ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > ข่าวจับยาเสพติดเชียงราย

ข่าวจับยาเสพติดเชียงราย



 


ผู้ตั้งกระทู้ Admin กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์ :: วันที่ลงประกาศ 2009-11-01 10:54:41


1

ความเห็นที่ 63 (2996952)

รวบผัวเมียยาบ้า1.7ล้านเม็ดคาจุดตรวจเชียงราย

จนท.เชียงราย จับกุม 2 สามี-ภรรยา พร้อมของกลางยาบ้า 1,748,000 เม็ดและยาไอซ์ 12 กก. ขณะผ่านจุดตรวจสามแยกบ้านสันทราย หมู่ 10 ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-03-22 10:41:31


ความเห็นที่ 62 (2995952)

เชียงราย-จับยาบ้า

วันที่ 9 มี.ค. พ.ต.ต.วิญญู พรประทุม ผบ.ร้อย ตชด.327 สืบทราบมีการลอบขนยาเสพติดทางพัสดุ บริเวณห้าแยกพ่อขุนเม็งราย ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย จึงนำกำลังตรวจค้นพบยาบ้า 20,000 เม็ด บรรจุในกล่องโฟมอาหารสด สอบสวนทราบว่า มีชายอายุประมาณ 20 ปีนำมาฝากส่ง พร้อมเขียนชื่อผู้ส่ง เลขประจำตัวประชาชน และหมายเลขโทรศัพท์ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยึดส่ง สภ.เมืองเชียงราย ดำเนินคดี และเตรียมตรวจสอบรายชื่อต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-03-10 19:47:55


ความเห็นที่ 61 (2995112)

จับเครือข่ายยาไอซ์30ล.พท.ยี่เซ

 วันที่ 25 ก.พ. ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ต.ชำนาญรวดเร็ว รองผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ประจวบ วงค์สุข ผบก.สส.ภ.5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ ผู้ต้องหา 2 คน นายคือ ชาวพม่า อายุ 39 ปี น.ส.หอม อุ่นแสง อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 159 ม.2 ต.เวียงพาคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย พร้อมของกลางไอซ์หนัก 10 กิโลกรัม

 พล.ต.ต. ชำนาญเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 5 และหน่วยปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ติดตามเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ สืบทราบว่าจะมีการลอบขนยาเสพติดยาไอซ์ข้ามฝั่งจากประเทศเพื่อนบ้านส่งให้ เครือข่ายใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย จึงวางแผนล่อซื้อจากขบวนการค้ายาไอซ์ จำนวน 10 กิโลกรัม ที่บริเวณริมถนนวงแหวนรอบ 2 หน้าศาลากลาง จ.เชียงใหม่ สามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางได้

 จากนั้นนำไปขยายผลติดตามจับ กุมเครือข่ายแต่ไหวตัวหลบหนีไปได้คนหนึ่งเป็นเครือข่ายของ พันโทยี่เซ เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพรับจ้างขนยาไอซ์ได้ค่าจ้างเงิน 5 แสนบาท แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ไอซ์ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ยาไอซ์ดังกล่าวหากหลุดรอดไปได้จะมีมูลค่าสูงกว่า 30 ล้านบาท

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-02-26 08:07:00


ความเห็นที่ 60 (2993779)

จับอีกยาบ้า 3 แสนเม็ด ส่งรถทัวร์

 เมื่อวันที่ 6 ก.พ. นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผวจ.เชียงราย พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิรเขต ผบก.ภ.เชียงราย พ.อ.ยงยุทธ เหล่าเขตร์การ ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง แถลงจับกุมนายสัญญา แซ่วะ อายุ 23 ปี ชาวเขาเผ่าม้งชาว ต.แม่สอย อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ พร้อมยาบ้า 362,000 เม็ด ขณะพยายามนำส่งทางพัสดุที่บริษัทเอกชนขนส่งแห่งหนึ่งใน อ.เมืองเชียงราย แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบก่อน จากนั้นเจ้าหน้าที่ขยายผลจับกุมนายเศรษฐพงษ์ ทรงปรีดีกุล อายุ 51 ปี ชาว อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย หลังถูกซัดทอดว่าเกี่ยวข้องด้วย ก่อนยึดทรัพย์เป็นรถกระบะยี่ห้อ 1 คัน บ้านพร้อมที่ดิน ใน อ.เวียงแก่น 2 หลัง ปืนเอชเค 1 กระบอก 
 
 วันเดียวกัน ตำรวจประจำสถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.เชียงราย แห่งที่ 2 จับกุมน.ส.พรทิพย์ มาเยอะ อายุ 33 ปี ชาว อ.แม่จัน จ.เชียงราย พร้อมยาบ้า 2,500 เม็ด และน.ส.อาเบอ อาหยี่ อายุ 31 ปี พร้อมยาบ้า 2,000 เม็ด ภายหลังทั้งคู่เดินทางไปที่สถานีขนส่งและกำลังเดินทางขึ้นรถทัวร์โดยสารเข้ากรุงเทพฯ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-02-06 21:59:20


ความเห็นที่ 59 (2993653)

จับบิ๊กล็อตยาบ้า 360 ล. ขนจากลาวส่งอยุธยา

ตร.ปส.จับ ยาเสพติดล็อตใหญ่ ยาบ้า 1.2 ล้านเม็ด มูลค่า 360 ล้านบาท ซุกซ่อนมากับลังผลไม้ในรถปิกอัพ ขนจากชายแดนไทย-ลาว ด้านบึงกาฬ ก่อนมาจนมุมที่เพชรบูรณ์ รับสารภาพนายทุนจากประเทศลาวเป็นผู้ว่าจ้างให้ลำเลียงข้ามแม่น้ำโขง จะไปส่งให้เอเยนต์ที่อยุธยา อีกรายเป็น 2 หนุ่มเวียงป่าเป้า เชียงราย โดนรวบพร้อมเงินสดๆ กว่า 2 ล้านบาท ที่ได้จากการค้ายานรก


เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผอ.ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบ.ตร. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และ พล.ต.ท.สุรพล ทวนทอง ผบช.ปส. ร่วมแถลงผลจับกุมนายสุวิทย์ แสงเพชรไพบูลย์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ 10 ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ พร้อมยาบ้า 1,200,000 เม็ด มูลค่า 360 ล้านบาท รถกระบะยี่ห้อโตโยต้า ดัดแปลงใส่โครงเหล็ก สีเทา ทะเบียน บพ 3681 ลำพูน กระสอบปุ๋ย 4 ใบ ลังพลาสติกผลไม้ 2 ลัง และโทรศัพท์มือถือ

โดยสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สมยศ และ พล.ต.ท.สุรพล ได้รับการประสานจาก พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ว่าแก๊งค้ายาเสพติดจะลักลอบลำเลียงยาเสพติดของกลุ่มนายทุนจากประเทศลาว ผ่านชายแดนไทย-ลาว ด้าน จ.บึงกาฬ โดยซุกซ่อนมากับรถกระบะบรรทุกผลไม้ ตำรวจ บช.ปส. จึงจัดกำลังเฝ้าติดตาม และตรวจสอบตามเบาะแสดังกล่าว

จน กระทั่งพบรถกระบะ ทะเบียน บพ 3681 ลำพูน บรรทุกผลไม้ โดยมีตาข่ายรัดโดยรอบ วิ่งมาตามถนนสามัคคีชัย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ก่อนขับมาจอดอยู่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น พบนายสุวิทย์ เป็นผู้ขับขี่ และยอมรับสารภาพว่าลักลอบขนยาบ้ามาจาก จ.บึงกาฬ เจ้าหน้าที่จึงตรวจค้นรถกระบะอย่างละเอียด พบ กระสอบปุ๋ย 4 ใบ ซุกซ่อนอยู่ในลัง ผลไม้ เมื่อเปิดออกดูก็พบยาบ้าจำนวน 600 มัดซุกซ่อนอยู่ในถุงปุ๋ย และตรวจนับได้ 1,200,000 เม็ด

จาก การสอบสวนนายสุวิทย์ให้การรับสารภาพว่า มีผู้ว่าจ้างให้ขับรถไปรับยาบ้าจากชายแดนไทย-ลาว ที่ จ.บึงกาฬ โดยยาบ้าทั้งหมดมีนายทุนจากประเทศลาว เป็นผู้ว่าจ้างให้ลำเลียงข้ามแม่น้ำโขง เพื่อให้ตนนำไปส่งให้กลุ่มผู้ค้ายาบ้าในประเทศไทย ที่ จ.พระนคร ศรีอยุธยา

นอก จากนี้ เจ้าหน้าที่ยังจับกุมนายพิมาย เวียงบรรพต อายุ 42 ปี และนายอภิวุฒิ เวียงบรรพต อายุ 32 ปี ทั้งคู่อยู่บ้านเลขที่ 227 หมู่ 6 ต.สันสลี อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย พร้อมเงินสด 2,390,000 บาท รถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีเขียว ทะเบียน บย 6805 เชียงราย และรถกระบะ ยี่ห้อทาทา สีเทา ทะบียน ผล 520 เชียงใหม่


สำหรับเบื้องหลังการจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจะนำเงินสดจากการขายยาเสพติดมาส่งให้กลุ่มผู้ค้าที่ ต.สันสลี จึงนำกำลังเฝ้าติดตาม จนกระทั่งพบนายพิมายขับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีเขียว โดยมีนายอภิวุฒิขับรถกระบะอีกคันคอยสำรวจเส้นทาง และความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าสกัดรถจับรถของนายพิมาย จากการตรวจค้นพบเงินสดซุกซ่อนอยู่ในช่องผนังของรถ โดยมีแผนโลหะปิดทับอีกชั้น และติดตามจับกุมนายอภิวุฒิได้ในเวลาต่อมา


จาก การสอบสวนนายพิมายให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้เคยได้รับการติดต่อจากนายตุ๊ ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง อยู่ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ว่าจ้างด้วยเงิน 170,000 บาท ให้นำฝิ่นดิบ 40 ก้อน น้ำหนัก 40 ก.ก. ไปส่งให้แก๊งค้ายาเสพติดที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ จากนั้นก็ให้กลับไปรับเงินค่ายาเสพติดครั้งก่อน จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่จับกุม

 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-02-05 08:34:12


ความเห็นที่ 58 (2993476)

ทหารผาเมืองปะทะแก๊งยาบ้ายึดแสนเม็ด

วันที่ 02 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 เวลา 16:15:51 น.

 

 

 

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พล.ต.บรรเจิด ฉางปูนทอง ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง สืบทราบจะมีการลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาตามแนวชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.แม่ฟ้าหลวง โดยอาศัยช่วงเทศกาลตรุษจีนและมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทำให้กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดหวังใช้สถานการณ์ที่เจ้าหน้าที่ไปดูแลการเลือก ตั้งทำการขนยาเสพติด จึงเปิดยุทธการห้วงเทศกาลระหว่างวันที่ 30 มกราคม-5 กุมภาพันธ์


ต่อมา พ.อ.ยงยุทธ เหล่าเขตร์การ ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง สั่งการให้ พ.อ.วัชระพงศ์ แก้วแจ้ง ผบ.ฉก.ทพ.31 จัดชุดปฏิบัติการร้อย ทพ.3108 และชุดปฏิบัติการพิเศษหน่วย ฉก.ทพ.31 (กองหนุน) เข้าตรวจสอบพื้นที่บ้านหล่อโย ต.ป่าตึง อ.แม่จัน และบ้านปางพระราชทาน หมู่ 15 ต.แม่ฟ้าหลวง


ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดที่ปฏิบัติงานเข้าไปถึงในพื้นที่บ้านปางพระราช ทานได้พบชายฉกรรจ์ราว 3-4 คน เดินถืออาวุธครบมือพร้อมแบกกระสอบปุ๋ยที่ออกแบบเป็นเป้สะพายมาด้วย เจ้าหน้าที่จึงได้ให้สัญญาณหยุดตรวจ แต่ปรากฏว่ากลุ่มชายทั้งหมดกลับแตกตื่นและใช้อาวุธปืนยิงเพื่อเปิดทางหลบหนี จึงเกิดการต่อสู้กันขึ้นนานประมาณ 15 นาที


สิ้นเสียงปืนเจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัย ส่วนกองกำลังไม่ทราบฝ่ายอาศัยป่าเขาหลบหนีเข้าป่าไปได้คาดว่าจะไปทางชายแดน เพื่อข้ามฝั่งไป เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเป้กระสอบปุ๋ยตกอยู่ในที่เกิดเหตุ 1 ใบ เปิดออกดูภายในบรรจุยาบ้าเอาไว้ 50 มัด รวมของกลางทั้งหมด 100,000 เม็ด โดยบนห่อประทับตรา 999 ยังมีเฮโรอีนน้ำหนัก 0.5 กรัม ไฟฉาย 1 กระบอก มีดเดินป่า 1 เล่ม จึงยึดไว้เป็นของกลาง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-02-02 16:50:29


ความเห็นที่ 57 (2992998)

′เหลิม′ นำทีมแถลงจับแก๊งค้ายาเครือข่ายพันโทยี่เส มูลค่ากว่า 100 ล้าน

วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2557 เวลา 16:19:08 น.

 

 

 

เมื่อ เวลา 12.30น. วันที่ 25 ม.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส) นายสุรพงษ์ โตวิจักรชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด (ศพส.) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรพล ทวนทอง ผบช.ปส. ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมนายวีรยุทธ ฟ้ารุ่งทวีทรัพย์ อายุ 25 ปี และนายวีรชัย ฟ้ารุ่งทวีทรัพย์ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96 หมู่ 2 ต.ท้าข้าม อ.เวียงแก่น จังหวัดเชียงราย นายอดุลวิทย์ วงศ์นภาไพศาล อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ 2 ต.ท้าข้าม อ.เวียงแก่น จังหวัดเชียงราย นายวีรชัย ฟ้ารุ่งทวีทรัพย์ อายุ 21 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้าจำนวน 5 แสนเม็ด รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีเทา หมายเลขทะเบียน 2 กศ 7186 กทม. รถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค หมายเลขทะเบียน ฌธ 5792 กทม. และนายเอ (นามสมมุติ) เยาวชนอายุ 17 ปี โดยจับกุมได้ภายในห้องเช่าเลขที่ 251 หมู่ 6 บ้านโป่งพระบาท ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย

พล.ต.ท. สุรพล กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ขยายผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดเครือข่ายพันโท ยี่เส ซึ่งจากการสืบสวนพบว่าจะมีการลักลอบขนยาบ้ามาจากพื้นที่ทางภาคเหนือส่งให้ กับลูกค้าย่านปริมณฑล โดยจะใช้รถยนต์ทั้งสองคันเป็นพาหนะในการลำเลียง จึงได้เฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งพบรถยนต์ทั้งสองคันขับมาในพื้นที่จังหวัดเชียงราย จึงได้นำกำลังติดตาม ก็พบว่าได้ไปจอดที่บ้านดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าจับกุมและตรวจค้นภายในรถก็พบยาบ้าจำนวน 5 แสนเม็ด ซุกอยู่ภายในรถยนต์โตโยต้า รุ่นวีออส จึงได้นำมาสอบสวน

จาก การสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ไปรับยาบ้ามาจากชาวเขาเผ่าอาช่าที่ อ.แม่จัน จังหวัดเชียงราย ก่อนนำไปส่งให้เอเย่นต์ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา อย่างไรก็ตามยาเสพติดดังกล่าวนั้นเป็นของเครือข่ายพันโทยี่เซ ซึ่งเป็นล็อตเดียวกับที่จับกุมได้ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 4 แสนเม็ด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยยาบ้าล็อตนี้มีสัญลักษณ์ตอง 9 (999) ปรากฏอยู่บนห่อบรรจุ โดยแนวทางการสืบสวนพบว่ายาบ้าล็อตนี้มีทั้งหมด 6ล้านเม็ด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมไปแล้วกว่าครึ่ง

ขณะ ที่ด้านร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ในสถานการณ์ทีมีการชุมนุมทางการเมือง เป็นช่องว่างให้ขบวนการยาเสพติดอาศัยช่องว่างในการลำเลียง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้นิ่งดูดายได้ทำงานอย่างเต็มที่และเต็มกำลัง อย่างไรก็ดีหากนายสุเทพหรือลุงกำนันเลิกชุมนุม ทางตำรวจก็จะทำงานราบรื่นและมีประสิทธิภาพกว่านี้

อย่าง ไรก็ตาม จากการที่กลุ่มผู้ชุมนุมตั้งฉายา ปึ้งศักดิ์เหลิมศรี ว่าทำไมต้องมาแถลง จึงขอชี้แจงว่า นายสุรพงษ์ กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งขาติ ส่วนตนก็เป็น ผอ.ศรส. ซึ่งขณะนี้นายสุรพงษ์ได้รับมอบหมายดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเต็มตัว แล้ว และตนขอชื่นชมโดยนายสุรพงษ์ เปรียบเสมือน นายพลแมคอาเธอร์ นายทหารชาวอเมริกัน ที่มีชื่อเสียงในการบัญชาการรบ ในสมัยสงครามสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นบุคคลที่ทำให้ญี่ปุ่นจดสนธิสัญญาพ่ายแพ้ให้กับฝ่ายพันธมิตร
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-01-26 15:59:53


ความเห็นที่ 56 (2992698)

ผ่านาทีปะทะเดือด จับตายแก๊งยา 4 ศพ โยงเครือข่าย"ยี่เซ"

เกรียงไกร ปัญโญกาศ เรื่อง/ภาพ

เสียงปืนที่ดังกึกก้องไปทั่วป่าในเชียงราย ถือเป็นจุดเริ่มต้นของปฏิบัติการถอนรากถอนโคนเครือข่ายยาเสพติดที่พยายามลักลอบนำเข้าประเทศ ซึ่งสุดท้ายคนทำผิดก็ย่อมหนีไม่พ้นเงื้อมมือกฎหมาย หรือมีจุดจบอย่างเหตุระทึกขวัญนี้

ช่วง เช้ามืดของวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา ขณะกองกำลังผาเมือง สังกัดร้อยทพ.3108 และร้อยทพ.3109 ภายใต้การนำของพ.อ.วัชรพงศ์ แก้วแจ้ง ผบ.ทพ.31 คุมกำลังเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยตามแนวตะเข็บชายแดน บริเวณหมู่บ้านหล่อโย ม.19 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน ช่วงติดกับอ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

ภายหลังรับแจ้งมีคาราวานขนยาเสพติดเตรียมลัดเลาะมาตามเส้นทางดังกล่าว ซึ่งสภาพโดยรวมของพื้นที่เป็นป่าสลับกับไร่ของชาวบ้าน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังดักซุ่มสังเกตการณ์อยู่ตามเชิงเขา

กระทั่ง ผ่านไปไม่นานมีเสียงคนเดินแหวกกอหญ้าลัดเลาะมายังพื้นที่เป้าหมาย ทำให้บรรดาเจ้าหน้าที่ที่คอยปักหลักอยู่ต่างหันไปจับจ้องถึงต้นเสียงที่มุ่ง ตรง เข้ามาพบเป็นกลุ่มชายฉกรรจ์ 8 คน แต่งกายด้วยชุดลายพรางทับด้วยเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว รองเท้าผ้าใบ ที่สำคัญภายในมือทุกคนถืออาวุธปืนสงครามมาครบครัน และบางคนยังแบกกระสอบขนาดใหญ่มาด้วย ซึ่งตรงกับที่รับแจ้งมา  เมื่อกลุ่มชายฉกรรจ์เดินมาถึงลานกว้าง เจ้าหน้าที่เลยให้สัญญาณขอตรวจค้น


แต่ไม่ทันสิ้นเสียงตะโกนของเจ้าหน้าที่ กลุ่มชายฉกรรจ์กลับใช้อาวุธปืนยิงสาดเข้าใส่แบบไม่พูดพร่ำทำเพลง เพื่อหวังเปิดทางหลบหนี เจ้าหน้าที่เลยต้องหลบอยู่ในที่ตั้ง พร้อมใช้อาวุธปืนยิงสกัดป้องกันตัว

เสียงปืนทั้งฟากเจ้าหน้าที่และกลุ่มชายฉกรรจ์ต่างรัวสาดเข้าใส่กันนานเกือบ 3 ชั่วโมง โดยต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดละ กระทั่งกลุ่มชายฉกรรจ์บางส่วนสามารถหนีเล็ดลอดไปได้ ตรวจ สอบโดยรอบบริเวณนาข้าวเนินเขา พบชายถูกยิงเสียชีวิต 2 ศพ ใกล้กันบริเวณร่องน้ำยังพบชายถูกยิงอีก 2 ศพ แต่ละคนต่างถืออาวุธปืนเอเค 47 ไว้ข้างกาย และระเบิดลูกเกลี้ยง

นอก จากนี้พบกระสอบขนาดใหญ่วางกองอยู่ ภายในมียาบ้า 25 มัด รวมทั้งหมด 50,000 เม็ด เฮโรอีนอีก 13 ห่อ หนักถึง 4.5 ก.ก. เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่อีกชุดออกติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายที่หลบหนีไปได้บางส่วน ก่อนติดตามไปพบหนึ่งในกลุ่มคนร้ายถูกยิงบาดเจ็บ 1 คนและไปซุกหลบอยู่ในพงหญ้าใกล้จุดปะทะเดือด

จึงควบคุมตัวมาสอบสวนทราบชื่อนายจะกา จะแฮ อายุ 25 ปี ชาวเขาเผ่ามูเซอ อาศัยอยู่ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง สภาพถูกยิงเฉียดหัวเข่า สอบ สวนเบื้องต้นทราบว่า กลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดเป็นกองกำลังติดอาวุธที่รับจ้างขนยาเสพติดจากแหล่ง ผลิตในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อไปส่งให้กับเอเยนต์ในฝั่งไทยอีกทอดหนึ่ง

ต่อ มาในช่วงสาย พ.อ.ยงยุทธ เหล่าเขตร์การ ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง พร้อมพ.อ.วัชรพงศ์ ร่วมเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและเค้นสอบผู้ต้องหาที่ควบคุมตัวมาได้ โดยพ.อ.ยงยุทธกล่าวถึงรายละเอียดการสอบสวนว่า

กลุ่มผู้ต้องหาเป็นเครือข่ายของพ.ท.ยี่เซ แก๊งยาเสพติดรายใหญ่ที่พยายามลำเลียงเข้ามาในประเทศ
ส่วนนายจะกาที่ถูกจับกุมตัวมาได้สารภาพทำหน้าที่ขนยาเสพติดมาอีกทอด โดยคาราวานนี้มีด้วยกัน 8 คน แต่ระหว่างการยิงปะทะกันเสียชีวิตไป 4 ราย ถูกจับกุม 1 คน และสามารถหลบหนีไปได้อีก 3 คน

ซึ่งคนร้ายที่หลบหนีไปได้พบว่าแต่ละคนยังแบกกระสอบขนาดใหญ่ไปด้วย โดยคาดว่าภายในยังมียาเสพติดอีกจำนวนมาก หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะจัดทีมไล่ล่าคนร้ายที่เหลือ พร้อมระดมกำลังกวดขันกวาดล้างยาเสพติดที่พยายามลักลอบนำเข้ามาประเทศ

ถือเป็นอีกเหตุระทึกที่ต้องล้างบางแก๊งค้ายาให้สิ้นซาก

 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-01-23 22:12:48


ความเห็นที่ 55 (2990160)

ทหารพรานปะทะเดือดแก๊งค้ายาชายแดนอ.แม่ฟ้าหลวง วิสามัญ1 ศพยึดยาบ้า-เฮโรอีน 5 กก.

วันที่ 02 มกราคม พ.ศ. 2557 เวลา 10:20:10 น.

 

 



 


เมื่อวันที่ 2 มกราคม  พ.อ.วัชรพงศ์ แก้วแจ้ง ผบ.ฉก.ทพ.31 กองกำลังผาเมือง ได้รับแจ้งจากกองร้อย ทพ.3109 ทพ.31 ว่าได้เกิดเหตุปะทะกับกองกำลังติดอาวุธขนยาเสพติดตามแนวชายแดนไทย-พม่า บริเวณบ้านแม่จันหลวง ม.10 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย จึงพร้อมด้วย พ.อ.ยงยุทธ เหล่าเขตร์การ ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง พ.อ.พักตร์พงษ์ เงสันเที๊ยะ รอง ผบ.ฉก.ทพ.31 พ.ต.อ.บุญวาศน์ มังคราช ผกก.สภ.แม่ฟ้าหลวง และนายวรญาณ บุณราช นายอำเภอแม่ฟ้าหลวง พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องนำกำลังไปตรวจสอบ

 

ที่เกิดเหตุเป็นแนวป่าสันเขาสูงตั้งอยู่ระหว่างดอยแม่สลองกับชายแดน ไทย-พม่า โดยเป็นทางเดินที่ผู้คนใช้สำหรับสัญจรผ่านไปมา พบศพชายฉกรรจ์  ไม่ทราบชื่อแต่มีรูปพรรณสันฐานคล้ายชาวเขาเผ่ามูเซอ อายุประมาณ 30 ปี นอนเสียชีวิตคว่ำหน้าอยู่ในพงหญ้าข้างทางโดยสวมใส่กางเกงขายาวสีดำและเสื้อ ลายพรางแบบทหาร ห่างจากศพประมาณ 1-2 เมตร พบสัมภาระของผู้ตายเป็นกระเป๋าเป้ที่สะพายติดตัวจำนวน 2 ใบ และกระสอบฟางที่ออกแบบให้มีสายสะพายแบบเป้จำนวน 1 ใบ ซึ่งภายในได้ซุกซ่อนเฮโรอีนเชนิดแท่ง ตราสิงห์โตเหยียบลูกโลกเอาไว้จำนวน 10 แท่ง น้ำหนักรวมประมาณ 5 กิโลกรัม นอกจากนี้พบอาวุธเป็นระเบิดชนิดขว้างคาดว่าผลิตในประเทศจีน 1 ลูก  โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องและยาบ้าอีกจำนวน 2,000 เม็ด


ทั้งนี้  ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้ทำการลาดตระเวณตลอดแนวชายแดนกระทั่งต่อ มาได้พบชายจำนวนประมาณ 4-5 คน เดินแบกกระเป๋าเป้ดังกล่าวพร้อมอาวุปืนยาวครบมือ คอยคุ้มในรูปแบบของคาราวานยาเสพติดมาถึงจุดที่เกิดเหตุ  เจ้าหน้าที่จึงให้สัญญาณให้หยุดเพื่อขอตรวจค้น ปรากฎว่ากลุ่มคนร้ายไม่ฟังเสียได้เปิดฉากยิงอาวุธใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่เพื่อ เปิดทางหนี จึงเกิดการยิงต่อสู้กันขึ้นนานกว่า 10 นาที จนกระทั่้งคนร้ายสู้ไม่ไหวได้อาศัยพื้นที่ซึ่งเป็นป่าเขาหลบหนีไปได้ และมีคนร้ายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุดังกล่าว ส่วนเจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัย ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่ากลุ่มคนร้ายที่หลบหนีคาดว่าจะมียาเสพติดติดตัวไปด้วย อีกจำนวนมาก จึงได้กระจายกำลังเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-01-03 07:27:11


ความเห็นที่ 54 (2988989)

ตชด.เชียงราย สกัดจับยาบ้าล้านเม็ด

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 14 ธ.ค. ที่กองกำกับการกองร้อย ตชด.327 อ.แม่จัน จ.เชียงราย พ.ต.อ.ธนพล โอบอ้อม ผกก.ตชด.32 แถลงข่าวการจับกุมคดียาเสพติด มีผู้ต้องหา 3 คน ประกอบด้วย นายสุชาติ โชดากุ อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 106 ม.25 ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย นายอาบื่อ เชดูกู่ อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 33 ม.25 ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย และนายพีรัชชัย วุยซื่อกุ อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 28 ม.25 ต.วาวี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 902,000 เม็ด รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์ ฮีโร่ ตอนเดียว สีแดง ทะเบียน บค 6627 เชียงราย และรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บพ 5279 เชียงราย
 
 ทั้งนี้ จากเจ้าหน้าที่สืบทราบจะมีการลักลอบขนยาบ้าจากชายดนไทย-พม่า ด้าน อ.แม่สาย ลัดเลาะไปตามถนนสายรองเพื่อเลี่ยงด่านตรวจ จึงนำกำลังออกติดตามจับกุม ต่อมาพบรถยนต์คันแรกขับนำไปตามถนนสายเด่นห้า-ดงมะดะ บ้านหนองหม้อ ต.แม่กรณ์ อ.เมือง จ.เชียงราย และมีรถยนต์คันที่สองขับตามตรงตามที่ได้รับแจ้ง จึงได้นำรถออกสกัดเอาไว้ เมื่อตรวจค้นที่รถคันที่สองพบมีนายสุชาติขับมาตามลำพัง ส่วนคันแรกมีนายอาบื่อกับนายพีรัชชัยขับขี่และโดยสารไปด้วยกัน เมื่อตรวจค้นภายในรถคันที่สองพบมีกระสอบฟางที่ออกแบบให้เป็นเป้สำหรับแบก สะพายวางอยู่ทั้งที่นั่งข้างคันขับและกระบะหลังรถ จึงเปิดออกตรวจดูพบภายในซุกซ่อนยาบ้าจำนวนทั้งหมด จึงควบคุมทั้ง 3 คนไปสอบสวน
 
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่ายาเสพติดทั้ง หมดขนมาจากโรงงานผลิตอยู่ตรงกันข้าม อ.แม่สาย และลักลอบนำเข้ามาทางบ้านผาหมี ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย ก่อนจะลักลอบขนไปตามถนนสายรองเพื่อจะนำไปส่งให้ผู้ซื้อที่ จ.สมุทรปราการ แลกกับค่าจ้างเม็ดละ 4.50 บาท โดยจะได้รับเงินเมื่อส่งของเสร็จแล้วก่อน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวคนทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตาม กฎหมาย

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-12-15 07:25:27


ความเห็นที่ 53 (2987913)

หนุ่มถูกจับยาบ้าฮึดแย่งปืนตำรวจ-สุดท้ายโดนยิงสาหัส

วันที่ 29 พ.ย. พ.ต.ท.เรวัตร ยืนธรรม รอง ผกก.บก.สส.ภาค 5 สืบทราบจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมากไปส่งให้ลูกค้าในเขต อ.เมือง จ.เชียงราย จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษ ภ.เชียงราย ไปซุ่มสังเกตการณ์ที่บริเวณลานจอดรถตลาดสดบ้านดู่เมืองใหม่ ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย ต่อมาพบรถยนต์กระบะโตโยต้า ไฮลักซ์วีโก้ แบบแคป สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับเข้าไปที่ลานจอดรถ จากนั้นมีชายที่นั่งข้างคนขับ ทราบชื่อต่อมาว่านายเกษม ปีกศร อายุ 41 ปี ลงจากรถพร้อมเดินไปยกกระสอบถุงปุ๋ย สีขาว จำนวน 4 กระสอบ ไปวางที่ใต้ต้นไม้ข้างทาง 
 
เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซุ่มอยู่จึงแสดงตัวเข้าไปตรวจสอบ แต่คนขับรถที่ยังนั่งอยู่ในรถได้ขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็วส่วนนายเกษม พยายามวิ่งหลบหนี แต่ก็ไปไม่ได้รอด ถูกควบคุมตัวไว้ได้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจค้นในกระสอบ พบยาบ้ากระสอบละ 50 มัด รวมทั้งหมด 400,000 เม็ด
 
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายเกษมพร้อมของกลางขึ้นรถส่งไปดำเนินคดี แต่ช่วงที่กำลังควบคุมตัว นายเกษมกลับอาศัยจังหวะเข้าแย่งอาวุธปืนพกจากเอวของร.ต.อ.วิชระ ศรีนวลไชย ชุดจับกุม จนเกิดการยื้อแย่งปืนจนกระสุนลั่นขึ้น 1 นัด กระสุนเจาะเข้าที่ท้องของนายเกษม ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ให้แพทย์ผ่าตัดช่วยชีวิต ขณะนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว เจ้าหน้าที่จึงขยายผลเพื่อติดตามคนที่หลบหนีต่อไป

 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-12-01 19:26:39


ความเห็นที่ 52 (2987592)

รวบหนุ่มนั่งรถทัวร์ขนยาบ้า 3 แสนเม็ด

วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 เวลา 21:39:57 น.

 

 

 

เมื่อ วันที่ 26 พฤศจิกายน ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.จว.เชียงราย แถลงว่า ได้จับกุมยาเสพติดรายแรกจับกุมตัวนายสยาม ศรีสุวรรณ อายุ 38 ปี  ขณะลักลอบลำเลียงยาบ้าจำนวน 300,000 เม็ด มากับกระเป๋าเดินทางโดยสารมากับรถยนต์โดยสารสายเชียงราย-กรุงเทพของบริษัทขน ส่ง จำกัด ผ่านตู้ยามปูแกง  ต.แม่เย็น อ.พาน จ.เชียงราย โดยนายสยามรับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างนายอ่อง ไม่ทราบชื่อจริง เป็นชาวไทยใหญ่ ซึ่งรู้จักกันสมัยติดคุกในเรือนจำด้วยกันในราคาเม็ดละ 2 บาทเพื่อให้นำยาบ้าทั้งหมดไปให้กับผู้ซื้อที่นวนคร จ.ปทุมธานี  นอกจากนี้ยังยึดเงินในบัญชีธนาคารได้อีก 35,000 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท  แทปเล็ต 1 เครื่อง เงินสดอีก 4,000 บาท เคยติดคุกมาแล้วถึง 4 ครั้งในข้อหาทำร้ายร่างกาย ลักทรัพย์จนรู้จักกับเครือข่ายยาบ้าในเรือนจำเมื่อออกจากเรือนจำมาก็หันมา ค้ายาบ้าแทนโดยทำมาแล้วสองครั้ง  ครั้งแรกขนจำนวน 60,000 เม็ดได้เงิน 1.2 แสน จึงย่ามใจมารับจ้างขนอีกจนมาถูกจับครั้งนี้  

ส่วน อีกรายตำรวจเมืองจับกุมนายนิรุต จะอือ ได้พร้อมของกลาง 2,000 เม็ด ได้บนถนนสายบ้านจอป่าคา อ.แม่จัน -ถ้ำผาตอง อ.เมือง โดยเบื้องต้นนายนิรุตให้การปฎิเสธโดยอ้างว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของน้องชายอายุ 14 ปี
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-11-27 07:00:18


ความเห็นที่ 51 (2987087)

รวบสาวใหญ่เครือข่ายค้ายาบ้านไร่ชาบนดอยวาวี

วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 เวลา 22:22:27 น.

 

 

 

ที่ ห้องประชุมภักดีภูมิเชียงราย นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผู้ว่าราชการ จังหวัดเชียงราย พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.เชียงราย พ.อ.ยงยุทธ เหล่าเขตร์การ ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดโดยมีผู้ต้องหาจำนวน 1 คน ชื่อว่า นางกานดา แซ่ผา อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 816 ม.3 ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 600,000 เม็ด รถยนต์เก๋งยี่ห้อมาสด้า ทะเบียน กถ 2178 กรุงเทพฯ โดยการจับกุมมีขึ้นเมื่อตำรวจ กก.สส.ภ.เชียงราย สืบทราบจะมีการลักลอบขนยาเสพติดผ่านถนนสายเลี่ยงเมือง ต.ท่าสาย อ.เมือง จะไปทาง อำเภอแม่ลาว ทั้งนี้ขบวนการค้ายาเสพติดรายนี้มี รายงานว่า มีส่วนเชื่อมโยงกับเจ้าของกิจการไร่ชาและกาแฟบนดอยวาวีอีกด้วย 

การจับ กุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งคันหนึ่งขับขี่ไปตามถนนพหลโยธินจาก พื้นที่ อำเภอแม่จัน มุ่งหน้าเข้าสู่ อำเภอมือง และเลี้ยวเข้าทางถนนสายเลี่ยงเมืองจากด้านหน้าท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ต.บ้านดู่ ไปจนถึง ต.ท่าสาย กระทั่งเมื่อถึงบริเวณแยกเลี่ยงเมือง ต.ท่าสาย กลับไหวตัวทันและจอดรถก่อนจะทิ้งถุงพลาสติกสีดำใบใหญ่เอาไว้จำนวน 5 ถุงไว้ข้างทางก่อนจะขับหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการแกะถุงดำออกดู ปรากฎว่าภายในพบยาเสพติดเป็นยาบ้าจำนวน 600,000 เม็ด 

ต่อ มาเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลติดตามรถคันดังกล่าวปรากฎว่า พบไปจอดอยู่ที่หอพักแห่งหนึ่งอยู่ที่ชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.แม่สาย จึงได้ติดตามไปจับกุมตัว น.ส.กานดา ไว้ได้ และยอมรับว่าเป็นภรรยาของนายยาวไม่ทราบนามสกุลที่หลบหนีไป
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-11-20 04:31:13


ความเห็นที่ 50 (2986969)

เชียงรายยึดยาบ้า2แสนเม็ด

 เมื่อวันที่ 18 พ.ย. พ.อ.ยงยุทธ เหล่าเขตร์การ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง และพ.ต.อ.บุญวาศน์ มังคราช ผกก.สภ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ร่วมกันนำผู้ต้องหาลักลอบขนยาเสพติดมาสอบสวนเพิ่มเติ่ม พร้อมแถลงข่าว โดยก่อนหน้านี้ได้รับการประสานจากทหารว่าจะมีขบวนการลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จึงตั้งด่านตรวจค้นอย่างละเอียด บริเวณสามแยกอีก้อ
 
 ต่อมาพบรถกระบะอีซูซุ สีเทา ทะเบียน บท 5600 เชียงราย ขับมา โดยมีนายวิวัฒน์ กันแก้ว อายุ 32 ปี ชาวบ้านเทอดไทยเป็นคนขับ ลักษณะตรงตามที่รับรายงาน เจ้าหน้าที่จึงตรวจค้นรถอย่างละเอียด และพบยาบ้า 2 แสนเม็ดซุกซ่อนไว้ในช่องเก็บเครื่องมือหลังแค็ป นอกจากนี้ยังพบยาไอซ์อีก 2 ก.ก. ซุกซ่อนในถุงปุ๋ยวางในช่องว่างด้านฝากระโปรงหน้ารถ จึงควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม
 
 สอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า รับจ้างขนจากเพื่อนชาวเขา เชื้อสายพม่า ให้นำยาทั้งหมดไปส่งให้เอเยนต์ใน อ.แม่จัน แต่มาถูกจับได้ก่อน โดยเจ้าหน้าที่จะติดตามสืบสวนขยายผลต่อไป 
 
 พ.อ.ยงยุทธกล่าวว่า ขบวนการขนยาเสพติดจะนิยมใช้ช่วงเทศกาลท่องเที่ยวที่มีรถเดินทางเข้าออกสถานที่ท่องเที่ยว โดยแอบแฝงปะปนกับรถยนต์นักท่องเที่ยว เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ครั้งนี้แอบขนในช่วงเทศกาลลอยกระทง แต่ก็ไปไม่รอด ต่อจากนี้จะวางแผนสกัดกั้นให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น เนื่องจากช่วงฤดูหนาวจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจำนวนมาก 

 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-11-19 08:06:24


ความเห็นที่ 49 (2985589)


ยาบ้ายังชุก "อดุลย์" เยือนเชียงราย พบทั้งจับทั้งศพ-เหตุปะทะตำรวจ

เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 1 พ.ย.นี้ พ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว ผกก.สภ.เมืองเชียงราย สืบทราบจะมีรถยนต์ลักลอบขนยาเสพติดจากชายแดนผ่านพื้นที่ อ.เมือง เพื่อจะนำไปส่งที่กรุงเทพฯ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจตราต่อมาพบรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สีเงินบรอนด์ ทะเบียน ฒก 6215 กรุงเทพฯ ขับผ่านบริเวณสามแยกสถานีขนส่งผู้โดยสารเชียงรายแห่งที่ 1 ถนนพหลโยธินสายใน ต.เวียง อ.เมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสกัดรถเอาไว้พบคนขับชื่อว่านายเทียนชัย สังข์ป้อม อายุ 42 ปี  บ้านเลขที่ 116 ม.9 ต.ย่านยาว อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ขับไปตามลำพัง เมื่อตรวจที่ถังน้ำมันของรถพบทำเป็นช่องลับซุกซ่อนยาบ้าเอาไว้จำนวน 150,000 เม็ดจึงได้จับกุมตัวไว้ สอบสวนเบื้องต้นให้การว่ารับจ้างจากชาวเขาไม่ทราบชื่อคนหนึ่งเป็นเงิน 100,000 บาทให้ขับรถไปส่งที่สถานีขนส่งหมอชิต กรุงเทพฯ โดยไม่ทราบว่าภายในถังน้ำมันมีการดัดแปลงซุกซ่อนยาบ้า

ผู้สื่อข่าว รายงานว่าวันเดียวกัน พ.ต.อ.ไพศาล นันตา ผกก.สภ.เวียงป่าเป้า ได้รับแจ้งว่ามีผู้พบศพคนร้ายเพิ่มจากกรณีก่อเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่บ้านแม่ปูนล่าง ม.9 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า เมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมาจนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บอีก 3 นาย พบคนร้ายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 คนและหลบหนีไปได้อีกหลายคนนั้น ล่าสุดมีชาวบ้านพบศพคนร้ายเพิ่มอีก 1 คน จึงไปตรวจสอบพบศพชายนอนเสียชีวิตมาได้หลายวันสภาพถือปืนอาก้า 1 กระบอก และห้อยไว้ที่ไหล่อีก 1 กระบอกอยู่ไม่ห่างจากจุดปะทะดังกล่าวมากนัก คาดว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุต่อสู้กับเจ้าหน้าที่และถูกกระสุนปืนของเจ้า หน้าที่ช่วงเกิดเหตุ

ขณะเดียวกันได้มีนายสมพงษ์ ปู๋จา อายุ 21 ปีชาวเขาเผ่ามูเซอชาวบ้านแม่ปูนล่างเดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ สภ.เวียงป่าเป้า โดยสารภาพว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ก่อเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่และได้หลบ หนีไปในวันเกิดเหตุ โดยหลังจากทราบข่าวว่ามีคนเสียชีวิตหลายคนรวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เกรง กลัวความผิดจึงมอบตัวดงกล่าว ซึ่งให้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไว้ทำการสอบสวนขยายผลต่อไป ทั้งนี้ระหว่างวันที่ 1-3 พ.ย.นี้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.และนายตำรวจระดับสูงของ ตร.รวมทั้ง พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.ภาค 5 เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ที่ จ.เชียงราย โดยมีกำหนดประชุม กตร.สัญจรที่โรงแรมดุสิตไอส์แลนด์รีสอร์ท อ.เมือง และตรวจเยี่ยมชายแดน ตำรวจที่บาดเจ็บ ฯลฯ ด้วย.

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-11-02 05:48:09


ความเห็นที่ 48 (2985287)

จับหนุ่มเชียงรายลอบขนยา2แสนเม็ด

  • 29 ตุลาคม 2556 เวลา 20:12 น. |

จับหนุ่มเชียงรายลอบขนยา2แสนเม็ด

ตำรวจแพร่จับหนุ่มเชียงรายลักลอบขนยาบ้าขึ้นรถทัวร์ยึดของกลาง 2 แสนเม็ด

พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ จิตรพันธุ์ ผบก.ภ.จว.แพร่ พ.ต.อ.ปิยะบุตร อัจฉริยะมงคล รอง ผบก.แพร่ พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผบ.ม.พัน 12 ค่ายพระยาไชยบูรณ์ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ แถลงผลจับกุมนายวันพุธ แสงว้า ชาวจ.เชียงราย ลักลอบขนยาบ้าจำนวน 200,000 เม็ด ขึ้นรถบัสโดยสารของบริษัทบุษราคัมทัวร์ ซึ่งวิ่งจากน่านจะไปกรุงเทพฯหลังมีสายข่าวรายงานว่าจะมีการขนย้ายยาเสพติดมา บนรถคันดังกล่าว จึงตรวจค้นพบยาบ้าซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางจริงและสังเกตว่าชายคนหนึ่งท่า ทางพิรุธจึงเข้าไปสอบถามจนนายวันพุธสารภาพรับเป็นเจ้าของกระเป๋า

จากการสอบสวนนายวันพุธ ให้การสารภาพว่าเพิ่งรับจ้างขนยาบ้านเป็นครั้งแรกในราคา 4 หมื่นบาท ซึ่งการขนครั้งนี้ได้นำยาบ้าใส่มาในกระเป๋านักเดินทางเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ตำรวจ โดยขึ้นรถทัวร์ที่จ.เชียงราย มาลงที่จ.แพร่ เข้านอนที่โรงแรมแห่งหนึ่ง พักค้างแรม 1 คืน ก่อนออกเดินทางต่อที่สถานีขนส่งผู้โดยสารแพร่ และจะลงที่นวนครโดยจะมีคนมารับ แต่ว่าถูกจับได้เสียก่อน

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-10-30 08:13:38


ความเห็นที่ 47 (2985025)

ตำรวจลุยล้างยาเสพติดเชียงราย

  • 26 ตุลาคม 2556 เวลา 17:30 น.

ตำรวจลุยล้างยาเสพติดเชียงราย

ตำรวจลุยล้างยาเสพติดเชียงราย ผบช.ภ.5เผยเครือข่ายยี่เสต้องการสารตั้งต้นหลังพม่าปราบหนัก



ที่กองบังคับการตำรวภูธรจังหวัดเชียงราย พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.ภาค 5 พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.เชียงราย ได้ร่วมกันแถลงข่าวการกวาดล้างในพื้นที่จังหวัดเชียงรายหลังพบว่ามีการ ลักลอบลำเลียงอาวุธสงครามและยาเสพติดเข้ามาใจพื้นที่เป็นจำนวนมาก

ราย แรกเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวน ภ.จว.เชียงรายได้ทำการจับกุมนายจะทอ เจ้าพงไพร อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 181 ม.10 ต.ม่อนปิน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 18,000 เม็ด รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ทะเบียน บฉ 1109 พังงา

การจับกุมในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนยาบ้ามาจาก อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เพือจะนำมาส่งให้กับลูกค้าที่ ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งที่ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย จึงได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ดังกล่าว จนกระทั่งพบ รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ทะเบียน บฉ 1109 พังงา ขับเข้ามาจอดในปั๊มน้ำมัน จากนั้นมีชายเดินเข้าไปที่รถคันดังกล่าวพร้อมสะพายถุงย่าม ทางเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อทำการตรวจค้น แต่ว่าคนที่อยู่ในรถกระบะสามารถหลบหนีไปได้

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบแล้วว่าคนที่หลบหนีไปคือนายดุสิต จะแฮ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 318 ม.13 ต.เวียง อ.ฝาง จ.เชียงราย โดยเจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติหมายจับแล้วคาด่วาจะสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ใน ไม่ช้า จากการสอบสวนนายจะทอ ผู้ต้องหาได้ให้การว่าได้รับจ้างขนยาบ้าโดยรับยาบ้ามาจาก อ.ฝาง เพื่อมาส่งมอบให้กับนายดุสิต โดยได้รับค่าจ้างจำนวน 30,000 บาท

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองเชียงราย ได้ทำการตรวจค้นกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงราย สามารถจับกุมพ่อค้ารายย่อยพร้อมอาวุธสงครามเป็น ปืนอาก้าจนวน 2 กระบอก ปืนลูกซองยาวจำนวน 3 กระบอก ปืนสั้นขนาด .22 จำนวน 1กระบอก และปืนสั้นขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก และจับกุมผู้ต้องหาหลบหนีเข้าเมืองอีกจำนวน 4 คน

พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 กล่าวว่า ปัจจุบันหลังจากที่ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก 8 จังหวัดภาคเหนือเข้ามาในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และอาชญากรรมในจังหวัดเชียงรายเป็ฯเวลา 2 เดือน ทำให้การจับกุมยาเสพติดในจังหวัดเชียงรายมีอย่างต่อเนื่องโดยปัจจุบันพบว่า ขบวนการค้ายาเสพติดได้เปลี่ยนเส้นทางการลำเลียงแล้วโดยอาศัยทางเส้นทางตาม แม่น้ำโขงเพื่อเข้าสู่ประเทศไทยที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นอกจากนี้ยังพบว่า เครือข่ายของ พ.ท.ยี่เซ ยังคงนำเข้าสารตั้งต้นเป็นจำนวนมากเพื่อเตรียมผลิตยาเสพติด ซึ่งทางการพม่าสามารถจับกมสารตั้งต้นได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าสารตั้งต้นที่นำเข้าไปยังประเทศพม่านั้น สามารถผลิตยาเสพติดได้จำนวนมหาศาล ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จังหวัดเชียงรายจะต้องเข้มงวดในการกวดขัน มากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดทะลักเข้ามาในประเทศได้

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-10-27 09:15:12


ความเห็นที่ 46 (2984298)

ทะลักหนัก!! อส.เชียงรายยึด"ยาบ้า"เกือบครึ่งล้านเม็ด คนร้ายลอบขนมาจากป่า

วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2556 เวลา 12:12:07 น.

 

 



 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 ตุลาคม ที่กองร้อยอาสารักษาดินแดน (อส.) จ.เชียงราย นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.เชียงราย และนายหมวดเอกพลังพล ดิสกุล ผบ.ร้อยอาสารักษาดินแดน (อส.) จ.เชียงราย ที่ 1 ร่วมกับแถลงผลการจับกุมยาเสพติด หลังสืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจากชายแดนไทย-พม่า เข้ามาตามป่าเขา จากนั้นลักลอบนำไปตามเส้นทางสำรองด้าน ต.ท่าสุด อ.เมือง จ.เชียงราย จึงนำกำลังไปดักซุ่มสวนยางพารา ท้ายถนนบ้านแม่ข้าวต้ม ต.ท่าสุด กระทั่งเช้ามืดได้พบชายฉกรรจ์ประมาณ 5-5 คนเดินแบกกระสอบฟางใบใหญ่ซึ่งออกแบบให้มีสายสะพายแบบกระเป๋าเป้มาตามแนวป่า ตรงกับที่ได้รับแจ้ง จึงให้สัญญานหยุดตรวจ แต่ปรากฎว่าชายทั้งหมดกลับแตกตื่นและทิ้งกระสอบฟางเอาไว้ เจ้าหน้าที่จึงออกไล่ติดตามแต่ไม่ทัน


จากการตรวจสอบในกระเป๋าเป้ที่ทำจากกระสอบฟาง ภายในมียาบ้าบรรจุอยู่ใบละประมาณ 100,000 เม็ด รวมของกลางยาบ้าทั้งหมดจำนวน 450,000 เม็ด โดยเป็นยาบ้าที่มีตราประทับที่ห่อเป็นรูปเลข 9 จำนวน 3 ตัวหรือตองเก้า พร้อมกับยึดรถจักรยายนต์ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน ฟ 7662 เชียงราย ซึ่งคาดว่าเป็นรถของคนร้ายที่หลบหนี จึงตรวจยึดไว้และนำกำลังออกติดตามพร้อมประสานกับเจ้าหน้าที่หน่วยอื่นเพื่อ ออกหาตัวกลุ่มคนที่หลบหนีต่อไป


นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ในปัจจุบันขบวนการค้ายาเสพติดใช้วิธีการขนด้วยคนเดินเท้า ลัดเลาะไปตามเส้นทางสายสายต่างๆ เพื่อเลี่ยงถนนสายใหญ่ ซึ่งมีด่านตรวจหลายแห่ง โดยขนไปพักไว้เป็นจุดๆ โดยไม่ใช้การขนด้วยรถยนต์ครั้งละมากๆ เหมือนเดิม ดังนั้น เจ้าหน้าที่ก็ต้องปรับแผนตาม ด้วยการใช้พลังแผ่นดินนอกเหนือจากตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง โดยแจ้งไปยังบรรดากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งภาคประชาชนให้เป็นผู้เป็นตาให้เจ้าหน้าที่ตามถนนสายรองต่างๆ ต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-10-19 12:30:07


ความเห็นที่ 45 (2984156)

เชียงรายเจ๋ง-จับยาบ้า6แสนเม็ด

 วันที่ 17 ต.ค. ที่สภ.แม่จัน จ.เชียงราย พล.ต.ท.ชำนาญ รวดเร็ว รอง ผบช.ภ.ภาค 5 นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผวจ.เชียงราย พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.วีระยุธ ชัยชนะมงคล ผกก.สภ.แม่จัน นายวิชัย ไชยมงคล ผอ.ปปส.ภาค 5 แถลงผลการจับกุมยาเสพติด รายแรกตำรวจสภ.แม่จัน นำกำลังนักเรียนนายสิบฝึกงาน ตั้งจุดตรวจบนถนนทางขึ้นดอยแม่สลอง บ้านป่าเมี้ยง-บ้านแสนสุข ต.ป่าซาง อ.แม่จัน พบชายฉกรรจ์ 6 คน แบกกระเป๋าเป้มาตามแนวป่าพยายามเลี่ยงจุดตรวจ จึงนำกำลังตรวจสอบกลุ่มชายฉกรรจ์พากัทิ้งกระเป๋าเป้วิ่งหลบหนีเข้าป่าไป ตรวจค้นกระเป๋าพบยาบ้าประทับตรารูปมือจับกัน และรูปสิงโตเหยียบโลก รวมยาบ้าทั้งหมด 600,000 เม็ด จึงยึดไว้พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายคาดจะหลบหนี ออกชายแดนไทย-พม่าไปแล้ว

 ต่อมาวันเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเดียว กันตั้งจุดตรวจบนถนนบ้านป่าเมี้ยง ม.5 ต.ป่าซาง อ.แม่จัน พบรถตู้โตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน ฮพ-6301 กรุงเทพฯ มีนายมะรอเซง ดอเลาะ อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 13/2 ต.บางโกระ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี นั่งอยู่ในรถท่าทางมีพิรุธ จึงขอตรวจค้นช่องใต้หลังคารถตู้พบใบกระท่อมแห้งซุกซ่อนไว้น้ำหนัก 1,136 กรัม จึงควบคุมตัวไปตรวจปัสสาวะพบมีเสพยาบ้า จึงดำเนินคดีมียาเสพติดให้โทษประเภท5 (กระท่อม) ครอบครอง และเสพยาเสพติด ขณะเดียวกันมีการเปิดปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 15 เป้าหมาย สามารถจับกุมผู้เสพและผู้หลบหนีการบำบัดฟื้นฟู ผู้ครอบครองยาบ้าจำนวน 9 คนยึดยาบ้าจำนวน 252.5 เม็ด ฝิ่นดิบ 2 ห่อ มูลฝิ่น 2 ห่อ 

 

 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-10-18 13:33:20


ความเห็นที่ 44 (2983428)

จับยาแสนเม็ดส่งผ่านบริษัทขนส่ง

  • 10 ตุลาคม 2556 เวลา 14:33 น.

จับยาแสนเม็ดส่งผ่านบริษัทขนส่ง

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด จับแก๊งค้ายาลอบส่งยาบ้าจากภาคเหนือเข้ากรุงผ่านบริษัทขนส่ง ยึดของกลางแสนเม็ด

เมื่อวันที่ 10 ต.ค. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการปปส. นายพิสุทธิ์ ภู่เงิน ผอ.ปปส.ภาค 1 นายสงวนศักดิ์ ศรีวัฒนพงศ์ ผอ.ส่วนประมวลผลวิเคราะห์ข้อมูลเฝ้าระวัง พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ ผกก.สภ.บางพลี  พร้อมเจ้าหน้าที่ป.ป.ส.และตำรวจภูธรบางพลี แถลงผลจับกุม 2 ผู้ต้องหาคือ นายวรเวช  สีแถะ ชาวจีนฮ้อ พร้อมของกลางยาบ้า 80,000 เม็ด และนางเนาวรัตน์ ไกรสร  พร้อมของกลางยาบ้า 20,000 เม็ด ที่ลักลอบขนส่งมาจากภาคเหนือ ผ่านทางบริษัทขนส่งของเอกชน ก่อนนำมากระจายต่อในพื้นที่กรุงเทพฯ

พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า การจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คนในครั้งนี้ สืบเนื่องจากตำรจภูธรภาค 5 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ปปส. สืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนส่งยาบ้าผ่าน บริษัทรับส่งพัสดุด่วน จำกัด ที่ จ. เชียงราย มายังสาขาย่อยนครสวรรค์ จึงขยายผลเข้าจับกุม นางเนาวรัตน์ พร้อมของกลางยาบ้า 20,000 เม็ด ได้ที่บ้านพักในจ.นครสวรรค์ โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า มีนายสุทน ธีระนันท์ ได้จ้างมาให้เป็นผู้รับสินค้าในราคา 5,000 บาท

จากนั้นเจ้าหน้าที่ยังสืบทราบว่า ได้มียาบ้าอีกล๊อตถูกนำส่งมายังกรุงเทพฯผ่านบริษัทขนส่งของเอกชนเช่นเดียว กัน โดยส่งไปยังผู้รับชื่อนายอิทธิพล นาหอม เจ้าหน้าที่จึงสอบสวนขยายผลจนกระทั่งสามารถจับกุมนายวรเวช   ซึ่งเป็นชาวจีนฮ่อ พร้อมของกลางยาบ้า 80,000 เม็ด โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ถูกว่าจ้างจากกลุ่มนักค้ายารายย่อยในชุมชน กทม.

เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 คนถูกดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดประเภท 1 ยาบ้า ไว้ในความคราอบครองเพื่อจำหน่าย ก่อนสืบสวนขยายผลไปจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องและขยายผลยึดและอายัดทรัพย์สินที่ ได้มาจากการค้ายาเสพติดต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-10-10 17:11:38


ความเห็นที่ 43 (2983102)

จับเครือข่ายยาเสพติด"พ.ท.ยี่เซ"ยาบ้า2.1แสนเม็ด เฮโรอีน58กก.มูลค่า345ล้านบาท

วันที่ 07 ตุลาคม พ.ศ. 2556 เวลา 14:10:25 น.

 

 

 

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 ตุลาคม พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว รอง ผบช.ภ.5 พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา และ พ.ต.อ.ภาณุ บุรณศิริ รรท.ผบก.ภ.จว.พะเยา ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ห้องประชุมภูกามยาว กก.ภ.จว.พะเยา 

 

เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางเป็นยาบ้า 109 มัด 218,000 เม็ด และเฮโรอีนตราสิงห์โตเหยียบลูกโลก 58 กก. รวมมูลค่า 345 ล้านบาท โดยจุมกุมที่ด่านตรวจยานพาหนะแม่ต๋ำ ต.แม่กา อ.เมือง จ.พะเยา พร้อมผู้ต้องหา 4 คน 1.นายกฤษฎา รานะเรศ, นายณัฐชา วงศ์งาม 3.นายบี (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี และ 4.นายณิพัชพงษ์ หรือสมพงษ์ สุทธิวนาสกุล
 
ก่อน เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบทราบว่าจะมีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดลักลอบ ลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนจังหวัดเชียงราย ไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง โดยรถโดยสารประจำทางบริษัทโชครุ่งทวีทัวร์ สายกรุงเทพฯ-แม่สาย ใช้เส้นทางถนนพหลโยธิน จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นรับทราบ

 

ต่อมา พ.ต.อ.ภาณุ บุรณศิริ รรท.ผบก.ภ.จว.พะเยา ได้สั่งการให้ สภ.เมืองพะเยา ตั้งจุดสกัดเพื่อจับกุมที่บริเวณด่านตรวจยานพาหนะแม่ต๋ำ จนกระทั่งถึงเวลาเกิดเหตุได้พบรถโดยสารตามที่สายลับแจ้งขับผ่านมาที่ด่าน ตรวจ จึงให้หยุดแล้วเจ้าหน้าที่ขอขึ้นไปตรวจค้นบนรถ 

 

พบนายกฤษฎาและนายณัฐชานั่งอยู่บนรถคันดังกล่าวท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าวจึงขอตรวจค้นตัวผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมกับ กระเป๋าเดินทาง 2 ใบ ต่อหน้าผู้ต้องหาทั้งสอง ณ ที่ทำการด่านตรวจแม่ต๋ำ พบยาบ้าของกลางซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางสีน้ำตาลดำ และเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางสีดำแดง

 

ทั้งสองรับว่ายาบ้าและเฮโรอีนของกลางดังกล่าวเป็นของคนทั้งสองจริง โดยมีนายบี ตำแหน่งพนักงานบริการประจำรถคันดังกล่าว ร่วมกับนายกฤษฎา และนายณัฐชา รับยาบ้าและเฮโรอีนของกลาง มาจากนายณิพัชพงษ์ ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงราย นำยาบ้าและเฮโรอีนจำนวนดังกล่าวไปส่งให้กับลูกค้าที่จังหวัดอ่างทอง และเมื่อไปถึงจะมีคนมารับของกลางดังกล่าว โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 5,000 บาท

 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลการจับกุมตัวนายสมพงษ์ สุทธิวนาสกุล ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นนายณิพัชพงษ์ โดยได้นำภาพถ่ายของนายณิพัชพงษ์ไปให้นายกฤษฎา ดูพร้อมกับยืนยันว่าเป็นนายสมพงษ์ ที่นำยาบ้าและเฮโรอีนมาส่งมอบให้กับทั้งสองจริง พร้อมนำเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมไปติดตามจับกุมตัวนายณิพัชพงษ์ ที่ จ.เชียงราย นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

พล.ต.ต.ชำนาญ กล่าวว่า ยาเสพติดที่จับกุมได้เป็นเครือข่าย พ.ท.ยี่เซ ผู้ต้องหารับสารภาพว่าทำมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 รวมมูลค่านับ 1,000 ล้านบาท 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-10-07 19:39:20


ความเห็นที่ 42 (2982857)

เชียงรายจับม๊งแก๊งยี่เซ ขนยามูลค่าพันล้านซิ่งหนีโดนยิงรถ

วันที่ 4 ต.ค. ที่บริเวณถนนสาย แม่จัน - เชียงแสน ที่บ้านร่องเรือ ม.1 ต.จันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง  รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พอ.ยงยุทธ เหล่าเขตต์การ รอง.ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง .พ.ต.อ.วิรัช สุมนาพันธ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาลักลอบขนยาเสพติด ผู้ต้องหาชาวม๊งจำนวน 4 คน พร้อมของกลางเป็น ยาบ้า จำนวน 976,000 เม็ด เฮโรอีน จำนวน 100 แท่งน้ำหนัก 35 กิโลกรัม และยาไอซ์จำนวน 1 กิโลกรัม

โดยผู้ต้องหามี นายอาหลุ่ม ดาลา อายุ 36 ปี ชาวเขาเผ่าอาข่าอยู่บ้านเลขที่ 16/1 ม.16 ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านจะตี ม.16 ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย นายกฤตภัค ดาลา อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 ม.16 ต.เทอดไทย  อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ชาวเขาเผ่าอาข่า นายทิศพาเนตร เลาซาง อายุ 27 ปี ชาวเขาเผ่าม้ง อยู่บ้านเลขที่ 7 ม.1 ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ และนายวิกรม รักกฎหมาย อายุ 28 ปี ชาวเขาเผ่าม้ง อยู่บ้านเลขที่ 32 ม.4 ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงราย
 
โดยการจับกุมในครั้่งนี้เมื่อคืนที่ผ่านมา  ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส.ได้รับแจ้งจากสาย ว่าจะมีการลักลอบนำยาเสพติดจำนวนมากเข้ามาจากชายแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาในประเทศไทยด้าน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย  จนกระทั่งพบรถยนต์กระบะยี่ห้อเชฟโลเล็ต สีน้ำตาลดำ หมายเลขทะเบียน บห 4490 เชียงราย ขับนำทางมาและ รถกระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบอร์น หมายเลขทะเบียน ผบ 8856 เชียงใหม่ ขับตาม โดยได้ขับมาจาก อ.แม่ฟ้าหลวง มุ่งหน้าเข้า อ.แม่จัน จึงได้สกะกดรอยติดตาม จนกระทั่งรถทั้ง 2 คันได้มาถึงที่บริเวณสามแยกแม่จันได้เลี้ยวซายไปทาง อ.เชียงแสน เพื่อหลบด่านตรวจกิ่วทัพยั๊งของ จนท.ตร.สภ.แม่จัน   เจ้าหน้าชุดสกัดจึงได้ส่งสัญญานให้จอดรถ แต่คนขับรถทั้ง 2 คนได้เร่งเครื่องหลบหนีจนกระทั่งมาถึงที่บริเวณ บริเวณถนนสาย แม่จัน - เชียงแสน ช่วงบ้านร่องเรือ ม.1 ต.จันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตัดสิบใจใช้อาวุธปืนยิงที่บริเวณล้อหน้าด้านซ้าย ของรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าวีโก้ แต่รถคันดังกล่าวยังไม่หยุดเจ้าหน้าทีจึงได้ยิงล้อหน้าด้านขวาอีกครั้ง จึงสามารถหยุดรถคันดังกล่าวได้  และเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมรถกระบะเซฟโรเล็ตที่เป็นรถนำทางได้อีกคัน พร้อมควบคุมตัวผู้ที่อยู่ภายในรถ
 
จากการตรวจสอบภายในรถกระบะวิโก้ ที่จอดสงบนิ่ง ซึ่งมีกระสุน จนท.พลาดไปถึงถังน้ำมัน จนท.ต้องใช้ความระมัดระวังในการตรวจสอบ เนื่องจากเกรงว่าจะมีการลุกไหม้เกิดขึ้น  ภายในรถพบกระสอบป่านดัดแปลงเป็น เป้เพื่อสพายหลัง อยู่ภายในแคป   ภายในกระสอบพบยาเสพติดอยู่ภายใน หลายประเภท เป็นยาบ้าจำนวน 976,000 เม็ด เฮโรอีน จำนวน 100 แท่งน้ำหนักรวม 35 กิโลกรัม และยาไอซ์จำนวน 1 กิโลกรัม จึงได้ควบคุมตัวทั้ง 4 คนไว้ เบื้องต้นทั้งหมดได้ให้การรับสารภาพว่าได้รับว่าจ้างจากนาย มั่ว ชาวเขาเผ่าม๊งไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ให้ลำเลียงยาบ้ามาจาก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย  โดยสั่งการทางโทรศัพท์มือถือ ตลอดเวลา จะมีคนมารับช่วงขับต่อเป็นทอด ๆ ไป โดยเป้าหมายที่จะนำไปส่งคือ เขตชานเมืองกรุงเทพฯ และ แบ่งไปที่ จ.ชุมพร ทั้งหมดจะได้รับค่าจ้างเบื้องคนละ 50,000 บาท โดยจะได้รับงินเพิ่มอีกเมื่อทำงานเสร็จ
 
ด้านพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง  รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า โดยการจับกุมในครั้งนี้พบว่าขบวนการดังกล่าวมีการลำเลียงยาเสพติดจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งเฮโรอีน ยาบ้าและยาไอซ์ ซึ่งปลายทางของยาเสพติดล็อตนี้คาดว่า บางส่วนจะส่งเข้ากรุงเทพฯ บางส่วนจะนำลงภาคใต้ และผ่าน 3 จังหวัดไปสู่ประเทศที่สามอีกทอดหนึ่ง มูลค่ายาเสพติดล๊อตนี้ในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ  1,000 ล้านบาท หากหลุดไปถึงประเทศที่สามจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น สองถึงสามเท่าตัว
นอกประเทศเนื่องจากพบว่ามีการแพ็คเป็นอย่างดี และเฮโลอีนไม่เป็นที่นิยมในประเทศไทย และผู้ต้องหาให้การว่าจะนำไปส่งที่ จ.ชุมพร ซึ่งคาดว่าหากไปถึงจะต้องลำเลียงส่งออกไปนอกประเทศอย่างแน่นอน ซึ่งหากหลุดรอดไปได้จะมีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท สำหรับ 1 ในผู้ต้องหาที่เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านนั้น จะต้องรับโทษสูงกว่าผู้ต้องหาคนอื่นเนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อย่างไรก็ตามได้ให้เจ้าหน้าที่ออกติดตามหาตัวนายมั่ว แล้ว คาดว่าจะสามารถจับกุมตัวได้ในไม่ช้า

 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-10-05 09:00:26


ความเห็นที่ 41 (2982508)

จับชาวเชียงรายลักลอบขนฝิ่นจากพม่าผ่านพรมแดนพระเจดีย์สามองค์ เมืองกาญจน์

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2556 เวลา 19:55:00 น.

 

 



 

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 1 ตุลาคม พล.ต.ต.กมลสันติ กลั่นบุศย์ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งว่า จะมีการลักลอบขนฝิ่น จาก อ.พญาตองซู ประเทศพม่า จำนวนมาก ชายแดนติดต่อกับพรมแดนพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี โดยซุกซ่อนไว้ภายในกระเป๋าเป้สะพายสีดำ มากับรถตู้โดยสารสายอำเภอสังขละบุรี-กาญจนบุรี ไปลงที่สถานีขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี

จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.จรินทร์ วัฒนไพรสาณฑ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ร่วมกับ พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี นำกำลังไปซุ่มดักจับที่สถานีขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี กระทั่งเวลา 14.30 น. รถยนต์ตู้โดยสารคันหนึ่งได้วิ่งเข้ามาส่งผู้โดยสารภายในสถานีขนส่ง และพบชายต้องสงสัยเดินลงจากรถ สะพายกระเป๋าเป้สีดำมาด้วย ตามที่ได้รับแจ้ง

พ.ต.อ.พงษกร ได้ส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่โดยรอบแสดงตัวเข้าจับกุมและตรวจค้น จากการตรวจค้นภายในกระเป๋าสะพานเป้พบวัตถุต้องสงสัยเป็นก้อนสีดำ แต่ละก้อนพันด้วยพลาสติกใสห่อด้วยถุงอาหารรวมทั้งหมด 4 ถุง เป็นฝิ่น น้ำหนักรวมกันกว่า 4 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงนำของกลางพร้อมคุมตัวผู้ต้องหามาสอบสวนที่ห้องงานสืบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ทราบชื่อต่อมาคือ นายโชคทวี ขัดชมภู อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 127 ซ.พระรามที่ 2 ซ.15 แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร

พ.ต.อ.พงษกร เผยว่า ผู้ต้องหาเดิมทีเป็นชาวเชียงราย ได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ในกรุงเทพฯ และมักเดินทางจากกรุงเทพฯ ด้วยรถโดยสารมาที่ จ.กาญจนบุรี เพื่อเดินทางเข้าออกระหว่างชายแดนบ้านพระเจดีย์สามองค์-อำเภอพญาตองซู ประเทศพม่า อยู่เป็นประจำ ตรวจสอบประวัติพบว่าเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สังขละบุรี จับกุมตัวมาแล้ว ข้อหามียาบ้า เมื่อประมาณปี 2550 และยังมีคดีรับซื้อของโจรอีกด้วย

สำหรับฝิ่นที่ยึดไว้ได้น้ำหนักรวมกันกว่า 4 กิโลกรัม มูลค่ากิโลกรัมละ 200,000 บาท รวมของกลางมูลค่าประมาณ 800,000 บาท หากลักลอบขนออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้ จะมีมูลค่าสูงกว่าดังกล่าว

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-10-01 20:12:10


ความเห็นที่ 40 (2982243)

ทลายแก๊งค้ายาเชียงรายยึดเพียบ

  • 27 กันยายน 2556 เวลา 15:39 น.

ทลายแก๊งค้ายาเชียงรายยึดเพียบ

ตำรวจทลายแก๊งค้ายาเสพติดเชียงราย ยึดของกลางเป็นจำนวนมาก

พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.จว.เชียงราย พร้อมด้วย พ.อ.ยงยุทธ เหล่าเขตการณ์ รอง ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง พ.อ.วีระวุธ ชัยชนะมงคล ผกก.สภ.แม่จัน แถลงผลจับกุม ผู้ต้องหาลักลอบขนยาเสพติดจำนวน 5 คนได้ของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 7,400 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน 2,000 กรัม รถยนต์กระบะจำนวน 2 คัน ซึ่งเป็นผลงานของ สภ.แม่จัน 1 ราย และสภ.เมืองเชียงราย 1 ราย
 
รายแรก เจ้าหน้าตำรวจ ชุดสืบสวน สภ.แม่จัน ได้รับรายงานว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดผ่านเข้ามาในพื้นที่โดยผ่านทาง ต.ท่าข้าวเปลือก อ.แม่จัน เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ อ.เมือง จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำตู้ยามท่าข้าวเปลือกตั้งจุดตรวจ บริเวณเส้นทางดังกล่าวเพื่อสกัดกั้นยาเสพติดจนกระทั่งพบรถกระบะสีดำ ยี่ห้ออีซูซุสีดำ หมายเลขทะเบียน บห 7447 เชียงรายขับขี่ผ่านมาจึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อทำการตรวจสอบ
 
ทั้ง นี้คนขับรถทราบชื่อต่อมา คือ นายอนุชิต นันต๊ะรัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ 4 ต.สันทราย อ.เมือง จ.เชียงราย และมีผู้ที่นั่งมาด้วยคือ น.ส.บุศย์รินทร์ ขุนเขาเกรียงไกร อยู่บ้านเลขที่ 39 ม.1 ต.ห้วยชมพู อ.เมือง จ.เชียงราย จากการตรวจสอบภายในรถพบ สิ่งของถูกห่อด้วยพลาสติกก้อนกลมสีดำจำนวน 2 ห่ออยู่ที่วางเท้าของ น.ส.บุศย์รินทร์ จึงได้เปิดดูเพื่อตรวจสอบพบว่าาเป็นยาไอซ์ น้ำหนักห่อละ 1 กิโลกรัม รวม 2 ห่อมีน้ำหนัก 2,000 กรัม จึงได้ตควบคุมตัวทั้งคู่ไว้
 
จากการสอบสวน ทราบว่า ได้รับยาไอว์ทั้งหมดมาจาก ชายแดน อ.แม่สาย เพื่อจะไปส่งให้กับนายธนวัฒน์ ไพรพิพัฒน์ อยู่บ้านเลขที่ 506 ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย ที่ ต.บ้านดู่ โดยได้ค่าจ้างจำนวน 40,000 บาท  จึงได้วางแผนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการขยายผลติดตามจับกุมนายธนวัฒน์ โดยให้นายธนวัฒน์ มารออรับยาไอซ์ ที่บริเวณหน้าปากซอยโรงเรียนนารีลักษณ์ ต.ริมกก อ.เมือง จนกระทั่งนายธนวัฒน์ ได้ขับรถ กระบะยี่ห้อโตโยต้าวีโก้ สีบรอนด์ หมายเลขทะเบียน บห 1816 เชียงราย เข้ามาจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม
 
ขณะ ที่อีกราย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ประจำสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 2 จ.เชียงรายได้จับกุม นางบูโอ้ เยเปี่ย อยู่บ้านเลขที่ 385/3 หมู่ 7 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน  และ น.ส.กชกร เยอส่อ อยู่บ้านเลขที่ 232 หมู่ 9 ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง หลังจากที่ได้ลักลอบขนยาบ้าจำนวน 7,400 เม็ด ซุกซ่อนไว้ในถุงบรรจุข้าวสาร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้ขณะกำลังขึ้นรถโดยสารของบริษัทสมบัติ ทัวร์ ที่เบาะหมายเลข 6C และ 6D โดยจะเดินทางไป จ.กำแพงเพชร เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจตราความเรียบร้อยตามปกติ พบทั้งคู่มีท่าทางพิรุธ จึงได้ขอทำการตรวจสอบ และได้พบถุงข้าวสารวางอยู่ที่พักเท้า จึงได้ขอทำการตรวจค้นพบว่าภายในมัยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายใน จึงได้ทำการควบคุมตัวไว้ จากการสอบสวนทั้งคู่ได้ให้การว่ารับยาบ้ามาจาก หญิงชาวเขาไม่ทราบชื่อ ได้ค่าจ้างคนละ 30,000 บาทให้นำยาบ้าไปส่งที่ จ.กำแพงเพชร แต่ก็มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ดังกล่าว
 
ด้าน พล.ต.ต.วันชัยสุวรรณสฺริเขต ผบก.ภ.จว.เชียงราย กล่าวว่า การจับกุมขบวนค้ายาบ้าครั้งนี้เนื่องจากในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมามีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามด่าน ตรวจต่างๆ เบาบางลง ทำให้ขบวนการลักลอบขนยาเสพติดได้อาศัยช่วงเวลาดังกล่าวในการลำเลียงยาเสพติด เข้ามาในพื้นที่ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะได้ทำการตั้งด่านตามเส้นทงต่างๆในจ.เชียงราย เพื่อเป็นการสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้เล็ดลอดเข้ามาในประเทศได้

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-09-29 14:04:21


ความเห็นที่ 39 (2981311)

ล็อกเครือข่าย พ.ท.ยี่เซพร้อมยึดยานรก 1 ล้านเม็ด

วันเสาร์ที่ 21 กันยายน 2556 เวลา 10:47 น.

เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร อ.แม่สาย จ.เชียงราย พร้อมด้วยทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมืองได้ร่วมกันจับกุม นายวรายุทธ ย้อมสี อายุ 36 ปี ชาวอำเภอวชิรบารมี จ.พิจิตร พร้อมของกลางยาบ้า 1,000,000 เม็ด ขณะกำลังขับรถกระบะมาบนถนนเลียบชายแดนบ้านผาฮี้ และบ้านสันเกล็ดทอง ตำบลโป่งงาม อ.แม่สาย จากชายแดนมุ่งหน้าไปยังบ้านสันเกร็ดทอง เจ้าหน้าที่ร่วมกันลาดตระเวนจึงเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจค้น กระทั่งพบยาบ้าทั้งหมดบรรจุในกระสอบฟางเต็มในเบาะแค็ปหลังคนขับ

จากการสอบสวนนายวรายุทธ ให้การรับสารภาพว่ารับยาบ้ามาจากชาวเขาเผ่ามูเซอบ้านผาฮี้ ต.โป่งงาม เพื่อนไปส่งลูกค้าที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยตนได้ค่าจ้าง 300,000 บาท ทำมาแล้ว 2 ครั้ง เพราะตนต้องการนำเงินไปรักษาภรรยาที่ป่วยเป็นโรคเอสแอลดี

พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขตร ผบก.ภ.จว.เชียงราย เปิดเผยว่า ยาบ้าของกลางดังกล่าว จากการสอบสวนผู้ต้องหาทราบว่าเป็นเครือข่ายของ พ.ท.ยี่เซ ซึ่งจะเร่งสอบสวนขยายผลจับกุมผู้ร่วมเครือข่ายต่อไป..

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-09-21 12:00:49


ความเห็นที่ 38 (2980669)

ตม.ดอนเมืองรวบหนุ่มเชียงรายขนผงขาว

วันเสาร์ที่ 14 กันยายน 2556 เวลา 22:17 น.

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่ด่านตม.ทอ.กรุงเทพ บก.ตม.2 พ.ต.อ.วีรยศ การุณยธร ผกก.ด่าน ตม.ทอ.กรุงเทพฯ พ.ต.ท.จิรชาติ ร่มสายหยุด รอง ผกก.ด่าน ตม.ทอ.กรุงเทพฯ , พ.ต.ท.สืบพงษ์วิสูตรธนาวิทย์, พ.ต.ต.ชาตรี  ชูแก้ว สว.(สส.)ด่าน ตม.ทอ.กรุงเทพฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ด่าน ตม.ทอ.ร่วมกันจับกุม นายสราวุธ  แซ่ลี อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 77  หมู่ที่ 14  ต.ปอ  อ.เวียงแก่น  จ.เชียงราย พร้อมของกลางเฮโรอีนจำนวน 18 กรัม
 

พ.ต.อ.วีรยศ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ช่วงวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัว นายวีระศักดิ์ ใจชนะศัตรู อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 174 หมู่ที่ 14 ต.ปอ อ.เวียงแก่น  จ.เชียงราย ได้ พร้อมของกลางเฮโรอีน ซุกซ่อนอยู่ในกางเกงชั้นในบริเวณด้านหน้าจำนวน 2 ถุง น้ำหนักรวม 34 กรัม โดยเดินทางด้วยเครื่องบินมาจาก จ.เชียงรายเพื่อไปส่งให้ผู้รับที่จังหวัดภูเก็ต จากการสอบสวนเจ้าหน้าที่จึงทราบว่าจะมีการขนเฮโรอีนผ่านทางเครื่องบินมาลง สนามบินดอนเมืองในช่วงเย็นวันนี้ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเฝ้าระวังทันที
 

พ.ต.อ.วีรยศ กล่าวต่อว่า ต่อมาเมื่อช่วงเย็น เจ้าหน้าที่พบนายสราวุธ ซึ่งเดินทางมาจากท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ผ่านทางสายการบินนกแอร์  เที่ยวบินที่ DD 8719 ถึงท่าอากาศยานดอนเมือง โดยมีท่าทีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวมาตรวจค้นตัวและกระเป๋าสัมภาระ พบเฮโรอีน ซุกซ่อนอยู่ในเสื้อผ้าภายในกระเป๋าสะพายสีดำที่ผู้ต้องหานำติดตัวมา น้ำหนัก 18 กรัมจึงควบคุมตัวไว้ทันที

เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้นำเฮโรอีนมาจากจังหวัดเชียงราย เพื่อไปจำหน่ายในจังหวัดภูเก็ตเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงจับกุมตัวและนำตัวส่ง พนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-09-15 14:43:54


ความเห็นที่ 37 (2980664)

จับแก๊งกรรมกรรับจ้างขนยายึด2.2หมื่นเม็ด

  • 12 กันยายน 2556 เวลา 21:10 น.

จับแก๊งกรรมกรรับจ้างขนยายึด2.2หมื่นเม็ด

ตำรวจเชียงรายจับแก๊งกรรมกรรับจ้างขนยาบ้ายึด 2.2 หมื่นเม็ดเตรียมส่งตลาดไท

ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย นำโดย พ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว ผกก.สภ.เมืองเชียงราย ได้สืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนยาบ้าเข้ามาในพื้นที่จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ธวัชชัย ระวังศรี สวป.เมือง เชียงราย พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงราย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ตชด.32 ออกลาดตระเวนในพื้นที่บ้านป่าอ้อ ม.6 ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย หลังจากที่ได้รับรายงานว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดผ่านมาในเส้นทางดังกล่าว

จนกระทั่งพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน สธข  266 ป้ายแดง และรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าดรีมสีแดง หมายเลขทะเบียน งงจ - 60 เชียงใหม่  ขับตามกันมา จึงได้เรียกให้หยุดเพื่อขอทำการตรวจค้น ทราบชื่อของผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยต์คือ นายเพิ่มพู ภูเชิงก่อ และนาย อาพอ แซ่มือ ทั้งคู่เป็นชาวเขาเผ่าอาข่า อยู่ที่บ้านห้วยชมภู อ.เมือง จ.เชียงราย จากการตรวจค้นพบว่ากระเป๋าเสื้อผ้าวางอยู่บริเวณด้านหน้ารถของนายเพิ่มพู ภูเชิงก่อ มียาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในจึงได้ควบคุมตัวทั้ง 2 คนไว้ ก่อนจะตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง พบว่ายาบ้าดังกล่าวมีจำนวน 22,000 เม็ด

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าทั้งคู่ได้ทำงานเป็นกรรมกรรับจ้างก่อสร้าง ตามโครงการบ้านจัดสรรต่างๆ และได้รับการชักชวนจากเพื่อนกรรมกรด้วยกันให้มาขนยาบ้า โดยอ้างว่ามีรายได้ดี จึงได้รับงานจากนายทุนที่เพื่อนกรรมกรติดต่อให้ โดยจะนำยาบ้ามาพักไว้ที่บ้านพักในเขต ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย ก่อนจะส่งต่อไปที่ตลาดไท ซึ่งได้ทำมา 2 ครั้งแล้ว โดยจะได้ค่าจ้างคนละ 50,000 บาทต่อครั้ง ซึ่งครั้งนี้จะทำไปส่งโดยการซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทางแล้วจะนั่งรถโดยสาร ประจำทางไปยังกรุงเทพฯ และนำยาบ้าไปส่งที่ตลาดไท แต่ถูกจับกุมเสียก่อน

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-09-15 14:33:03


ความเห็นที่ 36 (2980115)

ตม.ดอนเมืองรวบหนุ่มซุกเฮโรอีนในเป้า

วันจันทร์ที่ 9 กันยายน 2556 เวลา 19:31 น.

เมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ (9 ก.ย.) ที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ (ดอนเมือง)  พ.ต.อ.วีรยศ การุณยธร ผกก.ด่าน ตม.ทอ.กรุงเทพ บก.ตม.2 พ.ต.ท.จิรชาติ ร่มสายหยุด รอง ผกก. พ.ต.ท.สืบพงษ์ วิสูตรธนาวิทย์ พ.ต.ต.ชาตรี ชูแก้ว สว.สส และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนตม.ทอ.กรุงเทพ บก.ตม.2 ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายวีระศักดิ์ ใจชนะศัตรู อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 174 หมู่ 14 ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย พร้อมของกลางเฮโรอีนน้ำหนักรวม 34 กรัม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่อาคาร 1 ที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ (ดอนเมือง) แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง

พ.ต.อ.วีรยศ เปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจากทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีขบวนการลำเลียงยาเสพติดมาจากทางภาคเหนือ มากับสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD 8715 โดยออกจากท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เวลา 09.50 น. ถึง ท่าอากาศยานกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) เวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าจับตาดู กระทั่งพบผู้ต้องหาเดินผ่านด่านตรวจด้วยท่าทางมีพิรุธ จึงแสดงตัวของตรวจค้น ก็พบเฮโรอีน จำนวน 2 ถุง น้ำหนักรวม 34 กรัม  ซุกซ่อนอยู่ในกางเกงชั้นใน จึงควบคุมตัวมาสอบสวน

ด้าน นายวีระศักดิ์ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า รับการว่าจ้างให้ขนเฮโรอีนจาก จ.เชียงราย ไปส่งให้กับชายไทยไม่ทราบชื่อใน จ.ภูเก็ต เพื่อนำไปขายให้กับนักท่องเที่ยวตามแหล่งสถานบันเทิงต่างๆ โดยได้เงินค่าจ้าง 30,000 บาท ซึ่งทำมาแล้วหลายครั้ง จนมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาว่า “มียาเสพติดประเภทที่ 1 (เฮโรอีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามสาเสพติด เพื่อขยายผลและดำเนินคดี ต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-09-09 21:32:16


ความเห็นที่ 35 (2978858)



ตร.เชียงรายแจงเหตุยึดเงินพม่า

 เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่ห้องประชุม สภ.แม่สาย พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.จว.เชียงราย ร่วมประชุมหารือกับพ.ต.อ.ณัฐวุฒิ ยุววรรณ ผกก.สภ.แม่สาย ตำรวจ สภ.แม่สาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับชายแดน เพื่อแก้ไขปัญหากรณีทางการท้องถิ่น จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า แจ้งไปยังคณะกรรมการประสานงานชายแดนไทย-พม่า ระดับท้องถิ่นหรือทีบีซีฝ่ายไทย ขอให้ตรวจสอบกรณีในรอบหลายเดือนมานี้มีคนพม่าหลายรายถูกเจ้าหน้าที่ฝั่งไทย ควบคุมตัวและยึดเงินจำนวนมากไปตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่ไทยอ้างว่าต้องการตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินว่าเกี่ยวข้องกับ คดียาเสพติดหรือไม่
 
 พล.ต.ต.วันชัยกล่าวว่า ปีนี้สถานการณ์ยาเสพติดมีแนวโน้มรุนแรงและทะลักมาจากประเทศเพื่อนบ้านเป็น จำนวนมาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงมีคำสั่งให้เพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้น จากการตรวจสอบพบว่าเงินไหลเวียนเข้าออกตามแนวชายแดนเพื่อใช้ในการซื้อขายและ ผลิตยาเสพติดทั้งประเภทเงินสด ทองคำรูปพรรณหรือรูปแบบสินค้าอื่น โดยจะอาศัยการแอบอ้างการค้าลักษณะใช้บัญชีและการโยกย้ายสินค้าหรือเรียกกัน ว่าโพยก๊วน ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่พบหลายคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือเงิน จำนวนนั้นอย่างแท้จริงแต่เป็นการฟอกเงินที่น่าสงสัย ดังนั้น กรณีมีการร้องเรียนผ่านทีบีซีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะรับฟังและจะชี้แจงทำ ความเข้าใจเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจกัน โดยต่อไปนี้การดำเนินการจะมีความชัดเจนและใช้ความระมัดระวังให้มากขึ้น
 
 ผู้ สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้แจ้งไปยังทีบีซีชายแดนไทย-พม่าว่า เพื่อลดปัญหาดังกล่าวในอนาคต หากนักธุรกิจหรือประชาชนชาวพม่าที่จะเดินทางเข้ามาเพื่อทำธุรกรรม หรือนำเงินสดข้ามมายังฝั่งไทยเป็นจำนวนมาก ขอให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เจ้าหน้าที่ศุลกากร เจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งฝั่งพม่าและฝ่ายไทย โดยให้เหตุผลว่าจะนำเงินสด ทองคำรูปพรรณหรือสิ่งของมีค่าเหล่านั้นไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-08-31 20:20:40


ความเห็นที่ 34 (2978854)

ตร.แม่สายจับสองสาวขับบีเอ็มดับเบิลยูซุกยาไอซ์ในช่องคลอด

วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2556 เวลา 18:30:44 น.

 

 

 

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ต.อ.ณัฏฐวุฒิ ยุววรรณ ผกก.สภ.แม่สาย จ.เชียงราย สืบทราบว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเข้าไปสู่ตอนใน ของประเทศ จึงได้สั่งการให้ ร.ต.ท.อานันต์ ดวงมณีย์ รอง สวป.สภ.แม่สาย นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.แม่สาย ทำการตั้งจุดตรวจที่บริเวณถนนพหลโยธิน หมู่ 5 ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย

 

กระทั่งพบรถเก๋งยี่ห้อ BMW หมายเลขทะเบียน กฉ 2680 เชียงราย มี น.ส.กนกพร แดงป้อม เป็นผู้ขับขี่ และมี น.ส.เสาวณี ชื่อมี นั่งคู่มาด้วย จากการตรวจค้นภายในรถและกระเป๋าถือของทั้งคู่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ แต่ทั้งคู่แสดงอาการพิรุธ ตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา 

ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงนำตัวมาสอบสวนจนรับสารภาพว่าเสพยาไอซ์มา จึงให้เจ้าหน้าที่หญิงมาทำการตรวจค้นในช่องคลอดของทั้งคู่พบมียาไอซ์ซุกซ่อน อยู่ภายในคนละ 3 ก้อน โดยบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกแล้วห่อด้วยถุงยางอนามัย พบว่ามีน้ำหนักรวมกัน 245.28 กรัม จึงได้ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี ก่อนจะนำไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดในร่างกายเพื่อเป็นหลักฐาน 

สอบสวนทั้งคู่ให้การว่า รับยาไอซ์มาจาก น.ส.น้ำหวาน ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ชาว จ.บุรีรัมย์ เป็นเพื่อนกัน นัดให้มารับยาไอซ์จำนวนดังกล่าวที่โรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งในตัว อ.แม่สาย เพื่อนำไปส่งให้ลูกค้าที่กรุงเทพฯ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-08-31 20:08:20


ความเห็นที่ 33 (2978201)

จับแก๊งอาข่าขนยา1ล้านเม็ด

  • 26 สิงหาคม 2556 เวลา 18:13 น.

จับแก๊งอาข่าขนยา1ล้านเม็ด

ตำรวจเชียงรายสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ปปส.จับกุมแก๊งชาวเขาเผ่าอาข่าขนยาบ้า 1 ล้านเม็ด

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายสิทธิศักดิ์ กัลยาณประดิษฐ์ ผช.ผอ.สปป. พล.ต.ต.วันชัย สุวรณศิริเขต ผบก.ภ.จว.เชียงราย พร้อมด้วยพ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว ผกก.สภ.เมืองเชียงราย แถลงผลจับกุมขบวนการลักลอบขนยาเสพติดได้ต้องหา 3 คน คือ นายธีรเดช อางี   นายอนุชิต เหม่อแล และนายอาพุ อามอ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปปส. ได้สืบทราบว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาบ้าจำนวนมากเมาพักใว้ในพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงราย โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนสามารถติดตามจับกุม ผู้ต้องหาได้จำนวน 3 คนที่บริเวณริมถนนพหลโยธิน หน้าร้านตูบเสือเฒ่า เลขที่ 22/2 ม.9 บ้านป่าแฝก ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย พร้อมยาบ้าของกลางได้จำนวน 1 ล้านเม็ด

ทั้งนี้การจับกุมในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่าจะมีกลุ่มชาวเขาเผ่า อาข่า ในพื้นที อ.แม่จัน จ.เชียงราย ได้ลักลอบลำเลียงยาบ้าจำนวนมากมาจากกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจากบ้านบ่อทอง ต.ท่าสุด อ.เมือง จ.ฌชียงราย เพื่อนำไปส่งมอบให้กับลูกค้าที่กรุงเทพฯ ก่อนจะนำส่งต่อไปยังภาคใต้ของประเทศ จึงได้นำกำลังออกติดตามบนเส้นทางดังกล่าวเพื่อสกัดกั้นจับกุม จนกระทั่งเวลา 02.00 น.วันที่ 26 ส.ค.เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบ รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ขับนำหน้ารถกระบะยี่ห้อโตโยต้า ซึ่งตรงตามที่ได้รับรายงานจากแหล่งข่าว ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำการสกัดกั้นรถทั้ง 2 คัน ได้ที่ ที่บริเวณถนนพหลโยธิน ตรงทางแยกเข้าท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย

จากการสอบสวนนายอาพุ ให้การสารภาพว่าได้รับยาบ้ามาจากบริเวณหลังวัดบ่อทอง หมู่ 5 ต.ท่าสุด อ.เมือง จ.เชียงราย เพื่อจะนำไปเก็ยไวที่หอพักภายใน อ.เมือง จ.เชียงราย จากนั้นจะมีผู้มารับอีกทอดหนึ่ง ก่อนจะนำส่งไปยังกรุงเทพฯ และส่งต่อไปยังภาคใต้ของประเทศไทย หลังจากทำการสอบสวนแล้วทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีหรือยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

ด้าน พล.ต.ต.วันชัย บก.ภ.จว.เชียงราย กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ ขบวนการดังกล่าวได้รับยาบ้ามาจากบ้านดอยดำ ประเทศเพื่อนบ้าน แล้วเข้ามาประเทศไทยที่ช่องทางบ้านแม่จันหลวง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย แล้วได้ลักลอบลำเลียงมาพักไว้ที่บ้านบ่อทอง ต.แม่ข้าวต้ม อ.เมือง จ.เชียงราย ก่อนจะนำไปให้ผู้รับที่รออยู่ใน อ.เมือง จ.เชียงราย เพื่อจะนำไปส่งต่อให้ลูกค้าที่กรุงเทพฯแล้วจะนำไปส่งให้กับลูกค้าที่ทางภาค ใต้ของประเทศอีกครั้ง  อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการมาดำเนิน คดีตามกฎหมายต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-08-26 21:39:42


ความเห็นที่ 32 (2978195)


เพรียวพันธ์ลุยจับยาบ้าล้านเม็ด

 เมื่อวันที่ 26 สค. พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.เชียงราย ร่วมกับ พ.ต.อ.นพดล นิลมานนท์ ผกก.ปส.3 นำผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญมาสอบสวน หลังจากรุ่งเช้าวันเดียวกันชุดตร.ปช.ปส. ไล่ติดตามรถกระบะต้องสงสัย 2 คันจากดอยแม่สลอง อ. แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

 หลังสืบทราบว่าจะมีการ ลำเลียงยาบ้าล็อตใหญ่ จนสามารถสกัดจับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้าไทเกอร์โฟร์วีลส์ สีน้ำเงิน ทะเบียน บย-3378 เชียงราย ภายในกระบะรถพบถุงปุ๋ยจำนวนมาก จากการตรวจค้นพบ ยาบ้าจำนวน 1 ล้านเม็ด ซุกซ่อนอยู่  นอกจากนี้ยังจับกุมรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน บย-6228 เชียงราย ซึ่งเป็นรถที่คอยคุ้มกัน

 หลังการจับกุมสามารถควบ คุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย คือนายอาพุ อามอ อายุ 32 ปี ชาวเขาเผ่ามูเซอ เป็นหัวหน้าทีม อยู่ที่ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย พร้อมด้วย นายธีรเดช อางี อายุ 27 ปี เเละนาย เอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ทั้งสองเป็นชาวเขาเผ่าม้ง บ้านแม่ไร่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ทั้งหมดสารภาพว่ารับจ้างขนยาบ้าได้ค่าจ้าง 3 แสนบาท ซึ่งนายอาพุ หัวหน้าทีม ก่อนหน้านี้เพิ่งพ้นโทษคดีขนยาเสพติดมาได้ไม่นาน ก็มาตั้งแก๊งขนยาอีกครั้ง ซึ่งชักชวนวัยรุ่นชาวเขาหน้าใหม่เข้าร่วมแก๊ง ก่อนจะนำยาบ้าจำนวนดังกล่าวไปส่งให้เอเยนต์ในภาคใต้ จากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-08-26 21:05:19


ความเห็นที่ 31 (2976758)

ตร.เชียงรายจับบ้า 2 แสนเม็ด ผู้ต้องหา 3 คน

วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556 เวลา 23:07:35 น.

 

 

 

 


เมื่อเวลา 10.30  น. วันที่ 13 สิงหาคม พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.จว.เชียงราย สืบทราบว่ามีขบวนการค้ายาเสพติดจะลักลอบนำยาบ้าเข้าไปสู่พื้นที่ชั้นในของ ประเทศ จึงมอบหมายให้ พ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว ผกก.สภ.เมืองเชียงราย พ.ต.ท.ทัพวิชญ์ พิชญ์ณัฐ์ รองผกก.ป.ฯ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตู้ยามนางแลทำการสืบสวนสอบสวนจนกระทั่งทราบว่า กลุ่มขบวนการใช้ชื่อนายขวัญ จิระสุข ได้เปิดห้องพักไว้ที่ศิริชัยแมนชั่น ห้องพักเลขที่ 134  ตั้งอยู่เลขที่ 159 ม.3 ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย จึงจัดกำลังดักซุ่มบริเวณโดยรอบไว้


กระทั่งต่อมาพบนายอากอ มาเยอะ อายุ 20  ปี ชาวเขาเผ่าอาข่า อาศัยอยู่ในชุมนุมราชเดชดำรง เขตเทศบาลนครเชียงราย ขับรถยนต์กะบะ ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน 753 เชียงราย มาเปิดห้องพักเลขที่ 138 ในแมนชั่นฯเดียวกัน จากนั้นได้มีนายวิชิต ซื่อสัตย์  อายุ 24 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 85  ม.13 ต.ปะโก อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน ขงค- 566 กำแพงเพชร มาจอดหน้าห้องโดยมีนายเทียน ศิริอ่วม อายุ 48 ปี นั่งซ้อนท้ายมาด้วย


จากนั้นนายอากอได้เอากุญแจห้องพักหมายเลข 134 มาให้นายวิชิต ไปเปิดเข้าไปในห้องพัก โดยให้นายเทียนดูต้นทางอยู่ด้านนอก เจ้าหน้าที่จึงจู่โจมเข้าตรวจค้นจับกุม โดยตรวจพบยาบ้าจำนวน 200,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าผ้าสีน้ำเงิน ซึ่งวางอยู่ในตู้เสื้อผ้าภายในห้องพัก และเงินสดอีก 410 บาท ภายในตัวผู้ต้องหา สอบสวนทราบว่าทั้งหมดรับจ้างจากนายขวัญ ไม่ทราบนามสกุล ว่าจ้างให้นายวิชิต นายอากอและนายเทียนให้นำยาบ้าทั้งหมดไปส่งยังกรุงเทพมหานครโดยนำมาพักไว้ที่ แมนชั่นแห่งนี้แต่มาถูกจับกุมได้เสียก่อน

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-08-14 07:36:22


ความเห็นที่ 30 (2975790)

ผ่าแผนปฏิบัติการล้างบางยาเสพติด รุกมาตรการเด็ดขาด ขุดรากถอนโคน

คอลัมน์ แฟ้มคดี

นสพ.ข่าวสด ฉบับ4 สค. 2556
 
 
ยิ่ง จริงจังและเด็ดขาดมากขึ้นกับการปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ประกาศเรื่องล้างบางยาเสพติดเป็นหนึ่งในนโยบายหลักตั้งแต่ช่วงหาเสียง เลือกตั้ง มาจนถึงได้เป็นรัฐบาล

รูปธรรม แรกที่เห็นชัดคือการวางตัวบุคคลต่างๆ เข้ารับตำแหน่งสำคัญๆ เช่นพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีตผบ.ตร. เคยดำรง ตำแหน่งผบช.ปราบปรามยาเสพติด ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษากองบัญชา การตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.)

พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. คนปัจจุบันก็เคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ส. ก่อนลุกจากเก้าอี้เมื่อขึ้นมาเป็นผู้นำสีกากี และคนที่มารับไม้ต่อคือพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร.

ตามมาด้วยมาตรการต่างๆ ที่ออกมา ไม่ว่าจะบูรณาการหน่วยงานต่างๆ เข้ามารวมกันเพื่อประสิทธิภาพในการปราบยาเสพติด

การวางแผนจัดตั้งเรือนจำความมั่นคงสูงสุด เพื่อสกัดเจ้าพ่อหรือขาใหญ่ยาบ้าที่ถูกจับแต่ยังสามารถสั่งการแขนขาที่อยู่ภายนอกได้

รวมไปถึงโครงการชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน เข้าไปแก้ปัญหาที่ต้นตอตามชุมชนต่างๆ

แต่กระนั้นยาเสพติดยังแพร่ระบาดเนื่อง จากถูกปล่อยปละละเลยมานานหลายปี นับจากการปฏิวัติรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2549

เรื่องของเรื่องเพราะปัญหา ฆ่าตัดตอน ที่พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะฝ่ายค้านนำมาโหมโจมตีรัฐบาลทักษิณ จึงเมื่อตัวเองขึ้นมาเป็นรัฐบาลจึงไม่กล้าปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง เพราะติดหล่มคำพูดตัวเอง

วงการยาเสพติดจึงเฟื่องฟูและแพร่ขยายอย่างกว้างขวาง

แม้ มาถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ หากดูสถิติการปราบปรามเทียบย้อนกลับไป 4-5 ปี จักพบว่ามีการจับกุมได้จำนวนมาก แต่เพราะละเลยมานานทำให้เครือข่ายพวกนี้ฝังรากลึก

บวกกับที่ผ่านมาเกิดปัญหาเจ้าหน้าที่ไม่กล้าใช้ความรุนแรง ทำให้ตำรวจหรือป.ป.ส.ตกเป็นเหยื่อกระสุนแก๊งยาบ้าไปแล้วหลายศพ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องปรับกระบวนท่าใหม่ เน้นถึงลูกถึงคนมากขึ้น หากคนร้ายต่อสู้ขัดขืนเจ้าหน้าที่พร้อมตอบโต้ทันทีเช่นกัน



ปะทะเดือดแก๊งยามหาภัย

จาก ตัวเลขของป.ป.ส.ช่วง 8 เดือนระหว่างเดือนตุลาคม 2555-พฤษภาคม 2556 ทุกหน่วยภายใต้การประสานงานของ ป.ป.ส. จับกุมผู้ต้องหา (รวมผู้เสพ) 734,750 คน ยึดของกลางยาบ้า 83,047,081 เม็ด เฮโรอีน 265.44 กิโลกรัม ไอซ์ 1,284.44 กิโลกรัม ตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินรวมมูลค่า 1,844.11 ล้านบาท สามารถนำผู้เสพเข้ารับการบำบัดได้ 343,258 คน

แม้ ตัวเลขการจับกุมจะมีปริมาณมากกว่าหลายๆ ปีที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนขบวนการค้ายาเสพติดไม่หมดไปง่ายๆ บวกกับที่ผ่านมาเกิดเหตุคนร้ายยิงต่อสู้ทำให้เจ้าหน้าที่พลีชีพจำนวนมาก

ทำให้ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับมาตรการจับกุมให้เด็ดขาดมากขึ้น

ขบวน การยาเสพติดรายใหญ่สุดไม่พ้นกลุ่ม ยี่เซ ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน ลักลอบส่งยาเสพติดแทบทุกชนิดเข้ามาทางชายแดนภาคเหนือ


ตำรวจและป.ป.ส.เคยปะทะกับเครือข่ายยี่เซหลายครั้ง กวาดจับ เอเยนต์ได้หลายราย แต่กลุ่มยี่เซก็ปรับเปลี่ยนวิธีการขนส่งไปเรื่อยๆ

ล่า สุดใช้วิธีส่งยาบ้าผ่านทางขนส่งเอกชนจากเชียงรายเข้ากรุงเทพฯ แล้วให้เครือข่ายไปติดต่อรับ กระทั่งเกิดปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจปส. เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา บริเวณแยกเทวกรรม เขตดุสิต กทม.

นาย พิเชษฐ์ ดอกไม้พุ่ม อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ 1 อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี คนร้ายถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ส่วนพรรคพวกอีกคนถูกวิสามัญฆาตกรรม

ที่น่าตระหนกในรถพบเด็กทารกอยู่ด้วย คาดว่านำมาเพื่อใช้ตบตาเจ้าหน้าที่

ตำรวจขยายผลตามไปถึงบ้านพักของคนร้ายพบเงินสด 2 ล้านบาทในตู้เซฟ และอาวุธปืนจำนวนมาก

นอกจากนี้พบว่าวันเกิดเหตุเมียนายพิเชษฐ์ พาเพื่อนมาขนกระเป๋าออกจากบ้านไปหลายใบคาดว่าเป็นเงินสดไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

แสดงให้เห็นถึงความใหญ่โตของเครือข่ายยาบ้ายี่เซ ที่ฝังตัวในเมืองกรุง



อีกรายดวลสนั่นเมืองชล

วัน เดียวกับที่ปราบแก๊งยายี่เซ ตำรวจปส.ภาค 2 ติดต่อล่อซื้อยาบ้าจากนายสันติสุข ยินดีสุข อายุ 28 ปี นัดรับของหน้าคอนโดฯ แห่งหนึ่งในอ.เมืองชลบุรี ช่วงเย็น

นาย สันติสุขพร้อมกับพวกขับรถฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์ ทะเบียน ชห 1401 กทม. มาส่งของ แต่เกิดไหวตัวทันเมื่อเห็นตำรวจขับรถเข้าประกบ คนในรถใช้ปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่แล้วซิ่งรถไล่ยิงตอบโต้กันไปมา

ก่อนที่รถคนร้ายจะเสียหลัก คนในรถเปิดประตูวิ่งหนีไปคนละทาง

ภาย ในรถพบศพน.ส.สุนิสา ดอกเดื่อ อายุ 22 ปี นิสิตปี 1 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 ม.ม. เข้าที่ท้ายทอย 1 นัด!!!

สอบ เบื้องต้นพบว่านายสันติสุขเป็น เอเยนต์ ยาบ้ารายใหญ่ในพื้นที่ซึ่งตำรวจจับตามานานแล้ว กระทั่งสามารถส่งสายแฝงตัวเข้าไปล่อซื้อโดยติดต่อกันในช่วงเช้าก่อนนัดรับ ของตอนบ่าย

เมื่อ ถึงเวลานัด นายสันติสุขขับรถพา น.ส.สุนิสานั่งคู่มาตอนหน้า และด้านหลังมีพรรคพวกนั่งมาด้วย แต่เกิดเอะใจจึงหลบหนีและยิงต่อสู้กับตำรวจกระทั่งเกิดเรื่องขึ้น



ชุมชนอุ่นใจฯ-ช่วยแก้


พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวถึงปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดว่า จากข้อมูลมียาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้าราว 500 ล้านเม็ด จ่ออยู่ที่ชายแดนไทยพยายามส่งเข้ามาขายทางช่องทางต่างๆ การสกัดกั้นแม้จะทำได้แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด จึงต้องวางมาตรการป้องกันไม่ให้ทะลักเข้ากรุงเทพฯ

พล.ต.อ.พงศพัศระบุว่า หากยาเสพติดเข้ากรุงเทพฯ ได้มากมีโอกาสกระจายสู่ชุมชน รวมทั้งส่งไปยังภูมิภาคอื่นได้ง่าย

การ ป้องกันของป.ป.ส.นอกจากวางแผนสืบจับ ส่งสายเข้าไปล่อซื้อแล้ว ยังเพิ่มระบบด่านตรวจและจุดสกัดออนไลน์ตามเส้นทางสายสำคัญที่สามารถส่งภาพ และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับศูนย์ปฏิบัติการของป.ป.ส.ในส่วนกลางได้แบบเรียลไทม์

ไม่ เพียงการปราบปรามเท่านั้นแต่ป.ป.ส.และรัฐบาลยังวางแนวทางป้องกัน หนึ่งในโครงการสำคัญคือ ?โครงการชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน" ที่ยังทำอย่างต่อเนื่อง หลังจากโครงการระยะแรกประสบความสำเร็จอย่างดี

โดย เฉพาะโครงการบ้านอุ่นใจชุมชนคลองเตย ซึ่งเป็นชุมชนแหล่งรวมยาเสพติดและปัญหาอาชญากรรมมากที่สุดของกรุงเทพฯ โดยเริ่มเปิดโครงการเมื่อปีที่แล้ว ถือเป็นศูนย์ปฏิบัติการใหญ่ ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางไปเป็นประธานเปิดด้วยตัวเอง

"ผล การดำเนินงานในรอบ 6 เดือน ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี สามารถจับกุมผู้ค้าได้กว่า 100 ราย พร้อมของกลางเป็นยาบ้า ไอซ์ และกัญชาจำนวนมาก มีการจับกุมผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด ทั้งภายในและภายนอกชุมชน จำนวน 434 คน" เลขาธิการป.ป.ส.กล่าว

อีก ชุมชนที่ประสบผลสำเร็จคือชุมชนไผ่เขียว จ.พระนครศรีอยุธยา ที่นี่เป็นชุมชนยาเสพติดใหญ่สุดของปริมณฑล และยังเป็นจุดพักยาเสพติดแหล่งใหญ่จากภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเตรียมจำหน่ายในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และพื้นที่ภาคใต้

สำหรับ "ชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน" ดำเนินการอยู่ในพื้นที่ 12 แห่งทั่วประเทศ โดยภาพรวมถือว่าทำได้น่าพอใจ อย่างน้อยก็ป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้ามายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด



ป้องปรามขาใหญ่ในคุก


อีก หนึ่งแผนป้องกันยาเสพติดของรัฐบาล คือการปิดช่องทางติดต่อของขาใหญ่ในเรือนจำกับลูกน้องภายนอก เพราะที่ผ่านมาตำรวจสามารถจับกุมผู้ค้ายาเสพติดได้หลายราย พบว่ามีผู้สั่งการเป็นนักโทษในเรือนจำ

อาทิ ?เจ้าฟูเฉิน"นายชาญณรงค์ มูเซอ หรือเกษมทัศน์ ญาติ ?ขุนส่า" อดีตราชายาเสพติดแนวชายแดน ซึ่งมีเครือข่ายใหญ่อยู่ภาคเหนือ

นาย ชาญณรงค์ถูกดีเอสไอ และหน่วยดีอีเอ ปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐ ร่วมกันจับกุมยึดทรัพย์นับร้อยล้านบาทโดยศาลตัดสิน จำคุกกว่า 30 ปี คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ แม้เจ้าตัวจะอยู่ในคุก แต่สามารถติดต่อกับลูกน้องให้ทำธุรกิจยาเสพติดต่อไป

นอกจากนี้ยังมีนักโทษขาใหญ่อีกหลายคนที่ใช้วิธีการเช่นนี้

ทำ ให้ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม และกรมราชทัณฑ์มีแนวคิดสร้างคุกพิเศษหรือเรือนจำความมั่นคงสูงสุด (Super Max) แต่ต้องใช้เวลาก่อสร้างไม่ต่ำกว่า 3 ปี และใช้งบประมาณมากกว่าเรือนจำปกติถึง 5 เท่า

เรือน จำทั่วไปใช้งบประมาณสร้าง 400-700 ล้านบาท แต่ถ้าเป็นเรือนจำมั่นคงสูงสุดต้องใช้งบฯ 2-3 พันล้านบาท ออกแบบเพื่อควบคุมผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ มีทั้งห้องขังเดี่ยวและห้องขังรวมขนาดเล็กให้ง่ายต่อการตรวจค้น รวมถึงติดตั้งอุปกรณ์ไฮเทคจับตานักโทษ และอุปกรณ์ป้องกันใช้โทรศัพท์

แต่ ก่อนที่การสร้างเรือนจำมั่นคงสูงสุดจะแล้วเสร็จ มีมาตรการเบื้องต้นไม่ว่าจะเป็นย้ายนักโทษขาใหญ่ไปอยู่เรือนจำเขาบิน จ.ราชบุรี ซึ่งมีความมั่นคงสูง วางมาตรการติดตั้งเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์ในเรือนจำใหญ่ๆเช่น พิษณุโลก เรือนจำกลางคลองไผ่ และเรือนจำกลางระยอง

นโยบายและโครงการทั้งหลายทั้งปวงของรัฐบาลชุดปัจจุบัน รวมทั้งล่าสุดตำรวจและป.ป.ส. เน้นการทำงานอย่างเด็ดขาดมากขึ้น

เพื่อการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังให้ได้ผลที่สุด!!


 

 
 
  • ภาพ : จับ ตาย - นาทีตำรวจปส.จับตายแก๊งค้ายาเสพติดเครือข่ายยี่เซ และจับเป็นนาย พิเชษฐ์ ดอกไม้พุ่ม อายุ 37 ปี ถูกยิงเจ็บสาหัสอยู่ข้างรถ เหตุเกิดบริเวณแยกเทวกรรม ย่านมหานาค เขตดุสิต เมื่อวันที่ 30 ก.ค.
 
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-08-04 10:23:43


ความเห็นที่ 29 (2974665)

ตำรวจน้ำบุกจับ-ยาไอซ์ 6กิโล



เมื่อ เวลา 15.00 น. วันที่ 24 ก.ค. พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน ผบก.รน. พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผกก.6 บก.รน. และชุดปส.กก.6 บก.รน. พร้อมเจ้าหน้าที่ป.ป.ส. จับกุมนายไซ หรือโกก้า อายุ 50 ปี นายนวย อายุ 40 ปี นายนวล อายุ 40 ปี นางจ๋าม พุมมา อายุ 40 ปี นายเอก มาดี อายุ 44 ปี พร้อมยาไอซ์ 6 ก.ก. เงินสดใช้ล่อซื้อ 9 ล้านบาท รถจยย.ฮอนด้า เวฟ โดยจับกุมได้ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.เลขที่ 31/12 ถนนราชพฤกษ์ แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม.

พล.ต.ต.บุญสืบกล่าวว่า สอบสวนนายไซ นายนวย นายนวล รับสารภาพว่า เคยร่วมกันจัดหาและลักลอบลำเลียงยาเสพติดมาแล้วก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ยังเคยถูกจับกุมและถูกศาลพิพากษา สั่งจำคุก 8 ปี ที่เรือนจำจ.เชียงราย ก่อนจะไปรู้จักกับผู้ค้ายาเสพติดในเรือนจำดังกล่าว เมื่อพ้นโทษออกมาแล้ว จึงรับงานขนยาเสพติด ซึ่งครั้งนี้มีการติดต่อจากผู้ค้าในพื้นที่ภาคใต้ หากทำสำเร็จจะได้รับเงินส่วนแบ่งจากกำไรของยาไอซ์ทั้งหมดเป็นเงิน 600,000 บาท ขณะที่นายเอกและนางจ๋ามให้การว่า ได้รับว่าจ้างเป็นเงิน 50,000 บาท จากผู้ต้องหาทั้ง 3 ให้นำยาเสพติดมาพักไว้ที่ห้องพักดังกล่าว ก่อนจะมาถูกจับกุมตัวในที่สุด

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-07-25 13:08:52


ความเห็นที่ 28 (2965405)

ทหารกองกำลังผาเมืองปะทะคาราวานยาบ้า วิสามัญฯ 1 ศพ ยึดยาบ้า 2.9 แสนเม็ด

วันที่ 02 มิถุนายน พ.ศ. 2556 เวลา 17:00:23 น.

 

 



 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 2 มิถุนายน นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.จ.เชียงราย ได้รับฟังรายงานจาก พ.อ.ยงยุทธ เหล่าเขตร์การ รอง ผบ.ฉก.ม.3 กกล.ผาเมือง ที่ค่ายเม็งรายมหาราช จังหวัดทหารบกเชียงราย หลังเกิดปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่กับกองคาราวานลำเลียงยาเสพติด บริเวณป่าเขาพื้นที่บ้านแม่จันหลวง ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง เขตติดต่อกับ ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย


ก่อนหน้านี้ พล.ต.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล ผบ.กกล.ผาเมือง สืบทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวถูกใช้เป็นเส้นทางลำเลียงยาบ้าของขบวนการค้ายาเสพ ติดมานาน จึงสั่งการ พ.อ.ถนัดพล โกศรัยเสวี ผบ.ฉก.ม.3 ฯ ให้จัดชุดทหารออกสกัดกั้น เพราะเป็นพื้นที่เขตติดต่อจากชายแดนไทย-พม่า และมอบหมายให้ พ.อ.วัชพงศ์ แก้วแจ้ง ผบ.ฉก.ทพ.31 นำกำลังทหารกองร้อยทหารพรานที่ 3108  ออกลาดตระเวนและดักซุ่ม กระทั่งพบชายฉกรรจ์กว่า 20 คนเดินลัดเลาะมาตามสันเขาพร้อมอาวุธครบมือ

 
เจ้าหน้าที่ทหารพรานจึงให้สัญญานหยุดเพื่อขอตรวจค้น แต่ฝ่ายตรงข้ามได้เปิดฉากใช้อาวุธปืนสงครามยิงฝ่ายทหารพรานเพื่อเปิดทางหนี ทหารจึงยิงโต้ตอบกลับไป เกิดการต่อสู้กันขึ้นนานประมาณ 10 นาที ก่อนคนร้ายจะล่าถอยเข้าป่าหายไป แต่เนื่องด้วยเป็นเวลากลางคืนทำให้เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถเข้าเคลียร์ พื้นที่ได้ เกรงว่าจะถูกฝ่ายตรงข้ามที่แอบซุ่มอยู่ใกล้เคียงโจมตีได้ ทหารพรานจึงได้แต่วางกำลังเฝ้าระวังรอบบริเวณที่เกิดเหตุไว้เพื่อความ ปลอดภัย พร้อมวางกำลังสกัดกั้นเส้นทางสำคัญ เพื่อติดตามจับกุมกลุ่มคนที่หลบหนีไป


หลังรับฟังการบรรยายสรุปทางคณะของนายพงษ์ศักดิ์ พร้อมด้วยผู้บังคับการทหาร ตำรวจและสื่อมวลได้จัดกำลังและเสบียงเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์เพื่อไปสนับสนุน โดยบินออกจากลานบินของค่ายเม็งรายมหาราชไปถึงระหว่างทางปรากฎว่าสภาพอากาศ ปิด โดยมีกลุ่มหมอกเมฆหนาแน่น ส่งผลต่อทัศนวิสัยในมองเห็นไม่ชัดเจน ทำให้นักบินเกรงว่าจะเป็นอันตรายจึงต้องขออนุญาติตัดสินใจนำเครื่องลงจอดฉุก เฉินในป่าแห่งหนึ่งใน อ.แม่ฟ้าหลวง แต่เมื่อสภาพอากาศเปิดก็บินไปยังที่เกิดเหตุได้


ที่เกิดเหตุพบว่าเป็นเหวป่าสันเขาสูงและมีเหวลึก โดยที่เกิดเหตุมีร่องรอยของการปะทะจนต้นไม้และใบไม้บริเวณโดยรอบมีรอยกระสุน หลายจุด ซึ่งเจ้าหน้าที่พบศพชายอายุระหว่าง 30-40 ปี ไม่ทราบว่าเป็นใคร เนื่องจากไม่เอกสารภายในตัว แต่คาดว่าน่าจะเป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศพม่าเสียชีวิตบนเนินดิน 1 ศพ นอกจากนี้ ยังพบกระเป๋าสัมภาระและกระสอบฟางของกลุ่มคาราวานตกกระจัดกระจายหลายจุดจำนวน 5 ใบ เมื่อนำมาตรวจค้นพบว่า มียาบ้าซุกซ่อนอยู่จำนวน 292,000 เม็ด โดยแต่ละห่อเป็นตรามือจับกัน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบปลอกปืนอาก้าของฝ่ายตรงกันข้ามตกกระจายตลอดเส้นทาง 1 กิโลเมตร จึงได้ยึดไว้เป็นของกลางและยังคงออกไล่ล่าติดตามจับกุมกลุ่มคนติดอาวุธที่ ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ทหารต่อไป แต่คาดว่าบางส่วนได้หลบหนีข้ามฝั่งประเทศไปแล้ว โดยคาดว่าเป็นกลุ่มมูเซอที่รับจ้างขนและคุ้มกันคาราวานยาเสพติดกลุ่มเดิม ที่เคยเคลื่อนไหวอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว และคาดมีคนเจ็บหลายคนเพราะมีรอยเลือดเข้าไปในป่าด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-06-02 19:03:00


ความเห็นที่ 27 (2964170)

ตร.จับขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ ยาบ้าเกือบ 2 ล้านเม็ด-ผู้ต้องหา 3 ราย

วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 เวลา 16:30:34 น.

 

 



 

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.และเลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รอง ผบช.ปส. แถลงข่าวจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด ได้ผู้ต้องหาจำนวน 3 ราย ประกอบด้วย น.ส.รัสรินทร์ หรือน้อย เลิศยศธนากานต์ อายุ 56 ปี น.ส.กณิศนันท์ หรือณัฐธิรา หรือเป้ เจริญทั้งสิริสุข อายุ 22 ปี และนางสัณหพร หรือเก๋ หวังใจ อายุ 32 ปี โดยทั้งหมดเป็นชาว จ.เชียงราย พร้อมของกลางยาบ้า 1,798,000 เม็ด เฮโรอีนน้ำหนัก 380 กรัม รถยนต์มิตซูบิชิ แลนเซอร์ สีเทา หมายเลขทะเบียน ชห 532 กรุงเทพมหานคร


พล.ต.ต.สุรพลกล่าวว่า คดีนี้ก่อนเกิดเหตุ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา ผบช.ปส.ได้รับการประสานงานจาก พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ที่ปรึกษา บช.ปส. ซึ่งได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีกลุ่มนักค้ายาเสพติดนัดส่งมอบยาเสพติดกันที่ บริเวณถนน 347 ตัดสายเอเชีย หมู่ 3 ต.ขวัญเมือง อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อขนเข้าไปในพื้นที่ กทม. โดยมีการนำยาบ้ามาซุกซ่อนไว้ในบริเวณป่าที่เกิดเหตุ จึงได้กระจายกำลังเฝ้าจุดที่มีการซุกซ่อนยาบ้าเอาไว้มาหลายวัน ต่อมาเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา พบผู้ต้องหาทั้ง 3 คนดังกล่าว โดยมี น.ส.กณิศนันท์ ผู้ต้องหาที่ 2 เป็นผู้ขับขี่ และมี น.ส.รัสรินทร์ ผู้ต้องหาที่ 1 และนางสัณหพร ผู้ต้องหาที่ 3 นั่งโดยสารมาในรถ จากนั้นผู้ต้องหาทั้ง 3 รายลงจากรถยนต์และเดินลงไปที่ป่าบริเวณข้างถนน 347 เพื่อขนย้ายยาเสพติดยาบ้าและเฮโรอีน เจ้าหน้าที่ตำรวจที่คอยสังเกตการณ์จึงเข้าดำเนินการควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายไว้ได้ และได้ตรวจยึดยาเสพติดนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป


ด้าน พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า จะนำของกลางยาบ้าดังกล่าวไปเปรียบเทียบกรณีที่ยึดยาบ้าได้ที่จตุจักรและซอย โพธิ์แก้วว่ามาจากแหล่งเดียวกันหรือไม่ แต่เบื้องต้นถ้าดูจากสีของยาและหีบห่อนั้นน่าจะมาจากแหล่งเดียวกัน โดยทาง ป.ป.ส.จะนำไปสร้างโครงข่ายทางเดินของยา และจะแกะรอยจากโทรศัพท์ หากพบว่าเป็นโครงข่ายที่เชื่อมโยงกันก็จะดำเนินการยึดอายัดทรัพย์ไว้ทั้งหมด ทั้งนี้ ขอให้ทาง ตร.ร่วมกับ ป.ป.ส.บูรณาการเพิ่มจุดตรวจพิเศษ เพื่อไม่ให้มีแหล่งที่พักยาในพื้นที่ปริมณฑลและ กทม. นอกจากนี้ ยังพบว่ามีกรณีออกบัตรประชาชนให้กับชาวต่างด้าวที่อยู่ในขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าได้มีการออกอย่างถูกต้องตามขั้นตอนของกระทรวงมหาดไทย จากนั้นจะนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคาร เพื่อให้โอนเงินจากการค้ายาเสพติดเข้าบัญชีดังกล่าว โดยกรณีดังกล่าวมีอยู่จำนวนไม่น้อย ฉะนั้นทาง ป.ป.ส.จะดำเนินการประสานกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการออกบัตรให้ดำเนินการ ตรวจสอบอย่างรอบคอบต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-05-30 13:04:02


ความเห็นที่ 26 (2963314)

"เพรียวพันธุ์"นำทีมปส.-ตร.เชียงราย จับอดีตส.อบต.พร้อมพวก ลำเลียงขนยาบ้า6แสนเม็ด มูลค่าเกือบ200 ล.

วันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 เวลา 08:08:35 น.

 

 



 


เมื่อเวลา 00.05 น. วันที่ 26 พฤษภาคม  พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ ที่ปรึกษา บช.ปส พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(ปส.)  พล.ต.ต. สุรพล ทวนทองรองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขตร ผู้บังกับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย  ร่วมกันจับกุมนายหลี่  แซ่ม้า อายุ  60 ปี ชาวเขาเผ่าม้ง ซึ่งเป็นอดีต สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จ.ตาก นายกีตาร์ แซ่ย่าง อายุ 34 ปี ชาวเขาเผ่าม้ง จ.ลำปาง และนายศิลวัต อาชาวัฒนกุล  ชาวเขาเผ่าม้ง จ.ตาก และนาย วิธวัฒน์ แลเซ่อ อายุ 23 ปี ชาวเขาเผ่าอาข่า ชาวต.ห้วยชมพู อ.เมือง จ.เชียงราย พร้อมของกลางยาบ้า 600,000 เม็ด และยึดรถยนต์กระบะที่ใช้ในการลำเลียงยาเสพติดและนำทาง 3 คัน

 

ทั้งนี้ การจับกุมมีขึ้นที่บริเวณ บนถนนพหลโยธินสายเชียงราย –พะเยา บริเวณสี่แยกแม่กรณ์ ภายในเขตเทศบาลนครเชียงราย หลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดลำเลียงยาบ้าผ่านเส้นทาง ดังกล่าว กระทั่งพบ นาย วิธวัฒน์ แลเซ่อ ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน บห-442 เชียงรายนำหน้า โดยมีรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน บร-6777 ลำปาง ซึ่งมีนายกีตาร์ แซ่ย่างเป็นคนขับ และรถยนต์สีดำไม่ปิดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งมีนายหลี่ แซ่ม้า โดยมีนายศิลวัต อาชาวัฒนกุล นั่งคู่มาด้านหน้า  ขับไล่หลังตามหลังมา ซึ่งตรงกับลัษณะที่สายงานเจ้าหน้าที่จึงใช้รถยนต์กระบะที่เตรียมมากว่า 10 คัน เข้าประกบและสกัดให้ให้รถทั้ง 3คันจอด


จากการตรวจค้น  พบยาบ้าห่ออย่างดีอยู่ในกระสอบ 2 ถุง  วางอยู่ในเบาะหลังคนขับของรถยนต์คันที่นายอาหลี่ ขับโดยรวมทั้งทั้ง 600,000 เม็ด จึงควบคุมตัวมาสอบสวน  


เบื้องต้น นายหลี่พร้อมพวกให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างขนยาเสพติดทั้งหมดจากชาวเขาเผ่าม้งใน อ.พบพระ  จ.ตาก  ให้มารับยาบ้าที่บนดอยวาวี อ.แม่สรวยจ.เชียงราย ให้นำไปส่งที่กรุงเทพมหานครโดยได้ค่าจ้าง 1 ล้านบาท ซึ่งได้รับค่าจ้างล่วงหน้ามาก่อนแล้ว90,000 บาท  และก่อนถูกจะถูกจับได้ไปรับยาบ้ามาแล้วจะมานอนพักผ่อนที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ที่อยู่ใกล้กับกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายก่อนจะเดินทางในช่วงสาย สำหรับยาบ้าที่ตรวจยึดได้ในครั้งนี้หากนำไปสู่ปลายทางได้สำเร็จจะมีมูลค่า สูงถึงเกือบ 200 ล้านบาท เจ้าหน้าที่คาดยาบ้าทั้งหมดเป็นของเครือข่ายพันโมยี่เซที่ต้องการนำไปทดแทน ยาเสพติดที่ถูกยึดในกรุงเทพไปจำนวนมากในระยะนี้

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-05-26 11:39:05


ความเห็นที่ 25 (2960368)

บุกยึดล็อตใหญ่!! ยาบ้ากว่า 1.6 ล้านเม็ด ไอซ์ 43 ก.ก. มูลค่า 500 ล้าน

 วันที่ 14 พ.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า ทหาร ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง พบกระสอบฟางจำนวน 7 ใบ ตกกระจายตามพงหญ้าพื้นที่บ้านเวียงหอม ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ชายแดนไทย-พม่า หลังพบชายฉกรรจ์ 6-7 คน แบกกระสอบแบกมาวางไว้ เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารลาดตระเวนไปพบก็หลบหนีไป

 ตรวจสอบภายในกระสอบมียาบ้าทั้งหมด 144 ห่อใหญ่ๆ ละ 4-5 มัด แต่ละมัดมียาบ้าบรรจุ จำนวน 2,000 เม็ด รวมของกลางยาบ้าทั้งหมดจำนวนกว่า 1,660,000 เม็ด มูลค่าเกือบพันล้าน ห่อถุงบรรจุชากันความชื้นสีทองไม่มีตราจำนวน 43 ห่อ ภายในบรรจุยาไอซ์ ห่อละ 1 กิโลกรัม รวมของกลางยาไอซ์ทั้งหมด 43 กิโลกรัม มูลค่าของกลางทั้งหมดประมาณ 500 ล้านบาท

 

 
 
 
 
 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-05-14 11:23:40


ความเห็นที่ 24 (2960067)

ตำรวจ191ซิว2หนุ่มพ่อค้ายาเครือข่ายเชียงราย

วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2556 เวลา 14:48 น.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 พ.ค. ที่กองกำกับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.191) พ.ต.อ.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบก.สปพ. แถลงผลการจับกุม นายไพร หรือตี๋ แย้มใส อายุ 41 ปี และ นายวุฒฺชัย หรือตั้ม คุณพรรษา อายุ 21 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 32,000 เม็ด เงินล่อซื้อจำนวน 2.56 ล้านบาท

พ.ต.อ.ภาณุรัตน์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ทำการล่อซื้อยาบ้าจากเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดใน จ.เชียงราย โดยทางเครือข่ายได้ส่งนายตี๋ และนายตั้ม มาเจรจาที่ห้างแห่งหนึ่งย่านปริมณฑล ก่อนนัดส่งของในวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านนนทบุรี เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวทั้งสองเอาไว้ได้พร้อมของกลาง

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองรับว่า เป็นเครือข่ายของ นายอาสอ ซึ่งเป็นเครือข่ายยาเสพติดใน จ.เชียงราย โดย นายตี๋อ้างว่าที่มาเข้าร่วมขบวนการค้ายาเสพติด เนื่องจากเป็นหนี้เงินกู้นอกระบบกว่า 2แสนบาท จึงถูกทางเครือข่ายให้ส่งยาชดใช้หนี้ ขณะที่นายตั้มจะมีหน้าที่นับและดูเงิน พร้อมกับนัดรับส่งยาเสพติด สำหรับยาเสพติดทั้งหมดจะมีการกระจายของที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ขยายผลจับกุมต่อไป.

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-05-11 19:13:04


ความเห็นที่ 23 (2959184)

ทหารปะทะคาราวานยาเสพติด ดับ 5 ยึดเงิน 1 ล้าน-ยาบ้า-อาวุธอื้อ

วันที่ 04 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 เวลา 15:46:59 น.

 

 



 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 4 พฤษภาคม พ.ต.อ.ถนัดพล โกศัยเสวี ผบ.ฉก. ม.3 กองกำลังผาเมือง สืบทราบว่า จะมีกองกำลังติดอาวุธคุ้มกันยาเสพติดใช้เส้นทางตามแนวป่าเขาผ่าน ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จึงหมอบหมายให้ พ.อ.วัชรพงศ์ แก้วแจ้ง ผบ.ฉก.ทพ.31 นำกำลังลาดตระเวณ กระทั่งพบกองกำลังติดอาวุธเป็นชายฉกรรจ์จำนวนกว่า 20 คน เดินถือปืนเดินอยู่ในแนวป่าเขาบริเวณบ้านอาแหละ ม.2 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง ตะเข็บชายแดนไทย-พม่า เมื่อถึงร่องน้ำห้วยบ้านเก่า ติดดอยไม้ยาง เขตรอยต่อ อ.แม่ฟ้าหลวง กับ ต.ป่าตึง อ.แม่จัน ห่างจากชายแดนประมาณ 20 กิโลเมตร


เจ้าหน้าที่ได้ส่งสัญญาณ เพื่อขอตรวจค้น แต่ปรากฎว่ากองกำลังดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนนานาชนิดยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อเปิดทางหลบหนี จึงเกิดการปะทะกันขึ้นนานประมาณ 10 นาที ก่อนที่กลุ่มคนร้ายส่วนใหญ่จะล่าถอยเข้าแนวป่าเขาไป ต่อมาเวลา 09.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง พร้อมด้วย พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.เชียงราย และนายวิชัย ไชยมงคล ผอ.ปปส.ภาค 5 นำกำลังเข้าเข้าสนับสนุนพร้อมตรวจสอบที่เกิดเหตุ


จากการเข้าเคลียร์พื้นที่ พบคนร้ายถูกยิงจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุรวม 5 ศพ โดยอยู่ภายในร่องน้ำจำนวน 2 ศพ และบนเนินเขาห่างกันออกไปอีก 4-5 เมตร อีก 3 ศพ ไม่มีหลักฐานบ่งบอกว่าเป็นใคร แต่มีรูปพรรณสันฐานเป็นชาวเขาเผ่ามูเซอ โดยพบว่า แต่ละศพมีอาวุธปืนที่ใช้ยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ประกอบด้วยปืนลูกซองขนาด .22 ติดลำกล้องจำนวน 1 กระบอก ปืนอาก้า จำนวน 1 กระบอก ปืนลูกซองสั้นขนาด 9 มม.จำนวน 1 กระบอก ปืนลูกซองยาวขนาด 5 นัดจำนวน 1 กระบอก และลูกระเบิดชนิดลูกเกลี้ยงผลิตในประเทศจีนจำนวน 1 ลูก


นอกจากนี้ แต่ละศพพบสัมภาระที่ใช้เดินทาง อาหารและยาบ้าศพละ 1-2 ห่อ พร้อมอุปกรณ์การเสพ รวมของกลางยาบ้าทั้งหมด 7,000 เม็ด ขณะเดียวกัน ยังพบเงินสดอยู่ในสัมภาระของศพรายหนึ่งเป็นธนบัตรขนาด 1,000 บาท จำนวน 10 มัดๆ ละ 100,000 บาท รวมเงินสดทั้งหมดจำนวน 1 ล้านบาท จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งออกติดตามจับกุมกลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่ เหลือต่อไป


พล.ต.สมศักดิ์ กล่าวว่า เทือกเขาพื้นที่เชื่อม ต.แม่สลองนอกและ ต.ป่าตึง ถูกใช้เพื่อการลักลอบขนยาเสพติด สำหรับกองกำลังที่ปะทะกับเจ้าหน้าที่ครั้งนี้ คาดว่าได้นำของกลางยาเสพติดคาดว่าเป็นยาบ้าจำนวนมากไปส่งให้กับลูกค้า หรือไปยังจุดพักยาบ้าเรียบร้อยแล้ว โดยเบื้องต้นคาดว่าจะเป็นบริเวณบ้านโป่งป่าแขม ต.ป่าตึง จากนั้นได้นำเงินที่ขายได้จะเดินทางกลับไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนยาบ้าที่พบเป็นค่าจ้างและใช้เสพระหว่างเดินทาง เพราะมีอุปกรณ์เสพครบครัน


พล.ต.สมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า คาดว่าคนร้ายกลุ่มนี้เป็นกลุ่มรับจ้างขนและคุ้มกันคาราวานยาเสพติดเผ่ามูเซอ ของ พ.ท.ยี่เซ ที่มีฐานอยู่ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านและมีเครือข่ายภายในประเทศไทยให้การช่วย เหลือ รวมทั้งมีการติดอาวุธที่ทันสมัยและเป็นมืออาชีพอย่างมาก โดยหลังปะทะกับเจ้าหน้าที่แล้ว บางส่วนยังสามารถนำของกลางที่ตกกระจัดกระจายหลบหนีไปได้ ทั้งนี้ เคยก่อเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ในช่วงที่ผ่านมาถึง 3-4 ครั้งแล้ว โดยเข้ามาเคลื่อนไหวลึกเข้ามาชั้นในของประเทศร่วม 20 กิโลเมตร ปัจจุบันเจ้าหน้าที่กำลังขยายผลเพื่อติดตามจับกุมคนที่หลบหนีต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-05-04 17:22:48


ความเห็นที่ 22 (2959084)

ชำแหละเส้นทางยาเสพติด พบว้าตั้งโรงงานกลางเมือง วางลอจิสติกส์เข้าไทย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 พฤษภาคม 2556 12:34 น.    
 

เชียงราย - กลุ่มผู้ผลิตยาเสพติดในประเทศเพื่อนบ้าน ยังทำกันเป็นล่ำเป็นสัน ตั้งโรงงานกลางเมืองใหญ่แทนเขตป่าเขา รวมกลุ่มรับขนเข้าไทย การันตีด้วยการจ่ายประกันคืนเมื่อถูกจับตามเขตพื้นที่-ระยะทาง ผอ.ป.ป.ส.ภาค 5 ชี้ “ว้า” หนักสุด หลังโกกั้งถูกทลายเมื่อปี 53
       
       วันนี้ (3 พ.ค.) ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) จัดประชุมมอบนโยบายสกัดกั้นยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือที่โรงแรมดุสิต ไอส์แลนด์ รีสอร์ท อ.เมือง จ.เชียงราย มีตำรวจภาคเหนือเข้าร่วมประมาณ 600 นาย
       
       นายวิชัย ไชยมงคล ผู้อำนวยการ ป.ป.ส.ภาค 5 บรรยายเกี่ยวกับกลุ่มผลิตยาเสพติด เส้นทางสารตั้งต้น แหล่งผลิต และแนวโน้มการแพร่ระบาดว่า ปัจจุบันยังพบแหล่งผลิตในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน แม้ไทยจะมีความร่วมมือกับประเทศพม่ามากขึ้น แต่ในเขตพม่ามีการแบ่งเขตการปกครองออกเป็นรัฐ เช่น สหรัฐว้า กะเหรี่ยง ยกเว้นไทใหญ่ที่ยังไม่ได้รับการรับรอง
       
       นอกจากนี้ พบว่ามีสารตั้งต้นเพื่อการผลิตยาเสพติด เข้าสู่แหล่งผลิตทั้งจากชายแดนอินเดีย-พม่า ไทย-พม่า และพม่า-จีน ซึ่งหลังจากทางการไทยตรวจยึดทางชายแดนด้านเชียงราย-เชียงใหม่ ทำให้สถานการณ์ทุเลาลง แต่จากการประสานข้อมูลกับทางการพม่า พบการลักลอบนำเข้าทางชายแดนด้านประเทศอินเดียมากขึ้น โดยจุดนำเข้าสำคัญ คือ ด่านตามู และด่านคาเล ส่วนชายแดนจีน คือ ด่านเมืองลา ภาคเหนือของรัฐฉาน
       
       นายวิชัยกล่าวว่า สำหรับกลุ่มที่ผลิตยาเสพติดและเกี่ยวข้องมีทั้งกลุ่มว้าแดง โกกั้ง มูเซอ เอสเอสเอ ซึ่งเมื่อปี 2553 รัฐบาลพม่า ได้โจมตีกลุ่มโกกั้งและเข้ายึดเมือง ทลายโรงงานผลิตยาเสพติด โรงงานผลิตอาวุธปืนอาก้า และกระสุนกว่า 20 โรงงาน และเมื่อดูจากรายงานและภาพถ่าย ทำให้ทราบว่าการผลิตยาเสพติดไม่ได้ทำกันที่กลางป่าเขาแล้ว แต่ทำกันกลางเมือง ภายในห้องใต้ดินของบ้านเรือนในตัวเมือง โดยขนาดของห้องกว้างประมาณ 3 คูณ 5 เมตร
       
       “ภาพที่เห็นมาจากกลุ่มโกกั้งเพียงกลุ่มเดียว เพราะกลุ่มอื่นยังไม่ได้ถูกทำลาย ทำให้แต่ละกลุ่มเร่งผลิตยาเสพติดเพื่อส่งเข้าไทย โดยเฉพาะกลุ่มว้าแดงที่เร่งผลิตเพื่อหาทุนจัดซื้ออาวุธหนัก เช่น จรวด เพราะปืนอาก้า กระสุน และปืนขนาดเล็กเขาผลิตได้เองแล้ว”
       
       นายวิชัยกล่าวว่า โรงงานผลิตส่วนใหญ่อยู่ในเขตสหรัฐว้า โดยมีเมืองปางซาง ที่เป็นเมืองใหญ่เป็นศูนย์กลาง จากภาพที่บันทึกมาได้ล่าสุด ดูตามลักษณะแล้วอาจจะมีการผลิตเช่นเดียวกับเขตโกกั้ง เพราะเมื่อปี 2555 ที่ผ่านมาทางการพม่าได้ตรวจยึดสารตั้งต้นประเภทซูโดอีเฟดรีน หรือส่วนผสมของยาแก้หวัด ได้กว่า 7 ล้านตัน ที่จะผ่านทางเมืองปางซาง
       
       “สารตั้งต้นที่ส่งจากไทย 1 เม็ด นำไปผลิตยาบ้าได้ 3 เม็ด แต่ถ้านำเข้าจากประเทศอินเดีย ผลิตได้ถึง 5 เม็ดเศษ เมื่อผลิตยาเสพติดแล้ว กลุ่มผู้ผลิตก็จะส่งไปตามเส้นทางต่างๆ โดยจ่ายค่าผ่านทางให้กับกลุ่มที่ปกครองพื้นที่นั้น ซึ่งกลุ่มที่มีบทบาทในการเก็บค่าผ่านทางชายแดนไทย-พม่า ด้านภาคเหนือ คือ กลุ่มมูเซอ นำโดย พ.ท.ยี่เซ มีอิทธิพลในพื้นที่ตรงข้าม อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เก็บค่าผ่านทางยาบ้าเม็ดละ 1 บาท”
       
       นายวิชัยกล่าวว่า นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มต่างมีการรวมตัวกัน ตั้งเป็นกลุ่มประกันภัยขนส่ง คล้ายบริษัทรับขนส่ง เป็นผลทำให้มีการตีตราห่อยาบ้าเป็นรูปต่างๆ เช่น มือจับกัน สิงโต เพราะต้องตรวจสอบสินค้าที่ส่งเข้าประเทศไทยว่าถูกส่งไปถึงจุดไหน อย่างไร โดยกลุ่มที่รับขนส่งจะต้องจ่ายค่าประกันคืนให้เจ้าของยาเสพติด ถ้าไม่สามารถลักลอบขนยาบ้าได้ตามเป้าหมายตามพื้นที่-ระยะทาง เช่น หากขนจากชายแดนเข้ามาหรือผ่านเชียงรายไม่ได้ จะเสียค่าประกันชั้นสูง ถ้าผ่านเชียงรายไปได้แต่ถูกจับในเขตพื้นที่ภาคเหนือ จะเสียค่าประกันอีกอัตราหนึ่ง หากพ้นเขตภาคเหนือไปได้แล้วถูกจับ ก็เสียค่าประกันลดหลั่นกันไป โดยจะอาศัยภาพห่อยาบ้าที่เผยแพร่ผ่านทางสื่อมวลชนด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-05-03 18:55:51


ความเห็นที่ 21 (2950856)

ทหารพรานยิงต่อสู้ปะทะเดือดแก๊งยาบ้าเจ็บ 1 ของกลางยัดกระสอบเกือบล้านเม็ด

 เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 24 เม.ย. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.เชียงราย พ.ต.อ.วิรัช สุมนาพันธ์ รอง ผบก.นายวิชัย ไชยมงคล ผอ.ปปส.ภาค 5 และ พ.อ.วัชรพงษ์ แก้วแจ้ง ผบ.ฉก.ทพ.31 ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ที่สนธิกำลังกันลาดตระเวณบนถนนสายบ้านกิ่วสะไต ม.19 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย จะไปทาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ว่าปะทะกับขบวนการค้ายาเสพติดจึงรุดไปตรวจสอบ พบที่เกิดเหตุบนถนนสายป่าตึง-กิ่วสะไต ก่อนถึงด่านตรวจกิ่วสะไต โดยพบผู้ได้รับบาดเจ็บเพราะถูกเจ้าหน้าที่ยิงที่ลำตัวด้านซ้ายชื่อว่านายจะละ จะลอ ชาวเขาเผ่าลาหู่ อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 170 ม.9 ต.ท่าสาย อ.เมือง จ.เชียงราย พร้อมกระสอบฟางสีฟ้า 1 ใบภายในมีของกลางยาบ้าจำนวน 120,000 เม็ด

 สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายจะละพร้อมพวกรวม 12 คน ได้นั่งไปกับรถยนต์กระบะคันหนึ่ง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนไปตามถนนสายดังกล่าว จากนั้นได้หยุดรถก่อนถึงด่านตรวจ โดยคนที่อยู่หลังรถได้ช่วยกันลำเลียงกระสอบฟางลงมา เจ้าหน้าที่จึงให้สัญญานจะเข้าไปตรวจสอบ แต่ปรากฎว่าคนบนรถกลับใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้เพื่อเปิดทางหลบหนีจึงเกิดการปะทะกันขึ้นนานประมาณ 5 นาที สิ้นเสียงปืนรถยนต์กระบะพร้อมชายฉกรรจ์เกือบทั้งหมดอาศัยความมืดขับหลบหนีไปได้เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามไป แต่ที่เกิดเหตุพบนายจะละนอนได้รับบาดเจ็บอยู่พร้อมกระสอบที่แบกลงไปด้วยดังกล่าว

 สอบสวนเบื้องต้นนายจะละซึ่งพอให้การได้ทราบว่าได้พร้อมกับพรรคพวกทั้งหมดเดินทางมาจากทางบ้านแสนสุขต.ป่าตึง มุ่งหน้าจะไป อ.แม่อาย โดยแต่ละคนมีกระสอบคนละ 1 ใบ ก่อนถึงด่านตรวจซึ่งกั้นเส้นทางจะไป อ.แม่อาย ได้พากันลงจากรถเพื่อเดินเลี่ยงไปก่อน แต่เจ้าหน้าที่กลับเข้าตรวจสอบได้ทัน เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปรักษาบาดแผลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย จากนั้นได้กระจายกำลังกันออกติดตามกลุ่มคนที่เหลือ ซึ่งคาดว่าจะมียาบ้าในกระสอบใกล้เคียงกันซึ่งจะทำให้มียาบ้าทั้งหมดที่ขนครั้งนี้กว่า 1.3 ล้านเม็ด ซึ่งเจ้าหน้าที่เริ่มพบเบาะแสของยาบ้าที่เหลือแล้วประมาณ 6 กระสอบ พร้อมนำตัวผู้ต้องสงสัยบางรายไปสอบปากคำแล้ว

 ความคืบหน้าจากการตรวจ ค้นที่เนินเขาห่างจากจุดปะทะประมาณ 2 กิโลเมตร พบกระสอบฟางในลักษณะเดียวกับที่ยึดได้จากนายจะละในที่เกิดเหตุอีกจำนวน 7 ใบ โดยมีการนำไปซุกซ่อนเอาไว้ในพงหญ้าแต่ไม่พบตัวคนร้ายเพิ่มเติม คาดว่าหลังปะทะได้นำยาบ้าไปซ่อนเอาไว้ก่อนที่ตัวเองจะหลบหนีเข้าป่าไปคนละ ทิศละทาง

 จากการตรวจสอบในกระสอบฟางปรากฎว่าพบยาบ้ารวมกันทั้งหมด จำนวน 840,000 เม็ด เมื่อรวมกับของกลางที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุครั้งแรกรวมเป็น 950,000 เม็ด อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่คาดว่ายังเหลือที่คนร้ายนำไปซ่อนไว้หรือนำติดตัวไป ด้วยอีกประมาณ 3 กระสอบ จึงได้กระจายกำลังกันออกติดตามค้นหาต่อไป
 

 
 
 
 
 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-24 13:07:55


ความเห็นที่ 20 (2950854)

ปะทะเดือดแก๊งค้ายาบ้า จนท.ยึดของกลางได้ 1.2 แสนเม็ด เชื่อหอบหนีกว่า 1 ล้านเม็ด

วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2556 เวลา 09:15:00 น.

 

 

 


วันที่ 24 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทหารพรานที่ 3108 ชุดเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง ได้ยิงปะทะกับกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด บริเวณก่อนถึงตู้ยามตำรวจ 500 เมตร หรือบริเวณบ้านกิ่วสะไต หมู่ที่ 19 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย และภายหลังเสียงปืนสงบลง ตำรวจ สภ.แม่จัน ได้เข้าตรวจสอบ พบมีกลุ่มขบวนการค้ายาบ้าถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 1 คน ทราบชื่อคือนายจะละ จะลอ อายุ 26 ปี ชาว จ.เชียงราย ใกล้กันนั้นพบกระสอบปุ๋ยสีขาว 1 ใบ บรรจุยาบ้าจำนวน 120,000 เม็ด

 

จากการสอบสวน นายจะละ ทราบว่า เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนอีก 12 คน ทุกคนนำยาบ้าข้ามชายแดนคนละ 1 กระสอบ รวม 11 กระสอบ อีกคนเป็นคนขับรถ เพื่อไปส่งลูกค้าในท้องที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ โดยผ่านทางบ้านแสนสุข ต.ป่าตึง อ.แม่จัน

 

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เชื่อว่า กลุ่มคนร้ายที่หลบหนีไปน่าจะมียาบ้ามากกว่า 1,300,000 เม็ด ซึ่งหลังเกิดเหตุ ผู้บังคับการตำรวจภูธรเชียงราย ได้จัดกำลังตำรวจ ทหาร กว่า 50 นาย พร้อมอาวุธ ตรึงพื้นที่เพื่อป้องกันกลุ่มคนร้ายหลบหนีออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุยิงปะทะอีกครั้ง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-24 13:03:43


ความเห็นที่ 19 (2950786)

 

'ได้เงินแล้วจะเลิก'เส้นทางนักขนยา

'ได้เงินแล้วจะเลิก' เส้นทาง...นักขนยาเสพติด : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ


          ภายในกำแพงคุกอันแน่นหนา สถานที่เชื่อว่าจะทำให้คนร้ายกลับใจเป็นคนดี แต่บางทีก็ใช้ไม่ได้ผลกับคนบางคน เพราะพวกเขาอาจใช้เป็นสถานที่แสวงหาเครือข่าย เพื่อรอเวลาออกไปทำสิ่งผิดกฎหมายอีก!!
 
          นายเที่ยง อยู่ดี อายุ 53 ปี ชาว อ.พาน จ.เชียงราย เคยถูกจับในข้อหาเสพยาเสพติดและครอบครองเพื่อจำหน่ายเพียง 10 เม็ด แล้วถูกจองจำอยู่ในเรือนจำ แต่หลังพ้นโทษเขาผันตัวเองออกมาเป็น "นักขนยาเสพติด" แฝงตัวเป็นคนขับรถบรรทุกพ่วง

          "ตั้งใจว่าหากขนลอตนี้ผ่านจะทำเป็นครั้งสุดท้ายเพราะต้องการค่าขน 1,670,000 บาท เพื่อใช้หนี้เช่าซื้อรถบรรทุกพ่วงทั้งหมด ภรรยาและลูกชาย 3 คนไม่รู้ว่าขนยาเสพติด ครั้งนี้คิดว่าต้องถูกโทษประหารเพราะของกลางเยอะ ไม่รู้ว่าจะกลั้นใจตายวันไหนดี" นายเที่ยง ระบายความรู้สึก หลังถูกชุดสืบสวนจาก บก.สส.สตม. จับกุมพร้อมของกลางยาบ้า 64,000 เม็ด ยาไอซ์ 30 กิโลกรัม

          เรื่องราวชีวิตที่พลิกผันของอดีตนักโทษยาเสพติดที่หวนมาสู่วงจรยาเสพติดอีก ครั้ง นายเที่ยง เปิดใจต่อ "คม ชัด ลึก" ว่า ในอดีตที่ผ่านมาทำงานเป็นลูกน้องรับจ้างขับรถบรรทุกพ่วงขนสินค้าเกษตรกรรม ค่าแรงขับไปกลับได้ประมาณ 3,000-4,000 บาทต่อเที่ยว ระหว่างนั้นมีความตั้งใจอยากมีรถบรรทุกพ่วงเป็นของตนเองสักคันพยายามเร่งทำ งาน ก็เลยหันมาเสพยาบ้า เพื่อทำรอบให้มากขึ้น สุดท้ายก็ถูกตำรวจจับข้อหาเสพยาบ้าและมียาบ้าในความครอบครอง 10 เม็ด

          หลังถูกจับแล้ว ศาลตัดสินจำคุก 12 ปี ส่งไปควบคุมขังที่เรือนจำพิเศษธนบุรี ก็ได้รู้จักกับเพื่อนที่อยู่ในเรือนจำชื่อ "นายรุ่ง" พูดคุยสนิทสนมกันมากขึ้น ซึ่ง นายรุ่ง บอกว่าถ้าอยากมีเงิน แค่ขับรถขนยาเสพติด ถ้าไม่เสพไม่ขายไม่ดัง ไม่มีใครรู้ ก็แค่ขน จากนั้นก็ให้เบอร์โทรศัพท์มือถือของเพื่อนชื่อ "นายตี๋" อายุประมาณ 40-45 ปี เป็นชาว อ.พาน จ.เชียงราย สามารถช่วยเหลือได้

          นายเที่ยง ถูกควบคุมอยู่ในเรือนจำเพียงแค่ 7 ปี พ้นโทษออกมา ก็รับจ้างขับรถบรรทุกพ่วงเรื่อยมาแต่ไม่ได้เสพยาบ้า แต่ยังคิดเหมือนเดิมว่าอยากมีรถบรรทุกพ่วงเป็นของตัวเอง จึงติดต่อหา "นายตี๋" แล้วนัดเจอกันพูดคุยกันอยู่นานจนกระทั่งนายตี๋ แนะนำให้รู้จักกับชาวไทยใหญ่ แต่ไม่ยอมบอกชื่อจึงแลกเบอร์โทรศัพท์มือถือไว้แล้วบอกเหตุผลว่าต้องการเงิน เพียงไม่นานนักก็เริ่มขนยาเสพติดโดยเพื่อนของนายตี๋ ซึ่งเป็นชาวไทยใหญ่นัดให้มารับยาเสพติดตามริมทาง จึงตัดสินใจทำครั้งแรกขนยาบ้า 40 มัด

          "หลังจากรับของก็ลำเลียงมาที่รถบรรทุกพ่วงพยายามทำเงียบๆ ไม่ให้เด็กขนของรู้ ครั้งแรกที่ขับล่องกรุงเทพฯ เจอด่านตรวจแต่ก็คุ้นเคยกัน ก็ทำตัวปกติแล้วช่วยค่ากาแฟไม่กี่ด่าน ก็ไม่ได้ถูกตรวจค้นครั้งแรกที่ทำสำเร็จได้เงินค่าขน 4 แสนบาท หลังจากนั้นก็รับจ้างขนทำครั้งสองใช้วิธีเดิมแต่ขนยาบ้า 50 มัดได้เงินค่าขน 5 แสนบาท"

          รายได้จากการรับจ้างขนยาบ้า 2 ครั้งบวกกับเงินสะสมที่มีอยู่ทำให้ นายเที่ยง คิดจะนำเงินไปดาวน์รถบรรทุกพ่วงจัดไฟแนนซ์ แต่ดอกเบี้ยคงเยอะหากปิดยอดเร็วก็คงดี นายเที่ยง จึงตัดสินใจทำอีกครั้ง และตั้งใจว่า ถ้าได้เงินแล้วจะเลิกเด็ดขาดเพราะขนยาเสพติดเยอะแล้วครั้งนี้มียาไอซ์ด้วย หลังจากรับยาเสพติดจากชาวไทยใหญ่ที่ จ.เชียงใหม่ จากนั้นก็ใช้วิธีเดิม ครั้งนี้ปะปนไปกับข้าวเปลือกเพื่อไปลงข้าวเปลือกที่โรงสีข้าวใน จ.นครสวรรค์ จากนั้นจะนำยาเสพติดไปส่งให้แก่ลูกค้าที่ จ.สุพรรณบุรี แต่พอถึงด่านตรวจที่ อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ก็ถูกเรียกตรวจค้นแล้วถูกจับ

          เบื้องหลังการจับกุมยาเสพติดมูลค่าหลายสิบล้านบาทครั้งนี้ เริ่มต้นเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.สตม. รับแจ้งเบาะแสจากสายลับ ว่ามีขบวนการค้ายาเสพติดลำเลียงจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย ส่งให้แก่ลูกค้าที่ จ.สุพรรณบุรี เพื่อขายให้แก่ผู้ใช้แรงงาน โดยซุกซ่อนไปกับรถบรรทุกพ่วงหมายเลขทะเบียน 70-1186 พะเยา ส่วนพ่วงหมายเลขทะเบียน 70-1185 พะเยา ออกเดินทางจาก จ.เชียงใหม่ วันที่ 20 เมษายน 2556 พล.ต.ต.รณศิลป์ รายงานข้อมูลให้ พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม. ทราบแล้วสั่งการให้ พ.ต.อ.ชาติชาย เอี่ยมแสง พ.ต.อ.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผบก.สส.สตม. นำชุดสืบสวนของ พ.ต.อ.ชยวุฒิ จันทร์สมบูรณ์ ผกก.1 บก.สส.สตม. และ ชุดสืบสวนของ พ.ต.อ.ฑิฆัมพร ศรีสังข์ ผกก.2 บก.สส.สตม. ติดตามจับกุมจนกระทั่งเวลา 06.20 น. วันที่ 21 เมษายน สกัดจับรถบรรทุกพ่วงคันดังกล่าวได้บริเวณจุดตรวจหนองสังข์ ริมถนนพหลโยธิน หลัก กม.ที่ 373-374 ต.ท่างิ้ว อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ซึ่งพบยาเสพติดทั้งหมดซุกซ่อนใส่ตะกร้าชั้นวางของส่วนพ่วง แล้วจับกุม นายเที่ยง ผู้ขับขี่รถบรรทุกพ่วง และจับกุม น.ส.ชลดา ไวโย อายุ 28 ปี ซึ่งนั่งโดยสารมากับรถบรรทุกพ่วงคันดังกล่าว จากการสอบสวน นายเที่ยง ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ส่วน น.ส.ชลดาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา!!

.................

(หมายเหตุ : 'ได้เงินแล้วจะเลิก' เส้นทาง...นักขนยาเสพติด : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ)

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-24 07:26:05


ความเห็นที่ 18 (2948410)


จนท.ลาวปะทะเรือขนยาบ้ากลางแม่น้ำโขง ยึดยาบ้า21ล.เม็ดยาไอซ์400ก.ก.มูลค่า8พันล.

 จับยาบ้าล็อต ใหญ่กลางแม่น้ำโขง เมื่อวันที่ 5 เม.ย น.อ.โสภณ รัชตาภิรักษ์ ผู้บังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (ผบ.นรข.) เขตเชียงราย เปิดเผยว่าได้รับการประสานข้อมูลจากศูนย์ประสานงานอยู่ที่ท่าเรือเชียงแสน จ.เชียงราย ว่าเมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา หน่วยเรือลาดตระเวนของทางการ สปป.ลาว ซึ่งได้รับการสนับสนุนเรือเร็วลาดตระเวนจากประเทศจีน ตรวจพบเรือสินค้าไม่ติดธงสัญชาติใดๆ ล่องมาตามแม่น้ำโขงผ่านเขตบ้านมอม ตรงข้ามท่าเรือบ้านโป่ง เมืองพง ประเทศพม่า ห่างจากชายแดน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย บริเวณสามเหลี่ยมทองคำไปทางทิศเหนือประมาณ 20 กิโลเมตร
 
 เจ้า หน้าที่ สปป.ลาว จึงให้สัญญาณหยุดตรวจ แต่เรือลำดังกล่าวกลับมุ่งหน้าต่อไป เจ้าหน้าที่เรือของทางการลาวแล่นเข้าประชิด แต่กลับถูกคนบนเรือใช้อาวุธสงครามยิงต่อสู้จนเกิดการปะทะกันนานกว่า 30 นาที สามารถเข้าควบคุมเรือเข้าจอดที่ฝั่งลาวได้สำเร็จ ตรวจสอบภายในเรือพบศพลูกเรือ 2 ศพ พร้อมอาวุธสงคราม ส่วนลูกเรือที่เหลือได้กระโดดหนีลงแม่น้ำโขงไปไม่ทราบจำนวน
 
 เจ้า หน้าที่ฝ่ายลาวรายงานว่าพบของกลางยาบ้า 21 ล้านเม็ด ยาไอซ์อีก 400 กิโลกรัมบรรจุในกระสอบวางซ้อน มูลค่าประมาณ 8 พันล้านบาท เนื่องจากไม่พบผู้ต้องหาจึงยังไม่สามารถบอกได้ว่า ยาเสพติดจำนวนมหึมาล็อตนี้มาจากไหน และจะไปที่ใด เบื้องต้นควบคุมเรือลำดังกล่าวพร้อมของกลางไว้เทียบท่าที่เมืองมอม สปป.ลาว
 
 น.อ.โสภณ กล่าวว่าจากการข่าวยาเสพติดดังกล่าวยังไม่ได้เข้ามายังฝั่งประเทศไทย ปลายทางน่าจะอยู่ที่เมืองต้นผึ้ง แถบกาสิโน สปป.ลาว อาจจะนำไปพักไว้แต่ปลายทางยังไม่ทราบว่าไปที่ใด อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้เพิ่มมาตรการเข้มข้นขึ้นตลอดเวลา และในช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาล จึงต้องเพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวังเพิ่มขึ้น
 
 รายงาน ข่าวว่า ก่อนหน้านี้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยในแม่น้ำโขง ก็สามารถจับกุมเรือสินค้าชูชิงยี่ ของจีน เมื่อกลางเดือน มี.ค. ได้ในบริเวณใกล้ๆ กัน ยึดของกลางยาบ้ากว่า 20 ล้านเม็ด จับกุมลูกเรือได้ 5 คนมีคนไทยซึ่งเป็นผู้ขับเรือรวมอยู่ด้วย คาดว่ายาบ้าและยาไอซ์ที่ถูกจับล่าสุด อาจจะนำมาส่งให้ลูกค้าแทนยาล็อตเก่าที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-06 09:02:41


ความเห็นที่ 17 (2948369)

 

ยึดยาบ้า22ล้านกลางแม่น้ำโขง

ทางการลาวปะทะคาราวานยาบ้าในน้ำโขง วิสามัญ 2 ยึดยาบ้า22ล้านเม็ด

 
          ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดเชียงราย แจ้งว่า เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 5 เม.ย.เจ้าหน้าที่ของทางการพม่าหลายหน่วย ได้เข้าประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของ ส.ป.ป.ลาว บริเวณเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ส.ป.ป.ลาว อันเนื่องจากกรณีเหตุการณ์ตรวจยึดยาบ้าจำนวน 22 ล้านเม็ด กลางแม่น้ำโขง บริเวณท่าเรือบ้านมอม ฝั่ง ส.ป.ป.ลาว ซึ่งตั้งอยู่เหนือจากสามเหลี่ยมทองคำขึ้นไปประมาณ 10 กิโลเมตร
 
          โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 05.30 น.วันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา เมื่อหน่วยเรือลาดตระเวณของ ส.ป.ป.ลาว ซึ่งได้รับการสนับสนุนเรือเร็วลาดตระเวนจากประเทศจีน ได้ตรวจพบเรือสินค้าไม่ติดธงสัญชาติใดๆ ล่องมาตามแม่น้ำโขงผ่านเขตบ้านมอม แขวงบ่อแก้ว ส.ป.ป.ลาว ตรงกันข้ามท่าเรือบ้านโป่ง เมืองพง ประเทศพม่า และห่างจากชายแดน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย บริเวณสามเหลี่ยมทองคำไปทางทิศเหนือประมาณ 10 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ ส.ป.ป.ลาว จึงให้สัญญานหยุดตรวจ แต่ปรากฎว่าเรือลำดังกล่าวอาศัยการเป็นน่านน้ำสากลพยายามจะขับหลบเลี่ยง จากนั้นเรือของทางการลาวจึงได้แล่นเข้าประชิด กระทั่งได้ยิงต่อสู้ จนเกิดการปะทะกันอย่างดุเดือดกลางแม่น้ำโขง สิ้นเสียงปืนคนบนเรือสินค้า เสียชีวิตจำนวน 2 คน และพบว่า คนบนเรือหลายคนได้กระโดดลงแม่น้ำโขงโดยไม่ทราบว่าจะรอดชีวิตหรือไม่ด้วย
 
          จากนั้น เจ้าหน้าที่ ส.ป.ป.ลาว ได้เข้าควบคุมเรือ และนำเรือเข้าเทียบท่า ที่ท่าเรือบ้านมอม ก่อนเข้าตรวจสอบบนเรือพบยาบ้าจำนวนมหาศาลบรรจุในกระสอบและวางซ้อนทับกันเต็ม ลำเรือ เมื่อตรวจสอบพบยาบ้าจำนวน 22 ล้านเม็ด ส่วนการตรวจยึดครั้งล่าสุดนี้ เบื้องต้นสืบทราบว่ายาบ้าจำนวนนี้เกี่ยวข้องกับชาวว้าชื่อนาย "เนี๊ยะ" เป็นชาวเมืองปางซาง เมืองหลวงของว้าตั้งอยู่ทางตอนเหนือของรัฐฉานของพม่าติดกับพรมแดนประเทศจีน
 
          รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่ห่างกันนักกับเมื่อกลางเดือน มีนาคมที่ผ่านมา บริเวณโขงโค้ง เขตเมืองเชียงกก แขวงหลวงน้ำทา ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำไปทางทิศเหนือประมาณ 178 กิโลเมตร โดยครั้งนั้นพบยาบ้าจำนวน 21 ล้านเม็ด ยาไอซ์อีก 400 กิโลกรัมบรรจุในกระสอบวางซ้อนทับเช่นกัน แต่ครั้งก่อนหน้านี้นั้น สามารถจับกุมตัวลูกเรือเป็นชาวจีน 5 คนและคนไทย 1 คน ทราบชื่อว่านายธีระพันธ์ สิทธิยา อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 623 บ้านห้วยเกี๋ยง ม.8 ต.เวียง อ.เชียงแสน ปัจจุบันทั้งหมดถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่ประเทศจีนแล้ว

.....................................
(หมายเหตุ ภาพจากแฟ้มข่าว)

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-05 19:37:46


ความเห็นที่ 16 (2946275)


ตะลึงยาบ้ามหึมา21ล.เม็ด-6พันล้าน


3ปท.ร่วม จับกลาง แม่น้ำโขง


จับยาบ้า 21 ล้านเม็ด มูลค่า6พันล.ใช้เรือจีนขนผ่านสามเหลี่ยมทองคำ "จีน-ลาว" สกัดได้กลางลำน้ำโขง แถวเมืองป่าเลียว-เมืองเชียงกก ของพม่าและลาว ก่อนส่งเข้าเทียบท่าไทยที่เชียงแสน หลังตรวจค้นพบยาบ้าล็อตใหญ่ ควบคุมลูกเรือเป็นจีน 5 และคนไทย 1 โดยแจ้งผลจับกุมมาเตือนไทย "สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง" เผยทางการจีนรายงานผลจับกุมให้ป.ป.ส.ไทยรับทราบแล้ว และจะติดตามจับกุมขบวนการนี้ต่อไป

เมื่อวันที่ 22 มี.ค. นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด จ.เชียงราย ได้รับแจ้งจากทางการ สปป.ลาว และมณฑลหยุนหนาน จีนตอนใต้ ว่า ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาเรือลาดตระเวนในแม่น้ำโขงร่วมระหว่าง สปป.ลาว กับจีน ได้ตรวจค้นเรือสินค้าจีนในแม่น้ำโขงที่เดินทางมาจากประเทศจีนมุ่งหน้าขาล่อง จะมายังท่าเรือ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และตรวจยึดของกลางเป็นยาบ้าจำนวนมหาศาลกว่า 21 ล้านเม็ดน้ำหนักกว่า 500 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 6 พันล้านบาท บนเรือสินค้าที่ชื่อว่าเรือชูชิงยี่ ขณะที่เรือลำดังกล่าวแล่นผ่านบริเวณที่เรียกว่าโขงโค้ง เขตเมืองป่าเลียว ประเทศพม่า และอีกฝั่งเป็นเมืองเชียงกก แขวงหลวงน้ำทา สปป.ลาว ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียง แสน ไปทางทิศเหนือประมาณ 178 กิโลเมตร

รายงาน ข่าวระบุอีกว่า ทางการ สปป.ลาว และจีนได้จับกุมตัวคนเดินเรือทั้งหมดเอาไว้โดยเป็นคนสัญชาติจีน 5 คน และเป็นคนไทย 1 คน เบื้องต้นทราบว่า นายแก้ว เป็นชาวบ้านห้วยเกี๋ยง ม.8 ต.เวียง อ.เชียงแสน โดยทั้งหมดพร้อมของกลางยาบ้าถูกนำไปดำเนินคดีที่แขวงหลวงน้ำทา สปป.ลาวแล้ว ทำให้ทางศูนย์ ซึ่งกำลังจะมีการประชุมใหญ่ระหว่างหัวหน้าส่วนราชการ ณ ที่ว่าการ อ.เชียงแสน จะนำเรื่องดังกล่าวมาแถลง โดยอาจจะมีการเชิญตัวแทนจาก สปป.ลาว และจีนมาร่วมด้วยเนื่องจากในปัจจุบันมาตรการป้องกันภัยในแม่น้ำโขงจัดตั้ง ขึ้นตามการผลักดันของจีนเป็นศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิด ในแม่น้ำโขง (ศปปข.) โดยประเทศไทยจัดตั้ง ศปปข.ส่วนหน้าที่ท่าเรือแม่น้ำโขงเชียงแสนแห่งที่ 1 ภายหลังเกิดเหตุปล้นเรือจีน 2 ลำและฆ่าลูกเรือ 13 ศพเมื่อปลายปี 2554 ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.เชียง ราย กล่าวว่า การแถลงดังกล่าวเพื่อเป็นการแจ้งให้เห็นว่าในปัจจุบันสถานการณ์ความพยายามนำ เข้ายาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทยเป็นอย่างไร เพื่อทุกฝ่ายจะได้ร่วมกันเฝ้าระวังป้องกันโดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งที่ผ่านมาได้พยายามสกัดกั้นอย่างถึงที่สุดแล้ว รวมทั้งยังได้มีความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการสกัดกั้นด้วย

พล.ต.ท. ชัยวัฒน์ โชติมา ผบช.ปส. เปิดถึงกรณีที่มีข่าวการจับกุมยาเสพติด 21 ล้านเม็ด บนเรือขนสินค้าจีน ว่า น่าจะลักลอบนำยาเสพติดเข้าพักไว้บริเวณใกล้กับจุดดังกล่าวเพื่อนำเข้ามายัง ประเทศไทย ซึ่งพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ของประเทศพม่าและสปป.ลาว อยู่บริเวณเลยทางตอนเหนือประเทศเราออกไป ทั้งนี้ ปัจจุบันอาจจะมีการเปลี่ยนวิธีการลำเลียงส่งขนของบ้างจากทางบกเป็นทางน้ำ หรือขนส่งมาทางเรือสลับกันไป แต่ก็ไม่ค่อยแตกต่างจากสมัยก่อน

พล.ต.ท. ชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า ส่วนเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวเป็นอย่างไรนั้น ขณะนี้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่นอกเขตราชอาณาจักรไทย ต้องผลสรุปการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่รับผิดชอบอีกครั้งว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเป็นใคร ซึ่งขบวนการการควบคุมลำเลียงยาเสพติดผู้ต้องหาที่จับกุมตัวได้ไม่ใช่เป็นตัว การสำคัญ เป็นเพียงผู้ที่ถูกจ้างวานมาเท่านั้น อย่างไรก็ตามต้องรอการประสานจากชุดจับกุมส่งรายละเอียดเพิ่มเติมเข้ามา รวมถึงรับฟังข่าวสารไปพร้อมกัน และระหว่างนี้ได้สั่งทางชุดปราบปรามยาเสพติดที่รับผิดชอบบริเวณใกล้เคียง ดำเนินการตรวจสอบว่าที่มาที่ไปของยาเสพติดดังกล่าวเป็นของใครต่อไป

พล.ต.อ.สม ยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบ.ตร. ดูแลงานด้านการปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยถึงกรณีการจับกุมเรือสินค้าพร้อมของยาบ้า 21 ล้านเม็ดว่า ภายหลังจากที่ทางหน่วยงานด้านการปราบปรามยาเสพติดของจีนได้ติดตามสืบสวน แกะรอยเพื่อติดตามจับกุมผู้ลักลอบขนยาเสพติดดังกล่าวมาได้สักระยะหนึ่ง กระทั่งมีรายงานข่าวแจ้งไป เนื่องจากพบว่าเรือสินค้าดังกล่าวมาจอดเทียบท่าอยู่บริเวณน่านน้ำของประเทศ ลาวตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา จึงสามารถจับกุมลูกเรือชาวจีนได้ทั้งหมด 5 คน และมีคนไทยอีก 1 คน พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 20 ล้านเม็ด และยาไอซ์หนัก 500 กิโลกรัม

"เบื้อง ต้นทางการจีนจึงได้รายงานผลการจับกุมดังกล่าวไปยังเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ไทยประจำประเทศจีน ยืนยันได้ว่ายาเสพติดดังกล่าวจะถูกส่งลำเลียงเข้ามายังประเทศไทยอย่างแน่นอน แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะนำมาส่งให้ยังบริเวณใด ส่วนที่มาของยาเสพติดดังกล่าวและเครือข่ายนั้น เป็นเรื่องของทางการจีนเป็นผู้ตรวจสอบ เพราะสืบสวนและจับกุมมาตั้งแต่ต้น ต้องให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบต่อไป" รองผบ.ตร. กล่าว

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-03-23 14:16:50


ความเห็นที่ 15 (2945151)

รวบชาวเขาเผ่าลีซอซุกยาบ้าเกือบ 4 แสนเม็ดใต้กระบะรถ จากเชียงรายเตรียมส่งอยุธยา

 เมื่อวันที่ 16 มี.ค. พล.ต.ต.พรชัย พักตร์ผ่องศรี ผบก.ภ.จว.ลำปาง และนายสุวรรณ กล่าวสุนทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง แถลงข่าวตำรวจ สภ.สบปราบ จับกุมนายสิทธิเดช สีวลี อยู่ม.7 ต.แม่นางเติง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน และนายสิทธิกร แซ่หลี อยู่ม.14 ต.สันทราย อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ทั้งสองเป็นชาวเขาเผ่าลีซอ พร้อมของกลางยาบ้า 394,000 เม็ด ยาไอซ์ หนัก 5 กก. และรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ สตราด้า ทะเบียน ผพ-6270 เชียงใหม่ โดยจับกุมได้ที่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำวัง เขต ต.นายาง อ.สบปราบ จ.ลำปาง เมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะผู้ต้องหาทั้งสองขับรถกระบะขนยาเสพติดของกลางที่ซุกซ่อนอยู่ใต้กระบะท้าย รถ เตรียมนำไปส่งให้เอเย่นต์ค้ายาเสพติดที่ จ.พระนครศรีอยุธยา

 

 จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้รับเงินค่าจ้างขนยาเสพติด จำนวน 3 แสนบาท โดยไปรับรถกระบะคันดังกล่าวมาจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย และขับรถหลบด่านตรวจบนถนนสายหลัก วิ่งลัดเลาะไปตามหมู่บ้านใน จ.เชียงใหม่ เข้า อ.ลี้ จ.ลำพูน ก่อนวิ่งเข้า อ.เสริมงาม ผ่าน อ.สบปราบ เพื่อมุ่งหน้าต่อไปยัง จ.ตาก กระทั่งมาถูกจับได้ในที่สุด

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-03-16 17:08:31


ความเห็นที่ 14 (2945145)

"เพรียวพันธ์" นำทีมจับอีกล้านเม็ด! ม้งขนยาบ้ามูลค่ากว่า 300 ล้านเข้ากรุง

วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2556 เวลา 11:30:00 น.

 

 



 

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 16 มีนาคม  พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์  ที่ปรึกษาผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด รับรายงานว่าจะมีการลักลอบขนลำเลียงยาบ้าจากพื้นที่ชายแดนไทย-พม่าเข้า พื้นที่ชั้นในของไทย จึงหมอบหมายให้ พ.ต.อ.นพดล นิลมานนท์ ผู้กำกับการ 2 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด  นำกำลังประสาน  พล.ต.ต.วันชัน สุวรรณศิริเขต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ออกหาข่าวและติดตามจับกุม


กระทั่งต่อมาพบรถยนต์กระบะยี่ห้อ ฟอร์ด สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ผผ-1272 เชียงใหม่ ขับขี่มาตามเส้นทาง อ.ฝาง-อ.แม่สรวย  จ.เชียงราย โดยมุ่งหน้าเข้า จ.เชียงใหม่ ต้องสงสัยทางเจ้าหน้าที่จึงได้ไล่ติดตาม พร้อมให้กำลังอีกส่วนหนึ่งตั้งจุดสกัดบริเวณหน้าตู้ยามตำรวจท่าก๊อ ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย  จนสามารถสกัดรถไว้ได้ตรวจสอบด้านหลังกระบะบรรทุกกระเป๋าสีเขียวมาด้วยจำนวน 6 ใบ  เมื่อแกะดูพบซุกซ่อนยาบ้าอยู่จำนวน 1,000,000 เม็ด จึงควบคุมตัวนายเจียะ แซ่ท้า อายุ 43 ปี เป็นชาวเขาเป่าม้ง บ้านเลขที่ 212 หมู่ 3 ต.เขื่อนผาด อ.พร้าว จ.เชียงใหม่  คนขับไว้ดำเนินคดี


สอบสวนนายเจียะให้การรับสารภาพว่า ได้มีนายทุนว่าจ้างให้นำยาบ้าทั้งหมดไปส่งให้กับผู้สั่งซื้อในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ โดยรับของที่ชายแดน อ.ฝาง แต่ให้ใช้เส้นทางเลี่ยงด่านตรวจเข้าตัวเชียงใหม่ มาใช้เส้นทางเชียงรายแทน โดยรับค่าจ้างขนลำเลียง 300,000 บาท  และทำครั้งนี้เป็นครั้งแรกทำไปเพราะความยากจน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนขยายผลต่อไป ส่วนมูลค่ายาบ้าประมาณ 300 ล้านบาท


ขณะที่ พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ผู้ต้องหาเป็นเครือข่ายยาบ้าชาวเขาเผ่าม้ง ซึ่งเป็นชาวม้งอำเภอพร้าว แต่รับจ้างให้กับม้งชาวแม่วาง เพื่อนำไปส่งยังอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยปลายทางคาดว่ายาบ้าทั้งหมดจะถูกนำเข้าไปยังกรุงเทพมหานครอีกทอดหนึ่ง ส่วนกลุ่มขบวนการค้ายาบ้าที่มีการจับได้ส่วนใหญ่จะเป็นชาวเขาเผ่าม้ง เนื่องจากชาวเขาเผ่าม้งบางส่วนจะเป็นกลุ่มขบวนการขนลำเลียงและมีเครือข่าย โยงใยกันในหลายจังหวัด ขณะที่การจับกุมยาบ้าได้ปริมาณมาก เนื่องจากตำรวจมีการจับกุมยาบ้ามากขึ้นทำให้ยาบ้าไม่ถึงเป้าหมาย จึงมีความพยามนำเข้ายาบ้าทีละมากขึ้น

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-03-16 16:53:34


ความเห็นที่ 13 (2943524)

จับอดีตผญบ.ค้ายา-โยงคดีฆ่า

เมื่อ เวลา 10.00 น. วันที่ 9 มี.ค. พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.เชียงราย พ.ต.อ.สงวน โรงสะอาด รองผบก.ภ.เชียงราย พ.ต.อ.ดอย วงค์พุ่ม ผกก.สส.ภ.เชียงราย แถลงข่าวจับกุม นายณัฐพงษ์ ตาคำ อายุ 49 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านบ้านดงป่าเมี้ยง ม.21 ต.ห้วยสัก อ.เมือง จ.เชียงราย และน.ส.จันทนา แสนยอด อายุ 31 ปี ชาว ต.แม่อ้อ อ.ป่าแดด จ.เชียงราย และนายชัยพล ภูแสนทรัพย์ อายุ 24 ปี ชาว ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 10,000 เม็ด ปืนลูกซองสั้น 1 กระบอก ลูกปืนเบอร์ 12 จำนวน 5 นัด รถกระบะโตโยต้า สีดำ หมายเลขทะเบียน บว 2073 เชียงราย รถยนต์เก๋ง ทะเบียน กค 8718 น่าน หลังจากสืบทราบว่าจะมีการลักลอบนำยาบ้าไปส่งขายบริเวณใกล้สนามบินเก่า เชียงราย ฝูงบิน 416 ภายในเขตเทศบาล จึงส่งสายล่อซื้อไปติดต่อ ต่อมาพบรถยนต์กระบะขับไปจอดอยู่ตรงกับที่ได้รับแจ้งจึงบุกจู่โจมเข้าไปตรวจ ค้นก็พบของกลางยาบ้าอยู่ที่เบาะหลังรถและอาวุธปืนในรถ

สอบ สวนนายณัฐพงษ์สารภาพว่าแพ้การเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านครั้งล่าสุดจึงได้หันไปคบ หากับน.ส.จันทนาและพากันไปเล่นการพนันที่บ่อนการพนันแห่งหนึ่งจนเสียเงินไป นับล้านบาท จึงได้ไปคบหากับนายชัยพลและถูกชักชวนให้นำยาเสพติดมาจากชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ไปส่งขายที่จุดถูกจับกุมเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งหมดพร้อมของกลางดำเนินคดีตามกฎหมาย

จาก การสอบสวนขยายผลทราบอีกว่านายณัฐพงษ์เกี่ยวข้องกับคดียิงนายสนิท ใจกุล อดีตส.อบต.เชียงเคี่ยน อ.เทิง จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 9 ก.พ. จากนั้นนำศพไปทิ้งอำพรางคดีที่ริมหนองหลวง อ.เวียงชัย จ.เชียงราย โดยผู้ต้องหาให้การซัดทอดว่าได้ร่วมกับนายอิ่นคำ ราชคม อดีตผู้ใหญ่บ้านบ้านก๊อ ต.เชียงเคี่ยน จ้างวานนายกิติกร เมืองใจ อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านดอนมูล ต.ห้วยสัก ไปฆ่านายสนิทเพราะขัดแย้งผลประโยชน์กัน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจขอหมายจับตามไปจับกุมตัวนายอิ่นคำและนายกิติกรได้ทั้ง 2 คน ก่อนดำเนินคดีข้อหาจ้างวานฆ่าผู้อื่นได้อีกคดี

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-03-10 11:47:04


ความเห็นที่ 12 (2943520)


ทหารยิงปะทะขบวนการค้ายาเสพติด ชายแดนแม่ฟ้าหลวง คนร้ายตาย 1

10 มี.ค. ทหารยิงปะทะขบวนการค้ายาเสพติด บริเวณชายแดนอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ทำให้คนร้ายเสียชีวิต 1 คน พร้อมยึดยาบ้าได้ 6 หมื่นเม็ด และกระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่ง โดยเหตุ เกิดในป่าละเมาะ ริมถนนท้ายหมู่บ้านหลังโรงเรียนบ้านแม่แสลบ หมู่ 9 ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวงจังหวัดเชียงราย  หลังมีชายต้องสงสัย 3 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน มาจากชายแดนบ้านเทิดไทยผ่านด่านตรวจบ้านสามแยกอีก้อ บนถนนสาย แม่จัน - แม่สลอง – เทอดไทย มุ่งหน้าไปอำเภอแม่จัน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยเฉพากิจกรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมืองเรียกตรวจค้น ทั้ง 2 คันได้กลับรถหลบหนีพร้อมใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่จนเกิดการยิงตอบโต้ และไล่ติดตามขึ้น กระทั่งถึงจุดเกิดเหตุ พบรถทั้ง 2 คันถูกจอดทิ้งอยู่ โดยมีผู้เสียชีวิต 1 คน เป็นชายไม่ทราบชื่อ พร้อมยาบ้า 6 หมื่นเม็ด กระสุนปืนอาการ์ 35 นัด ส่วนอีก 2 คนอาศัยความชำนาญพื้นที่ หลบหนีไปได้

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-03-10 11:39:52


ความเห็นที่ 11 (2943411)

         วันนี้ ( 9 มี.ค.  ) ที่ลานภักดีภูมิ บก.ภ.จ.เชียงราย  พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.จ.เชียงราย นำตัวผู้ต้องหา 5 คน พร้อมของกลางยาบ้า 10,000 เม็ด  อาวุธปืนและลูกกระสุนปืน รถยนต์ปิกอัพ มาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน พล.ต.ต.วันชัย กล่าวว่า ชุดสืบสวนได้จับกุมตัว นายณัฐพงษ์ ตาคำ อดีต ผญบ.บ้านดงป่าเมี้ยง ต.ห้วยสัก อ.เมืองเชียงราย น.ส. จันทนา แสนยอด และ นายชัยพล ภูแสน ได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งบริเวณสนามบินเก่า 416 เขตเทศบาลนครเชียงราย พร้อมตรวจยาบ้าจำนวน 10,000 เม็ด อาวุธปืนลูกซองสั้น แบบไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก พร้อมกระสุนที่ยังไม่ไดยิงอีก 5 นัด ที่ซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์ปิกอัพ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ ทะเบียน บว 2073 จ.เชียงราย นำตัวมาสอบขยายผล จนสามารถติดตามจับกุมตัว นายอิ่นคำ ราชคม อดีต ผญบ.บ้านก๊อ ต.เชียงเคี่ยน อ.เทิง และ นายกิติกร เมืองใจ อดีต ผู้ช่วย ผญบ.บ้านดอนมูล ต.ห้วยสัก อ.เมืองเชียงราย รวม 5 คน

         พล.ต.ต.วันชัย กล่าวต่อว่า สืบเนื่องจากเมื่อเช้าตรู่ของวันที่ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา มีผู้พบศพ นายสนิท ใจกุล สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลเชียงเคี่ยน (ส.อบต.) อ.เทิง จ.เชียงราย ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองยิงเข้าที่ใบหน้า และคนร้ายนำศพมาทิ้งที่ใกล้ริมหนองน้ำหนองหลวง อ.เวียงชัย และ เมื่อจับกุม นายณัฐพงษ์ ได้แล้ว มีการซัดทอดถึง นายอิ่นคำ พร้อมกับพวกเป็นผู้จ้างวานฆ่า เบื้องต้น ทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้จ้างวานฆ่าและลงมือฆ่า นายสนิท จริง  สาเหตุเนื่องมาจากการหักหลัง ธุรกิจผิดกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด

          พล.ต.ต. วันชัย กล่าวว่า ข้อมูลที่ทางตำรวจได้มา ระบุว่า ขบวนการทั้งหมด หลังจากพ้นจากการเป็นผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่ บ้าน จากนั้น ทั้งหมดได้หันเข้าสู่วงการพนัน และเสียการพนัน จนติดหนี้สินเงินนับเป็นจำนวนล้านบาท จึงหวนมาตั้งแก๊งค้ายาเสพติดเพื่อหาเงินใช้หนี้ และเกิดการหลังกันขึ้น จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่เกิดการฆ่ากันตาย ซึ่งทางตำรวจได้ติดตามพฤติกรรมมานานแล้ว โดยการจับกุมถือว่า ได้ทั้งขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ และจับผู้ต้องหามาตรกร รวมทั้งคนจ้างวานฆ่าได้..

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-03-09 22:52:30


ความเห็นที่ 10 (2942105)

ตร.เชียงรายกวาดล้างอาชญากรรมหลายแห่งยึดอาวุธเพียบ

เมื่อ วันที่ 2 มี.ค พล.ต.ต. วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.จว.เชียงราย ได้ปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมครั้งใหญ่ โดยสั่งการให้ ตร.ทุก สภ.จำนวน 24 สถานีออกกวาดล้างครั้งใหญ่ จำนวน 110 เป้าหมาย เพื่อติดตามจับกุมต้องหาหนีหมายจับ ผู้ต้องหาค้าย้าเสพติด และกลุ่มพัวพันกับผู้ค้ายาเสพติด รวมทั้งกลุ่มที่สะสมแอบมีอาวุธปืนผิดกฏหมายใว้ในครอบครอง
 
จาก การออกกวาดล้างครั้งใหญ่สามารถจับกุมผู้ต้องหา และตรวจยึดของกลาง มีทั้งยาเสพติด ยาบ้านับแสนเม็ด อุปกรณ์เสพ อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด อีกจำนวนมาก และยังมีโทรศัพท์มือถือ รถยนต์ เงินสด สมุดฝากเงินธนาคาร และจับกุมผู้ต้ิองหาหนีหมายจับ ผู้ต้องหาลับลอบค้าสิ่งของผิดกฏกมายได้จำนวนยมาก  ซึ่งการออกกวาดล้างอาชญากรรมครั้งใหญ่ในครั้งนี้ เป็นการออกกวาดล้างเพื่อจะป้องการการซื้อขาย ลักลอบขนยาเสพติด รวมทั้งตัดกระบวนการค้ายาเสพติดที่เริ่มสร้างเครือข่ายใหม่เพิ่มขึ้นมา 

 

 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-03-02 17:52:01


ความเห็นที่ 9 (2941437)

จับปิกอัพขนยาบ้าซิ่งแหกด่าน

เมื่อ เวลา 03.00 น วันที่ 26 ก.พ. พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.เชียงราย สั่งการให้ พ.ต.อ.ชาตรี กุลวัฒน์ ผกก.เชียงของ พ.ต.ท.ทรงกริช ออนตะไคร้ รอง ผกก.ป. นำกำลังสายตรวจตั้งจุดสกัดบนถนนสายเชียงของ?อ.เทิง บ้านทุ่งงิ้ว หมู่ 12 ต.สถาน อ.เชียงของ

ต่อมาพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ สีบรอนซ์ ทะเบียน บล 6823 จ.เชียงราย และรถกระบะสีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับตามกันมา จึงให้สัญญาณหยุด แต่รถทั้ง 2 คัน กลับเร่งเครื่องยนต์และพุ่งเข้าชนด่านตรวจ จนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องกระโดดหลบ แต่ไม่มีใครได้รับอันตราย จากนั้นออกไล่ติดตามและใช้ปืนยิงเข้าที่ล้อยางของรถคันแรกจนเสียหลัก จอดข้างทาง ก่อนคนขับรถจะวิ่งลงมาและหลบหนีไป ส่วนอีกคันขับหลบหนีไปเช่นกัน

จากการตรวจค้นที่เบาะนั่งภายในรถพบกระสอบฟางวางอยู่ 2 ใบ ภายในมียาบ้าซุกซ่อนอยู่ 200,000 เม็ด และมียาไอซ์บรรจุในถุงพลาสติก 4 ก.ก. มูลค่าประมาณ 80 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังพบกระเป๋าเงินตกอยู่ในรถ ภายในมีบัตรประจำตัวประชาชนของนายแคน แซ่เล้า ชาวเขาเผ่าม้ง อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 77 ม.4 ต.ตาดควัน อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย และทะเบียนบ้านของนายเฉลิมพล แซ่เล้า หมู่บ้านเดียวกันตกอยู่ จึงนำของกลางทั้งหมด ส่ง พ.ต.ท.ทันชัย ยศชูสกุล สารวัตรเวร ดำเนินการและขยายผลตามกฎหมายต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-02-27 17:13:12


ความเห็นที่ 8 (2940958)

"เฉลิม" แถลงจับยานรกล็อตใหญ่ ยาบ้ากว่า 5 ล้านเม็ด -ไอซ์ 136 กก. มูลค่าร่วม 2 พันล้าน

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 เวลา 13:59:41 น.

 

 



 



เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา ผบช.ปส.  พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองผบช.ปส. นายณรงค์ รัตนานุกูล รักษาราชการแทนเลขาธิการ ป.ป.ส. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรวม 4 คดี รวมของกลางยาบ้า 5,258,000 เม็ด ยาไอซ์ 136 กิโลกรัม รวมมูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท


คดี ที่ 1  เจ้าหน้าที่ บช.ปส. จับกุม นายสมโภชน์ เขียวชอุ่ม อายุ 31 ปี นายปวริศ หรือพงษ์พันธ์ วิญญูสิงขร อายุ 42 ปี ชาวเขาเผ่าลีซอ นายนิกร แซ่หลี่ อายุ 49 ปี ชาวจีนฮ่อ  นายธนกร ตรวงไตร่ตรอง อาย 47 ปี ชาวจีนฮ่อ  พร้อมของกลางยาบ้า 970,000 เม็ด รถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่สีขาว ทะเบียน 70-5246 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน รถกระบะยี่ห้ออิซูซุ ดีแม็กซ์ สีแดง ทะเบียน บร-629 เชียงใหม่ 1 คัน รถเก๋งยี่ห้อนิสสัน มาร์ช สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ขต-9014 เชียงใหม่  1 คัน รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สปีด ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน  โทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง โดยจับกุมได้บนถนนสายงาว-สอง กม.ที่ 60-61 ม.5 ต.บ้านโป่ง อ.งาว จ.ลำปาง


สืบ เนื่องจาก ผบช.ปส.ได้รับการประสานจาก พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ที่ปรึกษา บช.ปส. ว่าได้รับแจ้งสายลับว่า มีกลุ่มชาวจีนฮ่อ บ้านใหม่หนองบัว อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ได้ทำการว่าจ้างชาวเขาเผ่าลีซอ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย นำรถบรรทุก 6 ล้อ ไปลำเลียงยาเสพติดจาก อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ไปส่งยังพื้นที่ กทม.และปริมณฑล จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองผบช.ปส.และเจ้าหน้าที่ศูนย์สกัดกั้นยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกสืบสวนจับกุม กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้พบเห็นบรรทุก 6 ล้อตรงกับที่สายรายงานวิ่งมาตามถนนสาย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย มุ่งหน้า อ.ฝาง จ.เชียงใหม่  พร้อมด้วยรถกระบะอีซูซุซซึ่งรถทั้ง 2 คันมาจอดที่บริเวณถ.โชตนา ใกล้กับสามแยกบ่อน้ำมันฝาง ต.หนองยาว อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ โดยมี รถเก๋งนิสสันมาร์ช มีนายนิกร เป็นคนขับ และรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สปีด มีนายธนกร เป็นคนขับ มาจอดรออยู่ ก่อนที่ทั้งหมดจะไปซื้อปูนซีเมนต์ที่ร้านติลาค้าวัสดุก่อสร้าง เพื่อนำมาใส่ไว้บนกระบะรถบรรทุก 6 ล้อ เพื่อใช้ในการตบตาเจ้าหน้าที่ จากนั้นนายธนกร ได้ขับรถจักรยารนยนต์นำหน้ารถบรรทุก 6 ล้อไปรับยาเสพติด ที่สวนลิ้นจี่แห่งหนึ่ง บ้านหนองไผ่ หมู่ที่ 15 ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่  จึงกลับออกมา โดยนายปวริศ นายนิกร และนายธนกรได้ไปดื่มสุราที่หนองน้ำสาธารณะบ้านหนองมุ่น อ.ฝาง ขณะที่นายสมโภชน์ ได้ขับรถบรรทุก 6 ล้อ ออกเพื่อนำยาเสพติดมาส่งในพื้นที่กทม. เมื่อมาถึง ถ.สาย อ.งาว จ.ลำปาง -อ.สอง จ.แพร่  กม.60-61 เจ้าหน้าที่จึงได้เรียกตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนในช่องลับซึ่งดัดแปลงเป็นที่ ซุกซ่อนยาเสพติด บริเวณผนังด้านหน้าและด้านข้างของกระบะบรรทุกของรถบรรทุก 6 ล้อ จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางดำเนินคดี


คดีที่ 2 ตำรวจบช.ปส.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป.ป.ส.ตรวจยึดยาบ้า 2,120,000 เม็ด ยาไอซ์ 136 กิโลกรัม ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับ ว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติด แนวชายแดน อ.แม่สาย-แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เข้าสู้พื้นที่ตอนในของประเทศ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา สั่งการให้ พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองผบช.ปส. เจ้าหน้าที่บก.ปส.3และบก.ปส.1 ประสานกับเจ้าหน้าที่ป.ป.ส.ออกสืบสวนจับกุม ก่อนพบว่ากลุ่มผู้ลำเลียงได้ลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย แต่ไม่พบการขนส่งยาเสพติดผ่านด่านตรวจแม่จันในเส้นทางหลัก และเส้นทางรองอื่นๆ จึงเชื่อว่ากลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติดน่าจะนำยาเสพติดไปซุกซ่อนไว้ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตรวจพบกระเป๋าสะพายสีเขียว จำนวน 18 ใบ วางซุกซ่อยในกอกล้วย ถ.ริมคลองสาธารณะซึ่งอยู่ติดกับลำเหมือง บ้านแม่เฟือง  ม.5 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย  ก่อนถึงด่านตรวจแม่จันประมาณ 3 กม. จึงเชื่อว่าเป็นยาบ้าของกลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติดที่ซุกซ่อนไว้ เพื่อหลบหนีการตรวจค้นของชุดปฏิบัติการ และคาดว่ากลุ่มผู้ลำเลียงจะกลับมานำยาเสพติดดังกล่าวในภายหลัง เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังซุ่มสังเกตการณ์ แต่ระหว่างนั้นได้มีชาวบ้าน ผ่านมาพบและเริ่มมีการพูดต่อกันไป เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดกระเป๋ามาตรวจนับที่หน่วยปส.เชียงราย


คดี ที่ 3  เจ้าหน้าที่ บก.ปส.3  ทำการจับกุมนายเจษฎา อุดม อายุ 38 ปี นายมนัส กล่อมดี อายุ 28 ปี นายณัฐ์ธเนศ ธนะวิสิฐ์ธาดา อายุ 28 ปี น.ส.จุฑาทิพย์ วงศ์ประชา อายุ 23 ปี นายพรชัย กระวินยวง อายุ 35 ปี นายศักดิ์นรินทร์ ศรีวารี อายุ 23 ปี น.ส.ดลพร สายสุวรรณ อายุ 22 ปี นายสมมาตร นิติวงษ์เจริญ อายุ 27 ปี นายสุจิตร นุ้ยบรรพต อายุ 38 ปี และนายจักรกฤษณ์ พลแก้ว อายุ 20 ปี พร้อมของกลางยาบ้า รวมจำนวน 220,000  เม็ด รถยนต์ 3 คัน และรถจยย. 5 คัน   สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด นำยาบ้ามาจำหน่ายให้กับผู้ค้ารายกลางและรายย่อย ในพื้นที่ชุมชน อ.เมือง และ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร และพื้นที่ใกล้เคียง และเปิดห้องเช่าไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่บริเวณชั้นที่ 2 ของอาคารเลขที่ 21/26 หมู่ 9 ต.โคกขาม อ.เมือง เป็นแหล่งซุกซ่อนยาเสพติด จึงทำการเฝ้าติดตามพฤติการณ์และเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งพบนายเจษฎา  เดินออกมาจากอาคารพร้อมกระเป๋าสะพายท่าทางมีพิรุธ จึงทำการเข้าตรวจค้นพบยาบ้าจำนวนหนึ่ง จากนั้นได้ขยายผลตรวจค้นห้องพักดังกล่าวพบยาบ้าอีกจำนวนหนึ่ง รวมของกลางทั้งสิ้น 220,000 เม็ด พร้อมขยายผลจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า  จะนำยาบ้าไปจำหน่ายให้กับผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร และพื้นที่ใกล้เคียง


คดีที่ 4  เจ้าหน้าที่ บช.ปส. ร่วมกับ ตำรวจ ภ.จว.เชียงราย ทำการจับกุมนาย อานันต์ แซลี อายุ 29 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 1,948,000 เม็ด และรถกระบะ อีซูซุ รุ่นวีครอส สีเทา ทะเบียน บห 2492 เชียงราย โดยจับกุมได้ที่บริเวณริมถนนพหลโยธิน หน้าปั้มน้ำมัน ปตท.  หมู่2 ต.ห้วยไร่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย  สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่วางแผนจับกุมผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดโดยจัดกำลัง แอบซุ่มบริเวณดังกล่าว จนกระทั่งพบผู้ต้องหาขับรถคันดังกล่าวซึ่งตรงกับที่สายลับแจ้ง จึงทำการขอเข้าตรวจค้น พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในกระสอบปุ๋ยและเป้สนาม วางอยู่ในช่องโดยสารด้านหลังคนขับ (ช่องแค๊ป) จึงทำการจับกุมตัว  สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ


ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า  ยาบ้าที่จับได้ครั้งนี้จะถูกนำไปตรวจเพื่อดูส่วนผสมว่าใกล้เคียงกับผู้ ผลิตกลุ่มไหนบ้าง โดยตราสัญลักษณ์ลูกท้อบนห่อยาบ้าที่จับได้ครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเครือข่ายใหม่ เป็นของผู้ผลิตกลุ่มเดิมที่พิมพ์ตราสัญลักษณ์ขึ้นมาใหม่เท่านั้น  ทั้งนี้จากการวิเคราะห์ของป.ป.ส.พบว่าคนกรุงเทพและปริมณฑลมีความต้องการยา บ้ามากถึง 60-100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทางผบ.ตร. ได้เร่งปราบปรามกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดให้หมดไป และอีกทางหนึ่งก็คือด้านการบำบัดรักษา  ซึ่งถือว่าทำดีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามตนเห็นว่าจะต้องมีการปรับปรุงกฎหมายให้ผู้ค้าและผู้ผลิตมีโทษ ประหารชีวิตเร็วขึ้น  รวมทั้งเร่งออกหมายจับหัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติดซึ่งกำลังหลบหนีอยู่ใน ประเทศเพื่อนบ้านและในต่างประเทศ จากนั้นจะประสานให้ตำรวจสากลเร่งดำเนินการติดตามจับกุมต่อไป


ด้าน นายณรงค์ กล่าวว่า สองเดือนที่ผ่านมาสามารถจับยาบ้าได้หลายครั้ง และแต่ละครั้งได้ยาบ้าเกินล้านเม็ด  ซึ่งป.ป.ส.ได้วิเคราะห์ผลการจับกุมดังกล่าวพบว่า  ปริมาณความต้องการยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น  และประเทศในอาเซียนใกล้เข้าสู่ประชาคมเขตเศรษฐกิจอาเซียน  ทำให้กลุ่มผู้ผลิตทุ่มผลิตยาบ้าเพื่อระดมทุนต่อยอดทำธุรกิจอื่น  แต่เมื่อถูกจับกุมมากขึ้นก็ต้องยิ่งผลิตเพิ่มเพื่อชดเชยกับยาที่ถูกยึดไป  ซึ่งมาตรการของป.ป.ส.ได้ตั้งด่านสกัดกั้นเป็นหลัก และได้ประสานข้อมูลกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงประเทศอเมริกาด้วย เพราะยาบ้าไม่ได้เข้าสู่ประเทศไทยอย่างเดียว แต่ถูกส่งต่อไปยังทั่วโลก

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-02-25 22:25:43


ความเห็นที่ 7 (2940957)

ตำรวจปส.-เชียงราย ไล่ล่าจับม้ง เชียงของ รับยาบ้าจากพม่าส่งขาย2ล้านเม็ด มูลค่าเกือบพันล้าน!!

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 เวลา 10:15:35 น.

 

 



 

เมื่อเวลา 00.15 น. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา ผบช.ตำรวจปราบปรามยาเสพติด(ปส.) สืบทราบว่า มีขบวนการพยายามลักลอบนำยาเสพติดจากชายแดนพม่าเข้าประเทศไทย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นพดล นิลมานนท์ ผกก. กก 2 กองบังคับการ ตร.ปส.ฯ นำกำลังประสาน พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.จว.เชียงราย


กระทั่งต่อมาพบกระบะต้องสงสัย  ยี่ห้ออีซูซุ  สีขาว หมายเลข บห-2492 เชียงราย  ขับลงมาตามถนนสายห้วยไคร้- ดอยตุง  โดยมีรถจักรยานยนต์ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนขับนำหน้าอีก 1 คัน เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามรถต้องสงสัยรู้ตัวพยายามหลบหนีโดยรถจักรยานยนต์ได้ ขับมุ่งหน้าเข้าถนนไปทางตัวเมืองเชียงราย ส่วนรถยนต์กะบะเมื่อถึงสี่แยกไฟแดงปากทางขึ้นโครงการพัฒนาดอยตุง ได้ขับรถยูเทิร์นพยายามนำรถหนีการติดตาม   ก่อนที่จะนำรถเข้าไปจอดในปั๊มน้ำมัน ปตท.ริมถนนพหลโยธิน สายแม่สาย – เชียงราย ต.แม่ไร่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย โดยทำการดับเครื่องและปิดไฟหน้าทันที พร้อมกับพยายามวิ่งหลบหนีออกทางหลังปั๊มแต่ด้วยปั๊มน้ำมันมีกำแพงล้อมล้อม สูง ทำให้เจ้าหน้าที่ตะครุบตัวไว้ได้  ทราบชื่อคือนายอนันต์  แซ่ลี  อายุ 29 ปี ชาวเขาเผ่าม้ง อยู่บ้านเลขที่289 ม.9 ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย 

เมื่อทำการตรวจค้นภายในรถพบยาบ้าจำนวนกว่า 2 ล้านเม็ด ซุกซ่อนอยู่ในเป้และกระสอบวางในเบาะหลังคนขับจำนวน 18 ใบ  จนเต็มคันรถ  สอบสวนนายอนันต์ให้การเบื้องต้นเพียงว่าตนเองได้รับจ้างขนยาบ้าทั้ง หมดไปส่งที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งไปรับยาบ้าทั้งหมดมาจากชายแดนบ้านผาฮี้ ต.โป่งงาม อ.แม่สาย ฝั่งตรงข้ามบ้านสามปี จ.ท่าขี้เหล็ก สหภาพเมียนร์มาร์ แต่ไม่ยอมบอกจำนวนค่าจ้างหรือผู้ว่าจ้าง

 
ด้านพล.ต.ท.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า ผู้ต้องหาเป็นเครือข่ายม้งในฝั่งไทยและไปรับยาเสพติดจากเครือข่ายพันโทยี่เซ ซึ่งมีโรงงานผลิตยาเสพติชายแดนประเทศเพื่อนบ้านซึ่งยาเสพติดที่ตรวจยึดใน ครั้งนี้มีมูลค่าเกือบ 1,000 ล้านบาท จะเร่งสอบสวนผู้ต้องหาเพื่อขยายผลจับกุมผู้ร่วมเครือข่ายที่คาดว่ามีอีกหลาย คนมาดำเนินตามกำหมายและติดตามตรวจยึดทรัพย์สินเพื่อตัดวงจรเครือข่ายต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-02-25 22:24:24


ความเห็นที่ 6 (2938622)

 

รวบสองชาวเขาขนยาบ้า4แสนเม็ด!ซุกกระสอบปุ๋ย

วันจันทร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556, 15.22 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2556 ที่สถานีตำรวจภูธรแม่จัน จ.เชียงราย พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.จว.เชียงราย พร้อม พ.ต.อ.วีระวุธ ชัยชนะมงคล ผกก.สภ.แม่จัน  ร่วมกับทหารหน่วยเฉพาะ กิจกรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง  แถลงผลการจับกุมนายหล่อมา ชีมื่อ อายุ 25 ปี  110 ม.7 ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย และนายอาสานัย หมื่อแหล่ อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 115 ม.8  ต.เทอดไทย อ.แม่ ฟ้าหลวง จ.เชียงราย สองชาวเขาเผ่าอาข่า พร้อมของกลางยาบ้า 410,000 เม็ด รถจักรยานยนต์ 2 คัน และโทรศัพท์มือถือ  2 เครื่อง

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่าจะมีการลักลอบนำยาเสพติดจากชายแดนเข้าพื้นที่ จึงตั้งด่านตรวจบนถนนสายบ้านท่าข้าวเปลือก ต.ท่าข้าวเปลือก อ.แม่จัน กระทั่งพบนายหล่อมา ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า  ทะเบียน คธธ-894 เชียงราย ผ่านมาโดยบรรทุกกระสอบฟางสองใบไว้ด้านหน้าระหว่างที่พักเท้า พยายามจะขับฝ่าด่านเจ้าหน้าที่จึงเรียกตรวจ นายหล่อมาอ้างว่าจะนำกระสอบข้าวโพดไปขายในเมืองตำรวจไม่ ปักใจเชื่อจึงขอตรวจกระสอบดังกล่าว พบยาบ้าทั้งหมดซุกซ่อนอยู่  ก่อนที่นายหล่อมาจะซักทอดว่าร่วมกับนายอาสานัย ลักลอบขนโดยนายอาสานัย ขับขี่รถจักรยายนต์ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน 657 เชียงราย สำรวจ เส้นทางและเป็นผู้ประสานงานผู้รับของ จนเจ้าหน้าที่ออกไล่ติดตามจับกุมตัวไว้ได้อีกคน

จากการสอบสวนทั้งสองคนให้การว่า นายหล่อพู ชาวเขาเผ่าอาข่าบ้านอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ได้ว่าจ้างให้นำยาบ้าทั้งหมดส่งลูกค้าในตัวเมืองเชียงรายได้ค่าจ้าง คนละ 50,000 บาท ซึ่งได้นัดรับยาบ้าจากนายหล่อพู  ที่หัวสะพานหลังตู้ยามห้วยน้ำขุ่น อ.แม่ฟ้าหลวง ห่างจากตู้ยามประมาณ 20 เมตร ส่วนสถานที่ส่งของนายหล่อพูจะ ประสานมามาอีกครั้ง ซึ่งพวกตนได้ทำมาแล้ว 1 ครั้ง โดยลำเลียงไปแล้ว  150,000 เม็ด ครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 แต่ไม่สำเร็จถูกจับกุมเสียก่อน เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวทั้งสองคนดำเนินคดีตามกฎหมายและจะเร่งขอศาลจังหวัดเชียจงรายอนุมัติหมายจับนายหล่อพูต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-02-11 23:08:33


ความเห็นที่ 5 (2937078)

ระดมล้างบางยาเสพติดเหนือ

 เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา (สบ10) พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว รอง ผบช.ภ.5 แถลงจับกุมกวาดล้างยาเสพติดในเขตภาคเหนือตอนบน โดยปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่แพร่ระบาดยาเสพติด 28 อำเภอ รวม 290 เป้าหมาย 
 
 โดย ผลการดำเนินการในจ.เชียงใหม่ จับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด 265 ราย ผู้ต้องหา 273 คน ของกลางยาบ้า 354,587 เม็ด เฮโรอีน 0.60 กรัม ยึดทรัพย์สินมูลค่า 10,753,600 บาท ส่วนจ.เชียงรายจับผู้ต้องหาคดียาเสพติด 54 ราย ของกลางยาบ้า 903,583 เม็ด ยาไอซ์ 5.5 ก.ก. ยาอี 89 เม็ด ต้นกัญชา 4 ต้น อาวุธปืน 16 กระบอก จ.พะเยาจับผู้ต้องหาคดียาเสพติด 16 ราย คดีอาวุธปืน 5 ราย ของกลางยาบ้า 144,742 เม็ด อาวุธปืน 17 กระบอก สรุปจับกุมผู้ต้องหา 346 คน ยาบ้า 1,399,329 เม็ด เฮโรอีน 0.60 กรัม ไอซ์ 5.5 ก.ก. ยึดทรัพย์สินมูลค่า 10,753,600 บาท เงินสด 3,560,000 บาท 

 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-02-01 21:59:05


ความเห็นที่ 4 (2933881)

จับล็อตมหึมายาบ้า-ยาไอซ์800ล้าน

เหลิมกับ "พงศพัศ" นำแถลง ลุยทั่วปท. 3คดีซ้อน



จับใหญ่ - ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว และพล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ แถลงจับยาเสพติด ล็อตใหญ่ ของกลางยาบ้า 2 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 50 ก.ก. มูลค่า 800 ล้าน เมื่อ 11 ม.ค.

จับล็อตใหญ่ยาเสพติดมูลค่ามหาศาล 800ล้านบาท ทั้งยาไอซ์-ยาบ้า "เฉลิม อยู่บำรุง" พร้อมด้วยผบ.ตร.และพงศพัศ ร่วมกับตำรวจปส.แถลงผลปราบปรามยาเสพติด 3 คดีซ้อน รายแรกจับหนุ่มแต่งชุดนายทหารพกบัตรปลอมขับรถขนยาจากเชียงรายเข้ากรุงเทพฯ แต่ถูกด่านสกัดได้ ใช้เครื่องแบบเบ่งสุดท้ายยอมรับเป็นของปลอมทั้งหมด อีกรายล้อมจับ 2 ม้งขนยาจากเหนือมาส่งลูกค้าที่เมืองกรุงเก่า และสุดท้ายรวบได้ 3 ราย ขณะนัดส่งของกันที่จ.ตาก

รัฐบาลและ ตำรวจลุยปราบยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 11 ม.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบ.ตร. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. และเลขาธิการป.ป.ส. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา ผบช.ปส. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมยาเสพติดรวม 3 คดี ได้ของกลางยาไอซ์ 47 ก.ก. ยาบ้า 2,296,000 เม็ด มูลค่าประมาณ 800 ล้านบาท

คดีแรกตำรวจจับกุมนายสุรพล พรหมนิมิตร อายุ 25 ปี ชาว จ.นนทบุรี พร้อมของกลางยาบ้า 1.2 ล้านเม็ด และยาไอซ์ 46 ก.ก. รถกระบะยี่ห้อฟอร์ด สีน้ำเงิน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง โดยจับกุมได้บนถนนพหลโยธิน เยื้องหน้าวัดแม่คำ ต.แม่คำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากพล.ต.ท.ชัยวัฒน์ ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีขบวนการลักลอบขนยาเสพติดจากชายแดน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เพื่อนำไปส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่ กทม. จึงให้ศูนย์สกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดสืบสวนจับกุม พร้อมตั้งด่านตรวจกระทั่งพบรถกระบะต้องสงสัยตรงตามที่ได้รับแจ้งจากสายลับ จึงแสดงตัวขอเข้าตรวจค้น พบผู้ต้องหาขับรถมาเพียงคนเดียว แต่งกายด้วยชุดลายพรางทหารบก สีเขียว ติดยศพันโท ซึ่งผู้ต้องหาได้แสดงบัตรประจำตัวในสังกัดกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือ กอ.รมน. พร้อมแจ้งว่า เป็นนายทหาร แต่ตำรวจไม่เชื่อ ก่อนตรวจค้นภายในรถ พบยาเสพติดของกลางจำนวนดังกล่าวบรรจุในถุงเป้สีเขียว จำนวน 3 ใบ และกระสอบป่าน 14 ใบ

นายสุรพลสารภาพว่า ไม่ได้เป็นทหาร มีหน้าที่รับจ้างขนของโดยผู้ว่าจ้างจัดชุดนายทหารพร้อมบัตรประจำตัวปลอมมา ให้ เพื่อใช้ในการหลีกเลี่ยงการตรวจค้นจากเจ้าหน้าที่ จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา เคยถูกจับคดีเฮโรอีนเพิ่งพ้นโทษมาได้ไม่นาน

คดีที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจบช.ปส.นำโดย พล.ต.ต. ทนัย อภิชาติเสนีย์ ผบก.ประจำ บช.ปส.และเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ร่วมกันจับกุมนายพิทักษ์ หรือตง กำธรเดชะ อายุ 34 ปี นายเอกลิขิต แซ่เกอ อายุ 32 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 896,000 เม็ด และยาไอซ์ 1 ก.ก. โดยจับกุมได้ที่บริเวณลานจอดรถห้างบิ๊กซี สาขาพระนคร ศรีอยุธยา อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยแจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า,ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย

สำหรับ การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีขบวนการชาว เขาเผ่าม้ง ลักลอบขนยาเสพติดมาจากภาคเหนือ เพื่อส่งให้ลูกค้าที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาพระนคร ศรีอยุธยา จึงได้ส่งกำลังไปสังเกตบริเวณห้างและรอบๆ บริเวณที่จอดรถ จนพบผู้ต้องหาเดินอยู่บริเวณลานจอดรถจึงเข้าไปแสดงตัวเข้าจับกุมและไปตรวจ ค้นที่รถได้ของกลางดังกล่าว สอบ สวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่า ยาบ้าดังกล่าวได้รับค่าจ้างจากนายไน ไม่ทราบนามสกุล เป็นเงิน 60,000 บาท จากจังหวัดตากให้มาส่งให้ลูกค้าที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อมาถึงที่หมายไม่สามารถติดต่อนายไนทางโทรศัพท์ไม่ได้จึงไม่รู้ว่าลูกค้า เป็นใคร

และคดีสุดท้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่า จะมีขบวนการลักลอบขนยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือมาส่งมอบให้กับลูกค้าใน จ.ตาก จึงสืบสวนติดตามกระทั่งสืบทราบว่าผู้ค้ายาเสพติดได้เข้าพักอาศัยอยู่ที่ โรงแรมพีพี รีสอร์ต จ.ตาก จึงวางกำลังแอบซุ่มดูเหตุการณ์พบรถกระบะแค็บ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ ทะเบียน ฒย 2270 กทม. จอดอยู่ในรีสอร์ต ต่อมามีนายวรัญญู แซ่ซ้ง อายุ 33 ปี ชาวจ.ตาก ขับออกจากที่พักไปจอดริมถนนหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาตาก และมีรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน บจ 1799 ตาก มีนายสัมฤทธิ์ แซ่เฮ่อ อายุ 36 ปี ชาวจ.ตาก ขับเข้ามาจอดต่อท้าย

จากนั้นรถกระบะทั้งสองคัน ได้ขับออกไปจอดบริเวณริมถนนจรดวิถีถ่อง ขาเข้าเมืองตาก มีรถยนต์หมายเลขทะเบียน บฉ7572 ตาก มีนายจรินทร์ ทรงสวัสดิ์วงศ์ อายุ 32 ปี ชาวจ.ตาก ขับรถเข้ามาจอดระหว่างรถสองคัน นายสัมฤทธิ์และนายจรินทร์ได้ลงจากรถมาคุยกันก่อนที่ทั้งสองจะช่วยกันยก กระสอบปุ๋ยสีขาวลงจากรถกระบะของนายจรินทร์เพื่อนำไปเก็บในรถกระบะของนาย สัมฤทธิ์ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นรถยนต์ทั้งสามคัน พบกระสอบปุ๋ย เป้ทหารสีเขียว จำนวน 2 ใบ ภายในเป้มียาบ้ารวม 200,000 เม็ด

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-01-12 19:36:12


ความเห็นที่ 3 (2930629)

"เฉลิม"แถลงจับ"ยาบ้า"เชียงราย 2 แสนเม็ด เครือข่ายเรือนจำลาดยาว-ราชบุรี

วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2555 เวลา 17:56:13 น.

 

 



 

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ที่หอประชุมนานาชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฎ จ.เชียงราย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด (ศพส.) พร้อมด้วยพล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบก.ภ.จว.เชียงราย ผบก.ภ.จว.เชียงราย  พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว รอง ผบช.ภาค 5 นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผวจ.เชียงราย ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด เครือข่ายเรือนจำ โดยได้ของกลางยาบ้า 2 แสนเม็ด  พร้อมผู้องหา  4 คน ประกอบด้วย นางนันท์นภัส ยะชมพู  อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 77/2 ต.แม่หล่าย อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ นางบุญญดา ชุ่มเย็น อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 18/11 ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายราชัน ลาพิงค์ อายุ 34  ปี บ้านเลขที่ 239/1 ม.7 ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงรายและนายซา เยฟ มาย (SAI YAAF MINE)  อายุ 24  ปี บ้านเลขที่ 27/1 ม.5 ต.เวียงยอง อ.เมือง จ.ลำพูน


การจับกุมเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า มีขบวนการ้ายาเสพเข้ามาลักลอบค้าขายท้องที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย จึงจัดสายลับออกเกะรอยจนพบว่า นางนันท์นภัสเป็นผู้ขาย จึงนัดหมายส่งมอบของกลางกันที่บริเวณบริเวณสะพานข้ามคลองชลประทานเลี่ยง เมือง ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กระทั่งต่อมาพบนายราชันนำของกลางมาส่งให้ ก่อนที่จะขยายผลไปจับกุมนายซา เยฟ มาย ขณะขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน ชช-2706 กทม.ไปส่งนางนันท์นภัสได้ที่ปั๊ม ปตท.แม่สาย และติดตามจับกุมนางบุญญดาได้ในห้องเช่าปราณีพาราไดซ์  โดยเบื้องต้นนางนันท์นภัส นางบุญญดาและนายราชันรับสารภาพว่าได้ร่วมกันค้ายาบ้าจริง โดยมีนางบุญญดาเป็นผู้จ้างวาน นางนันท์ภัสเป็นผู้ติดต่อหาลูกค้าและนายราชันเป็นผู้ส่งยาบ้า ซึ่งได้จะค่าจ้างเป็นยาบ้าจำนวน 10 มัด ซึ่งหากคิดเป็นเงินมีมูลค่าจ้างถึงกว่า  1 ล้านบาท


ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ยาบ้าทั้งหมดเป็นของผู้ต้องที่อยู่ในเรือนจำ โดยผ่านนางบุญญดามาจำหน่าย ในการสืบเชิงลึกพบว่า นางบุญญดาเป็นภรรรของนายอาชิง แซ่ตุง ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำลาดยาว ในข้อหาค้ายาบ้า 40,000 เม็ด ยาไอซ์ 7 กิโลกรัม และยังมีเครือข่ายนายไก่ ไม่ทราบชื่อสกุลจริง เป็นผู้ต้องขังอยู่ในเรือนจำราชบุรี แสดงให้เห็นว่าขบวนการค้ายาเสพติดแม้ตัวจะอยู่ในเรือนจำ ก็ค้ายาได้ ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขกฎหมาย เพราะกฎหมายที่เอาผิดกลุ่มผู้ค้านั้น ยังถือว่าเบาเกินไป หากเปรียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียหรือสิงคโปร์ ที่มีการจับกุมเพียง 200 กรัม ก็มีโทษถึงประหารชีวิต แต่ประเทศไทยจับเป็นแสนเป็นล้าน ก็ยังอยู่ในเรือนจำ


พล.ต.ท.สุเทพ กล่าวว่า ในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา ในเขตกองบังคับการตำรวจภูธรภาค 5 มีการจับกุมยาบ้าไปแล้วกว่า 4 ล้านเม็ด และยังมีความพยายามเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะต้องควบคุมอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่อาจฉวยโอกาสปะปนกับนักท่องเที่ยว และจะมีการประสานไปยังประเทศพม่า เพื่อจะเคลียร์แหล่งพักแหล่งผลิตตามแนวชายแดนให้หมดสิ้น ก่อนที่จะเข้าสู่การประชาคมอาเซียนในปี 2558

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-12-21 21:06:57


ความเห็นที่ 2 (2926160)

รวบสารวัตรกำนันเกาะช้าง ค้ายาบ้า 6 หมื่นเม็ด

 เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 พ.ย. ที่ สภ.แม่สาย จ.เชียงราย พ.ต.อ.วิรัช สุมนาพันธ์ รองผบก.ภ.เชียงราย พ.ต.อ.ณัฎฐวุฒิ ยุววรรณ ผกก.สภ.แม่สาย แแถลงผลการจับกุมนางสมร มั่งคงคำ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96 ม.3 ต.แม่สาย อ.แม่สาย นายบุญเย็น ต๊ะพรมมา อายุ 52 ปี อยู่หมู่บ้านป่าแดง ม.5 ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย ปัจจุบันเป็นสารวัตรกำนัน ต.เกาะช้าง และอดีตผู้สมัครสมาชิกสภาจังหวัด(สจ.) เชียงราย อ.แม่สาย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 60,000 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง รถกระบะ ยี่ห้อเชฟโรเลต ทะเบียน บว-4930 เชียงราย และรถกระบะยี่ห้อ อีซูซุ ทะเบียน กท-8824 เชียงราย การจับกุมมีขึ้นหลังจากตำรวจสืบทราบจะมีการค้ายาเสพติดจึงสะกดรอยตามชายวัย รุ่น 1 คน สวมหมวกปิดบังใบหน้าท่าทางมีพิรุธ

 

 ต่อมาพบวัยรุ่นคนดังกล่าวได้ไปที่บ้านของนายบุญเย็น ซึ่งเป็นบ้านเช่า ม.6 ต.แม่สาย อ.แม่สาย ก่อนขับขี่รถจักรยายนต์ออกไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าตรวจค้นในบ้านพบยาบ้าอยู่ในถุงพลาสติกซ่อนไว้ภายใน ห้องของนายบุญเย็น จึงจับกุมตัวไว้ สอบสวนให้การซัดทอดไปถึงนางสมรว่าเป็นคนว่าจ้างให้ขนจากแม่สายไปยังกรุงเทพฯ เที่ยวละ 50,000 บาท โดยเคยทำมาแล้ว 3 ครั้ง ขณะที่นางสมรก็ให้การซัดทอดต่อไปถึงนางแสงไม่ทราบสนามกุลว่าจ้างให้นำยาบ้า ไปส่งให้กับนายบุญเย็นอีกต่อ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมบุคคลทั้งหมดไปสอบปากคำเพื่อทลายแก๊งค้ายาเสพ ติดรายนี้ต่อไป

 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-11-27 15:55:22


ความเห็นที่ 1 (2922824)

ปส.จับยาบ้า4แสนเม็ดย่านลำลูกกา-ตะลึงดัดแปลงหลังคารถห้องเย็นเป็นที่ซุกยา

เมื่อ 9 พ.ย. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา ผบช.ปส. พล.ต.ต.ไชยยา รุจจนเวท ผบก.ปส.1 พ.ต.อ.วิสูตร ฉัตรชัยเดช รอง.ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผกก.สภ.คูคต พร้อมเจ้าหน้าที่ปส.และชุดเฉพาะกิจสยบไพรี นำกำลังเข้าจับกุมนายจำนง สุกใส อายุ 36 ปี นายบุญธรรม ผลมะตูม อายุ 44 ปี พร้อมของกลาง รถกระบะดัดแปลงเป็นห้องเย็น ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน บว 297 นครปฐม และยาบ้าจำนวน 400,000 เม็ด ยาไอซ์ 10 กิโลกรัม ซุกซ่อนบนหลังคาของห้องเย็น มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท โดยสามารถจับกุมได้ที่หน้าบ้านเช่าเลขที่ 43/2 หมู่11 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

พล.ต.อ.สมยศ เผยว่า การจับกุมดังกล่าวเกิดจากการสืบสวนของทางบช.ปส. การข่าวทราบมาว่ามีชนกลุ่มน้อยร่วมมือกับนักค้ายาในกรุงเทพฯ ดัดแปลงรถห้องเย็นเป็นที่ซุกซ่อนยาเสพติด นำยามาจาก อ.แม่จัน จ.เชียงราย ผ่านด่านเข้ามา โดยไม่มีรถนำและรถตาม เพราะมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ไม่น่าจะตรวจพบ จึงขับเข้าด่านแม่จัน เจ้าหน้าที่เรียกตรวจพบว่า เป็นรถห้องเย็นเปล่า อ้างว่าขนปลาไปส่งที่จ.เชียงราย และกำลังตีรถเปล่าเข้ากรุงเทพฯ มีนายบุญธรรมเป็นคนขับ

เมื่อผ่านด่านมาได้ ก็มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ หรือนำยาไปกระจายที่จังหวัดใกล้เคียง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการเกาะติดผสมกับการข่าวทำให้ทราบว่า รถคันดังกล่าวเป็นเครือข่ายของนายอาทิตย์ รติอนันต์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 342 ถนนลาดพร้าววังหิน แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ ซึ่งเคยถูกจับคดียาเสพติดที่สภ.เมืองนนทบุรี เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างประกันตัวสู้คดีในชั้นศาล โดยเมื่อนายบุญธรรมขับรถเข้ามากรุงเทพฯ ทางนายอาทิตย์ได้นัดให้เอารถมาให้ โดยมีนายจำนง ลูกน้องของนายอาทิตย์ ทำหน้าที่ขับรถไปไว้ที่โกดังแล้วทำการกระจายยาต่อไป แต่เจ้าหน้าที่สืบทราบก่อนจึงนำกำลังเข้าจับกุม และตรวจรถทั้งคัน แต่ตอนแรกงัดพื้นข้างล่างไม่พบยาเสพติด เมื่องัดหลังคาพบยาซุกอยู่เป็นจำนวนมากจึงจับกุมทันที

สอบสวนนายบุญธรรม อ้างว่าทำครั้งแรก ได้ค่าจ้าง 1 ล้านบาท ตนเองมีหน้าที่ขับรถไปรับยาที่ อ.แม่จัน แล้วขับมาให้นายอาทิตย์ โดยรอยาเสพติดที่ จ.เชียงราย 4 วัน ใช้เวลา 2 วันในการขนส่ง จากนั้นก็จะมีการนัดหมายกับนายอาทิตย์ว่าจะให้เอารถไปไว้ที่ไหน ซึ่งจุดนัดพบจะมีคนมาขับรถต่อไปอีกที ที่ผ่านมารู้จักกับนายอาทิตย์เพราะทำธุรกิจค้าขายอะไหล่ด้วยกันมากว่า 10 ปี สำหรับรถคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะใช้เครื่องเอ็ซเรย์ทำการตรวจโดยละเอียดอีกครั้ง พร้อมกับจะได้ออกหมายจับนายอาทิตย์ต่อไป
 

 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-11-09 21:26:43



1


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.
Wachon Nim

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง