ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > ข่าวชายแดนไทย+พม่า

ข่าวชายแดนไทย+พม่า




ผู้ตั้งกระทู้ Admin กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์ :: วันที่ลงประกาศ 2011-05-09 07:32:53


1

ความเห็นที่ 42 (3009241)

กะเหรี่ยง"ดีเคบีเอ."แตกหัก "พม่า" ใช้อาร์พีจีถล่มรถโดยสารพม่า สาหัส 4 เจ็บระนาว ไทยเฝ้าระวังชายแดน

วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557 เวลา 18:40:58 น.

 

 









 

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานจากอ.แม่สอด จ.ตาก ว่า สถานการณ์การสู้รบระหว่างทหารรัฐบาลพม่า กับ ชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยงฝ่ายดีเคบีเอ. หรือ กองทัพโก๊ะทูบอ ซึ่งมีฐานที่มั่น ที่บ้านโซซีเมี่ยง ด้านตรงข้าม อ.พบพระ จ.ตาก เข้าสู่ภาวะแตกหักกับทหารรัฐบาลพม่าแล้ว หลังจากเกิดเหตุการณ์ สู้รบบนถนนสายเอเชียในพื้นที่โซนเขตเศรษฐกิจพัฒนาเศรษฐกิจ จ.เมียวดี ตรงข้ามบ้านริมเมย ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด เมื่อวันที่ 26 กันยายน 57 ที่ผ่านมา ทำให้ฝ่ายทหารพม่าระดมกำลังทหารปราบปรามฝ่ายกะเหรี่ยงดีเคบีเอ.ทั้งหมดที่อยู่ในจ.เมียวดี

http://www.matichon.co.th/online/2014/09/14120611251412061192l.jpg

ล่าสุด ทหารพม่าเสริมกำลังเข้าโจมทหารกะเหรี่ยงดีเคบีเอ.ในพื้นที่ตรงข้ามอ.พบพระ โดยมีการสู้รบกันถึง 2 ครั้ง มีทหารพม่า และฝ่ายเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ และยังมีเหตุการณ์สู้รบระหว่างฝ่ายพม่ากับกะเหรี่ยงดีเคบีเอ.ที่หมู่บ้านไจ๊มะยอ รัฐมอญ ตลอด 11 ชั่วโมง  ขณะที่ด้านจ.ตาก ฝ่ายทหารไทย ได้รับคำสั่งให้ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย –พม่า อย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือผลกระทบจากการสู้รบ ด้านประชาชนชาวพม่า บางกลุ่มไม่ไว้วางใจสถานการณ์ มีการอพยพเข้ามานอนกับญาติพี่น้องในเขตอำเภอแม่สอด เพราะเกรงว่าฝ่ายกะเหรี่ยงจะบุกเผาเมืองเมียวดี อย่างที่ทำมาในอดีต

http://www.matichon.co.th/online/2014/09/14120611251412061186l.jpg

ซึ่งล่าสุด เมื่อบ่ายวันที่ 29 ฝ่ายกะเหรี่ยงดีเคบีเอ.ได้ใช้อาวุธปืนอาร์พีจี.ยิงใส่รถยนต์โดยสารพม่า ทำให้มีราษฎรพม่าที่โดยสารรถยนต์ ได้รับบาดเจ็บ นับ 10 คน ในจำนวนนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 4 คน เจ้าหน้าที่ต้องนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลกอกาเลก ลึกจากชายแดนไทย-พม่า ด้านอำเภอแม่สอด 60 กิโลเมตร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝ่ายกะเหรี่ยงดีเคบีเอ.ได้รับคำสั่งให้เตรียมพร้อมรับมือกับฝ่ายทหารรัฐบาลพม่า ทั่วพื้นที่เขตอิทธิพลของกะเหรี่ยงดีเคบีเอ. หรือ ตามแนวชายแดนไทย
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-09-30 19:25:17


ความเห็นที่ 41 (3005979)

ทหารพม่าขอคสช.เพิ่มเปิดด่านห้วยผึ้ง พึ่งสินค้าไทย-ซึ้งใจที่ห่วงใย




พบปะ - พันเอกอำนาจ ศรีมาก ผบ.ฉก.กรมทหารราบที่ 7 นำนายทหารส่วนราชการจังหวัด พบปะพันเอกตานยุ้นส่อ ผู้บังคับการทางยุทธวิธีที่ 3 และนายทหารพม่า บ้านหัวเมือง จ.ลางเคอ เขตรัฐฉาน ประเทศพม่า ชายแดนบ้านห้วยผึ้ง ต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

แม่ฮ่องสอน - พันเอกอำนาจ ศรีมาก ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 เผยถึง ช่องทางห้วยผึ้งว่า เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่กองทัพบกมีนโยบายให้เป็นหมู่บ้าน คู่ขนานชายแดนไทย-พม่า เพื่อให้ประชาชนทั้ง 2 ประเทศมีความเข้มแข็งและมีรายได้ จะทำให้แนวชายแดนมีความปลอดภัยและมั่นคงมากขึ้น โดยนโยบายผู้บัญชาการทหารบกจะให้ผืนป่าชายแดนไทย-พม่า เป็นผืนป่าอาเซียน เมื่อปีที่ผ่านมานำเมล็ดพันธุ์ผัก พันธุ์ปลา หมู ไก่ มามอบให้ราษฎรพม่าและไทย เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง ให้กับประชาชนทั้งสองฝั่ง นำพันธุ์ปลาปล่อยในสระน้ำเศรษฐกิจพอเพียงของหมู่บ้าน พร้อมทั้งนำไม้ผลไปปลูกร่วมกับพม่าทำให้ความสัมพันธ์ของทหารไทยกับทหารพม่า แนบแน่นยิ่งขึ้น ประชาชนชายแดนก็จะมีความ สงบสุข


ด้านพันเอก ตานยุ้นส่อ ผู้บังคับการทางยุทธวิธีที่ 3 ของพม่า กล่าวว่า ทหารไทยกับทหารพม่าเป็นมิตรประเทศที่ดีต่อกัน ฝากไปยังกองทัพบกไทย ขอให้ช่วยผ่อนผันในการเดินทางเข้าออกของประชาชนพม่าที่ช่องทางห้วยผึ้งให้ มากขึ้น ที่ผ่านมาไทยอนุญาตให้เข้าออกไปเพียงเดือนละ 3 วัน อยากจะขอเป็น 7 วัน ชาวพม่าต้องอาศัยเครื่องอุปโภคบริโภคในตลาดแม่ฮ่องสอนของไทย เพราะอยู่ใกล้เข้าออกสะดวก เพราะหากให้วันเข้าออกน้อย อาหารการกินก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ดีใจที่ทหารไทยและหน่วยงานราชการในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ห่วงใยมิตรประเทศ เพื่อนบ้านชายแดนใกล้เคียง หากพ่อค้าหรือนักท่องเที่ยวฝั่งไทย จะเข้าไปเที่ยวในเขตพม่าเราก็จะอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้


ทั้ง นี้ พ.อ.อำนาจ ศรีมาก ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 นำนายทหาร ส่วนราชการจังหวัด อำเภอ นายก อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนชายแดนบ้านห้วยผึ้ง ต.ห้วยผา พบปะพัฒนาสัมพันธ์กับพันเอกตานยุ้นส่อ ผู้บังคับการทางยุทธวิธีที่ 3 และนายทหารพม่า บ้านหัวเมือง จ.ลางเคอ เขตรัฐฉาน ประเทศพม่า ที่ช่องทางชายแดนบ้านห้วยผึ้ง ต.ห้วยผา อ.เมือง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-07-21 07:16:38


ความเห็นที่ 40 (3004957)

กอ.รมน.ตากประชุมถกปัญหาศูนย์อพยพ 5 อำเภอชายแดนไทย-พม่า

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 มิถุนายน 2557 12:41 น.
 
 
 
 
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
กอ.รมน.ตากประชุมถกปัญหาศูนย์อพยพ 5 อำเภอชายแดนไทย-พม่า
กอ.รมน.ตากประชุมถกปัญหาศูนย์อพยพ 5 อำเภอชายแดนไทย-พม่า

กอ.รมน.ตากประชุมถกปัญหาศูนย์อพยพ 5 อำเภอชายแดนไทย-พม่า
กอ.รมน.ตากประชุมถกปัญหาศูนย์อพยพ 5 อำเภอชายแดนไทย-พม่า

กอ.รมน.ตากประชุมถกปัญหาศูนย์อพยพ 5 อำเภอชายแดนไทย-พม่า

ตาก - ทหารเตรียมจัดระเบียบศูนย์อพยพ สารพันปัญหา ตัดไม้ ปลูกบ้านสวมรอย ฟอกตัว พร้อมเรียกวินจักรยานยนต์พูดคุย หลังพบเป็นแหล่งนำผู้ลี้ภัยออกนอกพื้นที่
       
       นายสมชัยฐ์ หทยะตันติ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตาก (กอ.รมน.ตาก) กล่าวว่า กอ.รมน. ฝ่ายปกครอง ได้ประชุมร่วมกับ พล.ต.คู่ชีพ เลิศหงิม ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง รวมทั้งนายอำเภอ 5 อำเภอ ชายแดนไทย-พม่า และปลัดอำเภอ ที่ดูแลผู้อพยพหลบลี้หนีภัยจากการสู้รบจากศูนย์อพยพ หรือพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้ลี้ภัยจากการสู้รบชาวกะเหรี่ยง ชายแดนไทย-พม่า บ้านแม่หละ ต.แม่หละ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก พื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้ลี้ภัยจากการสู้รบบ้านอุ้มเ***ยม ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ และศูนย์อพยพ หรือพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้ลี้ภัยจากการสู้รบบ้านนุโพ ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง จ.ตาก
       
       โดยฝ่ายทหาร ฝ่ายความมั่นคง และ กอ.รมน. มีความคิดเห็นที่สอดคล้องกันในที่ประชุมสรุปว่า จะต้องจัดระเบียบศูนย์อพยพหรือพื้นที่ผู้ลี้ภัยทั้งหมด ทั้งศูนย์อพยพบ้านแม่หละ อ.ท่าสองยาง บ้านอุ้มเ***ยม อ.พบพระ และบ้านนุโพ อ.อุ้มผาง โดยต้องจัดทำบัญชีผู้อพยพหรือผู้ลี้ภัยใหม่ หากมีการลักลอบออกนอกพื้นที่ศูนย์พักพิงและจับได้ ก็จะให้พันสภาพจากการเป็นผู้ลี้ภัยทันที
       
       นอกจากนี้ จะเรียกวินจักรยานยนต์หน้าพื้นที่พักพิงมาคุยกัน เพราะที่ผ่านมา มีการพาผู้ลี้ภัยโดยสารออกนอกศูนย์อพยพ หากหัวหน้าวินจักรยายนต์ไม่ฟังจะเรียกตัวมาคุยกันเพื่อปรับทัศนคติให้ดีขึ้น
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-06-28 15:49:54


ความเห็นที่ 39 (3004596)

ทหาร-ตำรวจแม่สอด-ตชด.- ศุลกากร ผนึกกำลังจับรถหนีไฟแนนซ์ส่งขายพม่า

วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2557 เวลา 11:19:21 น.

 

 

 


เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน  พันเอกเทอดศักดิ์ งามสนอง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 แม่สอด ร่วมกับตำรวจสภ.แม่สอด เจ้าหน้าที่ด่าน ศุลกากรแม่สอด   ตำรวจตระเวนชายแดน กองร้อย ตชด. 346 อ.แม่สอด และ ทหารพรานหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 35  อ.แม่สอด ได้นำกำลัง เข้าจับกุมผู้ประกอบการขายรถจักรยายนต์ ข้ามฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน  ที่บริเวณบ้านเลขที่317 หมู่ที่ 3 บ้านท่าอาจ ตำบลท่าสายลวด   อ.แม่สอด มี นางสาว ณัชชารัชต์   วิเศษศิริศุภกุล อายุ 50 ปี รับสารภาพว่าเป็นเจ้าของบ้าน เจ้าหน้าที่ทำการปิดล้อมตรวจสอบภายในบ้านพบรถจักรยานยนต์ที่ใช้แล้วสภาพใหม่ จำนวน 13 คัน ส่วนใหญ่เป็นรถยี่ห้อใหม่ และเป็นที่นิยมในของตลาด ในประเทศไทย และประเทศพม่า จากการ ตรวจสอบบริเวณในบ้านพบเอกสารใบทะเบียนที่ซื้อมาจากบริษัทไฟแนนท์อายุไม่ถึง 1 ปี ทุกคัน และพบใบเอกสารเก่าที่รถได้ขายไปแล้วจำนวนมาก   จากการสอบสวน  นางสาว ณัชชารัชต์ ให้การรับสารภาพว่ารถดังกล่าวประมูลมา   เพื่อจำหน่ายไปยังฝั่งประเทศพม่า แต่จากากรตรวจสอบของเจ้าหน้าทีพบว่า มีรถจักรยายนต์หนีไฟแน๊นท์ ส่งไปประเทศพม่ามาเป็นแรมปีแล้วโดยส่งออกปีละ 2,000 – 3,000 คัน ซึ่งจะต้องถูกดำเนินคดีตามพรบ.ศุลกากร และพรบ.ประกอบกิจการซื้อขาย และส่งออก

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-06-22 12:46:53


ความเห็นที่ 38 (3003365)

ค้าชายแดนเชียงรายยังพุ่ง ตัวเลขการค้าต่อวันมีกว่า 100 ล้าน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 พฤษภาคม 2557 11:11 น.
 
 
 
 
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ค้าชายแดนเชียงรายยังพุ่ง ตัวเลขการค้าต่อวันมีกว่า 100 ล้าน
ค้าชายแดนเชียงรายยังพุ่งตัวเลขการค้าต่อวันมีกว่า 100 ล้านบาท

ค้าชายแดนเชียงรายยังพุ่ง ตัวเลขการค้าต่อวันมีกว่า 100 ล้าน
ค้าชายแดนเชียงรายยังพุ่งตัวเลขการค้าต่อวันมีกว่า 100 ล้านบาท

ค้าชายแดนเชียงรายยังพุ่ง ตัวเลขการค้าต่อวันมีกว่า 100 ล้าน

เชียงราย - บรรยากาศการค้าด่านชายแดนแม่สาย-พม่าหลัง คสช. ยึดอำนาจยังเป็นไปตามปกติ มูลค่าการค้าขายต่อวันยังอยู่ที่ 100 ล้านบาท ระบุหมวดธุรกิจที่กระทบมากสุดจะเป็นภาคการท่องเที่ยว แต่เชื่อว่าจะเป็นระยะสั้นเท่านั้น
       
       รายงานข่าวจาก จ.เชียงรายแจ้งว่า ภายหลังจากคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้ายึดอำนาจทำให้บรรยากาศการค้าชายแดนด้าน จ.เชียงรายในช่วงแรกมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ช่วงแรกประชาชนในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านต่างพากันข้ามมายังฝั่งไทยเพื่อซื้อ สินค้ากลับไปกักตุนเป็นจำนวนมากเนื่องจากไม่มั่นใจในสถานการณ์ แต่เมื่อผ่านพ้นไปราว 1-2 วันก็กลับสู่ภาวะปกติ เนื่องจากทางการไทยยังคงเปิดให้มีการข้ามเข้าออกโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ โดยมีเพียงการวางกำลังทหารตามจุดต่างๆ ให้เข้มงวดมากขึ้นเท่านั้น
       
       ทั้งนี้ จุดหลักๆ ที่มีการอนุญาตให้มีการนำเข้าส่งออกสินค้าคือจุดผ่านแดนถาวร อ.แม่สาย ตรงสะพานข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 2 จุดผ่านแดนถาวร อ.เชียงแสน และจุดผ่านแดนถาวร อ.เชียงของ ตรงสะพานข้ามแม่น้ำโขงไทย-สปป.ลาว แห่งที่ 4
       
       นายบุญธรรม ทิพย์ประสงค์ ประธานหอการค้า จ.เชียงราย กล่าวว่า นับตั้งแต่มีการประกาศกฎอัยการศึกและยึดอำนาจโดย คสช. พบว่าการค้าชายแดนด้าน จ.เชียงรายแทบไม่ได้รับผลกระทบเลย โดยแต่ละด่านพรมแดนยังคงมีการนำเข้าและส่งออกสินค้ากันในปริมาณมากเหมือน เดิม โดยเฉพาะสินค้าที่มีทั้งสินค้ามีมูลค่าเกินกว่า 50,000 บาท จะต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องอัตราภาษียังคงอยู่ในระดับสูงวันละไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งหากรวมถึงการค้าขายในระบบเศรษฐกิจทั้งหมดโดยเฉพาะสินค้าที่มีมูลค่าต่ำ กว่า 50,000 บาท ประเภทพืชผัก หมู เนื้อ ฯลฯ คำนวณว่าจะมีมูลค่าการค้ารวมทั้งหมดปีละกว่า 200,000 ล้านบาทเลยทีเดียว
       
       นายบุญธรรมกล่าวอีกว่า สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะชายแดนด้าน จ.เชียงราย แตกต่างจากจุดอื่น เนื่องจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่ามีประชากรกว่า 1 ล้านคน และนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค วัสดุก่อสร้าง ฯลฯ จากฝั่งไทยเกือบทั้งหมด คาดว่าไม่น้อยกว่า 70-90%
       
       ส่วนกรณีที่มีการวางกำลังทหารหลังมีกฎอัยการศึกมาจนถึงปัจจุบันนั้น พบว่าไม่ได้กระทบต่อภาคการค้าขายมากนัก โดยอาจจะมีบ้างในเรื่องการขนส่งสินค้า โดยสินค้าส่วนใหญ่ขนมาจากภาคกลางและนำไปส่งที่ประเทศเพื่อนบ้าน แต่การค้านี้มีผู้ขาย ผู้ซื้อ และผู้บริโภคอย่างชัดเจน จึงไม่ค่อยมีปัญหามาก โดยสามารถปรับตัวกันได้และจำเป็นต้องเข้าใจในสถานการณ์ นอกจากนี้ พื้นที่ชายแดนด้าน จ.เชียงรายก็มีการใช้กฎอัยการศึกกันมานานหลายปีแล้วจึงไม่แตกต่างจากเดิมมาก นัก
       
       ด้าน น.ส.ผกายมาศ เวียร์ร่า รองประธานหอการค้า จ.เชียงราย ประธานสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-พม่า และกรรมการผู้อำนวยการบริษัทแม่โขงเดลต้า ทราเวล เอเจนซี่ จำกัด กล่าวว่า ในภาคการท่องเที่ยวถือว่าได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะมีผลต่อเนื่องมาจาก 3 เรื่อง ในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยวหรือไม่ใช่ฤดูหนาวอยู่แล้ว คือ แผ่นดินไหว จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 5 พ.ค. กระทั่งมีกฎอัยการศึก และการรัฐประหาร ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างทันตาเห็นคาดว่ากว่า 95% กระทบไปถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ห้องพัก ร้านอาหาร ร้านขายสินค้า ฯลฯ ซึ่งตนก็เข้าใจในเหตุการณ์และเหตุผลทั้งหมด จึงคาดว่าสภาวะนี้จะเกิดขึ้นอีกไม่นาน
       
       รายงานข่าวจากสำนักงานพาณิชย์ จ.เชียงรายแจ้งว่า ในปี 2556 มีมูลค่าการค้าชายแดนด้าน จ.เชียงราย กับ 3 ประเทศ คือ พม่า สปป.ลาว และพม่า รวมมูลค่า 38,386.99 ล้านบาท ปี 2557 ตั้งแต่เดือน ม.ค.-มี.ค.มีมูลค่าการค้ารวมแล้วจำนวน 9,922.98 ล้านบาท โดยเป็นการส่งออกไปยังพม่า 5,219.79 ล้านบาท สปป.ลาว 2,765.90 ล้านบาท และจีนตอนใต้ 1,160.23 ล้านบาท นำเข้าไปยังพม่า 264.52 ล้านบาท สปป.ลาว 74.14 ล้านบาท และจีนตอนใต้ 438.40 ล้านบาท
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-05-29 07:00:21


ความเห็นที่ 37 (3003364)

ฉก.ร.4 แม่สอดสั่งปิดท่าเรือจาก 20 จุดเหลือเพียง 10 จุด มีผลพรุ่งนี้

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 พฤษภาคม 2557 16:10 น.
 
 
 
 
 

ตาก - เอกชนภาคอุตสาหกรรมชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.แม่สอด พร้อมผู้ประกอบการท่าเรือตบเท้าให้กำลังใจ ฉก.ร.4 พร้อมกับให้การสนับสนุน คสช.ที่เข้าดูแลความสงบเรียบร้อยของประเทศ เผยมีคำสั่งให้ปิดท่าเรือจาก 20 แห่งเหลือเพียง 10 แห่งพรุ่งนี้ (29 พ.ค.)
       
       วันนี้ (28 พ.ค.) ที่กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 แม่สอด (ฉก.ร.4) อ.แม่สอด จ.ตาก นายชัยวัฒน์ วิทิตธรรมวงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตาก พร้อมคณะกรรมการและสมาชิกสภาอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมชายแดนไทย-พม่า อ.แม่สอด มอบดอกไม้เพื่อให้กำลังใจ พ.อ.เทอดศักดิ์ งามสนอง ผู้บังคับการ ฉก.ร.4 และมอบสิ่งของอาหารแก่ทหาร ในการปฏิบัติหน้าที่ช่วงที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บริหารประเทศ โดยสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตาก และภาคเอกชนสนับสนุนการบริหารประเทศของ คสช.
       
       ขณะเดียวกัน พ่อค้าและผู้ประกอบการท่าเรือขนส่งสินค้าริมแม่น้ำเมย ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด ได้เดินทางเข้าให้กำลังใจทหารพราน โดยมอบดอกไม้และสิ่งของแก่ทหารพรานที่ประจำการชายแดน และสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงที่ทหารเข้ามาบริหารประเทศ
       
       พ.อ.เทอดศักดิ์กล่าวถึงการที่ทหารปิดท่าเรือขนส่งสินค้าริมแม่น้ำเมย ชายแดนไทย-พม่า ตามคำสั่ง คสช.ว่า ในส่วนของ ฉก.ร.4 ได้สั่งปิดท่าขนส่งสินค้าไปยังฝั่งประเทศพม่าให้เหลือเพียง 10 จุด จากทั้งหมดกว่า 20 จุด ทั้งนี้ได้มีการหารือกับผู้ประกอบการค้าชายแดนไทย-พม่า อ.แม่สอด เพื่อให้มีการควบคุมดูแลง่ายขึ้นในสถานการณ์บ้านเมืองที่ยังไม่ปกติ บรรดาผู้ประกอบการก็เห็นด้วย โดยพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ และมีผลในวันที่ 29 พฤษภาคม
       
       ช่วงแรกที่ปิดท่าข้ามทั้งหมดเพื่อให้สินค้าผ่านสะพานมิตรภาพไทย-พม่า ทราบว่าผู้ประกอบการทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายพม่าได้รับความเดือดร้อน จึงให้เวลานำสินค้าที่ตกค้างรีบส่งออกไป แต่ขณะนี้ได้ตกลงกันจะยุบท่าเรือขนส่งสินค้าบริเวณด้านใต้ และด้านเหนือสะพานมิตรภาพไทย-พม่า ให้เหลือ 10 แห่ง ทั้งนี้เพื่อความมั่นคง และหากเหตุการณ์ต่างๆ เข้าสู่ภาวะปกติก็จะเปิดดำเนินการทั้งหมดต่อไป
       
       นอกจากนี้ พ.อ.เทอดศักดิ์ได้เดินทางมาเป็นประธานการมอบเงินจำนำข้าวที่สำนักงาน ธ.ก.ส.สาขาแม่สอด โดยมีนายสุวัฒน์ พรหมสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก นายปรีชา ใจเพชร นายอำเภอแม่สอด ให้การต้อนรับ และร่วมมอบเงินให้ชาวนา โดยมีชาวนา 500 รายชุดแรกจาก 800 รายมารับเงินสดด้วยตัวเอง เป็นวงเงินงวดแรก 24 ล้านบาทเศษ ส่วนที่เหลืออีกกว่า 300 รายจะทยอยจ่ายจนครบ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-05-29 06:58:59


ความเห็นที่ 36 (3002612)

ค้าชายแดนแม่สอด 6 เดือนทะลุ 2.6 หมื่นล้าน

Prev
1 of 1
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 14 พ.ค. 2557 เวลา 12:49:23 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

การค้าชายแดนเป็นส่วนหนึ่งของการ ค้าระหว่างประเทศที่นับวันจะมีความสำคัญเพิ่ม มากขึ้นเรื่อยๆ โฟกัสเฉพาะภาคเหนือจะพบว่าด่านแม่สอดถือเป็นประตูการค้าด้านตะวันตกที่มี มูลค่าการค้าอันดับ 1 ของภาคเหนือมาโดยตลอด โดยในปี 2556 ที่ผ่านมา มีมูลค่าการค้าสูงถึง 4.2 หมื่นล้านบาท


"พงษ์เทพ บัวทรัพย์" นายด่านศุลกากรแม่สอด บอกว่า ภาพรวมของการค้าผ่านแดนแม่สอดเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี เฉลี่ยประมาณ 20%

โดยในรอบ 6 เดือน ปีงบประมาณ 2557 (ตุลาคม 56-มีนาคม 57) มีมูลค่าการค้าอยู่ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท เปรียบเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน มีอัตราเติบโตประมาณ 27% เฉลี่ยมีมูลค่าการค้าที่เกิดขึ้นประมาณ 3,000 ล้านบาท/เดือน

ปัจจัยการเติบโตหลักๆ ได้แก่ 1) รัฐบาลพม่าสามารถเจรจาตกลงกับชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ได้ จากเดิมที่มีปัญหา ระบบกฎหมายเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น โดยรวมมีความเป็นเอกภาพมากขึ้น ทำให้การค้าชายแดนระหว่างกันมีระบบขึ้น และ 2) รัฐบาลไทยมี

นโยบายส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการค้าชายแดนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะเปิดให้มีท่าข้ามของเอกชนมากกว่า 22 แห่ง เพื่อเร่งระบายสินค้าออกให้เร็วที่สุด

สำหรับ 10 อันดับสินค้าส่งออกสำคัญของไทย ปีงบประมาณ 2557 (ตุลาคม 56-กุมภาพันธ์ 57) ได้แก่ 1) เบียร์ จำนวน 44,598.06 ตัน มูลค่า 1,182.29 ล้านบาท 2) น้ำมันเบนซิน 45,183,549 ลิตร มูลค่า 1,091.293 ล้านบาท

3) โทรศัพท์พร้อมอุปกรณ์ 119,240 ชุด มูลค่า 999.158 ล้านบาท 4) น้ำมันดีเซล 34,850,259 ลิตร มูลค่า 902.201 ล้านบาท

5) ผ้าพิมพ์ฝ้าย 14,642,912.70 หลา มูลค่า 617.816 ล้านบาท 6) น้ำมันพืช 11,843.59 ตัน มูลค่า 448.982 ล้านบาท

7) โทรทัศน์ 59,997 เครื่อง มูลค่า 412.615 ล้านบาท 8) รองเท้าแตะฟองน้ำ 944,489.67 โหล มูลค่า 368.617 ล้าน บาท

9) อาหารปรุงแต่งกลิ่นรสอื่น ๆ 3,008.07 ตัน มูลค่า 342.235 ล้านบาท และ 10) กาแฟปรุงแต่งสำเร็จรูป 1,592.40 ตัน มูลค่า 339.778 ล้านบาท

ส่วนสินค้านำเข้า ได้แก่ 1) โค-กระบือมีชีวิต มูลค่า 551.85 ล้านบาท 2) ถั่วลิสง 330.509 ล้านบาท 3) แร่พลวง 136.384 ล้านบาท 4) เฟอร์นิเจอร์และสิ่งประดิษฐ์ไม้ 111.801 ล้านบาท 5) พริกแห้ง 89.52 ล้านบาท

6) ถั่วเขียวผิวมัน 71.369 ล้านบาท 7) พลวงออกไซด์ 55.311 ล้านบาท 8) ปลาเบญจพรรณ 29.209 ล้านบาท 9) ชุดนอนสตรี 16.156 ล้านบาท และ 10) รถจักรยานสภาพเก่าใช้แล้ว 13.214 ล้านบาท

จากตัวเลขการค้าชายแดน ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าด่านพรมแดนแม่สอดมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก ในอนาคต โดยเฉพาะหลังการก่อสร้างถนนโครงการระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง แล้วเสร็จ มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศจะเพิ่มขึ้นมหาศาล คาดการณ์ว่าภายในปีนี้มูลค่าการค้าที่ชายแดนแม่สอดทะลุ 5 หมื่นล้านบาทอย่างแน่นอน และภายในปี 2558 หากการก่อสร้างถนนในฝั่งพม่าแล้วเสร็จ มูลค่าการค้าน่าจะเพิ่มเป็นเท่าตัว หรือประมาณ 1 แสนล้านบาท

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-05-15 21:23:34


ความเห็นที่ 35 (3002607)

ฉก.ร.4 เร่งสแกนพื้นที่ชายแดนแม่สอด หลังลูกปืน ค.-RPG กว่า 50 ลูกโผล่กลางไร่

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 พฤษภาคม 2557 09:29 น.
 
 
 
 
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ฉก.ร.4 เร่งสแกนพื้นที่ชายแดนแม่สอด หลังลูกปืน ค.-RPG กว่า 50 ลูกโผล่กลางไร่

ฉก.ร.4 เร่งสแกนพื้นที่ชายแดนแม่สอด หลังลูกปืน ค.-RPG กว่า 50 ลูกโผล่กลางไร่

ตาก - หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 แม่สอด ส่งชุดปฏิบัติการเก็บกู้ฯ ลุยตรวจสอบหาระเบิด-กระสุน อาวุธสงครามชายแดนเพิ่ม หลังชาวบ้านพบลูกปืน ค.-RPG กว่า 50 ลูกทั้งที่ใช้แล้ว และยังไม่ได้ใช้กลางไร่ คาดเป็นของทัพ KNU ในอดีต
       
       วันนี้ (15 พ.ค.) ทหารหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 4 แม่สอด ชุดปฏิบัติการเก็บกู้วัตถุระเบิด และตำรวจตระเวนชายแดนที่ 34 ค่ายพระเจ้าตาก พร้อมอุปกรณ์การตรวจสอบ ได้รับคำสั่งให้เข้าไปดำเนินการตรวจสอบ และหาวัตถุระเบิดบริเวณทุ่งนาบ้านแม่กึ๊ดสามท่า ต.แม่กาษา อ.แม่สอด จ.ตาก เพิ่มเติม เพื่อเก็บกู้และนำไปทำลายทิ้ง
       
       หลังมีเกษตรกรบ้านแม่กึ๊ดสามท่าพบลูกกระสุนปืน ค. 82 ค.60 และกระสุนปืน ค.ชนิดอื่นๆ รวมทั้งกระสุน RPG กว่า 50 ลูกขณะกำลังขุดดิน-แผ้วถางหญ้าในไร่ และเก็บมาส่งให้เจ้าหน้าที่ ตชด.เมื่อวานนี้ (14 พ.ค.)
       
       รายงานข่าวแจ้งว่า วัตถุระเบิดและกระสุนปืน ค.ที่พบนั้นบางส่วนใช้การไปแล้ว และบางส่วนยังสามารถใช้การได้ คาดว่าเป็นกระสุนที่นำมาจากแนวชายแดนไทย-พม่า บริเวณบ้านวังผา อ.แม่สอด
       
       เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 34 กล่าวว่า กระสุนทั้งหมดน่าจะเป็นของกองกำลังชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยงอิสระ KNU กลุ่มนายพลโบเมียะ ที่เคยรบกับฝ่ายรัฐบาลพม่า ทั้งที่ค่ายคอมูร่า 101-ค่ายเย่จ่อ และค่ายใกล้เคียง ในปี 2537 เมื่อทหารพม่าโจมตีเพื่อทำการยึดค่าย ทำให้ KNU แตกทัพหนีเข้ามาฝั่งไทย และได้นำกระสุนทั้งหมดไปซุกซ่อนฝังดินไว้ และบางส่วนก็เป็นกระสุนปืน ค.ที่มีการยิงต่อสู้กัน แล้วกระสุนตกฝั่งไทย เพราะชายแดนติดพื้นที่สู้รบ
       
       แหล่งข่าวอดีตทหารกะเหรี่ยง KNU กล่าวว่า ที่ค่ายคอมูล่า 101 ตรงข้ามบ้านวังแก้ว อ.แม่สอด จ.ตาก เคยเป็นฐานที่มั่นสำคัญของ KNU ที่ปักหลักต่อสู้กับทหารพม่ามายาวนาน กระสุนที่เจ้าหน้าที่ไทยตรวจพบนั้นคาดว่าน่าจะเป็นของทหารกะเหรี่ยงค่ายคอมู ล่าที่เคยสู้รบกับฝ่ายรัฐบาลพม่าเมื่อ 20 ปีก่อน แต่ปัจจุบันฝ่ายกะเหรี่ยง กับทหารพม่าจับมือหยุดยิงกัน จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้กระสุนเหล่านี้
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-05-15 20:53:30


ความเห็นที่ 34 (3002314)

"ไทย-พม่า" ผนึกกำลังร่วมต้านการค้ามนุษย์ พม่าจับมาแล้ว 51 ราย

วันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เวลา 10:32:58 น.

 

 

 

 
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ที่ห้องประชุมโรงแรมเซนทารา แม่สอดฮิลล์รีสร์อท อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผวจ.ตาก เป็นประธานในการประชุมร่วมกับ พันตำรวจโทอองมิน หัวหน้าตำรวจจังหวัดเมียวดี ของพม่า ในฐานหัวหน้าศูนย์ประสานงานชายแดน และแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ตรงข้ามบ้านริมเมย ตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด โดยเป็นการประชุมทวิภาคีไทย – เมียนม่าร์ เพื่อประสานความร่วมมือในการต่อต้านการค้ามนุษย์ ที่ประชุม มีคณะกรรมการศูนย์ประสานงานชายแดน และแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ จำนวน 51 คน ฝ่ายพม่ามี 11 คน ได้เข้าร่วมประชุม ซึ่งมีการคุยถึงประเด็นการค้ามนุษย์ เช่น การหลอกลวงชาวพม่าไปทำงานในพื้นที่ต่างจังหวัด หลอกลวงการค้าประเวณี การค้าแรงงานเด็ก โดยพันตำรวจโทอองมิน กล่าวว่า นับแต่ฝ่ายพม่าได้เปิดศูนย์ประสานงานชายแดน และแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ที่จังหวัดเมียวดีมาตั้งวันที่ 31 ตุลาคม เป็นต้นมา ฝ่ายพม่าได้จับผู้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ไปจำนวน 51 คน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ขบวนการค้ามนุษย์ยังมีอยู่ ขณะที่ฝ่ายไทย แจ้งว่า ได้เข้าช่วยเหลือจับกุมชาวพม่าที่ถูกหลอกลวงไปค้าประเวณีหลายราย
 

พ.ต.ท. อ่องมิน บอกว่า ในอดีตที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ระหว่างไทย กับ พม่า เป็นไปในลักษณะ ต่างฝ่ายต่างทำ และต่างฝ่ายต่างรับนโยบายจากหน่วยเหนือมา แต่ในปัจจุบันนี้ ทั้งสองฝ่ายมีศูนย์ประสานงานชายแดนเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ ทำให้ทั้งสองฝ่ายได้ปฏิบัติงานร่วมกันมากขึ้น

อย่าง ไรก็ดี ในที่ประชุม ได้ตกลงกันว่า ฝ่ายไทย กับ ฝ่ายพม่าจะร่วมมือกันต่อต้านการค้ามนุษย์ตามแนวชายแดนต่อไป ซึ่งจะประสานงานกันในเรื่องข้อมูล ข่าวสาร ในการป้องกัน และปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-05-10 19:00:36


ความเห็นที่ 33 (3002223)

ไทย-พม่าจับมือสกัดค้ามนุษย์ตลอดชายแดน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 พฤษภาคม 2557 09:37 น.
 
 
 
 
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ไทย-พม่าจับมือสกัดค้ามนุษย์ตลอดชายแดน

ตาก - ไทย-พม่าระดมเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครอง-ตม.-ตำรวจ เปิดเวทีทวิภาคีสกัดขบวนการค้ามนุษย์
       
       นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก กล่าวว่า ไทย-พม่าได้จัดประชุมทวิภาคีในระดับท้องถิ่นระหว่าง อ.แม่สอด จ.ตาก กับจังหวัดเมียวดีเพื่อประสานความร่วมมือตามแนวชายแดนในการต่อต้านการค้า มนุษย์ ขึ้นระหว่างวันที่ 6-7 พ.ค. 57 ที่ผ่านมา
       
       โดยมีนายเต็งส่อกาน นายอำเภอเมืองเมียวดี พ.ต.ท.อ่อง มิน ผู้กำกับการสถานีตำรวจเมียวดี และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องของพม่า เข้าร่วมประชุมหารือกับฝ่ายไทยด้วย
       
       ผู้ว่าราชการจังหวัดตากกล่าวว่า การประชุมทวิภาคีไทย-พม่า (แม่สอด-เมียวดี) มีเป้าหมายให้สหวิชาชีพผู้ปฏิบัติงานด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ทั้ง 2 ฝ่ายได้มีความรู้ความเข้าใจร่วมกันในเรื่องระเบียบต่างๆ ทั้งกฎหมายเฉพาะ และกฎหมายระหว่างประเทศ รวมไปถึงให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแนวทางปฏิบัติในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และบูรณาการแผนงานร่วมกัน
       
       พ.ต.อ.ดร.พงษ์นคร นครสันติภาพ ผกก.ด่าน ตม.ตาก (แม่สอด) ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดตาก กล่าวว่า ไทย-พม่ามีชายแดนติดต่อกัน 3 ด้าน ได้แก่ จังหวัดเชียงรายติดกับอำเภอท่าขี้เหล็ก อำเภอแม่สอด จังหวัดตากติดกับจังหวัดเมียวดี จังหวัดระนองติดกับอำเภอเกาะสอง
       
       ที่ประชุมมีความเห็นตรงกันที่จะให้ความร่วมมือในการต่อต้านการค้า มนุษย์ ทั้งในด้านการป้องกัน การคุ้มครอง และส่งผู้เสียหายกลับสู่ครอบครัว การปราบปรามและการดำเนินคดี การจัดตั้งกลไกการประสานความร่วมมือตามแนวชายแดน การจัดดูงานในพื้นที่ การจัดฝึกอบรม การประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเป็นประจำทุกเดือน โดยผลัดกันเป็นเจ้าภาพ
       
       ด้าน พ.ต.ท.อ่อง มิน ผู้กำกับการสถานีตำรวจเมียวดี กล่าวว่า ตำรวจไทยและพม่าจะประสานงานแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ การละเมิดสิทธิมนุษยชน และอาชญากรรมข้ามชาติที่มีแนวโน้มความรุนแรงรองลงมาจากปัญหายาเสพติด และยังเชื่อมโยงกับขบวนการลักลอบขนคนเข้าเมืองตามบริเวณชายแดนที่มีพรมแดน ติดต่อกัน
       
       “การดำเนินงานป้องกันและปราบปรามจำเป็นต้องผลักดันให้เกิด กลไกการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ ระหว่างหน่วยงาน องค์กรตามแนวชายแดน ถึงจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุด”
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-05-08 19:35:27


ความเห็นที่ 32 (3002222)

“เมืองตากปกครองตนเอง” เริ่มแล้ว อดีต ส.ว.ยันพร้อมเดินหน้าเลือกผู้ว่าฯ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 พฤษภาคม 2557 15:23 น.
 
 
 
 
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“เมืองตากปกครองตนเอง” เริ่มแล้ว อดีต ส.ว.ยันพร้อมเดินหน้าเลือกผู้ว่าฯ

“เมืองตากปกครองตนเอง” เริ่มแล้ว อดีต ส.ว.ยันพร้อมเดินหน้าเลือกผู้ว่าฯ

ตาก - เวทีเมืองตากจังหวัดปกครองตนเองเริ่มแล้ว อดีต ส.ว.ยันพร้อมนำร่องเดินหน้าเลือกผู้ว่าฯ แทนนายก อบจ.พร้อมกับอีก 50 จังหวัด โยนผู้ว่าฯ เดิมให้สำนักนายกฯ
       
       วันนี้ (8 พ.ค.) นายอุดร ตันติสุนทร ประธานมูลนิธิส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อดีต ส.ว.ตาก เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเรื่อง “การกระจายอำนาจในรูปแบบจังหวัดปกครองตนเอง” ที่ห้องเวียงปิง โรงแรมเวียงตาก ริเวอร์ไซด์ อ.เมือง จ.ตาก โดยมีผู้บริหารท้องถิ่นเข้าร่วมกว่า 300 คน
       
       ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น ปลัด หัวหน้าส่วนการท้องถิ่น เข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ ก่อนที่จะมีการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นสู่การเป็นจังหวัดปกครองตนเอง โดยมีแนวทางการปฏิบัติสู่การปฏิรูป ให้ประชาชนท้องถิ่นเลือกผู้ว่าราชการจังหวัดแทนการเลือกนายก อบจ.
       
       นายอุดรกล่าวว่า แนวทางการปฏิบัติสู่การปฏิรูป คือ 1. ให้เปลี่ยนแปลงจากการเลือกตั้งนายก อบจ. เป็นการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อปกครองตนเอง 2. การออกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยจังหวัดปกครองตนเอง โดยคณะรัฐมนตรี 3. ในส่วนของผู้ว่าราชการจังหวัดเดิม ให้ไปขึ้นต่อสำนักนายกรัฐมนตรี และให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีคอยดูแลอีกชั้นหนึ่ง
       
       4. จังหวัดไหนที่มีความพร้อมให้ดำเนินการได้ก่อน 5. ให้ประชาชนในแต่ละจังหวัดลงประชามติถึงความเห็นด้วยกับการให้ผู้ว่าราชการ จังหวัดมาจากการเลือกตั้ง คือ ตำแหน่งนายก อบจ.เดิม เปลี่ยนเป็น ผวจ. 6. ขณะนี้จังหวัดตากจะนำร่อง และมีอีกกว่า 50 จังหวัดที่พร้อมจะดำเนินการเช่นกัน
       
       7. เมื่อมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และมีการเลือกนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีชุดใหม่แล้ว จะมีการเสนอคณะรัฐมนตรีผ่านความเห็นชอบ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีเสนอออกเป็นพระราชกฤษฎีกาต่อไป
       
       “จังหวัดไหนพร้อมให้ดำเนินการทันที ทั้งทำประชามติ สอบถามความเห็นประชาชน ซึ่งในเบื้องต้นนั้น คนในท้องถิ่นและบุคลากรในท้องถิ่นส่วนใหญ่เห็นด้วยกับรูปแบบจังหวัดปกครองตน เอง”
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-05-08 19:33:38


ความเห็นที่ 31 (3001691)

ศุลกากรแม่สอด-ตชด.ยึดสารผลิตยาบ้ากว่า10ล้านเม็ด

 

ฟังเสียง
 

เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2557 เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สอดร่วมกับทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อ.แม่สอด จ.ตาก ตำรวจตระเวนชายแดน กองร้อยตชด.ที่ 346 อ.แม่สอด ตำรวจ ป.ป.ส. และ อส.ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด ร่วมกันตรวจนับยาอันแนกซ์ อัลพาโซเลี่ยม (Xanax Alprazolam) บรรจุในกล่องยากว่า 1 ล้านเม็ด ที่สามารถนำไปเป็นสารตั้งต้นเพื่อผลิตยาเสพติดได้ จำนวน 10 ลังขนาดใหญ่ ซึ่งใช้ผลิตยาบ้าได้กว่า 10 ล้านเม็ด และสามารถผลิตยาไอซ์ได้ 200 กิโลกรัม หลังจากที่เจ้าหน้าที่ร่วมกันตรวจยึดจากรถยนต์บรรทุก 18 ล้อ มีประตูเหล็กด้านท้ายรถไว้อำพรางไปกับยาชนิดอื่นๆจำนวนมาก ที่บริเวณชายแดนไทย - พม่า บริเวณท่าขนส่งสินค้าที่ 16 บ้านห้วยม่วง ตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด ขณะกำลังจะส่งไปยังจังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมาร์ ตรงข้ามบ้านห้วยม่วง

สำหรับยาดังกล่าว ผู้ประกอบการได้นำเข้ามาจากประเทศปากีสถาน และมีเป้าหมายส่งไปยังประเทศพม่า บริเวณชายแดนไทยพม่า ซึ่งมีกลุ่มกองกำลังติดอาวุธชนกลุ่มน้อยอยู่ โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สอดเคยจับกุมสารตั้งต้นดังกล่าวมาเมื่อปี พ.ศ.2556 มาแล้วครั้งหนึ่ง

นายพงษ์เทพ บัวทรัพย์ นายด่านศุลกากรแม่สอด เปิดเผยว่า ของกลางที่ยึดได้ มาจากประเทศปากีสถาน โดยมีการนำเข้าผ่านทางท่าเรือ ซึ่งเป็นสินค้าถ่ายลำ ก่อนจะขนส่งมายังชายแดนแม่สอด เบื้องต้นจะดำเนินคดีในข้อกล่าวหา ครอบครอง ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 ตามพ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิต และประสาท พ.ศ. 2518 โดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นความผิดฐานพยายามหลีกเลี่ยงกฎหมาย หลีกเลี่ยงข้อจำกัดในการนำเข้า รวมทั้งเตรียมการประสานตำรวจปราบปรามยาเสพติด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขยายผลต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-05-04 13:47:11


ความเห็นที่ 30 (2998785)

พม่าแห่กลับบ้านเกิด เตรียมเที่ยวสงกรานต์-ทำบัตร ปชช.

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 เมษายน 2557 13:09 น.
 
 
 
 
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
พม่าแห่กลับบ้านเกิด เตรียมเที่ยวสงกรานต์-ทำบัตร ปชช.

ตาก - แรงงานกะเหรี่ยง-พม่าแห่ข้ามแดนแม่สอดกลับบ้านเกิด เตรียมตัวเที่ยวสงกรานต์-ทำบัตร ปชช.ตามนโยบายรัฐบาลพม่า
       
       วันนี้ (3 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณเชิงสะพานมิตรภาพไทย-พม่า ด่านแม่สอด-เมียวดี หมู่ 2 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก คลาคล่ำไปด้วยแรงงานกะเหรี่ยง-พม่าทั้งชาย-หญิง ที่เข้ามาขายแรงงานในประเทศไทย ที่เดินทางกลับมาจากกรุงเทพมหานคร-เขตปริมณฑล และจังหวัดต่างๆ เพื่อข้ามแดนกลับบ้านเกิดตัวเองในประเทศพม่า ร่วมเทศกาลสงกรานต์ปี 2557 ที่กำลังจะมาถึง
       
       ประกอบกับขณะนี้รัฐบาลพม่ากำลังมีการสำรวจและทำสำมะโนประชากร และแจกจ่ายที่ดินฟรีแก่ประชาชน ส่งผลทำให้มีแรงงานชาวกะเหรี่ยง-พม่า เดินทางมาทำพิธีการผ่านแดนอย่างต่อเนื่องทุกวัน จนทำให้การจราจรบริเวณเชิงสะพานมิตรภาพฯ แออัดไปด้วยรถยนต์และแรงงานชาวพม่า
       
       เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองระบุว่า ช่วงเวลานี้มีแรงงานชาวกะเหรี่ยง-พม่า เดินทางกลับไปบ้านเกิดเมืองนอนมากเกือบ 10,000 คน ทั้งกลับมาเยี่ยมบ้านเทศกาลสงกรานต์รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ-พ่อแม่และญาติ ผู้ใหญ่ รวมถึงไปทำบัตรประจำตัวประชาชน ก่อนที่พม่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ในอีก 2 ปีต่อจากนี้
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-04-04 07:00:56


ความเห็นที่ 29 (2996109)

ตร.เร่งล่ามือปืนสาดอาก้าใส่ด่านสกัดยาเสพติดพบพระ-อุ้มผาง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 มีนาคม 2557 20:39 น.
 
 
 
 
 

       ตาก - สั่งเร่งล่าคนร้ายยิงตำรวจ 2 นายได้รับบาดเจ็บขณะตั้งด่านสกัดจับยาเสพติด และแรงงานต่างด้าว ระบุพบหัวกระสุนปืนอาก้าจำนวน 5 ปลอก ในที่เกิดเหตุเตรียมนำไปพิสูจน์วิถีกระสุนอย่างละเอียด เชื่อสาเหตุจากคำสั่งตรวจเข้ม
       
       วันนี้ (12 มี.ค.) พ.ต.อ.อัมพล วงศ์ใหญ่ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก ได้ลงพื้นที่ กม.39 บ้านคีรีน้อย ตำบลคีรีราษฎร์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เพื่อตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ หลังจากที่มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนยาวยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย จนได้รับบาดเจ็บคือ ร.ต.ต.ควร เครือวงศ์ ถูกยิงที่มือ และ ด.ต.สายชล นราเลิศ ถูกยิงหัวไหล่ได้รับบาดเจ็บ ขณะกำลังตั้งจุดตรวจ หรือด่านลอย บนถนนสาย อำเภอพบพระ-อำเภออุ้มผาง
       
       ซึ่งการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุครั้งนี้ พ.ต.อ.อัมพล ได้สั่งให้ตำรวจตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด ทำให้พบหัวกระสุนปืนอาก้า จำนวน 5 ปลอก ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการตาก ได้ตรวจสอบวิถีกระสุนที่คนร้ายยิงใส่ด้านหน้ากระจกรถยนต์กระบะตราโล่ ที่ใช้ในราชการตำรวจ รวมทั้งจุดอื่นๆ อีกหลายจุด
       
       พ.ต.อ.อัมพล วงศ์ใหญ์ กล่าวว่า ได้มีตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุและสาเหตุที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่าคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยาวยิงใส่เจ้าหน้าที่ และพบปลอกกระสุน โดยทางตำรวจจะนำไปตรวจสอบดีเอ็นเอต่อไป
       
       ส่วนสาเหตุนั้นเนื่องจากทางกองบัญชาการฯ ได้มีคำสั่งให้ตำรวจสายปราบปรามเข้มงวด เรื่องยาเสพติด และแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง รวมทั้งสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่ผลประโยชน์ จึงมีการตั้งจุดสกัดทุกๆ ชั่วโมง และอาจจะไปขัดผลประโยชน์กับขบวนการค้าสิ่งผิดกฎหมายก็ได้ ซึ่งจากนี้ไปก็จะมีการระดมกำลังค้นหาผู้กระทำผิดตามหมู่บ้านต่างๆ ต่อไป สำหรับพื้นที่เกิดเหตุโดยรอบ พบว่าคนร้ายใช้พื้นที่เนินสูงข้างถนน และยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ
       
       อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจังหวัดตาก แจ้งว่าพื้นที่สายอำเภอแม่สอด อำเภอพบพระ และอำเภออุ้มผาง มีจุดตรวจมากมายของเจ้าหน้าที่ ตั้งแต่จุดตรวจบ้านแม่กุ ตำบลแม่กุ อำเภอแม่สอด
       
       และจุดตรวจบ้านเจดีโคะ ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด, จุดตรวจบ้านห้วยนกแล จุดตรวจของตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.ตาก) จุดตรวจบ้าน กม.48 บ้านรวมไทยพัฒนา จุดตรวจตำรวจภูธร ภาค 6
       
       และจุดตรวจของตำรวจตระเวนชายแดน 346 อำเภอแม่สอด ซึ่งในพื้นที่ 2 อำเภอนี้มีจุดตรวจมากมาย อาจจะส่งผลให้ชาวเขาในละแวกนั้น เกิดความรำคาญและไม่พอใจได้ ขณะเดียวกันจุดตรวจที่ตั้งมา ไม่ค่อยมีผลงานการจับกุมสิ่งผิดกฎหมายใดๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-03-13 07:02:20


ความเห็นที่ 28 (2996108)

แล้งจัด “น้ำตกทีลอซู” เริ่มแห้ง ชาวบ้านรุกป่าไม่เหลือที่เก็บน้ำ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 มีนาคม 2557 11:42 น.
 
 
 
 
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
แล้งจัด “น้ำตกทีลอซู” เริ่มแห้ง ชาวบ้านรุกป่าไม่เหลือที่เก็บน้ำ
ปริมาณน้ำของน้ำตกทีลอซูที่เคยมีน้ำไหลหลายช่องทางแต่ขณะนี้เหลือน้อยลงเพียงช่องทางเดียวและปริมาณการไหลของน้ำก็ช้าลงเรื่อย ๆ

แล้งจัด “น้ำตกทีลอซู” เริ่มแห้ง ชาวบ้านรุกป่าไม่เหลือที่เก็บน้ำ

ตาก - น้ำตกทีลอซูเริ่มแห้งขอดเหลือ-ไหลช่องเดียว ชาวบ้านเชื่อเกิดจากการบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำ และขาดการดูแลจัดการจากเจ้าหน้าที่
       
       รายงานข่าวจากจังหวัดตากแจ้งว่า ขณะนี้น้ำตกทีลอซูที่สวยและใหญ่ที่สุดในเอเชีย และเป็นอันดับ 6 ของโลก น้ำเริ่มแห้งขอดไหลตกเพียงช่องเดียว ที่เหลือเป็นเพียงหน้าผาลาดชันที่มีน้ำไหลมาน้อยมาก ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่เชื่อว่าเกิดจากที่ผ่านมามีการบุกรุกพื้นที่ป่าต้น น้ำเป็นบริเวณกว้าง และประกอบกับภัยแล้งที่กำลังเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยวกันบ้างแต่มีจำนวนไม่ มากนัก
       
       ชาวบ้านในพื้นที่กล่าวว่า ขณะนี้นักท่องเที่ยวเริ่มลดลงเพราะเข้าสู่ฤดูแล้งแล้ว และน้ำตกทีลอซูปีนี้น้ำเริ่มน้อยกว่าปีที่ผ่านมา และลดลงเร็วกว่าปกติ ส่วนหนึ่งมาจากการบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตพื้นที่อนุรักษ์ต้นน้ำเพื่อการเกษตรกรรมโดยเฉพาะการเพาะปลูกพืชเชิง เดี่ยว
       
       เช่น การทำไร่ข้าวโพด ซึ่งพบว่ามีการปลูกมากในพื้นที่อุ้มผาง เพราะปีนี้พืชผลการเกษตรราคาดี เกษตรกรจึงขยายแหล่งปลูกใหม่ๆ เพิ่มขึ้น จึงทำให้มีการบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำเพิ่มมากขึ้น
       
       ขณะเดียวกัน จากการใช้สารเคมีต่างๆ ทั้งยาฆ่าแมลง รวมทั้งยาฆ่าหญ้า ซึ่งต่อไปจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศต่างๆ ในพื้นที่ของน้ำตกทีลอซู ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกัน หน่วยงานทางราชการที่ดูแลในเรื่องนี้จะต้องเข้ามาดูแลกันอย่างจริงจัง และมีการบูรณาการทุกภาคส่วน เข้าไปแนะนำชาวบ้านในพื้นที่เพื่อจำกัด และป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำ รวมทั้งควบคุมเนื้อที่ปลูกพืชผลการเกษตรให้อยู่ในวงที่จำกัด
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-03-13 07:00:38


ความเห็นที่ 27 (2994647)

สั่งสอบด่วน! กระสอบปริศนาตีตรา อคส.โผล่ริมเมย สะพัดส่งถึงเมาะละแหม่ง-ย่างกุ้ง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 กุมภาพันธ์ 2557 09:31 น.
 
 
 
 
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
สั่งสอบด่วน! กระสอบปริศนาตีตรา อคส.โผล่ริมเมย สะพัดส่งถึงเมาะละแหม่ง-ย่างกุ้ง

สั่งสอบด่วน! กระสอบปริศนาตีตรา อคส.โผล่ริมเมย สะพัดส่งถึงเมาะละแหม่ง-ย่างกุ้ง
นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก

ตาก - ผู้ว่าฯ ตากสั่งนายอำเภอแม่สอด ตำรวจ ศุลกากรสอบด่วน หาต้นตอกระสอบข้าวตีตรา อคส.ปี 55/56 หอมมะลิ โผล่ริมเมย แถมมีข่าวแพร่สะพัดจ้างรถขนจาก “แม่ปะ” ส่งถึงเมาะละแหม่ง-ย่างกุ้ง
       
       
       
       นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก กล่าวถึงกรณีที่ชาวบ้านพบกระสอบข้าวสารที่มีตรามะลิ HA03 อคส ปี 55/56 02/2555/2556 ชข ที่บริเวณท่าเรือขนส่งสินค้าริมแม่น้ำเมย ชายแดนไทย-พม่า อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งอาจมีการนำส่งข้ามไปพม่าเพื่อบรรจุข้าวพม่า ก่อนส่งกลับมาสวมสิทธิ์จำนำข้าวไทยว่า หลังทราบข่าวก็ได้สั่งการให้นายปรีชา ใจเพชร นายอำเภอแม่สอด ด่านศุลกากรแม่สอด เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคง ตรวจสอบรายละเอียด-ข้อเท็จจริงทั้งหมด และรีบรายงานทันที
       
       “เป็นเรื่องเสียหายมาก หากมีการกุข่าวขึ้นมา หรือหากเป็นเรื่องจริงก็จะต้องดำเนินการสืบสวนหาต้นตอกระสอบข้าวว่าเป็นของ ใคร นำมาจากไหน และเรื่องจริงเป็นเช่นไร คาดว่าภายใน 2-3 วันนี้จะได้ข้อเท็จจริงทั้งหมด”
       
       สำหรับกระสอบข้าวที่มีการพบบริเวณท่าเรือริมฝั่งแม่น้ำเมยดังกล่าว เป็นกระสอบป่านทอขนาด 100 กิโลกรัม ที่มีตัวหนังสือที่เขียนพ่นทับไว้บนกระสอบทุกใบ ว่า HA03 อคส ปี 55/56 02/2555/2556 ชข หอมมะลิ อย่างชัดเจน
       
       นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวแพร่สะพัดว่า มีการทยอยมัดส่งกระสอบจากฝั่งไทยส่งเข้าไปยังประเทศพม่า ปลายทางอยู่ที่เลขที่ 147 เมืองเมาะละแหม่ง และบางส่วนยังส่งไปยังกรุงย่างกุ้งอย่างต่อเนื่อง มีการว่าจ้างรถยนต์ของคนไทยขนกระสอบข้าวดังกล่าวจากตำบลแม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก ไปส่งยังชายแดน โดยมีพ่อค้าพม่าคนหนึ่งชื่อ “อูชิ่นเมียง” เป็นคนกลางประสานงาน
       
       จากการตรวจสอบยังพบว่า สภาพกระสอบป่านมีสภาพที่ใหม่มากและไม่ใช่กระสอบที่ผ่านการใช้งานมา คาดว่าขบวนการค้าข้าวข้ามชาติจะนำไปบรรจุข้าวจากพม่า ก่อนลักลอบขนกลับมาสวมสิทธิ์โครงการรับจำนำข้าวไทยก็เป็นได้
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-02-20 20:37:06


ความเห็นที่ 26 (2993726)

ทหารพรานยึดถังแก๊สเถื่อนเกือบร้อย ลอบส่งข้ามน้ำเมยเข้าพม่า

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 กุมภาพันธ์ 2557 09:47 น.
 
 
 
 
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ทหารพรานยึดถังแก๊สเถื่อนเกือบร้อย ลอบส่งข้ามน้ำเมยเข้าพม่า

ทหารพรานยึดถังแก๊สเถื่อนเกือบร้อย ลอบส่งข้ามน้ำเมยเข้าพม่า

ตาก - ทหารพรานที่ 3506 เจอคาตา ขบวนการลอบส่งก๊าซชายแดนแม่สอด ลอบขนถังแก๊สเกือบ 100 ถังลงน้ำเมยเตรียมส่งเข้าพม่า แต่คนงานเห็นก่อนพากันโดดลงน้ำเมยว่ายข้ามฝั่งเข้าพม่าทัน
       
       ร.ท.ศุภชัย สินประเสริฐ ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 3506 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 นำกำลังออกลาดตระเวนตามแนวชายแดนไทย-พม่า ริมแม่น้ำเมย บ้านวังตะเคียนใต้ หมู่ 7 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก วานนี้ (4 ก.พ.) พบชาวพม่า 5-6 คน กำลังช่วยกันขนถังก๊าซหุงต้ม น้ำหนักถังละ 48 กิโลกรัมหลายถังลงแม่น้ำเมย เพื่อลักลอบนำข้ามไปประเทศพม่า
       
       เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวพร้อมทั้งส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อตรวจสอบ แต่เมื่อชาวพม่าเห็นเจ้าหน้าที่ต่างแตกตื่นทิ้งถังแก๊ส และกระโดดลงแม่น้ำเมยว่ายน้ำหนีข้ามกลับเข้าไปในฝั่งพม่ากันหมด
       
       เจ้าหน้าที่จึงเข้าเคลียร์พื้นที่ พบว่ามีถังก๊าซหุงต้ม 73 ถังวางทิ้งอยู่ริมแม่น้ำเมย บางถังถูกขนลงแม่น้ำเมยแล้ว จึงทำการตรวจยึดถังแก๊สทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด ขยายผลจับกุมเจ้าของถังแก๊สดำเนินคดีต่อไป
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-02-06 07:34:15


ความเห็นที่ 25 (2989671)

ม้งทั่วโลกเตรียมเที่ยวปีใหม่ม้ง 2014 ที่ อ.พบพระ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 ธันวาคม 2556 15:56 น.
 
 
 
 
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ม้งทั่วโลกเตรียมเที่ยวปีใหม่ม้ง 2014 ที่ อ.พบพระ
ม้งทั่วโลกเตรียมเที่ยวปีใหม่ม้ง 2014 ที่ อ.พบพระ

ม้งทั่วโลกเตรียมเที่ยวปีใหม่ม้ง 2014 ที่ อ.พบพระ
ม้งทั่วโลกเตรียมเที่ยวปีใหม่ม้ง 2014 ที่ อ.พบพระ

ม้งทั่วโลกเตรียมเที่ยวปีใหม่ม้ง 2014 ที่ อ.พบพระ
ม้งทั่วโลกเตรียมเที่ยวปีใหม่ม้ง 2014 ที่ อ.พบพระ

ตาก - ปีใหม่ม้ง 2014 ปีนี้จัดใหญ่ระดับประเทศ เชิญม้งทั่วโลกร่วมงาน แสดงให้เห็นถึงการเปิดประตูสู่ประชาคมอาซียน เผยมีม้งทั่วโลกตอบรับแล้วจำนวนมาก
       
       วันนี้ (24 ธ.ค.) รายงานข่าวจาก จ.ตากแจ้งว่า นายฉัตรธนาตย์ เทียนขาว นายอำเภอพบพระ จ.ตาก นายชานนท์ โชตคัคนานต์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) คีรีราษฎร์ อ.พบพระ พร้อมผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น ในพื้นที่ชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานปีใหม่ชาวม้งประจำปี 2557 หรือ ค.ศ. 2014 ระหว่างวันที่ 1-7 มกราคม 2557 ที่สนามสวนสาธารณะ หมู่ 4 ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จ.ตาก
       
       ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ทางอำเภอและชาวไทยภูเขาเผ่าม้งในพื้นที่ได้ เชิญชวนชาวม้งจากทั่วประเทศไทย และชาวม้งที่มีถิ่นฐานในต่างประเทศ รวมทั้งในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก เดินทางมาท่องเที่ยว ซึ่งได้รับการตอบรับจากชาวม้งทั่วโลกว่าจะเดินทางมาท่องเที่ยวเพื่อร่วมรับ การเป็นประตูประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
       
       นายฉัตรธนาตย์กล่าวว่า อ.พบพระเป็นแหล่งผลิตพืชผลทางการเกษตรตามนโยบายครัวไทยสู่โลก และอากาศเย็นสบาย ดังนั้นทางฝ่ายปกครองจึงร่วมกับชาวม้งขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและ ต่างประเทศ รวมทั้งชาวม้งจากทั่วโลก เดินทางมาเที่ยวปีใหม่ม้ง 2014
       
       นายชานนท์กล่าวว่า ปีใหม่ม้งเป็นประเพณีที่จัดขึ้นทุกปีหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตการเกษตร และเป็นการฉลองปีใหม่กับความสำเร็จในการเพาะปลูกพืชไร่ นอกจากนี้ยังถือเป็นการทำพิธีบูชาถึงผีฟ้า-ผีป่า-ผีบ้าน และเรียกขวัญพืชพันธุ์ธัญญาหาร เซ่นไหว้บรรพบุรุษ เพื่อให้คุ้มครองดูแลความสุขความสำราญตลอดทั้งปี โดยวันปีใหม่ม้งจะตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 2 ของทุกปี ซึ่งจะมีการละเล่นพื้นบ้านชาวม้ง เช่น การโยนลูกช่วง หรือ “จุเป๊าะ” ตีลูกข่าง ชิงช้าเสาสูง การร้องเพลง เป็นต้น และการจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองของชาวม้ง
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-12-24 22:38:30


ความเห็นที่ 24 (2989211)
อาชญากรรม : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 18 ธันวาคม 2556

 

ตร.แม่สอดติวเข้ม3ภาษารับมือ'พม่า-กะเหรี่ยง'

ตร.แม่สอดติวเข้ม3ภาษารับมือ'พม่า-กะเหรี่ยง' : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม

            อ.แม่สอด จ.ตาก ถือเป็นอำเภอที่อยู่ติดกับชายแดนพม่า มีประชากรแฝงกว่า 100,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวพม่าและชาวกะเหรี่ยง บ่อยครั้งที่ประชากรแฝงดังกล่าวได้รับความเดือดร้อน หรือก่อปัญหาในพื้นที่ ต้องมาขอความช่วยเหลือจากตำรวจ ซึ่งเป็นโรงพักที่อยู่ติดชายแดน ทำให้ประสบปัญหาในเรื่องของการติดต่อสื่อสาร ระหว่างชาวกะเหรี่ยงและชาวพม่าส่งผลให้การทำงานขาดประสิทธิภาพ

            พ.ต.อ.เอกราษฎร์ อินทร์ต๊ะสืบ ผู้กำกับการ (ผกก.) สภ.แม่สอด มีแนวคิดดำเนิน "โครงการฝึกอบรมทักษะการใช้ 3 ภาษา" เพื่อรองรับเออีซี ประกอบด้วย ภาษาอังกฤษ ภาษาพม่า และ ภาษากะเหรี่ยง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดต่อสื่อสารกับประชาชนได้ อีกทั้งยังถือเป็นนโยบายของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องการให้ทุกโรงพักมีการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอา เซียน

            พ.ต.อ.เอกราษฎร์ บอกว่า โครงการนี้ทาง สภ.แม่สอด เริ่มดำเนินการมาเมื่อเดือนมกราคม 2556 โดยจัดอบรมตำรวจ และอาสาสมัครเจ้าหน้าที่ ฝึกภาษาอังกฤษก่อน ซึ่งคณะครูโรงเรียนสรรพวิทยาคม ในการส่งบุคลากรเข้ามาสอนให้บุคลากร เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร ให้มีความรู้ในการสื่อสารกับนักท่องเที่ยว และประชาชนในพื้นที่

            เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่จบหลักสูตรภาษาอังกฤษแล้ว 1 รุ่น ขณะที่ในส่วนของภาษาพม่าและกะเหรี่ยงนั้น อยู่ระหว่างการจัดการเรียนการสอน

            การจัดอบรมดังกล่าวจะเป็นการพัฒนาศักยภาพในการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้มีการ ตื่นตัวในการทำงานให้มากขึ้น เนื่องจากในแต่ละวันประชาชนชาวพม่าและกะเหรี่ยง เดินทางมาติดต่อประสานงานเป็นจำนวนมาก อีกทั้ง ทุกวันนี้มีเจ้าหน้าที่ไม่กี่นายที่สามารถสื่อสารกับชาวพม่าและกะเหรี่ยงได้ จำเป็นต้องมีการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ในการติดต่อประสานงานกัน เพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ได้

            การเปิดการอบรมได้มีการกำหนดไว้จำนวน 3 วันต่อสัปดาห์ หลักสูตรละ 50 ชั่วโมง เป้าหมาย คือ ให้ข้าราชการในสังกัดและอาสาสมัคร ประชาชน เครือข่ายภาครัฐเอกชน มีความรู้และทักษะในการสื่อสารกับชาวต่างชาติและคนในพื้นที่ได้ รวมทั้งเพื่อให้เจ้าหน้าที่มีความรู้ในการใช้ภาษาในการติดต่อประสานงาน และอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ สภ.แม่สอด ยังได้มีการปรับปรุงป้ายบอกสถานที่ต่างๆ เป็น 3 ภาษา เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน

            "เจ้าหน้าที่รุ่นแรกที่เรียนภาษาอังกฤษก็สามารถช่วยเหลืองานราชการได้มาก ขึ้น แต่ทั้งนี้ในส่วนของภาษาพม่าและกะเหรี่ยงนั้น เจ้าหน้าที่ก็ดำเนินการจัดการอบรมอย่างต่อเนื่อง แต่อาจจะมีเว้นช่วงบ้างตามภาระหน้าที่และสถานการณ์บ้านเมือง แต่ทั้งนี้ สภ.แม่สอดจัดอบรมภาษาให้ครบตามหลักสูตร เนื่องจากได้เล็งเห็นความสำคัญของภาษาในอนาคต ที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ จะต้องติดต่อประสานงาน และให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเต็มที่ หากมีอุปสรรคด้านภาษา จะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของเจ้าหน้าที่ลดลง และอาจขยายวงกว้างในการก่อเหตุของกลุ่มประชาชนได้" พ.ต.อ.เอกราษฎร์กล่าว

            ทั้งนี้ สภ.แม่สอด มุ่งหวังในการให้บริการประชาชน และเตรียมความพร้อมในการรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มที่ รวมถึงมีการปรับปรุงป้ายบอกสถานที่ต่างๆ เป็น 3 ภาษา รวมทั้งปรับปรุงป้อมตำรวจ 3 ภาษา สำหรับให้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยว คาดว่าในอนาคตเมื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ในพื้นที่ อ.แม่สอด ต้องรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวพม่า ที่จะเข้ามาในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น

.............

(หมายเหตุ : ตร.แม่สอดติวเข้ม3ภาษารับมือ'พม่า-กะเหรี่ยง' : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม)

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-12-18 06:49:22


ความเห็นที่ 23 (2987335)

ม็อบแม่สอด เตรียมยื่นหนังสือแถลงการณ์ นายอำเภอผ่าน ผวจ.ตาก และมท. 1

วันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 เวลา 09:57:14 น.

 

 

 

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองแม่สอด ที่ออกมาต่อต้านรัฐบาล ยืนยันว่า ในวันที่ 23 พ.ย. นี้ จะเลื่อนการชุมนุมจากวันที่ 24 พ.ย. 2556 มาเป็นวันที่ 23 พ.ย. 2556 ต่อไป หลังจากที่ได้ประกาศไว้ในวันที่ 24 พ.ย. 2556 ทั้งนี้ เป็นวันเสาร์ อาทิตย์ และต้องการให้การชุมนุมคู่ไปกับ เวทีราชดำเนิน และในวันนี้ ทางกลุ่มผู้ชุมนุม จะใช้ชื่อนามของ กลุ่ม “ คนรักแม่สอด ”  ส่งแถลงการณ์ถึงนายปรีชา ใจเพชร นายอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อยื่นแถลงการณ์ ผ่านไปยังนายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผวจ.ตาก และผ่านต่อไปยัง อธิบดีกรมการปกครอง จนถึงปลายทางที่นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย เพื่อขอให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในบางพื้นที่ ยุติการเคลื่อนไหวออกมาสนับสนุนรัฐบาล ในประเด็น ที่มีความขัดแย้งทางการเมืองเกิดขึ้น ระหว่าง รัฐ กับประชาชน และนักการเมือง รวมทั้งสมาชิกวุฒิสภา ( สว. )  และสมาชกสภาผู้แทนราษฎร ( ส.ส. ) โดยในวันนี้ จะรวมกลุ่มที่หน้าโรงเรียนสรรพวิทยาคม และเดินทางไปบ้านพักนายปรี ใชเพชร นายอำเภอแม่สอด เพื่อยื่นแถลงการณ์ดังกล่าว จากการนั้นจะมีการชุมนุมตามปกติ 

แกน นำผู้ชุมนุม ในนามกลุ่มคนรักแม่สอด กล่าวว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ควรจะไปทำหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบของประชาชน และบริการประชาชน หรือ งานประจำที่เคยทำอยู่ ดีกว่าตกเป็นเครื่องมือ ของนักการเมือง เมื่อประชาชนเลือกมาแล้ว ต้องดุแลประชาชน ไม่ว่า จะเป็นกลุ่มใด
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-11-23 12:34:26


ความเห็นที่ 22 (2985906)

เวทีคนตากโค่นระบอบทักษิณสุดคึก ผู้เฒ่าการเมืองชี้ความชั่วนับวันยิ่งชัด

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 พฤศจิกายน 2556 09:14 น.
 
 
 
 
 

ตาก - เวทีคนตากโค่นระบอบ “ทักษิณ” ต้านกฎหมายล้างผิดคนโกง คืนที่ 4 สุดคึกคัก “วิรัตน์ เขาควาย” ผู้เฒ่าการเมืองท้องถิ่นชี้นับวันความชั่วช้ายิ่งชัดเจน
       
       ค่ำวานนี้(6 พ.ย.) รายงานข่าวจากจ.ตาก แจ้งว่าเวทีต้านระบอบทักษิณ คัดค้านกฎหมายล้างผิดสุดซอย ของกองทัพประชาชนจังหวัดตาก ที่เชิงสะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี อ.เมือง จ.ตาก มีประชาชนหลากหลายอาชีพและอายุร่วมฟังการปราศรัยกันอย่างคึกคัก
       
       ซึ่งนอกจากจะมีแกนนำของกองทัพประชาชนจังหวัดตากขึ้นเวทีปราศรัยแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ทุกคนที่ต้องการแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตย ได้มีโอกาสพูดแสดงความรู้สึก
       
       นายวิรัตน์ เบี้ยแก้ว หรือ "รัตน์ เขาควาย" อดีตนักการเมืองท้องถิ่นวัยเก๋าที่วางมือไม่ยุ่งการเมืองมากกว่า 10 ปี บอกว่าตนหนีห่างการเมืองมานานนับสิบปี แต่วันนี้ต้องออกมาพูดหน้าเวทีแห่งนี้ เพราะต้องการพูดในฐานะประชาชนคนไทย ที่มีสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ จะให้ตนนั่งอยู่ในบ้าน มองประเทศชาติล่มสลายเพราะระบอบทักษิณไม่ได้ หากวันนี้ทุกคนยังคงนิ่งไม่กล้า ประเทศชาติเราจะเป็นอย่างไร
       
       "ความชั่วช้ามันยิ่งชัดเจน ด้วยการออกกฎหมายล้างผิดคนโกงแบบสุดซอย หากพวกเรายังปล่อยให้พวกมันย่ำยีหลักนิติธรรมแบบนี้ ต่อไปเราจะไปสอนลูกหลานอย่างไร เราบอกว่าทำดีอย่าทำชั่ว อย่าเป็นคนเลว อย่าคดโกง อย่าทำผิดกฎหมาย สุดท้ายระบอบทักษิณมันยังล้างผิดคนโกงได้ โดยคำอ้างปรองดองแบบแมวๆ"
       
       ทั้งนี้ การชุมนุม เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่มีการแจ้งข้อมูลจากแกนนำผ่านทางเฟซบุ๊ก ว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐไปเยี่ยมที่บ้านถึง 2 คันรถ ซึ่งสร้างไม่พอใจให้กลุ่มกองทัพประชาชน เนื่องจากไม่ได้ทำอะไรผิด กิจกรรมทุกอย่างอยู่ในกรอบของกฎหมายทุกประการ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-11-06 09:39:42


ความเห็นที่ 21 (2985598)

ผู้ลี้ภัยสู้รบบ้านแม่หละ ถูกขบวนการตัดไม้แทงเสียชีวิตกลางป่า

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 เวลา 19:36:51 น.

 

 

 


เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน   เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ท่าสองยาง  อ.สองยาง จ.ตาก ได้รับรายงานว่า มีผู้ลี้ภัยจากการสู้รบบ้านแม่หละ ตำบลแม่หละ อ.ท่าสองยาง ถูกแทงเสียชีวิต ในป่าลึก เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าท่าสองยาง อ.ท่าสองยาง จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพนายหล้าจี่ อายุ 45 ปี ผู้ลี้ภัยจากการสู้รบ จากพื้นที่พักพิงผู้ลี้ภัยจากการสู้รบบ้านแม่หละ ตำบลแม่หละ อ.ท่าสองยาง อาศัยอยู่บริเวณโซน ซี 4 บี  ถูกแทงบริเวณลำตัว และหน้าท้อง จึงทำการชันสูตรศพ และสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายหล้าจี กับเพื่อนชาวกะเหรี่ยง เป็นผู้ลี้ภัยจากการสู้รบ ได้ออกไปนอกพื้นที่ควบคุม เพื่อไปเก็บของป่า และไปพบขบวนการตัดไม้ทำลายป่า จึงถูกฆ่าเพื่อปิดปาก ขณะที่เพื่อนอีก 1 คน สามารถหลบหนีไปได้ สำหรับพื้นที่รอบพื้นที่แม่หละมักมีปัญหาการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าโดยนายทุน ชักลากไม้ไปฝั่งพม่า และนำไม้สวมโสร่งกลับมาเขตไทย โดยใช้ผู้ลี้ภัยเป็นแรงงานตัดไม้

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-11-02 06:32:16


ความเห็นที่ 20 (2983564)

รัฐบาลพม่าลงนามความตกลงสันติเบื้องต้นกับกองกำลังกะฉิ่นแล้ว

วันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556 เวลา 18:37:13 น.

 

 



 


บีบีซี นิวส์ รายงานเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมนี้ว่า ทางการพม่าเปิดเผยว่าได้ลงนามในความตกลงสันติภาพเบื้องต้นกับ กองกำลังติดอาวุธกะฉิ่น ทางตอนเหนือของประเทศแล้ว หลังจากทั้งสองฝ่ายเปิดการเจรจากันต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน เพื่อหาทางบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ยุติการสู้รบเพื่อแยกตัวเป็นอิสระของรัฐกะฉิ่นที่ดำเนินมานานหลายทศวรรษ

ข้อตกลงดังกล่าวระบุว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันในหลักการว่า ทั้งสองฝ่ายจะทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อยุติการสู้รบด้วยกำลังอาวุธทั้งหมดลง และจัดทำแผนเพื่อเปิดทางให้นำเอาผู้คนที่พลัดถิ่นที่อยู่ เพราะหลบหนีการสู้รบหลายหมื่นคนกลับมาตั้งถิ่นฐานใหม่ในที่เดิม โดยเฉพาะกลุ่มผู้อพยพกลุ่มใหม่ที่หลบหนีออกจากพื้นที่หลังการปะทะกันครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา

นาย ออง มิน รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบในการดำเนินความพยายามเพื่อสร้างสันติภาพ แสดงความชื่นชมต่อความตกลงดังกล่าว และแสดงความเชื่อว่าผลของการทำงานร่วมกันครั้งนี้ไม่เพียงนำไปสู่ สันติภาพที่เป็นธรรมและยั่งยืนเท่านั้น แต่จะส่งผลให้เกิดวัฒนธรรมทางการเมืองขึ้นมาใหม่ เป็นวัฒนธรรมบนพื้นฐานของการประนีประนอม เล็งเห็นประโยชน์และความเข้าใจซึ่งกันและกัน

นาวดาว ฮกา โฆษกกองกำลังติดอาวุธกะฉิ่น ยอมรับว่าการทำความตกลงครั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะยุติการสู้รบด้วยวิถีทางทางการเมือง

รัฐบาลพม่าพยายามแก้ปัญหาการลุกฮือขึ้นเรียกร้องอิสระภาพและการปกครองตนเอง โดยการใช้กองกำลังติดอาวุธของชนกลุ่มน้อยหลายๆกลุ่มและประสบความสำเร็จต่อเนื่องมาตลอด 6 ปีหลัง องค์การอิสรภาพกะฉิ่น (เคไอโอ) องค์กรทางการเมืองของกะฉิ่นเป็นกลุ่มสุดท้ายที่เปิดการเจรจาหยุดยิงกับทางการพม่า ก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงจะล่มลงในปี 2554 และทำให้ฝ่ายกะฉิ่นลังเลที่จะทำความตกลงฉบับสมบูรณ์ในครั้งนี้ ในขณะที่รัฐบาลพม่าพยายามจะทำข้อตกลงหยุดยิงให้ครอบคลุมทั่วประเทศให้ได้ภายในสิ้นปีนี้
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-10-11 20:12:43


ความเห็นที่ 19 (2983113)

ค้าชายแดนแม่สอดทะลุ4.4หมื่นล้านบาท

  • 07 ตุลาคม 2556 

ค้าชายแดนแม่สอดทะลุ4.4หมื่นล้านบาท

นายด่านศุลกากรแม่สอดเผยมูลค่าการค้าชายแดนโต25 %ทะลุกว่า44,000ล้านบาท

นายพงศ์เทพ บัวทรัพย์  นายด่านศุลกากรแม่สอด ชายแดนไทย-พม่า อ.แม่สอด จ.ตาก กล่าวว่า มูลค่าการค้าชายแดนไทย-พม่า ด่าน แม่สอด-เมียวดี ในช่วงงบประมาณปี 2556 ระหว่างเดือนต.ค. 2555 ถึงวันที่ 30 ก.ย.2556 มีมูลค่าการค้าชายแดนด่านแม่สอด-เมียวดี พุ่งสูงขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปี 2555 โดยมีมูลค่าการค้าอยู่ที่ 43,000-44,000 ล้านบาท เพิ่มสูงขึ้นจากปีงบประมาณ 2555 ที่มีมูลค่าการค้าอยู่ที่ 35,000 ล้านบาท  โดยมีการเติบโตขยายตัวขึ้น 25 %  และคาดว่า ตั้งแต่เดือนต.ค. 2556 จนถึง สิ้นเดือนก.ย. 2557 ซึ่งเป็นปีงบประมาณหน้ามูลค่าการค้าชายแดนน่าจะขยับตัวเพิ่มขึ้นขึ้นไม่น้อย กว่า 20 % คือตัวเลขมูลค่าการค้าชายแดน ในปี 2557 น่าจะอยู่ที่ระดับ 50,000 ล้านบาท
 
“ปัจจัยที่ทำให้ มูลค่าการค้าชายแดนด่านแม่สอด-เมียวดี พุ่งสูงขึ้นและเป็นด่านที่มีมูลค่าการค้าชายแดนอันดับ 1 มีจากหลายปัจจัยบวก เช่น พม่าเปิดประเทศ มีการผ่อนปรนกฎระเบียบการค้าชายแดนมากขึ้น มีระบบการคมนาคมและขนส่งสะดวกรวดเร็วขึ้น ปัญหาการเมืองในพม่านิ่ง มีความมั่นคง ทางการเมืองและนานาชาติยอมรับ ส่วนปัญหาด้านความมั่นกับชนกลุ่มน้อย ได้ยุติและสงบเงียบ ทุกฝ่ายมีความเชื่อมั่นประกอบกับรัฐบาลไทยและพม่ามีนโยบายและมาตรการสนับ สนุนการค้าชายแดน เพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี”นายด่านศุลกากรแม่สอด กล่าว

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-10-07 21:43:20


ความเห็นที่ 18 (2981333)

ผู้ว่าฯตาก สั่งล่า 2 พรานม้ง ยิง 2 จนท.ป่าไม้ ทุ่งใหญ่เรศวรด้านตะวันออกตาย ลั่นปล่อยไว้ไม่ได้

วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2556 เวลา 13:19:38 น.

 

 

 


  เมื่อวันที่ 21 กันยายน  นายสุริยะ ประสาทบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก กล่าวเมื่อวัน 21 กันยายน  ถึง กรณีพรานป่าล่าเสือโคร่งชาวเขาเผ่าม้งปะทะกับเจ้าหน้าที่ในเขตรักษาพันธุ์ สัตว์ป่าทุ่งใหญ่เรศวร  ด้านตะวันออก บริเวณบ้านแม่ะละมุ้ง ตำบลแม่ละมุ้ง อ.อุ้มผาง จ.ตาก  เป็นเหตุให้นายบุญศิล อินทะปัญญา และนายอานทอง งามยิ่ง เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่เรศวรด้านตะวันออก เสียชีวิตทั้ง 2 นาย  และได้รับบาดเจ็บ 2 คน ว่า คดีนี้ถือว่า   เป็นความสูญเสียที่ร้ายแรงมาก และจะปล่อยไว้ไม่ได้ เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายสนธิกำลังติดตามจับกุมอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าน่าจะจับได้ในเร็วๆนี้ ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ได้ไปพบญาติของนายแสงลี แซ่ม้า อายุ 46 ปี และนายยิ่ง สกุลกสิกร อายุ 43 ปี 2 ผู้ก่อเหตุใน 5 คน ที่กำลังหลบหนีเพื่อขอให้มอบตัวกับเจ้าหน้าที่โดยเร็ว เนื่องจากฝ่ายเจ้าหน้าที่เองก็ไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสียขึ้นมาอีก หากเกิดการปะทะกันขึ้นมาอีก

 

  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงระหว่างเส้นทางขาออก และขาเข้าจากอำเภออุ้มผาง เจ้าหน้าที่ยังคงตั้งจุดสกัด และตรวจสอบบุคคล โดยเฉพาะชาวเขาเผ่าม้งที่ไปมามากขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่สับสนและทำงานหนัก เนื่องจาก 2 พรานม้งที่ก่อเหตุจะฉวยโอกาสหลบหนีได้ง่าย

 


สำหรับในวันที่ 21 กันยายนนี้   จะมีการพระราชทานเพลิงศพนายบุญศิล  และนายอานทอง   ณ วัดพานิชนิรมล ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ในระดับสูงของจังหวัด และหน่วยงานป่าไม้ต่างเดินทางเข้าไปยังอำเภออุ้มผาง เพื่อร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพครั้งนี้ด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-09-21 17:39:17


ความเห็นที่ 17 (2981331)

ชาวตลาดริมเมยหวั่นประวัติศาสตร์ซ้ำ เก็บของหนีน้ำเมยขึ้นสูงจ้าละหวั่น! ที่อ.พบพระหนักสุด

วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2556 เวลา 16:46:03 น.

 

 



 


เมื่อวันที่ 21 กันยายน   ผู้สื่อข่าวรายงานจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก  เมื่อวันที่ 21 กันยายน ว่า หลังจากที่ฝนตกลงมาอย่างหนักในระยะนี้ เป็นเหตุให้น้ำในแม่น้ำเมย มีระดับสูงขึ้น จนส่งผลให้ชาวตลาดริมเมย ต.ท่าสายลวด   ต่างหวาดผวา  บางรายถึงกับต้องระดมขนสินค้าที่วางจำหน่ายบนแผงลอย กลับไปบ้าน เนื่องจากไม่ไว้วางใจสถานการณ์   เนื่องจากเคยเกิดน้ำท่วมใหญ่ในรอบ 50 ปี จนเสียหายอย่างหนัก เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา 

 

 ขณะที่ชาวพม่าที่จังหวัดเมียวดี ก็ออกไปดูน้ำ ที่ขึ้นมา เพราะจังหวัดเมียวดี เป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก เป็นมูลค่า 30 – 40 ล้าน  และระดับน้ำที่สูงขึ้น อันเนื่องมาจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่อำเภอแม่สอด อำเภอพบพระ โดยเฉพาะอำเภอพบพระหนักที่สุด

 

นายกฤษฎา ธรรมแงะ ผู้จัดการไฟฟ้าภูมิภาคอำเภอแม่สอด กล่าวว่า ฝนที่ตกลงมากอย่างหนักทำให้น้ำท่วมบริเวณสถานีไฟฟ้าภูมิภาคอำเภอพบพระ และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดูแลเฝ้าระวังอยู่แล้ว โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการจ่ายกระแสไฟฟ้าแต่อย่างใด แลพล่าสุดระดับน้ำได้ลดลงแล้ว ซึ่งเป็นปรากฏการณ์น้ำป่าไหลหลาก

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-09-21 17:36:47


ความเห็นที่ 16 (2981307)

ไทย-พม่าลงนามร่วมมือสาธารณสุข

 วันที่ 20 ก.ย. นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข และศาสตราจารย์ พี เธท คิน รมว.สาธารณสุขประเทศพม่า ร่วมประชุมความร่วมมือด้านสาธารณสุขไทย-พม่า ที่โรงแรมมันฑะเลย์ ฮิล รีสอร์ท เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า มีผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการจากกระทรวงสาธารณสุขทั้ง 2 ประเทศ ร่วมประชุม โดยมีพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือหรือเอ็มโอยู ด้านสาธารณสุข ซึ่งเป็นความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการ ครั้งแรก

 บันทึกความเข้าใจดังกล่าวมีอายุ 5 ปี โดยมีความร่วมมือใน 7 สาขา ได้แก่ 1.การเฝ้าระวังโรค 2.การควบคุมมาตรฐานอาหารและยา 3. การแพทย์พื้นบ้าน 4. การควบคุมผลิตภัณฑ์ยาและเครื่องสำอาง 5. การควบคุมโรคติดต่อและโรคติดต่ออุบัติใหม่ โดยเฉพาะโรคระบาดข้ามเขตแดน 6.การส่งเสริมสุขภาพ 7.การพัฒนาระบบบริการสุขภาพสำหรับแรงงานต่างด้าวและประชากรข้ามพรมแดน

 รูป แบบของความร่วมมือประกอบด้วย การแลกเปลี่ยนข้อมูล การพัฒนาบุคลากร การศึกษาวิจัยร่วมกัน เช่น การแพทย์พื้นบ้านและสมุนไพร โดยจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมตามข้อตกลงดังกล่าวระหว่างปี 2556-2558 ซึ่งจะเป็นการเตรียมพร้อมประเทศเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ที่ผ่านมาประเทศไทยมีความร่วมมือกับพม่า เพื่อแก้ไขปัญหาสาธารณสุขชายแดนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2543 เน้นหนักเรื่องโรคมาลาเรีย เอดส์ วัณโรค พบว่ามีพัฒนาการดีขึ้นเป็นลำดับ

 โดย มีประชากรพม่าอาศัยตามแนวชายแดนประมาณ 1 ล้าน 6 แสนคน มีพื้นที่ติดต่อกับไทย 16 จังหวัด ใน 4 รัฐ ได้แก่ รัฐฉาน , คะยา, คะยิน, มอญ และเขตทะนินทะยี มีโรงพยาบาลของพม่าอยู่ที่ชายแดน 2 แห่ง และคลินิก 1 แห่ง ขณะนี้คาดว่าจะมีชาวพม่าประกอบอาชีพในประเทศไทย กว่า 1 ล้านคน

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-09-21 11:33:05


ความเห็นที่ 15 (2981065)

รถน้ำมันพลิกคว่ำบนถนนสายตาก-แม่สอด คนขับดับสยอง

เมื่อ 18.00 น. วันที่ 18 ก.ย. ที่กิโลเมตร 66 +500 บนถนนเส้นทาง AH 12 สายตาก-แม่สอด ต.แม่ท้อ อ.เมือง จ.ตาก ร.ต.ท.บำรุง ยมเกิด ร้อยเวร สภ.แม่ท้อ ได้รับแจ้งเหตุว่า มีรถยนต์บรรทุกน้ำมันเอทานอลจากโรงงานแม่สอดพลังงานสะอาด ชนกับรถยนต์ตู้โดยสารประจำทางแม่สอด-นครสวรรค์ของบริษัทถาวรฟาร์ม ทำให้รถยนต์ทั้ง 2 คัน เกิดเพลิงลุกไหม้ คาดว่าคนขับรถยนต์บรรทุกเอทานอล จะเสียชีวิตคาเก๋งรถบรรทุก ส่วนผู้โดยสารรถตู้โดยสารที่นั่งมา 10 คน ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย หน่วยกู้ภัยตาก นำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดตาก

นาย กาญจนันท์ การรักษา คนขับรถยนต์ตู้โดยสารประจำทางนครสวรรค์ –แม่สอด กล่าวว่า รถยนต์บรรทุกน้ำมันเอทานอล ขับรถยนต์มาด้วยความเร็วสูงจาก อำเภอแม่สอด เป็นทางโค้งแคบ ประสานงากับรถยนต์ตู้โดยสาร ที่ตนเองขับผ่านเข้าตัวเมืองตาก ณ บริเวณที่เกิดเหตุ บนเส้นทางสายตาก-แม่สอดขณะที่ตนเองมีสติดี เปิดประตูให้ผู้โดยสารทั้ง 10 คนลงจากรถยนต์ทัน ก่อนที่มีไฟลุกไหม้ท่วมรถยนต์เสียหาย อย่างยับเยิน มีเพียงผู้บาดเจ็บหญิง 1 คน ที่กระโดดลงจากรถยนต์ ชนประตูหัวแตก เท่านั้น

ร้อย เวรพนักงานสอบสวน สภ.แม่ท้อ กล่าวว่า ได้โทรศัพท์ไปยังเทศบาลเมืองตาก เพื่อขอรถยนต์ดับเพลิงมาช่วยดับไฟรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ  ทั้ง 2 คัน แต่ไม่มีใครกล้าตัดสินใจได้ ต้องรอคำสั่งจากนายกเทศมนตรีเมืองตาก เท่านั้น ต้องขอขอบคุณ อบต.แม่ท้อ และ อบต.วังหิน อำเภอเมือง ที่ส่งรถยนต์ดับเพลิง มาช่วยดับเพลิง จนเพลิงไหม้รถยนต์ทั้ง 2 คันสงบลง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแขวงการทางตากที่ 1 สามารถปล่อยรถยนต์ที่ติดบนถนนสายตาก-แม่สอด ยาวมากกว่า 3 กิโลเมตร นานกว่า 2 ชั่วโมงเศษ สามารถวิ่งสัญจรไป-มา ได้ตามปกติ

 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-09-19 08:09:50


ความเห็นที่ 14 (2980592)

 

“พบพระ” พาเพลิน...“พาเจริญ” เพลินไพร/ปิ่น บุตรี ดูภาพชุดจาก Manager Multimedia
โดย ปิ่น บุตรี 12 กันยายน 2556 16:42 น.
 
 
 
 
 
       โดย : ปิ่น บุตรี(pinn109@hotmail.com)
น้ำตกพาเจริญ สถานที่ท่องเที่ยวอันเด่นดังในพบพระ
       นี่เป็นอีกครั้งที่ผมไป “พบพระ”
       
       พบพระที่ว่าหาใช่การไปพบพระ ไหว้พระไหว้เจ้าทำบุญขอพรไม่
       
       หากแต่เป็น “อำเภอพบพระ” อำเภอหนึ่งในจังหวัดตากที่มีชายแดนติดกับพม่า
       
       พบพระเป็นอำเภอที่มีที่มาของชื่อน่าสนใจไม่น้อย เพราะเป็นการเผยให้เห็นถึงปูมหลังของอำเภอแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี โดยในอดีตก่อนที่จะมีการตัดถนนหมายเลข 1206 ซึ่งเป็นถนนเชื่อมระหว่างแม่สอดกับพบพระ การเดินทางจากแม่สอดไปพบพระลำบากมาก เนื่องจากพื้นที่พบพระอยู่ในที่สูง อีกทั้งยังมีฝนตกชุก เพราะได้รับลมมรสุมจากอ่าวเมาะตะมะ
       
       เมื่อมีฝนตกชุก เส้นทางคมนาคมแต่ก่อนที่เป็นดินลูกรังก็เละเทะเป็นโคลนตม ชาวบ้านจึงพากันเรียกสภาพแบบนี้ว่า “ขี้เปรอะเพอะพะ” ที่หมายถึงขี้โคลนเปรอะเลอะเทอะ ถ้าหากใครผ่านไปทางนั้นแข้งขาจะมีแต่ขี้เปรอะเพอะพะ ทำให้พื้นที่บริเวณนั้นถูกเรียกว่า “บ้านเพอะพะ”
พบพระ อำเภอที่โดดเด่นด้านการเกษตร
       ต่อมาทางการเห็นว่าชื่อฟังไม่เหมาะสม จึงเปลี่ยนเป็นชื่อ “พบพระ” ที่ฟังแล้วดูเป็นสิริมงคลดี
       
       พบพระเป็นเส้นทางผ่านจาก อ.แม่สอด ไป อ.อุ้มผาง ที่มีน้ำตกทีลอซูอันลือลั่น
       
       ด้วยความเป็นทางผ่านทำให้พบพระถูกมองข้ามไป แต่เมื่อประมาณปีที่แล้ว ทาง ททท.สำนักงานตาก อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ ได้ร่วมมือกับบางชุมชน พยายามผลักดันให้คนหันมาเที่ยวพบพระมากขึ้น เพราะเดิมเวลาคนจะไปเที่ยวอุ้มผางหรือกลับจากอุ้มผาง ส่วนใหญ่จะแวะเที่ยวใน อ.พบพระ ก็เพียงแค่ที่น้ำตกพาเจริญเท่านั้น ทั้งๆ ที่ในพบพระยังมีของดีน่าสนใจซ่อนกายให้ไปสัมผัสกันไม่น้อย
       
       เที่ยวเกษตร-ชุมชน
       
       ความที่มีฝนตกชุก มีดินดี อากาศดี ทำให้พบพระเป็นพื้นที่ทำการเกษตรชั้นดีของเมืองไทย ทั้งพืชผัก พืชไร่ พืชสวน โดยเฉพาะ“กุหลาบ” ที่พบพระถือว่ามีชื่อมาก เนื่องจากมีอากาศดี ดินดี อุณหภูมิเหมาะสม พื้นที่ไม่สูงชัน ในพื้นที่พบพระจึงปลูกกุหลาบได้ดี ทำให้ปัจจุบันพบพระได้ชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกกุหลาบที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย โดยกุหลาบส่วนใหญ่จะเป็นกุหลาบไร้หนาม ซึ่งสวนกุหลาบบางแห่งก็เปิดสวนให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชม ซื้อกุหลาบกันในแบบกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร
ไร่ปฐมเพชร หนึ่งในแหล่งปลูกกุหลาบขึ้นชื่อของพบพระ(ภาพ : ไร่ปฐมเพชร)
       นอกจากกุหลาบแล้ว พบพระยังเป็นแหล่งปลูกดาวเรืองแหล่งใหญ่ที่หากใครผ่านไปจะเห็นพื้นที่สี เหลืองอร่าม (จากดอกดาวเรือง) ปรากฏอยู่เป็นหย่อมๆ
       
       ส่วนผลิตผลทางการเกษตรที่มาแรงมากช่วงนี้ก็คือ “ข้าวลืมผัว” ข้าวชื่อสะดุดหูกับข้าวเหนียวดำหรือข้าวกล่ำพันธุ์พิเศษที่มีรสชาติอร่อย หอมนุ่ม ซึ่งวันนี้มีหลายพื้นที่ต่างอ้างตัวว่าเป็นต้นตำรับของข้าวลืมผัว แต่ที่พบพระนี่ผมไปเจอกับพี่ “สมเดช ท้าววัฒนากุล” ประธานสภา อบต.คีรีราษฎร์ ผู้ที่ยืนยันชัดเจนพร้อมเล่าที่มาที่ไปว่าเขาเป็นผู้ที่คิดตั้งชื่อข้าว พันธุ์นี้ขึ้นว่า “ข้าวลืมผัว” เพราะเดิมนี่เป็นข้าวกล่ำสายพันธุ์โบราณ ชาวบ้านเรียกกันทั่วไปว่าข้าวเหนียวดำหรือข้าวกล่ำ ไม่มีการตั้งชื่อพิเศษ ขณะที่ชาวม้งเรียกว่า “หม่อบล่าวล้า” ที่แปลว่าข้าวเหนียวแดง
ข้าวลืมผัวกับต้มไก่บ้านสมุนไพร
       พูดถึงข้าวลืมผัวแล้ว ที่หมู่บ้านม้ง “บ้านป่าคาใหม่” ใน ต.คีรีราษฎร์ เขาได้ริเริ่มจัดกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนขึ้นโดยชูข้าวลืมผัวมาเป็นหนึ่งใน แม่เหล็กดึงดูด ให้คนไปกิน ไปซื้อหรือถ้าตรงกับช่วงฤดูกาลต่างๆ นักท่องเที่ยวก็สามารถขอไปร่วมปลูกข้าว ดำนา เกี่ยวข้าว ตำข้าวได้
       
       สำหรับผู้ที่ติดต่อมาเที่ยวบ้านป่าคาใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปีที่ แล้ว (หลายสิ่งหลายอย่างอาจยังไม่ลงตัว แต่มีความน่ารักเป็นธรรมชาติดี) จะได้สัมผัสกับวิถีเกษตร วิถีชุมชน การแสดงของชาวม้ง ซึ่งหากไปในช่วงที่เขามีเทศกาลจะสนุกมาก
ชาวม้งบ้านป่าคาใหม่ ตำข้าวลืมผัวให้ผู้มาเยือนทดลองกิน
       นอกจากนี้ทางชุมชนยังมีเมนูพื้นบ้าน มีข้าวลืมผัวเป็นเมนูชูโรงกินกับอาหารพื้นบ้าน อย่าง ต้มไก่บ้านสมุนไพร ต้มหมื่นปี (คล้ายผักกาดจอ) รวมไปถึงยังได้ลิ้มรสสุราพื้นบ้านที่มีวัฒนธรรมการดื่มในจอกเขาวัว และการชน (เหล้า) เขาวัวที่ผมบอกได้เลยว่า
       
       เมื่อชนแล้วส่วนใหญ่เมากันถ้วนหน้า
น้ำตกพาเจริญมีนักท่องเที่ยวมาเยือนไม่ได้ขาด
       ท่องธรรมชาติ
       
       ในอำเภอพบพระมีสถานที่ท่องเที่ยวเด่นคือ “น้ำตกพาเจริญ” ที่ถือเป็นหนึ่งในน้ำตกขึ้นชื่อของจังหวัดตากที่มีคนนิยมมาท่องเที่ยวและพักผ่อนเป็นจำนวนมาก ตั้งอยู่ใน “อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ
       
       น้ำตกพาเจริญเป็นน้ำตกหินปูนที่เกิดจากลำห้วยหลายสายไหลมารวมกับน้ำ ซับบนเขา แล้วไหลเป็นสายน้ำตกลงสู่เบื้องล่าง มีลักษณะเป็นชั้นใหญ่ชั้นเดียว แต่มีชั้นเล็กๆ น้อยๆ ยิบย่อยมากมายนับรวมได้ถึง 97 ชั้น ซึ่งสายน้ำจะไหลลดหลั่นผ่านชั้นหินดูคล้ายบันไดขาวฟูฟ่องสวยงามมาจนถึงแอ่ง ลำธารเบื้องล่างที่สามารถลงเล่นน้ำได้ ในบรรยากาศธรรมชาติแมกไม้อันร่มรื่น
กระเจียวสีส้มสดมีให้ชมเฉพาะช่วงหน้าฝน
       สำหรับผู้ที่ไปเที่ยวน้ำตกพาเจริญในช่วงนี้ (ส.ค.-ต้น ต.ค.) จะได้พบกับความพิเศษคือทุ่งดอกกระเจียวส้มสีสด ที่ทางอุทยานฯ ได้ปลูกดอกกระเจียวชนิดนี้ประดับไว้ตามที่ว่างต่างๆ ทั่วบริเวณ มองเห็นเป็นสีส้มสดตัดกับสีเขียวของต้นใบ (กระเจียว) และต้นไม้ใบหญ้าอื่นๆ นับเป็นเสน่ห์พิเศษของน้ำตกพาเจริญที่พบได้เฉพาะในหน้าฝนเท่านั้น
       
       ในอุทยานฯ น้ำตกพาเจริญยังมี “น้ำตกป่าหวาย” เป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวอันโดดเด่นในอุทยานฯ น้ำตกพาเจริญ
       
       น้ำตกป่าหวาย อยู่ห่างจากน้ำตกพาเจริญประมาณ 20 กม. มีทางเดินลงไปชมน้ำตกจากริมถนน ผ่านลำธาร แมกไม้อันร่มรื่น ก่อนที่จะไปยังตัวน้ำตกป่าหวาย ผมแวะเดินเที่ยวในเส้นทางสัมผัสธรรมชาติที่แม้จะเป็นเส้นทางสั้นๆ แต่ก็มีของดีของแปลกให้สัมผัสกันหลากหลายทีเดียว เริ่มจากปล่องภูเขาธรรมชาติ กว้างประมาณ 10 เมตร มีสายน้ำไหลบางๆ ลงไปในปล่องที่ไม่สามารถคะเนความลึกได้ และก็ไม่มีใครคิดจะลงไปสำรวจอย่างจริงจัง
ปล่องภูเขา น้ำตกพิศวง
       ปล่องภูเขาแห่งนี้เดิมชาวบ้านเรียกว่า "ถ้ำนรก" ซึ่ง “เน้ง แซ่กือ” ชาวม้งในพื้นที่ที่มาทำหน้าที่เป็นไกด์เที่ยวชมบอกกับผมว่า ในสมัยที่มีการต่อสู้ทางการเมืองพบพระเป็นพื้นที่สีแดง มีการนำศพคนตายมาทิ้งไว้ที่นี่
       
       “ผมเคยใช้เชือกยาว 20 วา โรยตัวลงไป ยังไปไม่ถึงก้นปล่องเลย มันคงลึกมาก และข้างล่างมีค้างคาวเยอะ” เน้งเล่าให้ฟัง
       
       มาวันนี้ปล่องภูเขาแห่งนี้ได้รับการเรียกขานใหม่ว่า “น้ำตกพิศวง” ที่ยังคงปล่อยให้ผู้คนที่มาเที่ยวชมพิศวงสงสัยในความลึกของมันต่อไป
หินย้อย(คล้าย)เคลือบน้ำผึ้ง
       จากน้ำตกพิศวงมีเส้นทางเดินชมสิ่งน่าสนใจต่างๆ ข้างทาง ไม่ว่าจะเป็นถ้ำหนู ถ้ำเจ้าบ่าว ถ้ำเจ้าสาว ถ้ำเม่น แต่ละถ้ำเป็นถ้ำเล็กๆ เข้าไปไม่ลึก บางถ้ำดูไม่เหมือนถ้ำ แต่ไม่น่าเชื่อว่ามันจะมีหินงอกหินย้อยสวยๆ งามๆ ให้ชมกันพอดู โดยเฉพาะหินรูปปะการัง กับหินย้อยที่มีลักษณะเป็นดอกเล็กๆ เคลือบด้วยหยดน้ำสีคล้ายน้ำผึ้ง ดูคล้ายหินเคลือบน้ำผึ้งที่น่าประหลาดทีเดียว
ต้นไม้ใหญ่หลายคนโอบ
       นอกจากนี้ในเส้นทางดังกล่าวยังมีต้นกระบากยักษ์หลายคนโอบ ปอเลียงฝ้ายต้นยักษ์ยืนตายซากที่คนสามารถเข้าไปยืนในลำต้นของมันได้
น้ำตกป่าหวาย
       หลังเดินดูสิ่งแปลกๆ ในเส้นทางที่ผ่านมาแล้ว เราเดินย้อนกลับมาทางเดิมเพื่อไปเที่ยวชมน้ำตกป่าหวาย น้ำตกหินปูนที่ตั้งชื่อตามสภาพที่มีต้นหวายขึ้นเป็นจำนวนมาก
น้ำตกป่าหวาย
       เจ้าหน้าที่อุทยานฯ บอกกับผมว่า น้ำตกแห่งนี้มีชั้นหลักๆ หรือชั้นใหญ่ๆ ทั้งหมด 7 ชั้นด้วยกัน แต่ละชั้นแบ่งเป็นชั้นย่อยๆ มากมาย นับรวมแล้วเกินกว่าร้อยชั้น
น้ำตกป่าหวาย
       น้ำตกป่าหวาย แต่ละชั้นมีสายน้ำไหลฟูฟ่องลดหลั่นลงมาตามชั้นหินน้อยใหญ่ ในตัวน้ำตกมีต้นไม้ใหญ่น้อยขึ้นแซม ท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่นสวยงาม ซึ่งแม้ผมเพิ่งจะมีโอกาสได้มาสัมผัสกับน้ำตกป่าหวายเป็นครั้งแรก แต่ความงามของน้ำตกแห่งนี้ได้สร้างความตรึงตาตรึงใจไม่น้อยเลย
       
       นี่ก็คือเสน่ห์ของพบพระ อำเภอทางผ่าน ที่หากใครผ่านแล้ว ไม่ผ่านเลยก็จะพบว่า
       
       พบพระพาเพลิน พบพานเพื่อผูกพัน
น้ำตกป่าหวาย
       
น้ำตกป่าหวาย
       *****************************************
       
       ในอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญยังมี แหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจได้แก่ “จุดชมวิวดอยเกี๊ยะ” ที่เป็นจุดสูงสุดบริเวณชายแดนไทย-พม่า สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 512 เมตร เมื่อขึ้นไปบนนั้นสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ข้ามประเทศไปถึงพม่าได้ ในช่วงหน้าหนาวจะมีทะเลหมอกอันสวยงามในทัศนากัน
       
       “บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก” เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ ปราศจากกลิ่นกำมะถัน มีอุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียส ในเอกสารของอุทยานฯ น้ำตกพาเจริญระบุว่า น้ำในบ่อน้ำร้อนมีแร่ธาตุสำคัญที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งปัจจุบันทางอุทยานฯ ได้พัฒนาปรับปรุงพื้นที่สำหรับการแช่น้ำร้อนเพื่อสุขภาพ ผ่อนคลาย และเพื่อการท่องเที่ยว พร้อมชูเป็น “ออนเซนเมืองตาก” ให้ผู้สนใจได้มาสัมผัสกัน
       
       นอกจากนี้ก็ยังมีน้ำตกห้วยตะปูเคาะ น้ำตกสายฟ้า น้ำตกธารารักษ์ ถ้ำช้างร้องหรืออุโมงค์วงกต ซึ่งผู้สนใจเที่ยวอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-5557-7590, 0-5550-0906 และสามารถสอบถามข้อมูลท่องเที่ยวใน อ.พบพระ เชื่อมโยงกับอำเภออื่นๆ และสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทางใน จ.ตาก ได้ที่โทร. 0-5551-4341-3
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-09-14 16:44:35


ความเห็นที่ 13 (2980577)

รองอธิบดีกรมอุทยานฯสั่งไล่ล่าพรานม้งที่เหลือ ประสานพม่าช่วย ขัดขืนให้จับตาย

วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2556 เวลา 13:45:58 น.

 

 

 

วันที่ 14 กันยายน นายเสริมยศ เสริมมั่น รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วยคณะ ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ปะทะกับพรานม้ง และฝ่ายเจ้าหน้าที่ถูกยิงเสียชีวิต 2 ศพ ได้รับบาดเจ็บ 1 คน และฝ่ายชาวเขาเผ่าม้ง ถูกยิงเสียชีวิต 1 ศพ ได้รับบาดเจ็บ 1 คน ถูกจับกุม 1 คน ชื่อนายคะนึง แซ่ม้า เป็นราษฎรบ้านชิบาโบ ตำบลคีรีราษฎร อ.พบพระ และหลบหนีไปอีก 3 คน

 

เหตุเกิดบริเวณพื้นที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ตะวันออก ห่างจากหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยลายยาน้อย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง บ้านเซปะหละ หมู่ที่ 2 ตำบลแม่ละมุ้ง อ.อุ้มผาง จ.ตาก ประมาณ 800 เมตร 

นายเสริมยศได้พบกับเจ้าหน้าที่ และสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยป่าไม้ทั้งหมด ให้ดำเนินการไล่ล่ากลุ่มพรานป่าต่อไป และหากขัดขืน หรือต่อสู้ให้ดำเนินการตอบโต้ทันที หรือจับตายทันที และจากนี้ไปทางการจะเข้มข้นมากขึ้น รวมทั้งจะประสานฝ่ายทหาร เพื่อขอใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 มาให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อรักษาป่า เพราะยอมรับว่า อาวุธของเจ้าหน้าที่ไม่สามารถสู้ฝ่ายคนร้ายได้ 

นายเสริมยศกล่าวว่า กลุ่มพรานป่าดังกล่าว มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มพรานป่าจากประเทศเวียดนามที่เคยก่อเหตุมาแล้วครั้ง หนึ่งเมื่อปี พ.ศ.2553 และชาวเขากลุ่มนี้ยังเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดด้วย จึงต้องดำเนินการเฉียบขาด และขณะนี้ได้ประสานกับฝ่ายพม่าในการจับกุมตัวมาให้ได้  ส่วนครอบครัวของเจ้าหน้าที่นั้น เบื้องต้นทางการได้ช่วยเหลือไปแล้วรายละ 50,000 บาท และจะจ่ายตามระเบียบราชการต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-09-14 15:48:45


ความเห็นที่ 12 (2977744)

“น้ำเมย” เพิ่มระดับ เสี่ยงท่วมชายแดนแม่สอดซ้ำ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 สิงหาคม 2556 14:21 น.
 
 
 
 
 

ตาก - สรุปความเสียหายน้ำท่วมใหญ่แม่สอด บ้านเรือน-พื้นที่การเกษตร เศรษฐกิจการค้าชายแดนเสียหายยับ รถยนต์-จักรยาน และจักรยานยนต์มือสองรอส่งเข้าพม่าอ่วม แถมล่าสุดพบระดับน้ำในแม่น้ำเมยเพิ่มสูง เหลืออีก 1 เมตรล้นตลิ่ง เสี่ยงท่วมซ้ำ
       
       นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก กล่าวถึงผลกระทบที่เกิดจากน้ำท่วมในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 56 ที่ผ่านมาว่า ทางจังหวัดได้สรุปความเสียหายจากอุทกภัยดังกล่าว เป็นเหตุให้ที่พักอาศัย สิ่งสาธารณประโยชน์ พืชผลทางการเกษตร และอื่นๆ ใน 9 ตำบล 1 เขตเทศบาล 20 ชุมชน ได้รับความเสียหาย และมีพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนัก 5 ตำบล 12 หมู่บ้าน 1,000 ครัวเรือน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 5,005 คน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 24,668 ไร่ บ่อปลา 256 บ่อ ถนน 30 แห่ง สะพาน 2 แห่ง ด้านโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับความเสียหายรุนแรงจำนวน 10 โรง มูลค่ากว่า 250 ล้านบาท
       
       นอกจากนี้ยังทำให้การค้าชายแดน โดยเฉพาะรถยนต์มือสองที่รอส่งผ่านเข้าพม่า ประมาณ 700 คัน รถจักรยานยนต์ 120 คัน และรถจักรยาน 2,000 คัน ได้รับความเสียหาย
       
       ขณะเดียวกันมีรายงานแจ้งเพิ่มเติมว่า หลังจากที่เกิดฝนตกติดต่อกันในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ทั้งในอำเภอแม่สอด อำเภอพบพระ และอำเภอใกล้เคียง ส่งผลให้แม่น้ำเมยที่กั้นพรมแดนไทย-พม่า มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง
       
       ล่าสุดขณะนี้ (22 ส.ค.) ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นจนเหลืออีกประมาณ 1 เมตรก็จะทะลักล้นตลิ่ง คาดว่าถ้าฝนยังตกต่อเนื่องและน้ำจาก อ.พบพระไหลมาสมทบซ้ำ จะทำให้น้ำท่วมบริเวณ ต.ท่าสายลวดอีกครั้งก็เป็นได้

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-08-22 18:16:17


ความเห็นที่ 11 (2976641)

ชาวแม่สอดผวาน้ำท่วมทั้งคืน เก็บข้าวของหนีวุ่น หลังฝน -พายุถล่ม หนัก

วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2556 เวลา 10:47:54 น.

 

 

 


ผู้สื่อข่าวรายงานจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ว่า    ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ตั้งแต่เย็นวันที่ 11 สิงหาคม 2556 จนถึงตลอดทั้งคืน ทำให้น้ำในลำห้วยหลายแห่ง เช่น ห้วยแม่สอด ห้วยแห้ง มีระดับน้ำสูงขึ้นจนปริ่มท่วมถนน  เช่นบริเวณด้านหลังสภ.แม่สอด หลังที่ว่าการอำเภอแม่สอด ถนนประสาทวิถี ถนนอินทรคีรี และบริเวณหน้าโรงเรียนราษฎร์ มีน้ำมาจากอ่างเก็บน้ำมาแรงมาก ทำให้ประชาชนในเขตเทศบาลนครแม่สอดวิตกกับน้ำที่เริ่มขึ้นมา จึงเก็บข้าวของขึ้นไว้ที่สูง บางแห่งต้องนำกระสอบทราย ไปกั้นไว้หน้าบ้าน ขณะที่เทศบาลนครแม่สอด ได้สั่งเจ้าหน้าที่หน่วยบรรเทาสาธารณภัย และอป.พร.เตรียมพร้อมเพื่อช่วยเหลือประชาชน ส่วนฝนที่ตกลงมา เป็นอิทธิพลจากพายุไต้ฝุ่น อูตอร์

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-08-12 14:56:44


ความเห็นที่ 10 (2976120)

ตากเปิดศูนย์บริจาคช่วยเหยื่อน้ำท่วม

  • 06 สิงหาคม 2556 เวลา 20:08 น.

ตากเปิดศูนย์บริจาคช่วยเหยื่อน้ำท่วม

พ่อเมืองตากเปิดศูนย์บริจาคสิ่งของผู้ประสบอุทกภัยแม่สอด

นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผวจ.ตาก เป็นประธานเปิดศูนย์บริจาคเพื่อเยียวยาประชาชนผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ใน พื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ที่บริเวณอาคารเขตเศรษฐกิจพิเศษนครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก  โดยมีนายปรีชา ใจเพชร นายอำเภอแม่สอด-นายเทอดเกียรติ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด ให้การต้อนรับและร่วมเปิดศูนย์ฯ

ทั้งนี้เพื่อรับบริจาคสิ่งของทุกประเภทเพื่อนำไปช่วยเหลือเยียวยาประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจำนวนหลายหมื่นครัวเรือน ทั้ง อ.แม่สอด-พบพระและ อ.แม่ระมาด ประชาชนนับแสนคนเดือดร้อนอย่างหนัก ซึ่งการเกิดอุทกภัยที่จังหวัดตากครั้งนี้ รุนแรงที่สุดในรอบ ทศวรรษ  โดยขณะนี้มีผู้นำสิ่งของมาบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจำนวนมาก  โดยผู้ที่ต้องการจะบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อ.แม่สอด สามารถติดต่อขอบริจาคได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 055-535670-4

นายสุริยะ ผวจ.ตาก กล่าวว่า ได้เรียกประชุมนายอำเภอแม่สอด-หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเช่น สำนักงานป้องกันและบรรเทาภัยตาก-สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตาก-ป่าไม้-แขวงการทางตาก-โยธาธิการและผังเมืองตาก-ทหาร-ตำรวจ-ฝ่าย ปกครอง-ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งเทศบาลและ อบต.ทุกแห่ง ฯลฯ โดยมีการประชุมที่ห้องโกเมน เทศบาลนครแม่สอด

ทั้งนี้เพื่อเตรียมวางแผนงานในโครงการการป้องกันและแก้ไขปัญหาทั้งระะยะ สั้น-ระยะกลางและระยะยาว เป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกหน่วยงาน เพื่อความรวดเร็วในการทำงานป้องกันอุทกภัยไม่ให้เกิดขึ้นอีก โดยวางแผนทั้งระบบ ทั้งแนวทางการป้องกัน-และเฝ้าระวังเหตุ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-08-07 07:13:53


ความเห็นที่ 9 (2976119)

นายกฯสั่งมท.ประชุมร่วมจ.ตาก วางระบบป้องกันอุทกภัยยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 06 สิงหาคม พ.ศ. 2556, 18.34 น.
 

6 ส.ค.56 นายฉัตรชัย  พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากที่ได้เกิดสถาณการณ์อุทกภัยในอ.แม่สอด จ.ตาก โดยมีสาเหตุเกิดจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเมยเอ่อเข้าท่วมชุมชนและย่านเศรษฐกิจการค้า ซึ่งขณะนี้น้ำในแม่น้ำเมยลดลง และสถานการณ์อุทกภัยเริ่มคลี่คลายเข้าสู้สภาวะปกติแล้ว ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน นายกรัฐมนตรีได้สั่งการรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่เพื่อติดตามการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย และฟื้นฟูพื้นที่อย่างใกล้ชิด

พร้อมมอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จ.ตากจัดประชุมป้องกันและแก้ไขปัญหา อุทกภัยในเขตเทศบาลนครชุมชนแม่สอดอย่างยั่งยืน ซึ่งได้เน้นย้ำให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับคืนสู่ สภาพปกติโดยเร็ว วางระบบป้องกันแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนในเขตเศรษฐกิจแม่สอดตามนโยบายรัฐบาลที่ ส่งเสริมให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นศูนย์กลางการส่งและกระจายสินค้าไปยังประเทศ พม่า และรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและคณะ จะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยบริเวณบ้านท่าอาจ บ้านริมเมย ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก รวมถึงตรวจสภาพความเสียหายจากดินสไลด์เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมสั่งการให้เร่งสร้างอาคารเรียนหลังใหม่

นายจารุพงศ์  เรื่องสุวรรณ รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า การดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษแม่สอด เป็นการบูรณาการร่วมกันของหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะการวางผังเมือง ของกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อป้องกันอุทกภัยอย่างยั่งยืน การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและหน่วยงานระดับท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รวมถึงการบริหารจัดการอุทกภัยอย่างยั่งยืนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้สั่งการให้ทั้ง3หน่วยงานลงพื้นที่อ.แม่สอด พร้อมประชุมร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อรับฟังสภาพปัญหาและนำข้อมูลมากำหนดแนวทางช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบ อุทกภัย

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-08-07 07:10:18


ความเห็นที่ 8 (2975689)

รถมือ 2-รถหรูญี่ปุ่นเตรียมส่งขายพม่ากว่า 4,000 คันจมบาดาล ที่ จ.ตาก

วันที่ 02 สิงหาคม พ.ศ. 2556 เวลา 09:16:37 น.

 

 



 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก รถยนต์มือสอง ซึ่งมีทั้งรถหรูและรถทั่วไปจากประเทศญี่ปุ่นราว 4,000 คัน มีสภาพเปื้อนโคลนทุกคัน เนื่องมาจากเกิดน้ำท่วมและเคลื่อนย้ายไม่ทัน ทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย

 

โดยรถยนต์ดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้บริเวณชายแดนไทย-พม่า ที่ท่าขนส่งสินค้าที่ 13 บ้านท่าอาจ ตำบลมหาวัน อ.แม่สอด กำลังรอส่งไปยังฝั่งพม่า ที่จังหวัดเมียวดี 

ขณะเดียวกันโรงเรียนต่างๆ เช่น โรงเรียนบ้านท่าอาจ ที่น้ำท่วมสูง ถึง 2 เมตร ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ครู นักเรียน หน่วยทหารในพื้นที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือ ในการทำความสะอาดโรงเรียนที่เต็มไปด้วยโคลน


นายประเสริฐ จึงกิจรุ่งโรจน์ เลขาธิการหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวว่า เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่มาก ขณะนี้เสียหายไปแล้วประมาณ 1,200 ล้านบาท และต้องใช้เวลาฟื้นฟูอย่างเร็ว 15-20 วัน และอย่างมาก 1 เดือน จึงจะเข้าสู่ภาวะปกติ คาดว่าความเสียหายครั้งนี้น่าจะถึง 2,000 ล้านบาท 

นอกจากนี้ ยังมีความเสียหายที่ตลาดริมเมยอีก คาดว่าเฉพาะที่ตลาดริมเมยประมาณ 500 ล้านบาท ยังมีท่าเรือขนส่งสินค้า รถยนต์มือสองนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นก็ได้รับความเสียหาย


รายงานข่าวจากป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตากแจ้งว่า เหตุอุทกภัยครั้งนี้ในอำเภอแม่สอด มีทั้งหมด 9 ตำบล ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 29,500 ราย หรือ 9,600 ครัวเรือน ขณะที่โรงเรียนได้รับความเสียหายกว่า 10 แห่งและต้องหยุดเรียน 24 แห่ง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-08-03 07:38:54


ความเห็นที่ 7 (2975538)

น้ำเมยเริ่มลด “แม่สอด-เมียวดี” พ้นวิกฤต แต่เสียหายหนัก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 สิงหาคม 2556 14:53 น.
 
 
 
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น



ตาก - น้ำท่วมใหญ่ชายแดนแม่สอด-เมียวดีเริ่มคลี่คลาย หลังน้ำเมยลด แต่ร้านค้าริมเมย และตัวเมืองเมียวดีเสียหายยับ
       
       วันนี้ (1 ส.ค.) นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ชายแดน อ.แม่สอดว่า ระดับน้ำหลายพื้นที่ได้ลดลงแล้ว แต่ปัญหาที่พบคือเศษขยะ และโคลน ทำให้ต้องทำความสะอาดครั้งใหญ่ ซึ่งขณะนี้มูลนิธิต่างๆ ได้นำสิ่งของบริจาคมามอบแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง ต่อไปหลังน้ำลดจะเป็นเรื่องการช่วยเหลือทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อ.แม่สอดว่า ขณะนี้น้ำในแม่น้ำเมยลดระดับลงไปมากจนเกือบเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ยังมีน้ำท่วมขังอีกหลายชุมชน กับสถานที่ราชการ เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก ต้องให้เจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำออก
       
       ขณะที่ผู้ประกอบการร้านค้าตลาดริมเมย ซึ่งมีทั้งร้านค้าอัญมณี สิ่งประดิษฐ์ที่ทำด้วยไม้ และร้านค้าของเก่า รวมทั้งสินค้าอื่นๆ ที่นำเข้ามาจากประเทศพม่า ต่างเริ่มเข้าทำความสะอาด และตรวจสอบความเสียหายของร้าน ซึ่งพบว่าสินค้าเสียหายจำนวนมาก เนื่องจากไม่สามารถขนย้ายได้ทันเพราะกระแสน้ำมาเร็วมาก โดยสภาพร้านค้าเต็มไปด้วยโคลน น้ำประปาไม่ไหล ไฟฟ้าดับตั้งแต่เกิดเหตุน้ำท่วม
       
       ส่วน จ.เมียวดี ประเทศพม่า ตรงข้าม อ.แม่สอด ระดับน้ำเริ่มลดแล้วเช่นกัน แต่สภาพตัวเมืองก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก เนื่องจากน้ำท่วมตัวเมืองแทบทั้งหมด ชาวบ้านต้องอพยพไปอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจเมียวดี ซึ่งห่างจากชายแดนไปทาง จ.กอกาเรก ประมาณ 11 กิโลเมตร ทรัพย์สินที่อยู่ในบ้านได้รับความเสียหายแทบทั้งหมด เนื่องจากขนย้ายไม่ทัน
       
       และมีรายงานด้วยว่า ชาวพม่าในรัฐกะเหรี่ยง รัฐมอญ ที่อยู่ลึกจากชายแดนเข้าไปก็ประสบภัยน้ำท่วมหนักจนต้องอพยพหนีน้ำกันหลาย หมื่นคน
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-08-01 22:40:26


ความเห็นที่ 6 (2975246)

สบเมยฝนตกหนักดินสไลด์หินถล่มปิดเส้นทางถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

 

สบเมยอ่วมดินสไลด์-หินยักษ์ถล่ม

30 กรกฎาคม 2556 เวลา 17:46 น.
เกิดฝนตกหนักตลอดทั้งวันและข้ามคืนต่อเนื่อง หลายวัน ส่งผลให้ ถนนสาย แม่สามแลบ ไปยังบ้านแม่ตอละ ช่วง ก่อนทางเข้าบ้านกอมูเดอร์ - บ้านแม่ตอละ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เกิดดินสไลด์ ต้นไม้โค่นล้มและหินขนาดใหญ่ปิดทับเส้นทางถนนสายแม่เงา – สบโขง จำนวน 3 จุด เป็นระยะทางประมาณ 60 เมตร ทำให้ประชาชนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ประชาชนกว่า 10 หมู่บ้าน ต้องเดินทางโดยใช้ทางเรือตามลำน้ำแม่เงาแทน
 
นายสายชล เปพาทย์ หัวหน้าส่วนโยธา อบต.แม่สวด อ.สบเมย กล่าวว่า ถนนสายแม่เงา – สบโขง เป็นถนนที่เลียบไปกับแม่น้ำเงา ระยะทาง 42 กิโลเมตร ถนนค่อนข้างที่จะแคบ บางช่วงมีหน้าผา และเหวลึก เมื่อมีฝนตกก็จะมีดินสไลด์เป็นประจำแต่ไม่มากนักชาวบ้านช่วยกันตักดินออกก็ สามารถสัญจรไปมาได้ แต่ครั้งนี้มีก้อนหินขนาดใหญ่หล่นลงมาด้วยจึงจำเป็นต้องใช้เครื่องจักรขนาด ใหญ่ถึงจะเปิดเส้นทางได้
 
อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นทางหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 36 ได้จัดชุดเข้าไปช่วยเหลือแล้วจำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ พร้อมสำนักงานทางหลวงชนบท จังหวัดแม่ฮ่องสอน เริ่มลำเลียงเครื่องจักรเข้าไปในวันนี้ ซึ่งคาดว่าวันพรุ่งนี้ 31 ก.ค. 56 จะเริ่มตักดินออกเปิดเส้นทางได้ อย่างไรก็ตามการดำเนินการเปิดเส้นทางยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะแล้วเสร็จเมื่อ ไหร่ เนื่องจากจุดที่เกิดเหตุดินสไลด์ เป็นเหวลึก อีกด้านหน้าผาสูง มีดิน หิน จำนวนมากที่จะสไลด์ตามลงมาอีก ประกอบกับฝนในพื้นที่ยังตกอย่างต่อเนื่องโดยวันนี้ฝนยังตกตลอดทั้งวัน

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-07-30 17:59:54


ความเห็นที่ 5 (2975013)

 

แม่สอดอ่วมน้ำท่วมขังหลายพื้นที่ ชาวพม่าขนของหนีน้ำจ้าละหวั่น

วันอาทิตย์ ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556, 13.58 น.
 

วันนี้ 28 ก.ค. 56 ผู้สื่อข่าวรางานว่า หลายวันที่ผ่านมามีฝนตกหนักติดต่อกันอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำ เมย ซึ่งกั้นพรมแดนไทย-พม่า อ.แม่สอด จ.ตาก กับจ.เมียวดี ของพม่า มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากแม่น้ำแม่กาล่าฝั่งพม่าและจากลำห้วย ต่างๆ ในอ.แม่สอด ไหลลงสู่แม่น้ำเมยจนล้นตลิ่ง และเริ่มท่วมทั้งสองฝั่ง
 
รายงานระบุว่าบริเวณเกาะโนแมนแลนด์ เกาะกลางแม่น้ำเมย ใต้สะพานมิตรภาพไทย-พม่า น้ำจากแม่น้ำเมยได้ไหลเข้าท่วมเกาะ ทำให้ชาวพม่าที่อาศัยอยู่บนเกาะต้องรีบเก็บข้าวของย้ายหนีขึ้นมาบนฝั่ง ไทย-หม่า ขณะเดียวกับพ่อค้าแม่ค้าชาวพม่าที่ขายอาหารทะเลต่างพากันขนสินค้ามาวางขาย ริมตลิ่งเพื่อหนีน้ำ
 
ส่วนด้านฝั่งไทยในเขตเทศบาลนครแม่สอด จ.ตาก น้ำในลำห้วยแม่สอดมีระดับเพิ่มสูงขึ้น ทำให้หลายพื้นที่เริ่มมีน้ำท่วมขัง ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งเทศบาลนครแม่สอด ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด สำนักงานป้องกันและบรรเทาภัยตาก-อปพร. ฯลฯ ได้ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ฝนตก หนักและน้ำท่วมขังแล้ว
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-07-28 16:22:57


ความเห็นที่ 4 (2974994)

ฝนตกหนักเกิดดินสไลค์หินร่วงทับ อาคารเรียนโรงเรียนบ้านพะเด๊ะ อ.แม่สอด

วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 เวลา 22:50:20 น.

 

 

 

 

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่  27  กรกฎาคม นายทองสุข อยู่ศรี  ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต  2 ได้รับรายงานจากนางอุไร  วงษ์พีระพัฒน์  ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนบ้านพะเด๊ะ ว่าเกิดดินสไลด์หินร่วงทับใส่อาคารเรียนโรงเรียนบ้านพะเด๊ะ ต.พระธาตุผาแดง  อ.แม่สอด   จึงรีบรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบอาคารสูงเรียน  2 ชั้น ส่วนด้านหลังอาคารเรียน พบก้อนหินขนาดใหญ่หลาลูกได้ร่วงใส่อาคารเรียนทำให้ฝ่าผนังอาคารด้านหลังมี รอยแตกร้าวและทะลุ รวมทั้ง  3 ห้อง นอกจากนี้ภายในอาคารมีเครื่องการเรียนการสอนได้รับความเสียหาย 

นายปติ ดอนคำเพ็ง ครูประจำโรงเรียนบ้านพะเด๊ะ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนและนักเรียนกำลังเล่นกีฬาอยู่บริเวณสนามกีฬา และมีฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก ต่อมาได้ยินเสียงดินร่วงลงมาใส่ทับอาคารเรียน จึงเดินเข้าไปดูพบว่ามีอาคารเรียนได้ถูกหินล้วงใส่ได้รับความเสียหายแต่โชค ดีไม่มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดตรงกับวันเสาร์ 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-07-28 09:10:07


ความเห็นที่ 3 (2965408)

จ. กาญจนบุรี พร้อมเปิดด่านน้ำพุร้อน 1 ก.ค.นี้

วันที่ 02 มิถุนายน พ.ศ. 2556 เวลา 17:20:58 น.

 

 

 

มติชน 2 มิถุนายน 56

 

 


นายสรรเพชญ ศลิษฎร์อรรถกร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี เผยว่า ภายหลังจากทุกภาคส่วนได้ร่วมกันผลักดันให้มีการเปิดด่านพุน้ำร้อนเป็นด่าน ถาวร ในวันที่ 1 กรกฎาคม จะมีการเปิดด่านอย่างเป็นทางการ เชื่อว่าจะเป็นการส่งเสริมการลงทุนและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่ง จ.กาญจนบุรี มีความพร้อมด้านวัตถุดิบทางการเกษตร ป่าไม้และแร่ธาตุ สามารถนำไปใช้ในการแปรรูปอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ ได้ และเหมาะสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบ อาทิ อุตสาหกรรมอาหารและอาหารสัตว์ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม รองเท้าและเครื่องหนัง ผลิตภัณฑ์ไม้และเครื่องเรือน เพราะอยู่ในแหล่งวัตถุดิบและมีแรงงานมาก นอกจากนี้ยังมีอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติก อัญมณีและเครื่องประดับ ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้า

นายสรรเพชญกล่าวว่า จ.กาญจนบุรี จะได้รับประโยชน์จากยุทธศาสตร์ประตูตะวันตก ทำให้เกิดธุรกิจต่อเนื่อง คือ ธุรกิจโลจิสติกส์ โดยที่ประเทศไทยจะเป็นฮับโลจิสติกส์ในการนำเข้าและส่งออก ประเทศไทยวางเป้าการเป็น World Food Supply และมีการแปรรูปอาหารที่มีศักยภาพ สามารถเป็นฮับการผลิตและส่งออกอาหารได้ รวมถึงการเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้า สามารถขนส่งสินค้าไปยังเมืองย่างกุ้งของประเทศสหภาพเมียนมาร์ และต่อไปยังท่าเรือเมืองทวาย เพื่อส่งไปขายต่อให้กับประเทศในแถบยุโรป อินเดีย ปัจจุบันมีการจ้างแรงงานใน จ.กาญจนบุรี จำนวน 32,520 คน หากมีการเปิดด่านพุน้ำร้อนก็จะทำให้มีโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เข้ามาก่อตั้งจำนวนมาก ปัจจุบันมีโรงงานทั้งสิ้น 1,528 โรงงาน

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-06-02 19:05:57


ความเห็นที่ 2 (2963515)

แม่สอดเข้มรับนายกฯลงพื้นที่

  • 27 พฤษภาคม 2556

แม่สอดเข้มรับนายกฯลงพื้นที่

นายกนครแม่สอดสั่งคุมเข้มรับนายกรัฐมนตรีดูพื้นที่การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด

นายเทอดเกียรติ ชินสรนันท์  นายกเทศมนตรีนครแม่สอด จ.ตาก กล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลนครแม่สอด หัวหน้าส่วนราชการและภาคเอกชน เตรียมพร้อมต้อนรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางมาดูพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า อ.แม่สอด เพื่อติดตามความคืบหน้าการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด  ตามมติคณะรัฐมนตรีและเพื่อให้ “นครแม่สอด” เป็นโมเดล นำร่อง เขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งแรกของเมืองไทย ก่อนเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี และการเป็นประตูเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก ตะวันตก อิสเวตส์อิโคโนมิค คอริดอร์ โดยผู้บริหารนครแม่สอด และภาคเอกชน หอการค้าและสภาอุตสาหกรรม ได้ร่วมลงรายมือชื่อเพื่อทำหนังสือเชิญนายกรัฐมนตรีมาลงพื้นที่ “นครแม่สอด” อีกครั้งในช่วงกลางเดือนมิ.ย.นี้

นายเทอดเกียรติ กล่าวอีกว่า ภายหลังที่ ครม.มีมติ ประกาศจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด และให้นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นเจ้าภาพในการติดตามความคืบหน้าและศึกษาศักยภาพของพื้นที่ มีการแต่งตั้งคณะทำงานเร่งรัดและกำกับดูแลการแก้ไขปัญหาการจัดตั้งระยะเร่ง ด่วน เพื่อการพัฒนา “นครแม่สอด”  และได้มีการใช้งบประมาณกว่า 15 ล้านบาท ในการจัดทำแผนแม่บท เช่นโรงการออกแบบก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-พม่า คู่ขนานแห่งที่ 1 โครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานด่านศุลกากร-ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด ตาก-และศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ ONE STOP SERVICE โดยแผนแม่บทในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจแม่สอด 3 ระยะ คือโรงการเร่งด่วน,โครงการสร้างพื้นฐาน เขตเศรษฐกิจพิเศษและ โครงการะยะกลางจนถึงระยะยาว งบประมาณในการพัฒนาหลายหมื่นล้านบาท ตามนโยบายรัฐบาล 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-05-27 15:52:55


ความเห็นที่ 1 (2959485)
แม่สอดจะไปทางไหน

แม่สอดจะไปทางไหน

 

     ภาย หลังที่คณะรัฐมนตรี ได้มีการประชุมสัญจรปลายเดือนมกราคม 2556 ที่ จังหวัดอุตรดิตถ์ และ นายกรัฐมนตรีเองได้ไปประชุมในเรื่อง “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยรัฐบาล ก็มีความต้องการที่จะกำหนดพื้นที่ให้บริเวณอำเภอแม่สอด ซึ่งก็อาจหมายรวมถึงพื้นที่อำเภอใกล้เคียง เช่น อ.พบพระ อ.ท่าสองยาง เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งด้วย  ขณะเดียวกันในส่วนของรูปแบบการปกครอง ได้มีการนำเสนอกฎหมายในการกำหนดรูปแบบ ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา
 
     ในขณะเดียวกัน “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” ที่รัฐบาลได้กำหนดให้มีขึ้น ในพื้นที่เดียวกันนั้นต้องมีระเบียบ ข้อบังคับ หรือกฎหมายเพิ่มเติม ในการกำหนสิทธิพิเศษหรือข้อยกเว้น จึงทำให้สองเรื่องกลายเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะหลายความเห็นและหลายฝ่ายมองว่า ตัวกฎหมายที่จะกำหนดขึ้นมาใหม่นั้น ควรจะเป็นกฎหมายที่จะใช้กับพื้นที่อื่น ๆ หากจะมีเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่กำหนดขึ้นเพิ่มเติม ไม่ควรเป็นกฎหมายที่ใช้เฉพาะพื้นที่ใด พื้นที่หนึ่งเท่านั้น เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็เลยจะดูยาวเป็นพิเศษยิ่งถ้ามีการกำหนดพื้นที่เป็น “นิคมอุตสาหกรรม” ในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษขึ้นมาอีก การที่จะรวมทั้งสามเรื่อง เพื่อหาข้อสรุปไปในเรื่องเดียวกันจะต้องใช้เวลามากเป็นพิเศษ
 
     และเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลในเรื่องนี้ ได้มีการเชิญประชุมส่วนราชการทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ภาคเอกชน สภาอุตสาหกรรม หอการค้าจังหวัดตาก โดยในที่ประชุมก็ได้สรุปภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เช่น กรมโยธาธิการก็ เรื่องการซ่อมสะพานมิตรภาพเดิม เทศบาลนครแม่สอด ก็ของบประมาณเพื่อขยายหอประชุมแสดงสินค้าเดิม และการสร้างสะพานขึ้นใหม่ เป็นต้น ซึ่งเมื่อมองดูแล้วการที่จะวางรูปเขตเศรษฐกิจพิเศษใด ไม่มีใครทราบหรือพูดถึง การเป็น “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” ทำไมมันจึงจำเป็นต้องเกี่ยวพันเป็นกฎหมายเดียวกัน เรื่องการปกครองจะเป็นอย่างไร สภาอุตสาหกรรม หอการค้าจังหวัดตาก ต้องการอะไร ในการที่จะขยายความเจริญทางภาคอุตสาหกรรม ทางภาคการค้า หรือแม้กระทั่ง กรมศุลกากร กระทรวงพาณิชย์ จะเข้ามาเสริมหรือมีแนวทางอย่างไร ในการผลักดันทั้งเรื่อง ภาษี เรื่องการค้า หรือมีกฎหมายฉบับใด หรือระเบียบของกระทรวง กรมใด ที่ยังไม่เอื้อประโยชน์ หรือจะเป็นปัญหาต่อการค้าขาย ติดต่อ ข้อกำหนดของการผ่านแดนและการอยู่ในพื้นที่ การเดินทางจากแม่สอดเข้าสู่จังหวัดอื่น ๆ
 
     แม้กระทั่งเรื่อง “สินค้า” เช่น การขนส่งซื้อขายสินค้าแบบ “ถ่ายลำ” ทำได้หรือไม่ มีสินค้าประเภทใดที่ต้องห้ามซึ่งควรจะยกเลิก และการยกเลิกจะทำอย่างไร โดยเฉพาะ “ไม้สัก” ที่เป็นสินค้าที่เป็นที่ต้องการของประเทศต่าง ๆ การแสดงหลักฐาน “แหล่งกำเนิด” หรือ c/o ของสินค้าจะทำได้โดยวิธีใดบ้าง หรือแม้กระทั่งการซื้อขายของบริเวณแนวชายแดน เช่น ที่ริมเมย หรือแม้ในตลาดเอง ซื้อแล้วจะขนส่งอย่างไร จะเสียภาษีอย่างไร เพราะเมื่อซื้อมาแล้วหรือจำหน่ายกลับถูกจับกุม โดยตำรวจอ้างว่าใบภาษีที่แสดงเป็นเพียงภาษี “ปากระวาง” ยังต้องเรียกภาษีอื่น ๆ อีก แล้วสินค้าที่ทั้งด่านศุลกากร ตำรวจ ตั้งเกือบ 10 ด่านให้ผ่านเข้ามาได้ จะทำอย่างไร การไม่สอดคล้องหรือขัดกันในการปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละฝ่ายจะทำอย่างไร
 
     เรื่องเหล่านี้ต่างหากคือประเด็นทีต้องมาคำนึงถึง จะต้องมากำหนดกรอบหรือสร้างแนวคิด ให้ตรงกันของทุกหน่วยงานว่า ถ้าจะกำหนดพื้นที่ใดเป็น “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” ควรจะเป็นอย่างไร จะพิเศษกว่าการที่นักธุรกิจเข้ามาลงทุนตามปกติอย่างไร ควรจะได้รับการส่งเสริมอย่างไร ด้านการลงทุน BOI หรือสิทธิพิเศษทางด้านภาษี ด้านการใช้แรงงาน ควรเป็นอย่างไร พื้นที่ใดควรจะได้รับการส่งเสริมในอุตสาหกรรมประเภทใด ข้อขัดข้องทางกฎหมายใดที่ควรได้รับการแก้ไข ด้านสาธารณูปโภคควรขยายอย่างไร ควรปรับปรุงหรือสร้างอะไรเพิ่มเติม เส้นทางการคมนาคม ขนส่ง logistics จะเป็นอย่างไร นิคมอุตสาหกรรมมีความจำเป็นหรือไม่ จะเป็นปัญหากับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหรือไม่ สิ่งเหล่านี้คือเรื่องที่จะต้องพูดจากันก่อน ต่างฝ่ายต่างหน่วยงานจะขอปรับปรุงโน่น ปรับปรุงนี่ ซึ่งบางเรื่องเป็นเรื่องที่ราชการปกติจะต้องทำอยู่แล้วแต่ไม่มีงบประมาณ ก็ต้องแยกว่าเป็นเรื่องลำดับ ประเภทไหน บางหน่วยงานก็เอาเรื่องที่เสนอตกค้างมาใช้ในการของบประมาณมาเสนอ แล้วถ้าจะถามว่าเกี่ยวข้องกับรูปแบบของพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างไร มันก็มีคำตอบเกี่ยวข้องกันได้หมด
 
     อย่างไรก็ตามการที่จะทำอะไรให้เป็นรูปแบบใหม่ก็ควรกำหนดกรอบ รูปร่าง และเป้าหมายไว้ก่อน ว่าถ้าแนวคิดของรัฐบาลหรือหรือนายกรัฐมนตรีเป็นแบบนี้ รูปร่าง รูปแบบ เป้าหมายควรเป็นอย่างไร อะไรควรทำก่อนหรือหลัง อะไรควรทำเป็นพิเศษ เร่งด่วน อะไรคือเรื่องปกติ เพราะถ้าจะให้ทุกหน่วยงานเสนอมาเพื่อจะใช้งบประมาณก็เสนอกันได้หมด แต่มันจะไปสนับสนุนแนวนโยบายโดยตรงในทันที หรือจะเกิดผลโดยทันทีหรือไม่ นี่ยังไม่ได้พูดถึงความเกี่ยวพัน หรือไม่เกี่ยวพันของรูปแบบการปกครอง ซึ่งก็จะต้องมาหาจุดเริ่มต้นให้ทุกฝ่ายได้เดินพร้อมกันในแนวทางเดียวกันเสีย ก่อน มันจึงจะเริ่มต้นได้ในทิศทางที่ควรจะเป็น

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-05-07 13:35:42



1


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.
Wachon Nim

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง