ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > กศน + นักปกครอง

กศน + นักปกครอง


 

กศน.ชงแผนยกครูศรช.เป็นพนักงานราชการ

แถมดันพนักงานราชการเดิมขึ้นเป็นครูผู้ช่วย

 นายอภิชาติ จีระวุฒิ  เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) เปิดเผยว่า ตามที่นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ มีนโยบายให้ปรับสถานภาพครูศูนย์การเรียนชุมชน (ศรช.) จากครูอัตราจ้าง เป็นพนักงานราชการ เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงและเสริมสร้างขวัญกำลังใจในการทำงานนั้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ตนได้เสนอรายละเอียดการขอปรับสถานภาพครู ศรช. เป็นพนักงานราชการ ต่อ รมว. ศึกษาธิการ เพื่อเสนอขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว โดยขอปรับสถานภาพทั้งสิ้น 8,672 คน ใน 73 จังหวัด แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ปีงบประมาณ 2553-2557 ปรับสถานภาพ จำนวน 7,122 คน ระยะที่ 2 ปีงบประมาณ 2554-2557 ปรับสถานภาพ จำนวน 1,550 คน ใช้งบฯทั้งสิ้น 4,974 ล้านบาทเศษ ซึ่งจากอัตราจ้างรายเดือน เดือนละประมาณ 7,000 บาทต่อคน จะเพิ่มเป็นเดือนละประมาณ 10,000 บาท ทั้งนี้ในส่วนของ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ยะลา นราธิวาส ปัตตานี และสงขลา 4 อำเภอ ได้ดำเนินการปรับสถานภาพเป็นข้าราชการไปแล้ว จำนวน 322 คน

เลขาธิการ กศน. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้สำนักงาน กศน.ยังจะมีการเลื่อนไหลให้พนักงานราชการของ กศน.ที่มีคุณสมบัติครบ คือเป็นพนักงานราชการมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี และมีใบ  อนุญาตประกอบวิชาชีพครู  ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 2,000 คน ได้  เป็นข้าราชการครู โดยในวันที่ 12 มี.ค.นี้ ตนจะเสนอต่อที่ประชุม  คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.)  สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพิจารณาอนุมัติให้ดำเนิน การสอบคัดเลือกพนักงานราชการเป็นข้าราชการครู สังกัด กศน.  ตำแหน่งครูผู้ช่วย โดยขึ้นบัญชีไว้ 3 ปี เพื่อบรรจุทดแทนอัตรา ผู้เกษียณอายุราชการ ซึ่งคาดว่า ณ วันที่ 1 ต.ค. 2553 จะบรรจุเป็น ข้าราชการครูได้ประมาณ 50-60 อัตรา และเมื่อครบ 3 ปี ในปี2556 คาดว่าจะบรรจุเป็นข้าราชการครู ได้ประมาณ 150-200 คน



ผู้ตั้งกระทู้ Admin กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์ :: วันที่ลงประกาศ 2010-03-09 05:56:15


1

ความเห็นที่ 55 (3006046)

กศน.จัดงานชุมนุม "ร้อยใจกศน.สานต่ออุดมการณ์ลูกเสือไทย"

 เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ที่ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) จัดงานชุมนุมลูกเสือ กศน. ครั้งที่ 2 ร้อยใจ กศน. สานต่ออุดมการณ์ลูกเสือไทยŽ เพื่อปลูกฝังให้นักศึกษา กศน. มีความเคารพในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม มีความกตัญญูกตเวที รู้จักบำเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ นำไปสู่การเป็นคนดีของสังคมต่อไป โดยมีนักศึกษา ครู ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ คณะทำงานประจำกองต่างๆ ตลอดจนผู้บริหาร กศน. เข้าร่วมงานกว่า 14,000 คน ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 - 22 ก.ค.นี้

 กิจกรรม ในค่ายประกอบด้วย ทักษะลูกเสือ 6 ฐานการเรียนเรียนรู้ ได้แก่ ฐานบุกเบิก ฐานผจญภัย ฐานกีฬาและการเล่น ฐานศิลปวัฒนธรรม ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและฐานวัฒนธรรม และกิจกรรมพัฒนาชุมชนนอกค่าย รวมถึงกิจกรรมปรองดองสมานฉันท์โดยกองทัพบก คาดว่าหลังเสร็จสิ้นการชุมนุมแล้ว นักศึกษาที่เป็นลูกเสือ กศน. จะได้นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับ ไปปรับใช้กับในชีวิตประจำวัน เสริมสร้างความรัก ความสามัคคี มีวินัย คุณธรรม มีความปรองดองสมานฉันท์ อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-07-22 07:46:03


ความเห็นที่ 54 (3000960)

พนักงาน กศน. เฮ ปลัด ศธ.เห็นชอบหลักการปรับขึ้นเงินเดือน

วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2557 เวลา 20:30:10 น.

 

 

 
วันที่ 24 เมษายน นายประเสริฐ  บุญเรือง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงาน กศน. ได้เสนอขออนุมัติปรับอัตราค่าจ้างพนักงานจ้างเหมาบริการ วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี ที่ทำหน้าที่บริหารงานทั่วไป ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยได้จัดทำภาระงานที่สอดคล้องกับตำแหน่งและกำหนดอัตราค่าจ้างที่สอดคล้องกับลักษณะงาน เพื่อให้การจ้างเหมาบริการเอกชนดำเนินงานของส่วนราชการ มีความชัดเจน ครอบคลุม คุ้มค่าต่อการลงทุน ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน กศน. และเกิดประสิทธิผลสูงสูดต่อองค์กรนั้น 

ขณะ นี้ปลัดศธ.ได้เห็นชอบในหลักการให้สำนักงาน กศน. ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยให้จัดจ้างผู้ที่มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชา หรือทางที่ส่วนราชการเห็นว่าเหมาะสมกับหน้าที่ที่รับผิดชอบ ในอัตราเดือนละ 15,000 บาท  17 ตำแหน่ง คือ ครูบ้านยามชายแดน,นักวิชาการศึกษา,นักวิชาการวิทยาศาสตร์ศึกษา,นักวิชาการ วิเทศสัมพันธ์,นักวิเคราะห์นโยบายและแผน,นักวิชาการพัสดุ,นักวิชาการ คอมพิวเตอร์,นักวิชาการโสตทัศนศึกษา,บรรณารักษ์,ครูสอนเด็กเร่ ร่อน,วิศวกร,นิติกร,ครูกองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร(กพด.) , ครูประจำกลุ่มระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ครู ปวช.),ครูชาวเล และครูผู้สอนคนพิการ  

สำหรับการจัดจ้างผู้ที่มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ ในอัตราเดือนละ 13,000 บาท มี 8 ตำแหน่ง ได้แก่ เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี, เจ้าพนักงานห้องสมุด, เจ้าหน้าที่แผนงานและโครงการ, เจ้าหน้าที่ควบคุมระบบคอมพิวเตอร์, เจ้าหน้าที่เทคโนโลยีสารสนเทศ, เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์, เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป และช่างเทคนิค 

ส่วนผู้ที่มีคุณวุฒิไม่ต่ำ กว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชา ให้จัดจ้างในอัตราเดือนละ 11,680 บาท มี 9 ตำแหน่งคือ ผู้ช่วยนักวิชาการศึกษา, เจ้าหน้าที่บริหารโครงการทุนสมเด็จพระเทพฯ, เจ้าหน้าที่บริการสื่อ,  เจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์, เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล, เจ้าหน้าที่พัสดุ, เจ้าหน้าที่งานธุรการ, เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี และเจ้าหน้าที่เกษตร

"ผู้ที่มีคุณวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือต่ำกว่า หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน มีอยู่ 5 ตำแหน่งที่จัดจ้างได้แก่ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย อัตราเดือนละ  14,500 บาท, พนักงานขับรถยนต์ อัตราเดือนละ 11,680 บาท, พนักงานบริการ อัตราเดือนละ 9,000 บาท, ยามรักษาความปลอดภัย อัตราเดือนละ 9,000 บาท และคนสวน อัตราเดือนละ 9,000 บาท  การอนุมัติตำแหน่ง และอัตราค่าจ้างการจ้างเหมาบริการในครั้งนี้ สำนักงาน กศน. จะนำไปเป็นแนวปฏิบัติในการดำเนินงานของส่วนราชการสำนักงาน กศน. ต่อไป"
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-04-24 20:58:15


ความเห็นที่ 53 (2980583)

กศน.ไม่เป็นปัญหาการเทียบระดับการศึกษา ชี้การเทียบระดับมีมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2546 แล้ว

วันศุกร์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2556, 06.00 น.

นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการ กศน.เปิดเผย ว่า จากการที่รมว.ศึกษาธิการเห็นว่า การเทียบระดับการศึกษาของ กศน. จะมีผลกระทบต่อการเพิ่มจำนวนผู้เรียนสายอาชีวศึกษานั้น สำนักงานกศน.ก็พร้อมจะปรับปรุงกฎกระทรวงเพื่อเพิ่มอายุของผู้เรียนหรือปรับ หลักเกณฑ์ให้มีความรัดกุมยิ่งขึ้นตามนโยบาย เพื่อให้การจัดการศึกษาเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เพราะจริง ๆแล้ว การเทียบระดับการศึกษามีมานานแล้วโดยกฎกระทรวงฉบับแรกออกมาตั้งแต่ปี 2546 แต่เป็นการเทียบที่ตามระดับ ขณะที่การเทียบระดับแบบข้ามระดับได้นี้เพิ่งดำเนินการครั้งแรกปีนี้ โดยอายุเฉลี่ยของผู้ที่เข้ารับการประเมินเทียบระดับก็อยู่ที่ 30-45 ปี ไม่มีคนที่อายุต่ำกว่า 20 ปีแน่นอน เพราะกฎกระทรวงเขียนไว้ชัดเจน แม้แต่คนที่ไม่มีอาชีพ เช่น พระภิกษุก็ไม่สามารถเข้ารับการเทียบระดับได้ รวมถึงเด็กที่ยังไม่มีรายได้ยังต้องพึ่งพาพ่อแม่ก็ไม่สามารถลงทะเบียนเทียบ ระดับได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นจะไม่มีศูนย์เทียบระดับใดรับผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติเข้าโครงการได้ แน่นอน

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-09-14 16:14:08


ความเห็นที่ 52 (2979139)

ทิ้งร้าง

ภาพมันฟ้อง


ชาวบ้านหนองน่าน ต.บ่อเกลือใต้ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน สงสัยอาคารของ กศน.ตำบลบ่อเกลือใต้ ซึ่งอยู่ติดกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองน่าน ถูกทิ้งร้างไม่ใช้ประโยชน์ แต่กลับไปใช้พื้นที่ซึ่งอยู่ห่างกันเพียง 200 เมตร จัดทำเป็นการศึกษาตามอัธยาศัยและศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา ซึ่งเป็นเพียงอาคารไม้ไผ่ ชาวบ้านเสียดายอาคารปูนที่สร้างไว้

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-09-03 07:42:21


ความเห็นที่ 51 (2960194)

จำนวนคนอ่านล่าสุด 137 คน

 

  วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 ปีที่ 23 ฉบับที่ 8201 ข่าวสดรายวัน


กศน.ติวภาษาจีน-อังกฤษรับอาเซียน


นาย สุรศักดิ์ เพิ่มผล ผอ.สถาบันการศึกษาทางไกล สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) เปิดเผยว่า ได้เตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนด้วยการจัดอบรมการเรียนรู้ภาษาต่าง ประเทศภายใต้การเรียนการสอนผ่านระบบการศึกษาทางไกล คือ หลักสูตรภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร และหลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร มีเนื้อหาที่เป็นพื้นฐานการเรียนรู้และครอบคลุมการนำไปใช้สื่อสารในชีวิต ประจำวัน โดยถ่ายทอดความรู้และทักษะทางภาษาผ่านชุดการเรียนทางไกลที่มีลักษณะเป็นสื่อ ผสมที่ออกแบบให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างเป็นระบบและขั้นตอน เหมาะกับผู้ที่ไม่สะดวกที่จะเข้าเรียนในชั้นเรียนและฝึกอบรม


สำหรับ หลักสูตรภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร ผู้เรียนเข้ารับการวัดและประเมินผลจากศูนย์การเรียนทางไกลและหน่วยทดสอบ ประเมินผลภายในจังหวัดของตนเองหรือจังหวัดใกล้เคียงทั่วประเทศ ส่วนหลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ผู้เรียนจะต้องเดินทางเข้ารับการทดสอบที่กรุงเทพมหานคร ผู้ที่ผ่านการวัดและประเมินผลฯ ทุกหลักสูตรจะได้รับวุฒิบัตรหลักสูตรระยะสั้นรับรองความรู้จากสถาบันการ ศึกษาทางไกล ศธ. รับสมัครตั้งแต่วันนี้-14 มิ.ย. ดาวน์โหลดเอกสารการสมัครได้ที่ www.dei.ac.th หรือสอบถาม โทร.0-2381-6649-52
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-05-13 11:49:41


ความเห็นที่ 50 (2948263)

ป.ป.ช.จับมือ กศน. บรรจุหลักสูตรการมีส่วนร่วมต้านการทุจริตระดับประถม-ม.ปลาย

วันที่ 04 เมษายน พ.ศ. 2556 เวลา 20:12:15 น.

 

 

 

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ปช.) สนามบินน้ำ นนทบุรี นายกล้านรงค์ จันทิก คณะกรรมการป.ป.ช. และโฆษกป.ป.ช. แถลงหลังการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ที่มีนายปานเทพ กล้านรงค์ราญ ประธานป.ป.ช.เป็นประธานการประชุม ว่า ตามที่สำนักงานป.ป.ช. ร่วมกับสำนักงานการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) จัดให้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการรณรงค์ป้องกันและปราบปรามการ ทุจริต  เรื่องการนำเนื้อหาสาระ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต บรรจุไว้ในหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ขณะนี้เลขาธิการกศน.ได้อนุมัติหลักสูตรดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว และนำเผยแพร่ทางเว็ปไซต์ WWW.nfe.go.th ของสำนักงาน กศน. เพื่อให้สำนักพิมพ์ต่างๆ จัดพิมพ์และนำไปใช้ในการเรียนการสอนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 ต่อไป

ทั้งนี้ เนื้อหาสาระได้แก่ เรื่องการมาส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต บรรจุไว้ในหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 สาระการพัฒนาสังคม รายวิชา ศาสนา และหน้าที่พลเมือง ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และตอนปลาย 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-05 05:29:30


ความเห็นที่ 49 (2935512)

ชง ศธ.ปรับโครงสร้างแยก กศน.-อุดมศึกษา เป็นเอกเทศ “พงศ์เทพ” ไม่เอาด้วย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 มกราคม 2556 18:41 น.    
 

       ชง ศธ.ปรับโครงสร้างแยก กศน.-อุดมศึกษา ออกเอกเทศ ขณะที่ “พงศ์เทพ” ยันปีนี้ไม่ปรับโครงสร้าง ศธ.ปีนี้แน่นอน ขอเน้นพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย หลักสูตร และการเรียนการสอน
       
       วันนี้ (22 ม.ค.) ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนา “นโยบายและทิศทางการพัฒนาระบบการศึกษาไทย” โดยมี นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.), ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาฯ, รศ.ดร.ชนิตา รักษ์พลเมือง คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ และผู้ร่วมเสวนาจากคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ หลายท่าน อาทิ ศ.ดร.ศิรชัย กาญจนวาสี อดีตคณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ, ศ.ศรีราชา เจริญพาณิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นต้น
       
       โดย ศ.ศรีราชา กล่าวว่า ตอน นี้การศึกษาของชาติไปไม่ได้รอด ต้องมีใครมาตะโกนดังๆ เพื่อให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาช่วยกันว่าจะทำอย่างไรให้เด็กไทย คนไทยสามารถอยู่ในโลกต่อไปได้ และทางแก้ทางเดียว คือ ต้องปฏิรูปการศึกษา ทั้งเรื่องการปรับโครงสร้าง กระจายอำนาจให้มากขึ้น แยกอุดมศึกษาออกมาจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพราะตอนนี้ ศธ.ใหญ่เกินไป อุ้ยอ้ายรวมกันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น และต้องแบ่งมหาวิทยาลัยออกเป็น 2 พวก ได้แก่ มหาวิทยาลัยวิจัย และมหาวิทยาลัยทำการสอนเพียงอย่างเดียวอย่างชัดเจน ไม่เช่นนั้น ไม่สามารถผลิตคนมีคุณภาพได้ ขณะที่เรื่องคุณภาพครู ควรประเมินคุณภาพของครูจากผลสัมฤทธิ์ของเด็กที่พัฒนาขึ้น ไม่ใช่ดูจากเอกสาร และควรจะแก้ไขการบริหารงานบุคคลที่ใช้เงินซื้อตำแหน่ง
       
       อย่างไรก็ตาม ตนฝาก รมว.ศึกษาธิการ ไว้ 4 ประเด็นดังนี้ 1.ปรับโครงสร้าง ตนเห็นด้วยที่ยกระดับสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) เทียบเท่ากับสถาบันอื่นๆ เพราะ กศน.เป็นองค์กรที่ช่วยเติมเต็มการศึกษา แต่การปรับโครงการควรปรับวัฒนธรรมในการทำงานด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาปรับโครงสร้างแต่วัฒนธรรมการทำงานเหมือนเดิม ไม่มีการบูรณาการที่ชัดเจน นอกจากนั้นควรลดอำนาจในส่วนกลางลง 2.ความเหลื่อมล้ำคุณภาพการศึกษา ควรมีการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กที่มีมากกว่า 20,000 โรง ให้มีคุณภาพ ต้องมีนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนายกระดับเด็กกลุ่มนี้ 3.การประเมินผลของนักเรียน ตนเห็นด้วยที่มีการนำคะแนนการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-Net) มาเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการตัดสินผลการเรียนของเด็ก แต่ควรเพิ่มให้มี % มากขึ้น เพราะตอนนี้คิดเพียง 20% อนาคตอาจเป็น 25% เพื่อส่งสัญญาณให้สถานศึกษามุ่งพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเด็กมากขึ้น
       
       ด้านนายพงศ์เทพ กล่าวว่า ตามที่มีข้อเสนอการปรับโครงสร้างการทำงานของ ศธ.นั้น คงต้องยอมรับว่า โครงสร้างที่มีในปัจจุบันไม่เอื้ออำนวยต่อระบบการศึกษา แต่ในปีนี้ตนจะยังไม่ปรับโครงสร้างใดๆ เพราะการปรับโครงสร้างเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดมากมีหลายประเด็นเข้ามา เกี่ยวข้อง ในขณะที่เป้าหมายหลักเวลานี้ คือ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทยให้ดีขึ้น ดังนั้น สิ่งที่ตนเน้น คือ เรื่องการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนและเรื่องหลักสูตร เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบกับเด็กโดยตรง ส่วนเรื่องอื่นก็ต้องค่อยๆ ว่ากันต่อไป คงไม่ทำทุกเรื่องทีเดียว
       
       ทั้งนี้ ในส่วนการปรับปรุงเรื่องการ เรียนการสอน ขณะนี้ตนมีแนวคิดเปลี่ยนนโยบายเรื่องการให้ครูทำผลงานเพื่อขอวิทยฐานะ เนื่องจากทำให้เกิดปัญหาครูทิ้งชั้นเรียน เพราะต้องเสียเวลาไปทำผลงานจึงอยากลดภาระของครูลง อีกทั้งมองว่าครูที่ทำผลงานเก่ง ไม่ได้แปลว่าสอนลูกศิษย์ได้ดี ขณะเดียวกัน จะต้องพัฒนาคุณภาพครู โดยหาวิธีการจูงใจคนเก่งในสาขาวิชาที่หลากหลายให้มาเป็นครู เพราะครูมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก ดังนั้น จะต้องมีวิธีในการจูงใจให้คนที่ระดับชั้นนำเข้ามาเป็นครูได้ อย่างไร ก็ตาม ยอมรับว่า วิธีการใช้งบประมาณเพื่อดึงคนเก่งมาเป็นครูนั้นเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะการเพิ่มอัตรากำลังในภาคราชการ โดยปัจจุบันรัฐบาลต้องใช้งบประมาณ เฉลี่ย 30 ล้านบาท สำหรับการจ้างข้าราชการ 1 คน ตลอดอายุขัย ขณะที่การจัดสรรงบประมาณในแต่ละปี ศธ.เป็นหน่วยงานที่ได้งบประมาณมากอยู่แล้วถึงร้อยละ 20 ของงบประมาณทั้งหมด

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-01-23 06:50:22


ความเห็นที่ 48 (2933066)

เปิดโอกาสเด็ก "กศน." สมัคร 1ทุน 1 อำเภอ รุ่น 4

วันที่ 7 ม.ค. นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงร่างประกาศคณะกรรมการโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกผู้รับทุนโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน รุ่นที่ 4 ว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะเสนอร่างดังกล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 8 ม.ค. นี้ โดยทุนรุ่นที่ 4 จะแบ่งเป็น  2 ประเภทๆ ละ 928 ทุนรวมเป็น 1,856 ทุน ดังนี้ ประเภทแรก ทุนสำหรับนักเรียนที่มีผลการเรียนดี ครอบครัวมีรายได้ไม่เกิน 200,000 บาท ต่อปีโดยให้รับทุนเรียนต่อในประเทศและต่างประเทศ และประเภทที่สอง ทุนสำหรับนักเรียนที่มีผลการเรียนดี แต่ไม่จำกัดรายได้ครอบครัว ซึ่งประเภทที่สองนั้นจะเน้นให้ผู้รับทุนต้องศึกษาในสาขาที่ขาดแคลนด้านวิทยา ศาสตร์ซึ่งเป็นความต้องการของประเทศ โดยให้เรียนต่อในประเทศและต่างประเทศ และมีเงื่อนไขต้องกลับมาใช้ทุนเมื่อจบการศึกษาแล้ว

นางพนิตา กล่าวต่อว่า สำหรับคุณสมบัติผู้รับทุนประเภทแรก จะต้องเป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่าในสายสามัญหรืออาชีพ ปีการศึกษา 2555 หรือสำเร็จการศึกษาชั้น ม.6 หรือเทียบเท่าสายสามัญหรืออาชีพในปีการศึกษา 2554 ขณะเดียวกันถือเป็นปีแรกที่โครงการ 1 อ. 1 ทุน รุ่นที่ 4 เปิดโอกาสให้ผู้ที่ศึกษาหลักสูตรการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เข้าร่วมสอบแข่งขันด้วย โดยผู้สมัครจะต้องมีอายุไม่เกิน 25 ปี จนถึงวันปิดรับสมัคร และกำลังศึกษาระดับชั้นม.ปลายในปี 55 หรือสำเร็จการศึกษานอกโรงเรียนในปี 54 โดยผู้สมัครจะต้องไม่เคยสำเร็จการศึกษาระดับป.ตรีหรือเทียบเท่ามาก่อน มีคะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00

ปลัดศธ. กล่าวอีกว่า ส่วนทุนประเภทที่สอง จะต้องเป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาระดับชั้นม.5 หรือ ม.6 หรือเทียบเท่าสายสามัญหรือสายอาชีพ ในปี 55 หรือสำเร็จการศึกษาระดับชั้น ม.6 หรือเทียบเท่าในสายสามัญหรือสายอาชีพในปี 54 ซึ่งเฉพาะผู้สมัครจากหลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียน จะต้องมีอายุไม่เกิน 25 ปี จนถึงวันปิดรับสมัคร และกำลังศึกษาระดับชั้นม.ปลายในปี 55 หรือสำเร็จการศึกษานอกโรงเรียนในปี 54 โดยผู้สมัครจะต้องไม่เคยสำเร็จการศึกษาระดับ ป.ตรีหรือเทียบเท่ามาก่อน มีคะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00 นักเรียนสามารถดูรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ www.odos.moe.go.th และเว็บไซต์ของศธ. www.moe.go.th

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า สำหรับทุนทั้ง 2 ประเภทจะเปิดโอกาสให้นักเรียนเลือกไปศึกษาต่อ ใน 35 ประเทศ หลักที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร อาทิ แคนาดา (รัฐควิเบค) อาร์เจนตินา, ฝรั่งเศส, ฮ่องกง, มาเลเซีย, สิงคโปร์, ไทย เป็นต้น ทั้งนี้ เฉพาะทุนประเภทที่ 2 สามารถเลือกไปเรียนในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ 5 ประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, อังกฤษ, นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย โดยจะต้องเรียนในสาขาที่เน้นทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ใน 4 กลุ่ม ดังนี้ 1.กลุ่มวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2.กลุ่มวิชาเกษตรศาสตร์ 3.กลุ่มวิชาสาธารณสุข พยาบาลศาสตร์ และเภสัชศาสตร์ และ 4.กลุ่มวิชาแพทยศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ ทันตแพทย์

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-01-07 18:45:50


ความเห็นที่ 47 (2928473)

กศน.ลุ้น ครม.เห็นชอบโครงการ จบม.6 ใน 8 เดือน

นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักบริหารงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการยกระดับการศึกษาให้ประชาชนจบมัธยมศึกษา ปีที่ 6 ภายใน 8 เดือน ว่า ตามที่ กศน. ได้เคยเสนอร่าง กฎหมายเพื่อรองรับการดำเนินการดังกล่าว และได้ไปปรับแก้รายละเอียดตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกา แนะนำปรับแก้ทั้งเรื่องอายุของผู้เรียนสมัครเรียน ที่เดิมกำหนดไว้อายุ 18 ปี ปรับเพิ่มเป็นอายุ 20 ปีขึ้นไป รวมทั้งได้เพิ่มรายละเอียดด้วยว่าผู้ที่จะมาสมัครเรียนจะต้องประกอบอาชีพที่ มั่นคงมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี เพราะการเรียนจบม. 6 ใน 8 เดือนนั้นจะไม่มีวุฒิระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หรือ ม.3 ดังนั้นจึงต้องกำหนดเรื่องอายุที่สูงขึ้นและเรื่องความมั่นคงทางอาชีพเพื่อ ที่จะมั่นใจได้ว่าผู้เรียนมีวุฒิภาวะเหมาะสมรับผิดชอบตนเองได้ดี

นอกจากนี้ มีข้อเสนอแนะด้วยว่าในเรื่องของมาตรฐานในการวัดและประเมินผลผู้เรียน ตามนโยบายดังกล่าว กศน.จะต้องวางแนวทางที่ชัดเจน ซึ่ง กศน.ได้กำหนดว่าผู้เรียนทุกคนจะต้องผ่านการประเมิน ดังนี้ การประเมินด้วยการสอบจาก กศน.จังหวัด 50% การประเมินโดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) 20% และการสอบภาคปฏิบัติโดย กศน.อำเภอ 30% โดยในทั้ง 9 หมวดวิชาผู้เรียนจะต้องสอบได้ 60% จะถือว่าผ่านตามมาตรฐาน กศน.อย่างไรก็ตาม กศน.ได้แก้ไขและส่งเรื่องไปให้กฤษฎีกาพิจารณาอีกครั้งซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้กฤษฎีกาได้มีหนังสือตอบกลับยืนยันมาเรียบร้อยแล้ว คาดว่า วันอังคารที่ 11 ธ.ค.นี้จะเสนอเข้าสู่ว่า ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-12-11 13:26:52


ความเห็นที่ 46 (2926461)

กศน.อบรมหลักสูตรอีพี



นาย ประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงานกศน.) กล่าวว่า สำนักงานกศน.โดยกลุ่มพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน จัดประชุมชี้แจงสถานศึกษาที่จัดการเรียนการสอน ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานปี 2551 ภาคภาษาอังกฤษ (English Program หรือ EP) เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้บริหารสถานศึกษา ครูต่างประเทศ และครูชาวไทย โดยสำนักงาน กศน. แบ่งกลุ่มจัดฝึกอบรมเกี่ยวกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษา นอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี?51 ภาคภาษาอังกฤษ ให้แก่ครูต่างประเทศ 34 คน จากประเทศฟิลิปปินส์ เอธิโอเปีย และอินเดีย และครูผู้ประสานงานชาวไทย 80 คน รวมถึงวิทยากร ผู้บริหาร ครู นักวิชา การศึกษา ศึกษานิเทศก์ เพื่อให้ครูชาวต่างชาติที่จะเป็นครูผู้สอนกศน. ภาคภาษาอังกฤษ เรียนรู้ เข้าใจหลักสูตรภาคภาษาอังกฤษ และมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการจัดการเรียนการสอน


เลขาธิการ สำนักงานกศน. กล่าวต่อว่า เนื้อหาที่ใช้ในการอบรมครั้งนี้ ได้แก่ ปรัชญาคิดเป็น หลักการสอนผู้ใหญ่ หลักเกณฑ์การดำเนินงาน สาระการเรียนรู้ วิธีการจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล การจัดการเรียนการสอนหลักสูตร EP และปฏิบัติการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ คาดว่าเมื่อเสร็จสิ้นการฝึกอบรมดังกล่าว การจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตร EP ของกศน. จะดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเตรียมคนไทยสู่ประชาคมอาเซียนได้อย่างมีคุณภาพ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-11-29 10:04:24


ความเห็นที่ 45 (2925783)

กศน.เดินหน้าแจงจัดสอนหลักสูตร EP แก่บุคลากร

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 พฤศจิกายน 2555 15:12 น.    
 

       กศน.เดินหน้าชี้แจงการจัดกระบวนการเรียนรู้ หลักสูตร EP
       
       นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงาน กศน.โดยกลุ่มพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียนได้จัดประชุมชี้แจงสถานศึกษาที่จัดการ เรียนการสอน ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ภาคภาษาอังกฤษ (English Program: EP) ให้แก่ผู้อำนวยการสถานศึกษาในสังกัดสำนักงาน กศน.กว่า160 คน เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้บริหารสถานศึกษา ตลอดจนครูชาวต่างประเทศ จำนวน 34 คน จากประเทศฟิลิปปินส์ เอทิโอเปีย อินเดีย และครูผู้ประสานงานชาวไทย จำนวน 80 คน รวมถึงวิทยากร ผู้บริหาร ครู นักวิชาการศึกษา ศึกษานิเทศก์ เพื่อให้ครูชาวต่างชาติที่จะเป็นครูผู้สอน กศน.ภาคภาษาอังกฤษ ได้เรียนรู้และเข้าใจหลักสูตรการศึกษานอกระบบฯ และมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการจัดการเรียนการสอน กศน. รวมถึงเข้าใจบริบทของ กศน. นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างครูผู้ประสานงานชาวไทย และครูต่างประเทศอีกด้วย
       
       เลขาธิการ กศน.กล่าวต่อว่า เนื้อหา สาระที่ใช้ในการอบรมจะเน้นสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ ปรัชญาคิดเป็น หลักการสอนผู้ใหญ่ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 หลักเกณฑ์การดำเนินงาน สาระการเรียนรู้ วิธีการจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล การจัดการเรียนการสอนหลักสูตร EP และปฏิบัติการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อที่เมื่อเสร็จสิ้นการฝึกอบรมดังกล่าว ผู้บริหาร ครู กศน.ทั้งชาวต่างชาติ และผู้ประสานงานชาวไทยจะสามารถจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตร EP ของ กศน.ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเตรียมคนไทยสู่ประชาคมอาเซียนได้อย่างมีคุณภาพยิ่งขึ้น

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-11-25 16:16:24


ความเห็นที่ 44 (2923564)

สมเกียรติ คำทะเนตร แขวน"หลวงพ่อองค์แสน"

พระเครื่องคนดัง
สุพจน์ สอนสมนึก


"สมเกียรติ คำทะเนตร" ผอ.ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอเมืองสกลนคร (ผอ.กศน.) เป็นอีกคนหนึ่งที่นิยมชมชอบสะสมพระเครื่องวัตถุมงคล

ชื่นชอบสะสม มิใช่ในเชิงพุทธพาณิชย์ แต่เก็บไว้ชื่นชมบารมี เรียกได้ว่า มีเหรียญพระเกจิอาจารย์ในจังหวัดสกลนคร แทบทุกชนิด-ทุกรุ่น ไว้ในครอบครอง ใครมาขอชมดู ไม่มีหวง นำออกมาแบ่งกันชื่นชม

ผอ.สมเกียรติบอกเล่าว่า "ชีวิตในวัยเด็ก ต้องอาศัยข้าวก้นบาตรมาตลอด เรียนหนังสือก็ยังอาศัยวัด จนมารับราชการก็ยังเข้าวัดเป็นประจำ จนถูกมองว่าเป็นนักทำบุญ และอีกอย่างก็มาทำงานในหน้าที่นี้อยู่แล้ว ต้องอาศัยประสานกับวัดและโรงเรียน เมื่อบางแห่งไม่มีที่เรียน ก็ต้องอาศัยวัดเป็นสนามสอบ-สนามเรียน ชีวิตจึงวนเวียนอยู่กับวัดตลอดเวลา"

ผอ.สม เกียรติ กล่าวถึงการห้อยพระเครื่อง ว่า เกิดมาตั้งแต่เด็กก็ห้อยพระที่คอแล้ว เพราะสมัยเด็ก คุณพ่อคุณแม่มักจะไปวัดทำบุญ ก็ได้ของดีมาจากพระ จากนั้นจะนำมาห้อยคอให้ลูกหลาน เรียกว่าให้พระคุ้มครอง ซึ่งต่อมาเหรียญและพระเหล่านั้นกลับมีราคา บางคนก็นำไปปล่อยขายอย่างไม่รู้คุณค่า

สำหรับตนสิ่งที่ได้มาก็เก็บ สะสมไว้มีหลากหลายชนิดทั้งวัตถุมงคล เหรียญ พระผง เครื่องรางของขลัง ฯลฯ โดยเฉพาะพระเกจิสายเมืองสกลนคร ทั้ง หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต หลวงปู่ฝั้น อาจาโร พระบูรพาจารย์สายพระป่า ที่ชาวเมืองสกลนครให้ความเลื่อมใสศรัทธา แล้วหากไม่มีเก็บไว้บูชา ก็เรียกว่าไม่ชอบพระจริงๆ แต่ใครจะมีมากมีน้อยก็ขึ้นอยู่กับคนเก็บสะสมไว้

แม้จะมีวัตถุมงคล เก็บสะสมมากมาย แต่ส่วนใหญ่ ผอ.สมเกียรติ จะแขวนองค์เดียวเป็นประจำ คือ รูปหล่อหลวงพ่อองค์แสน ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองสกลนคร เหตุที่นำมาแขวน เพราะศรัทธา เชื่อว่าท่านมีความศักดิ์สิทธิ์จริง

"สมัยเรียนหนังสือ ผมเคยไปกราบและขอว่า หากเรียนจบขอให้สอบเข้าทำงานราชการได้ ซึ่งผมก็สอบได้และทำงานจนมีหน้าที่การงานที่ดีด้วย ผมจึงหามาห้อยคอไว้ตลอดมิได้ขาด ส่วนอื่นก็ผลัดเปลี่ยนและเมื่อเดินทางไกลไปที่อื่นก็จะนำติดตัวไปด้วยเช่น กัน

สำหรับหลวงพ่อองค์แสนนั้น จะพกติดตัวตลอดเวลา ผมเชื่อว่าเป็นเพราะท่าน ทำให้ได้ทำงานที่ดี อีกทั้งหลวงพ่อองค์แสนมีความเชื่อว่า คนที่ไปกราบขอพรก็จะได้รับความสำเร็จสมหวังทุกประการ บางคนเชื่อว่าเมื่อห้อยหลวงพ่อองค์แสนติดตัว จะทำให้เดินทางปลอดภัย

ผม เชื่อว่าคนเราทำแต่ความดี ย่อมได้รับสิ่งนั้นตอบสนอง เมื่อคนที่ห้อยพระไม่ทำดี ไปเบียดเบียนผู้อื่น หรือให้ร้ายผู้อื่น ก็ย่อมหมายถึงทางตรงกันข้ามกับในสิ่งที่นำมาห้อยคอ คนเราปากบอกว่าชอบความดีงาม แต่การกระทำกับไปสร้างความเดือดร้อนผู้อื่น ไม่ใช่วิสัยของคนห้อยคล้องพระ ถ้าแบบนั้นไม่รู้จะห้อยพระไปทำไม เพราะห้อยไป สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ช่วยเหลือคนกระทำผิด"

กิจวัตรประจำวัน ยามก่อนเข้านอน ผอ.สมเกียรติ จะเข้าห้องพระที่บ้านพักทุกวัน ไหว้พระสวดมนต์ รวมทั้งการนั่งสมาธิ

"การ นั่งสมาธิ เป็นสิ่งที่ผมต้องปฏิบัติทุกวันก่อนนอน อย่างน้อยแม้ชั่วคราวก็ทำให้จิตใจเราสงบได้ จิตใจไม่วอกแวก และตั้งจิตอธิษฐานอาราธนาทำแต่ความดีงาม"

ส่วนมุมมองเกี่ยวกับวงการ พระเครื่องในปัจจุบัน ผอ.สมเกียรติบอกกล่าวทิ้งท้ายว่า "วันนี้วงการพระบ้านเรา มีมาตรฐานน่าเชื่อถือ ทุกภาคส่วนในสังคมตอบรับกันดีมาก มีการจัดตั้งและจดทะเบียนสมาคมพระเครื่องพระบูชาไทยขึ้นมา แต่ที่น่ากลัวตอนนี้ คือ มีการออกมาหลอกต้มตุ๋นทำลอกเลียนแบบ ตรงคนที่สนใจเช่าบูชาคงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ควรขอคำชี้แนะจากเซียนพระผู้รู้จริงเกี่ยวกับพระเครื่องเท่านั้น"

ในอนาคตวงการพระเครื่องพระบูชาคงไม่หยุดนิ่งหรือนิยมเล่นกันเฉพาะกลุ่มเท่านั้น แต่จะแพร่หลายไปสู่คนทุกชนชั้นทุกระดับในสังคมมากขึ้น

ขณะนี้ ตามต่างจังหวัดก็ตื่นตัว จัดประกวดพระเครื่องพระบูชาขึ้นบ่อยครั้ง

แสดงให้เห็นว่าวงการพระเครื่องขยายขอบเขตไปอย่างกว้างขวางแล้ว

 

 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-11-13 13:43:38


ความเห็นที่ 43 (1536955)

ร้องอดขึ้นบัญชี′รองผอ.กศน.′ผู้ผ่านสรรหาขู่ฟ้องศาล-โอดไม่เป็นธรรม เลขาฯก.ค.ศ.แจง-แนะดูประกาศสรรหา

วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เวลา 17:25:53 น.

 

 

 

มติชน 23 ตุลาคม 2555


เมื่อ วันที่ 22 ตุลาคม ผู้สื่อข่าว "มติชน" ได้รับการร้องเรียนจากนายพัฒนา เพชรคชสิทธิ์ นางกัญญาภัค วงษ์ธัญกัญ และนายสุทัศน์ กันทะมา ผู้ผ่านสรรหาเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย (กศน.) จังหวัด/กรุงเทพมหานคร กรณีการขึ้นบัญชีผู้ผ่านการสรรหา

นายพัฒนา เปิดเผยว่า พวกตนเป็นกลุ่มที่ผ่านการสรรหาเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัด/กรุงเทพฯ ตามประกาศของสำนักงาน กศน.ในเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา แต่ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ไม่พิจารณาอนุมัติขึ้นบัญชีผู้ผ่านการสรรหาข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาเพื่อบรรจุแต่งตั้งดังกล่าว โดยอ้างว่าตำแหน่งที่ว่างขออนุมัติเพิ่มเติมทั้ง 17 ตำแหน่ง ไม่ใช่ตำแหน่งว่างที่เกิดจากการเกษียณอายุราชการ และทั้งกลุ่มทั่วไป และกลุ่มประสบการณ์มีจำนวนมาก อาจทำให้กระทบสิทธิ์ของผู้ที่มีคุณสมบัติ ซึ่งรอการสมัครเข้ารับการสรรหาครั้งใหม่ และอาจเกิดการฟ้องร้องกันได้ เห็นว่าการอ้างเหตุผลดังกล่าวไม่ถูกต้อง และไม่เป็นธรรมกับพวกตน เพราะในการประชุม ก.ค.ศ.ในวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบหลักเกณฑ์การสอบผู้บริหารสำนักงาน ก.ค.ศ.โดยกำหนดการขึ้นบัญชีผู้ผ่านการสรรหาไม่เกิน 2 ปี

 

 

 และในประกาศคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในเรื่องการรับสมัครสรรหาข้าราชการครูฯ เพื่อบรรจุและแต่งตั้งผู้บริหารการศึกษา สังกัดสำนักงาน กศน.เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ได้ระบุไว้ในข้อ 10.2 เรื่องอายุการขึ้นบัญชีเอาไว้ว่าผู้ผ่านการสรรหาให้มีอายุไม่เกิน 2 ปี นับจากวันที่ประกาศขึ้นบัญชีผู้ผ่านการสรรหาเอาไว้ด้วย นอกจากนี้ หากไม่ขึ้นบัญชีในการสอบของ กศน.ก็จะไม่ยุติธรรม เพราะในการสรรหาเพื่อบรรจุและแต่งตั้งผู้บริหารการศึกษาตำแหน่งรองผู้อำนวย การสถานศึกษา และรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ยังกำหนดให้มีการขึ้นบัญชีเอาไว้ไม่เกิน 2 ปีด้วย

"อยากให้ผู้บริหาร ศธ.ได้พิจารณาเรื่องนี้ด้วย และหากไม่ได้รับการพิจารณาทบทวนในเรื่องนี้ พวกผม และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการสอบ จะฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม เพราะการไม่ให้ขึ้นบัญชีทำให้พวกผมเสียสิทธิมาก เนื่องจากต้องไปสอบกันใหม่อีก" นายพัฒนากล่าว

นางรัตน ศรีเหรัญ เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าวว่า เรื่องนี้หากจำไม่ผิด เหตุผลที่ที่ประชุม ก.ค.ศ.ไม่ให้ขึ้นบัญชีในส่วนของกลุ่มรอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัด/ กรุงเทพฯ เนื่องจากมีการขึ้นบัญชีกลุ่มสอบคัดเลือก และกลุ่มคัดเลือกอยู่แล้ว ฉะนั้น หากให้ขึ้นบัญชี จะมีผลทำให้ต้องยกเลิกบัญชีกลุ่มเดิมไปทั้งหมด จะยิ่งได้รับผลกระทบกันมาก อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้คงต้องไปดูในประกาศการสรรหาคัดเลือกด้วยว่ากำหนดไว้อย่างไร

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-10-25 18:26:34


ความเห็นที่ 42 (1527514)

เปิดชื่อคำสั่งโยกย้ายผู้บริหารกศน.228ราย

เปิดรายชื่อกศน.แต่งตั้งและโยกย้ายผู้บริหาร กศน.จำนวน 228 ราย มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.

นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เปิดเผยว่า ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ 1401/2555 เรื่อง ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษารักษาการในตำแหน่ง จำนวน 228 ราย เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมาโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้

โดยทั้ง 228 ราย มีดังนี้ 1.นายสมทบ กรดเต็ม ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดพัทลุง (ผอ.กศน.) เป็น ผอ.กศน.จ.นครศรีธรรมราช 2.นางวรรญา ทิพย์ดนตรี ผอ.กศน.จ.สตูล เป็น ผอ.กศน.จ.พัทลุง 3.นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ ผอ.กศน.จ.นนทบุรี เป็น ผอ.กศน.จ.สมุทรสาคร 4.นางสุรางค์ นันทกาวงศ์ ผอ.กศน.จ.ปราจีนบรี เป็น ผอ.กศน.จ.ปทุมธานี 5.นายกิตติศักดิ์ รัตนฉายา ผอ.กศน.จ.สมุทรสงคราม เป็น ผอ.กศน.จ.เพชรบุรี 6. นายเธียร เธียรถาวร ผอ.กศน.จ.ปัตตานี เป็น ผอ.กศน.จ.ยะลา 7.นายณัฐพงษ์ นวลมาก ผอ.กศน.จ.ยะลา เป็น ผอ.กศน.จ.นราธิวาส 8.น.ส.ขวัญหทัย จารุจินดา ผอ.กศน.จ.อ่างทอง เป็น ผอ.กศน.จ.สระบุรี 9.นายกุลธร เลิศสุริยะกุล ผอ.กศน.จ.ระนอง เป็น ผอ.กศน.จ.นนทบุรี 10. นายนรา เหล่าวิชยา ผอ.กศน.จ.เชียงใหม่ เป็น ผอ.กศน.จ.นครสวรรค์ 11.นายสุรพงษ์ ไชยวงศ์ ผอ.กศน.จ.นครสวรรค์ เป็น ผอ.กศน.จ.พิษณุโลก 12.นายศุภกร ศรีศักดา ผอ.กศน.จ.พิษณุโลก เป็นผอ.กศน.จ.เชียงใหม่ 13.น.ส.สมหมาย โนสิทธิ์ ผอ.กศน.อ.กรงปินัง จ.ยะลา เป็น ผอ.กศน.อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี

14.นางวิมลมาลย์ รินไธสง รองผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จ.สุรินทร์ เป็น ผอ.กศน.จ.ยโสธร 15.นายเสถียร เพ็ญภักดี รอง ผอ.กศน.จ.พังงา เป็น ผอ.กศน.จ.พังงา 16.นายธนกร เกื้อกูล รอง ผอ.กศน.จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็น ผอ.กศน.จ.ระนอง 17.น.ส.ดารัตน์ กาญจนาภา รอง ผอ.กศน.จ.นครปฐม เป็น ผอ.กศน.จ.สมุทรสงคราม 18.นางอรณิช วรรณนุช รอง ผอ.กศน.จ.สุราษฎร์ธานี เป็น ผอ.กศน.สิงห์บุรี 19.นายสถิต ทองเหลา รอง ผอ.กศน.จ.ชัยนาท เป็น ผอ.กศน.จ.อำนาจเจริญ 20.นายมานะ สามัคคี รอง ผอ.กศน.จ.ลพบุรี เป็น ผอ.กศน.จ.อุทัยธานี 21.นายธฤติ ประสานสอน รอง ผอ.กศน.อำนาจเจริญ เป็น ผอ.กศน.จ.บึงกาฬ 22.นายชาตรี ม่วงสว่าง รองผอ.กศน.จ.อุดรธานี เป็น ผอ.กศน.จ.พิจิตร 23. นางพรทิพย์พา คาวีวงศ์ รอง ผอ.กศน.จ.นครพนม เป็น ผอ.กศน.จ.อ่างทอง 24.นายชัยณรงค์ ป้องบ้านเรือ รอง ผอ.กศน.จ.ตราด เป็นผอ.กศน.จ.ปราจีนบุรี 25.นางยุพิน บัวคอม รอง ผอ.กศน.จ.ลำพูน เป็น ผอ.กศน.จ.กำแพงเพชร 26.นายจักรกริช บุญเดช รอง ผอ.กศน.จ.มหาสารคาม เป็น ผอ.กศน.จ.จันทบุรี 27.นางวิบูลผล พร้อมมูล รอง ผอ.กศน.จ.ปทุมธานี เป็น ผอ.กศน.จ.สระแก้ว 28.นายอนุชา พงษ์เกษม รอง ผอ.กศน.จ.ชลบุรี เป็น ผอ.กศน.จ.ชัยนาท 29.นายสมเชาว์ กาญจนจรัส รอง ผอ.กศน.จ.พัทลุง เป็น ผอ.กศน.จ.ปัตตานี 30. นายวสันต์ รัชชวงษ์ รอง ผอ.กศน.จ.พระนครศรีอยุธยา เป็น ผอ.กศน.จ.สตูล

31.นางโกศล หลักเมือง รอง ผอ.กศน.จ.เพชรบุรี เป็น รอง ผอ.กศน.จ.ประจวบคีรีขันธ์ 32.นายสหรัฐ พูลนาค รอง ผอ.กศน.จ.ราชบุรี เป็น รอง ผอ.กศน.จ.เพชรบุรี 33.น.ส.นัทธมน สกุลณมรรคา รอง ผอ.กศน.จ.หนองคาย เป็น รอง ผอ.กศน.จ.พิษณุโลก 34.นายรวีโรจน์ ปวงกาวี รอง ผอ.กศน.จ.อุตรดิตถ์ เป็น รอง ผอ.กศน.จ.แพร่ 35. นายนริศย์ศักดิ์ รอดเรืองคุณ รอง ผอ.กศน.จ.น่าน เป็น รอง ผอ.กศน.จ.อุตรดิตถ์ 36.นางสุวาลี บุญปัญญา รอง ผอ.กศน.จ.ร้อยเอ็ด เป็น รอง ผอ.กศน.จ.ยโสธร 37.นายสุรัติ วิภักดิ์ รอง ผอ.กศน.จ.กาฬสินธุ์ เป็น รอง ผอ.กศน.จ.ร้อยเอ็ด 38.นายศุภโชค ศิริสุข รอง ผอ.กศน.จ.ชุมพร เป็น รองผอ.กศน.จ.สุราษฎร์ธานี 39.นายประพันธ์ บุญสวัสดิ์ รอง ผอ.กศน.จ.สตูล เป็น รองผอ.กศน.จ.ชุมพร 40.นายสมิง เสมียนรัมย์ รอง ผอ.กศน.จ.สระแก้ว เป็น รอง ผอ.กศน.จ.นนทบุรี 41.นางสมบัติ แก้วมีศรี รอง ผอ.กศน.จ.นนทบุรี เป็น รอง ผอ.กศน.จ.ปทุมธานี 42.นายโกวิท สละชั่ว รอง ผอ.กศน.จ.ระยอง เป็น รอง ผอ.กศน.จ.สระแก้ว 43. พจท.ปกาสิต ตราชื่นต้อง รอง ผอ.กศน.จ.สมุทรสงคราม เป็น รอง ผอ.กศน.กทม. 44.นายประเสริฐ คุปตจิต รอง ผอ.กศน.กทม. เป็น รอง ผอ.กศน.จ.สมุทรสงคราม

45.นางสุพรพรรณ นาคปานเอี่ยม รอง ผอ.กศน.จ.สมุทรสาคร เป็น รอง ผอ.กศน.กทม. 46.นายปรเมศวร์ ศิริรัตน์ รอง ผอ.กศน.กทม เป็น รอง ผอ.กศน.จ.สมุทรสาคร 47.น.ส.ทิพวรรณ เตียงธวัช รอง ผอ.กศน.จ.พิจิตร เป็น รอง ผอ.กศน.จ.ลำปาง 48.นายไพฑูรย์ บัวสนิท รอง ผอ.กศน.จ.ตาก เป็น รอง ผอ.กศน.จ.พิจิตร 49.นางนงนารถ ขันธะประโยชน์ รอง ผอ.กศน.จ.หนองบัวลำภู เป็น รอง ผอ.กศน.จ.อุดรธานี 50.นายจำรัส สุขประเสริฐ รอง ผอ.กศน.จ.สิงห์บุรี เป็น รอง ผอ.กศน.จ.ตราด 51.นายธนากร ดอนเหนือรอง ผอ.กศน.จ.บึงกาฬ เป็น รอง ผอ.กศน.จ.สุรินทร์

52.นายธนิต บุญประเสริฐ ผอ.กศน.อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เป็น รอง ผอ.กศน.จ.นครปฐม 53.น.ส.นราวรรณ เวชธรรม ผอ.กศน.อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เป็น รอง ผอ.กศน.จ.พัทลุง 54.นายจำนงค์ กล่อมแก้วผอ.กศน.อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ เป็น รอง ผอ.กศน.จ.สิงห์บุรี 55.ว่าที่ ร.ต.จิรชัย บูรณะฤทธิ์ทวี ผอ.กศน.อ.พาน จ.เชียงราย เป็น รอง ผอ.กศน.จ.เชียงราย 56.นายชาญชัย โพนกองเส็ง ผอ.กศน.อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ เป็น รอง ผอ.กศน.จ.มหาสารคาม 57.นางสุพล วงศ์หวัน ผอ.กศน.อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เป็น รอง ผอ.กศน.จ.น่าน 58.น.ส.เรณู ลีสุวรรณ์ ผอ.กศน.อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เป็น รอง ผอ.กศน.จ.ลำพูน 59.นางคนึงนิจ เกตุแก้ว ผอ.กศน.อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ เป็น รอง ผอ.กศน.จ.พังงา 60.นางยุวดี แจ้งกร ผอ.กศน.อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เป็น รอง ผอ.กศน.จ.อำนาจเจริญ 61.น.ส.สร้อย สกุลเด็น ผอ.กศน.อ.พนา จ.อำนาเจริญ เป็น รอง ผอ.กศน.จ.มุกดาหาร

62.นางพรทิพย์ ศิริแตง ผอ.กศน.เขตบางแค กทม. เป็น ผอ.กศน.เขตภาษีเจริญ กทม. 63.นายสุริยา บุญเฉลิม ผอ.กศน.เขตสาทร กทม. เป็น ผอ.กศน.เขตบางแค กทม. 64.นางสรัญญา พันธุ์เสือ ผอ.กศน.เขตยานนาวา กทม. เป็น ผอ.กศน.เขตสัมพันธวงศ์ กทม. 65.นายฐปนรรฆ์ ชุติชัยวิวัฒน์กุล ผอ.กศน.เขตจตุจักร กทม. เป็น ผอ.กศน.เขตลาดพร้าว กทม. 66.นางอุไรรัตน์ จันดี ผอ.กศน.เขตดินแดง กทม. เป็น ผอ.กศน.เขตจตุจักร กทม. 67.นางสุนี มณีวรรณ์ ผอ.กศน.เขตวัฒนา กทม. เป็น ผอ.กศน.เขตคลองเตย กทม. 68.นายธนกฤต แพโชติรัตนะกุล ผอ.กศน.เขตคลองเตย กทม. เป็น ผอ.กศน.อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 69.นายวิทยา ทองเนื้อห้า ผอ.กศน.อ.เกาะลันตา เป็น ผอ.กศน.อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ 70.นายยงยุทธ์ ไกรมุ่ย ผอ.กศน.อ.ลำทับ จ.กระบี่ เป็น ผอ.กศน.อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ 71.นายศักดิ์ชัย นาคเอี่ยม ผอ.กศน.อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี เป็น ผอ.กศน.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี 72.นางสมพร อ่อนละออ ผอ.กศน.อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เป็น ผอ.กศน.อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี 73.น.ส.สุรีย์ อ่วมจันทร์ ผอ.กศน.อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เป็นผอ.กศน.อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี 74.นางชนกพร จุฑาสงฆ์ ผอ.กศน.อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ เป็น ผอ.กศน.อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ 75.นางพลพธู วรฉัตร ผอ.กศน.อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ เป็น ผอ.กศน.อ.หนองหิน จ.เลย 76.นางอุบลรัตน์ ชุนหพันธ์ ผอ.กศน.อ.ขลุง จ.จันทบุรี เป็น ผอ.กศน.อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี 77.นายสุเมธ มีเกียรติ ผอ.กศน.อ.สอยดาว จ.จันทบุรี เป็น ผอ.กศน.อ.ขลุง จ.จันทบุรี

78.นายนพดล วิวิธจินดา ผอ.กศน.อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เป็น ผอ.กศน.อ.นายายอาม จ.จันทบุรี 79.นางปริญภรณ์ บุตรกิจ ผอ.กศน.อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี เป็น ผอ.กศน.อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี 80.นายบรรลือศักดิ์ สิตตานนท์ ผอ.กศน.อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เป็น ผอ.กศน.อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา 81.นายธวัชชัย มณีมาตร ผอ.กศน.อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี เป็น ผอ.กศน.อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี 82.นายบรรจง พิมพ์ภูมี ผอ.กศน.อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ เป็น ผอ.กศน.อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ 83.นางยุพา ประยูรหาญ ผอ.กศน.อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ เป็น ผอ.กศน.อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ 84.นางดารณี คณาเขว้า ผอ.กศน.อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ เป็น ผอ.กศน.อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ 85.นายโสภณ พรหมเจริญ ผอ.กศน.อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร เป็น ผอ.กศน.อ.หลังสวน จ.ชุมพร 86.น.ส.นิพันธ์ ดำเนินผล ผอ.กศน.อ.สวี จ.ชุมพร เป็น ผอ.กศน.อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร 87.น.ส.ประไพศรี คงตระกูล ผอ.กศน.อ.เมืองจ.ชุมพร เป็น ผอ.กศน.อ.สวี จ.ชุมพร 88.นายธนสัก ชัยขวัญ ผอ.กศน.อ.ปะทิว จ.ชุมพร เป็น ผอ.กศน.อ.เมือง จ.ชุมพร 89.นายสมศักดิ์ ธิตาเมือง ผอ.กศน.อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เป็น ผอ.กศน.อ.แม่จัน จ.เชียงราย

90.นางลัดดา จันธิมา ผอ.กศน.อ.แม่ลาว จ.เชียงราย เป็น ผอ.กศน.อ.พาน จ.เชียงราย 91.นางอภิญญา แป้นนอก ผอ.กศน.อ.ป่าแดด จ.เชียงราย เป็น ผอ.กศน.อ.แม่สาย จ.เชียงราย 92.นางอรุณประเสริฐ ศรีวิชัยมูล ผอ.กศน.อ.เมือง จ.เชียงราย เป็น ผอ.กศน.อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 93.นางคนึงนิตย์ วันนิตย์ ผอ.กศน.อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เป็น ผอ.กศน.อ.เมือง จ.เชียงราย 94.นางบงกช พันธนา ผอ.กศน.อ.เวียงชัย จ.เชียงราย เป็น ผอ.กศน.อ.เชียงแสน จ.เชียงราย 95.นายวิทยา แสงคำมา ผอ.กศน.อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย เป็น ผอ.กศน.อ.เวียงชัย จ.เชียงราย

96.นายประจันทร์ อินประสงค์ ผอ.กศน.อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย เป็น ผอ.กศน.อ.เทิง จ.เชียงราย 97.นายสุใจ เชื้อเมืองพาน ผอ.กศน.อ.ขุนตาล จ.เชียงราย เป็น ผอ.กศน.อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย 98.นางวัชราพร จิรานันท์สิริ ผอ.กศน.อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เป็น ผอ.กศน.อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ 99.น.ส.ปรียา วรรณฤทธิ์ ผอ.กศน.อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ เป็น ผอ.กศน.อ.สารภี จ.เชียงใหม่ 100.นางออมสิน บุญวงษ์ ผอ.กศน.อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เป็น ผอ.กศน.อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ 101.นางนรา ขันธปราบ ผอ.กศน.อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ เป็นผอ.กศน.อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก 102.นายขันธ์ชัย บริบูรณ์ ผอ.กศน.อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เป็น ผอ.กศน.อ.เมือง จ.ตรัง 103.นางอุมาภรณ์ มโนภิรมย์ ผอ.กศน.อ.รัษฎา จ.ตรัง เป็น ผอ.กศน.อ.ห้วยยอด จ.ตรัง 104.นางปิยะพร เชื้อคำเพ็ง ผอ.กศน.อ.แหลมงอบ จ.ตราด เป็น ผอ.กศน.อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ 105.นางเมตรา สารการ ผอ.กศน.อ.เมือง จ.ตราด เป็น ผอ.กศน.อ.ทุ่งศรีอุดม จ.อุบลราชธานี

106.นางจินตนา สังข์แก้ว ผอ.กศน.อ.พบพระ จ.ตาก เป็น ผอ.กศน.อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช 107.นายคำพันธ์ สุพรมอินทร์ ผอ.กศน.อ.สามเงา จ.ตาก เป็น ผอ.กศน.อ.นาแห้ว จ.เลย 108.นางชุติมณฑน์ เรืองกาญจนสุรีย์ ผอ.กศน.อ.เมือง จ.นครปฐม เป็น ผอ.กศน.อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 109.นางรัชนี จันทรอัมพร ผอ.กศน.อ.ดอนตูม จ.นครปฐม เป็น ผอ.กศน.อ.เมือง จ.นครปฐม 110.น.ส.ณัฐชยารัตน์ ชูมีวศินผอ.กศน.อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เป็น ผอ.กศน.อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี 111.นางสมปอง สุริวาล ผอ.กศน.อ.นาทม จ.นครพนม เป็น ผอ.กศน.อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ 112.นางสำราญ วงศ์สุรศิลป์ ผอ.กศน.อ.ลำทะเมนชัย จ.นครราชสีมา เป็น ผอ.กศน.อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ 113.นายอนันต์ ศรีวงษ์ชัย ผอ.กศน.อ.แก้งสนามนาง จ.นครราชสีมา เป็น ผอ.กศน.อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ

114.นางจุรารัตน์ เพ็ชรจันทึก ผอ.กศน.อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เป็นผอ.กศน.อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา 115.นางวรากร ครุฑขุนทด ผอ.กศน.อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา เป็น ผอ.กศน.อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา 116.นายประสพสุข ชุ่มกลาง ผอ.กศน.อ. เมืองยาง จ.นครราชสีมา เป็น ผอ.กศน.อ.ลำทะเมนชัย จ.นครราชสีมา 117.นายทวีศักดิ์ สุทธศรี ผอ.กศน.อ.สีดา จ.นครราชสีมา เป็น ผอ.กศน.อ.เมืองยาง จ.นครราชสีมา 118. น.ส.จิตราภรณ์ พิทักษ์วงศ์ ผอ.กศน.อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เป็น ผอ.กศน.อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช 119.นางสุพิศ เจริญรูป ผอ.กศน.อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช เป็น ผอ.กศน.อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช 120.นางแสนสุข อำนวยการ ผอ.กศน.อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เป็น ผอ.กศน.อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช 121.นายพงศกฏ พงศ์เพ็ชร์ ผอ.กศน.อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช เป็น ผอ.กศน.อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช 122. นางกอบกุล กลับอำไพ ผอ.กศน.อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช เป็น ผอ.กศน.อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช 123.น.ส.อภิรมย์ มนัส ผอ.กศน.อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช เป็น ผอ.กศน.อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช 124.นางเพียงใจ หอยสังข์ ผอ.กศน.อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราชเป็น ผอ.กศน.อ.รัษฎา จ.ตรัง 125.นางนภสร ก๊กพิทักษ์ ผอ.กศน.อ.ชุมตาบง จ.นครสวรรค์ เป็น ผอ.กศน.อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์

126.นายเจริญ แสนวิเศษ ผอ.กศน.อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ เป็น ผอ.กศน.อ.พนา จ.อำนาจเจริญ 127.น.ส.วราพร เจริญประเสริฐ ผอ.กศน.อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ เป็น ผอ.กศน.อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ 128.นางพูลทรัพย์ เตินเตือน ผอ.กศน.อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ เป็น ผอ.กศน.อ.นาทม จ.นครพนม 129.นายนิวัติ สุขโพธิ์ ผอ.กศน.อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เป็น ผอ.กศน.อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี 130.น.ส.วรรณรัชต์ สุปัญญา ผอ.กศน.อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เป็น ผอ.กศน.อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี 131.นายวีรวัฒน์ ทองอ่อน ผอ.กศน.อ. เมือง จ.ปราจีนบุรี เป็น ผอ.กศน.อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี 132.นายสมบูรณ์ เหล่าวงศ์วัฒนา ผอ.กศน.อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี เป็น ผอ.กศน.อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี 133.น.ส.นงเยาว์ จรูญศักดิ์ผอ.กศน.อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี เป็น ผอ.กศน.อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี 134.น.ส.บัณฑิตา วงษ์วุฒิภัทร ผอ.กศน.อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี เป็น ผอ.กศน.เขตดินแดง กทม. 135.นายบุญธรรม แซ่อ่อง ผอ.กศน.อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เป็น ผอ.กศน.อ.หนองจิก จ.ปัตตานี 136.น.ส.อภิญญา สามเส้ง ผอ.กศน.อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี เป็น ผอ.กศน.อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี 137.ว่าที่ ร.ต.ประวิตร จินตประสาท ผอ.กศน.อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี เป็น ผอ.กศน.อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี 138.นายนภดล พุฒสกุล ผอ.กศน.อ.เมือง จ.ปัตตานี เป็น ผอ.กศน.อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี

139.น.ส.วิรวรรณ มูลจันที ผอ.กศน.อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เป็น ผอ.กศน.อ.เมือง จ.ปัตตานี 140.นางภัชราพร มีรสสม ผอ.กศน.อ. เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นผอ.กศน.อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา 141.นายพานิช ศรีงาม ผอ.กศน.อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็น ผอ.กศน.อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา 142.นายกรวุฒิ เกิดนาวี ผอ.กศน.อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา เป็น ผอ.กศน.อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา 143.น.ส.วริศรา คำนึงธรรม ผอ.กศน.อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา เป็น ผอ.กศน.อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา 144.นายสุชาติ บัณฑิตเขียน ผอ.กศน.อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็น ผอ.กศน.อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา 145.นางพรทิพย์ จันทรวิเชียร ผอ.กศน.อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เป็น ผอ.กศน.อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา 146.นางอำพรศิลป์ ลิมาภิรักษ์ ผอ.กศน.อ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา เป็น ผอ.กศน.อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา

147.นางจิตราภรณ์ แก้ววิสัย ผอ.กศน.อ.กะปง จ.พังงา เป็น ผอ.กศน.อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา 148.นางสุพันธ์ ทองแกมแก้ว ผอ.กศน.อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เป็น ผอ.กศน.อ.ควนเนียง จ.สงขลา 149.นายเลี่ยม โอนิกะ ผอ.กศน.อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เป็น ผอ.กศน.อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง 150.นายวรวุฒิ จริยภัครติกร ผอ.กศน.อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง เป็น ผอ.กศน.อ.บางแก้ว จ.พัทลุง 151.นายสมศักดิ์ จรจิตร ผอ.กศน.อ.บางแก้ว จ.พัทลุง เป็น ผอ.กศน.อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง 152.นายพัชรพงษ์ บุญเลิศ ผอ.กศน.อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เป็น ผอ.กศน.อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง 153.นายชาติชาย เทพรักษ์ ผอ.กศน.อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง เป็น ผอ.กศน.อ.ควนขนุน จ.พัทลุง 154.นายสุพรัตน์ เสรีพงศ์ ผอ.กศน.อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร เป็น ผอ.กศน.อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร 155.นายธนเดช จักรภพสำเภา ผอ.กศน.อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก เป็น ผอ.กศน.อ.เมือง จ.พิษณุโลก 156.นางกัญญา โมลาศน์ ผอ.กศน.อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี เป็น ผอ.กศน.อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี

157.นายปรีชา เรืองสนาม ผอ.กศน.อ.กุดชุม จ.ยโสธร เป็น ผอ.กศน.อ.เมือง จ.ยโสธร 158.น.ส.ฐิติมา นัยจิตร ผอ.กศน.อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร เป็น ผอ.กศน.อ.กุดชุม ยโสธร 159.นางชูตระกูล สว่างวงศ์ ผอ.กศน.อ.ไทยเจริญ จ.ยโสธร เป็น ผอ.กศน.อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร 160.นางสุนิสา สุวรรณโณ ผอ.กศน.อ.เบตง จ.ยะลา เป็น ผอ.กศน.อ.ยะหา จ.ยะลา 161.นางวาสนา อนุสรณ์ประเสริฐ ผอ.กศน.อ.ธารโต จ.ยะลา เป็น ผอ.กศน.อ.เบตง จ.ยะลา

162.น.ส.สุดารัตน์ จ่าภา ผอ.กศน.อ.หนองฮี จ.ร้อยเอ็ด เป็น ผอ.กศน.อ.ปทุมรัตน์ จ.ร้อยเอ็ด 163.นายณรงค์ฤทธิ์ บุญกอง ผอ.กศน.อ.ปทุมรัตน์ จ.ร้อยเอ็ด เป็น ผอ.กศน.อ.หนองฮี จ.ร้อยเอ็ด 164.นายเผ่าเพชร สาลี ผอ.กศน.อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด เป็น ผอ.กศน.อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 165.นางสมพิศ ตลับนาค ผอ.กศน.อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เป็น ผอ.กศน.อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด 166.นางสมร วรชิน ผอ.กศน.อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด เป็น ผอ.กศน.อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 167.นางละไม ไชยทุม ผอ.กศน.อ.เมืองสรวง จ.ร้อยเอ็ด เป็น ผอ.กศน.อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด 168.นางบัวบาน ประวิเศษ ผอ.กศน.อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด เป็น ผอ.กศน.อ.เมืองสรวง จ.ร้อยเอ็ด 169.นางไพบูลย์ สัตนาโค ผอ.กศน.อ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด เป็น ผอ.กศน.อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด 170.นางนิภา พุ่มกะเนาว์ ผอ.กศน.อ.กระบุรี จ.ระนอง เป็น ผอ.กศน.อ.ปะทิว จ.ชุมพร 171.นางสุรางค์รัตน์ พ่วงพี ผอ.กศน.อ.สุขสำราญ จ.ระนอง เป็น ผอ.กศน.อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี 172.พ.อ.อ.วิสุทธ์ เจริญวัย ผอ.กศน.อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง เป็น ผอ.กศน.อ.สีดา จ.นครราชสีมา 173.นายสมบูรณ์ พจนา ผอ.กศน.อ.เขาชะเมา จ.ระยอง เป็น ผอ.กศน.อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู 174.นางเยาวลักษณ์ ออกช่อ ผอ.กศน.อ.โคกเจริญ จ.ลพบุรี เป็น ผอ.กศน.อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี 175.พ.อ.ท.นิพนธ์ เพ็ชรใส ผอ.กศน.อ.แม่พริก จ.ลำปาง เป็น ผอ.กศน.อ.ชุมตาบง จ.นครสวรรค์ 176. นายพงค์แสนชัย อิสระไพจิตร์ ผอ.กศน.อ.เถิน จ.ลำปาง เป็น ผอ.กศน.อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย

177.นายสำเร็จ ศรีวิชัยมูล ผอ.กศน.อ.แม่ทา จ.ลำพูน เป็น ผอ.กศน.อ.แม่สรวย จ.เชียงราย 178.นายสุพัฒน์ สุวรรณสิงห์ ผอ.กศน.อ.ท่าลี่ จ.เลย เป็น ผอ.กศน.อ.เมือง จ.เลย 179.น.ส.สมร พงษ์พันธ์ ผอ.กศน.อ.หนองหิน จ.เลย เป็น ผอ.กศน.อ.แก้งสนามนาง จ.นครราชสีมา 180.นางวิไลวรรณ ไชยโสภา ผอ.กศน.อ.นาแห้ว จ.เลย เป็น ผอ.กศน.อ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด 181.นายชัยพร บุญปัญญา ผอ.กศน.อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ เป็น ผอ.กศน.อ.ไทยเจริญ จ.ยโสธร 182.นายประดิษฐ์ ศิวิไล ผอ.กศน.อ.ระโนด จ.สงขลา เป็น ผอ.กศน.อ.สทิงพระ จ.สงขลา 183.นายไพโรจน์ คเชนทองสุวรรณ ผอ.กศน.อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เป็น ผอ.กศน.อ.ระโนด จ.สงขลา 184.นายดนลาเต๊ะ อิแอ ผอ.กศน.อ.นาหม่อม จ.สงขลา เป็น ผอ.กศน.อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา 185.นางเบญจมาศ มเหสักขกุล ผอ.กศน.อ.ควนเนียง จ.สงขลา เป็น ผอ.กศน.อ.นาหม่อม จ.สงขลา

186.นายมรกต กันหนองผือ ผอ.กศน.อ.มะนัง จ.สตูล เป็น ผอ.กศน.อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล 187.น.ส.วิภานันท์ พุทธนุกูล ผอ.กศน.อ.ควนกาหลง จ.สตูล เป็น ผอ.กศน.อ.ควนโดน จ.สตูล 188.นางทัศนา กำปัตตา ผอ.กศน.อ.ควนโดน จ.สตูล เป็น ผอ.กศน.อ.ควนกาหลง จ.สตูล 189.น.ส.สุวรรณา ธนุคคามิน ผอ.กศน.อ.หนองแซง จ.สระบุรี เป็น ผอ.กศน.อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี 190.นายพัฒนา เพชรคชสิทธิ์ ผอ.กศน.อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เป็น ผอ.กศน.อ.หนองแซง จ.สระบุรี 191.น.ส.ศรีไพร ผิวโสม ผอ.กศน.อ.วังม่วง จ.สระบุรี เป็น ผอ.กศน.อ.แก่งคอย จ.สระบุรี 192.นายศุภเศรษฐ์ ญาณเศรษฐพัฒน์ ผอ.กศน.อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี เป็น ผอ.กศน.อ.วังม่วง จ.สระบุรี 193.น.ส.ฉัฐนันท์ ฉันทกุล ผอ.กศน.อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี เป็น ผอ.กศน.อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

194.นางภัทรมน เยี่ยงไธสงค์ ผอ.กศน.อ.วิหารแดง จ.สระบุรี เป็น ผอ.กศน.อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี 195.นางณัฐพร เชื้อมหาวัน ผอ.กศน.อ.ดอนพุด จ.สระบุรี เป็น ผอ.กศน.เขตสาทร กทม. 196.นายรัฐเขต เชื้อมหาวัน ผอ.กศน.อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี เป็น ผอ.กศน.เขตยานนาวา กทม. 197.น.ส.จิราภรณ์ วัชรปราการ ผอ.กศน.อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี เป็น ผอ.กศน.เขตตลิ่งชัน กทม.198.นายกิตติพงศ์ ปิตะหงษนันท์ ผอ.กศน.อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เป็น ผอ.กศน.อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ 199.น.ส.อัษฎา บัวบุญ ผอ.กศน.อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ เป็น ผอ.กศน.อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์

200.นางกนกรัตน์ บานชื่น ผอ.กศน.อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ เป็น ผอ.กศน.อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ 201.นายพัฒนา ปู่วัง ผอ.กศน.อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย เป็น ผอ.กศน.อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย 202.นางนิรมล หนองเหล็ก ผอ.กศน.อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย เป็น ผอ.กศน.อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย 203.นางอภิญญา ลีบ่อน้อย ผอ.กศน.อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย เป็น ผอ.กศน.อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย 204.พ.จ.อ.สมเจตน์ สวาศรี ผอ.กศน.อ.สังคม จ.หนองคาย เป็น ผอ.กศน.อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ 205.นางนิโลบล บุตรศรี ผอ.กศน.อ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู เป็น ผอ.กศน.อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู 206.นายเรืองยศ โนราช ผอ.กศน.อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู เป็น ผอ.กศน.อ.เมืองหนองบัวลำภู จ.หนองบัวลำภู

207.นายจรูญ แสงสาคร ผอ.กศน.อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี เป็น ผอ.กศน.อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี 208.นายกุญชร สุธรรมวิจิตร ผอ.กศน.อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี เป็น ผอ.กศน.อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี 209.นายวินัย ขันจันทา ผอ.กศน.อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี เป็น ผอ.กศน.อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี 210.นางนิตยา สุภาษร ผอ.กศน.อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี เป็น ผอ.กศน.อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี 211.นายอดิศักดิ์ คัมภีระ ผอ.กศน.อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี เป็น ผอ.กศน.อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี 212.นายทวีชัย ศรีลับศรี ผอ.กศน.อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี เป็น ผอ.กศน.อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

213.นายพิษณุ ภูมิภาค ผอ.กศน.อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี เป็น ผอ.กศน.อ.เมืองอุบลราชธานี 214.นายอุทัย กากแก้ว ผอ.กศน.อ.ดอนมดแดง จ.อุบลราชธานี เป็น ผอ.กศน.อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี 215.นางอมรรัตน์ คงสำรวย ผอ.กศน.อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี เป็น ผอ.กศน.อ.ดอนมดแดง จ.อุบลราชธานี 216.นายจรูญ พิมพ์ศิริ ผอ.กศน.อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เป็น ผอ.กศน.อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี 217.นายเฉลิมพล อ่อนละออ ผอ.กศน.อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี เป็น ผอ.กศน.อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี 218.นายสมพงษ์ จันทร์เกษ ผอ.กศน.อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี เป็น ผอ.กศน.อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี 219.นางฉิมพลีรดา ภาโว ผอ.กศน.อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี เป็น ผอ.กศน.อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี 220.นางนิตยา ภูพันนา ผอ.กศน.อ.ทุ่งศรีอุดม จ.อุบลราชธานี เป็น ผอ.กศน.อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์

221.นายประกิต จันทร์ศรี ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสมุทรสาคร (ศว.) เป็น ผอ.อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์ 222.นางขวัญใจ ปัญญชุณห์ ผอ.ศว.นครสวรรค์ เป็น ผอ.ศว.สมุทรสาคร 223.นายเจริญศักดิ์ ดีแสน ผอ.กศน.อำเภอเทิง จ.เชียงราย เป็น ผอ.ศว.นครสวรรค์ 224.นายพรศักดิ์ ธรรมวานิช ผอ.กศน.อ.ภูหลวง จ.เลย เป็น ผอ.ศว.สระแก้ว 225.นายองอาจ อ้อหิรัญ ผอ.ศูนย์ฝึกวิชาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนมุกดาหาร (ศฝช.) เป็น ผอ.ศฝช.สุรินทร์ 226.นายสุวัฒน์ ชำนาญกิจ ผอ.ศฝช.สุรินทร์ เป็น ผอ.ศฝช.มุกดาหาร 227.นายเอกชัย ปานเม่น ผอ.ศฝช.เชียงราย เป็น ผอ.ศฝช.ชุมพร และ 228.นายพิสิษฐ์ วศินภัทรโภคิน ผอ.ศฝช.ชุมพร เป็น ผอ.ศฝช.เชียงราย

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-09-21 13:05:10


ความเห็นที่ 41 (1503711)

กศน.ปรับคุณภาพ ตอบโจทย์สังคม



นางศุทธินี งามเขตต์ ผอ.กลุ่มพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เปิดเผยว่า สำนักงาน กศน.จัดประชุมชี้แจงแนวทางการประกันคุณภาพภายในของกศน.อำเภอ/เขต ในพื้นที่นำร่อง 8 จังหวัด เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีนายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการกศน. เป็นประธาน พร้อมมอบนโยบาย โดยเน้นย้ำให้สถานศึกษาในพื้นที่นำร่อง 8 จังหวัดตามโครงการการประเมินคุณภาพภายนอกเชิงพื้นที่ของสมศ. ดำเนินการอย่างเต็มที่ ทั้งในเรื่องการประกันคุณภาพภายในและการเตรียมความพร้อมรองรับการประเมินคุณภาพภายนอกจากสมศ. เพื่อให้เป็นต้นแบบที่ดีแก่สถานศึกษาทั้งหมดในอีก 69 จังหวัด ที่จะต้องรับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม

นางศุทธินีกล่าวต่อว่า ทั้งนี้มีการนำเสนอวิธีจัดเก็บข้อมูลรายงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งระบบติดตาม ประเมินผลโครงการ (e-Project) เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกับงานประกันคุณภาพภายในและงานประเมินคุณภาพภายนอก

นายประเสริฐกล่าวว่า สำนักงานกศน.เป็นส่วนหนึ่งของสังคมจึงต้องปฏิบัติตามกฎ กติกาของสังคมในเรื่องการประเมินคุณภาพการศึกษาอย่างเคร่งครัด โดยสถานศึกษาทั้งหมดในสังกัดสำนักงานกศน. จะต้องมีคุณภาพการศึกษาสูงสุด สามารถตอบโจทย์ของสังคมในเรื่องคุณภาพการศึกษาและส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตได้เป็นอย่างดี

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-06-28 09:21:17


ความเห็นที่ 40 (1501660)

กศน.ประเมินคุณภาพ8จว.รอบ3


นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (เลขาฯ กศน.) กล่าวว่า สำนักงาน กศน.กำหนดให้ กศน.อำเภอ เขต ทุกแห่งพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในให้ได้มาตรฐาน ยึดหลักการมีส่วนร่วมของชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา ซึ่งกศน.อำเภอ/เขต จะต้องประเมินคุณภาพภายใน ติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษาและพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาของ กศน.อำเภอ/เขต ที่มุ่งคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จัดทำระบบบริหารและสารสนเทศ ดำเนินการจัดการศึกษาตามแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของ กศน.อำเภอ/เขต ติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษาประเมินคุณภาพภายในตามมาตรฐานการศึกษาของ กศน.อำเภอ/เขต และจัดทำรายงานประจำปีที่เป็นรายงานประเมินคุณภาพภายใน

นายประเสริฐกล่าวต่อว่า กศน.อำเภอที่จะต้องรับการประเมินภายนอกรอบสาม เชิงพื้นที่มีกำหนดเข้ารับการประเมินประมาณเดือนส.ค.นี้ 55 แห่งใน 8 จังหวัด ได้แก่ แพร่ สิงห์บุรี ชัยนาท สมุทรสงคราม ตราด อำนาจเจริญ พังงา และชุมพร ทั้งนี้ สำนักงาน กศน.จัดประชุมชี้แจงเกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายใน แก่ผู้บริหาร กศน.อำเภอ ครู กศน. ศึกษานิเทศก์ และผู้เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันคุณภาพการศึกษาจากศึกษานิเทศก์ กลุ่มพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียนสถาบัน กศน.ภาค สำนักงาน กศน.จังหวัด เพื่อให้คำปรึกษา และพัฒนาบุคลากรของ กศน.อำเภอทั้ง 55 แห่งให้ประกันคุณภาพภายใน และพร้อมในการรับการประเมินคุณภาพภายนอก จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา


 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-06-22 08:53:42


ความเห็นที่ 39 (1498766)

เบรกเอี๊ยด ! นโยบาย จบ ม.6 ภายใน 8 เดือน ส่อไม่ชอบ ต้องออกกฎกระทรวงรองรับใหม่

วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2555 เวลา 20:38:17 น.

 

เมื่อไม่นานมานี้ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.)  และสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา      

สืบเนื่องจากรัฐบาลได้แถลงนโยบายการจัดการศึกษา ต่อรัฐสภา ที่มุ่งเน้นการสร้างและกระจายโอกาสทางการศึกษาในสังคมไทย โดยคำนึงถึงการสร้างความเสมอภาคและความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นแก่ประชาชน ทุกกลุ่ม กระทรวงศึกษาธิการจึงได้กำหนดนโยบายที่จะยกระดับการศึกษาของประชาชน ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏว่า มีบุคคลที่ยังไม่จบการศึกษาในขั้นพื้นฐานอยู่เป็นจำนวนมาก และขาดโอกาสในการศึกษาในระบบโรงเรียนปกติ ประกอบกับบุคคลดังกล่าวมีการประกอบอาชีพที่มั่นคง โดยการศึกษาที่บุคคลเหล่านี้จะได้รับคือ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 

  

ดังนั้น เพื่อพัฒนาศักยภาพและกระจายโอกาสทางการศึกษาในสังคมไทย เห็นควรยกระดับการศึกษาของประชาชนให้จบ ม. 6  ภายใน 8  เดือน  

สำนักงาน กศน. จึงขอหารือว่า  การศึกษานอกระบบในส่วนของการศึกษาขั้นพื้นฐาน แบ่งออกเป็น (ก) การศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา (ข) การศึกษาระดับประถมศึกษา และ (ค) การศึกษาระดับมัธยมศึกษา แบ่งออกเป็นสองระดับ คือ การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยแบ่งออกเป็นประเภทสามัญศึกษาและประเภทอาชีวศึกษา นั้น ครอบคลุมถึงการจัดการศึกษาตามนโยบายของรัฐบาลที่เปิดโอกาสให้ประชาชนที่ไม่ มีพื้นความรู้ระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สามารถเทียบระดับสูงสุดของการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยไม่ต้องเทียบทีละระดับการ ศึกษา ทั้งประเภทสามัญศึกษาและประเภทอาชีวศึกษา เพื่อให้จบ ม.6  ภายใน 8  เดือน จะเป็นการขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงดังกล่าวหรือไม่

   

 

ล่าสุด คณะกรรมการกฤษฎีกา  วินิจฉัยแล้วเห็น ว่า หากกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนซึ่งที่ไม่มีพื้นฐาน ความรู้ทางการศึกษาเทียบได้กับระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สามารถเทียบระดับความรู้ในระดับสูงสุดของการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยไม่ต้องเทียบทีละระดับการศึกษา ก็จำเป็นจะต้องแก้ไขปรับปรุงกฎกระทรวงและระเบียบต่าง ๆ ที่มีอยู่เสียใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการดังกล่าว  
   
ทั้งนี้ ควรคำนึงถึงความพร้อมของผู้ขอเทียบระดับการศึกษาและความพร้อมของสถานศึกษา  ตลอดทั้งมาตรฐานทางการศึกษาของชาติ โดยหน่วยงานต้นสังกัดจะต้องจัดทำมาตรฐานการเรียนรู้ตามระดับการศึกษาและวิธี การประเมินเพื่อใช้สำหรับเทียบระดับการศึกษาให้ชัดเจนด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-06-17 08:24:06


ความเห็นที่ 38 (1487389)

สพฉ.ส่งอาสาสมัครฉุกเฉินเรียนกศน. ดัน3เด้งยกชั้นขึ้นเป็นจนท.กู้ชีพ


น.พ.ชาตรี เจริญชีวะกุล เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า ในเร็วๆ นี้ สพฉ.จะลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เรื่องการให้อาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ได้เข้าเรียนในหลักสูตรของกศน. ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้กับคนไทย โดยใช้เวลาเรียน 8 เดือน เมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับวุฒิการศึกษาระดับ ม.6 เนื่องจากปัจจุบันพบว่าอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ ที่มีจิตอาสาทำงานช่วยเหลืองานกู้ชีพฉุกเฉินอยู่ในภาคเอกชนต่างๆ เช่น มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และมูลนิธิร่มไทร เป็นต้น จำนวนกว่า 3-4 หมื่นคน สำเร็จการศึกษาเพียงชั้น ป.4 หรือ ป.6 หากได้เข้าศึกษาต่อตามโครงการนี้ก็จะช่วยยกระดับการศึกษาให้สูงขึ้น


เลขาธิการ สพฉ.กล่าวอีกว่า อาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ที่จะเข้าศึกษาต่อในโครงการนี้ได้จะต้องเป็นอาสาสมัครที่มีอาชีพชัดเจน เพราะในการเรียน กศน.จะใช้ประสบการณ์ในการทำงานมาเทียบเป็นหน่วยกิตของวิชาต่างๆ ด้วย ใช้เวลาเรียนเพียง 8 เดือน จากเดิมที่จะต้องใช้เวลาเรียน กศน.อย่างน้อย 2 ปีจึงจะสำเร็จการศึกษา ทั้งนี้ อาสาสมัครฉุกเฉินที่เรียนต่อกับ กศน.ตามโครงการนี้จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลประมาณ 3-4 พันบาทต่อคน ซึ่งคาดว่าภายใน 1-2 เดือนนี้จะดำเนินการเตรียมการทุกอย่างแล้วเสร็จ จากนั้นอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ที่สนใจสามารถสมัครเข้าเรียนต่อได้ที่ศูนย์ กศน.ต่างๆ ทั่วประเทศ เมื่อเรียนจบจะมีสิทธิ์เข้ารับการฝึกอบรมเพื่อยกระดับเป็นเจ้าหน้าที่กู้ชีพขั้นพื้นฐาน (EMT-B) หรือหน่วยกู้ชีพ 110 ชั่วโมงได้ ซึ่งจะทำให้มีความรู้ที่จะนำไปใช้ในการช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง


 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-05-02 08:55:09


ความเห็นที่ 37 (1485663)

 

กศน.ปลื้มกองทุนบทบาทสตรีล้นเป้า รวมข้อมูลเพื่อยกระดับการศึกษาให้ผู้หญิง

วันจันทร์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2555, 06.00 น.

นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) เปิดเผยถึง การจัดตั้งสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ ว่า “การดำเนินการในครั้งนี้ รมว.ศธ.ได้มอบหมายให้ กศน.ดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย โดยมีหน่วยงานที่ร่วมรับผิดชอบในการรับสมัคร คือ กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) โดยให้กศน.ตำบล และกศน.อำเภอ และกศน.จังหวัด ดำเนินการรับสมัครสมาชิกกองทุนฯ และหลังจากที่ได้ปิดรับสมัครสมาชิกของกองทุนฯไปเมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา พบว่ามีผู้มาสมัครเป็นสมาชิกฯ จำนวนรวมทั้งสิ้น 10,217,764 คน แยกเป็นภาคเหนือ 2,030,276 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5,008,074 คน ภาคตะวันออก 614,231 คน ภาคกลาง 1,058,306 คน ภาคใต้ 1,300,562 คน กทม. 206,315 คน ถือว่าเกินเป้าหมายที่รัฐบาลได้ตั้งไว้ จำนวน 10 ล้านคน อย่างไรก็ตาม ทางโครงการจะยังคงเปิดรับสมัครต่อไปเรื่อยๆ แต่สมาชิกที่มาสมัครเป็นสมาชิกกองทุนฯหลังวันที่ 31 มี.ค. จะไม่มีสิทธิ์ได้ร่วมคัดเลือกตัวแทนตำบล และตัวแทนจังหวัด รวมทั้ง ไม่มีสิทธิ์ลงสมัครเป็นตัวแทนตำบลและตัวแทนอำเภอ ในจำนวน 10 ล้านคนนี้  

นายประเสริฐ กล่าวด้วยว่า กศน.จำเป็นต้องมีข้อมูลพื้นฐานของสตรีที่มาสมัครเป็นสมาชิกกองทุนฯเพื่อให้ กศน.รู้ถึงระดับการศึกษา และความต้องการของสตรีทุกคนว่าต้องการได้งบในการพัฒนาบทบาทอย่างไร ต้องการที่จะพัฒนาอาชีพอย่างไร ต้องการที่จะอบรมพัฒนาส่งเสริมศักยภาพกลุ่มของตนเองอย่างไร เพื่อจะได้นำข้อมูลเหล่านี้มาจัดการศึกษาตลอดชีวิตให้กับกลุ่ม สมาชิกฯในแต่ละกลุ่มต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-23 09:13:10


ความเห็นที่ 36 (1485661)


ลั่นโปร่งใสแจกคูปองเด็กยากจน กศน.ให้สิทธิซื้อหนังสือที่ชอบ-หนุนการอ่าน



นาย ประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) เปิดเผยความคืบหน้าการศึกษาแนวทางและตั้งงบประมาณปี 2556 เพื่อดำเนินการแจกคูปองให้เด็กยากจน ระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 กว่า 2.5 ล้านคน นำไปซื้อหนังสืออ่านเพื่อส่งเสริมให้เด็กรักการอ่าน ตามนโยบายของนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ได้ขอตั้งงบประมาณไว้ 500 ล้านบาท พร้อมกับศึกษาแนวทางการดำเนินโครงการให้บรรลุตามนโยบายของ รมว.ศธ. ที่ให้นักเรียนได้เลือกซื้อหนังสืออ่านตามความชอบ ความสนใจเอง โดยไม่กำหนดรายการหนังสือ และร้านค้าที่จะซื้อไม่ว่าจะเป็นร้านค้าย่อยหรือร้านสะดวกซื้อ

นอก จากนี้ สำหรับร้านค้าที่นำคูปองมาเบิกเงินนั้นต้องมีใบเสร็จพร้อมรายการหนังสือที่ เด็กซื้อแนบมาด้วย โดยเบื้องต้นจะขอให้หน่วยงานต้นสังกัดที่ดูแลนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักงาน กศน.เร่งสำรวจจำนวนนักเรียนยากจน เพื่อนำตัวเลขมารวมกัน ก่อนหารเฉลี่ยจำนวนให้เท่ากันทุกสังกัด ทุกเขตพื้นที่ ทุกจังหวัด เพื่อจัดสรรคูปอง โดยสามารถเบิกคูปองได้ที่สำนักงาน กศน.จังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2/2555 เป็นต้นไป

'ผมจะเชิญผู้บริหารที่เกี่ยว ข้องมาประชุมทำความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดสรรคูปองและการซื้อหนังสือ ซึ่งต้องให้อิสระแก่เด็กในการเลือกซื้อหนังสืออ่านเอง ห้ามให้มีร้านค้าหรือสำนักพิมพ์เข้ามาขายหนังสือในโรงเรียน ห้ามมีค่าคอมมิสชั่นต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงห้ามโรงเรียนจัดชุดหนังสือมายัดเยียดให้เด็กอ่าน เป็นต้น หากใครทำถือว่าส่อพิรุธมีเจตนาไม่บริสุทธิ์จะไม่สามารถนำคูปองมาขึ้นเงินได้

ทั้งนี้ เพราะรมว.ศึกษาธิการมีความตั้งใจให้การดำเนินการทุกอย่างในศึกษาธิการโปร่ง ใส ต้องการให้เกิดการส่งเสริมการอ่านอย่างแท้จริง และที่สำคัญเพื่อให้ภาษีของประชาชนเกิดประโยชน์แก่เด็กมากที่สุด' นายประเสริฐกล่าว

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-23 08:56:43


ความเห็นที่ 35 (1483717)

ภาคธุรกิจเมินคนจบ กศน. ป.ตรีค่ำ โดนด้วย เหตุด้อยมาตรฐาน/จี้ ‘ศึกษา’ จัดระบบด่วน

สยามธุรกิจ - แรงงานไทยเดี้ยง!! บริษัทเอกชนเมินรับสมัคร เหตุขาดศักยภาพการแข่งขันถึงขั้นระบุเป็นระเบียบในองค์กร จบ “กศน.ภาคค่ำ” ไม่รับ ขณะที่ผู้บริหารสถาบันการศึกษายอมรับแผนการศึกษาไทยเละตุ้มเป๊ะวนในอ่าง เปรียบผ่อนค่าเรียนเหมือนผ่อนเครื่องใช้ไฟฟ้า ด้านทีดีอาร์ไอเตือนค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท อาจเป็นชนวนผลักแรงงานงานออกนอกระบบ แนะรัฐต้องเตรียมแผนป้องกันให้ดี

จากรายงานของสถาบันพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ ที่ระบุว่าการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ แม้เป็นไปภายใต้นโยบายประชานิยมของรัฐบาลตามที่หาเสียงไว้ และดูเป็นธรรมกับลูกจ้างระดับหนึ่ง แต่การขึ้นค่าจ้างมากๆแบบฉับพลันมีโอกาสเกิดผลเสีย โดยเฉพาะผู้ประกอบการหรือภาคธุรกิจที่ไม่แข็งแรงพอซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเอสเอ็มอี จึงควรมีมาตรการรองรับเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการปรับตัวเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสามารถเป็นแหล่งรองรับแรงงานในกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบไม่ต้องถูกเลิกจ้าง หรือถูกผลักไปสู่สภาพการทำงานที่แย่ลง สวนทางกับความพยายามในอดีตซึ่งสามารถทำให้แรงงานเข้ามาทำงานในระบบได้รับการคุ้มครองดูแลตามกฎหมายมากขึ้น แต่ตอนนี้หากไม่เตรียมการรองรับที่ดีผลกระทบที่เกิดขึ้นจะทำให้แรงงานระดับล่างอายุน้อยทักษะต่ำกลับไปอยู่นอกระบบเป็นจำนวนมาก เพิ่มสัดส่วนแรงงานที่ได้ค่าจ้างต่ำกว่าขั้นต่ำและกฎหมายคุ้มครองไปไม่ถึงอย่างน่าเสียดาย

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของนักธุรกิจหลายคนยังมองว่า รับได้กับการปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ แต่ต้องเป็นแรงงานที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งรัฐบาลไทยยังไม่มีแผนการพัฒนาฝีมือแรงงานที่เป็นระบบเลย แม้กระทั่งระบบการศึกษาไทยก็กระท่อนกระแท่น ทำกันในเชิงธุรกิจโดยเฉพาะการศึกษาภาคค่ำ หรือการศึกษานอกโรงเรียนที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ยกตัวอย่างการศึกษานอกโรงเรียนหรือ กศน.นั้น ไม่ทราบว่ารัฐบาลเปิดขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์อะไร แต่บริษัทหลายแห่งไม่รับนักศึกษาจาก กศน.เข้าทำงาน เช่น บริษัทบริหารทางด่วนแห่งหนึ่ง กำหนดในกฎระเบียบการสมัครงานเลยว่า ไม่รับสมัครบุคคลที่จบการศึกษาระดับมัธยมปลายจาก กศน.

ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อเข้าไปยังฝ่ายบุคคลของบริษัทดังกล่าว ซึ่งไม่ได้รับการตอบรับหรือปฏิเสธ แต่แหล่งข่าวยืนยันว่า ขณะนี้บริษัทฯกำลังรับสมัครพนักงานเก็บเงินบริเวณจุดเก็บเงินขึ้นทางด่วน โดยมีคุณสมบัติต้องจบมัธยมปลาย แต่มีข้อยกเว้นผู้ที่จบ กศน.

“ประเด็นนี้เราคงโทษว่าเป็นความใจแคบของบริษัทฯคงฯไม่ได้ แต่ต้องไปดูว่าระบบการศึกษาไทยมีความบกพร่องตรงไหน ทำไมนักศึกษา กศน.จึงถูกปฏิเสธการจ้างงาน” แหล่งข่าว กล่าว

ไม่เว้นแม้กระทั่งการศึกษาภาคค่ำ ตั้งแต่ระดับมัธยมปลายจนถึงมหาวิทยาลัย ต่างเรียนและสอนกับแบบน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า นักศึกษามาเรียนบ้าง ไม่มาเรียนบ้าง เป้าหมายเพียงแค่ปริญญาบัตรใบเดียว โดยลืมไปว่าในการทำงานจริงๆนั้นต้องมีการแข่งขันกับคนอื่น ทำให้หลายคนเมื่อจบมาแล้วขาดศักยภาพทางการแข่งขัน บางคนเปรียบเทียบว่าการศึกษาสมัยนี้เหมือนการ “ผ่อนค่าเล่าเรียน” เช่นเดียวกับการผ่อนเครื่องใช้ไฟฟ้า

ด้าน ดร.ช่วงโชติ พันธุเวช อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ถึงระบบการศึกษาของไทยว่า ไมเคิล พอตเตอร์ นักวิชาการเศรษฐศาสตร์ระดับโลกเคยกล่าวไว้ว่านโยบายประเทศไทยดี แต่ไม่สามาถทำให้สำเร็จได้ เป็นการฝันอยางเดียว ฝันว่าจะเป็นศูนย์กลางอย่างโน้น ศูนย์กลางอย่างนี้ สุดท้ายกลายเป็นศูนย์กลางความล้มเหลววนอยู่ในอ่าง ที่ผ่านมาคุณภาพการศึกษาโดยภาษาอังกฤษ วันนี้เด็กไทยพูดภาษาอังกฤษได้กี่เปอร์เซ็นต์ แม้กระทั่งการอ่านการเขียนไวยากรณ์ภาษาไทยเด็ก 100 คน สอบผ่านแค่ 19 คน แล้วแบบนี้เราจะพร้อมแข่งขันกับกลุ่มอาเซียนได้อย่างไร เมื่ออาเซียนเปิดเสรีเต็มตัวในปี 2558 อุตสาหกรรมและแรงงานมากมายจะทะลักเข้าสู่เมืองไทยเหมือนเขื่อนแตก การเคลื่อนย้ายคน ทรัพยากร เทคโนโลยี จากที่หนึ่งไปสู่ที่หนึ่งจะมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง “ภาษา” คืออาวุธสำคัญ แต่ปัญหาของคนไทยเวลานี้พูดภาอังกฤษได้น้อยมาก เราเริ่มต้นสังคายนาเรื่องนี้กันหรือยัง

“การศึกษาไทยยังมีปัญหา ตราบใดที่เรื่องนี้ยังไม่ได้รับการพัฒนา โอกาสที่เศรษฐกิจไทยหรืออุตสาหกรรมไทยจะแข่งขันกับคนอื่นได้ก็ลำบาก เป้าหมายของมหาวิทยาลัยเอกชนคือลงทุนเพื่อกำไร เปิดอะไรก็ได้ที่ได้เงิน ไม่ได้นึกถึงประเทศชาติ ไม่ได้นึกถึงว่ามหาวิทยาลัยจะอยู่ยาวนานหรือไม่ ลงทุนเพื่อวันพรุ่งนี้แต่ไม่ใช่มะรืนนี้ มหาวิทยาลัยของรัฐก็เช่นกัน อะไรที่ลงทุนไม่มากก็เปิดเป็นดอกเห็ด ศิลปศาสตร์ สังคมศาสตร์ บริหารธุรกิจ รัฐศาสตร์ เปิดซ้ำกันไปซ้ำกันมาเหมือนการผลิตเสื้อโหล ไม่สนใจว่าเด็กจบออกมาแล้วจะตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมในตลาดแรงงานหรือไม่ วันนี้ตลาดแรงงานจึงขาดแคลนฝีมือแรงงานระดับ ปวช. ปวส. เพราะทุกสถาบันหันมาผลิตบุคลากรระดับปริญญาตรีกันหมด การศึกษาที่เป็นวาระของชาติยังไม่มี มีแต่นโยบายของแต่ละพรรคการเมืองที่เข้ามา ใครเข้ามาก็จะปรับจะเปลี่ยนตามวาระของฉัน ไม่ใช่วาระของชาติ เกาหลีเขาไม่เคยเปลี่ยนนโยบายทางการศึกษา รัฐบาลไหนมาต้องทำเรื่องนี้ และวันนี้เกาหลีเน้นผลิตบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เขาไม่สนับสนุนสังคมศาสตร์ แต่สนับสนุนวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีประมาณ 60% ของเราแค่ 20% เป็นไปไม่ได้ที่เราจะพัฒนาไปสู่ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์หรือธุรกิจที่เป็นอินโนเวชั่น ไม่มีทางคุณจะไปได้ยังไงในเมื่อวิทยาศาสตร์ของเราวันนี้ยังไม่ถึง 30% เลย”

ด้านผู้ประกอบการโรงงานรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เมื่อเปรียบเทียบแรงงานไทยกับแรงงานต่างด้าว ในด้านความขยันและความรับผิดชอบแล้วแรงงานไทยยังเป็นรองแรงงานต่างด้าวหลายด้าน แม้ว่าในด้านฝีมือจะดีกว่าแต่จะมีปัญหาในด้านวินัยในการทำงาน

“แรงงานไทยกว่า 70% ยังนิยมดื่มเหล้าหลังเลิกงาน ทำให้บางครั้งต้องหยุดงานโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ยังเบิกเงินล่วงหน้าทุกเดือน ปัญหาเหล่านี้จะแก้ไขยังไง ในขณะที่การปรับค่าแรงขั้นต่ำล่วงหน้าไปแล้ว”

จึงนับเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลไทยว่าจะทำอย่างไรให้ศักยภาพแรงงานสอดคล้องกับค่าแรงงานขั้นต่ำ ถ้าปรับแต่ค่าแรง ไม่ปรับระบบการศึกษา ระบบความคิด เมื่อเปิดเสรีแรงงานต่างด้าวก็จะเข้ามาแย่งงานของแรงงานไทยจนหมด

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-12 21:32:51


ความเห็นที่ 34 (1481653)

กศน.ชงหลักสูตรใหม่อุ้มเด็กเร่ร่อน


นาย กุลธร เลิศสุริยะกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาหลักสูตร สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) เปิดเผยถึงการจัดการศึกษาสำหรับเด็กเร่ร่อนว่า ปัจจุบันเด็กที่อยู่ในระบบโรงเรียนจะได้รับการดูแลอย่างดี มีเงินอุดหนุน มีเสื้อผ้าและอุปกรณ์การเรียนการสอน ขณะที่เด็กเร่ร่อนจำนวนไม่น้อยถูกตัดสิทธิ์เพียงเพราะไม่ได้อยู่ในระบบ โรงเรียน ซึ่งไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ชัดเจนว่าเด็กทุกคนต้องได้รับสิทธิ์ ทางการศึกษาและการคุ้มครองดูแลอย่างเท่าเทียมกัน

ดังนั้น สำนักงาน กศน.จำเป็นต้องพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ของกศน. ให้เด็กกลุ่มนี้ได้เรียนรู้เหมาะสมตามวัย เพราะที่ผ่านมาจะมุ่งจัดให้กับผู้ใหญ่ ทั้งนี้ จะต้องพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพจัดการศึกษาและกิจกรรมการเรียนรู้ให้ถูกต้อง ตามจิตวิทยาสำหรับวัยเด็กด้วย

'ทั้งนี้ จะต้องปรับระบบการสนับสนุนงบฯ ในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับเด็กกลุ่มนี้ ซึ่งคิดว่าน่าจะได้รับเงินสนับสนุนมากกว่าเด็กปกติด้วยซ้ำ ที่ผ่านมาสำนักงานกศน.จัดการศึกษาให้กับเด็กเร่ร่อนอยู่แล้ว โดยมีเด็กเร่ร่อนทั่วประเทศมารับบริการประมาณ 1,000 กว่าคน มีครูกว่า 40 คน แต่เด็กเหล่านี้ไม่ได้รับเงินอุดหนุนรายหัว แนวคิดนี้จึงเป็นการนำเด็กกลับเข้าสู่การศึกษาขั้นพื้นฐานและได้รับเงินราย หัว โดยหลักสูตรที่จะปรับใหม่ต้องเน้นการสอนทักษะชีวิต ทักษะการทำงาน ชี้ช่องทางอาชีพที่ไม่เสี่ยงอันตราย ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของการจัดการศึกษาของสำนักงานกศน. ที่ผมจะเสนอนายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการ กศน. เพื่อให้เริ่มใช้ได้ทันในปีการศึกษา 2555 นี้' ผู้เชี่ยวชาญฯ สำนักงานกศน.กล่าว

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-02 08:30:51


ความเห็นที่ 33 (1478992)

สนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพฯ กศน.ผุดหลักสูตรชนเผ่า?มละบริ?เน้นวิถีชาติพันธุ์



นาย ประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการ กศน. เปิดเผยว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ กศน. อ.บ่อเกลือ จ.น่าน จัดศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา "แม่ฟ้าหลวง? มละบริภูฟ้า เพื่อจัดการศึกษาระดับประถมศึกษาให้กลุ่มชาติพันธุ์ชนเผ่ามละบริ โดยใช้หลักสูตรการศึกษานอกระบบโรงเรียน ทั้งนี้ได้มอบให้กลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการและกลุ่มพัฒนาการศึกษานอกระบบ โรงเรียน จัดบุคลากรที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมดำเนินการพัฒนาหลักสูตรสำหรับกลุ่มชาติ พันธุ์มละบรินี้ โดยมีสถาบัน กศน.ภาคเหนือ เป็นเจ้าภาพ โดยใช้หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 หลักสูตรสถานศึกษาต้นแบบที่สามารถใช้ในการจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมาย เฉพาะเด็กในวัยเรียนที่เป็นชาติ พันธุ์ เป็นแกนหลักการพัฒนาหลักสูตร พร้อมกับน้อมนำแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มีพระราชประสงค์ให้กลุ่มชาติพันธุ์นี้มีโอกาสเรียนรู้เช่นเดียวกับคนไทย ทุกคนแต่ยังคงวิถีชีวิต และวัฒนธรรมความดีงามของชนเผ่ามละบริไว้



"ทั้ง นี้จะใช้หลักสูตรสถานศึกษา ระดับประถมศึกษา สำหรับชนเผ่าละบริ พ.ศ.2555 ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ่อเกลือ มี รูปแบบและโครงสร้างหลักสูตรที่ยืดหยุ่นด้านสาระ การเรียนรู้ เวลาเรียน และกระบวนการจัดการเรียนรู้ เน้นการ บูรณาการเนื้อหาให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตชนเผ่ามละบริ และส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาและเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ จึงปรับเนื้อหาและเวลาเรียนให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้น ฐาน พ.ศ.2551 ขณะเดียวกันจะเน้นการเรียนรู้วัฒนธรรมของชนเผ่ามละบริ และนำไปเทียบโอนผลการเรียนในกรณีที่ผู้เรียนจะไปศึกษาต่อในระบบโรงเรียนได้ สะดวกยิ่งขึ้น? เลขาธิการ กศน.กล่าว

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-03-21 09:19:19


ความเห็นที่ 32 (1464047)

 

ประกาศแล้ว กฎกระทรวงสิทธิจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน รู้จัก"ครูภูมิปัญญา"

วันที่ 08 มกราคม พ.ศ. 2555 เวลา 11:55:29 น.

 

มติชนออนไลน์ รายงานว่า วันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๕ ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ กฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิของบุคคลในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน พ.ศ. ๒๕๕๔
 

เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติให้บุคคลมีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามที่กำหนด ในกฎกระทรวง เพื่อให้บุคคลซึ่งมีความประสงค์และมีความพร้อมเข้ามาช่วยเหลือรัฐในการจัดการศึกษา ขั้นพื้นฐานในรูปแบบการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยรัฐจะส่งเสริมและสนับสนุน การจัดการศึกษาอันจะทำให้ผู้เรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพเท่าเทียมกับการศึกษาในรูปแบบอื่นสมควรกำหนดให้บุคคลมีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้


“ศูนย์การเรียน” หมายความว่า สถานที่เรียนที่บุคคลจัดตั้งขึ้นเพื่อจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยไม่แสวงหากำไรตามกฎกระทรวงนี้
 

“ครูภูมิปัญญา” หมายความว่า ผู้ทรงภูมิปัญญาด้านหนึ่งด้านใดซึ่งเป็นผู้สร้างสรรค์และสืบสาน ภูมิปัญญาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่ยอมรับของสังคมและชุมชน
 

“บุคลากรทางการศึกษาของศูนย์การเรียน” หมายความว่า ผู้จัดการศึกษา ผู้บริหารศูนย์การเรียนรวมทั้งผู้สนับสนุนการศึกษาซึ่งทำหน้าที่ให้บริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอนการนิเทศ และการบริหารการศึกษาของศูนย์การเรียน
 

“ผู้จัดการศึกษา” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับอนุญาตจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้จัดตั้งศูนย์การเรียน
 

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่
 

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่
 

ข้อ ๒ บุคคลอาจจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในรูปแบบการศึกษานอกระบบ หรือการศึกษาตามอัธยาศัย โดยจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนสำหรับผู้ซึ่งขาดโอกาสในการเข้าศึกษาในระบบโรงเรียนปกติ ทั้งนี้ เพื่อให้มีความยืดหยุ่น คล่องตัว และสนองตอบวัตถุประสงค์ของศูนย์การเรียนนั้น
 

ข้อ ๓ ผู้มีสิทธิจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในรูปแบบศูนย์การเรียนต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยซึ่งไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี และต้องเป็นบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติ อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
 

(๑) ผู้ซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์และมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
 

(๒) ผู้ซึ่งได้รับการประกาศยกย่องเป็นครูภูมิปัญญาจากหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรอื่นตามที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนด หรือ
 

(๓) บุคคลอื่นนอกเหนือจาก (๑) และ (๒) ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการจัดการศึกษา
 

ข้อ ๔ ผู้มีสิทธิจัดการศึกษาผู้ใดประสงค์จะจัดตั้งศูนย์การเรียน ให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือ ต่อสำนักงานพร้อมทั้งแนบหลักฐานแสดงการเป็นผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๓ และแผนการจัดการศึกษาของศูนย์การเรียนที่บุคคลนั้นได้ร่วมจัดทำกับสำนักงานหรือสถานศึกษาที่สำนักงานมอบหมายแผนการจัดการศึกษาตามวรรคหนึ่งต้องมีรายการอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
 

(๑) ชื่อศูนย์การเรียน
(๒) วัตถุประสงค์ของศูนย์การเรียน
(๓) ที่ตั้งศูนย์การเรียน
(๔) รูปแบบการจัดการศึกษา
(๕) ระดับการศึกษาที่จัดในกรณีที่เป็นการจัดการศึกษานอกระบบ
(๖) หลักสูตรหรือลักษณะกิจกรรมการเรียนการสอน
(๗) ระบบประกันคุณภาพภายใน
(๘) รายชื่อและคุณสมบัติของบุคลากรทางการศึกษาของศูนย์การเรียน
(๙) ข้อกำหนดเกี่ยวกับคณะกรรมการศูนย์การเรียน
 

ข้อ ๕ ในการพิจารณาคำขออนุญาตจัดตั้งศูนย์การเรียน ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) ศูนย์การเรียนที่มีผู้เรียนจำนวนไม่เกินห้าสิบคน ให้สำนักงานเป็นผู้พิจารณาอนุญาต
(๒) ศูนย์การเรียนที่มีผู้เรียนจำนวนเกินกว่าห้าสิบคนแต่ไม่เกินหนึ่งร้อยคน ให้สำนักงานเสนอให้คณะกรรมการเป็นผู้พิจารณาอนุญาต
(๓) ศูนย์การเรียนที่มีผู้เรียนจำนวนเกินกว่าหนึ่งร้อยคน ให้สำนักงานเสนอให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นผู้พิจารณาอนุญาต
 

ในกรณีการขออนุญาตจัดตั้งศูนย์การเรียนที่มีผู้เรียนจำนวนเกินกว่าห้าสิบคน รายการในแผนการจัดการศึกษาตามข้อ ๔ (๓) (๕) (๖) (๗) และ (๘) ต้องเป็นไปตามที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประกาศกำหนดให้นำหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตให้จัดตั้งศูนย์การเรียนตามวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้บังคับกับการพิจารณาคำขออนุญาตเปลี่ยนแปลงแก้ไขแผนการจัดการศึกษาที่ได้รับอนุญาตแล้วโดยอนุโลม
 

ข้อ ๖ ข้อกำหนดเกี่ยวกับคณะกรรมการศูนย์การเรียนตามข้อ ๔ (๙) อย่างน้อยต้องกำหนดให้คณะกรรมการดังกล่าวประกอบด้วยผู้จัดการศึกษาหรือผู้แทน ผู้แทนผู้ปกครองของผู้เรียน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งสำนักงานแต่งตั้ง
ในกรณีที่ศูนย์การเรียนใดไม่อาจมีผู้แทนผู้ปกครองของผู้เรียน ให้คณะกรรมการแต่งตั้งผู้แทนชุมชนที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่เป็นกรรมการแทนได้
 

ข้อ ๗ ให้คณะกรรมการศูนย์การเรียนทำหน้าที่กำหนดนโยบายการบริหารและการจัดการศึกษาของศูนย์การเรียนให้เหมาะสมกับสภาพการจัดการศึกษาของผู้จัดการศึกษาและสอดคล้องกับนโยบายการศึกษา รวมทั้งส่งเสริม สนับสนุน กำกับ และดูแลระบบการประกันคุณภาพภายในเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา
 

ข้อ ๘ ผู้เรียนในศูนย์การเรียนต้องมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประกาศกำหนด
 

ข้อ ๙ ให้ศูนย์การเรียนดำเนินการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการวัดผลและประเมินผลของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานในแต่ละปี แล้วจัดทำรายงานการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนดังกล่าว รวมทั้งการจัดการเรียนการสอนและสภาพ ปัญหาที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาให้สำนักงานทราบอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
 

ข้อ ๑๐ ให้สำนักงานจัดให้มีการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนในช่วงชั้นตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งในกรณีที่ผู้เรียนไม่ผ่านการวัดผลและประเมินผลตามวรรคหนึ่ง ให้สำนักงานแจ้งให้ศูนย์
การเรียนจัดให้มีการเรียนซ่อมเสริมแก่ผู้เรียนนั้น รวมทั้งจัดให้มีการวัดผลและประเมินผลใหม่ตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด
 

ข้อ ๑๑ ให้สำนักงานออกหลักฐานการศึกษาแก่ผู้เรียนหรือผู้สำเร็จการศึกษาจากศูนย์การเรียนว่าได้ศึกษาหรือสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการตามข้อ ๑๐
 

ข้อ ๑๒ ศูนย์การเรียนอาจได้รับสิทธิประโยชน์ด้านเงินอุดหนุนจากรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรเอกชนสำหรับการจัดการศึกษาได้
 

ข้อ ๑๓ สำนักงานมีหน้าที่ให้คำปรึกษา คำแนะนำ และความรู้ ส่งเสริมและสนับสนุนด้านวิชาการ ด้านการบริหาร ด้านการจัดการศึกษา และด้านอื่นแก่ผู้จัดการศึกษา รวมทั้งให้การพัฒนาทักษะความรู้ความสามารถแก่บุคลากรทางการศึกษาของศูนย์การเรียน ตลอดจนดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนแก่ผู้เรียนในศูนย์การเรียนตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการเทียบโอนผลการเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน
 

ข้อ ๑๔ ศูนย์การเรียนเลิกด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้จัดการศึกษาตาย
(๒) สำนักงานอนุญาตให้เลิกตามคำขอของผู้จัดการศึกษา
(๓) สำนักงานมีคำสั่งให้เลิกเพราะเหตุที่ศูนย์การเรียนหยุดดำ เนินการเกินกว่าหนึ่งปีโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือการดำเนินการของศูนย์การเรียนขัดต่อวัตถุประสงค์ของศูนย์การเรียนขัดต่อกฎหมาย เป็นภัยต่อเศรษฐกิจหรือความมั่นคงของประเทศ หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือผู้จัดการศึกษาขาดคุณสมบัติตามข้อ ๓ เมื่อมีการเลิกศูนย์การเรียนตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้สำนักงานแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้จัดการศึกษาทราบภายในสามสิบวัน และให้ผู้จัดการศึกษารวบรวมหลักฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของศูนย์การเรียนนั้นมอบให้แก่สำนักงาน
ในกรณีศูนย์การเรียนเลิกด้วยเหตุผู้จัดการศึกษาตาย ให้บุคลากรทางการศึกษาของศูนย์การเรียนรวบรวมหลักฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของศูนย์การเรียนนั้นมอบให้แก่สำนักงาน
 

ข้อ ๑๕ การเลิกศูนย์การเรียน ให้ผู้จัดการศึกษาร่วมกับสำนักงานจัดหาศูนย์การเรียนอื่นให้แก่ผู้เรียน แต่ไม่ตัดสิทธิผู้เรียนที่จะสมัครเข้าเรียนในสถานศึกษาอื่น
 

ข้อ ๑๖ ให้สำนักงานเรียกคืนเงินอุดหนุนหรือเงินช่วยเหลือต่าง ๆ จากรัฐที่ยังเหลืออยู่ใน รอบปีจากศูนย์การเรียนที่เลิกตามข้อ ๑๔ เพื่อนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน
 

ข้อ ๑๗ บุคคลใดเคยเป็นผู้จัดการศึกษาของศูนย์การเรียนที่สำนักงานมีคำสั่งให้เลิกศูนย์การเรียน ตามข้อ ๑๔ (๓) จะขอจัดตั้งศูนย์การเรียนอีกมิได้
 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-01-09 09:47:14


ความเห็นที่ 31 (1459116)

 

กศน.ของบฯสอนอาชีพเพิ่ม 2.2 พันล้าน

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน 2554 เวลา 7:52 น

 
 

นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เปิดเผยว่า ตามที่นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ มีนโยบายการจัดการศึกษาทั้งระบบโดยเน้นการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทำ ซึ่งสำนักงาน กศน.ได้มีการปรับปรุงหลักสูตรการจัดการศึกษาโดยเพิ่มเนื้อหา เรื่องของการศึกษาอาชีพ และจัดกิจกรรมการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อการมีรายได้และการมีงานทำสำหรับผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย โดย กศน.ได้เสนอขอปรับปรุงหลักเกณฑ์เงินอุดหนุนรายหัวการสอนอาชีพของ กศน.ใหม่ จากเดิมที่มี ค่าวิทยากรเพียง 200 บาทต่อชั่วโมง ค่าวัสดุฝึกหัวละ 150 บาทต่อหลักสูตร  ขอปรับเพิ่มเป็น ค่าวิทยากร 1,200 บาท ค่าวัสดุฝึกหัวละ 2,000 บาทต่อหลักสูตร ค่าศึกษาเปิดโลกอาชีพ หรือ ไปดูงานเพื่อตัดสินใจว่าจะเรียนอาชีพอะไรหัวละ 1,000 บาทต่อหลักสูตร ค่าเบี้ยเลี้ยงในการมาเรียนหลักสูตรวิชาชีพให้มีงานทำ มีรายได้หัวละ 160 บาทต่อวัน และค่าเงินอุดหนุนเพื่อให้มีรายได้หัวละ 5,000 บาท โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)
   
“สำนักงาน กศน.ได้เสนอของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2555 ในส่วนของหลักสูตรอาชีพ ทำงานในศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ไปประมาณ 3,000 ล้านบาท ได้รับอนุมัติมาประมาณ 758 ล้านบาท แต่ กศน.ได้เสนอขอแปรญัตติเพิ่มเติมไปประมาณ 2,250 ล้านบาท และคาดว่าจะได้รับการอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม เพราะคาดว่าในปีนี้จะมีผู้ประสบอุทกภัย ไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ เข้ามาเรียนสายอาชีพกับ กศน.จำนวนมากขึ้น” นายประเสริฐ กล่าวและว่า สำหรับการปรับปรุงหลักเกณฑ์เงินอุดหนุนรายหัวการสอนอาชีพของ กศน.ก็อยากให้มีการเร่งรัดพิจารณาให้ใช้หลักเกณฑ์ใหม่ดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อจะได้นำมาใช้กับกลุ่มผู้ประสบอุทกภัยทันทีหลังน้ำลด ซึ่งสำนักงาน กศน.ได้รับอนุมัติงบประมาณในการเยียวยาประชาชนที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทยในครั้งนี้  570 ล้านบาท.

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-11-30 09:51:21


ความเห็นที่ 30 (1458332)

 

กศน.โยกย้ายผู้บริหารกว่า60อัตรา

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน 2554 เวลา 8:48 น

 
 
 

นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (เลขาธิการ กศน.) สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.)  เปิดเผยว่า สป.ศธ.ได้ออกคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายและเปลี่ยนตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวม 7 ฉบับ ดังนี้ ฉบับแรก คำสั่ง สป.ศธ. ที่ 1948/2554 เรื่องย้ายและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 1 ราย คือ นายชำนาญ แจ่มจำรัส ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดระยอง เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดจันทบุรี
   
ฉบับที่ 2 คำสั่ง สป.ศธ.ที่ 1928/2554 เรื่องย้ายและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 18 ราย ดังนี้ นายสุรพงษ์ ไชยวงศ์ เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดนครสวรรค์ นายนรา เหล่าวิชยา เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดเชียงใหม่ นายศุภกร ศรีศักดา เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดพิษณุโลก นายคเชนทร์ มะโนใจ เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดลำปาง นายอธิญณัฏฐ์ ธนะแพทย์ เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดน่าน นายชาย มะลิลา เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดเพชรบูรณ์ ว่าที่ ร.ต.สมปอง วิมาโร เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดอุดรธานี นายชำนาญ วันแก้ว เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดศรีสะเกษ นายสุประณีต ยศกลาง เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดสกลนคร นายประกอบ กุลบุตร เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดตราด น.ส.อัจฉรา สากระจาย เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดอุบลราชธานี นายทศพร อินทรพันธุ์ เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดร้อยเอ็ด นายธนานุวัจน์ พงษ์เดชาตระกูล  เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดชัยภูมิ นายกุลธร เลิศสุริยะกุล เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดระนอง นายพยุงศักดิ์ บำรุงรัฐ เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดฉะเชิงเทรา นายมนตรี ลิมาภิรักษ์ เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดนนทบุรี และ นายวีระกุล อรัณยะนาค เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.กรุงเทพมหานคร
   
ฉบับที่ 3 คำสั่ง สป.ศธ.ที่ 1950/2554 เรื่อง เปลี่ยนตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ได้รับการคัดเลือก จำนวน 4 ราย ได้แก่ นางนลินี ศรีสารคาม จันทร์ตรี  เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดหนองคาย  นางสุรางค์ นันทกาวงศ์ เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดปราจีนบุรี  นายศุภัชณัฎฐ์ หลักเมือง เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดระยอง และ นายประสิทธิ์ แสงพินิจ เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดกาฬสินธุ์
   
ฉบับที่ 4 คำสั่ง สป.ศธ.ที่ 1929/2554 เรื่อง เปลี่ยนตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ได้รับการคัดเลือก จำนวน 14 ราย ดังนี้ นางวรรญา ทิพย์ดนตรี เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดสตูล นายสนิท กาญจนประดิษฐ์ เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดแพร่ น.ส.ประดินันท์ สดีวงศ์ เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดยโสธร นางรุ่งทิวา ศรีวรขาน เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดนครพนม นางอินทราณี การัตน์ เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดอุตรดิตถ์ นายบุญโชค พลดาหาญ เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดเลย นางเกษร ธานีรัตน์ เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดชุมพร นายปัณณพงศ์ ท้าวอาจ เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดสุโขทัย นายธวัชชัย ใจชาญสุขกิจ เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดราชบุรี นางธัชชนก ช่ำชอง เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐพงษ์ นวลมาก เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดยะลา นายนรินทร์ ปาระมี เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายพีระพงษ์ มหาวงศนันท์ เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดลำพูน นายพัฒนะ เธียรถาวร เป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดปัตตานี
   
ฉบับที่ 5 คำสั่ง สป.ศธ.ที่ 1952/2554 เรื่อง ย้ายและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 21 ราย ดังนี้ นายธฤติ ประสานสอน เป็น รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดอำนาจเจริญ นางอุไร ยืนสุข เป็น รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดอุบลราชธานี นางโกศล หลักเมือง เป็น รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดเพชรบุรี นายสุรัติ วิภักดิ์  เป็น รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดกาฬสินธุ์ นางธนัชศรณ์ ศิริม่วง เป็น รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดศรีสะเกษ  นายสถิต ทองเหลา เป็น รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดมุกดาหาร นายปราโมทย์ กลีบทอง เป็น รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดนครราชสีมา นายธนากร ดอนเหนือ เป็น รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดบึงกาฬ นายจำรัส สุขประเสริฐ เป็น รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดสิงห์บุรี นางสุพรพรรณ นาคปานเปี่ยม เป็น รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดสมุทรสาคร นางวิมลมาลย์ รินไธสง เป็น รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดชัยนาท นายจักรกริช บุญเดช เป็น รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดร้อยเอ็ด นายประภาส ชมภูมี เป็น รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดขอนแก่น นางยุพิน บัวคอม เป็น รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดลำพูน นางอธิชา รจนะ เป็น รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดตรัง นายสมเชาว์ กาญจนจรัส เป็น รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดพัทลุง นายศุภโชค ศิริสุข เป็น รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดชุมพร นายชัยณรงค์ ป้องบ้านเรือ เป็น รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดตราด น.ส.ทิพวรรณ เตียงธวัช เป็น รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดพิจิตร นายประยุทธ หลักคำ เป็น ผอ.กลุ่มส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกลุ่มเป้าหมายพิเศษ และ นายเกษม บาตรโพธิ์ เป็น ผอ.สถาบันการศึกษาและพัฒนาต่อเนื่องสิรินธร
   
ฉบับที่ 6 คำสั่ง สป.ศธ.ที่ 1953/2554 เรื่อง เปลี่ยนตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ได้รับการคัดเลือก จำนวน 6 ราย ดังนี้ นายประพรรธ์ ขามโนนวัด เป็น รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดชัยภูมิ นายทวี สว่างมณี เป็น รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดสระบุรี พ.จ.ท.ปกาสิต ตราชื่นต้อง เป็น รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดสมุทรสงคราม นายโชคชัย ดลเสมอ เป็น รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดบุรีรัมย์ นายประพันธ์ บุญสวัสดิ์ เป็น รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดสตูล และ นายอุดร สิทธิพาที เป็น รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดยะลา
   
ฉบับที่ 7 คำสั่ง สป.ศธ.ที่ 1951/2554 เรื่องมอบหมายให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ จำนวน 3 ราย ดังนี้ นายประกอบ กุลบุตร ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดตราด ปฏิบัติหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเผยแพร่ทางการศึกษา นายกุลธร เลิศสุริยะกุล ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดระนอง ปฏิบัติหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาหลักสูตร และ นายสุรนันท์ ศุภวรรณกิจ ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต ปฏิบัติหน้าที่ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเผยแพร่ทางการศึกษา และปฏิบัติหน้าที่ ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา คำสั่งทั้ง 7 ฉบับ สั่ง ณ วันที่ 22 พ.ย.2554 โดยให้มอบหมายหน้าที่ให้แล้วเสร็จ และเดินทางไปปฏิบัติราชการตามคำสั่งข้างต้น ภายในวันที่ 1 ธ.ค. 2554 นี้.

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-11-23 10:04:43


ความเห็นที่ 29 (1456354)

ชงนโยบายเร่งด่วนฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ กศน.วางแผนป้องกัน-เยียวยาครบวงจรทุกพื้นที่



นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการ สำนักงาน กศน. กล่าวในการประชุมผู้บริหาร และครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียนทั่วประเทศว่า วิสัยทัศน์ของสำนักงาน กศน. คือ การส่งเสริมให้คนไทยได้รับการศึกษาตลอดชีวิตและการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทำที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน เพื่อให้เกิดสังคมฐานความรู้ และการมีอาชีพที่ยั่งยืน โดยนโยบายเร่งด่วน ได้แก่ 1.นโยบายการเยียวยาและฟื้นฟูหลังวิกฤตอุทกภัย ที่สำนักงาน กศน.จะให้ข้อมูลเพื่อการป้องกันภัยพิบัติ การแก้ปัญหาผู้ประสบภัยพิบัติ จัดกิจกรรมการศึกษาเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจและเสริมสร้างสมรรถนะอาชีพ สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลความเสียหายหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด เพื่อขอรับการสนับสนุนซ่อมแซมและฟื้นฟู 2.นโยบายการจัดตั้งศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน โดยให้ทุกจังหวัดเร่งจัดตั้งคณะกรรมการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนจังหวัด 3.นโยบายเร่งรัดจัดการศึกษานอกระบบตั้งแต่แรกเกิดจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ 4.นโยบายเร่งรัดจัดระบบความรู้สำหรับประชาชน

ขณะเดียวกัน ยังมีนโยบายที่ กศน.ยังต้องทำต่อเนื่อง ทั้งการส่งเสริมการศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย การเรียนรู้ของชุมชน โครงการพิเศษ เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ตลอดจนการร่วมกันผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาตลอดชีวิต

"บุคลากรกศน.ทุกระดับ ตลอดจนครู กศน.ทุกคนต้องทำงานร่วมกันอย่างแข็งขันอยู่ในพื้นที่ ดูแลประชาชนทั้งประเทศให้เข้าถึงการศึกษาตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ สู่การมีงานทำ มีรายได้ มีวุฒิการศึกษาระดับประถม มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลายให้ได้" นายประเสริฐกล่าว

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-11-04 11:32:17


ความเห็นที่ 28 (1450569)

กศน.มุ่งพัฒนาคนสร้างอาชีพยั่งยืน



นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการ สำนักงานกศน. กล่าวว่า การจัดการศึกษาอาชีพในปัจจุบันมีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นการพัฒนาประชากรของประเทศให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการประกอบอาชีพ เป็นการแก้ปัญหาการว่างงาน ซึ่งศธ.ได้กำหนดยุทธศาสตร์ 2555 ภายใต้กรอบเวลา 2 ปี ที่จะพัฒนา 5 ศักยภาพของพื้นที่ใน 5 กลุ่มอาชีพใหม่ และกำหนดภารกิจว่าจะพัฒนายกระดับการจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มศักยภาพให้ประชาชนมีอาชีพมั่นคง โดยกศน.ได้กำหนดหลักการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทำว่าต้องยืดหยุ่นด้านหลักสูตร การจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลใน 5 กลุ่มอาชีพ

"สำนักงานกศน.ได้นำนโยบายและยุทธศาสตร์ข้างต้นไปสู่การปฏิบัติโดยจัดศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนทั่วประเทศ จะทำให้การจัดการศึกษาของประเทศและกศน.เป็นการจัดการศึกษาตลอดชีวิตในรูปแบบใหม่อย่างแท้จริง"

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-10-11 09:24:22


ความเห็นที่ 27 (1447723)

กศน.ผุดศูนย์ภาษาอาเซียน


นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการ กศน. เปิดเผยว่า ทิศทางการจัดการศึกษาของ กศน. กับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ.2558 ในอีก 4 ปีข้างหน้า ให้ความสำคัญด้านคุณภาพเป็นหลัก หมายถึงเรื่องศักยภาพของผู้เรียน กศน. และประชาชนไทยในหลายๆ ด้าน รวมไปถึงการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม การนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและการทำงานทักษะทางภาษาต่างประเทศ ภาษาเพื่อนบ้าน การกระตุ้นให้ประเทศต่างๆ รู้จักประเทศไทย โดยกำหนดแผนยุทธ ศาสตร์การดำเนินงานเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ยุทธศาสตร์การดำเนินงาน คือ เร่งรัดจัดตั้งศูนย์ภาษาอาเซียน กศน. อำเภอ เขต ครอบคลุมทั้งประเทศ เพื่อขับเคลื่อนให้เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับอาเซียนศึกษา เร่งรัดการพัฒนาครู บุคลากร ผู้บริหาร กศน. ทุกระดับ ให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาเซียนศึกษา

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2554 กศน.ได้กำหนดให้มีศูนย์ภาษาอาเซียน กศน. อำเภอ ที่เป็นต้นแบบ 5 แห่ง ใน 5 ภูมิภาคของประเทศ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ อุดรธานี นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ และชลบุรี ศูนย์ภาษาอาเซียน กศน. อำเภอ เขต เป็นแหล่งศึกษา ค้นคว้า ภาษาต่างประเทศ บริการสารสนเทศ และเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม ประเพณี สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การท่องเที่ยว ในกลุ่มอาเซียน

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-09-26 08:39:22


ความเห็นที่ 26 (1445480)

กศน.ชง3พันล้านตั้งศูนย์ฝึกอาชีพ


นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักงาน กศน. กล่าวว่า ตามที่นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศธ. มอบนโยบายให้ สำนักงาน กศน. จัดการศึกษาโดยเน้นส่งเสริมการศึกษาด้านอาชีพแก่ ผู้เรียนเป็นหลักนั้น ที่ผ่านมาสำนักงาน กศน. เคยได้รับงบประมาณเพื่อจัดการศึกษาด้านอาชีพ 240 ล้านบาทต่อปี แต่เมื่อนายวรวัจน์มีนโยบายให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาอาชีพแบบครบวงจร เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพและมีรายได้ ไม่เป็นภาระของสังคม จึงกำหนดให้สำนักงาน กศน. ของบประมาณเพิ่มขึ้นถึง 1,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้จัดตั้ง "ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน" ในทุกตำบล ทุกอำเภอ เพื่อเป็นการส่งเสริม และจัดการฝึกอบรมอาชีพแก่ประชาชนด้วย โดยสำนักงาน กศน. ได้ทำเรื่องเสนอของบประมาณไปแล้ว 3,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะที่ผ่านมา กศน. จะทำเพียงการจัดอบรม เนื่องจากมีงบฯ ค่าวิทยากรและค่าวัสดุเท่านั้น ไม่สามารถนำไปประกอบอาชีพได้จริง

เลขาธิการสำนักงาน กศน. กล่าวต่อว่า รมว.ศธ. ยังเห็นชอบให้ กศน. เสนอของบประมาณ "โครงการบ้านหนังสือ" ในหมู่บ้านนำร่อง 10,000 หมู่บ้าน เพื่อจัดหาหนังสือพิมพ์รายวัน นิตยสารและสื่ออื่นๆ เข้าไปไว้ที่ศูนย์เรียนรู้ ส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่คนในหมู่บ้าน ฝึกการอ่าน และได้รับข่าวสารที่สดใหม่ รู้ทันโลกปัจจุบัน โดยไม่ต้องรับข่าวสารจากโทรทัศน์เพียงอย่างเดียว ซึ่งโครงการนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อประชาชน และถือเป็นศักราชใหม่ของ กศน. เพราะรัฐบาลตั้งใจให้ กศน.เป็นพระเอกจัดการศึกษาอาชีพอย่างชัดเจน ไม่มุ่งเน้นสายสามัญเป็นหลักเหมือนที่ผ่านมา

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-09-14 10:04:56


ความเห็นที่ 25 (1444676)

ชีวิตครูอาสา กศน.

เลาะเลียบคลองผดุง
ตุลย์ ณ ราชดำเนิน tulacom@gmail.com


เมื่อวานนี้ ตรงกับวันที่ 8 กันยายน หลายคนอาจลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่า เป็นวันที่องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ประกาศให้เป็นวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือและวันการศึกษานอกโรงเรียน ซึ่งประเทศไทยจัดกิจกรรมมาตั้งแต่ปี 2510 เป็นต้นมา

สุดท้ายด้วยเหตุที่การศึกษานอกโรงเรียนเป็นการศึกษาตลอดชีวิต และมีกระบวนการเรียนการสอนไม่จำกัดสถานที่ เวลา อายุ เพศ หรืออาชีพของผู้เรียน แต่เน้นกลุ่มเป้าหมายที่ไม่มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนในระบบโรงเรียนได้เห็นความสำคัญของการรู้หนังสือ ได้กลายเป็นงานวันการศึกษานอกโรงเรียนมาตั้งแต่ปี 2522

เมื่อประกาศจัดตั้งกรมการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) ขึ้นมารับผิดชอบในการจัดการศึกษาให้แก่ประชาชนที่อยู่นอกระบบโรงเรียนตามด้วยกิจกรรมหลากหลาย ทำให้โครงการรณรงค์เพื่อการรู้หนังสือแห่งชาติในช่วงปี 2526-2530 ประสบผลสำเร็จมีผู้รู้หนังสือเพิ่มขึ้นประมาณ 800,000 คน

แน่นอนความสำเร็จนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการจัดตั้งศูนย์การศึกษาเพื่อชุมชนในเขตภูเขา (ศศช.) มีการส่งครูอาสาหรือเรียกกันว่า ครูดอย 1-2 คน เข้าไปพักฝังตัวเพื่อแก้ปัญหาการศึกษาให้กับประชาชนในชุมชนต่างๆ

ครูอาสาเหล่านี้ทำให้เด็กหรือผู้ใหญ่ที่เป็นชาวไทยภูเขา คนไทยพื้นราบเชื้อสายลัวะ กะเหรี่ยง ลื้อ ถิ่น ยอง ในแทบทุกหย่อมย่านบ้านเรือนที่มีชีวิตท่ามกลางความทุรกันดาร ห่างไกลความเจริญ ไม่ต้องเดินข้ามภูข้ามดอย ลุยน้ำข้ามห้วย นานนับสิบชั่วโมงไปเรียนรู้ในสถานที่ตั้งของหน่วยงานราชการที่ไกลออกไป

ห้องเรียนสร้างด้วยวัสดุท้องถิ่น เรียกกันว่า อาศรม หรือศูนย์การเรียนชุมชน สอนตั้งแต่อนุบาลถึงป.6 ช่วงกลางวัน ให้บริการการศึกษาและพัฒนาชุมชนแก่ผู้ใหญ่ในเวลากลางคืน วันหยุดร่วมกิจกรรมกับชาวบ้าน

ซึ่งโครงการศศช.นี้ ได้รับรางวัลจากองค์การยูเนสโกในปี 2537 ในฐานะที่เป็นแนวคิดใหม่ในการจัดการศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นพื้นฐาน

อย่างไรก็ตาม ในระบบการศึกษาของ กศน.วันนี้ ครูดอยจะใช้คำว่า ครูอาสาสมัครกศน. แต่ในศูนย์การเรียนชุมชน (ศรช.) จะเรียกว่าครูพี่เลี้ยง 1 คนรับผิดชอบต่อ 1 หมู่บ้าน อัตราจ้างอยู่ที่ 7,000-10,000 บาทต่อเดือน

งานการศึกษาอันเป็นความสำคัญของชาติกับค่าตอบแทนครูอาสากศน.ประเทศนี้ น้อยเหลือเกิน

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-09-09 09:58:01


ความเห็นที่ 24 (1434926)

กศน.ปูพรมผุดมุมหนังสือประจำหมู่บ้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม 2554 เวลา 10:07 น

  
 
 

นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) กล่าวบรรยายพิเศษในการประชุมโครงการพัฒนาและฝึกอบรมบรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ห้องสมุดประชาชน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปี 2554 ที่ จ.ชลบุรี ว่า การศึกษาตลอดชีวิตเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเจ้าหน้าที่ห้องสมุดและบรรณารักษ์มีส่วนสำคัญที่จะทำให้การจัดการศึกษาตลอดชีวิตประสบความสำเร็จได้ โดยตนวางเป้าหมายไว้ว่าในอนาคตจะต้องมีแหล่งเรียนรู้ประจำหมู่บ้าน 92,000 กว่าหมู่บ้าน มีการจัดสื่อหนังสือพิมพ์ วารสาร หรือนิตยสารไว้บริการประชาชนได้อ่าน เพื่อส่งเสริมให้คนที่ขาดและพลาดโอกาสได้มีหนังสืออ่านไปตลอด ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาการลืมหนังสือได้
   
เลขาธิการ กศน.กล่าวต่อไปว่า ตนอยากให้ กศน.ตำบล มีมุมหนังสือ โดยปี 2555 จะจัดตั้งงบประมาณเพิ่ม เพื่อซื้อหนังสือที่มีคุณภาพเข้าไปไว้ในมุมหนังสือห้องสมุด กศน.ตำบลทุกแห่ง นอกจากนี้ตนยังมีนโนบายให้ กศน.อำเภอที่ไปเช่าสถานที่แยกจากห้องสมุด กศน.อำเภอ กลับใช้สถานที่เดียวกัน เพื่อจะได้ดูแลห้องสมุดและเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ และจะให้ กศน.อำเภอ/จังหวัดหาพื้นที่ใจกลางเมืองจัดการฝึกอบรมอาชีพร่วมกับภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมประชาชนที่พลาดโอกาสทางการศึกษาได้มีอาชีพเลี้ยงตนเองได้ เช่น การซ่อมเครื่องยนต์ จักรยานยนต์ โทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์ และร้านล้างอัดฉีดรถยนต์ เป็นต้น
   
“บรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ห้องสมุด กศน. มีส่วนสำคัญที่จะทำให้งานสำเร็จ แต่ปัจจุบันบุคลากรเหล่านี้ยังมีสถานะเป็นเพียงลูกจ้าง ไม่มีความมั่นคงและทำให้ขาดขวัญและกำลังใจ ซึ่งผมกำลังพยายามผลักดันให้บุคลากรเหล่านี้เป็นพนักงานราชการ” นายประเสริฐ กล่าวและว่า สำหรับการถ่ายโอนห้องสมุด กศน.ไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นั้นขณะนี้ได้ถ่ายโอนไปแล้ว 12 แห่ง และตามแผนปฏิบัติการถ่ายโอนภารกิจ ให้แก่ อปท.ในอีก 3 ปีนับตั้งแต่ปี 2555 จะถ่ายโอนอีก 34 แห่ง หลังจากนั้นจะถ่ายโอนจนครบ 171 แห่ง ซึ่งในส่วนนี้ กศน.กำลังแก้ปัญหาด้วยการขอตั้งงบฯ เพื่อสร้างห้องสมุดขึ้นมาทดแทนในส่วนถูกถ่ายโอนไป ขณะเดียวกันส่วนที่ยังไม่ถ่ายโอนจะขอทำความตกลงกับ อปท.ให้ไปสร้างห้องสมุดเอง.

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-07-21 11:14:50


ความเห็นที่ 23 (1429504)

'กศน.'ฝึกงานนักศึกษาจีน


ดร.ชลทิตย์ เอี่ยมสำอางค์ ผอ.สถาบัน กศน.กทม. เปิดเผยว่า อาจารย์จากมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ (มฉก.) ได้ร่วมมือในการนิเทศการฝึกงานกับสถาบัน กศน.กทม. เป็นการร่วมถ่ายทอดภาษาและวัฒนธรรมไทยให้กับนักศึกษาแลกเปลี่ยนชาวจีน 3 ราย คือ 1.Mr.Liuling Guangyu 2.Mr.Tan Chaowei 3.Mr.Huang Kaijian ซึ่งนักศึกษาทั้ง 3 รายเป็นนักศึกษาวิชาเอก Logiztic ของมหาวิทยาลัย Guagxi University of nationality Xiangsihu College วิชาเอกนี้ต้องเรียนภาษา และนักศึกษาทั้ง 3 ราย ได้เลือกเรียนภาษาไทยเป็นภาษาที่ 2 ภาษาที่ 1 ภาษาอังกฤษ บังคับเรียน

สถาบัน กศน.กทม. ได้จัดทำแผนการปฏิบัติงานการฝึกงานระยะเวลา 1 เดือน ให้กับนักศึกษาเพื่อฝึกทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน การสื่อสาร การถ่ายทอด และการโต้ตอบภาษาไทย การเรียนรู้วัฒนธรรมไทย กิจกรรมเป็นการพบปะ สนทนา บุคลากรสถาบันกศน.กทม. รวมทั้งศึกษาดูงานวิถีชีวิตชุมชนชาวสมุทรสงคราม ร่วมกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง เป็นต้น และจัดให้มีการสัมภาษณ์ครูวิชาชีพฯ และผู้เรียนหลักสูตรวิชาชีพชั้นสูง จัดทำแผนร่วมกิจกรรมศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา โดยการเป็นผู้ช่วยวิทยากรสอนภาษาจีนให้กับเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทางห้องสมุดประชาชนศูนย์วิทยาศาสตร์จัดขึ้น ความร่วมมือระหว่าง สถาบันกศน.กทม. กับ มฉก. ลักษณะนี้จะมีอีกต่อเนื่อง เพื่อเผยแพร่ภาษาและวัฒนธรรมไทยสู่สากลต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-06-27 09:32:01


ความเห็นที่ 22 (1428072)

กศน.ส่งเสริมผู้ด้อยโอกาส


นายปราโมทย์ ด้วงอิ่ม ผอ.กลุ่มแผนงาน สำนักงาน กศน. เปิดเผยว่า ตามที่กศน.ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับรัฐบาลญี่ปุ่น (JICA) มหาวิทยาลัยโอซาก้า เคียวอิกุ และสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ จัดการฝึกอบรมเรื่องการศึกษาเพื่อการรู้หนังสือสำหรับผู้ใหญ่ ให้เกิดการเรียนรู้ประสบการณ์ระหว่างผู้เข้าร่วมอบรมจากหลายประเทศ ได้แก่ สปป.ลาว สาธารณรัฐยูกันดา สาธารณรัฐเยเมน รัฐอิสลามอัฟกานิสถาน สาธารณรัฐอิรัก และประเทศไทย โดยในส่วนของกศน. ได้นำเสนอประสบการณ์ส่งเสริมการรู้หนังสือของประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

นายปราโมทย์ กล่าวต่อว่า ผู้เข้าร่วมฝึกอบรมจากประเทศต่างๆ ร่วมกันแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาภาคบังคับ สถิติการรู้หนังสือ และสภาพปัญหาการดำเนินงานเพื่อการรู้หนังสือ พร้อมทั้งศึกษาดูงานส่งเสริมการรู้หนังสือหลายพื้นที่ในไทย เพื่อศึกษาความต้องการเรียนรู้กลุ่มผู้ด้อยโอกาส ได้แก่ ผู้อาศัยในชุมชนแออัด ชนบท และชนกลุ่มน้อย ศึกษาการพัฒนาหลักสูตร สื่อการเรียนการสอน ทั้งนี้กศน.ได้ร่วมโครงการนี้เป็นปีที่สี่แล้ว โดยมีสถาบันการศึกษาและพัฒนาต่อเนื่องสิรินธรให้ความร่วมมือ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-06-16 09:03:34


ความเห็นที่ 21 (1426942)

คัดเลือกผอ.กศน.จังหวัด21ตำแหน่ง วิทยฐานะไม่ต่ำกว่าผอ.เชี่ยวชาญ-เร่งคลอดปฏิทิน


นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) กล่าวว่า ตามที่สำนักงาน กศน. มีตำแหน่ง ผอ.สำนักงานกศน.จังหวัด ว่างอยู่ 21 ตำแหน่ง ในการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) สำนักงานปลัด ศธ. มีมติให้ดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.กศน.จังหวัด ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การคัดเลือกด้วยวิธีการสอบ 11 ตำแหน่ง และการคัดเลือก 10 ตำแหน่ง ทั้งนี้ จะมีการกำหนดปฏิทินการคัดเลือกเร็วๆ นี้ ผู้มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือกเป็นผอ.กศน.จังหวัด ด้วยวิธีการสอบ ต้องเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กศน.จังหวัด มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา ต้องดำรงตำแหน่งรองผอ.สำนักงานกศน.จังหวัดไม่ต่ำกว่า 1 ปี หรือดำรงตำแหน่งผอ.สถานศึกษาที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่า ผอ.เชี่ยวชาญ บริหารการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี

"โดยการสอบจะแบ่งเป็นภาค ก. สอบข้อเขียน ภาค ข. ประเมินสมรรถนะทางการบริหาร และภาค ค. ประเมินประวัติ ผลงาน ส่วนวิธีการคัดเลือก ผู้มีสิทธิ์ต้องเป็นข้าราชการครู มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ดำรงตำแหน่งผอ.สถานศึกษา มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าผอ.เชี่ยวชาญ หรือเคยปฏิบัติหน้าที่ผอ.กศน.จังหวัด หรือผอ.สถานศึกษาที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าผอ.เชี่ยวชาญมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือเป็นรองผอ.กศน.จังหวัด ที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่า รองผอ.กศน.จังหวัด เชี่ยวชาญมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือรองผอ.กศน.จังหวัดที่วิทยฐานะรองผอ.กศน.จังหวัดชำชาญการพิเศษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี เป็นต้น" นายประเสริฐ กล่าว

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-06-07 17:31:28


ความเห็นที่ 20 (1426714)

เตรียมคัดเลือก21ผอ.กศน.จังหวัด

นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงาน กศน.มีตำแหน่ง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัด ว่างอยู่ 21 ตำแหน่งนั้น ในการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีมติให้ดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.กศน.จังหวัด ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก.ค.ศ.กำหนด โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ คัดเลือกด้วยวิธีการสอบคัดเลือก 11 ตำแหน่ง และด้วยวิธีการคัดเลือก 10 ตำแหน่ง โดยจะมีการกำหนดปฏิทินการคัดเลือกเร็ว ๆ นี้

เลขาธิการกศน. กล่าวต่อไปว่า สำหรับผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกเป็น ผอ.กศน.จังหวัดด้วยวิธีการสอบคัดเลือกนั้นต้องเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัดสำนักงาน กศน.จังหวัด มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา หรือทางอื่นที่ ก.ค.ศ. กำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งนี้ ต้องดำรงตำแหน่งรอง ผอ.สำนักงานกศน.จังหวัดไม่ต่ำกว่า 1 ปี และรับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าขั้นต่ำของอันดับ คศ.4 หรือดำรงตำแหน่ง ผอ.สถานศึกษาที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่า ผอ.เชี่ยวชาญ มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา และปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยการสอบจะแบ่งเป็น 3 ภาค คือภาค ก.สอบข้อเขียน ภาค ข.ประเมินสมรรถนะทางการบริหาร และภาค ค.ประเมินประวัติ ผลงาน วิสัยทัศน์ และความเหมาะสมกับตำแหน่ง ทั้งนี้จะต้องสอบให้ผ่านภาค ก.ด้วยคะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ก่อน โดยจะคัดเลือกเรียงลำดับคะแนนจากผู้ได้คะแนนสูงสุดตามลำดับจำนวนไม่เกิน 2 เท่าของตำแหน่งที่ว่าง เพื่อเข้ารับการประเมินภาค ข.และ ภาค ค.ตามลำดับ

ส่วนการคัดเลือกด้วยวิธีการคัดเลือกนั้น ผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกต้องเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัดสำนักงาน กศน.จังหวัด มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา หรือทางอื่นที่ ก.ค.ศ.กำหนด ดำรงตำแหน่งผอ.สถานศึกษามีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่า ผอ.เชี่ยวชาญซึ่งทำหน้าที่รักษาราชการแทน หรือเคยรักษาราชการแทน หรือ เคยปฏิบัติหน้าที่ ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัด หรือดำรงตำแหน่ง ผอ.สถานศึกษาที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่า ผอ.เชี่ยวชาญมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือดำรงตำแหน่งรอง ผอ. สำนักงาน กศน.จังหวัดที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่ารอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดเชี่ยวชาญมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือรอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดที่วิทยฐานะรอง ผอ.กศน.จังหวัดชำนาญการพิเศษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี และรับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าขั้นต่ำของ คศ.4 มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา และปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี.

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-06-06 11:46:30


ความเห็นที่ 19 (1426460)

กศน.เทียบโอน5รายวิชาเน้นคุณภาพ

ดร.ชล ทิตย์ เอี่ยมสำอางค์ ผอ.สถาบันกศน.กทม. กล่าวว่า สถาบันกศน.กทม.ได้เชิญคณะกรรมการดำเนินการพัฒนาแนวทางการประเมินความรู้และ ประสบการณ์เพื่อเทียบโอนเข้าสู่หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เข้าประชุมปฏิบัติการพัฒนาแนวทางการประเมินความรู้และประสบการณ์เพื่อเทียบ โอนเข้าสู่หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ซึ่งเป็นการดำเนินโครงการ ระยะที่ 1 เพื่อการพิจารณาคัดเลือกรายวิชาเลือก ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 จำนวน 5 วิชา ได้แก่ วิชา Internet กับการเรียนรู้ไร้พรมแดน วิชาการอ่านเพื่อความเข้าใจ วิชาการขับรถยนต์ วิชาภาษาอังกฤษหรรษา เป็นต้น เพื่อจัดทำคู่มือดำเนินงานเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ ซึ่งการจัดทำคู่มือ คณะกรรมการดำเนินงานจะจัดทำในระยะที่ 2 ของโครงการ การที่สถาบัน กศน.กทม. พัฒนาแนวทางการประเมินความรู้และประสบการณ์เพื่อเทียบโอนเข้าสู่หลักสูตรการ ศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนช่วยเหลือหน่วยงานและสถานศึกษา ทั้งส่งเสริมสนับสนุนให้กลุ่มเป้าหมายที่มีความรู้และประสบการณ์ จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้อย่างมีคุณภาพ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-06-03 10:57:44


ความเห็นที่ 18 (1425400)

กศน.ร่วมตีปี๊บเลือกส.ส.ถูกวิธีไร้ทุจริต ส่งน.ศ.เป็นกปน.จับตา375เขต


นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) เปิดเผยว่า กศน.ได้รับการประสานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำหน้าที่รณรงค์การเลือกตั้งส.ส. ในวันอาทิตย์ที่ 3 ก.ค. ให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติ ธรรม ไม่ซื้อสิทธิขายเสียง ที่สำคัญคือ การรณรงค์ให้ประชา ชนออกมาใช้สิทธิ ตนจึงมีนโยบายให้ กศน.จังหวัดและ กศน. อำเภอ รณรงค์ระดับละ 1 ครั้ง โดยให้หัวหน้า กศน.ตำบลลงพื้นที่แจกแผ่นพับประชาสัมพันธ์ของ กกต. จังหวัด แก่ประชาชนในพื้นที่ให้ออกไปใช้สิทธิ โดยให้มีการสาธิตว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้เวลาเข้าคูหาจะมีบัตรบัญชีรายชื่อ และบัตรส.ส.เขตพื้นที่ ให้ประชาชนกาเลือก เพื่อป้องกันบัตรเสีย

นายประเสริฐกล่าวต่อว่า การให้ความร่วมมือกับ กกต. รณรงค์การเลือกตั้ง การเลือกตั้งให้ถูกวิธีตามระบอบประชาธิปไตย การไม่ซื้อสิทธิขายเสียง คือ การศึกษาตลอดชีวิต ซึ่งถือเป็นบทบาทหน้าที่ของ กศน.โดยตรง ทั้งนี้ หลังจากมอบนโยบายไปแล้วขั้นตอนต่อไปคือ รอ กกต.จังหวัดจัดวิทยากรมาให้ความรู้กับบุคลากร กศน. เพื่อถ่ายทอดสู่นักศึกษาไปทำความเข้าใจกับคนในชุมชนอีกครั้ง

"ถ้าผลการสาธิตกับนักศึกษา กศน.ในกลุ่มนั้นๆ ออกมาไม่มีบัตรเสีย ก็จะให้นักศึกษาออกไปให้ความรู้ ความเข้าใจ กับพ่อแม่พี่น้องและคนในชุมชน เพื่อทำความเข้าใจ โดยตั้งเป้าลดบัตรเสียให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ กกต.ยังขอให้จัดนักศึกษาเข้าเป็นคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) 375 เขตทั่วประเทศ เพื่อสังเกตการณ์ หน่วยละ 1 คน ถ้าพบการกระทำผิดจะสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยเลือกตั้งดำเนินคดีได้ทันที" เลขาฯ สำนักงาน กศน.กล่าว

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-05-25 17:18:11


ความเห็นที่ 17 (1425241)

'กศน.'ฟื้นที่อ่านหนังสือ



นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักงาน กศน. เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการอ่านโดยครม.มีมติประกาศให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต และประกาศให้วันที่ 2 เม.ย. ของทุกปี เป็นวันรักการอ่าน กศน.ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว แต่ที่ผ่านมา กศน.ได้ถ่ายโอนที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้านให้แก่อบต. ตามแผนการกระจายอำนาจ แต่ปรากฏว่า อบต.ไม่ได้จัดซื้อหนังสือให้ชาวบ้านได้อ่านอย่างที่ กศน. เคยทำ ทำให้มีเสียงเรียกร้องว่าอยากให้ กศน.ฟื้นที่อ่านหนังสือขึ้นมาใหม่ แต่กศน.ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากไม่มีงบประมาณ เพราะงบฯ ส่วนนี้ได้โอนให้อบต.ไปหมดแล้ว

อย่างไรก็ตาม ตนมองว่ายังมีทางออกที่จะสนองความต้องการของชาวบ้านได้ โดยการซื้อหนังสือเข้าศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต ได้แก่ กศน.ตำบล บ้านหนังสือ ห้องสมุดตำบล ห้องสมุดชุมชน ซึ่งอยู่ในความดูแลของ กศน.

"ผู้สูงอายุจำนวนมากที่อ่านหนังสือไม่ออก ซึ่งอาจจะมาจากไม่ได้เรียนหรือลืมหนังสือ ดังนั้น หากมีการส่งเสริมการอ่านโดยนำหนังสือพิมพ์ นวนิยาย หนังสือประเภทต่างๆ เข้าไปให้ ก็จะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะให้ชาวบ้านได้อ่าน และฟื้นการอ่าน ทั้งได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร ความบันเทิง เพราะขณะนี้ชาวบ้านได้รับรู้แต่ข่าวสารทางโทรทัศน์ วิทยุ ทำให้ไม่ได้อ่าน จนอาจจะลืมหนังสือได้" นายประเสริฐ กล่าว

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-05-24 08:41:57


ความเห็นที่ 16 (1423998)

"ศูนย์เรียนรู้กศน."สะดุดทำงบหด สั่งตำบลล่าชื่อชาวบ้านขออนุมัติ8แสนลุยต่อ

นาย ประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนา กศน. ตำบล ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนตลอดชีวิต 7 พันตำบล ว่า ก่อนหน้านี้ กศน. ตั้งเป้าภายใน 3 ปี 7,255 ตำบล จะต้องมีศูนย์การเรียนรู้ชุมชนฯ แต่ติดปัญหาเรื่องสถานที่สร้าง เนื่องจากบางแห่งเป็นที่ดินไม่มีโฉนด หรือใบ น.ส.3 ก. ทำให้ได้งบประมาณปี 2553 เพียง 700 ตำบลเท่านั้น ส่วนงบประมาณปี 2554 ได้เพียง 350 ตำบล

"พอเห็นถึงปัญหาที่ส่งผลให้การขับเคลื่อน กศน. ตำบล ล่าช้า ผมจึงมอบนโยบายให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือนายอำเภอ ทำประชาพิจารณ์กับชาวบ้านในพื้นที่ ถ้าตำบลไหนชาวบ้านยินยอม ให้ลงชื่อ โดยให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และนายอำเภอ เซ็นกำกับมาด้วย ก็จะสามารถอนุมัติเงิน 8 แสนบาทเพื่อสร้างศูนย์การเรียนรู้ฯ ได้ทันที ในส่วนของ 700 ตำบล ถ้าภายในสิ้นมิ.ย. นี้ไม่สามารถหาสถานที่สร้างศูนย์การเรียนรู้ฯ ได้ กศน. จะโยกงบประมาณไปให้ตำบลที่มีความพร้อมแทน นอกจากนี้ยังมอบนโยบายให้หัวหน้า กศน. ตำบล ทุกตำบลไปอยู่ประจำการที่ศูนย์ เพื่อบริการประชาชนด้วย" เลขาธิ การ สำนักงาน กศน. กล่าว

นายประเสริฐกล่าวด้วยว่า กศน. ยังมีรถโมบายจังหวัดละ 1 คัน เคลื่อนที่ไปให้บริการตามหมู่บ้านต่างๆ สัปดาห์ละ 1 หมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนได้รับความรู้ เพราะเป็นห้องสมุด ห้องเรียนเคลื่อนที่ ส่วนการฝึกสอนอาชีพตามนโยบายนั้น ตนเสนอให้เน้นอาชีพที่ประชาชนต้องการ แต่ต้องมีความมั่นคง สามารถไปประกอบอาชีพหารายได้จุนเจือครอบครัวได้จริง อาทิ ช่างซ่อมเครื่องจักร หรือคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ยังเตรียมหาทุนให้ประชาชนนำไปเปิดร้านประกอบอาชีพได้จริง เมื่อฝึกอบรมจบ เบื้องต้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตนจะลองหารือของบประมาณจาก ศอ.บต. มาเป็นงบจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ 1 หมื่นบาทต่อราย ถ้าทำได้จะขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆ ต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-05-12 07:59:27


ความเห็นที่ 15 (1423254)

ประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการกศน.

ข่าวทะลุคน

สาย ตรงบุรีรัมย์ ประเสริฐ บุญเรือง ขยับจากรองเลขาธิการ รับเก้าอี้เลขา ธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.)

รับไม้จากอภิชาติ จีระวุฒิ ที่ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

เลขาฯกศน. คนใหม่ ยืนยันชัดเจน "ผมชอบฝ่ายการเมือง เพราะสามารถออกนโยบายเพื่อประโยชน์แก่การศึกษาได้"

เผยผลงานอิงการเมือง ตอนเป็นรองเลขาฯกศน. ก็เชิญแต่ส.ส. ไปเปิดกศน. ตำบล ไม่เคยมีใครรังเกียจ

ชูการเมืองมีบทบาทหน้าที่ในการกำหนดทิศทางเป้าหมายของการดำเนินการและพัฒนาส่วนต่างๆ ของสังคม การศึกษาของประเทศ

เห็นว่า ในปัจจุบันและอนาคตการเมืองจะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษามากยิ่งขึ้น และการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นของทุกคน

เมื่อนักการเมืองอยู่ในระดับนโยบาย ดังนั้นการที่ให้ระดับนโยบายเห็น ประ โยชน์ก็จะย้อนกลับมายัง กศน.

เกิด 16 ก.ค. 2503 ปริญญาตรีวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ ปริญญาโทครุศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา) สถาบันราชภัฏบุรีรัมย์

ปี 2523 รับราชการเป็นครู 2 โรงเรียนไตรคามสามัคคีวิทยา บุรีรัมย์

จากนั้นเป็นนักวิชาการศึกษา 4 แล้วเป็นหัวหน้าศูนย์ 1 ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ(ศบอ.)โนนสุวรรณ

เป็นผู้อำนวยการ กศน.บุรีรัมย์ และผู้อำนวยการ กศน.ประจวบคีรีขันธ์

2552 เป็นรองเลขาธิการ กศน. ก่อนโยกไปเป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีว ศึกษา

ปี 2554 ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กศน.

เปิดตัวเปิดเผย อิงการเมือง  ชี้ชะตากศน.ยุคเลขาฯประเสริฐ บุญเรือง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-05-09 07:14:32


ความเห็นที่ 14 (1421972)

ดันกศน.เป็นองค์กรหลักที่6ของศธ.

นายอภิชาติ จีระวุฒิ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงการผลักดันร่างพ.ร.บ.การศึกษาตลอดชีวิต ว่า ในขณะที่ตนดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) ตนได้นำเสนอร่าง พ.ร.บ.การศึกษาตลอดชีวิต มายังกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)แล้ว ซึ่งนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบให้ฝ่ายกฎหมายของ ศธ.พิจารณาแล้ว โดยในชั้นพิจารณากฎหมายนี้ได้มีความเห็นว่า ควรต้องปรับบทบาทของ สำนักงาน กศน.เป็น สำนักงานการศึกษาตลอดชีวิต ตามข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ที่เสนอโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาและเป็นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้วย ที่สำคัญนายชินวรณ์ได้มีความเห็นว่า สำนักงานการศึกษาตลอดชีวิตควรเป็นองค์กรหลักอีกหนึ่งองค์กรของศธ.ด้วย ดังนั้น ศธ.จึงได้มีการปรับแก้กฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไปพร้อมกันแล้ว 
   
“ขณะนี้ร่างกฎหมายอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการฝ่ายกฎหมายของ ศธ. ซึ่งเมื่อพิจารณาเสร็จเรียบร้อยก็จะนำเสนอรัฐบาลต่อไป อย่างไรก็ตามสิ่งที่ผมรู้สึกเป็นกังวล คือ เรื่องอัตรากำลังของ กศน.ที่ไม่สมดุลกับภารกิจที่เพิ่มขึ้น เพราะหาก กศน.ไม่ได้รับอัตรากำลังเพิ่มจะทำให้ภารกิจการจัดการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับ กลุ่มเป้าหมาย 30 ล้านคนบรรลุวัตถุประสงค์ไม่ได้เลย จึงจำเป็นต้องขอเพิ่มอัตรากำลังเพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั้งระดับตำบล หมู่บ้าน บนดอย บนเกาะ ที่ กศน.จะต้องไปถึง โดย กศน.ควรมีอัตรากำลัง 2-3 หมื่นคน ขณะที่ปัจจุบันมีข้าราชการทั้งสำนักไม่ถึง 5,000 คน มีพนักงานราชการและลูกจ้างหมื่นกว่าคน ซึ่งก็พอทำงานไปได้ อย่างไรก็ตามผมได้ทำแผนขออัตรากำลัง 3 ปีไว้รองรับแล้ว” ปลัดศธ.กล่าว
   
ด้าน นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการ สำนักงาน กศน.กล่าวว่า กศน.มีภารกิจในการจัดการศึกษาสำหรับประชาชนทั้ง 3 รูปแบบตามพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งถือเป็นภารกิจที่หนักมาก ตนในฐานะเลขาธิการ กศน.คนใหม่ จะพยายามผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาตลอดชีวิต ให้เป็นผลสำเร็จให้ได้ ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ต้องเห็นความสำคัญของงานการศึกษาตลอดชีวิตที่ดูแล ครอบคลุมประชาชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ.

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-05-02 18:10:49


ความเห็นที่ 13 (1413497)

"ชินวรณ์"โยกทีเดียว6ตำแหน่งลูกหม้อกศน.ผงาดได้ดีถ้วนทั่ว

คมชัดลึก :“ชิน วรณ์“ ย้ายทิ้งทวนก่อนเลือกตั้ง อาศัยจังหวะปลัดลาออก โยกทีเดียว 6 ตำแหน่ง ลูกหม้อ กศน.ผงาดได้ดีถ้วนทั่ว มือขวาปลัด ศธ. ดันเป็นรอง กพฐ. โยก “ ชัยพฤกษ์ “ ดองกรุ ผู้ตรวจ

(20เม.ย.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงรวม 6 รายของ ศธ. ซึ่งเป็นการโยกย้ายภายหลังนายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ปลัด ศธ.ลาออกจากราชการเมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา ดังนี้ นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เป็น ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ,

 นายประเสริฐ บุญเรือง รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เป็น เลขาธิการ กศน. , นายวิมล จำนงบุตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เป็น รอง กอศ. , นางสาวจุไรรัตน์  แสงบุญนำ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เป็น รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ , นายกมล รอดคล้าย รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และ .นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ รองเลขาธิการกพฐ. เป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ

 รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า เหตุผลที่เลือกนายอภิชาติ เป็นปลัด ศธ. นั้น พิจารณาที่ความสามารถ อาวุโส และสามารถขับเคลื่อนนโยบายของ ศธ.ได้ ขณะเดียวกัน นายอภิชาติ  มีประสบการณ์งานสำนักปลัด ศธ.มาก่อน เคยเป็นผู้ช่วยปลัด ศธ. ผู้ตรวจราชการ และเลขาธิการ กศน. เป็นผู้เชี่ยวชาญงานด้านบุคลากร สามารถทำหน้าที่ประสานงานได้ อีกทั้ง ยังมีเวลารับราชการอีกนาน

 ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า มีการวิ่งเต้นซื้อตำแหน่งปลัด ศธ. โดยมีชื่อนายอภิชาติอยู่ในกระแสข่าวนั้นด้วยนั้น นายชินวรณ์ กล่าว่า ไม่มีการซื้อตำแหน่งแน่นอน ทั้ง 6 คนที่ได้รับการแต่งตั้งเพิ่งรู้ตัวในวันนี้ ไม่เชื่อลองถาม นายอภิชาติ หรือใครต่อใครในรายชื่อได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการโยกย้ายก็จะมีข้อกล่าวหาเช่นนี้ขึ้นมาเสมอ รวมถึงใบปลิวโจมตีต่าง ๆ ซึ่งไม่แปลกใจ ยืนยัน ว่า 1 ปีที่ดำรงตำแหน่งนั้น แต่งตั้งโยกย้ายด้วยความโปร่งใสอย่างชัดเจน คำนึงถึงประโยชน์ทางราชการ ความเหมาะสม เพื่อการทำงานคืบหน้าต่อเนื่อง และเชื่อว่า เพื่อนข้าราชการเข้าใจตนดี

 “ส่วนการโยกตำแหน่งอื่น ๆ นั้น เช่น รองกพฐ. เพราะได้โยกนายวิมล และนายกมล ไปเป็นรองเลขาธิการ กอศ.และกพฐ. ซึ่งเดิมทั้ง 2 คนนี้ดูแลงานภาคใต้ เพราะฉะนั้น จึงดึงนายชัยพฤกษ์มาเป็นผู้ตรวจแทน เพราะนายชัยพฤกษ์เป็นรองเลขาฯคนเดียวที่ไม่เคยเป็นผู้ตรวจ ฯและเป็นคนใต้ มีความสามารถ การกลับไปรับตำแหน่งผู้ตรวจฯ เป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ ขณะที่นายชัยพฤกษ์ยังเหลืออายุราชการอีกนาน การสร้างสมประสบการณ์จะเป็นสิ่งที่ดีต่อเขาในระยะยาว ผมอยากให้มองในแง่ดี จริงๆ แล้วไม่มีอะไร “ นายชินวรณ์ กล่าว

 ส่วนการดันนายกมล มาเป็นรองเลขาธิการ กพฐ. ทั้งที่ไม่เคยมีประสบการณ์งานด้านนั้น นายชินวรณ์ กล่าวว่า เพราะนายกมลเคยเป็นผอ.สำนักแผนของกรมศาสนา อายุราชการเหลืออีกเยอะ และสามารถเชื่อมต่องานพัฒนาคุณภาพได้

 ด้านนายอภิชาติ กล่าวว่า หลังจากเข้ารับตำแหน่งแล้วก็จะเดินตามแนวทางเดิมที่นายเฉลียว วางไว้ทั้งหมดเพราะขณะนี้ถือว่าได้อยู่ในช่วงกลางของปีงบปะมาณ 2554 เว้นแต่มีนโยบายจากรัฐบาลเป็นกรณีพิเศษถึงจะเปลี่ยนแปลง สำหรับการเข้ามารับตำแหน่งนี้ตนถือว่าเป็นความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่และจะใช้ เวลาที่เหลืออยู่ในอายุราชอีก 4 ปี 6 เดือนให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติให้มากที่สุด

 อนึ่งการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ อดีตลูกหม้อ กศน. ได้ดีทั้ง 3 ราย ท่ามกลางกระแสข่าวว่า วิ่งหาตำแหน่ง อีกครั้ง กศน.มีบทบาทในการนโยบายดัง คือ ติวเตอร์ แชนแนล ขณะที่ นายกมล เป็นมือขวาของอดีตปลัด ศธ. และได้รับการผลักดันไปนั่งเลขาฯ กพฐ.แทนนายชัยพฤกษ์ โดยข้ออ้างว่า นายกมล เคยเป็นผอ.สำนักแผนของกรมศาสนา แต่ตำแหน่งรองกพฐ.ดังกล่าว ดูแลด้านวิชาการ ขณะที่นายชัยพฤกษ์เป็นลูกหม้อเก่าของ สพฐ.และคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยาท อดีต เลขา ฯ กพฐ. เช่นเดียว กับนายสมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการ กพฐ. ที่ผิดหวังจากตำแหน่ง เลขากพฐ.ทั้งที่หลายฝ่ายให้การยอมรับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-04-21 07:26:02


ความเห็นที่ 12 (1408978)

ขอแรงผู้ตรวจศธ.ช่วยงานกศน.

นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงานกศน.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนได้ประสานกับผู้ตรวจกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อขอให้ช่วยตรวจราชการในส่วนของ กศน.เป็นกรณีพิเศษใน 3 ประเด็น คือ 1. การปฏิบัติงานของ
กศน.ตำบลว่าดำเนินงานตามนโยบายที่ รมว.ศึกษาธิการ มอบหมาย หรือ ที่กศน.กำหนดแนวปฏิบัติไว้หรือไม่ เพื่อกศน.จะได้กลับมาแก้ไขปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 2. ขอให้ช่วยดูแลเรื่องการขจัดผู้ไม่รู้หนังสือ ซึ่งขณะนี้มีข้อมูลว่ายังมีคนไทยกว่า 1 แสนคนทั่วประเทศที่ไม่รู้หนังสือ โดยผู้ไม่รู้หนังสือที่พบจะมี 3 กรณีหลักได้แก่ ไม่ได้รับการศึกษา หรือทิ้งการศึกษากลางคันทำให้อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ คิดเลขไม่เป็น และอีกกรณีคือ สภาวะลืมหนังสือที่เรียนจบแล้วไม่ได้ใช้ ทำให้อ่านหรือเขียนได้เพียงบางตัว บางคนเขียนได้แค่ชื่อตัวเอง ซึ่งนับว่าเป็นอันตรายสำหรับผู้ไม่รู้หนังสือที่อาจเป็นเหยื่อพวกมิจฉาชีพ ได้ง่าย และ 3. การจัดการศึกษาสำหรับคนนอกระบบ 2 กลุ่มที่กฎหมายกำหนดให้จัด คือผู้สูงอายุและผู้พิการที่ไม่ได้เข้าโรงเรียนที่รัฐจัดให้ ซึ่ง กศน.จะต้องเข้าไปดูแล ทั้งนี้หากได้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันมั่นใจว่าจะทำให้การจัดการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นแน่นอน
   
เลขาธิการ สำนักงานกศน. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ตนในฐานะผู้อำนวยการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาบัญชีจ่ายที่ 1 ศธ.ได้ขอให้ผู้ตรวจราชการศธ.ช่วยติดตามการดำเนินงานกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา (กยศ.) ของสถานศึกษาในสังกัดศธ. เนื่องจากการที่เด็กได้รับข้อมูลข่าวสารไม่ทั่วถึง ทำให้เด็กที่ยากจนจริง ๆ ไม่สามารถเข้าถึงกองทุนได้ รวมทั้งพบว่ามีเด็กจำนวนหนึ่งที่กู้ยืมไปแล้วไม่ติดต่อขอชำระหนี้ จึงอยากให้ช่วยติดตามเด็กกลุ่มดังกล่าวรวมถึงช่วยติดตามเงินคงค้างที่ได้จัด สรรให้สถานศึกษาแล้วมีเด็กออกกลางคันด้วย.

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-03-07 19:08:27


ความเห็นที่ 11 (1407998)
เรือนจำพะเยาปิ๊งไอเดีย สร้างอาชีพด้วยยางพารา
 
พะเยา:นายวิชัย โชติปฏิเวชกุล ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดพะเยา กล่าวว่า จากการศึกษาดูงานเกี่ยวกับอาชีพการเกษตรด้านสวนยางพาราของเกษตรกรในพื้นที่ อ.ภูซาง จ.พะเยา พบว่าเป็นอาชีพที่มีรายได้ดีน่าสนใจอย่างมาก จึง,uแนวคิดที่จะนำมาทำเป็นหลักสูตรเสริมสร้างความรู้ด้านการประกอบอาชีพให้ แก่ผู้ต้องขังในเรือนจำ ซึ่งเมื่อพ้นโทษไปแล้วจะมีอาชีพที่สร้างรายได้และไม่กลับไปกระทำผิดซ้ำอีก โดยเบื้องต้นได้มีแผนที่จะจัดทำแปลงสาธิตปลูกยางพาราบนเนื้อที่จำนวน 5 ไร่ ในเขตของเรือนจำ เพื่อให้ผู้ต้องขังได้เรียนรู้เรื่องการปลูกและดูแลยางพาราอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เกิดองค์ความรู้ด้านการปลูกยางในอนาคต เพราะพื้นที่และสภาพดินของพะเยาเหมาะสำหรับการปลูกยางพารา

ขณะ เดียวกันได้ประสานงานกับศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) จังหวัดพะเยา จัดการฝึกอบรมเรื่องการปลูกและกรีดยางพาราให้แก่ผู้ต้องขัง เนื่องจากการกรีดคือการสร้างรายได้ในเวลาอันรวดเร็ว คือ เมื่อผู้ต้องขังที่พ้นโทษไปแล้วสามารถไปเป็นแรงงานรับจ้างกรีดยาง ได้เงินเฉลี่ยเดือนละไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท ซึ่งเป็นรายได้ที่ทำให้อยู่ได้อย่างเหมาะสม

"เมื่อ ผู้ต้องขังที่พ้นโทษสามารถออกไปประกอบอาชีพรับจ้างกรีดยางมีรายได้แล้ว โอกาสที่จะกลับมาทำผิดซ้ำจะไม่เกิดขึ้น นอกจากนี้องค์ความรู้ด้านการปลูกและกรีดยางจะเป็นสิ่งที่ผู้ต้องขังสามารถนำ ไปประกอบอาชีพหลังพ้นโทษได้ในระยะเร่งด่วนและในระยะยาวต่อไป" นายวิชัย กล่าว
 
วันที่ 25/2/2011
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-02-25 07:35:36


ความเห็นที่ 10 (1407843)

กศน.ชวนประกวดมุมอ่านหนังสือ

นายมนตรี ลิมาภิรักษ์ ผอ.สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกรุงเทพมหา นคร(กศน.กทม.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ และกำหนดให้วันที่ 2 เม.ย.ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็น "วันรักการอ่าน" และยังกำหนดให้ปี 2552-2561 เป็นทศวรรษแห่งการอ่านของไทย เห็นได้ชัดเจนว่าการอ่านเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาศักยภาพ และคุณภาพของคนในชาติ เสริมสร้าง และปลูกฝังให้คนไทยมีนิสัยรักการอ่าน โดยในปีงบประมาณ 2554 นี้ กศน. มีนโยบายให้ดำเนินการประกวดมุมหนังสือในบ้าน ในสถานประกอบการ และในสถานที่ราชการทั่วประเทศ สำนักงานกศน.กทม. จึงอยากให้ผู้สนใจเข้าร่วมประกวดตามโครงการประกวดมุมหนังสือ เพื่อส่งเสริมการอ่านใน 3 ประเภท ได้แก่ 1.มุมหนังสือในบ้าน 2.มุมหนังสือในสถานประกอบการ และ 3.มุมหนังสือในสถานที่ราชการ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมประกวดสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงาน กศน.กทม. ทั้ง 50 เขต หรือที่ สำนักงาน กศน.กทม.โทรศัพท์ 0-2866-2830-3 โดยผู้ชนะการประกวดในครั้งนี้จะได้รับรางวัล และใบประกาศเกียรติคุณยกย่อง ในวันที่ 2 เม.ย.

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-02-24 05:21:45


ความเห็นที่ 9 (1406683)

เปิดเกณฑ์สรรหากศน.จว.

นาย ชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศธ. กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เมื่อเร็วๆ นี้ รับทราบหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา ผอ.สำนักงานกศน.จังหวัด ทั้ง 2 กลุ่มคือ กลุ่มสอบคัดเลือกและกลุ่มคัดเลือก โดยให้คณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) กำหนดสัดส่วนตำแหน่งว่างที่จะใช้บรรจุและแต่งตั้ง คณะกรรมการคัดเลือกมีไม่เกิน 5 คน เพื่อพิจารณากลั่นกรองผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือก แต่กรณีที่มีการประกาศรับสมัครสอบคัดเลือกและรับสมัครคัดเลือกในคราวเดียว กัน ให้มีสิทธิสมัครเพียงกลุ่มเดียว หลักสูตรกลุ่มสอบคัดเลือก 400 คะแนน มี 3 ภาค คือ สอบข้อเขียน 100 คะแนน ประเมินสมรรถนะทางการบริหาร 100 คะแนน และประเมินประวัติ ผลงาน วิสัยทัศน์ แนวทางพัฒนาการศึกษา และความเหมาะสมตำแหน่ง 200 คะแนน หลักสูตรกลุ่มคัดเลือก 400 คะแนน 2 ภาค คือ การแสดงวิสัยทัศน์ แนวทางพัฒนาการศึกษา 200 คะแนน และการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง 200 คะแนน ที่ประชุมยังเห็นชอบอนุมัติตั้งอ.ก.ค.ศ.วิสามัญเฉพาะกิจ ทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือกผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ก.ค.ศ.พิจารณาตั้งเป็น อนุกรรมการผู้แทนก.ค.ศ. ใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา อนุกรรมการผู้แทนคุรุสภาใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา มีนายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ปลัดศธ. เป็นประธานอนุกรรมการ และอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา มีนายธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานอนุกรรมการ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-02-10 07:49:37


ความเห็นที่ 8 (1405580)

ชงครม.เพิ่มครูกศน.ปี 54

นาย ชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การขอเพิ่มอัตราข้าราชการครูของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย (กศน.) เป็นนโยบายของ ศธ.ที่ตนมอบหมายให้นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการสำนักงานกศน.ไปดูภารกิจกศน.ในการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต อาทิ การให้การศึกษาคนวัยทำงาน 32 ล้านคน เด็กนอกระบบ 1.5 ล้านคน ให้มีคุณวุฒิในระดับต่างๆ และมอบภารกิจพิเศษให้ กศน.เปิดศูนย์ภาษาสำหรับผู้ใช้แรงงานที่จะไปทำงานในประเทศต่างๆ เช่น ประเทศอังกฤษ เกาหลี เยอรมัน ญี่ปุ่น เป็นต้น เมื่อกศน.มีภารกิจเพิ่มขึ้น จะต้องได้รับการดูแลเรื่องอัตรากำลังเพื่อรองรับภารกิจด้วย แต่เนื่องจากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ กศน.ถูกปรับลดอัตราครูเป็นจำนวนมาก บางอำเภอมีข้าราชการเพียงคนเดียว ซึ่งเป็นอุปสรรคในการทำงาน ดังนั้นจึงต้องให้กศน.ทำเรื่องขออัตราเพื่อเสนอคณะรัฐ มนตรี (ครม.)โดยด่วนเพื่อดำเนินการให้ทันในปีการศึกษา 2554 นี้ ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดอัตราว่าควรจะได้เท่าไหร่ แต่ตนได้ให้นโยบายว่าให้พิจารณาตามสภาพความจริง โดยกศน.ตำบลต้องมีอย่างน้อย 3 คน กศน.อำเภอ 5 คน และกศน.ระดับจังหวัดก็ต้องเพิ่มมากขึ้นตามภารกิจ แม้แต่ กศน.ในกทม.ที่ต้องเปิดศูนย์ภาษาก็ต้องเพิ่มบุคลากรให้มากขึ้นด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-01-29 08:33:17


ความเห็นที่ 7 (1405276)

“ชินวรณ์”หนุน กศน.ขออัตราครูเพิ่ม

“ชินวรณ์” หนุนสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ขอเพิ่มอัตราครู

วันนี้ (25 ม.ค.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงการขอเพิ่มอัตราข้าราชการครูของ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ว่า เป็นนโยบายของ ศธ.ที่ตนมอบหมายให้นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการสำนักงาน กศน. ไปดูภารกิจของ กศน.ในการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต อาทิ การให้การศึกษาคนวัยทำงาน 32 ล้านคน เด็กที่ออกนอกระบบ 1.5 ล้านคน ให้มีคุณวุฒิในระดับต่าง ๆ ตามความสามารถ และยังมอบภารกิจพิเศษในการให้ กศน.เปิดศูนย์ภาษาสำหรับผู้ใช้แรงงาน ที่จะไปทำงานในประเทศต่าง ๆ  เช่น ประเทศอังกฤษ เกาหลี เยอรมัน ญี่ปุ่น เป็นต้น

ซึ่งเมื่อ กศน.มีภารกิจเพิ่มขึ้น แน่นอนว่าจะต้องได้รับการดูแลเรื่องอัตรากำลังเพื่อรองรับภารกิจด้วย แต่เนื่องจากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ กศน.ถูกปรับลดอัตราครูเป็นจำนวนมาก บางอำเภอมีข้าราชการเพียงคนเดียว ทำให้เป็นอุปสรรคในการทำงาน ดังนั้นจึงต้องให้ กศน.ทำเรื่องขออัตรา เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)โดยด่วนเพื่อดำเนินการให้ทันในปีการศึกษา 2554 นี้ 

“ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดอัตราว่าควรจะได้เท่าไหร่ แต่ตนได้ให้นโยบายว่าให้พิจารณาตามสภาพความจริง โดย กศน.ตำบลต้องมีอย่างน้อย 3 คน กศน.อำเภอ 5 คน และ ระดับจังหวัดก็ต้องเพิ่มมากขึ้นตามภารกิจ แม้แต่ กศน.ใน กทม.ที่ต้องเปิดศูนย์ภาษาก็ต้องเพิ่มมีบุคลากรมากขึ้นด้วย” รมว.ศธ.กล่าว.

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-01-26 07:33:05


ความเห็นที่ 6 (1405019)

กศน.ดึงเครือข่าย ผุดหลักสูตรชีวิต

นายอรัญ คงนวลใย ผอ.สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาคใต้ เผยว่า กศน.ภาคใต้ร่วมมือกับภาคีเครือข่าย 5 จังหวัดชายแดนใต้ สร้างหลักสูตรกศน. ประเภทการศึกษาต่อเนื่อง 3 กลุ่มวิชา ได้แก่ กลุ่มวิชาชีพ กลุ่มวิชาชีวิต และกลุ่มวิชาชุมชน เพื่อให้บริการกลุ่มเป้าหมายกศน.อำเภอ ตำบล อปท. ภาครัฐ เอกชน และกลุ่มองค์กรต่างๆ เนื้อหาการเรียนการสอนครอบคลุม 3 กลุ่มสาระวิชา ได้แก่ วิชาอาชีพ วิชาทักษะชีวิต และวิชาชุมชน ในอนาคตประชาชนทุกคนคือลูกค้ากศน. โดยสถานศึกษาและเครือข่ายจะร่วมกันผลิตหลักสูตรระยะสั้นให้กับทุกคน เพราะอาจมีคนนอกจากกลุ่มเป้าหมายอยากหาความรู้เพิ่มเติม อาทิ กลุ่มคนหนุ่มสาวที่กำลังเข้าสู่การครองคู่ ครองเรือน ต้องการมาเรียนรู้วิชาชีวิตหลากหลายหลักสูตร หรือกลุ่มผู้สูงอายุต้องการมาเรียนรู้กลุ่มวิชาชีวิตและวิชาชุมชนเช่นเดียว กัน

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-01-24 07:14:28


ความเห็นที่ 5 (1404549)


ผู้บริหาร'กศน.'ไม่สุภาพ-จี้ย้ายออก


นาย แสง กัญญวิมล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา กศน. อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ และ ครู กศน.ในสังกัด ร่วมกันลงชื่อยื่นหนังสือให้ผู้บริหารระดับสูงที่กำลังเดินทางมาตรวจราชการ ที่ จ.อำนาจเจริญ โดยขอให้ย้าย ผอ.กศน.คนหนึ่งออกจากพื้นที่โดยหนังสือระบุผู้บริหารดังกล่าวชอบ ดุด่าใช้คำไม่สุภาพกับข้าราชการและกรรมการสถานศึกษาซึ่งเป็นเอกชนที่มา ติดต่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัชรินทร์ จำปี รองเลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มาตรวจราชการ จ.อำนาจเจริญ โดยรับข้อมูลจะนำไปพิจารณาแล้ว ได้กล่าวว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้บริหารด้วยเหมือนกัน เชื่อว่าผู�ใหญ�คงไม่ฟังความข้างเดียว ส�วนผู�ที่ร้องขอความเป็นธรรมเรื่องนี้ ก็เพราะต้องการพัฒนาการศึกษาให้ดีขึ้นเหมือนกัน ซึ่งล่าสุดมีผู้บริหารสถานศึกษาแห่งหนึ่งแจ้งว่าการร้องเรียนเรื่องนี้ ทางผู้ใหญ่ให้ความสำคัญ และออกคำสั่งย้ายผอ.กศน.ที่ถูกร้องเรียนว่าพูดจาไม่สุภาพ สลับตำแหน่งกับผอ.กศน.อีกอำเภอหนึ่งแล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-01-19 08:04:05


ความเห็นที่ 4 (1404303)

กศน. ขอคนรองรับงานเพิ่ม

นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย(กศน.)เปิดเผยว่า ขณะนี้ กศน.กำลังอยู่ระหว่างจัดทำกรอบอัตรากำลังใหม่ทั้งระบบทั้งในส่วนกลางและ ภูมิภาค ซึ่งนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ ให้แนวทางในการทำงานของกศน.ว่า เนื่องจากรัฐบาลได้มอบหมายงานให้สำนักงานกศน.เพิ่มมากขึ้น โดยให้ดูแลจัดการศึกษาแก่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนนอกระบบโรงเรียนกว่า 30 ล้านคน แต่เกรงว่ากำลังคนของกศน.จะไม่เพียงพอกับการรองรับงานทั้งระบบทั่วประเทศ จึงมอบหมายให้สำนักงาน กศน.กลับมาทำกรอบอัตรากำลังใหม่ โดยรับที่จะพิจารณาเป็นกรณีพิเศษเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
   
เลขาธิการ กศน.กล่าวต่อไปว่า ตามแผนที่ได้เตรียมไว้คิดว่าจะขออัตรากำลังเพิ่มประมาณ 3,000 คนในเวลา 3 ปี เพื่อให้ กศน.สามารถทำงานตามที่ได้รับมอบหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากขณะนี้ กศน.มีข้าราชการครูทั่วประเทศ 1,600 คน ผู้บริหาร 1,100 คน และพนักงานราชการตำแหน่งครู กศน.11,000 คน แต่ต้องรับผิดชอบจัดการศึกษาให้แก่คนนอกระบบโรงเรียนกว่า 30 ล้านคนในปีนี้
   
“ผมเข้าใจดีว่าขณะนี้รัฐบาลมีข้อจำกัดเรื่องการเพิ่มอัตรากำลังคน แต่ กศน.ก็มีความจำเป็นเพราะทุกวันนี้ กศน.มีภารกิจที่มาก    เกินกำลังอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามในการขอเพิ่มอัตรากำลังก็ไม่ได้ขอเพิ่มครั้งเดียว แต่ได้ขอเป็นแผน 3 ปี เพื่อให้งานเดินหน้าไปได้” นาย      อภิชาติ กล่าว.

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-01-17 07:59:12


ความเห็นที่ 3 (1403861)

ย้ายด่วนบิ๊กขรก.-หลังครูกศน.ร้อง

เมื่อ เวลา 08.30 น. วันที่ 13 ม.ค. นายแสง กัญญวิมล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา กศน. อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ และ ครูกศน.ในสังกัด ร่วมกันยื่นหนังสือให้ นายวัชรินทร์ จำปี รองเลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ที่เดินทางมาตรวจราชการที่จ.อำนาจเจริญ ขอให้ย้าย ข้าราชการระดับสูงคนหนึ่งออกจากพื้นที่ โดยหนังสือระบุผู้บริหารคนดังกล่าว ชอบดุด่าใช้คำไม่สุภาพกับข้าราชการ และกรรมการสถานศึกษาซึ่งเป็นเอกชนที่มาติดต่อ

ด้านนายวัชรินทร์กล่าว ว่าได้รับข้อมูลดังกล่าวไปพิจารณาแล้ว ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้บริหารด้วยเช่นกัน และเชื่อว่า ผู้ใหญ่ในกรมจะไม่ฟังความข้างเดียว สำหรับประชาชนและครูกศน.ที่ร้องขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ ก็เชื่อว่าต้องการพัฒนาการศึกษาให้ดีขึ้นเหมือนกัน

รายงานข่าวล่าสุด แจ้งว่า จากการการร้องเรียนของกลุ่มครูกศน.ในครั้งนี้ ได้มีคำสั่งย้ายข้าราชการคนดังกล่าว ไปสลับตำแหน่งกับข้าราชการระดับเดียวกัน ในอีกอำเภอหนึ่งแล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-01-14 18:21:59


ความเห็นที่ 2 (1399051)

กศน.ตั้งศูนย์ดาราศาสตร์ 4 ภูมิภาคเทิด”ในหลวง”

สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบฯ ตั้งศูนย์ดาราศาสตร์ 4 ภูมิภาคเฉลิมพระเกียรติ “ในหลวง”

วันนี้ (24 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองเลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เปิดเผยว่า ตามที่นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) มอบหมายให้องค์กรหลักของ ศธ.เสนอโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษานั้น ในส่วนของ กศน.จะจัดศูนย์ดาราศาสตร์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใน 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือที่จ.ลำปาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จ.นครราชสีมา ภาคกลาง ที่จ.พระนครศรีอยุธยา และภาคใต้ ที่จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งขณะนี้คณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้ให้ความเห็นชอบในหลักการแล้ว โดยให้กศน.ไปประสานกับสำนักงบประมาณเพื่อจัดทำคำของบประมาณในแต่ละปี โดยคาดว่าจะใช้งบฯทั้งหมดกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ กศน.ได้ทำหนังสือถึงรมว.ศธ. เพื่อลงนามถึงราชเลขาธิการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงมีพระราชวินิจฉัยต่อไป

รองเลขาธิการ กศน. กล่าวต่อว่า สำหรับรายละเอียดในการจัดสร้างศูนย์ดาราศาสตร์เฉลิมพระเกียรติฯ จะสร้างให้มีขนาดใหญ่กว่าศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาของ กศน. ที่มีอยู่จำนวน 12 แห่ง โดยแต่ละศูนย์จะสร้างบนพื้นที่ 35,500 ตารางเมตร ประกอบด้วยอาคารท้องฟ้าจำลอง หอดูดาว และอาคารแสดงนิทรรศการ ซึ่งจะมีขนาดใหญ่เท่ากับศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา รังสิต โดยในปี 2553นี้ จะเริ่มสร้างเป็นแห่งแรกที่จ.นครศรีธรรมราช และจะสร้างให้เสร็จครบทุกศูนย์ในปี 2555 ทั้งนี้แรงบันดาลใจที่ กศน.มีความคิดที่จะจัดสร้างศูนย์ดาราศาสตร์เฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยมีรับสั่งให้ นายประเสริฐ หอมดี ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า อ.หว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในสมัยนั้นนำกล้องส่องดูดาวไปถวายให้ทรงงาน ประกอบกับทาง กศน.เห็นว่าพระองค์เป็นนักดาราศาสตร์ และเป็นต้นแบบบุคคลแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต จึงได้จัดสร้างศูนย์ดาราศาสตร์ถวายเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ นอกจากนี้เห็นว่าแหล่งเรียนรู้ในด้านดาราศาสตร์ของไทยยังมีน้อย การจัดสร้างศูนย์ดาราศาสตร์ดังกล่าวจะทำให้เยาวชนและคนไทยมีโอกาสเข้าถึง แหล่งเรียนรู้ด้านดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์มากขึ้น

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-11-24 21:29:01


ความเห็นที่ 1 (1396401)

จรรยาบรรณครู พ.ศ. 2539


1.
ครูต้องรักและเมตตาศิษย์ โดยให้ความเอาใจใส่ช่วยเหลือส่งเสริม
 
ให้กำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนแก่ศิษยโดยเสมอหน้า 
2.
ครูต้องอบรม สั่งสอน ฝึกฝน สร้างเสริมความรู้ ทักษะและนิสัย ที่ถูกต้องดีงาม ให้เกิดแก่ศิษย์ อย่างเต็มความสามารถ
  ด้วยความบริสุทธิ์ใจ
3.
ครูต้องประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ 
4.
ครูต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์และสังคมของศิษย์
5.
ครูต้องไม่แสวงหาประโยชน์อันเป็นอามิสสินจ้างจากศิษย์ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และไม่ใช้ให้ศิษย์
  กระทำการใด ๆ อันเป็นการหาผลประโยชน์  ให้แก่ตนโดยมิชอบ 
6.
ครูย่อมพัฒนาตนเองทั้งทางด้านวิชาชีพ ด้านบุคลิกภาพและวิสัยทัศน์ให้ทันต่อการพัฒนาทาง วิทยาการ เศรษฐกิจสังคม
  และการเมืองอยู่เสมอ 
7.
ครูย่อมรักและศรัทธาในวิชาชีพครูและเป็นสมาชิกที่ดีต่อองค์กรวิชาชีพครู
8.
ครูพึงช่วยเหลือเกื้อกูลครูและชุมชนในทางสร้างสรรค์ 
9.
ครูพึงประพฤติ ปฏิบัติตน เป็นผู้นำในการอนุรักษ์ และพัฒนาภูมิปัญญา และวัฒนธรรมไทย
ผู้แสดงความคิดเห็น นักศึกษา วันที่ตอบ 2010-10-30 14:45:11



1


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.
Wachon Nim

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง