาจจะพูดปักษ์ใต้กันทั้งกระทรวงแล้วก็ได้

ปลัดกระทรวงคนใหม่ นายมานิต วัฒนเสน ถึงแม้จะก้าวพรวดมารวดเร็ว แต่คุณสมบัติด้านความซื่อสัตย์เสมอต้นเสมอปลาย ไม่เคยเนรคุณใครเพื่อความอยู่รอดนั้นพิสูจน์ได้

คนที่เคยเป็นนายทุกระดับมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเป็นคนยืนยันเรื่องนี้

ขอให้ใช้เวลา 1 ปีต่อจากนี้ดูฝีมือการทำงานกันต่อไป

ทีมงาน รองปลัดกระทรวง 5 รายนั้น เป็นคนเก่าเสีย 3 คือ นายพระนาย สุวรรณรัฐ นายสมพร ใช้บางยาง และ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์

เพิ่มรองปลัดหน้าใหม่ซิงๆอีก 2 คน คือ นายภาณุ อุทัยรัตน์ จากผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กับ นายขวัญชัย วงศ์นิติกร จากผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ล้วนมีหน่วยก้านที่ดี

ระดับอธิบดี มีการเปลี่ยนแปลงเพียง 2 กรม ใน 6 กรมคือ เมื่อ ปลัดมานิต ลุกจากเก้าอี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ก็มี นายไพรัตน์ สกลพันธุ์ จาก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน มาเป็นแทน

แล้วให้ นายมงคล สุระสัจจะ สายตรงจากผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ปีเดียว มาเป็น อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน

ส่วน 4 อธิบดีที่เหลือยังเป็นคนเดิมคือ นายอนุชา โมกขะเวส ได้รับการขยายเวลาให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไปอีก 1 ปีจนเกษียณ นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ เป็นอธิบดีกรมการปกครองต่อไป นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลย์วุฒิ ก็เป็นอธิบดีกรมที่ดินต่อไป เช่นเดียวกับ นายอุดม พัวสกุล ที่เป็นอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

ทั้งหมดนี้ล้วนมีสิทธิชิงดำตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยในปีหน้า เว้นแต่คนที่เกษียณพร้อมปลัดมานิต.

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2009-09-25 07:11:22


ความเห็นที่ 3 (1345826)

โปรดเกล้าฯ 568 นายทหาร ประยุทธ์นั่งรอง ผบ.ทบ.

     เมื่อวันที่ 10 ก.ย. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ จำนวน 568 ตำแหน่ง มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2552 เป็นต้นไป โดยมีตำแหน่งสำคัญๆ อาทิ
     พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา ตำแหน่ง เสนาธิการทหารบก เป็น รอง ผบ.ทบ.
     พล.ท.พิรุณ แผ้วพลสง จากรองเสนาธิการทหารบก เป็น เสนาธิการทหารบก
     พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก เป็น รองเสนาธิการทหารบก
     พล.ต.โปฎก บุนนาค รองผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษ เป็นผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษ
     พล.ร.อ.นิพนธ์ จักษุดุลย์ ผู้ช่วย ผบ.ทร. เป็น รอง ผบ.ทร.
     พล.ร.ท.พะจุณณ์ ตามประทีบ ตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ เป็น พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีม เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ
     พล.อ.อ.อนาวิล ภิรมย์รัตน์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ เป็น รอง ผบ.ทอ.
     พล.อ.ท.ประจิน จั่นตอง รองเสนาธิการทหารอากาศ เป็นเสนาธิการทหารอากาศ

     พล.อ.จงศักดิ์ พานิชกุล เจ้ากรมเสมียนตรา เป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม

     พล.ร.อ.เกียรติศักดิ์ อักษรศรีสกุล ประธานที่ปรึกษากองทัพเรือ เป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม

     พล.ท.ปิยะพล วัฒนกุล รองเจ้ากรมพระธรรมนูญ เป็นเจ้ากรมพระธรรมนูญ

     พล.ท.ธรรมรัตน์ เจริญกุล เจ้ากรมสรรพกำลังกลาโหม เป็นเจ้ากรมเสมียนตรา
     พล.อ.วิโรจน์ บัวจรูญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด หรือประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2009-09-10 17:06:55


ความเห็นที่ 2 (1344747)


"อธิบดีคุก"จ่อจ้าง"เอกชน"คุมนักโทษ

เมื่อวันที่ 1 กันยายน นายนัทธี จิตสว่าง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า กรมราชทัณฑ์มีแนวคิดที่จะว่าจ้างบริษัทเอกชนเข้ามาช่วยงานควบคุมดูแลนักโทษ เนื่องจากศาลยุติธรรมเปิดศาลในจังหวัดต่างๆ เพิ่มอีก 10 แห่ง ทำให้กรมราชทัณฑ์ต้องเปิดเรือนจำใหม่ตามจำนวนศาลที่จัดตั้งขึ้น อาทิ เรือนจำหัวหิน เรือนจำวิเชียรบุรี เรือนจำปาย เป็นต้น หากโครงการจัดจ้างบริษัทเอกชนเข้าช่วยงานดูแลนักโทษได้รับอนุมัติจากกระทรวงยุติธรรม กรมราชทัณฑ์จะมอบหมายให้เอกชนร่วมดูแลงานควบคุมผู้ต้องขังในเรือนจำขนาดเล็กที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ทั่วประเทศ ประมาณ 10,000 คน และมีเรือนจำ/ทัณฑสถาน 143 แห่งทั่วประเทศ

ส่วนการควบคุมดูแล นายศิริมงคล เอี่ยมท้วม หรือ ศิริมงคล สิงห์วังชา อดีตนักมวยชื่อดังที่ถูกจับกุมตัวพร้อมของกลางยาเสพติดนั้น นายนัทธี กล่าวว่า หลังศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวนายศิริมงคลจึงถูกควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำพิเศษพัทยา โดยกรมราชทัณฑ์ได้ห้ามไม่ให้นายศิริมงคลมีอภิสิทธิ์ใดๆ ทั้งสิ้น และขณะนี้ นายศิริมงคลถูกคุมขังระหว่างการพิจารณาคดี จัดอยู่ในกลุ่มนักโทษระหว่าง ยังไม่ต้องทำงานหรือฝึกอาชีพในเรือนจำ แต่หากเจ้าตัวต้องการช่วยงานด้านฝึกสอนมวยแดนสามัคคีเกมในเรือนจำก็สามารถทำได้ อย่างไรก็ตามหากนายศิริมงคลถูกตัดสินคดีเด็ดขาดแล้ว กรมราชทัณฑ์จะพิจารณาอีกครั้งว่าจะควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำใด (กรอบบ่าย)

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2009-09-02 17:49:15


ความเห็นที่ 1 (1344368)

จ่อออกหมายจับคดียิงปลัด อบจ.หญิง

วันอาทิตย์ ที่ 30 สิงหาคม 2552 เวลา 6:26 น

  
 
คดีมือปืนบุกยิงนางสิริณัฏฐ์ จตุรพรชัย ปลัด อบจ.ปทุมธานี ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ขณะกำลังนั่งไหว้ศาลพระพรหม ด้านหน้าสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เมื่อเช้าวันที่ 24 ส.ค. เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 29 ส.ค. พล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน ได้เข้าสอบปากคำนางสิริณัฏฐ์ หลังจากอาการปลอดภัยแล้วทางแพทย์อนุญาตให้ออกจากห้องไอซียู การสอบสวนถือว่าได้ผลคืบหน้าพอสมควร ส่วนการจะออกหมายจับใครนั้นต้องให้ชัดเจนด้วยพยานหลักฐานเสียก่อน ถ้าหากรีบร้อนเกินไปแล้วหลักฐานอ่อนจะทำให้เสียรูปคดี ดังนั้นเมื่อมีความชัดเจนก็จะออกหมายจับทันที
   
ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ลงพื้น ที่ออกทำงานแบ่งเป็นหลายสาย รวมทั้งตามเฝ้าประกบติดผู้ที่อยู่ในข่ายแล้วเพื่อป้องกันการหนีออกนอกพื้นที่ ที่สำคัญหวั่นเกรงว่าจะถูกฆ่าเพื่อตัดตอน สำหรับประเด็นขัดแย้งยังมุ่งเน้นไปในเรื่องปัญหาภายใน อบจ.ซึ่งมีมากถึง 5-6 เรื่อง อยู่ในระหว่างกำลังเร่งตรวจสอบทุกประเด็นอย่างละเอียด ว่าเรื่องใดที่น่าจะเป็นปมขัดแย้งจูงใจให้คู่กรณีโกรธแค้นมากถึงขั้นต้องส่งมือปืนมาเล่นงานผู้บาดเจ็บ
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2009-08-30 22:08:21



1


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.
Wachon Nim

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง