ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > พระเครื่อง

พระเครื่อง


เกร็ดพระ 25 พุทธศตวรรษ

พันธุ์แท้พระเครื่อง
ราม วัชรประดิษฐ์


ปี นี้มีการฉลองที่เรียกว่า 'พุทธชยันตี' 2,600 ปี 'ชย' คือ ชัยชนะ หมายถึงครบรอบการที่พระพุทธองค์มีชัยชนะเหนือหมู่มารได้แก่การตรัสรู้ปราบ พญาวสวัสตีมารา

ถ้าย้อนไปในปี 2500 ก็มีงานใหญ่โตมโหฬารงานหนึ่งตอนแรก ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ให้เรียกว่างานฉลองกึ่งพุทธกาล แต่ฟังดูแล้วคนค้านว่าเหมือนพระพุทธศาสนาจะมาถึงครึ่งทาง เหลืออีกแค่ครึ่งทางเลยเรียกกันใหม่ว่างานฉลอง 25 พุทธศตวรรษ

วัตถุ ประสงค์ในคราวนั้นคือ ต้องการให้เมืองไทยเป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนาแห่งโลก โดย ฯพณฯ เจ้าของมอตโตเชื่อผู้นำชาติพ้นภัย จะสร้างพุทธมณฑลขนาดใหญ่ที่สระบุรี เนื่องจากมีรอยพระพุทธบาทอยู่ด้วย มีการสร้างพระเครื่องปางลีลากันมากมายหลายชนิด มีการประกอบพิธีพุทธา ภิเษกเรียกได้ว่าไม่มีครั้งใดในประเทศจะยิ่งใหญ่เท่า และที่สำคัญองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปในพิธีและกดปั๊มพระพิมพ์นำฤกษ์อีกด้วย

พระเครื่องส่วนใหญ่ที่สร้าง จำหน่ายจ่ายแจกจะเป็น เนื้อชินตะกั่ว และเนื้อดินโดยสร้างอย่างมากมายมหาศาล ประชาชนตอนนั้นทั้งประเทศมีอยู่ประมาณห้าล้านคน ท่านให้สร้างเกือบสองล้านห้าแสนองค์ คือกะว่าทุกบ้านทุกครัวต้องช่วยกันเช่าจนหมด และหลงเหลือมาถึงปัจจุบันมากพอสมควร เช่น เนื้อชิน ที่มีส่วนผสมของ ดีบุก ตะกั่ว พลวง ทำให้องค์พระมีประกายวาวๆ คล้ายปรอท แถมบล็อกยังแตกออกเป็นที่นิยมมีเข็มซึ่งเป็นเส้นเล็กๆ คล้ายแท่งเข็มใต้บัว กับพิมพ์ไม่มีเข็ม ก็เป็นที่เล่นหากัน ส่วนพระเนื้อดินนั้นสวยงามด้วยขนาดสีสันวรรณะมีหลากหลายสีโดยเนื้อดินนำมา จากทะเลสาบสงขลา ดินจากสังเวชนียสถาน 4 แห่งอันเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธองค์และดินศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ

ที่สำคัญ ก็คือยังมีการสร้างเป็นเนื้อทองคำ 2,500 องค์ หนัก 6 สลึง บูชาองค์ละ 25,000 บาท ให้ผ่อนได้ ข้าราชการสมัยก่อนได้รับการขอแกมบังคับผ่อนกันถ้วนหน้า รวมทั้งพวกไปเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล หรือทำธุรกรรมกับหน่วยงานราชการด้วย

ที่อยากจะพูดถึงอีกก็คือ นอกจากที่เราเห็นๆ เป็นรูปพระยืนลีลา องค์ออกไปทางยาว แล้วจะเห็นรูปเหรียญใบเสมา อันนี้เป็นเหรียญของกองกษาปณ์ที่สร้างขึ้นมาสมทบ สวยดีเหมือนกัน และในการสร้างพระ 25 พุทธศตวรรษนี้ยังมีเนื้อนาก และเนื้อเงิน อีกด้วย

พระเนื้อนากและเนื้อเงินทำไม่มาก ผมตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่าเขาทำแจกพระเกจิอาจารย์ที่มาร่วมพิธีปลุกเสกรวม 108 รูป และอาจจะแจกกรรมการท่านๆ เธอๆ อีกนิดหน่อยเท่านั้น เรียกว่าทำจำนวนน้อยจะหาองค์แท้ในปัจจุบันยากเย็นยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร หาเนื้อทองคำง่ายกว่าว่างั้นเถอะ ด้วยเหตุดังกล่าวจึงทำให้มีการปลอมพระเนื้อนากและเนื้อเงิน อุปโลกน์ใส่กล่องตีตราธรรมจักรขายกันอยู่ทั่วไป เพราะฉะนั้นต้องระวังให้จงหนัก เนื่องจากความหายาก ทำให้ราคาพุ่งขึ้นเป็นหลักแสนครับ

ทีนี้มาถึงคำถามว่าแล้ว 'พระ 25 พุทธศตวรรษ' มีปลอมไหม ขอตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่าพระใดมีราคาเล่นหา พระนั้นมีการทำเทียมแน่นอน ไล่ตั้งแต่เนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อนาก มาจนถึงชินตะกั่วและเนื้อผง ซึ่งมีข้อน่าสังเกตคือ ถ้าเป็นของแท้ด้วยแรงกระแทกของเครื่องปั๊มสมัยก่อน จะส่งผลให้ผิวด้านหน้าขององค์พระตึงแน่นเป็นประกายมองดูคล้ายเส้นรัศมี กระจายออกจากตัวองค์พระ

เนื้อทองคำนั้นจะมีแม่พิมพ์เดียวแล้วบล็อก ไม่แตก จึงไม่มีเข็มใต้ฐานบัวปรากฏอยู่ ส่วนเนื้อชินนั้นแม้ราคาจะยังไม่แพงแต่กลับมีปลอมกันทั่วไป ให้สังเกตรอยเส้นที่แล่นผ่านยันต์ด้านหลังขององค์พระเป็นสำคัญ และอีกอย่างให้ดูเนื้อเล่นเนื้อมันๆ วาวๆ เพราะดีบุกผสมตะกั่ว ดีกว่าเล่นเนื้อดำ แล้วขอบข้างองค์พระเนื้อโลหะทั้งหมดจะไม่บางมากนะครับ เพราะเป็นพระที่ใช้เทคโนโลยีการปั๊มสมัยใหม่ช่วงปี 2500 ซึ่งสามารถกระแทกตัดโลหะได้แล้ว

สำหรับพระผงนั้น เนื่องจากทำเป็นจำนวนมากและสมัยก่อนเหลือเป็นจำนวนมาก จึงมีการนำบางส่วนไปบรรจุกรุ ส่งผลให้เมื่อมีการเปิดพบบางกรุในปัจจุบันจะพบเห็นองค์พระที่มีคราบไคลจาก การอยู่ในกรุ และองค์พระจะหดตัวลงเล็กน้อยถ้าเทียบกับที่ไม่ได้เข้ากรุ ส่วนพุทธคุณนั้นไม่ต้องให้พูดถึงเรียกว่ายอดเยี่ยมถึงที่สุดก็แล้วกัน มีผู้ใหญ่เคยเล่าให้ฟังว่า มีนักโทษห้าหกคน อาวุธครบมือทั้งมีดทั้งปืน แหกคุกออกมายิงใส่ผู้คุมที่ทัด 25 พุทธศตวรรษอยู่หลังหูองค์เดียว ผลปรากฏว่าไม่มีการระคายผิวหนัง พวกรังพระใหญ่ๆ ในอดีตจะตามเก็บพระ 25 พุทธศตวรรษกันทุกรังเลยแหละครับผม

 



ผู้ตั้งกระทู้ Admin กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์ :: วันที่ลงประกาศ 2012-03-17 08:06:37


1

ความเห็นที่ 66 (2978042)
ศาสนา-พระเครื่อง : ข่าวทั่วไป
วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2556

 

พระพิมพ์สมเด็จแตกลายงาสุดยอดมวลสารดั้งเดิม'มูลนิธิพุทธคยา'

พระพิมพ์สมเด็จแตกลายงาสุดยอดมวลสารดั้งเดิมของ'มูลนิธิพุทธคยา' : พระองค์ครู เรื่องไตรเทพ ไกรงู ภาพ ประเสริฐ เทพศรี

             "พระสมเด็จวัดระฆัง" ที่มีรูปลักษณะเป็น "สี่เหลี่ยมชิ้นฟัก" พิมพ์พระสมเด็จวัดระฆังที่เป็นพิมพ์นิยม ๑.พิมพ์ใหญ่ ๒.พิมพ์ทรงเจดีย์ ๓.พิมพ์เกศบัวตูม
๔.พิมพ์ปรกโพธิ์ และ ๕.พิมพ์ฐานแซม

             ทั้งนี้มีการตีความและแปลความหมายไว้ที่น่าสนใจ ดังนี้

             ๑.พระสมเด็จรูปสี่เหลี่ยม หรือสี่มุม หมายถึง อริยสัจจ์ 4 คือพระธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้

             ๒.องค์พระหมายถึง พระพุทธองค์

             ๓.ซุ้มครอบแก้วหมายถึง อวิชาที่ครอบคลุมพิภพ

             ๔.แนวองค์พระเป็นสามเหลี่ยมหมายถึงพระรัตนตรัย

             ส่วน ฐานชุกชี มีตั้งแต่ ๓-๙ ชั้น ซึ่งมีความหมายดังนี้

             ๓ ชั้น หมายถึง พระไตรปิฎก

             ๕ ชั้น หมายถึง ขันธ์ทั้งห้า เบญจศีลเบญจธรรม

             ๖ ชั้น หมายถึงสารานิยธรรมหก

             ๗ ชั้นหมายถึงอปริหานิยธรรมเจ็ด

             ๙ ชั้นหมายถึง มรรค ผล นิพพาน (มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑) 

             เนื้อพระทำมาจากผงวิเศษ หรือผงกฤติยาคม ประกอบด้วยผงวิเศษสำคัญ ๕ อย่าง คือ อิทธเจ, ตรีนิสิงเห, ปัถมัง, มหาราช และพุทธคุณ หมายถึง เมตตา, ความรัก, เสน่ห์, ปลอดภัย, ทนต่อศาตรา และปฏิหาริย์

             นอกจากนี้แล้วยังมีมวลสารที่เป็นมงคล คือ เกษรดอกไม้ ๑๐๘ ชนิด ว่านยา และว่านมงคล, สมุนไพรต่างๆ อัญมณีต่างๆ แร่ธาตุ, พระธาตุ, พระเก่าโบราณ, ไม้มงคล, ดินโป่ง, ก้านธูปบูชาพระรัตนตรัย, หินเปลือกหอย, ผลไม้, กระยาหาร, ข้าวหอม, ไคลเสมา, ไคลเสาตะลุงช้างเผือก, ดินสอพอง, ปูนตายซาก, หมุดเงินทอง, ทราย เงินทอง, ใบลาน, น้ำอ้อย, ยางไม้, น้ำมันตังอิ้ว, ผงตระไบพระทอง

             ทั้งนี้ จากการสืบค้นในตำราและข้อเขียนของผู้รู้หลายท่านได้กล่าวไว้ว่า คุณหลวงวิจารณ์เจียรนัย เป็นผู้หนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการให้ความเห็นถึงกรรมวิธีในการสร้างพระ สมเด็จให้มีความคงทน สวยงาม ด้วยการเพิ่มมวลสารที่ยึดเกาะ และเป็นผู้หนึ่งที่ได้แกะพิมพ์พระสมเด็จถวายซึ่งกล่าวกันว่ามีความสวยงามไม่ น้อยเช่นกัน

             “พระพิมพ์สมเด็จ” เป็นการจำลองแบบพระประธานในพระอุโบสถมาเป็นแบบในรูปแบบที่เรียบง่ายแต่ยังคง ด้วยความยิ่งใหญ่น่าเลื่อมใส ส่วนใหญ่ทำจากเนื้อหามวลสารที่ทรงคุณค่ายิ่ง โดยเฉพาะผงวิเศษต่างๆ ที่ได้รังสรรค์ขึ้น ก่อเกิดพุทธคุณอันลึกล้ำเกินจินตนาการ ในปัจจุบันแม้ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ท่านจะมรณภาพไปนานแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๑๕ กว่า ๑๔๑ ปีแล้วประชาชนก็ยังมิคลายความศรัทธาลงแต่ประการใด แต่ยังจะยิ่งความศรัทธามากขึ้น ดั่งปรากฏมีการสร้างสิ่งสักการะที่เกี่ยวข้องกับ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) อย่างมากมาย

             สำหรับภาพพระองค์ครูฉบับนี้เป็นภาพ "พระพิมพ์สมเด็จแตกลายงาน ย้อนยุค หลังเหรียญสมเด็จโต เลี่ยมทองไมครอนกันน้ำ" ที่จัดสร้างโดยพุทธสถานมูลนิธิพุทธคยา อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เพื่อสมทบทุนสร้างสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ขนาดใหญ่ประมาณความสูงรวมฐาน ๔๑.๙ เมตร ฐานหน้าตักกว้าง ๒๓.๙ เมตร

             พระพิมพ์สมเด็จย้อนยุคขึ้น เป็นครั้งแรกในรูปแบบดั้งเดิมเหมือนของเก่า ซึ่งการจัดสร้างได้รวบรวมมวลสาร ว่าน ยา ผงวิเศษต่างๆ อันศักดิ์สิทธิ์ ที่เกี่ยวข้องมาเป็นมวลสารหลักสำคัญ โดยได้ประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษก อย่างเป็นทางการโดยได้รับอนุญาตจากท่านเจ้าประคุณพระธรรมธีรราชมุนี (เจ้าคุณเที่ยง) เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ให้ประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกเป็นครั้งแรกในรอบ ๑๐ ปีนี้ ณ มณฑลพระวิหารท่านเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ในวันที่ ๑๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา

             ในพิธีมหาพุทธาภิเษก มีเกจิอาจารย์มากมายที่ทรงคุณมานั่งปรกในพิธีมหาพุทธาภิเษกเช่น หลวงพ่อเพี้ยน วัดเกรินกฐิน จ.ลพบุรี หลวงพ่อสิริ วัดตาล จ.นนทบุรี หลวงพ่อฟู วัดบางสมัคร จ.ฉะเชิงเทรา หลวงพ่อสมชาย วัดปริวาสราชสงคราม กทม. หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน จ.พระนครศรีอยุธยา และพระเกจิอีกมากมาย ประกอบพิธีอย่างเข้มขลังเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าที่ต้องจารึกไว้

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-08-25 12:11:06


ความเห็นที่ 65 (1518103)

12 สิงหามหาราชินี ปีพุทธชยันตี 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย

 

ล็อกเกตในหลวงรัชกาลที่ 5 พระพุทธเจ้าหลวงของปวงชนชาวไทย หมู่ชนบางสังคมถวายพระนามว่า เสด็จพ่อ ร.5 เป็นภาพซีเปียสมัยยังทรงพระเยาว์ หายากสุดๆ ของบอย ท่าพระจันทร์

 

 

พระสมเด็จจิตรลดา เป็นพระเครื่องพิมพ์เดียวในประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้างด้วยฝีพระหัตถ์ ตั้งแต่ปี 2508-12 จำนวน 3,000 องค์ พิมพ์เล็กองค์นี้ของเสี่ยปรีชา ชัยรัตน์

 

 

พระสมเด็จเกศไชโย เมืองอ่างทอง ยอมรับกันว่าสมเด็จพระพุฒาจารย์โต วัดระฆัง เป็นผู้สร้างด้วยเนื้อผงอุทิศให้โยมมารดา องค์นี้พิมพ์ 7 ชั้นนิยม ของเสี่ยวิชัย คิง เพาเวอร์

 

 

พระสมเด็จบางขุนพรหม เสมียนตราด้วง ต้นตระกูลธนโกเศศสร้าง ให้สมเด็จโต วัดระฆัง ปลุกเสกช่วงปี 2411-13 มีผงวิเศษสมเด็จโตเป็นส่วนผสมพิมพ์สังฆาฏิ องค์นี้ของคุณจรัญ คล้ายเงิน

 

 

พระผงของขวัญรุ่น 1 หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ พิมพ์ที่ 7 จุดเด่นขอบสบงคู่จะเยื้องกัน ท่านละสังขาร 3 ก.พ.02 อายุ 75 ปี สมณศักดิ์สุดท้ายเป็นพระราชาคณะที่พระมงคลเทพมุนี ของติ นครปฐม

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-08-15 12:25:22


ความเห็นที่ 64 (1496201)

 

วันนี้สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย จัดตรวจเช็คออกใบรับรองพระแท้ ที่เดอะมอลล์งามวงศ์วาน ชั้น 4 มีพระชุดเบญจภาคี พระเนื้อดิน พระหลวงปู่ทวด และเหรียญปั๊มพระพุทธพระคณาจารย์ ค่าตรวจเช็คองค์ละ 300 บาท ยกเว้นพระเบญจภาคี 500 บาท รายได้มอบให้มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เริ่มรับพระตั้งแต่ 10.00 น.

งานนี้เหมาเครื่องบิน 20 ที่นั่งไปช่วยคลายเหงากับ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 สังสรรค์กับเพื่อนวงการพระที่มีน้ำใจให้กันมาตลอด ที่ริมหาดสมิหรา หน้าโรงแรมบีพี.สงขลานั่นแหละ เมื่อค่ำวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา รักษ์ ศรีเกตุ ตัวประสานหลักเชิญบิ๊กๆ สมาคมพระไปเกือบหมด ตั้งแต่ พยัพ คำพันธุ์, ต้อยเมืองนนท์, โอ๋กันตนา, อ้าสุพรรณ, ป๋องสุพรรณ, ดามพ์สุพรรณ, เช็งสุพรรณ, แก้วราชบุรี, หมึกท่าพระจันทร์, ยี่บางแค, อ้วนนครปฐม, วัฒน์บางแค, พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง เป็นต้น บรรยากาศในงานริมหาดมีแค่คนวงการพระเครื่องจากสมาคมฯ จึงเป็นบรรยากาศเป็นที่ครื้นเครง ผู้บัญชาการแป๊ะกล่าวถึงความหลังผู้พันมานานนับสิบๆ ปี อยู่กรุงเทพฯ ไม่มีเวลาพบกันและ ตบท้ายด้วยความเหงาจึงรบเร้าให้มาเยือนมาเยี่ยมก็เท่านั้น เสี่ยรักษ์ ศรีเกตุ คนที่มีความผูกพันกันแนบแน่นเหมือนเกลียวเชือกบอกกับนักข่าวว่า อาหารและบรรยากาศวันนั้นเป็นใจให้พวกเราได้สนุกครื้นเครงกันเต็มที่ ทำให้พี่แป๊ะหายเหงาแล้วผมดีใจจริงๆ ครับ อ่านข่าวนี้แล้วไม่รู้ว่าหน้าตาพี่แป๊ะเป็นยังไงก็ให้ไปดูได้ที่รูปใบเบ้อเร่อติดหน้าร้านรักษ์ ศรีเกตุ มีลายเซ็นต์ด้วยก็คนนั้นแหละ

ติ อรรถภูมิ บุญเกียรติ หลังจากไม่ประสบความสำเร็จในการจัดประกวดพระ ที่เดอะมอลล์ บางแค ได้เงินไปแค่ 1.6 ล้าน ถวายพระวัดบรมธาตุชัยนาทไป 500,000 บาท จวนเจียนขาดทุนก็ยังมีน้ำใจจัดเลี้ยงกรรมการ ไปเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.นี้ ที่โรงแรมเดอะริช คนที่ไปร่วมงานมึนงงกับการประกาศว่า จะจัดประกวดพระทุกเดือน เอาแค่ 300-400 รายการ

องอาจ อำไพกุลวัฒนา แกนประสานงานให้ติ อรรถภูมิมาสองครั้ง ยืนยันว่าตนเองไม่เห็นด้วย กับการทำแบบนี้เพราะการประกวดพระเครื่องเป็นเรื่องงานกุศลไม่ใช่การทำกินเป็นอาชีพ คงไม่มีกรรมการคนไหนไปช่วยได้ตลอด ดูจะเป็นการหาเงินเข้ากระเป๋ามากกว่าผมไม่เอาด้วยแน่นอน อยากให้เขาเลิกคิดและในที่สุดจะไม่มีเหลือคำว่าประกวดพระมาตรฐานของสถาบันโบราณศิลป์อีกต่อไป

เซียนพระเครื่องในสนามพระท่าพระจันทร์เซ้งร้านหนีไปเปิดที่อื่น มีร้านพระใหม่ขายเครื่องลายครามเข้ามาแทนที่ในสนาม ที่เป็นตักศิลาของวงการพระเครื่อง ทำให้เซียนพระที่ยังอยู่ไหวตัวรีบหารือด่วนเมื่อสองวันก่อน ประธานชมรมพระเครื่องท่าพระจันทร์ เป็นแกนนำกล่าวถึงร้านพระใหม่ขายเครื่องลายคราม และร้านพระเก๊ลุกคืบเข้ามาแทนที่ร้านเซียนเก่าๆ ที่มีฝีมือ เป็นเหตุ ให้ต้องพัฒนาสนามพระท่าพระจันทร์เร่งด่วน 4 ข้อคือ หาที่จอดรถให้ลูกค้า ทำป้ายบอกทางเข้าให้ดูเด่นเห็นแต่ไกลมีแสงไฟในตัวป้าย ปรับปรุงทางเข้าสนามพระที่รกรุ่งรังด้วยสายไฟสายโทรศัพท์ตกแต่งทาสีใหม่ให้สวยงาม และขอให้ร้านค้าทุกร้านเปิดบริการถึงห้าโมงเย็น มีการแบ่งหน้าที่ไปเจรจามาเสนอที่ประชุมอีกหนโดยด่วน ข่าวว่า กิม ท่าพระจันทร์ ไปเจรจากับผู้จัดการที่จอดรถในวัดมหาธาตุให้ได้แล้ว

หมูชลบุรี ถูกยกเค้า โจรกรรมพระเครื่องเกลี้ยงบ้านพันกว่าองค์ เหตุเกิดจาก พรชัย โรจนศิริพงษ์ หรือหมูชลบุรี ไปช่วยงานประกวดพระข้ามคืน เมื่อ 13 พ.ค.55 กลับเข้าบ้านจึงรู้ว่าโจรปีนหลังคาโรงรถเข้าถึงตัวบ้านตอนตี 4 มา 4 คนใส่หมวก สวมแว่นดำ สวมถุงมือ กล้องวงจรปิดบันทึกได้แจ๋วแหว ใช้รถเก๋งเป็นยานพาหนะจอดดูลาดเลา และเข้ามาในบ้านอยู่ด้านนอกหนึ่งอีกสองงัดเข้าในบ้านกวาดพระเครื่องพระบูชาใส่เป้สะพายไปอย่างใจเย็น

ผ่านไปครึ่งเดือน หมูชลบุรี ตระเวนตามล่าหาคนชั่วกลัวข่าวรั่วตามยาก แต่ เทวดากลับเห็นใจให้ดูเว็บไซต์เจอประกาศปล่อยจำได้ว่านี่มันใช่ของเราที่สะสมไว้ เลยเข้าหารือตำรวจท้องที่สะเม็ดออกหมายเรียก ตัวเจ้าของพระที่โฆษณาปล่อยในเว็บให้พาไปเอาตัวคนเช่าอยู่ริมถนนทางเท้า ข้างวัดมหาธาตุได้เรียบร้อย เขาชื่ออากู๋ บอกตำรวจว่าผมรับเช่าไว้อีกต่อเพียงไม่กี่องค์ที่ผมดูแล้วชอบ ตำรวจลงบันทึกให้คืนพระทั้งหมด ข่าวว่ายังมีภาคสองต่ออีก

นายพลคนดังวงการพระเครื่องมาแปลก สร้างพระแบบไม่ขาย พลเอกไตรรงค์ อินทรทัต ได้จัดสร้างเหรียญ 2 หน้า หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ และหลวงพ่อจำเนียร วัดถ้ำเสือ จ.กระบี่ รุ่น 2 พลัง เป็นเหรียญรูปไข่ เนื้อทองแดง เงินและทองคำ ทั้งหมดไม่มีการวางจำหน่ายในตลาดพระ แต่ให้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพสร้าง ออก 300 บาท ได้เนื้อทองแดง 1 เหรียญ ออก 3,000 บาท ได้เนื้อเงิน 1 เหรียญ และทองคำเหรียญละ 1 แสน สนใจรีบแจ้งไปที่พลตรีพลภัทร เรืองสอน กระทรวงกลาโหม 0-4657-7271 หรือ นาวาเอกหญิงพรพยุง นาคสุข กรมแผนที่ทหาร 08-6099-5806 ภายในวันที่ 15 สิงหาคมนี้เท่านั้น จะทำปลุกเสก 31 สิงหาคม 2555 ที่วัดบ้านไร่โดยมีหลวงพ่อคูณเกจิดังภาคอีสานและหลวงพ่อจำเนียรเกจิดังภาคใต้ปลุกเสกด้วยกัน รายได้ถวายหลวงพ่อคูณ 1 ล้านบาท พร้อมเหรียญพระนอกนั้นแจกทหารตำรวจและคนทำความดีเพื่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ และคณะแพทย์โรงพยาบาลศิริรราชที่ดูแลพระพลานามัยในหลวงของเราครับ สาธุ

เปิดแล้วอาคารที่จอดรถวัดระฆังวัดหลวงพ่อโตพรหมรังสี ผู้สร้างพระสมเด็จอันโด่งดัง หลังจาก คนไปทำบุญจอดรถในวัดระฆังถูกมือดีขีดข่วนเสียหาย หลวงพ่อเที่ยงเลยใช้เงินวัด 80 ล้านสร้างซะเลยได้ 6 ชั้น ชั้นที่ 7 เป็นที่ปฏิบัติธรรมให้จอดฟรี 1 ชั่วโมงต่อไปชั่วโมงละ 20 บาทครับก็ถือว่าทำบุญบำรุงวัดท่านลงทุนไปเยอะแล้ว

อาทิตย์หน้า 17 มิถุนายน 2555 พบกันที่งานประกวดพระเครื่องมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รางวัลดีมีหนังสือหลวงพ่อทวดเล่มละ 2,500 แจก….สวัสดี

วันชัย สอนมีทอง

 

วันที่ 11/06/2555 เวลา 6:20 น.

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-06-11 16:37:55


ความเห็นที่ 63 (1494357)

สุดยอดพระปิดตา

พันธุ์แท้พระเครื่อง
ราม วัชรประดิษฐ์

 



′พระปิดตา หรือ พระภควัมบดี′ เป็นคติการสร้างรูปจำลองแห่งพุทธสาวก คำว่า ′ภควัมบดี′ หรือ ′ภควัมปติ′ ซึ่งแปลว่า ผู้มีความงามละม้ายเหมือนพระผู้มีพระภาคเจ้า อันเป็นอีกนามหนึ่งของพระมหาสังกัจจายนะ หนึ่งในพระสาวกผู้ทรงเอตทัคคะ (หมายถึง เป็นเลิศ) ที่มีทั้งหมด 80 รูปของพระพุทธองค์

พระมหาสังกัจจายนะ เกิดในวรรณะพราหมณ์ ณ กรุงอุชเชนี มีผิวกายดุจทองคำมาตั้งแต่กำเนิด จึงได้นามว่า ′กาญจนะ′ ท่านได้อุปสมบทโดยเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือพระพุทธเจ้าทรงบวชให้ ท่านมีความเป็นเลิศทางการย่อพระธรรมคัมภีร์ให้สั้นลง และอธิบายความหมายให้ผู้ฟังเข้าใจได้อย่างละเอียดแจ่มแจ้ง ท่านมีรูปร่างและผิวกายที่งดงามมาก จนได้สมญานามว่า ′พระภควัมปติ′

ด้วยความงดงามแห่งรูปกายนี้เอง ก่อให้เกิดความหลงใหลคลั่งไคล้จากฝูงชนทั้งชายหญิงจนเกิดเป็นเรื่องพิพาทกันไม่รู้จักจบสิ้น ทำให้ท่านเกิดสลดสังเวชในใจพิเคราะห์ดูว่าการมีรูปกายงดงามก่อให้เกิดทุกข์มากมาย จึงตั้งสมาธิอธิษฐานเปลี่ยนสรีระรูปร่างกลายเป็นร่างต่ำเตี้ย อุทรพลุ้ย ศีรษะใหญ่ ขาสั้น อันเป็นลักษณะของ ′พระสังกัจจายน์′ ที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน แต่ถึงแม้จะอธิษฐานเปลี่ยนสรีระแล้ว ผลแห่งกุศลในอดีตชาติยังส่งให้ท่านเป็นที่รักใคร่นิยมยินดี มีแต่ผู้ให้ลาภสักการะสรรเสริญตลอดมามิมีขาด

ด้วยความนิยมในพุทธสาวกรูปนี้ โบราณาจารย์จึงได้จำลองลักษณะแห่งพระภควัมบดีในรูปพระเครื่องศักดิ์สิทธิ์อันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในหลายลักษณะ อาทิ พระสังกัจจายน์ อันเป็นที่รักใคร่นิยมยินดี เปี่ยมไปด้วยลาภสักการะสรรเสริญ พระปิดตาทวารทั้ง 9 อันเป็นการปิดกั้นอาสวะกิเลสแห่งทวารเข้าออกทั้ง 9 ของร่างกาย หรือ พระปิดตามหาอุด อันเป็นการป้องกันสรรพภยันตรายทั้งหลายทั้งปวง ส่วนวัตถุมวลสารที่นำมาประกอบเป็นองค์พระก็จะมีทั้งเนื้อชินตะกั่ว เนื้อผงคลุกรัก เนื้อผงใบลาน เนื้อผงมวลสาร เนื้อสัมฤทธิ์ เนื้อเมฆพัด เนื้อเมฆสิทธิ์ เป็นต้น

ในกระบวนพระปิดตาของพระเกจิอาจารย์แต่โบร่ำโบราณที่ยอมรับกันว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดพระปิดตาด้วยกันก็คือ ′พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์′

หลวงพ่อแก้ว ถือกำเนิดจากครอบครัวชาวประมงจังหวัดเพชรบุรี ในราวปลายรัชกาลที่ 2 บางตำนานระบุว่า ท่านเป็นคนบ้านบางแก้ว อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ได้อุปสมบทที่วัดพระทรง จ.เพชรบุรี ก่อนที่จะธุดงค์ไปบูรณะวัดเครือวัลย์ แขวงบางปลาสร้อย จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของสุดยอดพระปิดตาอันดับหนึ่งของประเทศไทย

พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว เนื้อผงคลุกรัก หรือจุ่มรัก นับเป็นราชาแห่งพระปิดตาเนื้อผง สูงด้วยความนิยมและมูลค่า โดยเฉพาะคำร่ำลือทางด้านเสน่ห์ และเมตตามหานิยม ซึ่งเล่าขานสืบทอดกันมาว่า ในการจัดสร้างพระปิดตาของหลวงพ่อนั้น มีเศษผงที่เหลือจากการจัดสร้างปลิวไปตกในตุ่มน้ำ สาวแก่แม่ม่ายที่วักน้ำลูบเนื้อตัวให้เป็นอันต้องมนต์ลุ่มหลงเกิดเสน่หาถ้วนทั่วทุกตัวตน จนมีผู้พยายามขูดเนื้อขององค์พระปิดตา เพื่อนำไปใช้ล่อหลอกหญิงสาวจนเกิดเรื่องราวกันมาแล้วมากมาย หลวงพ่อแก้วท่านจึงดำริให้นำพระมาจุ่มรักหรือคลุกรักเสีย เพื่อมิให้ผู้ใดขูดนำไปใช้ในทางมิชอบ ซึ่งผงคลุกรักนี้แบ่งออกได้เป็น 3 พิมพ์ คือ

1.พิมพ์ใหญ่ ให้สังเกตจะเห็นกำไลข้อพระบาทและส้นพระบาท สะดือจะนูนขึ้นมาเล็กน้อย พิมพ์ด้านหลังทั้งหลังแบบ หลังเรียบ และหลังยันต์ (อุทับถม) การที่สร้างเป็นหลังแบบนั้น ด้านหลังเป็นรูปองค์พระเหมือนด้านหน้ากดเว้าลึกลงไป พระเศียรด้านหลังที่เว้าลึกจะไม่ลึกมาก และจะรีคล้ายไข่เป็ด สำหรับองค์ที่ติดชัดจะเห็นนิ้วขึ้นเป็นไรๆ บริเวณพระหัตถ์ทั้งสองข้าง ส่วนหลังยันต์พบน้อยมาก

2.พิมพ์กลาง หลังแบบ หลังเรียบ หลังยันต์

3.พิมพ์เล็ก

เนื้อของพระปิดตาหลวงพ่อแก้ว ส่วนมากที่พบจะเป็นเนื้อละเอียด และมักปรากฏเม็ดสีน้ำตาล สีแดง ซึ่งเกิดจาก ′ว่าน′ ขึ้นประปราย ถ้าหากลึกเนื้อในจะละเอียดเป็นสีน้ำตาลอมดำ คนโบราณเรียก หลวงพ่อแก้วเนื้อกะลา เพราะจะเห็นเป็นจุดเล็กๆ คล้ายกะลาเก่าขัดมัน บางองค์มีการปิดทอง ซึ่งต้องดูทองเก่าให้เป็น เพราะทองเก่าเนื้อจะออกสีแดงอมเหลืองและด้าน ไม่เหมือนกับทองใหม่ซึ่งจะเป็นมันวาว

การพิจารณาพระปิดตาหลวงพ่อแก้ว เนื่องจากองค์พระผ่านกาลเวลาเนิ่นนาน ทำให้มักมีข้อถกเถียงกันพอสมควร ต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์การเห็นพระแท้มามากๆ แต่การที่พิมพ์ทรงมีรูปแบบที่เป็นมาตรฐาน รวมทั้งเนื้อหามวลสารจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงยากที่ของเทียมเลียนแบบจะทำได้เหมือนและนับเป็นสุดยอดพระปิดตาของสยามเลยละครับผม



 



 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-06-05 09:06:33


ความเห็นที่ 62 (1493312)

วัตถุมงคลหลวงพ่อทับ วัดทอง บางกอกน้อย




วัดสุวรรณาราม หรือวัดทอง บางกอกน้อย กทม. เป็นวัดโบราณที่มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา เดิมมีชื่อว่า 'วัดทอง' ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างว่าผู้ใดเป็นผู้สร้างวัดแห่งนี้ แต่ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์เรื่อยมาโดยเฉพาะในครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ โปรดเกล้าฯ ให้รื้อวัดทองเสีย แล้วสถาปนาขึ้นใหม่ทั่วทั้งพระอาราม สร้างพระอุโบสถเก๋งด้านหน้า วิหารกำแพงแก้วและอื่นๆ

เมื่อสถาปนาแล้วเสร็จจึงพระราชทานนามใหม่ว่า 'วัดสุวรรณาราม' นอกจากนี้ สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท มีพระราชศรัทธาสร้างเครื่องป่าช้าขึ้นคือ 'เมรุ' สร้างหอสวดมนต์ หอทิ้งทานโรงโขน โรงหุ่น ระทา และพลับพลา โรงครัวพร้อมทุกอย่างถวายเป็นสมบัติของพระบรมมหาราชวัง สำหรับพระราชทานเพลิงศพอีกส่วนหนึ่ง

ในยุครัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้มีงานฉลองวัดสุวรรณาราม เมื่อปีพ.ศ.2374 ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้ฉลองพร้อมกันรวม 9 พระอาราม คือ วัดราชโอรส ที่ทรงบูรณปฏิสังขรณ์มาตั้งแต่รัชกาลที่ 2 มาสำเร็จในปีนั้น และอีก 8 พระอาราม คือ วัดสระเกศ วัดราชสิทธาราม วัดอรุณราชวราราม วัดภคินีนาถ วัดโมลีโลกยาราม วัดระฆังโฆสิตาราม วัดพระยาทำ และวัดสุวรรณาราม ทั้งหมดบูรณะสำเร็จบ้าง ยังค้างคาอยู่บ้าง ซึ่งก็โปรดให้ฉลองพร้อมกัน

พระมหาเฉลิมชัย ปภัสสโร วัดสุวรรณาราม กล่าวว่า ความโด่งดังและมีชื่อเสียงของวัดแห่งนี้ นอกเหนือจากความงดงามในคุณค่าของ 'จิตรกรรมฝาผนัง' ในพระอุโบสถ อันเป็นผลงานของจิตรกรเอกในสมัยรัชกาลที่ 3 คือ ครูทองอยู่และครูคงเป๊ะแล้ว ชื่อเสียงของวัดทอง หรือวัดสุวรรณารามยังคงเป็นที่รู้จักกันสำหรับนักสะสมพระเครื่อง โดยผ่านทางพระพิมพ์ซึ่งเป็นมรดกของหลวงพ่อทับ อดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของวัดทอง ที่รู้จักกันดีคือ 'พระปิดตามหาอุด' ซึ่งมีทั้งเนื้อสำริดเงิน เนื้อชินตะกั่ว เนื้อเมฆพัด เนื้อสำริดแบบขันลงหิน เนื้อผงคลุกรัก และเนื้อแร่บางไผ่ ถือได้ว่าเป็นเนื้อพิเศษที่พบเห็นได้น้อยหายาก ด้วยหลวงพ่อทับได้เนื้อแร่บางไผ่มาจากหลวงปู่จัน วัดโมลี จ.นนทบุรี ต้นฉบับพระปิดตาแร่บางไผ่แห่งนนทบุรี นั่นเอง

ย้อนหลังไปกว่า 150 ปี พระครูเทพสิทธิเทพาธิบดี หรือหลวงพ่อทับ อดีตเจ้าอาวาสลำดับที่ 9 ของวัดทองได้ถือกำเนิดขึ้น เมื่อ 15 ค่ำ เดือน 7 ปีมะแม ตรงกับวันที่ 29 พฤษภาคม 2390 ณ บ้านคลองชักพระ บางกอกน้อย ท่านเป็นบุตรคนโตของนายทิมและนางน้อย ปัทมานนท์

 


เมื่ออายุได้ 17 ปี บิดาได้นำไปฝากเป็นศิษย์ของ พระปลัดแก้ว ซึ่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดสุวรรณารามในช่วงก่อนที่ พระศีลสารพิพัฒน์ (ศรี) จะย้ายจากวัดสุทัศนเทพวราราม มาเป็นเจ้าอาวาสวัดสุวรรณาราม เพื่อเป็นศิษย์ร่ำเรียนหนังสือไทย และขอมอีกหนึ่งปีต่อมา เมื่ออายุได้ 18 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ศึกษาเล่าเรียนในสำนักพระปลัดแก้ว แล้วยังได้ศึกษาเพิ่มเติมกับ พระอาจารย์พรหมน้อย และพระครูประสิทธิ์สุตคุณ ที่วัดอัมรินทร์อีกด้วย

มีอายุครบ 20 ปี ได้อุปสมบทที่วัดช่างเหล็ก คลองบางกอกน้อย ธนบุรี โดยมี พระอธิการม่วง วัดตลิ่งชัน เป็นพระอุปัชฌาย์ พระปลัดแก้ว วัดทอง และ พระอาจารย์พึ่ง วัดรวก เป็นพระคู่สวด ได้รับฉายาว่า อินทโชติ

หลังบวชแล้วได้กลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดทอง หากแต่ได้ร่ำเรียนวิปัสสนากรรมฐานและวิชาพุทธาคม ไสยศาสตร์จากพระอุปัชฌาย์มิได้ขาดจนกระทั่งสำเร็จ

หลวงปู่ทับมรณภาพเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2456 สิริอายุ 66 ปี พรรษา 45

วัดสุวรรณาราม (วัดทอง) แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ จึงได้สืบสานการจัดสร้างวัตถุมงคลของหลวงพ่อทับ วัดทอง ด้วยการจัดพิธีมหาพุทธาภิเษกใหญ่ หลวงพ่อพระศาสดา (จำลอง) หน้าตัก 9 นิ้ว, 7 นิ้ว, 5 นิ้ว, เหรียญหลวงพ่อพระศาสดา, พระปิดตาหลวงปู่ทับ พิมพ์ยันต์ยุ่ง และ พระนางพญาขาโต๊ะ ณ พระอุโบสถวัดสุวรรณาราม กรุงเทพฯ ในวันจันทร์ที่ 4 มิ.ย.2555 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7

เวลา 15.39 น. พราหมณ์ทำพิธีบวงสรวงเทพยดา เวลา 16.39 น. พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 9 รูป เจริญพระพุทธมนต์ เวลา 17.39 น. พระพรหมดิลก วัดสามพระยา เป็นประธานจุดเทียนชัย พระเกจิอาจารย์นั่งปรกอธิษฐานจิต ทั้งสี่ทิศเวลา 18.39 น. พระธรรมธีราชมหามุนี เป็นประธานดับเทียนชัยเวลา 19.00 น. เป็นต้นไป

ผู้เข้าร่วมพิธีรับวัตถุมงคลฟรีจากพระราชปริยัติโมลี เจ้าอาวาสวัดสุวรรณาราม

สำหรับผู้ที่สั่งจองวัตถุมงคล ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานวัดสุวรรณาราม
 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-06-01 08:17:41


ความเห็นที่ 61 (1493040)

พระนาคปรกใบมะขาม พิมพ์หน้าเล็ก โดย แทน ท่าพระจันทร์

ชมรมพระเครื่อง

 

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน วันนี้เรามาคุยกันถึงพระเครื่องขนาดเล็ก แต่พุทธคุณยอดเยี่ยมและเป็นพระเครื่องที่ยังไม่เก่ามากนักแต่มีผู้นิยมและสนนราคาสูงพอสมควรครับ ซึ่งพระที่ผมจะพูดถึงในวันนี้คือพระนาคปรกใบมะขาม ของ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จังหวัดระยอง

พระนาคปรกใบมะขาม หรือบางท่านเรียกว่าพระนาคปรกองค์จ้อย สร้างในปีพ.ศ.2517 ซึ่งทางคณะศิษยานุศิษย์ของหลวงปู่ทิม นำโดยคุณชินพร สุขสถิตย์ ได้ดำเนินการจัดสร้างวัตถุมงคล เพื่อหาทุนทรัพย์ในการจัดสร้างศาลาการเปรียญให้แก่วัดละหารไร่ วัตถุมงคลชุดนี้ประกอบด้วย

1. เหรียญเจริญพร แบ่งเป็นเจริญพรบน และเจริญพรล่าง

2. พระนาคปรกใบมะขาม แบ่งเป็น เนื้อทองคำ 95 องค์ เนื้อเงิน 370 องค์ เนื้อนวโลหะ 160 องค์ เนื้อทองแดง 16,000 องค์ (มีพิมพ์หน้าใหญ่และพิมพ์หน้าเล็ก) เนื้อผงพรายกุมาร 400 องค์

เหรียญเจริญพรและพระนาคปรกใบมะขามองค์จ้อยนี้ จัดสร้างขึ้นมาเพื่อหาทุนทรัพย์ในการดำเนินการจัดสร้างวัตถุมงคลชุดชินบัญชรอันประกอบด้วย พระกริ่ง พระชัยวัฒน์ ชินบัญชร พระสังกัจจายน์ พระปิดตาปุ้มปุ้ย ซึ่งพระชุดชินบัญชรเป็นวัตถุมงคลหลักในการระดมทุนในการจัดสร้างศาลาการเปรียญ ก็เท่ากับว่าการจัดหาทุนสร้างศาลาการเปรียญนั้นมีการจัดหาทุน 2 ครั้งด้วยกัน

พระนาคปรกใบมะขาม และเหรียญเจริญพรหลวงปู่ทิม ท่านได้ปลุกเสกให้เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2517 พระนาคปรกใบมะขาม มีพุทธคุณเด่นทางด้านคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด และเมตตามหานิยม โชคลาภ นอกจากนี้ยังดีทางด้านกันเสนียดจัญไรต่างๆ ได้ชะงัดนัก ในตอนแรกที่ให้บูชานั้นเนื้อทองแดงราคาประมาณ 20 บาทเท่านั้น แต่ปัจจุบันนั้นหายากมาก เนื่องจากมีผู้ได้รับประสบการณ์ต่างๆ มากมาย จึงเกิดการเสาะหากันมาสนนราคาจึงสูงขึ้นหลายเท่าตัว ปัจจุบันเนื้อทองแดงราคาอยู่ที่หลักหมื่นทีเดียวครับ ส่วนของปลอมเลียนแบบนั้นมีมานานแล้ว เวลาจะเช่าหาควรระมัดระวัง และเช่าหาจากผู้ที่ไว้ใจได้ที่เป็นสายตรงจะดีกว่าครับ

หลวงปู่ทิมท่านปลุกเสกวัตถุมงคลได้เข้มขลังมาก วัตถุมงคลของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จึงมีประสบการณ์ดีทุกรุ่น ดังนั้นจึงมีผู้นิยมเสาะหาไว้บูชาทุกรุ่น สนนราคาก็สูงขึ้นมาก แต่ก็หาของแท้ๆ ยากนะครับ เนื่องจากมีราคาสูงและเป็นที่นิยม จึงมีผู้ทำปลอมลอกเลียนแบบกันมากครับ

ในวันนี้ผมได้นำรูปพระนาคปรกใบมะขาม พิมพ์หน้าเล็กมาให้ชมกันหนึ่งองค์ครับ



ด้วยความจริงใจ

แทน ท่าพระจันทร์



 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-05-31 09:11:44


ความเห็นที่ 60 (1492285)

 

 

ครบรอบ 40 ปี นสพ.บ้านเมืองผ่านไปด้วยความร่วมมือร่วมใจของผู้บริหารและพนักงานทุกคน ที่ตั้งใจทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เราทุกคนพร้อมที่จะทำหน้าที่ของสื่อที่ดีต่อไป ขอบคุณสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ที่นำร้านอาหารมาบริการเจ้าหน้าที่และแขกเหรื่อ

วันนี้ ผู้สนใจพระเครื่องพลาดไม่ได้ มีงานประกวดพระเครื่องเหรียญพระคณาจารย์ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่หอประชุมกองทัพเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ งานนี้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือ สพฐ. ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขา สพฐ.เป็นประธาน ได้ผู้ประสานงานที่มีคุณภาพทั้ง โกวิท แย้มวงษ์ และ ผอ.สมยศ สุทธิพันธุ์ คนขยันแห่งโรงเรียนวัดประยุรวงศาวาส เดินแจกการ์ดเชิญกรรมการเองถึงตัวทุกสนาม นายกสมาคมฯ คุณพยัพ คำพันธุ์ ได้เห็นแล้วงานนี้เป็นงานแรกหลังจากที่ออกนโยบายให้เจ้าของงานออกเชิญกรรมการเอง และยังส่งหนังสือเชิญกรรมการไปถึงบ้านอีกส่วนหนึ่ง ทำงานใหญ่ต้องถือคติฆ่าควายอย่าเสียดายเกลือ

พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ.อยุธยา ประธานจัดสร้าง พระรุ่น พระเทพรักษา ของนักเรียนนายร้อยรุ่น 22 จะจัดพิธีปลุกเสกใหญ่ มีพระแก้วมรกต พระพุทธโสธร พระพุทธชินราช หลงพ่อพระใส และพระพุทธสิหิงค์ ทั้งขนาดบูชาและเหรียญ ในวันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน 2555 นี้ ที่วัดพระแก้ว เวลา 18.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานและเททอง

วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2555 สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ให้ความร่วมมือกับมูลนิธิ ปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จัดงานเซอร์พระเครื่องรับตรวจเช็คพระ ออกใบรับรองพระแท้ ใครมีพระเบญจภาคี พระเนื้อดิน พระหลวงปู่ทวดและเหรียญพระพุทธพระคณาจารย์ ไม่รู้แท้หรือเก๊ และถ้ามีพระแท้อยากได้ใบรับรองพระแท้ไปส่งได้ที่ ชั้น 4 เดอะมอลงามวงศ์วาน 10.00 น.เป็นต้นไป วันเดียวเท่านั้น รายได้มอบให้มูลนิธิฯ เพื่อเด็กและสตรี วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2555 มีแผงพระไปออกงานที่นั่น 2,000 แผง

ถัดจากงานนี้ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ดร.เสาณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดี ม.หอการค้าไทย คุณบรรเจิด จริยานุกิจ นายกสมาคมศิษย์เก่าและคุณวงศ์สละ อุ่นเจริญ หรือ ปั้ม ทุ่งสง จัดงานประกวดพระเครื่องที่ ม.หอการค้าไทย ถนนวิภาวดี ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนฯ ราชสุดาสยามบรมราชกุมารี วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน 2555 รางวัลเป็นหนังสือหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน ของ อุ๊ กรุงสยาม เล่มนี้ราคาเป็นพันแล้ว

พ.ญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการ กทม. และ เจมี่ บูเฮอร์ พร้อมด้วยดารานักร้องคุณธรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาร่วมกัน เปิดตัวพระกริ่ง กทม. และพระพุทธพรรณีศรีธรรมไภสัช. รายได้สมทบทุนสร้างโรงพยาบาลบางขุนเทียน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จเป็นองค์ประธานพิธีพุทธาภิเษก 12 กรกฎาคมนี้ ที่วัดพระแก้ว สนใจร่วมบุญกุศลสร้างโรงพยาบาลจองพระได้ ที่ 0-2221-2141 ต่อ 1490 กทม.

สองสนามดังไม่แพ้กัน อาทิตย์ก่อนสนามพระพันธุ์ทิพย์งามวงศ์วาน มีเฮ ได้พระกริ่งปวเรศ 3 วัน 2 องค์ ไม่เท่านั้นยังมีพระหลวงพ่อทวดเตารีดใหญ่ มี ฉ.ตอก คนใหญ่สมาคมขอชมต่อรองจาก 3 ล้านลดให้สักแสนเถอะเจ้าของบอกสลึงหนึ่งยังลดไม่ได้เลยคุณ อะไรกันขนาดนี้ว่าแล้วก็ต้องซื้อ 3 ล้านก็ 3 ล้าน

อาทิตย์นี้ เจ ท่าพระจันทร์ เช่าฟลุ้กเหมาพระริมทางมาทั้งห่อแค่พันสองพัน ในนั้นมีพระสมเด็จบางขุนพรหมกรุเก่าอยู่องค์หนึ่ง เป็นพระพิมพ์ใหญ่ยังสมบูรณ์ด้านหน้าปิดทองลงกรุไว้ด้านหลังดูง่ายจัง ปล่อยให้ ตี๋เหล้า ท่าพระจันทร์ ไปไม่แพงแค่ 3 ล้านเศษ อ๊อด เลี่ยมทอง รู้ข่าวบุกเช่าไปกว่า 4 ล้านล่าสุดข่าวว่า ย้อนกลับไปอยู่กับเซียนหนุ่มท่าพระจันทร์อีกหนคนไหนไปถามกันเอง

ส่วน นันต์ ท่าพระจันทร์ รายนี้ออกทำบุญสุนทานแต่เช้าตรู่ทุกวันมานานแรมปี ไม่สงสัยทำไมถึงดวงดี หยิบพระหลวงพ่อเงินบางคลานพิมพ์นิยมที่มีความสันทัดอยู่แล้วส่องเสร็จ ต่อรองเหลือ 3 ล้านนิดๆ เจ้าของโอเค. คนนี้เก็บไม่เป็นชอบร้องเพลงหิวจัง ปล่อยทันที 4 ล้านกว่าเท่านั้นก็โอเค.แล้วเพราะหลายหุ้น ต้องแบ่งกำไรหารกันไปคนละเล็กละน้อยสรรพากรคงไม่เข้าใจพวกเราหรอกครับ

ทำหน้าตาหล่อเหลาเป็นพระเอกเมืองเพชรเหมือนเดิมได้ ชนิดไม่บอกไม่รู้เขาคือ สามารถ นุชอ่อง นั่งไม่ติดร้านดวงกำลังขึ้น เดินสายได้พระจากรังเก่าย่านนครปฐมมาเยอะโดยเฉพาะหลวงปู่บุญ หลวงปู่เพิ่ม เนื้อดินผงยาจินดามณี หมุนเวียนแบบได้มาจ่ายไปเหมือน เช่าให้เขาเอากำไรไปบ้างก็ไม่ธรรมดากว่า 20 ล้านแล้ว ของอยู่เต็มเซฟไปดูกันเองเถอะ

ชัยนฤทธิ์ เพชรพันธุ์ทอง เซียนพระที่พันธุ์ทิพย์งามวงศ์วาน หนึ่งในหลายคนที่ได้รับหนังสือเชิญจาก คุณกนก จันทนโรจน์ ผอ.สำนักตรวจสอบบัญชีกลางกรมสรรพากร ไปให้ข้อมูลและเจรจาหาทางตกลงกันในด้านการเรียกเก็บภาษี คนที่ทำมาหากินเปิดร้านปล่อยเช่าพระเครื่องเป็นล่ำเป็นสัน ชัยนฤทธิ์ ได้ยื่นเอกสารให้ดูจึงรู้ว่า ร้านพระเครื่องที่พันธุ์ทิพย์งามวงศ์วานเขามีการเสียภาษีบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ ยื่น ภ.ง.ด. 90 และ ภ.ง.ด. 91 ชำระรายปีๆ ละ 2,000 บาท แต่เจ้าหน้าที่ให้ไปพบมานั้นคงต้องการให้พวกเราเสียเพิ่มมากกว่านี้เขาอาจเห็นว่า ที่เสียอยู่น้อยไปก็ได้เราคงต้องตั้งเป็นรูปกรรมการเป็นตัวแทนจากสมาคมฯ หรือจากพวกเราไปหารือกับเขาครับ ชัยนฤทธิ์กล่าว

29 พฤษภาคม 2555 เสี่ยหมึก ท่าพระจันทร์ เปิดร้านใหญ่อีกแห่งชั้น 3 พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน เพื่อนฝูงคนรักชอบพอกันอย่าลืมไปให้กำลังใจแสดงความยินดี เจ้าตัวบอกมาว่า งดกระเช้าดอกไม้ของขวัญทุกชนิดขอเพียงเห็นหน้าก็ดีใจแล้ว….

วันชัย สอนมีทอ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-05-28 10:05:54


ความเห็นที่ 59 (1492275)

คุยเฟื่องเรื่องพระปิดตา

คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง



มีพระเครื่องประเภทหนึ่ง ซึ่งมีพุทธศิลปะเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากพระเครื่องประเภทอื่นๆ จนกลายเป็นความโดดเด่นและได้รับความนิยมอย่างสูงยิ่งในหมู่พุทธศาสนิกชน โดยเฉพาะวงการพระเครื่อง ซึ่งรู้จักกันในนาม "พระปิดตา"

พุทธลักษณะของพระปิดตา เป็นรูปองค์พระที่ค่อนข้างอวบอ้วน ยกพระหัตถ์ขึ้นปิดพระพักตร์ บางสำนักก็จะทำเป็นรูปมือ เพิ่มอีก 2 ข้าง เอื้อมไปปิดทวารด้านล่าง (วงการเรียก "โยงก้น") อีกด้วย

ประวัติการสร้างพระปิดตาในสยามประเทศ เริ่มต้นในยุคอยุธยาตอนปลาย จากหลักฐานที่พบพระปิดตายุคแรกเป็นเนื้อโลหะ ได้แก่ พระปิดตากรุวัดท้ายย่าน อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ต่อมาจึงมีการสร้างพระปิดตาเนื้อผงคลุกรักและพระปิดตาอื่นๆ เช่น พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ จ.ชลบุรี

การสร้างพระปิดตาเริ่มได้รับความนิยมแพร่หลายตั้งแต่ตอนต้นยุครัตนโกสินทร์เรื่อยมา มีพระเกจิอาจารย์หลายสำนักพากันจัดสร้างพระปิดตาขึ้นและได้รับความนิยมไปทั่ว เช่น พระปิดตาวัดพลับ (วัดราชสิทธาราม) พระปิดตาวัดหนัง พระปิดตาวัดทอง พระปิดตาหลวงปู่ศุข พระปิดตาแร่บางไผ่ และพระปิดตาหลวงปู่ยิ้ม เป็นต้น

จากข้อมูลดังกล่าวอาจได้ข้อสรุปในเบื้องต้นว่า พระปิดตาทั้งหมดเป็นพระปิดตาคณาจารย์ ซึ่งหมายถึงพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณเป็นผู้จัดสร้าง ไม่ใช่เป็นพระกรุที่สร้างโดยเจ้าพระยามหากษัตริย์ แม้แต่กรณีพระปิดตาท้ายย่านก็น่าจะจัดอยู่ในลักษณะเดียวกัน และไม่มีการสร้างก่อนสมัยอยุธยาตอนปลาย

ลักษณะเด่นของพระปิดตา นับเป็นพระเครื่องที่แสดงถึง "นัย" หรือ "ปริศนาธรรม" แห่งงานพุทธศิลปะอย่างโดดเด่น ยากจะหาพระเครื่องประเภทใดเทียบเทียมได้

ความหมายเบื้องต้นแห่งการปิดตาก็คือ การปิด "ทวาร" หรือทางเข้าทางออกแห่งอาสวะกิเลสทั้งหลาย ซึ่งเราเชื่อกันว่าร่างกายของมนุษย์ (หรือสัตว์) มี "ทวาร" หมายถึงประตูแห่งการเข้าออก 9 ทาง ได้แก่ ตา 2 จมูก 2 หู 2 ปาก 1 รวมทั้งช่องทางขับถ่ายด้านหน้าและด้านหลังอีก 2 "การปิดกั้นทวารทั้ง 9" เป็นปริศนาธรรมที่กั้นกิเลสจากภายนอกไม่ให้เข้ามาสู่ภายใน เพื่อจุดหมายแห่งการปฏิบัติกรรมฐาน ซึ่งโบราณาจารย์ที่สร้าง "พระปิดตา" (หรือปิดทวาร) ในอดีตจะเป็นพระภิกษุที่ขึ้นชื่อลือเลื่องทางวิปัสสนาธุระทั้งสิ้น แต่การสร้างรูปจำลองในลักษณะนี้ค่อนข้างยากต่อการออกแบบ ส่วนใหญ่จึงพบการแสดงความหมายให้เห็นเพียงการปิดพระพักตร์ ซึ่งรวมถึงการปิดปากเท่านั้น

ในระยะเวลาต่อมา คติการสร้างพระปิดตาหรือปิดทวารเกี่ยวเนื่องกันเรื่อยมา มีการจำลองเป็นพระอ้วนพุงพลุ้ย ซึ่งได้ต้นเค้าจากเรื่องราวของ พระสังกัจจายนะ หรือพระภควัมบดี อัครสาวกองค์สำคัญ หนึ่งในพระสาวกผู้ทรงเอตทัคคะ (เป็นเลิศ) 80 รูป ของพระพุทธองค์ คำว่า "ภควัมบดี" หรือ "ภควัมปติ" แปลว่า "ผู้มีความงามละม้ายเหมือนพระผู้มีพระภาคเจ้า" ท่านมีความเป็นเลิศทางการย่อพระธรรมคัมภีร์ให้ สั้นลง และอธิบายความหมายให้ผู้ฟังและยังมีรูปร่างและผิวกายงดงามมาก จนก่อให้เกิดความหลงใหลคลั่งไคล้จากฝูงชนทั้งชายหญิงจนเกิดเรื่องพิพาทกันไม่รู้จักหมดจักสิ้น ทำให้เกิดสลดสังเวชในใจ จึงตั้งสมาธิอธิษฐานเปลี่ยนสรีระรูปร่างกลายเป็นร่างต่ำเตี้ย พระอุทรพลุ้ย ศีรษะใหญ่ ขาสั้น อันเป็นลักษณะของ "พระสังกัจจายน์" ที่เห็นในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม แม้จะอธิษฐานเปลี่ยนสรีระแล้ว ผลแห่งกุศลในอดีตชาติก็ยังส่งให้ "พระสังกัจจายน์" เป็นที่รักใคร่นิยมยินดี มีแต่ผู้ให้ลาภสักการะสรรเสริญตลอดมามิมีขาด

ด้วยความนิยมในพุทธสาวกองค์นี้ โบราณาจารย์จึงได้จำลองลักษณะแห่ง "พระภควัมบดี" ในรูปพระเครื่องศักดิ์สิทธิ์อันเป็นเอก ลักษณ์ที่โดดเด่น โดยแสดงความหมายที่สำคัญของพระภควัมปติ อันเป็นผู้มีความละม้ายเหมือนพระผู้มีพระภาคเจ้าในหลายลักษณะ อาทิ

- พระสังกัจจายน์ อันเป็นที่รักใคร่นิยมยินดีเปี่ยมไปด้วยลาภสักการะสรรเสริญ

- พระปิดตาทวารทั้ง 9 อัน เป็นการปิดกั้นอาสวะกิเลสแห่งทวารเข้าออกทั้ง 9 ของร่างกาย

- พระปิดตามหาอุด อันเป็นการป้องกันสรรพภยันตรายทั้งหลายทั้งปวง

ในกระบวนพระปิดตาของคณาจารย์แต่โบราณนั้น มีที่ขึ้นชื่อลือเลื่องหลายสำนักด้วยกัน วัสดุมวลสารที่นำมาประกอบเป็นองค์พระ มีทั้งเนื้อชินตะกั่ว เนื้อผงคลุกรัก เนื้อผงใบลาน เนื้อผงมวลสาร เนื้อสัมฤทธิ์ เนื้อเมฆพัด เนื้อเมฆสิทธิ์ เป็นต้น ครับผม
 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-05-28 09:18:11


ความเห็นที่ 58 (1492003)

เหรียญหลวงพ่อพระลอย รุ่นเลื่อนสมณศักดิ์

หลังเลนส์ส่องพระ
เอกอุ



'หลวงพ่อพระลอย'วัดพระลอย ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เป็นพระพุทธรูปหินองค์เดียวที่ลอยน้ำมา ปัจจุบันมีผู้คนมากราบไหว้ขอพรไม่ขาดสาย ว่ากันว่าบนบานศาลกล่าวขอได้สารพัดเรื่อง แต่เด่นและดังที่สุดคือ ขอเรื่องความสำเร็จ จนมีการ กล่าวกันว่า 'พิชิตปัญหา ต้องบูชาพระลอย'



ตามตำนานเล่าว่า หลวงพ่อพระลอย เป็นพระพุทธรูปหินทรายขาว อายุประมาณ 1,000 ปี ศิลปะลพบุรี จมน้ำจากหัวเมืองเหนือลอยตามแม่น้ำท่าจีน มีคนต้องการนำขึ้นตามสถานที่ต่างๆ แต่ไม่สามารถเคลื่อนองค์หลวงพ่อพระลอยได้ บางครั้งก็เกิดเหตุอัศจรรย์ท้องฟ้าปิด หรือบางคราวหลวงพ่อพระลอยผุดหายไปในน้ำต่อหน้าต่อตาผู้คนจำนวนมาก พอลอยมาถึงท่าวัดร้าง (วัดพระลอยในปัจจุบัน) ได้แสดงปาฏิหาริย์อีกครั้ง ด้วยการลอยเคลื่อนเป็นทักษิณาวรรต และเสด็จขึ้นด้วยการใช้สายสิญจน์ 3 เส้นเท่านั้น



เมื่อหลวงพ่อพระลอยนำขึ้นจากน้ำแล้ว ชาวสุพรรณบุรีได้บูรณะวัดร้างเป็นที่ประดิษฐาน ตั้งนามวัดว่า 'วัดพระลอย' มีหลักฐานและจารึกว่า เป็นวัดของพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เสด็จลอยน้ำมา ผู้คนส่วนใหญ่ที่เดินทางมากราบขอพรหลวงพ่อพระลอย ส่งผลทางด้านความสำเร็จเรื่องการงาน เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ประมูลงานได้ การทำธุรกิจการค้าสำเร็จได้กำไรงอกงามเจริญเติบโต มีโชคมีลาภ ความสำเร็จสมหวังลอยมา ดังนามหลวงพ่อพระลอย

 




ด้วยเหตุที่หลวงพ่อพระลอยเป็นพระพุทธรูปหินแกะ แต่ก่ออภินิหารลอยน้ำได้ เอาเคล็ดที่ว่า ปัญหาอุปสรรคสารพัดจะหนักแค่ไหน ต้องลอยพ้นไปได้ เหมือนองค์หลวงพ่อพระลอยที่ลอยทวนกระแสน้ำ บันดาลให้เรื่องยากแสนเข็ญ อุปสรรคนานาผ่านพ้นไปในพริบตา ท่านใดที่ไปกราบหลวงพ่อพระลอยไม่ต้องสงสัยว่าทำไมผู้คนจำนวนมากมาปิดทองแก้บน และนำไข่ต้มมาแก้บนมากมายในแต่ละวัน



นักท่องแดนธรรมส่วนใหญ่หากไปเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี นอกจากจะไปกราบขอพร 'หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์' แล้ว ต้องแวะไปกราบหลวงพ่อพระลอยด้วยทุกครั้ง



เนื่องในโอกาสทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ พระครูศรีรัตนาภิวัฒน์ (ทวี รตนเมธี ป.ธ.6) เจ้าอาวาสวัดพระลอย รองเจ้าคณะอำเภอเมือง จ.สุพรรณบุรี เทียบเจ้าคณะอำเภอชั้นพิเศษ (ทจอ.ชพ.)



คณะศิษย์ได้จัดสร้าง 'เหรียญหลวงพ่อพระลอย รุ่นเลื่อนสมณศักดิ์' ขึ้นเป็นครั้งแรก ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนหลวงพ่อพระลอย ด้านหลังเป็นพัดยศสมณศักดิ์ สร้างเนื้อทองคำ 1 เหรียญ เนื้อเงิน 9 เหรียญ เนื้อทองแดงรมดำ 4,999 เหรียญ
 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-05-26 07:06:54


ความเห็นที่ 57 (1491080)

พระหลวงพ่อเงินรุ่น 55

พันธุ์แท้พระเครื่อง
ราม วัชรประดิษฐ์



ปัจจุบันถ้าพูดถึงพระเครื่องแล้วต้องยอมรับว่า ในบ้านเรานั้นถือว่าได้รับความนิยมเล่นหาจากคนทุกกลุ่มทุกเพศทุกวัยมากขึ้นกว่าในอดีต ที่มีเฉพาะกลุ่มผู้ใหญ่ คนที่ชอบและศรัทธาจริงๆ เท่านั้น ที่สนใจใคร่รู้นิยมหาพระเครื่องมาติดตัวอย่างจริงจัง

หนึ่งในพระเครื่องที่ได้รับความนิยมของคนไทยและใฝ่ฝันอยากมีไว้ครอบครองมากที่สุดก็คือ พระหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน หรือวัดหิรัญญาราม หรือเรียกอีกชื่อว่า วัดวังตะโก อ.โพทะเล จ.พิจิตร ซึ่งถ้าเป็นรุ่นแรกที่ท่านหลวงพ่อเงินสร้างเองไม่ต้องพูดถึงราคาเช่าหาเพราะสูงมาก เอาแค่รุ่นที่สร้างหลังหลวงพ่อมรณภาพไปแล้ว อย่างรุ่น พ.ศ.2515 ยังมีราคาสูงลิบลิ่วหลักล้านถึงสิบล้านขึ้นไปแล้ว

จนมีคำกล่าวกันในหมู่ผู้ที่ศรัทธาว่า 'ใครมีพระหลวงพ่อเงินจะเจริญรุ่งเรือง ไม่ฝืดเคืองขัดสน แม้ตกอยู่ในภาวะอันตราย จะแคล้วคลาดได้อย่างน่าอัศจรรย์ และไม่สำคัญว่าพระเครื่องรุ่นนั้นจะทันท่านหรือไม่'

ล่าสุดวัดบางคลาน ซึ่งเป็นวัดของหลวงพ่อเงินสร้างไว้ ได้จัดสร้าง 'พระหลวงพ่อเงิน รุ่น 55 มหาบารมี 85 พรรษา' ขึ้น เป็นประวัติการจัดสร้างพระหลวงพ่อเงินครั้งใหญ่ที่สุดอีกครั้งที่วัดบางคลานสร้างมา

พระครูวิสิฐสีลาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม (วังตะโก) ให้สัมภาษณ์ถึงวัตถุประสงค์และความสำคัญของการดำเนินการจัดสร้างวัตถุมงคลหลวงพ่อเงินพุทธโชติ วัดหิรัญญาราม รุ่น 55 มหาบารมี 85 พรรษา ว่า เพื่อหารายได้สนับสนุนการก่อสร้างศาลาทรงไทยเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ซึ่งยังขาดงบประมาณในการก่อสร้างอีกจำนวนมาก  การจัดสร้างหลวงพ่อเงิน รุ่น 55 มหาบารมี 85 พรรษานี้ มีพิธีพุทธาภิเษกไปเมื่อวันศุกร์ที่ 6 เมษายน 2555 ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 เริ่มเวลา 15.15 น. ที่ผ่านมา ณ อุโบสถวัดหิรัญญาราม

โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระ ราชทานผ้าไตรและไฟพระฤกษ์ เพื่อจุดเทียนชัยด้วย ถือได้ว่าเป็นการจัดสร้างวัตถุมงคลที่ต้องจารึกประวัติ ศาสตร์ไว้ครั้งหนึ่งทีเดียว

ขณะที่การประกอบพิธีทางวัดและคณะผู้จัดสร้างได้ปฏิบัติตามพิธีกรรมโบราณอย่างสมบูรณ์แบบ เริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นพิธีบวงสรวงเทพยดาตามพิธีพราหมณ์ ส่วนช่วงบ่ายได้นิมนต์พระคณาจารย์ที่มีวิปัสสนากรรมฐานแก่กล้า มีชื่อเสียงด้านการปลุกเสกวัตถุมงคลจากทั่วประเทศจำนวน 30 รูป ร่วมบริกรรมคาถาตั้งแต่เวลา 15.15 น. ไปจนถึง 17.45 น. ท่ามกลางมหาชนที่มาร่วมพิธีปลุกเสกจำนวนมาก โดยพิธีการได้แบ่งพระคณาจารย์นั่งปรกปลุกเสกเป็น 3 ชุด ชุดละ 10 รูป มีทั้งนั่งปรก บริกรรมภาวนา สวดพระคาถามหาทิพย์มนต์ พระคาถาพุทธาภิเษก และพระคาถาภาณวาร เป็นต้น ซึ่งปรากฏเหตุอัศจรรย์เป็นที่พบเห็นมากมาย

 


เกจิอาจารย์ที่มาร่วมปลุกเสกแต่ละรูปล้วนแต่เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงด้านวิชาอาคม เคร่งในวิปัสสนากรรมฐานทั้งสิ้น อาทิ พระพรหมวชิรญาน เจ้าอาวาสวัดยานนาวา กรุงเทพฯ พระธรรมรัตนดิลก เจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพฯ พระสมุทร วชิรโสภณ (โสภณ) เจ้าอาวาส วัดบ้านแหลม จ.สมุทรสงคราม พระครูวิมลสมณะวัตร หรือ หลวงพ่อเพี้ยน วัดเกริ่นกฐิน จ.ลพบุรี พระครูสิริสีลสังวร หรือครูบาน้อย วัดศรีดอนมูล จ.เชียงใหม่

พระหลวงพ่อเงิน รุ่น 55 มหาบารมี 85 พรรษา จัดสร้างครั้งนี้ถอดแบบมาจากรุ่นแรกทุกประการ ประกอบด้วย พระรูปเหมือนหลวงพ่อเงินขนาดบูชา รูปหล่อลอยองค์พิมพ์นิยม เนื้อเงิน เนื้อนวโลหะ และเนื้อทองเหลือง รูปหล่อลอยองค์พิมพ์ขี้ตา เนื้อเงิน เนื้อนวโลหะ เนื้อทองเหลือง รูปหล่อลอยองค์พิมพ์ 15 นับแบงก์ เนื้ออัลปาก้า ทองแดง เงิน และทองเหลือง เหรียญจอบใหญ่ และจอบเล็ก เนื้อเงิน เนื้อนวโลหะ และเนื้อทองเหลือง และสุดท้ายเป็นภาพหลวงพ่อเงิน และวัตถุมงคล รุ่น 55 มหาบารมีฯ ซึ่งทั้งหมดผ่านพิธีมหาพุทธาภิเษกพร้อมกัน

รายได้ทั้งหมดจากการเปิดให้ประชาชนได้บูชาพระหลวงพ่อเงิน รุ่น 55 มหาบารมี 85 พรรษานี้ ทางวัดจะนำไปเป็นทุนจัดสร้างศาลาทรงไทยเฉลิมพระเกียรติ ทั้งหมดภายในอาคารก็จะมีส่วนสำคัญต่างๆ มากมาย อาทิ โรงเรียนพระปริยัติธรรม พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ พิพิธภัณฑ์จัดแสดงพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์พระครูพิบูลธรรมเวทย์ (หลวงพ่อเปรื่อง) อดีตเจ้าอาวาสวัดบางคลาน รวมไปถึงใช้เป็นกุฏิพระสงฆ์ด้วย

ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนที่ศรัทธาในหลวง พ่อเงินไปทำบุญและเช่าบูชา 'หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ รุ่น 55 มหาบารมี 85 พรรษา' ได้ที่วัดบางคลาน จ.พิจิตร และที่สั่งจองทั่วไป ขณะนี้เกือบหมดเต็มทีแล้วครับ เหลือบางรุ่นบางเนื้อเท่านั้นเอง
 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-05-22 08:18:26


ความเห็นที่ 56 (1490710)

 

หลังจากสรรพากรออกมาฉายหนังตัวอย่างเรียกเซียนพระดังบางคนไปพบ สอบถามที่มาที่ไปของเงินในบัญชี ทำให้เซียนพระทั้งเซียนดังและเซียนเด็กทุกสนามพระต่างปรับท่าทีในการนำเสนอขาย ทั้งในนิตยสารพระเครื่องดังหลายเล่มที่เคยลงขายบอกราคาโจ๋งครึ่มต่างยกเลิกยังคงไว้แค่เบอร์โทร.คุยก่อนขายเท่านั้น บางแห่งแค่เห็นคนแปลกหน้ามาถ่ายรูปวูบวาบชื่อป้ายหน้าร้านก็ระแวงว่ามันมาแล้วบันทึกข้อมูลเก็บไปแน่ๆ บางคนถึงกับต่อว่าต่อขานบานปลายกันไปแล้วเป็นเรื่องเข้าใจผิดต้องขอโทษขอโพยไปก็มี

ก็อยากจะฉายหนังตัวอย่างให้กรมสรรพากรได้ดูบ้าง เหตุเพิ่งเกิดอาทิตย์ก่อนมีการคืนพระหลวงพ่อทวดเบตงเลขใต้ฐานไปล้านกว่า คนซื้อไปนำมาขอคืน อ้างว่าไม่ชอบก็แปลว่าไม่ดีนั่นแหละ คงจะไปแห่มาหรือเปล่าเราไม่รู้จึงกลับใจไม่เอาพระเบตงองค์งามนั้นแล้วขอเงินคืนเต็มราคา จึงอยากรู้ว่ากรณีอย่างนี้สรรพากรจะคืนภาษีหรือคิดภาษียังไง ถ้าเกิดรายนี้ขายไปเกือบปีมีเหตุต้องคืนพระ

เจ้าสัวกำพล คนดวงดี กำพล วิระเทพสุภรณ์ คนเดียวที่ยังใฝ่ฝันถึงสุดยอดพระกริ่งวัดบวรนิเวศวิหาร เจ้าสัวผู้มากด้วยบารมีดีทั้งเงินทั้งน้ำใจไม่มีใครเกินท่านนี้ ดวงดีจึงได้พระกริ่งปวเรศหน้าใหม่ในวงการไปบูชาแล้ว งานนี้มีขุนพลตาคมที่ชื่อ ต้า บางแค เป็นคนตัดสินและมีแฟนพันธุ์แท้ ป๋อง สุพรรณ เป็นแม่สื่อประสานให้เจอกันที่พันธุ์ทิพย์งามวงศ์วานสองวันก่อน พระกริ่งปวเรศนั้น สมณะเจ้ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เป็นผู้เทหล่อที่วัดบวรนิเวศ จำนวนเท่าที่ผู้รู้คาดเดาไม่น่าเกิน 30 องค์ จุดประสงค์เพื่อสร้างถวายเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินเท่านั้น ขอติดค้างภาพพระที่ยังไม่ได้จากร้านเพราะงานนี้สดจริงๆ ทั้งเงินทั้งพระ

พยัพ คำพันธุ์ นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทยยืนยันอีกหน ตอกย้ำ นโยบาย 4 ไม่ หนึ่งในนั้นจะไม่ให้ใครมาแถลงข่าวที่นี่ การแถลงข่าวคราวนี้จัดแถลงที่นี่ได้เพราะเป็นงานการกุศลจริงๆ เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน มูลนิธิปวีณา หงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เป็นองค์กรช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกละเมิดสิทธิหรือถูกทารุณกรรม ปีที่ผ่านมามีหญิงถูกย่ำยีร้องเรียนมาที่มูลนิธิกว่า 7,730 ราย มูลนิธินี้ไม่มีงบประมาณจากรัฐสนับสนุนเลี้ยงตัวเองตลอดมา สมาคมฯ จึงอาสาให้ความช่วยเหลือด้วยการจัดงานตรวจเช็คพระออกใบรับรองพระแท้ให้ในวันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2555 ที่เดอะมอลล์งามวงศ์วานชั้น 4 และ สมาคมฯ ยังมอบเงินบริจาคให้มูลนิธิอีก 200,000 บาท ด้วย

คุณต้อย เมืองนนท์ บอกด้วยว่าการจัดตรวจเช็คพระของสมาคมฯ ครั้งนี้มี 4 ประเภทเท่านั้นคือ พระเบญจภาคี พระเนื้อดิน พระหลวงพ่อทวดและเหรียญพระพุทธพระคณาจารย์ ใครมี ไม่รู้แท้หรือปลอม ไม่รู้วัดไหนไปส่งให้เช็คได้ถ้าเป็นพระแท้สมาคมฯ ออกใบรับรองให้ ค่าตรวจเช็คองค์ละ 300 เบญจภาคี 500 บาท รายได้มอบให้การกุศลทั้งหมด วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2555 มีแผงพระนับพันให้ได้แลกเปลี่ยนซื้อขายเช่นเดียวกับงานประกวดพระเครื่องทั่วๆ ไป ที่เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ชั้น 4

ก็ต้องแสดงความยินดีกับ พ.จ.อ.โกวิท แย้มวงษ์ บก.ใหญ่นิตยสารพระเครื่องอภินิหาร ได้รับเกียรติจากสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในฐานะสื่อจัดรายการด้านพระเครื่อง คัดเลือกให้เป็นนักวิทยุโทรทัศน์ดีเด่นปี 2555 เข้ารับรางวัลเทพทอง จาก พล.อ.อ.กำธน สินธวานนท์ องคมนตรีผู้แทนพระองค์ไปเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง ใครจัดฉลองให้อย่าลืมส่งข่าวมาด้วยก็แล้วกัน

ได้ฤกษ์ปลุกเสกเหรียญที่ระลึกพระคลังมหาสมบัติ ครบ 80 ปีกรมธนารักษ์เสร็จไปหมาดๆ เมื่อ 15 พฤษภาคม 2555 มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ เป็นประธานที่วัดไตรมิตร ท่านเจ้าคุณธงชัยเป็นเจ้าพิธีมีพระเกจิดังทุกภาคอธิษฐานจิต ใครจองไว้เตรียมรับได้สนใจสอบถามบูชาโดยตรงที่กรมธนารักษ์ 0-2278-5446 ประชาสัมพันธ์ 0-2278-5641

สพฐ. สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการ สพฐ. มีจ่าโกวิท แย้มวงษ์ ประสานงานจัดประกวดพระเครื่องที่หอประชุมกองทัพเรือ 27 พ.ค.2555 รางวัลดีทุกรายการ ที่ 1 ให้หนังสือเหรียญพระคณาจารย์ สพฐ. การันตีค่านิยมโดยทีมงานนิตยสารพระท่าพระจันทร์ ชนะเลิศยอดเยี่ยมได้ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทองคำ 2 บาท $$$ กลางคืนวันเสาร์ที่ 26 จัดเลี้ยงต้อนรับกรรมการประมูลพระ ที่หอประชุมทัพเรือข้างวัดระฆังนั่นแหละ

ยินดีกับคนสนามพระท่าพระจันทร์ อีกหนที่โครงการสร้างที่จอดรถเกิดขึ้นแน่นอนบริเวณท่ามหาราช ตี๋เหล้า ท่าพระจันทร์ ประธานชมรมพระที่นั่นยืนยันมา อนาคตสดใสไม่ต้องไปไหนอยู่ที่ตรงนี้น้ำไม่ท่วมลูกค้ามีที่จอดรถอนาคตแจ่มแจ๋ว 000 ชมรมตำนานพระเครื่องเมืองทองธานี บริหารงานโดยไก่ ตำนานพระ และ ตี๋ ฟิวเจอร์ เปิดบริการทุกวัน รับตรวจเช็คพระให้ฟรีทุกวันเสาร์ กลางคืนมีตลาดนัดพระเครื่องฟรีถึง 24.00 น. สถานที่กว้างขวางจอดรถง่าย นิตยสารตำนานพระเครื่องฉบับพิเศษจะออกสู่สายตาแนวใหม่ให้บริการฝากซื้อฝากขายได้ราคา จะพบเห็นพระหลากหลายทั้งพระกรุพระเกจิการันตีความแท้ให้ด้วย พบกันเร็วๆ นี้

เจอตัวจริง ผู้กำกับแป๊ะหรือ พ.ต.อ.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย แห่งกองปราบ กอง 3 ยามว่างแอบมานั่งส่องพระคลายเครียดที่ ร้านเสี่ยเกี๊ยก ทวีทรัพย์ จึงรู้ว่าตำรวจคนนี้แหละที่แก้ปัญหารับผิดชอบยกทั้งรถทั้งคน คุณการุณ ใสงาม ไปโรงพัก ให้ช่างเปิดประตูรถไม่งั้นไม่ยอมออกใช้เวลาเกือบ 24 ชั่วโมงสุดยอดความอดทนครับ มาคราวนี้ เช่าบูชาเหรียญหลวงพ่อคูณปี 19 สวยกริ๊บขึ้นคออีกองค์คงเป็นแสนแหละ

ปิดท้าย วิทยาลัยหอการค้าไทย จะแถลงข่าวจัดงานประกวดพระ 22 พ.ค.55 เวลาบ่าย 2 โมง ที่ตึก 10 ชั้น 6 ม.หอการค้าไทย วิภาวดีรังสิต

วันชัย สอนมีทอง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-05-21 10:27:49


ความเห็นที่ 55 (1489948)

 

 

วันที่ 23 พฤษภาคม 2555 ครบรอบวันเกิด 40 ปี ของหนังสือพิมพ์บ้านเมือง พระธรรมภาวนาวิกรม หรือเจ้าคุณธงชัย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรได้เมตตาเป็นประธานสงฆ์ให้ทุกปี พร้อมด้วยพระสงฆ์วัดเสมียนนารีรวม 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์เสร็จแล้ว คณะผู้บริหารหนังสือพิมพ์บ้านเมืองร่วมถวายภัตตาหารเพลเป็นเสร็จพิธี

ปีนี้สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย จะส่งร้านอาหารดังสามสลึงไปออกบูธอาหารบริการแขกเหรื่อที่ไปแสดงความยินดีเช่นเคย ก็ด้วยน้ำใจของคนวงการพระเครื่องอันมีนายกสมาคมฯ คุณพยัพ คำพันธุ์ อุปนายกฯ อาจารย์ต้อย เมืองนนท์ อั้ง เมืองชล และเลขาสมาคม ป๋อง สุพรรณ พร้อมเซียนดังอีกหลายคน เช่น บอย ท่าพระจันทร์, เล็ก รูปหล่อ, ตี๋เหล้า ท่าพระจันทร์ จะไปแสดงความยินดีในวันดังกล่าวด้วย

หลังจากสถาบันโบราณศิลป์จัดประกวดพระเครื่องแบบบูรณาการ ทั้งพระใช่ไม่ใช่รับประกวดหมดไปเมื่อปีก่อนมีปัญหาตามมาเยอะประกาศไม่เอาแล้ว ในวันนี้ได้จัดงานประกวดพระเครื่องแบบมาตรฐานความนิยมทั่วไป ที่เดอะมอลล์ บางแค ชั้น 4 พิสูจน์ความนิยมของคนวงการอีกครั้งว่า การจัดประกวดพระเครื่องมาตรฐานนั้นคนวงการยอมรับมากหรือน้อยกว่ากัน จะได้รู้กันวันนี้แหละมีรายการประกวดพระเกือบ 2,000 รายการ และใครจะได้รถจักรยานยนต์ยามาฮ่าฟีโน่ราคา 45,000 บาท ขี่กลับบ้าน เงินที่ได้จะนำไปบูรณปฏิสังขรณ์วัดพระบรมธาตุวรวิหาร จังหวัดชัยนาท มีพระครูศรีปริยัติอุเทศ เป็นประธานจัดงานนี้

เดินตลุยตลาดพระได้พบคนใหญ่ในวงราชการหลายท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยียน ท่านแรก พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แม้งานจะมัดตัวก็ยังเข้าไปที่สนามพระมณเทียร และสนามพระพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน แค่เรื่องจับฝาแฝดพี่น้องหน้าตาเหมือนกันเด๊ะ เอาไปติดคุกผิดตัวเกือบ 2 ปี มีคนร้องเรื่องแดง เล่นเอา ผบ.ตร. ปวดหัวกับเรื่องไม่เป็นเรื่องได้เหมือนกันแฮะ รู้มาว่าท่านทำหนังสือเครื่องรางเสร็จแล้วแจกผู้ใหญ่ในกรมตำรวจยังไม่ถึงมือเซียนดังๆ เลยยังไม่เห็นรูปเล่ม

อีก 2 ท่านที่เหมือนคู่แฝดไปสนามต้องเจอทั้งคู่ พล.ต.อ.สนอง วัฒนวรางกูล และ พล.ต.ท.ม.ล.ฉลองลาภ ทวีวงศ์ ยามว่างท่านก็ย่องเข้าสนามพระที่พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ท่านบอกได้ทั้งความเพลิดเพลินรู้ราคาความก้าวหน้าของวงการนี้ ที่สำคัญไม่ตกควายอายเด็กรุ่นใหม่ครับท่านเหล่านี้เป็นกำลังใจให้คนวงการมานับสิบปีมาแล้ว

 

ท่านไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์ และท่านสวัสดิ์ โชติพานิช อาทิตย์ที่ผ่านมาแวะเข้าสนามพระพันธุ์ทิพย์ จับเข้าคุยกันสนุกสนาน ก็ท่านไชยทัศน์นิมนต์พระปิดตาหลวงปู่***ง วัดป่า พิมพ์สะดือเล็กสวยสุดเข้าบ้านไปอีกองค์ทั้งที่มีอยู่หลายองค์แล้ว ท่านบอกว่าบ้านอยู่เมืองชลเห็นพระสวยเมืองชลก็ต้องเช่าบูชา เอาไว้คุยกับเซียนเมืองชลจะได้รู้มั่งว่าใครเป็นใคร ล่าสุดที่สนามพระโลตัส ปิ่นเกล้า เบิด หนองซากชลบุรี ซื้อมาเกือบ 4 แสนไม่รู้ใครงามกว่ากันต้องประชันกันสักที

นันต์ หนวดแดง หรือนันต์ ท่าพระจันทร์ ออกรถใหม่ป้ายแดงคัมรี่รุ่นใหม่ ไปจอดที่ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ดันไปปิดท้ายรถคนอื่นเขา ตอนจะกลับไปขยับเลื่อนรถออก หายเข้าไปอยู่ในรถตั้งนมนานก็ยังสตาร์ทรถไม่ติด ปรับหมุนปุ่มหน้าปัดจนตัวเลขเต็มแผงก็ไม่ติด เจ้าของรถที่ถูกปิดท้ายเห็นนานผิดปกติ จึงมายืนข้างรถเคาะกระจกพอเห็นหน้าก็ ตะโกนบอกว่าไอ้นันต์มึงต้องขยับคันเกียร์ไปอยู่ที่ตัว P นี่มันยังอยู่ที่ตัว N เสียงร้องจากในรถว่ากูไม่รู้ว่ะ มิน่าละกูสตาร์ทเท่าไหร่ก็ไม่ติด คนที่เป็นเจ้าของรถเบนซ์ถูกปิดท้ายไม่ใช่ใครก็เพื่อนซี้เขานั่นแหละ ต้น แจ้มมณี ไงครับ

พูดถึงโลกหมุนกลับทำให้ได้คิดถึงวงการพระเครื่อง สมัยก่อนกล่าวถึงหลวงพ่อทวด ต้องนึกถึงพระหลวงพ่อทวดเนื้อว่านรุ่นแรก ปี 97 มาถึงยุคนี้ปี 2555 เม็ดแตงหน้าผากสี่เส้นสวยๆ เม็ดละหลายแสน ถ้าเป็นเนื้อทองคำ 2 ล้านแล้วจ้า พิมพ์เตารีดใหญ่สวยองค์ละกว่าล้าน ถ้าเป็นเนื้อนวโลหะราคาเกิน 3 ล้าน เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ทองคำล่าสุดซื้อขายกัน 9.5 ล้าน นี่ปล่อยในหมู่เซียนถ้าปล่อยออกนอกวงการเกิน 10 ล้านอยู่แล้วครับ

พระขุนแผนทรงพลต้น ตำรับพระขุนแผนยังต้องตกขอบ ให้กับพระขุนแผนพรายกุมารหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ พระขุนแผนยุคใหม่ต้องเกิดที่ระยองไม่ใช่เกิดที่สุพรรณซะแล้ว เหมือนกับพระกริ่งใหญ่จีนสวยยังไงก็ไม่ถึง 10 ล้าน แต่พระกริ่งชินบัญชรทองคำหลวงปู่ทิมไปกว่า 10 ล้านแล้ว

วัดขนอนเหนือ ได้อนุญาตให้ แป๊ะ บางกรวย พิมพ์หนังสือประวัติและวัตถุมงคลของหลวงพ่อพรหม วัดขนอนเหนือ ฉบับสมบูรณ์ หนากว่า 550 หน้า บรรจุกล่องมีหมายเลข พิมพ์แค่ 2,000 เล่ม วางตลาดแล้ว รายได้หักค่าใช้จ่ายแล้วมอบให้วัดทั้งหมด ฝากบอกมาว่า ใครเห็นว่ามีวัตถุมงคลรุ่นไหนเก๊หลวงปู่ไม่ได้เสกแจ้งมาจะมีรางวัลให้ ต้องการหนังสือเล่มนี้เป็นคู่มือสะสมวัตถุมงคลหลวงพ่อพรหมโทร.08-9203-9353

วันที่ 15 พ.ค.55 อธิบดีกรมธนารักษ์ นายนริศ ชัยสูตร ได้เชิญนายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง เป็นประธานในพิธีเทวาภิเษก เหรียญที่ระลึกพระคลังมหาสมบัติ มีเจ้าคุณธงชัย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ เริ่ม 15.30 น. ที่วัดไตรมิตร กรุงเทพฯ

วันที่ 16 พ.ค.55 เวลา 13.30 น. สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย จัดแถลงข่าว เรื่องการออกใบรับรองพระแท้ มีเบญจภาคี พระเนื้อดิน เหรียญพระพุทธพระคณาจารย์ และหลวงพ่อทวด (ไม่รวมพระบูชา) ข่าวว่าจะทำในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ ที่ชั้น 3 พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน

ปีพุทธชยันตี มีพระดีๆ สวยๆ ให้บูชา พระพุทธชินราช รุ่นมหาจักรพรรดิ พระพุทธปฏิมากรที่สวยที่สุดในโลก และพระพุทธชินราช รุ่นจอมราชันย์ ทั้ง 2 รุ่นปลุกเสกที่วัดพระพุทธชินราช เปิดให้จองแล้วราคากันเอง ที่ร้านพุทธปฏิมา มณเทียรพลาซ่า คุณหทัยวรรณ เอกนวพุฒิพันธุ์ 08-6664-8395…สวัสดี

 

วันชัย สอนมีทอง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-05-17 10:24:16


ความเห็นที่ 54 (1489723)

วัตถุมงคลอายุมั่น-ขวัญยืน "หลวงพ่อรวย"เมตตาวัดหัวคุ้ง




พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง "หลวงพ่อรวย" วัดตะโก จ.พระนครศรีอยุธยา ท่านได้เมตตาอนุญาตให้จัดสร้าง "วัตถุมงคลรุ่นอายุมั่น-ขวัญยืน" พร้อมอธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยวให้เป็นกรณีพิเศษหลายวาระ จุดประสงค์ของการจัดสร้าง เพื่อนำปัจจัยสมทบทุนสร้างวิหารกลางน้ำ ประดิษฐานพระนาคปรก วัดหัวคุ้ง ต.ไผ่ล้อม อ.ภาชี จ.พระ นครศรีอยุธยา ซึ่งมี "หลวงพ่อรวย ปาสาทิโก" ให้การอุปถัมภ์มาตลอด

พระครูสุนทรธรรมนิวิฐ หรือ หลวงพ่อรวย ท่านถือกำเนิดเกิดเมื่อปี พ.ศ. 2464 เป็นบุตรคนที่ 6 ในจำนวนพี่น้องร่วมอุทรเดียวกัน 8 คน (ชาย 3 คนหญิง 5 คน) ของคุณโยมบิดาชื่อมี โยมมารดาชื่อสินลา ศรฤทธิ์ (บรรพบุรุษของสกุลศรฤทธิ์นี้เป็นเชื้อสายชาวกรุงศรีสัตนาคนหุต) ณ บ้านตะโกหมู่ที่ 2 ต.ดอนหญ้านาง อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ชีวิตในปฐมวัยมีความเป็นอยู่เหมือนๆ กับเด็กชนบททั่วไปคือได้ช่วยเหลือพ่อแม่ประกอบอาชีพ ทางด้านการเกษตรอันถือได้ว่าเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำมาแต่บรรพชน ทั้งช่วยเหลือครอบครัวด้วยการเลี้ยงวัวควายมาโดยตลอด

เมื่ออายุได้ 16 ปีได้บรรพชาเป็นสามเณรที่ วัดตะโก โดยมี พระสมุห์บุญช่วย เจ้าอาวาสวัดภาชี เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านได้ตั้งใจศึกษาพระธรรมวินัยในด้านคันถธุระ (พระปริยัติธรรม) จนสามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี

พออายุครบบวช ราวปี พ.ศ.2484 ได้อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดตะโกโดยมี หลวงพ่อชื่น เจ้าอาวาสวัดภาชี เจ้าคณะอำเภอภาชี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระปลัดจ้อย เจ้าอาวาสวัดวิมลสุนทรเป็นพระกรรม วาจาจารย์ และพระสมุห์บุญช่วยเจ้าอาวาสวัดตะโก (ในขณะนั้น) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา "ปาสาทิโก"

หลังจากจบนักธรรมชั้นเอกแล้ว ท่านคิดว่าเป็นการเพียงพอสำหรับด้านคันถธุระแล้ว เพราะพระที่อยู่ตามชนบทพอที่จะรักษาพระธรรมวินัยเพศพรหมจรรย์ให้รุ่ง เรือง และนำสอนชาวบ้านได้แล้วท่านก็หันมาศึกษาทางด้านวิปัสสนาธุระ โดยมองเห็นประ โยชน์ในด้านการปฏิบัติ

เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ออกเดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษาเรียนกรรมฐานกับครูบาอาจารย์เก่งๆ ในยุคนั้นอาทิหลวงพ่อชื่นวัดภาชี ที่ท่านเชี่ยวชาญด้านวิปัสนากรรมฐานโดยได้สืบทอดพุทธาคมมาจากหลวงพ่อกลั่นวัดพระญาติ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในสมัยนั้นหลวงพ่อแจ่มวัดวังแดงเหนือ ซึ่งเชี่ยวชาญเวทมนต์คาถาอาคม และได้ถ่ายทอดสรรพวิชาให้หลวงพ่อรวยทุกอย่าง อาศัยความขยันหมั่นเพียรและความตั้งใจมุ่งมั่น จึงก้าวหน้าอย่างรวดเร็วจนวิชาที่เล่าเรียนมาเข้มขลังในพลังแห่งวิทยาคมสูง ในความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์อภินิหารเกิดจากบุญฤทธิ์ของหลวงพ่อรวย ปรากฏให้เห็นและเล่าขานกันในหมู่ศิษยานุศิษย์ จนเป็นที่ยอมรับและศรัทธาหลายเรื่อง วัตถุมงคลของหลวงพ่อรวยจึงมีพุทธคุณสูง และเด่นไปในทางเมตตามหานิยมแคล้วคลาดและโชคลาภ

สำหรับวัดหัวคุ้งเป็นวัดเก่าแก่สร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2419 ชาวบ้านเรียกว่า "วัดหัวคุ้งนอก" ได้รับพระราชทาน วิสุงคามสีมา ยกฐานะขึ้นเป็นวัดโดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ.2472 ปัจจุบัน วัดหัวคุ้ง ตั้งอยู่บ้านหัวคุ้ง หมู่ที่ 9 ต. ไผ่ล้อม อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีเนื้อที่ตั้งวัดทั้งหมด 6 ไร่ สำหรับพื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบ อาคารเสนาสนะต่างๆ อาทิ อุโบสถกว้าง 8 เมตร ยาว 17 เมตร ได้รับการบูรณะใหม่ เมื่อ พ.ศ.2518 ก่ออิฐถือปูน ศาลาการเปรียญกว้าง 7 เมตร ยาว 13 เมตร สร้างด้วยไม้ 2 หลังติดกัน หอสวดมนต์ 1 หลัง กุฏิสงฆ์จำนวน 6 หลัง เป็นอาคารไม้ ส่วนปูชนียวัตถุมีพระประธานในอุโบสถ

ทำเนียบเจ้าอาวาสตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ดังนี้ 1.พระอาจารย์เคน 2.พระอาจารย์บุญมา 3.พระอาจารย์คง 4.พระอาจารย์รุญ 5.พระอาจารย์พะยอม 6.พระอาจารย์สุวรรณ์ 7.พระจำเนียร รัตนธรรม พ.ศ. 2488-2491 8.พระพัด พ.ศ. 2492-2498

9.พระโต๊ะ ตรีสารศรี พ.ศ. 2499-2512 10.พระมะลิ ปัญญาคโม (ตรีสารศรี) พ.ศ.2513-2521 11.พระครูพิพัฒน์ ปัญญาพล พ.ศ. 2522-2547

วัตถุมงคลของหลวงพ่อรวย ปาสาทิโท "รุ่นอายุมั่น-ขวัญยืน" ได้มอบให้พระอธิการวิชาญ อุปสันโต ผู้เป็นศิษย์ที่สืบทอดพุทธาคมจากหลวงพ่อรวยโดยสายตรง และวัดหัวคุ้ง ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ในความอุปถัมภ์ของท่านมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยอดีตเจ้าอาวาสรูปก่อนๆ

วัตถุมงคลที่จัดสร้างรุ่นนี้ อาทิ เหรียญอายุยืน, เหรียญพิมพ์เตารีด และรูปเหมือนหลวงพ่อรวย เป็นต้น วัตถุมงคลมีโค้ดและหมายเลขกำกับ กำลังเปิดให้สั่งจองบูชาอยู่ในขณะนี้ สอบถามโทร.0-3577-4429, 08-7988-8947 กำหนดรับวัตถุมงคลได้ตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย.2555 เป็นต้นไป

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-05-16 08:54:14


ความเห็นที่ 53 (1489526)

หลวงพ่อพรหมรุ่นนิ้วกระดก

พันธุ์แท้พระเครื่อง
ราม วัชรประดิษฐ์



หลวงพ่อพรหม ถาวโร วัดช่องแค จังหวัดนครสวรรค์ เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่เคารพศรัทธาของบรรดาพุทธศาสนิกชนทั่วหล้า ด้วยบารมีและความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เลื่องลือ โดยเฉพาะเล็บมือและเล็บเท้าของท่าน มีการตั้งสนนราคากันถึงหลักหมื่นทีเดียว แม้ท่านจะมรณภาพไปแล้ว ศพก็ยังไม่เน่าเปื่อย จึงได้รับการบรรจุไว้ในโลงแก้ว เพื่อให้ลูกศิษย์ลูกหาและสาธุชนได้มีโอกาสมานมัสการและขอพรอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน


หลวงพ่อพรหมเป็นชาวเมืองกรุงเก่า หรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดเมื่อปีพ.ศ.2427 เมื่ออุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดปากคลองยางแล้ว ได้มาจำพรรษาที่วัดเขียนลาย จ.พระนคร ศรีอยุธยา เพื่อศึกษาพระธรรมวินัยด้านปริยัติธรรมจนแตกฉาน ต่อมามีความสนใจในด้านวิปัสสนากรรมฐาน จึงตัดสินใจออกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อหาแนวทางการปฏิบัติธรรมชั้นสูงจนเข้าสู่เขตประเทศพม่า แต่ก็ยังไม่พบชัยภูมิที่เหมาะสมจะเป็นพุทธภูมิสำหรับภาวนาหาความสงบวิเวก จึงเดินธุดงค์ต่อไปจนมาถึง 'ภูเขาช่องแค' เมื่อไปถึงพื้นที่ก็เกิดฝนตกหนัก ชาวบ้านจึงบอกทางให้ไปหลบฝนในถ้ำ


คืนแรกหลวงพ่อพรหมได้มีนิมิตอันเกิดจากจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์มาแนะแนวทางการปฏิบัติธรรมชั้นสูงให้ ท่านจึงใช้ถ้ำแห่งนี้ในการฝึกฝนบำเพ็ญภาวนาจนแก่กล้า ศรัทธาของชาวบ้านก็เริ่มทยอยเข้ามา จากป่าอันรกร้างว่างเปล่าก็กลายเป็นเสนาสนะมากมาย พระภิกษุจากที่ต่างๆ เริ่มทยอยมาฝากตัวเป็นศิษย์รับคำสอนจากท่าน ท่านจึงซื้อที่ดินสร้างวัด สร้างกุฏิสงฆ์ หอสวดมนต์ และเสนาสนะต่างๆ ให้ชื่อว่า 'วัดช่องแค' และจำพรรษาที่นั่นตลอดมา จนมรณภาพเมื่อปีพ.ศ.2516

หลวงพ่อพรหมเป็นพระเกจิอาจารย์ที่หันหลังให้คำว่า 'แพ้' เสมอมา เรียกได้ว่าท่านเป็นทั้ง หมอเทวดา วาจาศักดิ์สิทธิ์ และสร้างอภินิหารประจักษ์แก่สายตามานักต่อนัก จนชื่อเสียงขจรไกลเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้านและพุทธศาสนิกชนทั้งใกล้ไกล มีลูกศิษย์ลูกหาทั่วทุกสารทิศเดินทางมากราบนมัสการขอพรและวัตถุมงคลอันทรงด้วยพุทธคุณครบครันจากท่าน ซึ่งวัตถุมงคลของท่านนั้นมีหลายแบบหลายพิมพ์ ทั้งรูปเหมือนเนื้อผง-เนื้อโลหะ พระสมเด็จเนื้อผง-เนื้อโลหะ พระกริ่ง และเหรียญ เป็นต้น

สำหรับ 'พระรูปเหมือนปั๊ม รุ่นนิ้วกระดก' ที่จะกล่าวถึงนี้ นับเป็นรูปหล่อรุ่นแรก สร้างขึ้นในปีพ.ศ.2507 โดยทางคณะกรรมการวัดเป็นผู้ขออนุญาตจัดสร้างขึ้นเพื่อหาทุนทรัพย์มา สร้างโบสถ์ให้แล้วเสร็จ จำนวนจัดสร้างประมาณ 600 องค์เท่านั้น ลักษณะเป็นรูปหล่อปั๊มแบบลอยองค์ เนื้อทองผสม กระแสไปทางเหลืองทอง หล่อเป็นองค์หลวงปู่พรหมนั่งสมาธิ หน้าตรง เต็มองค์ เหนืออาสนะ หน้าอาสนะมีอักษรไทยตัวนูนว่า 'หลวงพ่อพรหม'

ข้อสังเกตในการพิจารณาพระรูปเหมือนปั๊ม หลวงพ่อพรหม รุ่นนิ้วกระดก มี 2 ประการสำคัญ คือ

1.รูปเหมือนปั๊มหลวงพ่อพรหมจะดูอวบล่ำและสมบูรณ์เกินความเป็นจริง วงหน้าอิ่มเอิบ จนบางคนเรียกรูปเหมือนปั๊มรุ่นนี้ว่า 'รุ่นหน้าหนุ่ม'

2.ที่มือข้างขวาของหลวงพ่อจะเห็นนิ้วมือ 2 นิ้วกระดกขึ้นสูงกว่าปกติ เป็นเหตุให้นิยมเรียกชื่อรุ่นว่า 'รุ่นนิ้วกระดก'

พระรูปเหมือนปั๊มหลวงพ่อพรหม รุ่นนิ้วกระดก ได้รับความนิยมสะสมกันอย่างกว้างขวางด้วยจำนวนการจัดสร้างมีน้อย โดยเฉพาะองค์ที่หลวงพ่อพรหมได้จารึกอักขระขอมว่า 'มะ อะ อุ' ไว้ที่ใต้ฐานและสังฆาฏิ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 60 องค์เท่านั้นครับผม

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-05-15 08:43:13


ความเห็นที่ 52 (1489354)

พระกริ่งยอดนิยม เกจิดัง-นักสะสมชอบ(4)

มุมพระเก่า
อภิญญา



พูดถึงพุทธลักษณะของ 'พระกริ่งชินบัญชร' หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ได้ถอดแบบมาจากพระกริ่งใหญ่ของจีนซึ่งมีอายุราว 800-1,000 ปี ลักษณะเป็นพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาพุทธเจ้าประทับนั่งบนโพธิบัลลังก์บัว 2 ชั้น ด้านหลังไม่มีบัว พระหัตถ์ซ้ายทรงถือหม้อยาอัคตะ พระหัตถ์ขวาทรงวางอยู่เหนือพระชานุ ขัดสมาธิเพชร พระเกศาเป็นเม็ดกลมๆ จัดว่าสวยงามพอสมควร ใต้ฐานปิดด้วยแผ่นทองคำ เงิน หรือทองแดง พระทุกองค์จะมีเลขกำกับและตอกโค้ดไว้ที่ด้านหลังองค์พระเหมือนกับทุกองค์



ตอนที่พระกริ่งชินบัญชรออกมาใหม่ๆ ผู้จองต่างผิดหวังที่พระออกมาไม่ค่อยสวย พระกริ่งที่ออกให้บูชาองค์ละ 300 บาท เมื่อออกแล้วเคยมีผู้นำมาคืน เมื่อหลวงปู่ทิมทราบท่านกลับบอกว่า 'อีกหน่อยพลิกแผ่นดินหาก็ไม่เจอ' เมื่อกาลเวลาผ่านไปไม่กี่ปี ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคำบอกของหลวงปู่ท่านเป็นจริงแล้ว



พระชุดชินบัญชร เททองเสร็จเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2517 แล้วได้นำกลับไปตกแต่งที่โรงหล่อ เสร็จแล้วจึงนำกลับไปถวายแด่หลวงปู่ทิม โดยท่านปลุกเสกอีก 7 วัน 7 คืน จากนั้นจึงนำไปตอกโค้ด ซึ่งพระชุดชินบัญชรแบ่งออกได้ดังนี้ 1.พระกริ่งชินบัญชร เนื้อทองคำ สร้างจำนวน 13 องค์ ทุกองค์จะตอกเลขไทยตั้งแต่ ๑-๑๓ ไว้ที่ใต้ฐานมีโค้ดตราศาลาอยู่และปิดก้นด้วยแผ่นทองคำ ด้านหลังตอกโค้ดตัวนะเล็กๆ ไว้ทุกองค์



2.พระกริ่งชินบัญชรก้นเงิน คือมีแผ่นเงินไว้ที่ฐานตอกโค้ดศาลาและตอกโค้ดตัวนะที่ด้านหลัง โดยพระกริ่งก้นเงินแบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ ชุดก้นเงินแจกกรรมการ สร้างจำนวน 195 องค์ ด้านหลังตอกโค้ดตัวนะใต้ฐาน มีแผ่นเงินตอกโค้ดศาลา ชุดนี้ไม่ได้ตอกหมายเลขกำกับ พระกริ่งชินบัญชรก้นเงินอีกจำนวน 195 องค์ เหมือนชุดแรกทุกอย่าง แค่ตอกหมายเลข ๑-๑๙๕ ไว้ที่ด้านหลัง ซึ่งพระชุดนี้ถวายวัดเจ้าเจ็ด ในนาม 'พระอาจารย์ทองเจือ' เพื่อช่วยหาปัจจัยสร้างวัดเจ้าเจ็ด อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา

 




พระกริ่งชินบัญชรก้นเงิน เนื้อพิเศษ สร้างจำนวน 16 องค์ พระชุดนี้ก้นหุ้มเงิน บุ๋ม เป็นท้องกระทะ ผู้ที่ร่วมทำด้วยเห็นหุ้มก้นแบบนี้สวยดี จึงเอาพระกริ่งตีก้นเงินหุ้มไว้ใช้เองอีกประมาณ 20 องค์ รวมพระนี้ก้นเงินและก้นหุ้มเงินมีจำนวนทั้งสิ้น 406 องค์



3.พระกริ่งชินบัญชรก้นทองแดง จะปิดแผ่นทองแดงไว้ใต้ฐานและตอกหมายเลข ๒-๒๕๙๕ มีจำนวนทั้งสิ้น 2,595 องค์ เลข 95 ด้านท้ายมาจากอายุหลวงปู่ทิม พระก้นทองแดงทุกองค์ตอกโค้ดตัวนะไว้ด้านหลัง



พระกริ่งชินบัญชรของหลวงปู่ทิมยังมีแบบพิเศษต่างๆ อีก เช่น ก้นอุดผงพรายกุมาร แต่พระมีจำนวนน้อยทำเอาไว้ใช้กันเองในหมู่ลูกศิษย์ อย่างไรก็ตามพระกริ่งชินบัญชรเป็นวัตถุมงคลที่นับวันจะมีค่านิยมเล่นหาสูงขึ้น ปัจจุบันของเก๊เฉียบขาดระบาดหนัก ฉะนั้นนักสะสมมือใหม่ต้องศึกษาให้ดี หรือปรึกษาบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญก่อน



ไม่งั้นอาจจะโดนคำว่า 'ผิดหวัง' ไปเต็มๆ
 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-05-14 08:34:05


ความเห็นที่ 51 (1489353)

พ่อท่านคล้ายเทพเจ้าแดนใต้

พันธุ์แท้พระเครื่อง
ราม วัชรประดิษฐ์



พ่อท่านคล้าย จันทสุวัณโณ วัดสวนขัน อดีตพระเกจิชื่อดังแห่งจังหวัดนครศรี ธรรมราช ได้รับการยกย่องและขนานนามว่า 'เทพเจ้าของคนใต้' ปัจจุบันยังได้มีการนำมวลสารศักดิ์สิทธิ์ของท่านเข้าร่วมเป็นมวลสารพุทธคุณในการจัดสร้างวัตถุมงคลต่างๆ ของจังหวัด เพราะกิตติศัพท์และเกียรติคุณของท่านเป็นที่ศรัทธาและเคารพเลื่อมใสอย่างมาก

พ่อท่านคล้าย จันท สุวัณโณ หรือ พระ ครูพิศิษฐ์อรรถการ เดิมชื่อ คล้าย เกิดเมื่อปีพ.ศ.2417 ที่บ้านโคก กระทือ ต.ช้างกลาง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ร่ำเรียนหนังสือไทยและอักขระขอมตั้งแต่อายุ 10 ขวบ และเรียนวิชาคณิตศาสตร์ซึ่งนับว่าสำคัญมากในสมัยนั้นกับ อาจารย์ขำ อดีตเจ้าอาวาสวัดจันดี หรือวัดทุ่งบอน แล้วลาสิกขามาตั้งสำนักสอนหนังสือแก่เด็กๆ

พ่อท่านคล้ายได้รับอุบัติเหตุครั้งใหญ่เมื่อ อายุราว 14-15 ปี ระหว่างไปอาศัยอยู่กับพี่สาวที่ จ.กระบี่ โดยขณะที่พี่เขยโค่นต้นไม้ ส่วนหนึ่งของต้นไม้โค่นลงมาทับหลังเท้าจนกระดูกแตก ต่อมาต้องตัดปลายเท้าออกทำให้การเดินเหินไม่สะดวก ท่านจึงนำกระบอกไม้ไผ่มาสวมเพื่อให้เดินสะดวกขึ้น ช่วงนั้นท่านกลับมาพักกับลุงและป้าที่บ้านทุ่งพลี อ.ฉวาง และเข้าศึกษาต่อในสำนักพระอาจารย์ทอง ที่วัดม่วง อ.ฉวาง ศึกษาร่ำเรียนทั้งหนังสือไทย ขอม และการคำนวณตัวเลข จนแตกฉาน

นอกจากนี้ ยังเดินทางไปที่วัดจันดี หรือวัดทุ่งบอน ซึ่งอยู่ใน อ.ฉวาง เช่นกัน เพื่อฝึกท่องปาฏิโมกข์จนสามารถท่องได้อย่างคล่องแคล่ว พออายุได้ 20 ปีบริบูรณ์ในปีพ.ศ.2437 จึงเข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดม่วง โดยมีพระอาจารย์กราย เจ้าอาวาสวัดหาดสูง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์สังข์ เจ้าอาวาสวัดไม้เรียง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ทอง เจ้าอาวาสวัดม่วง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ และพระอาจารย์ล้อม วัดวังม่วง เป็นพระอาจารย์ผู้ให้ไตรสรณคมและศีลก่อนทำพิธีอุปสมบท ได้รับฉายา 'จันทสุวัณโณ' ซึ่งหมายถึง ผู้มีวรรณะงามดุจพระจันทร์

ในปีพ.ศ.2441 พ่อท่านคล้ายได้เดินทางไปศึกษาภาษาบาลีที่วัดหน้าพระบรมธาตุ อ.เมือง อันเป็นสำนักเรียนด้านปริยัติธรรมสำนักใหญ่ของจังหวัด มี พระครูกาแก้ว (ศรี) เจ้าอาวาสเป็นพระอาจารย์ ร่ำเรียนมูลกัจจายน์อยู่ 3 ปี จนมีความแตกฉานทั้งด้านปริยัติธรรมและการแปลภาษาบาลี และยังได้ศึกษาด้านวิปัสสนากรรมฐานและพุทธาคมต่างๆ จากพระอาจารย์กราย ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์อีกด้วย จากนั้นท่านได้เดินทางไปจำพรรษา ณ วัดจันดี และมักออกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ จนถึงวัดสามพัน อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี และศึกษาเพิ่มเติมด้านวิปัสสนากรรมฐานกับ พระอาจารย์หนู


 




มีเรื่องเล่าขานกันมาว่า เมื่อครั้งพ่อท่านคล้ายจำพรรษาอยู่ที่วัดสามพัน ท่านได้นำชาวบ้านไปช่วยกันสร้างสะพานข้ามแม่น้ำอิปัน ซึ่งได้ชื่อว่ามีจระเข้มากมายและชอบอาละวาดจนชาวบ้านเกรงกลัว พ่อท่านคล้ายจึงลงแพลูกบวบต้นกล้วยไปบริกรรมคาถาพร้อมหว่านทรายเสกไปทั่วบริเวณ นับแต่นั้นมาจระเข้ก็หายไปจากแม่น้ำอิปันเป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนัก ต่อมาท่านกลับมาจำพรรษาที่วัดหาดสูง เพื่อศึกษาวิทยาการต่างๆ เพิ่มเติมจากพระอาจารย์กราย พระอุปัชฌาย์ แล้วลาพระอาจารย์ออกธุดงค์ไปวัดมะขามเฒ่า อ.ระโนด จ.สงขลา

ปีพ.ศ.2448 พ่อท่านคล้ายกลับมาจำพรรษายังวัดจันดี ซึ่งเป็นช่วงที่ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสวนขันว่างลง ชาวบ้านจึงเดินทางมาหาพระอาจารย์กราย ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเจ้าคณะแขวงอำเภอฉวาง เพื่อขอให้แต่งตั้งพ่อท่านคล้ายเป็นเจ้าอาวาสวัดสวนขัน พ่อท่านคล้ายจึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดสวนขัน อ.ฉวาง ตั้งแต่นั้นมา และได้พัฒนาวัด ปกครองดูแลวัด จนเจริญรุ่งเรืองสืบมา

ปีพ.ศ.2483 พ่อท่านคล้ายได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูพิศิษฐ์อรรถการ แต่ผู้คนก็ยังเรียกขานท่านว่า 'พ่อท่านคล้าย' เรื่อยมา กิตติศัพท์และเกียรติคุณของท่านขจรไกล ทั้งด้านวาจาศักดิ์สิทธิ์ หยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วภาคใต้ ท่านมรณภาพในปีพ.ศ.2513 สิริอายุ 96 พรรษา 75 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสวนขันนานถึง 65 ปี สรีระของพ่อท่านคล้ายได้รับการบรรจุในโลงแก้ว อยู่ในองค์พระเจดีย์ธาตุน้อย วัดพระธาตุน้อย ซึ่งเป็นวัดที่ท่านสร้างไว้จวบจนปัจจุบัน และผู้คนทั่วทุกสารทิศก็เดินทางมานมัสการกราบไหว้เป็นเนืองนิตย์

พ่อท่านคล้ายสร้างวัตถุมงคลไว้หลายรุ่นหลายแบบ ซึ่งล้วนเป็นที่นิยมและแสวงหาทั้งสิ้น โดยเฉพาะ 'เหรียญรูปเหมือนพ่อท่านคล้าย ปี 2499' ซึ่งเป็นเหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก ลักษณะเป็นเหรียญรูปไข่ ด้านหน้า ตรงกลางเป็นรูปเหมือนพ่อท่านคล้ายครึ่งรูป ห่มจีวรแบบคลุม ด้านล่างเป็นอักษรไทยนูน 3 บรรทัด ว่า 'หลวงพ่อคล้าย วัดสวนขัน รุ่น ๑' ขอบเหรียญยกเป็นเส้นลวด 2 ชั้น ส่วนด้านหลัง ตรงกลางเป็น 'ยันต์แปด' ซึ่งนับเป็นวัตถุมงคลที่เป็นที่นิยมสูงและหาค่อนข้างยาก รวมถึง รูปหล่อ เหรียญ แหวน ชานหมาก หรือแม้กระทั่งน้ำมนต์ เพราะเชื่อถือศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์และวิทยาอาคมของพ่อท่านคล้ายครับผม

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-05-14 08:30:24


ความเห็นที่ 50 (1489119)

'กริ่งอินทขีล'วัดเจดีย์หลวง จักรพรรดิทรงเครื่องล้านนา-รุ่นแรก



วัดเจดีย์หลวง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าแสนเมืองมา กษัตริย์ราชวงศ์เม็งราย ซึ่งครองราชอาณาจักรลานนาไทย เป็นรัชกาลที่ 7 พระองค์ทรงสร้างพระวัดเจดีย์หลวงขึ้นเมื่อปีพ.ศ.1955 ด้านหน้าพระวิหารเป็นที่ตั้งของเสาอินทขีล หรือเสาหลักเมือง ตั้งอยู่กึ่งกลางวิหารจัตุรมุขศิลปะแบบล้านนาประยุกต์ เป็นเสาอิฐก่อสอปูนติดกระจกสี รอบเสาวัดได้ 5.67 เมตร มีพระพุทธรูปทองสำริด ปางรำพึงที่พลตรีเจ้าราชบุตร (วงศ์ตะวัน ณ เชียงใหม่) นำมาถวายวัดเจดีย์หลวงเมื่อปีพ.ศ.2514 ประดิษฐานอยู่ในบุษบก เหนือเสาอินทขีล ให้ได้สักการะคู่กัน

พระเจ้ามังรายปฐมกษัตริย์ทรงสร้าง 'เสาอินทขีล' เมื่อครั้งสถาปนาเชียงใหม่ขึ้นเมื่อปีพ.ศ.1839 แรกสร้างอยู่ที่วัดสะดือเมือง (หรือวัดอินทขีล) ซึ่งเป็นที่ตั้งหอประชุมติโลกราชข้างศาลากลางหลังเก่า ครั้นต่อมาในสมัยพระเจ้ากาวิละครองเมืองเชียงใหม่ได้ย้ายเสาอินทขีลมาไว้ในวัดเจดีย์หลวงและได้บูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่เมื่อปีพ.ศ.2343

'เสาอินทขีล' เป็นเสาหลักเมือง คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ เป็นที่รวมวิญญาณของชาวเมืองและบรรพบุรุษ



เป็นปูชนียสถานสำคัญของเมืองเชียงใหม่

'พระครูปลัดกิตติคุณวัฒน์' เลขานุการและผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร กล่าวว่า ทางวัดได้จัดสร้างพระกริ่งอินทขีล หลักเมืองมหามงคลเชียงใหม่ พระกริ่งจักรพรรดิทรงเครื่องล้านนารุ่นแรกอัตลักษณ์แห่งแดนล้านนา วัตถุประสงค์เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา, สมทบทุนบูรณะวิหารอินทขีล วัดเจดีย์หลวง, เป็นสิ่งมงคลสักการะที่สำคัญและยิ่งใหญ่ในความรู้สึกนึกคิดจิตใจแห่งศรัทธา อันจะพึงตั้งเป็นประธานอยู่ในฐานะแห่งศูนย์กลางของที่สุดแห่งพระกริ่งเมืองเชียง ใหม่หรือตลอดจนเมืองเหนือทั้งปวง ด้วยเป็นพระกริ่งที่สร้าง ณ วัด อันเป็นใจกลางเมืองที่เปรียบประดุจดั่ง 'เพชรยอดมงกุฎ' แห่งล้านนาประเทศทั้งสิ้นไม่ผิดแล้ว

พิธีเททองหล่อนำฤกษ์ 'พระกริ่งอินทขีล' หลักเมืองมหามงคลเชียงใหม่ จัดไปเมื่อวันที่ 13 เม.ย.2555 มณฑลพิธีลานหน้าวิหารเสาอินทขีล วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จ.เชียงใหม่ เวลา 09.00 น. พิธีบวงสรวง เวลา 09.29 น. จุดเทียนบูชาเสา อินทขีล สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ พร้อมด้วยพระพรหมเมธี เจ้าคณะภาค 4-5-6-7 วัดสัมพันธวงศาราม ประจำแท่นพิธีเททอง หย่อนแผ่นทอง เงิน นาก ลงในเบ้า พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา พระเกจิอาจารย์นั่งปรกแผ่เมตตาอธิษฐานจิต

อาทิ พระครูสุจิตวรญาณ วัดป่าตัน, พระครูโอภาสปัญญาคม วัดดับภัย, พระโสภณธรรมสาร วัดป่าดาราภิรมย์, พระครูวิทิตศาสนาทร วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร, พระครูพัทธนาธิมุต วัดอุปคุต, พระครูสิริปัญญานุศาสน์ วัดศรีโสดา, พระครูธรรมาภิวัฒน์ วัดศรีบุญเรือง, พระครูอดุลศีลกิตต์ วัดธาตุคำ, พระสุทธิสารเมธี วัดบวรนิเวศวิหาร, พระราชวินัยโสภณ วัดล้านนาญาณสังวราราม, หลวงปู่ครูบาดวงดี ยติโก บ้านฟ่อน, พระครูพิมลธรรมรัต (ครูบาตั๋น เตชธัมโม) วัดย่าปาย สันกำแพง, พระครูถาวรมงคลวัฒน์ (ครูบาอินถา ฐิตธัมโม) วัดยั้งเมิน สะเมิง เป็นต้น

กำหนดการจัดงานประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล วันที่ 17-24 พ.ค.2555 ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ วันพฤหัสบดีที่ 17 พ.ค. ทำบุญเข้าอินทขีล

เวลา 13.30 น. เวลา 16.00 น. พิธีเปิดงานประเพณีใส่ขันดอกบูชา อินทขีล เวลา 17.00 น. พระสงฆ์ 9 รูป เจริญพระพุทธมนต์สมโภช เสาอินทขีล เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านล้านนา สมโภชเสาอินทขีล

ส่วนวันที่ 18-23 พ.ค. เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป เปิดโอกาสให้ศรัทธาสาธุ ชนทำบุญใส่ขันดอกบูชาตลอดทั้งวัน เวลา 17.00 น. พระสงฆ์ 9 รูป เจริญ พระพุทธมนต์สมโภช เสาอินทขีล วันเสาร์ที่ 19 พ.ค. เวลา 13.00 น. พิธีมหาพุทธาภิเษกพระกริ่งอินทขีล หลักเมืองมหามงคล เชียงใหม่ วันพฤหัสบดีที่ 24 พ.ค. ทำบุญออกอินทขีล เวลา 09.30 น. นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่จุดเทียน ธูป บูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์ 108 รูป เจริญพระพุทธมนต์, ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ 108 รูป

สำหรับกำหนดการพิธีสถาปนามหาพุทธาภิเษก 'พระกริ่งอินทขีล' หลักเมืองมหามงคลเชียงใหม่ ในวันเสาร์ที่ 19 พ.ค.2555 เวลา 13.11 น. ณ พระวิหารหลวง วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เวลา 09.39 น. พิธีบวงสรวงเทวดา บูชาฤกษ์ ดวงพระวิญญาณบูรพมหากษัตริย์ เจ้าผู้ครองนคร เวลา 13.11 น. สมเด็จพระมหามุนีวงค์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประธานสงฆ์จุดเทียนชัย พระเกจิอาจารย์ชื่อดังร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิตปลุกเสกและดับเทียนชัย พร้อมแจกวัตถุมงคลที่ระลึกแก่ผู้มาร่วมงานเป็นอันเสร็จพิธี สนใจสั่งจองบูชาพระกริ่งอินทขีล หลักเมืองมหามงคลเชียงใหม่ ชื่อบัญชี กองทุนบูรณะวิหารเสาอินทขีล ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาประตูเชียงใหม่ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 5322556787 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สำนักงานวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โทร.0-5381-4119, 08-9999-9380

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-05-12 12:11:56


ความเห็นที่ 49 (1488576)

พระกริ่งยอดนิยม เกจิดัง-นักสะสมชอบ(1)

คอลัมน์ มุมพระเก่า
อภิญญา


วัตถุ มงคลสร้างใหม่ประเภท "พระกริ่ง" ปีนี้ซึ่งเป็นปีมังกรทอง ถือว่าฮอตสุดๆ มีสร้างกันออกมาหลายรุ่นจนนับแทบไม่ถ้วน ส่วนพระกริ่งของพระเกจิอาจารย์รุ่นเก่าติดลมบนไปแล้วมากมาย เช่นกัน

ตั้งแต่ครั้งนี้เป็นต้นไป จะหยิบมานำเสนอเป็นตอนๆ สัก 10-11 รุ่น

ส่วนใหญ่จะเน้นที่เป็นของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังและนักสะสมชื่นชอบเป็นพิเศษ

เริ่ม กันที่ "พระกริ่งปวเรศ" วงการพระยกให้เป็น "จักรพรรดิ" ของพระกริ่งไทย ถือกำเนิดขึ้นสมัยรัชกาลที่ 5 สร้างโดย "สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์" วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร จัดสร้างขึ้น เพื่อประทานแก่เจ้านายเชื้อพระวงศ์ และข้าราชบริพารชั้นในที่สูงศักดิ์ ซึ่งว่ากันว่าสร้างไว้จำนวนน้อยมาก เพียงไม่เกิน 30 กว่าองค์เท่านั้น

เมื่อ ประมาณปี 2545 "พระกริ่งปวเรศ" เคยโชว์โฉมออกมาองค์หนึ่ง เป็นที่ฮือฮาเพราะมีการเปิดประมูลอย่างเป็นทางการ เริ่มต้นที่ราคา 12 ล้านบาท เดิมพระองค์ดังกล่าวเป็นของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงเฉลิมเขต ถือว่าเป็นพระองค์ครูองค์หนึ่งที่วงการยอมรับ เนื่องจากมีความเป็นมาที่ชัดเจน

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศ วริยาลงกรณ์ เป็นพระโอรสพระองค์ที่ 18 ในสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาน้อยเล็ก เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2352 เมื่อพระชนมายุได้ 13 พรรษา ได้ทรงผนวชเป็นสามเณร ณ วัดมหาธาตุ ยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร มีสมเด็จ พระสังฆราช (มี) เป็นพระอุปัชฌาย์

ทรงผนวชเป็นพระภิกษุเมื่อมีพระชน มายุครบ 20 พรรษา ศึกษาพระปริยัติธรรมในสำนักพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ สำนักวัดมหาธาตุ ทรงแตกฉานในภาษาบาลี พระนิพนธ์ที่แสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในภาษาบาลีคือ พระนิพนธ์เรื่อง สุคตวิทัตถิวิธาน ซึ่งทรงนิพนธ์เป็นภาษาบาลี นอกจากนี้ ยังได้ทรงนิพนธ์เรื่องเบ็ดเตล็ดอื่นๆ เป็นภาษาบาลีอีกหลายเรื่อง

นับว่าพระองค์ทรงเป็นปราชญ์ทางภาษาบาลีที่สำคัญ

พระองค์สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2435

พระชนมมายุได้ 83 พรรษา 13 วัน

ทรงผนวชเป็นพระภิกษุได้ 64 พรรษา

วัตถุ มงคล "พระกริ่งปวเรศ" ที่ท่านได้สร้างไว้ ปัจจุบันโด่งดังมาก ข่าวว่าอยู่ในครอบครองเฉพาะผู้ที่มีบุญวาสนาเท่านั้น สนนราคาเล่นหาอยู่ที่หลักล้าน ซึ่งครั้งหนึ่ง "กรมหลวงวชิรญาณวงศ์" วัดบวรนิเวศวิหาร เคยมีดำรัสถึงเรื่องพระกริ่งปวเรศว่า "เท่าที่ฉันได้ยินมานั้น สมเด็จกรมพระยาปวเรศฯ ท่านทรงสร้างขึ้นด้วยพระองค์เอง มีจำนวนน้อยมากน่าจะไม่เกิน 30 องค์ ต่อมาได้ประทานให้หลวงชำนาญเลขา (หุ่น) ผู้ใกล้ชิดพระองค์นำไปจัดสร้างขึ้นอีกจำนวนหนึ่ง แต่หลวงชำนาญเอาไปเทนั้น จะมากน้อยเท่าใดฉันไม่ได้ยินเขาเล่ากัน"

"พระกริ่งปวเรศ" ที่สร้างขึ้นตามตำราที่ตกทอดมาจาก "สมเด็จ พนรัต วัดป่าแก้ว" ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งท่านเป็นพระอาจารย์ขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีศิลปะแบบพระกริ่งของจีน ตามแบบคตินิยมของลัทธิมหายาน ซึ่งหมายถึงองค์สมเด็จพระสัมมาพุทธเจ้า "พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา" พระ พุทธเจ้าแห่งการรักษาโรค ได้เสด็จโปรดช่วยเหลือมนุษย์โลกในครั้งที่เกิดกลียุค พวกหมู่อมนุษย์ออกมารบกวนรังควาน เกิดมีโรคภัยไข้เจ็บ ลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ถือหม้อบาตรน้ำมนต์ มีประคำเป็นสังวาล ประทับนั่งอยู่บนฐานบัว 2 ชั้น เป็นบัวแบบ "บัวปาละ" (ศิลปะแบบอินเดีย) โดยมีดอกบัวอีกคู่หนึ่งอยู่ทางด้านหลัง และจะมีโค้ดเม็ดงาตอกเป็นสัญลักษณ์ อยู่ใกล้กันกับบัวคู่หลังนี้ทุกองค์

เป็นพระที่หล่อแบบโบราณก้นจะ กลวง และฝังใส่เม็ดกริ่งไว้ แล้วก็อุดปะที่ใต้ฐานด้วยแผ่นเงิน, แผ่นทองแดง และแผ่นทองเหลือง แต่ต่อมาภายหลังบางองค์กริ่งไม่เดิน คือเขย่าไม่ดัง เพราะมีสนิมขึ้น อาจมีการเจาะที่สะโพกเพื่อใส่เม็ดกริ่งเพิ่มเข้าไปใหม่ก็มี

อย่างที่เห็นเป็นรอยอุดเก่าในบางองค์

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-05-09 09:23:16


ความเห็นที่ 48 (1488393)

วงการพระเครื่องช่วงนี้ปล่อยเช่าไม่คล่องของไม่มีเข้า ต่างเงียบเหงาไปตามๆ กัน ไม่ใช่เพราะกลัวภาษีย้อนรอยคอยดักเก็บย้อนหลัง ยืนยันกันอีกหนว่า กรมสรรพากรไม่รีบร้อนย้อนหลังเก็บภาษี คนปล่อยเช่าพระตามที่กลัวกันหนักหนาแน่นอน รัฐหวังพึ่งคนปล่อยเช่าทางเน็ตไว้ช่วยเดินหน้าเศรษฐกิจประชาคมอาเซียนให้ กว้างขวางแบบมีคุณภาพในอีก 3 ปีข้างหน้า

เซียนใหญ่พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ท่านหนึ่งเคยปล่อยเช่าเหรียญและรูปหล่อพระเกจิดังๆ บอกว่าวันหนึ่งๆ ผมเดินในศูนย์พระเป็นกิโลไม่หยุดนิ่งเพื่อดูว่าใครเช่าอะไรได้ก็แบ่งมาให้ ลูกค้าเคยปล่อยเช่าได้ตัวเลขล้านขึ้นต่อเดือน 2 เดือนผ่านไป ไม่มีแล้วตัวเลขนี้ลดลงกว่าครึ่งต้องปรับลดค่าใช้จ่ายล้มเลิกแผนการบางอย่าง ที่ตั้งใจอยากได้ รถบีเอ็มซีรี่ส์ 5 สักคันต้องล้มเลิกความคิดนี้ไปแล้ว

แต่เซียนพระบางคนทนเงียบเหงาไม่ไหวหัวใจไม่คึกคัก เอก มรดกไทย ไปถอยรถฟอจูนเนอร์ป้ายแดงมาขับรับลมร้อนแข่งกับ เอิ๊บ มรดกไทย ไปถอยรถเบนซ์ใหม่เอี่ยมมาขับเย้ยความเงียบ ให้เซียนพระตื่นเต้นเล่นซะงั้นแหละ

รายนี้ขี้ขึ้นสมองบอกว่า ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยกลัวอะไรเท่านี้เลย เหตุเกิดเมื่อ 30 เมษายนที่ผ่านมา รักษ์ ศรีเกตุ เซียนพระมีระดับเป็นทั้งนักบรรยายขายความรู้สู้ชีวิตมาแต่เด็ก ปัจจุบันรายการทีวีมีคนติดเยอะ แต่ทำไมจึงไปตามที่เขาบอกอย่างง่ายดาย แค่ได้เห็นรูปหลวงพ่อพรหมรุ่นแรกที่ส่งมาให้ดูถูกใจจนนอนไม่หลับตัดสินใจ ติดต่อไปขอเช่าถึงบ้านทันที ออกจากพันธุ์ทิพย์ไปเกือบมืดถามทางเจ้าของพระบอกบ้านเลยวัดไป 4 กิโลเมตร ไปจริงๆ เกือบ 40 กิโลเมตร ทางขรุขระมืดสนิท 2 ข้างทางมีแต่ท้องไร่ท้องนา หาบ้านผู้คนสักหลังก็ไม่มี ซ้อตุ๊กศรีภริยาต่างหน้าไม่ค่อยดีใช้วิธีสวดภาวนามนต์ร้อยแปดอย่าง ต่างปลอบใจตัวเอง ในรถเบนซ์ที่ขับไปมีทั้งเงินสดพร้อมสมเด็จวัดระฆัง พระหลวงพ่อเงิน วัดบางคลานรวมมูลค่ากว่า 10 ล้าน ไปแล้วจำเป็นต้องไปให้ถึงและแล้วก็ถึงบ้านเจ้าของพระ ตกลงกันเสร็จเกือบเที่ยงคืน รักษ์ ศรีเกตุ บอกว่าเหมือนตายแล้วเกิดใหม่เลยพี่ นี่แหละความอยากได้ที่ไร้พรหมแดน

ภาพพระใหญ่วันนี้มาจากข่าวหึ่งในสนามพระใหญ่พันธุ์ทิพย์ เสี่ยหมึก ท่าพระจันทร์ ดวงกำลังขึ้นแรงใช่แค่ว่าพระกริ่งเก่า หรือพระสายหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่าเท่านั้นที่ผู้นี้เก่งจริงแค่เห็นเป็นไม่หลุดมือ แต่นี่เป็น สุดยอดเหรียญเมืองใต้ที่ใครๆ ก็อยากมีเหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ หลวงปู่ทิม วัดช้างให้ ด้านหน้าหลวงปู่ทวดที่นักเล่นเรียกขานว่าเหรียญเลื่อนหลวงพ่อทวดปี 08 นั่นแหละ เป็นเหรียญเนื้อทองคำบริสุทธิ์ ยอมถอดให้ท่านนายกสมาคมพระเครื่องพยัพ คำพันธุ์ ไปด้วยใจรักและผูกพัน คนที่ได้เห็นกระซิบว่า คราบเหลืองของทองคำบ่งบอกความเก่าสวยกริ๊บดูง่ายไม่กังขาราคาไม่รู้ดูจะแบ่ง กันฉันพี่ๆ น้องๆ มั๊ง อย่าฟังด้วยหูอยากรู้ด้วยตาไปขอชมได้ที่ป๋าพยัพเลยครับ

คงจำกันได้ว่า เสี่ยเล็ก ปลามังกร เคยเช่าเหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ทองคำจากคนดูแลหลวงปู่ทิมเมื่อต้นปีใหม่นี่ แหละขายให้เสี่ยวีระ ศรีนรินทรานนท์ไป 8 ล้าน 5 แสน เป็นข่าวใหญ่หน้านี้เมื่อ 25 มีนาคม 2555 ก็เพิ่งมีเข้าสนามตามมาเป็นเหรียญที่ 2 ในหลายสิบปีไม่มีใครนำมาอวดต่างหวงแหน เพราะเป็นเหรียญหายากสุดๆ เซียนสายใต้บางคนยังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำไปได้แต่รู้ว่ามีสร้างไว้ไม่กี่เหรียญ เท่านั้นครับ

ติ อรรถภูมิ บุญเกียรติ ประกาศให้รู้กันซะตรงนี้เลยว่า เลิกแล้วเช่าพระแบบบูรณาการหรือพระที่มีความใกล้เคียงต้องเช่าไว้ ทั้งที่รู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งถูกต้องของวงการนี้ เขาประกาศขอเดินบนถนนสายนี้ด้วยการเล่นหาแต่พระที่เป็นมาตรฐานสากลเท่านั้น ฝากขออภัยมายังเซียนพระรุ่นพี่ที่ไม่เข้าใจผม ต่อไปให้สบายใจได้ผมเข้าสู่มาตรฐานสากลเต็มร้อยแล้วพี่ และหากใครเช่าพระที่ผมรับรองไว้ไปแล้ววงการปฏิเสธยินดีคืนให้เต็มร้อย และพระองค์ไหนที่ผมรับรองว่าแท้ปล่อยให้ผมได้ในราคาท้องตลาดยินดีจ่ายสด

ต้องเชื่อได้เห็นนำภาพพระสมเด็จวัดระฆัง นางพญา และพระผงสุพรรณมาเสนอ อาจารย์ประจำ อู่อรุณ แค่ภาพทั้งคู่ดูแฮป***นัดเจ้าของพระกินข้าวตกลงราคากันเร็วๆ นี้แค่ 30 ล้านเท่านั้นเองครับ ต้องตามต่อว่าองค์จริงกับรูปถ่ายโดนใจกันหรือเปล่า

ไก่ ตำนานพระ และตี๋ ฟิวเจอร์ ปักหลักแน่นอยู่ที่ตึกใหญ่ติดเมืองทองธานีเลย ม.สุโขทัยไปนิดเดียว เห็นชมรมตำนานพระแวะได้เลยที่นั่นให้คำปรึกษาดูพระเช็คให้ฟรีมีพระแท้ปล่อย ได้เงินสดทันทีไม่มีตัดราคา ทุกองค์ออกจากที่นี่รับประกันให้ไม่ต้องไปนั่งเฝ้าตามงานประกวด

อ.ภุชชงค์ จันทวิช หัวหน้ากองบรรณาธิการสยามอามูเลท หนังสือดีมีคุณค่าควรสะสม บอกว่าพระพุทธรูปศิลปะมัณฑเลย์ ของพม่าน่าเก็บ ตอนนี้ยังไม่แพง องค์ที่เห็นนี้เป็นพระพุทธรูปพม่าปางมารวิชัยสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 24 หน้าตัก 25 ซม. เนื้อสำริด เทียบได้กับยุคพระรัตนโกสินทร์ของคุณปัญญา ยะใจ หรือหมู บึงนาราง คนชอบสะสม สนใจไปชมได้ที่ตลาดนัดจตุจักรหรือที่ชั้น 5 โลตัสปิ่นเกล้า

ได้พบเสี่ยแก้ว ราชบุรี ฝากบอกศิษย์สายตรงกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เมื่อเสาร์ 5 มีพิธีปลุกเสกลอกเก๊ตกรมหลวงชุมพรฯ รุ่นปฏิสังขรณ์โบสถ์วัดหาดทรายแก้ว ชุมพร ด้านหลังฝังยาฉุน เส้นผมหลวงพ่อสงฆ์ และเม็ดพระธาตุเม็ดยาเบญจภาคี พระพิจิตเม็ดข้าวเม่าปิดทับด้วยเหรียญหลวงพ่อสงฆ์เนื้อเงินและนวโลหะ มีหลวงพ่อช่วย วัดบ้านค่าย หลวงพ่อโปร่ง วัดพลุตะเคียน หลวงปู่บุญมา วัดถ้ำโพงพาง และหลวงพ่อตรุด วัดธรรมถาวร จังหวัดชุมพร อธิษฐานจิตร สนใจ โทร.08-6595-2621

วันนี้ประธานสถาบันโบราณศิลป์ อรรถภูมิ บุญเกียรติ นัดกรรมการรับและตัดสินพระแบบมาตรฐานสากลนิยมไปประชุมที่โรงแรมเดอะริช พระราม 5 เวลา 17.00 น. …….สวัสดี

 

วันชัย สอนมีทอง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-05-08 11:09:34


ความเห็นที่ 47 (1488380)

มีดหมอหลวงพ่อเดิม

พันธุ์แท้พระเครื่อง
ราม วัชรประดิษฐ์


วันนี้คั่นรายการด้วยเรื่องของ "มีดหมอ" บ้างนะครับ สมัยก่อนเวลาเผาศพเขาจะยกขึ้นเผาบนเชิงตะกอน เห็นกันสดๆ พอโดนไฟเอ็นเกิดยึดศพก็ลุกขึ้นนั่ง ผู้คนแตกตื่นตกใจ สัปเหร่อต้องใช้มีดตัดเส้นเอ็นก่อนเผา ทำให้ศพนอนนิ่ง จึงเข้าใจว่ามีดสามารถปราบผีได้

ในปัจจุบันมีดหมอหลวงพ่อเดิมนับเป็น หนึ่งในเครื่องรางของขลังของหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่โด่งดังและโดดเด่น รวมถึงกรรมวิธีการสร้างที่พิถีพิถันมาก

หลวงพ่อเดิม พุทธสโร สร้าง "มีดหมอ" ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2470 เพื่อแจกลูกศิษย์ที่อยู่ห่างไกล ด้วยห่วงว่าจะ ได้รับอันตรายจากคุณไสยหรือพวกอันธพาล การสร้างครั้งแรกนี้ขนาดของมีดหมอค่อนข้างใหญ่ เพื่อให้ควาญช้างได้เหน็บพกติดกาย เรียกกันว่า "มีดควาญช้าง" ต่อมาลดขนาดลงมาเป็นขนาดกลางและขนาดเล็กที่เรียกกันว่า "มีดหมอขนาดปากกา"

การส ร้าง "มีด หมอ" ของหลวงพ่อเดิมนั้นมีองค์ประกอบคือ ด้ามจะทำจากไม้และงาช้าง, ฝักมีดทำจากไม้และงาช้าง (งาช้าง นอกจากจะมีคุณวิเศษเฉพาะตัวแล้วยังสามารถใช้ทดสอบพิษในอาหารได้ด้วย จึงนิยมนำมาแกะเป็นองค์พระ และเครื่องรางของขลังต่างๆ), รัดด้วยแหวนคาดฝักทำจากเงิน และมีแบบ "สามกษัตริย์" คือทำด้วยทองคำ เงิน และนาก, ใบมีดและกั่นมีด, แผ่นประกับกั่นมีด 2 แผ่นเป็นเงินและนาก สุดท้ายคือตะกรุด โดยให้ช่างประจำของท่าน 3 คนเป็นผู้ทำตัวมีดให้ แล้วท่านจึงนำมาลงวิทยาอาคม

กั่นมีดตอกอักขระขอมอ่านว่า "อะสังวิสุโล ปุสะพุภะ" เป็นหัวใจอิติปิโส พระคาถาป้องกันเหตุร้ายต่างๆ ด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งตอกลักษณะถอยหลังอ่านว่า "ภะพุสะปุ โลสุวิสังอะ" แผ่นประกับกั่นมีด คือ แผ่นเงินและแผ่นนาก "แผ่นเงิน" ด้านหนึ่งจารอักขระ "นะ อุด ทะ กัน นะ" อีกด้านหนึ่ง "อุดทัง อัดโท อุดทะ" ส่วน "แผ่นนาก" ด้านหนึ่งจาร "อุด ทัง อะ กัน อิ" อีกด้าน "อัดโท กันอิ พุทโธ" ตะกรุด ด้านนอกลงอักขระ "นุปิดตุ อุดทะวารัง" ด้านในลงคาถาพระเจ้าห้าพระองค์ "นะ โม พุท ธา ยะ" เมื่อนำแผ่นประกับทั้งสองมาประกบกับกั่นมีดแล้วจึงหุ้มด้วยตะกรุดกันหลุด แล้วใส่ตัวยึดให้กั่นมีดติดแน่นกับตัวด้าม จากนั้นใช้ครั่งเป็นตัวยึดให้แข็งแรงอีกครั้งหนึ่ง

นอกจากนี้ จะกรอก "ผงวิเศษ" ที่หลวงพ่อลบผงให้อัดแน่นที่ด้ามข้างในซึ่งเจาะกลวงไว้ เมื่อเสร็จเรียบร้อยจึงนำส่งให้หลวงพ่อเดิมปลุกเสกด้วยคาถา "อาวุธ 5 ประการ" มีวชิราวุธ อาวุธของพระอินทร์ ไม้เท้าของท้าวเวสสุวัณ ผ้าแดงของอาฬะวะกะยักษ์ ที่พ่ายแพ้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีอานุภาพร้ายแรงมาก นัยน์เนตร เนตรของพระยายมราช และกงจักรของพระนารายณ์

จาก ขั้นตอนการจัดสร้างทั้งหมดนี้คงไม่ต้องกล่าวถึงคุณวิเศษของ "มีดหมอหลวงพ่อเดิม" เลยว่าครบเครื่องครบครันขนาดไหน แต่ก็มีข้อห้ามมากเช่นกัน สรุปว่าถ้าไม่ใช่คนดี คุณวิเศษก็ไม่เกิดประสิทธิผล


 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-05-08 10:30:54


ความเห็นที่ 46 (1488245)

ศิษย์เก่ามศวดีเด่น พระราชรัตนมงคล


ย้อน กลับไปเมื่อวันศุกร์ที่ 27 เม.ย. คณะกรรมการบริหารสมาคมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ได้จัดพิธีถวายโล่ศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปีพุทธศักราช 2555 แด่พระราชรัตนมงคล (มนตรี อภิมันติโก) ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ



สำหรับ พระราชรัตนมงคล ปัจจุบัน สิริอายุ 52 พรรษา 32 ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ และผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช

มีนามเดิมว่า มนตรี ยางธิสาร เกิดวันอาทิตย์ที่ 15 พ.ค.2503 ที่บ้านเลขที่ 86 หมู่ที่ 6 บ้านห้วยยาง ต.เหล่าโพนค้อ อ.เมือง จ.สกลนคร (ปัจจุบัน เป็น อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร)

อุปสมบท เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2523 ณ วัดบวรนิเวศวิหาร โดยมีสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวัฑฒโน) วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระอุปัชฌาย์, พระปัญญาภิมณฑ์มุนี วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระวัชรธรรมาภรณ์ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระอนุสาวนาจารย์  วิทยฐานะแผนกธรรม-บาลีนั้นสำเร็จการศึกษานักธรรมชั้นเอก และบาลีประโยค 1-2

ส่วนวิทยฐานะแผนกสามัญศึกษานั้น

พ.ศ.2543 สำเร็จปริญญารัฐศาสตรบัณฑิต (ร.บ.) ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการเมืองการปกครองเปรียบเทียบ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช




พ.ศ.2547 สำเร็จการศึกษามหาบัณฑิต (กศ.ม.) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

พระ ราชรัตนมงคล เป็นพระเถระที่คอยเป็นผู้รับสนองธุระและปฏิบัติงานคณะสงฆ์ รับแบ่งเบาภาระ ช่วยผ่อนงานพระเดชพระคุณสมเด็จพระสังฆราชให้เบาลง

สำหรับ พิธีเริ่มขึ้นในช่วงบ่าย เวลา 14.30 น. ว่าที่ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย ในฐานะนายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พร้อมด้วยคณาจารย์ พร้อมกัน ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร โดยมีสมเด็จพระวันรัต ผู้รักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต และผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นประธานสงฆ์


เวลา 15.15 น. พระราชรัตนมงคล, นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และนางอรพรรณ สินประสงค์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยการจัดการเพชรเกษม ถวายเครื่องสักการะแด่สมเด็จพระวันรัต

จากนั้น ว่าที่ร.ต.พงศ์พันธ์ได้อ่านประกาศเกียรติคุณศิษย์เก่าดีเด่นประจำปีพุทธ ศักราช 2555 ให้ประธานในพิธีและแขกผู้มีเกียรติทราบ มีใจ ความโดยสรุปว่า ...

'สืบเนื่องจากพระราชรัตนมงคล (มนตรี อภิมันติโก) ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นผู้มีความดีเด่นในหลายประการ กล่าวคือ มีความดีเด่นด้านผลการศึกษาเล่าเรียน ด้านงานวิชาการ ด้านการปกครอง ด้านการจัดการศึกษา และด้านสาธารณูปการ

ด้านผลการศึกษาเล่าเรียน การศึกษาปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาผู้ใหญ่ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒของพระราชรัตนมงคล ผลการเรียนได้เกรดเอทุกวิชา ค่าระดับขั้นเฉลี่ยสะสม 4.00 เป็นผู้มีเกรดสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง และเป็นผู้ได้เกรดคะแนนสูงสุดเป็นที่หนึ่งของรุ่น

ด้านงานวิชาการ พระราชรัตนมงคล สนใจศึกษาวิจัยเกี่ยวกับพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน ทั้งงานวิจัยในระดับปริญญามหาบัณฑิตและต่อยอดการศึกษาวิจัยในเรื่องดังกล่าว



นอกจากนี้ ยังได้ทำผลงานวิจัยและงานนิพนธ์อีกหลายเรื่อง เช่น งานวิจัยเรื่อง 'การแก้ไขปัญหาความสงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ : ศึกษาจากทัศนคติของพระสงฆ์ในพื้นที่ ต่อเหตุการณ์ระหว่าง พ.ศ.2547-2550' งานนิพนธ์ ได้แก่ เรื่อง มิงกาลาบา หงสาวดี : ตามรอยพระพุทธศาสนา เยือนหงสาวดี, ตำนานผู้ไท, ย้อนรอยตักสิลาแห่งลวปุระ วัดถ้ำตะโกพุทธโสภา ตำนานที่สาบสูญ เป็นต้น

ด้านการปกครอง พระราชรัตนมงคลได้ผ่านงานด้านการปกครองมาหลายตำแหน่ง เช่น เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดสันติคีรีญาณสังวราราม จ.เชียงราย เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เป็นต้น

ด้านการ จัดการศึกษา ได้ตั้งโรงเรียนวัดเวฬุวันวิทยา พระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม แผนกบาลี และศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ณ วัดเวฬุวัน จ.บึงกาฬ

ด้าน สาธารณูปการได้ก่อสร้างและบูรณะศาสนวัตถุและศาสนสถานเป็นจำนวนมาก เช่น สร้างอาคารเรียนพระปริยัติธรรม สร้างพระอุโบสถดิน กุฏิดิน พระเจดีย์แบบพอเพียง ศาลาการเปรียญ และศาลาอเนกประสงค์ ณ วัดป่าพุทธนิมิตรสถิตสีมาราม จ.สกลนคร เป็นต้น

ด้วย เกียรติคุณดังกล่าว ในการประชุมกรรมการบริหารสมาคมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ครั้งที่ 7/2555 เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2555 คณะกรรมการสรรหาได้มีมติให้ พระราชรัตนมงคล ได้รับคัดเลือกเป็นศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปีพุทธศักราช 2555' ...

จาก นั้น ว่าที่ร.ต.พงศ์พันธ์ นำโล่ถวายสมเด็จพระวันรัต พรมน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนที่พระราชรัตนมงคล เข้ารับถวายโล่ ระหว่างนั้นพระสงฆ์ 9 รูป เจริญชัยมงคลคาถา เพื่อความเป็นสิริมงคล

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-05-07 09:55:10


ความเห็นที่ 45 (1488198)

เหรียญหลวงพ่อพุฒ ปี 16

คอลัมน์ เปิดตลับพระใหม่


"หลวง พ่อพุฒ สุทัตโต" หรือ "พระราชอุทัยกวี" อดีตเจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานีและเจ้าอาวาสวัดมณีสถิตกปิฏฐาราม (ทุ่งแก้ว) อ.เมือง จ.อุทัยธานี พระเถราจารย์แห่งลุ่มน้ำสะแกกรัง

มีนามเดิมว่า พุฒ แจ้งอิ่ม เกิดเมื่อวันพุธที่ 9 ธันวาคม 2439 ณ บ้านหนองเต่า ต.ทุ่งใหญ่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี อุปสมบทเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2458 ณ วัดทุ่งแก้ว มีพระสุนทรมุนี (ใจ คังคสโร) เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาสุทัตโต

ให้ความสนใจด้านวิทยาคม ศึกษาจากผู้มีวิทยาคุณหลายท่าน อาทิ พระธรรมไตรโลกาจารย์ (ยอด) วัดเขาแก้ว, หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ, หลวงพ่อเคน วัดดงเศรษฐี, หลวงพ่อสิน วัดหนองเต่า, หลวงพ่อพลอย วัดห้วยขานาง, หลวงพ่อจิ๋ว วัดโนนเหล็ก, พระวิบูลวชิรธรรม (สว่าง) วัดท่าพุทรา, หลวงพ่อจ้อย วัดอมฤตวารี และพระอุดมธรรมภาณ (สม) วัดทัพทัน เป็นต้น

มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 24 เม.ย.2533 สิริอายุ 95 ปี พรรษา 75

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2516 ได้จัดสร้างวัตถุมงคลขึ้นรุ่นหนึ่ง เป็นเหรียญรูปไข่ มีเนื้อนวโลหะ 318 เหรียญ และเนื้อทองแดง 10,000 เหรียญ รวม 10,319 เหรียญ เพื่อแจกเป็นที่ระลึกในโอกาสมีอายุครบ 78 ปี

ลักษณะของเหรียญ เป็นเหรียญรูปไข่ มีหูห่วง

ด้านหน้าเหรียญ มีรูปนูนหลวงพ่อพุฒครึ่งองค์กลางเหรียญ มีขอบเหรียญสองขอบ ด้านล่างเหนือขอบมีอักษรไทย เขียนว่า "พระราชอุทัยกวี (พุฒ)" กำกับด้วยอุณาโลมหัวและท้าย

ด้านหลังเหรียญ มีขอบชั้นเดียว ตรงกลางเหรียญมียันต์หน้าผากเสือ บรรจุอักษรไทย หัวใจพระคาถา 5 หัวใจ ได้แก่ ม อ อุ (หัวใจเมตตามหานิยม) จ อ ป ค (หัวใจราชสีห์) อิ ก วิ ติ อิ (หัวใจ 108) น ม พ ธ (ธาตุทั้งสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ) อิ สห สุ (หัวใจ พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ) มียันต์องค์พระกำกับด้วยอุณาโลม 8 ยอด เหนือยันต์ใต้ขอบบนมีอักษรไทย เขียนคำว่า "ที่ระลึกอายุครบ ๗๘" มีดอกจันคั่น ซ้าย-ขวา ด้านล่างใต้ยันต์เหนือขอบมีอักษรไทย เขียนว่า "๙ ธันวาคม ๒๕๑๖"

พระเกจิอาจารย์ที่เข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษก อาทิ หลวงพ่อพุฒ วัดทุ่งแก้ว, หลวงพ่อสว่าง วัดท่าพุทรา, หลวงพ่อสม วัดทัพทัน, หลวงพ่อหน่าย วัดโบสถ์โก่งธนู, หลวงพ่อจวน วัดหนองสุ่ม, หลวงพ่อประสิทธิ์ วัดวังม้า, หลวงพ่อเปล่ง วัดหนองหญ้าไทร เป็นต้น

เหรียญหลวงพ่อพุฒรุ่นนี้ มีวัตถุประสงค์ในการจัดสร้างดี พระเกจิชื่อดังเข้าร่วมพิธีปลุกเสก พุทธคุณจึงโดดเด่นรอบด้าน

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-05-06 23:08:18


ความเห็นที่ 44 (1488197)

หลวงพ่ออี๋ พุทธสโร อดีตเกจิอาจารย์ดังเมืองชล

คอลัมน์ อริยะโลกที่6
อุดมเกียรติ ทิพย์ศรีกุล


พล.ร.ท. ชัยณรงค์ เจริญรักษ์ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นประธานในพิธีเปิดงานนมัสการปิดทองหลองพ่ออี๋ วัดสัตหีบ ประจำปี 2555 จำนวน 7 วัน 7 คืน ณ วิหารหลวงพ่ออี๋ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

งานนมัสการปิดทองหลวงพ่ออี๋ของวัดสัตหีบ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-7 พ.ค.2555 รวม 7 วัน 7 คืน

ภายในงานเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมทำ บุญและปิดทองนมัสการพระครูวรเวทมุนี (หลวงพ่ออี๋)

นอกจากนี้ยังจัดให้มีมหรสพ อาทิ ลิเก ละครรำแก้บน การแสดงโขน และอื่นๆ อีกมากมาย

วัด สัตหีบ หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันในนาม "วัดหลวงพ่ออี๋"เนื่องจากหลวงพ่ออี๋ เป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้นโดยตั้งอยู่เลขที่ 333 หมู่ 1 ถนนชายทะเล ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

มีเนื้อที่จำนวน 30 ไร่ 28 ตารางวา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาพระอุโบสถหลังแรก เมื่อวันที่ 21 ก.ย.2463

พระ ครูวรเวทมุนี หรือที่ปรากฏในนามที่รู้จักกันทั่วไปว่า หลวงพ่ออี๋ มีนามเดิมว่า อี๋ ทองขำ เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ต.ค.2408 ที่ต.สัตหีบ กิ่งอ.สัตหีบ จ.ชลบุรี บิดา-มารดา ชื่อ นายขำ และนางเอียง ทองขำ

เมื่ออายุ 25 ปี ได้เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดอ่างศิลานอก มีพระอาจารย์จั่น จันทโส เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า พุทธสโร

หลังอุปสมบท ท่านได้ศึกษาพระธรรมวินัย และศาสนพิธีในสำนักพระอุปัชฌาย์รวม 6 พรรษา โดยว่าเรื่องพระพุทธมนต์ หรือความแม่นยำในพระปาฏิโมกข์ และต่อมาได้ไปศึกษาวิปัสสนาธุระ ในสำนักของท่านพระครูนิโครธาจารย์ (หลวงพ่อปาน) วัดบาง*** จ.สมุทรปราการ จนมีความชำนาญในสมถวิปัสสนา จึงได้กลับมาจำพรรษาที่วัดอ่างศิลาอีก

พรรษาที่ 11 ท่านได้กลับมาเยี่ยมญาติที่วัดสัตหีบ และในพรรษานั้นเองท่านได้ร่วมมือกับญาติโยมจัดการย้ายสำนักสงฆ์เดิมที่มี อยู่ที่หัวตลาด มาสร้างที่วัดสัตหีบในปัจจุบัน

และญาติโยมได้อาราธนาให้ท่านปกครองวัดสัตหีบ สืบจนสิ้นอายุขัยของท่าน

หลวง พ่ออี๋เป็นพระเถระที่มีศีลาจารวัตรงดงาม มีเมตตาธรรม เป็นพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดี เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ให้การสงเคราะห์แก่ผู้เดือดร้อนและผู้ที่เจ็บป่วยไข้ด้วยยาแผนโบราณและ เวทมนตร์คาถา

มีตำนานเล่าขานว่าเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพพันธมิตรได้โจมตีฐานทัพเรือสัตหีบ ซึ่งอยู่ในน่านน้ำ อ.สัตหีบ แต่ปรากฏว่าลูกระเบิดที่ทิ้งลงมาจากเครื่องบิน ไม่ลงมาในพื้นที่สัตหีบแม้แต่ลูกเดียว

มีผู้เห็นว่าในขณะที่เกิด สงครามมีการทิ้งระเบิดจากเครื่องบินอยู่นั้น หลวงพ่ออี๋ได้นั่งบำเพ็ญจิตตภาวนาอยู่กลางแจ้ง อธิษฐานจิต ทำให้ลูกระเบิดจากเครื่องบินกองทัพพันธมิตรที่โจมตีฐานทัพเรือสัตหีบ เที่ยวแล้วเที่ยวเล่าไม่ลงมาในพื้นที่สัตหีบเลยแม้แต่ลูกเดียว

ประชาชนชาวสัตหีบจึงเลื่อมใสศรัทธาในพระบุญญาธิการของหลวงพ่ออี๋ จนเกิดความเคารพเลื่อมใสศรัทธามาอย่างไม่เสื่อมคลาย

ขณะ ที่ยังมีชีวิตอยู่ได้สร้างคุณงามความดีไว้ให้อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี อย่างมากมาย อาทิ สร้างโรงเรียนประชาบาลบั๊กเส็งขึ้นภายในวัดสัตหีบ ปัจจุบันได้ย้ายไปตั้งและทำการอยู่ที่ถนนบ้านนา และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนสัตหีบจนถึงปัจจุบัน ในการให้การศึกษาแก่เยาวชนในท้องถิ่น

ด้านวัตถุมงคลท่านสร้างไว้ให้ เป็นขวัญและกำลังใจของประชาชนไว้แจกทหารเรือหรือเสื้อยันต์ ผ้าพันหมวก ที่ขึ้นชื่อมากที่สุดในบรรดาเครื่องรางของท่าน ได้แก่ ปลัดขิก ที่มีชื่อเสียงในด้านมงคล ทำมาค้าขึ้นที่ผู้คนนิยมเช่าไปบูชากัน

หลวง พ่ออี๋เริ่มอาพาธด้วยอาการฝีที่คอตั้งแต่เดือนมีนาคม 2489 ท่านได้เอายาสมุนไพรปิดพอกบ้าง แต่อาการไม่ทุเลาลง จนโรคฝีได้กำเริบ ทำให้ท่านพักการทำวัตรสวดมนต์ กำลังของท่านเริ่มถดถอยลงตามลำดับ

พอถึงวันที่ 20 กันยายน 2489 ตรงกับแรม 10 ค่ำ เดือน 10 ปีจอ เวลา 21.05 น. ท่านได้ละสังขารอย่างสงบ สิริอายุ 82 ปี

จนถึงปัจจุบันชื่อเสียงของท่านยังเป็นที่บอกกล่าวเล่าขานกันสืบต่อมา และบารมีของท่านและวัดสัตหีบ ก็ยังคงอยู่ตราบนานเท่านาน

ด้วย เหตุนี้ วัดสัตหีบจึงได้จัดงานประจำปีติดต่อกันมา เพื่อให้ศิษยานุศิษย์และผู้ที่มีความเลื่อมใสศรัทธาหลวงพ่ออี๋ ได้ร่วมทำบุญบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่ท่าน และผลรายได้จากการจัดงานได้นำไปก่อสร้างและซ่อมแซมเสนาสนะวัดสัตหีบ มอบเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนในแต่ละปี และบริจาคเป็นสาธารณกุศลต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-05-06 23:04:13


ความเห็นที่ 43 (1488191)

เคล็ดลับดูพระสมเด็จวัดระฆัง แท้หรือเทียม ที่นี่ทีเดียว..!





 


ในยุคที่เต็มไปด้วยของก๊อบ***เกลื่อนตลาด ไม่เว้นแม้ตลาดพระเครื่อง ที่มี "พระเทียม" วางกันเต็มแผง แยกแทบไม่ออกว่าอะไรเก๊ แท้ เพราะนักดูพระประจำแผงก็ยังเป็น "เซียนเก๊" จึงเป็นเรื่องยากมากที่จะพิสูจน์ว่าอะไรเป็นของแท้

ไม่ใช่ทุกคนที่ จะชี้ชัดได้ว่า พระเครื่ององค์ใดเป็นของแท้หรือเทียม นอกจากผู้ที่ศึกษาค้นคว้าแบบลึกซึ้ง ตั้งแต่ตำนาน การสร้าง พิธีการ ลักษณะแม่พิมพ์ เนื้อมวลสาร ปีที่สร้าง ในเมืองไทยมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ศึกษาแบบจริงจัง จนเรียกได้ว่าเป็น "เซียนพระ"

สำหรับเซียนมือหนึ่งพระสมเด็จวัดระฆัง ต้องยกให้ "วิโรจน์ ใบประเสริฐ" หรือที่รู้จักกันดีในวงการพระเครื่องว่า "เซียนเธ้า ท่าพระจันทร์" วัย 79 ปี ผู้ที่ยังคงจดจำตำหนิทุกตำแหน่งของพระสมเด็จวัดระฆัง ยอดปรารถนาของบรรดานักสะสมนิยมพระเครื่องวัตถุมงคล เป็นหนึ่งในชุดเบญจภาคีที่มีราคาหลักล้านถึงหลายสิบล้าน

ศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน หรือมติชน

อคา เดมี จึงได้เปิดอบรมหลักสูตรการบรรยายความรู้เรื่อง "ทักษะพื้นฐาน ความรู้เรื่องพระสมเด็จวัดระฆัง" โดยเชิญเซียนเธ้า ท่าพระจันทร์ มาเป็นวิทยากรผู้อบรมถ่ายทอดเคล็ดลับวิชาดูพระสมเด็จวัดระฆังที่ไม่เคยเผย ที่ไหนมาก่อน และมี "วัธนชัย มุตตามระ" หรือ "แทน ท่าพระจันทร์" มาช่วยเสริมอีกแรง คอร์สนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมอบรมเต็มทุกที่นั่ง ทั้งเซียนพระมืออาชีพและมือสมัครเล่นมาอัพเดตข้อมูลความรู้ใหม่ รวมทั้งนักสะสมพระเครื่อง ทั้งรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่ และบุคคลที่มีชื่อเสียง อาทิ พ.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นต้น

เซียน เธ้า ท่าพระจันทร์ ได้เผยเคล็ดลับการดูพระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ฐานแซม และพิมพ์เกศบัวตูม ด้วยการศึกษาแม่พิมพ์ เนื่องจากแม่พิมพ์พระสมเด็จวัดระฆัง องค์แท้มีรูปแบบที่ตายตัวเลียนแบบได้ยาก

จากคำแนะนำการดูฉบับ ละเอียดยิบจากปากของเซียนเธ้า ถอดความออกมาคร่าว ๆ ได้ว่า หลักสำคัญในการดูว่าแท้ หรือเทียม คือตำหนิที่ไม่อาจลอกเลียนแบบ หรือเปลี่ยนแปลงได้ ก็คือแม่พิมพ์

จุดแรก พระพักตร์พระสมเด็จวัดระฆังของจริงจะต้องหันพระพักตร์ไปทางซ้ายหัวเข่าขวา พระจะจม ส่วนหัวเข่าทางซ้ายจะนูนกว่า จุดนี้เองเป็นสิ่งที่เลียนแบบไม่ได้ เพราะนี่คือสุดยอดศิลปะแม่พิมพ์ ผู้แกะพิมพ์คำนึงถึงสัดส่วนมิติความเป็นจริงจากพระพุทธรูป

จุดที่ 2 นำกระดาษมาทาบจากปลายเกศถึงฐานล่างด้านซ้ายพระ จะสัมผัสกันเป็นเส้นตรงตั้งแต่ปลายเกศมาชนหัวเข่าและยาวมาถึงฐาน ต่างกับด้านขวาพระ หากทาบลงในลักษณะเดียวกันจะไม่เป็นเส้นตรง เนื้อกระดาษจะเกยพื้นที่หัวเข่าด้านซ้าย หากทาบจากปลายเกศมาถึงปลายเข่าก็จะเลยฐานออกไป จุดสังเกตนี้เซียนเธ้าบอกว่า "ไม่เคยเฉลยที่ไหนมาก่อน กว่าจะค้นพบจุดนี้ได้ ต้องใช้เวลาถึง 20 ปี"

จุดที่ 3 รูปพระพักตร์คล้ายผลมะตูมป้อม มีใบหูทั้งสองข้าง แต่อาจจะกดพิมพ์ติดบ้าง ไม่ติดบ้าง ขึ้นอยู่กับการแกะแม่พิมพ์

จุด ที่ 4 เส้นซุ้มครอบระฆัง โดยธรรมชาติของระฆัง 2 ข้างจะเท่ากัน แต่สมเด็จวัดระฆังจะมีจุดที่แตกต่าง คือเส้นโค้งของครอบแก้วด้านซ้ายจากหัวไหล่ถึงหูจะเป็นเส้นตรง ไม่ใช่เส้นโค้ง

จุดที่ 5 เส้นเว้าโค้งของขอบด้านในครอบแก้วด้านบนขวาองค์พระ เนื้อปูนจะยุบลงไปตามธรรมชาติของซุ้มครอบด้านใน เป็นการหดตัวตามธรรมชาติ หลักการนี้สามารถใช้ดูพระเก่าได้ทั้งหมด ถ้าใช้กล้องส่องดูเส้นขอบจะยุบเว้าลงไปเหมือนพรมกำมะหยี่นุ่ม ๆ มีหลายคนพยายามจะเลียนแบบการยุบตัวของเนื้อปูน โดยการใช้มีดไปเซาะให้เกิดหลุมเว้า แต่ก็ไม่เนียน เพราะสันขอบจะคม ไม่นุ่มเนียนเหมือนของเก่า

จุดที่ 6 องค์พระแม่พิมพ์พระสมเด็จวัดระฆังทั้ง 4 แบบ ขนาดหน้าอกทั้งสองข้างจะไม่เท่ากัน สังเกตจากรักแร้ขวาพระถึงหัวไหล่ขวาพระจะมีเนื้อหนากว่าด้านหน้าอกซ้ายพระ

จุด ที่ 7 ผ้าอาสนะรองนั่งเป็นเส้นพลิ้วคมบาง ฐานแรกยาวออกด้านขวามือมากกว่า และฐานสิงห์หมายถึงฐานชั้นกลางจะเชิดขึ้นในด้านขวาดูรับกับฐานแรกที่เชิด ขึ้นคล้ายหัวเรือ และฐานชั้นล่างก็จะใหญ่ทึบตัน ดูข้างซ้ายจะใหญ่กว่า มีลักษณะคล้ายสี่เหลี่ยมคางหมู มีปลายงุ้มจิก ส่วนฐานล่างทางขวาพระจะเป็นสี่เหลี่ยมปลายแหลม มีเส้นแหลมที่มุมฐานล่างเป็นทิวไปชนซุ้มครอบแก้ว

ส่วนประเด็นที่มี การถกเถียงกันว่า พระแท้ลงรักปิดทองหรือไม่นั้น เซียนเธ้าบอกว่า พระสมเด็จวัดระฆังที่ลงรักปิดทองจะสวยมาก คาดว่าน่าจะเป็นเทคนิคในการพิมพ์ 10 องค์ ลงรัก 1 องค์ เพื่อจะได้ง่ายต่อการนับจำนวน

ปิดท้ายด้วย เกร็ดความรู้การสร้างพระสมเด็จวัดระฆัง เรื่องมวลสารและการใช้ตอก (ไม้ไผ่) ตัด ตามความเชื่อที่ว่าตอกย้ำถึงความมั่นคง เป็นคำอวยพรให้ผู้ที่ได้รับ เนื้อผสมของมวลสารบางส่วนนำมาจากเศษไม้ไก่กุก ที่เกิดจากไก่ตัวผู้จะจิกไม้กระดานก่อนจะขึ้นคร่อมไก่ตัวเมีย เชื่อกันว่าเป็นไม้มหาเสน่ห์ หรือเมตตามหานิยมนั่นเอง

เซียนเธ้าไม่ เพียงแค่แนะนำวิธีดูพระเท่านั้น แต่ย้อนไปตั้งแต่กระบวนการสร้างแม่พิมพ์ กดพิมพ์ กระทั่งฤกษ์ปลุกเสก ละเมียดละไมในทุกขั้นตอน ด้วยเหตุนี้ พระสมเด็จวัดระฆัง จึงเป็นพระเครื่องยอดปรารถนาที่ทุกคนใฝ่ฝันจะได้ครอบครอง

คำเตือน ใครที่ยังไม่มีของจริงมาส่อง ก็ไม่ควรไปจ้องของปลอม เพราะถ้าเพ่งมองดูเป็นเวลานาน จะทำให้ติดตา เกิดการจดจำเลอะเทอะ อาจทำให้เข้าใจผิดว่า พระปลอม เป็นพระแท้ได้
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-05-06 22:46:25


ความเห็นที่ 42 (1487987)

พระปิดตาแร่เศรษฐี หลวงปู่ทองย้อย วัดอัมพวัน

หลังเลนส์ส่องพระ
เอกอุ


พระครูมงคลกิจจาทร หรือหลวงปู่ทองย้อย พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดอัมพวัน (วัดบางม่วง) จ.นนทบุรี เป็นศิษย์หลาน สมเด็จพระวันรัต (เผื่อน) วัดโพธิ์ ท่าเตียน ที่นั่งปลุกเสกพระแทนสมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์ กรุงเทพฯ

ตาม ประวัติระบุว่า ′หลวงปู่ทองย้อย′ ท่านเป็นลูกศิษย์สายตรงของ ′หลวงพ่อดิษฐ์′ ซึ่งท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังเมืองนนท์ รุ่นสงครามโลก ผู้สร้างวัตถุมงคลเนื้อ ′แร่บางม่วง′ อันวิเศษ ขึ้นชื่อว่าเป็นแร่เศรษฐี มีแต่ทรัพย์

หลวงพ่อดิษฐ์ได้แนะนำหลวงปู่ทองย้อย สอนวิธีหุงแร่แปรธาตุ ท่านเล่าว่า ′ตอนนั้นไม่รู้หุงอย่างไร แปลกแต่จริงเอาขี้เลนก้นคลองบางม่วงมาสุมไฟเป็นทองคำได้ แต่หลวงพ่อดิษฐ์ เทพรวดทิ้งลงแม่น้ำ บอกนี่มันกิเลส ทำให้เราโลภ ทำให้เราหลงได้ ท่านจึงทำแร่แค่หินดำๆ ก้อนแข็งๆ แต่อุดมไปด้วยเงินทอง นำมาจัดสร้างเป็นวัตถุมงคล อุปมาว่า ′แร่′ ก้อนนี้ ไปอยู่ที่ไหนที่นั้นอุดมสมบูรณ์ เอาก้อนแร่อธิษฐานล้างหน้า เป็นมงคลขจัดอุปสรรคให้หมดไป ชีวิตผู้ที่มีไว้ครอบครองก็จะเจริญรุ่งเรือง

หลวง ปู่ทองย้อยอยู่กับหลวงพ่อดิษฐ์มาตั้งแต่ครั้งยังเป็นสามเณรร่วม 30 ปี จนถึงวาระสุดท้าย หลวงพ่อดิษฐ์ให้ของดีมาเยอะ รวมทั้งวิชาจินดามณี ที่หลวงพ่อดิษฐ์สอนแล้วให้หลวงปู่ทองย้อยจับกอผักตบชวาที่ลอยตามแม่น้ำมาว่า คาถาปั๊บจิตถึงปุ๊บ ปลาเล็กปลาน้อยมากันเป็นกองทัพ ล้อมผักตบชวาจนมองหาน้ำไม่เจอ มีแต่ปลาตัวดำให้มืดไปหมด ตอนนั้นท่านพูดเล่นๆ ว่า ′แหม่ ถ้าเอามาขายคงได้หลายกิโล′ พร้อมกับเสียงหัวเราะและเช็ดน้ำหมาก มีครั้งหนึ่ง หลวงพ่อดิษฐ์บอก ′ทองย้อยในอากาศก็เรียกได้ วันนั้นก็จับกอผักบุ้งที่ลอยตามน้ำมาเป็นกอใหญ่มากผักบุ้งแก่ๆ จับปั๊บ นกกวัก นกเป็ดน้ำ มากันจำนวนมาก โผล่ตรงนั้นตรงนี้ไม่รู้มายังไง

วิชาหลวงพ่อดิษฐ์นี่แน่ เรื่องเล่นแร่แปรธาตุนี่นะมีจริง

หลวง ปู่ทองย้อยเล่าอีกว่า ′หลวงพ่อดิษฐ์ พาฉันไปลองมาแล้ว สมัยก่อนน้ำมันใส เราก็ไปจับปรอทกัน เอาไข่ดิบไปดัก หนักเข้า หลวงพ่อดิษฐ์แกบอกว่า ′อย่างนั้นมันได้ช้า เอาอย่างข้านี่ หลวงพ่อแกก็เอามือแกว่งๆ น้ำ เผลอแปล๊บเดียว ปรอทติดมือแกขาวเลย′ เราก็ขอแกเรียน ก็ทำได้ติดมือเราขาวแวบเลยนะ ′ทำได้นี่′ หลวงพ่อดิษฐ์แกบอก ด้วยวิชาที่หลวงปู่ทองย้อยได้ร่ำเรียนมาจากหลวงพ่อดิษฐ์ นำมาจัดสร้างวัตถุมงคลได้รับความนิยมจากลูกศิษย์ลูกหาและนักสะสมหลายรุ่น

ล่าสุดท่านได้จัดทำ ′พระปิดตาแร่เศรษฐี′ หรือ ′พระปิดตาแร่บางม่วง′

แร่ บางม่วง หรือแร่เศรษฐี เกิดในคลองบางม่วง หลวงปู่ทองย้อย ศิษย์หลวงพ่อดิษฐ์ นำแร่ก้อนเก่าที่หลวงพ่อดิษฐ์ปลุกเสกไว้นำมาสร้าง ′พระปิดตายันต์ยุ่ง′ หัวใจเศรษฐี สร้างได้จำนวนไม่มากนักเพราะแร่มีน้อย ท่านทำพิธีปักเทียนเบิกบายศรี กระทงข้าวตอก ถั่วงา ดอกไม้ บอกกล่าวบวงสรวงครูบาอาจารย์ รวมถึงขอบารมีหลวงพ่อดิษฐ์ และเทวดาที่รักษาแร่วิเศษนี้ ในวันอังคารที่ 9 ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 ปี 2555 ฤกษ์มงคลภูมิปาโลฤกษ์ ลูกศิษย์คนหนึ่งเล่าว่า วันนั้นขณะทำพิธีเกิดลมพายุพัดเข้าวัดอย่างน่าประหลาด ฝูงนกแก้วที่อยู่บริเวณวัดร้องระงม ชาวบ้านที่มาดูเหตุการณ์ประหลาดใจและพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า แร่นี้ศักดิ์สิทธิ์นัก เทพเทวาเบื้องบนท่านคงรับรู้ว่าแร่วิเศษเศรษฐีนี้จะเปิดตำนานอีกครั้ง มีอานุภาพจะให้คนรับรู้ขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่หายไปนานร่วม 50 ปี


′ พระปิดตาแร่เศรษฐี′ เป็นพระปิดตาลอยองค์ยันต์ยุ่งขัดสมาธิเพชรท่านั่งบันลือสิงหนาท ปิดทวารทั้ง 5 เดินยันต์เส้นขนมจีน อิติ ปราศจากศัตรู ยันต์เฑาะว์ หมายถึงมนต์บทอภิธรรมเจ็ดคัมภีร์ ด้านหลังลงยันต์ พิเศษที่พระปิดตามหาอุตม์ไม่มีคือ ′หัวใจเศรษฐี′ มั่งมีทรัพย์ เรียกเงิน เรียกทองให้ไหลมาเทมา ทำมาหากินดีจังไม่ฝืดเคือง มือประสานกันที่พระนาภี หรือที่ท้อง หมายถึงประคองทรัพย์สินสมบัติไม่ให้หลุดหล่นหายไปไหน พระปิดตาสร้างเนื้อ เนื้อเมฆสิทธิ์แร่โคตรเศรษฐี ซึ่งผสมแร่บางม่วงและทองคำ เงิน เนื้อจึงเป็นสีทองดอกบวบ แต่มีประกายเขียวอมแดงเหมือนปีกแมลงทับ เนื้อเมฆพัดแร่โคตรเศรษฐี ผสมแร่บางม่วง เนื้ออมดำเงางาม เนื้อสัมฤทธิ์แร่โคตรเศรษฐี ผสมแร่บางม่วง

เปิดให้สั่งจองก่อน ที่วัดอัมพวัน เลขที่ 1 หมู่ 13 ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-05-05 08:58:03


ความเห็นที่ 41 (1487986)

วัตถุมงคลวัดอินทรวิหาร รุ่นมรดกรัตนโกสินทร์



วัด อินทรวิหาร (วัดอินทร์) อยู่บนถนนวิสุทธิกษัตริย์ ใกล้สี่แยกบางขุนพรหม คนละฝั่งกับธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นวัดที่มีมาก่อนสมัยรัตนโกสินทร์ เดิมเรียกว่า วัดบางขุนพรหมนอก การบูรณะครั้งสำคัญซึ่งทำให้ได้ชื่อว่า 'วัดอินทาราม' คือ เมื่อรัชกาลที่ 1 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานที่ดินในตำบลบางขุนพรหม ให้เป็นที่ตั้งบ้านเรือนของครอบครัวเชลยชาวเวียงจันทน์



เจ้า อินทร์ผู้เป็นน้าชายของเจ้าน้อยเขียวค่อมพระสนมเอก ได้บูรณะพระอารามขึ้นและนิมนต์เจ้าคุณพระอรัญญิก พระสงฆ์ชาวเวียงจันทน์ที่อพยพมาด้วยกันขึ้นปกครองวัด



ต่อมา มีการบูรณะอีกครั้งหนึ่ง ผู้บูรณะคือ เจ้าอินทวงศ์ พระราชโอรสในสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ เจ้าคุณพระอรัญญิก เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิปัสสนาธุระ เคยเป็นพระอาจารย์ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) วัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มสร้าง 'หลวงพ่อโต' พระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่ประจำวัดขึ้น



พระโสภณธรรมวงศ์ (เจ้าคุณถนอม) วัดอินทรวิหาร กล่าวว่า เพื่อรำลึกถึงสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) และวัตถุมงคล พระสมเด็จของท่าน จึงได้มีการจัดสร้าง 'วัตถุมงคล รุ่นมรดกรัตนโกสินทร์' ขึ้น วัตถุประสงค์เพื่อหาทุนสร้างองค์พระร่วงเจ้าสูง 32 เมตร กว้าง 8.9 เมตร ณ พุทธอุทยานเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ เพื่อซื้อที่ดินสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมส่งเสริมกิจกรรมสงฆ์ เพื่อส่งเสริมการศึกษาปริยัติธรรมแผนกบาลี ศูนย์วัดสังฆาราม อ.บ้านด่าน ลานหอย จ.สุโขทัย

วัตถุมงคลที่จัดสร้างขึ้น ประกอบด้วย

1. สมเด็จรัตนโกสินทร์ แบบพิมพ์สมเด็จพระประธาน เนื้อชินเงินโบราณ ผงมวลสารกรุเก่า สืบ ตำนานเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) พระอมตะมหาเถราจารย์แห่งกรุงรัตน โกสินทร์ ผู้สร้างแบบพิมพ์ 'พระผงพระสมเด็จ' วัดระฆังโฆสิตาราม ธนบุรี

2. พระกริ่งรัตนโกสินทร์ มีพุทธลักษณะเฉกเช่นการสร้างพระกริ่งในตำนานทุกประการ เว้นแต่มีการถวายเครื่องทรงฉลององค์ มีฐานแบบศิลป์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระพักตร์อ่อนช้อยงดงาม พระกริ่งมีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานเกินกว่า 1,000 ปี เดิมทีเดียวเป็น รูปลักษณะแบบพระจีน ปางสะดุ้งมาร พระหัตถ์ซ้ายทรงถือวชิราวุธหรือทรงถือหม้อน้ำพระพุทธมนต์ หรือผลสมอ พระหัตถ์ขวาอยู่บนบัวคว่ำบัวหงาย ลักษณะพระกรคว่ำบนพระชานุ แผ่นโลหะที่ปิดกั้นเม็ดกริ่งเอาไว้ข้างในมีสีเดียวกับองค์พระ




3.พระนางพญารัตน โกสินทร์ (พิมพ์ เล็กสัง ฆาฏิ) แบบพิมพ์นางพญาพิษณุโลก เนื้อชินเงินโบราณและผงมวลสารกรุเก่าบางขุนพรหม สืบตำนานพระนางพญาศิลปะสุโขทัยบริสุทธิ์ในรูปของพระเครื่องที่ชัดเจนไม่บิด เบือน ซึ่งพระนางพญานั้นเป็นพระพุทธปฏิมาแบบนูนต่ำในรูปทรงสามเหลี่ยม ประทับนั่งปางมารวิชัย ไม่มีอาสนะหรือฐานรองรับ ทรวดทรงองค์เอวอ่อนหวานละมุนละไมและงามสง่า



4. พรหมพักตร์รัตนโกสินทร์ เป็นศิลป์ของเศียรพรหม 4 หน้า เทพเจ้าแห่งการสร้างสรรค์ ทรงมีอานุภาพในการลิขิตชะตาชีวิต โดยควบคุมทุกอย่างให้เป็นไปตามเงื่อนไขของกฎแห่งกรรม พระพรหมจึงเป็นผู้คุ้มครองคนดี และลงโทษผู้กระทำบาป

ฤกษ์มหา มงคลวันเสาร์ที่ 5 พ.ค.2555 (เดือน 5) ฉัตรมงคลรัตนโก สินทร์ พุทธชยันตรี 2555 โดยมี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ประธานจุดเทียนชัย สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ประธานจุดเทียนมหามงคล 4 ทิศ พระมหาเถระภาวนาจารย์ผู้ทรงคุณอาคม 4 ภาค นั่งปรกอธิษฐานจิต 55 รูป พระมหานาคเจริญพระคาถาพุทธาภิเษก สำนักวัดนครสวรรค์ ณ มณฑลพิธี หน้าองค์หลวงพ่อโต วัดอินทร วิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพฯ พระโสภณธรรมวงศ์ (เจ้าคุณถนอม) เจ้าพิธี

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพฯ

คลิกดูรายละเอียดได้ที่ www.spdr80 .com/www.sangkaram.com

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-05-05 08:54:32


ความเห็นที่ 40 (1487651)

เซียนพระทุกสนามผวาข่าวสรรพากรจะเก็บภาษีจากการขายพระเครื่อง ยังไม่รู้ว่าจะเอาแบบไหน กรมสรรพากรมีหนังสือเรียกตัวเซียนใหญ่บางคนในสนามพระพันธุ์ทิพย์ ที่ลงขายทางอินเตอร์เน็ต ไปให้ปากคำขอดูบัญชีเงินฝากย้อนหลังตั้งแต่ปี 2552 ทั้ง บอย ท่าพระจันทร์, ป๋อง สุพรรณ, เลิศ สุพรรณ, เวกัส มรดกไทย ต่างไปพบเจ้าหน้าที่ตามนัดมาแล้วทั้งนั้น นี่เป็นแค่หนังตัวอย่าง ทางกรมสรรพากรออกข่าวมาแล้วว่าปีที่แล้วมีสะพัดทางเว็บไซต์ทั่วประเทศกว่า หมื่นล้าน รัฐไม่ได้ภาษีจากตรงนี้ และบอกด้วยว่าจะไม่เรียกเก็บย้อนหลังไป 2 ปี ดูแล้วเดินหน้าได้มากกว่าเสีย กรมสรรพากรเห็นว่ากิจการค้าทางเน็ตเป็นหน้าเป็นตาของประเทศในการพัฒนาสู่ ประตูอาเซียนในอีก 3 ปีข้างหน้า จึงต้องดูแลและเอาใจคนกลุ่มใหญ่นี้ไว้ สบายใจได้แล้วเซียนพระอย่าทรมานตัวเองด้วยการหนีออกนอกระบบหรือหนีลงดินกัน เลยครับ ผมเดาว่าถ้าจะมีการไล่บี้ภาษีเก็บกันจริงๆ ก็คงไม่พ้นเสียเหมาแต่ละรายซะละมากกว่าครับ ที่แน่ๆ คงจะเริ่มจากกลุ่มปล่อยเช่าทางอินเตอร์เน็ตก่อน เพราะข้อมูลชัดเจน เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ศูนย์พระเครื่องต่างๆ ต้องเดินเข้าหาพูดคุยในชั้นต้นไม่ใช่ต่างคนต่างเจรจาหาข้อยุติยากแน่ๆ ล่าสุดข่าวว่าที่พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ผู้ใหญ่ที่นั่นได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดไปแล้วหนหนึ่งครับ เชื่อว่าทุกศูนย์ประธานหนีไม่พ้นภาระนี้แน่ ต้องช่วยแก้ให้สมาชิกอยู่วันยังค่ำ เพราะการปล่อยเช่าพระเครื่องไม่เหมือนการซื้อขายอย่างอื่นๆ ข้อปลีกย่อยมีเยอะ เอาแค่เช่าไปแล้วเป็นเดือนมาขอคืน ก็ปวดหัวตัวร้อนกันอยู่แล้ว ไหนจะ ปล่อยไปถูกชักดาบก็มีบ่อย สรรพากรก็คงต้องเก็บข้อมูลจากหลายฝ่ายไปอีกพักแหละ

งานแรกของประธานบริหารภาคกลางเขต 5 สถิต ราชบุรี นำทีม อบต.เขาแล้ง จัดประกวดพระเครื่องท้องถิ่น ในวันแรงงานแห่งชาติ 1 พ.ค.55 เป็นวันหยุดของผู้ใช้แรงงาน ที่ตลาดเพชรเมืองราช หรือที่ชาวบ้านเรียกตลาดกอบกุล คัดสรรพระเครื่อง 7 จังหวัด ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงครามและจังหวัดเพชรบุรี มี หมู ราชบุรี ประสานงาน รายได้มอบให้กองทุนแม่ของแผ่นดินตำบลเขาแล้ง รางวัลดีมีทั้งโทรทัศน์ หนังสือ 108 พระคณาจารย์ เหรียญดังหลวงพ่อม่วงวัดยางงาม จัดแค่ 450 รายการเท่านั้น

อาทิตย์ที่ 13 พ.ค.55 สถาบันโบราณศิลป์จัดประกวดพระมาตรฐานสี่ภูมิภาค เกือบ 2,000 รายการ ที่เดอะมอลล์ บางแค คุณอรรถภูมิ บุญเกียรติ ผอ.สถาบัน แจ้งว่าได้ยื่นหนังสือไปยังนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทยทราบแล้ว จัด ที่เดอะมอลล์ บางแค นำรายได้สมทบบูรณะวัดพระบรมธาตุฯ จังหวัดชัยนาท ทางสถาบันได้บริจาคไปแล้วล้านเศษ รางวัลเป็นรถจักรยานยนต์ ทองคำ 1 บาท และแว่นขยายส่องพระ ส่งมากได้พัดลม ทีวีและตู้เย็น ค่าส่งองค์ละ 300 บาท

อาทิตย์ที่ 27 พ.ค.55 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดประกวดที่หอประชุมกองทัพเรือ กทม. ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาฯ สพฐ. บอกว่า นักเรียน 8 ล้าน เป็นคนยังจนอยู่ต้องช่วยเหลือแถมมีน้ำท่วมเข้ามาอีก จะนำรายได้ไปจุนเจือทั้ง 2 ส่วนนี้ รางวัลมีทั้งถ้วยพระราชทานกับสร้อยคอทองคำ 2 บาท ถ้วยของรัฐมนตรีศึกษาและเลขาฯ สพฐ. พร้อมสร้อยคอ 1 บาท รางวัลแต่ละรายการเป็นหนังสือเหรียญพระคณาจารย์ สพฐ. ทีมงานนิตยสารพระท่าพระจันทร์ทำ ค่าส่งพระองค์ละ 300 บาท 26 พ.ค.55 มีงานเลี้ยงกรรมการที่หอประชุมกองทัพเรือนั่นแหละ

ทุ่มเทให้กับงานมาตลอดทั้งชีวิตหน้าพระเครื่องหน้าบันเทิงของหนังสือ พิมพ์เดลินิวส์ นามปากกา ตะวันบูรพา เป็นคนหนึ่งที่ช่วยเหลือสนับสนุนวงการพระเครื่องเกือบ 20 ปี ได้โอกาสพักผ่อนในบั้นปลายชีวิต วางปากกาหาความสุขในช่วงเวลาที่เหลือ ขอให้เฮียเสรี ชยามฤต ปราศจากโรคาภัยไม่เจ็บไม่จน คนที่มารับหน้าที่แทน หมู ขมังเวทย์ เดินอยู่บนถนนสายพระเครื่องอยู่แล้ว

อีกหนึ่งคนที่แม้จะใช้ตัวช่วยพยุงกายให้ขับเคลื่อนไปได้ด้วยรถวีลแชร์ คุณกฤษณะ ละไล พิธีกรคนเก่งหลายช่อง ว่างเป็นย่องเข้าสนามพระที่พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน พระที่สะสมสวยไม่แพ้ใครทีเดียวแหละ รูปหล่อหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ พระชินราชอินโดจีน 10 กว่าองค์ ต้องยกให้เป็นนักสะสมพระตัวยงคนหนึ่งของวงการพระเครื่องระดับ 5 ดาวเลยแหละ

 

แวะที่ชมรมตำนานพระเครื่องเมืองทองธานี ไก่ ตำนานพระ และตี๋ ฟิวเจอร์ บริหารงาน ตัวตึกใหญ่ 7 ชั้น มีทั้งตู้และห้องพระเต็มพื้นที่ นโยบายไม่เหมือนใครแฮะ เช็คพระให้ทุกคนที่มาให้ดูอย่างเต็มใจ และบอกไปตรงๆ แท้หรือปลอม ชาวบ้านเดินดินกินข้าวแกง แม้คนมีสตางค์ก็พอใจเดินยิ้มกลับไปไม่ถือโกรธ ดูดีมีประโยชน์ ที่อื่นบางทีเล่นตัวกลัวถูกศอกกลับภายหลัง ว่ามึงอวดรู้กูเลยต้องคืนเงิน ทุกวันศุกร์ยังมีตลาดนัดประมูลพระ ว่างวันไหนจะแอบไปดูอีกสักหน

นโยบายสกัดคนชั่วของเล็ก รูปหล่อ มันชอบมาหลัง 4 ทุ่ม พวกเรากลับแล้วเหลือแต่ห้องและตู้ อาจเกิดอารมณ์ยั่วยวนกวนลูกตามันเลยหาทางเอาพระในห้องในตู้ไปปล่อยที่อื่น มีแววให้เห็นรางๆ แล้วมันเอาแน่ ตัดไฟต้นลม สั่งด่วนทำประตูเหล็กยึดล็อกอีกชั้นกันขโมยได้เต็มร้อย สมาชิกร้านพระโลตัส ปิ่นเกล้า ฝากชมไอเดียเฮียเล็กมา

ไปที่ชมรมพระเครื่องตั้งฮั่วเส็ง ผ่านชั้น 5 คนคึกคักด้วยกลิ่นอาหารจานด่วน พออิ่มได้ที่ขึ้นไปชั้น 6 ที่เป็นศูนย์พระเครื่องแห่งใหม่ จึงรู้ว่าเหลือ 3 ห้องเต็ม เพราะราคาถูกสมกับสถานที่ เดือนละไม่กี่พันบาท ร้านบ้านพุทธ มีคุณเจติยา ใสงาม และหมูบางพลัด บริหาร เปิด 2 ห้องใหญ่ใส่พระคณาจารย์ดังๆ หลวงพ่อด่วน หลวงปู่สี หลวงปู่บุดดา หลวงปู่ทวดหลายวัด และพระแก้วมรกต ปี 2500 ไม่ธรรมดา

อ้วน โคราช ฮัลโหลประสานงานทันที เอาแน่เมืองโคราชจัดประกวดพระอีกหน คราวนี้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล จัดเอง ให้ พล.ต.ต.กรกต สาริยา รองผู้บัญชาการเป็นผู้ดำเนินงานจัดที่มหาวิทยาลัยวงศ์เชาวลิตกุล 29 ก.ค.โน่น ได้เที่ยวเมืองย่าโมอีกแล้ว

มือปราบหูดำ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่ท่อน วัดศรีอภัยวัน เมืองเลยสร้างเหรียญรุ่นเจริญพรเตรียมแจก 1-3 พ.ค.55 ครบรอบ 84 ปีหลวงปู่ ต้องไปรับเอง

วันนี้คนวงการพระเครื่องไปทอดผ้าป่าถวายวัดตำหนัก ปทุมธานี เลี้ยงพระเพลแล้วถวายผ้าป่าทันที เชิญร่วมบุญได้ที่วัดครับ

 

วันชัย สอนมีทอง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-05-03 10:37:25


ความเห็นที่ 39 (1487632)

เหรียญหลวงพ่อสว่างปี 19

เปิดตลับพระใหม่


′พระวิบูลวชิรธรรม′ หรือ′หลวงพ่อสว่าง อุตตโร′ อดีตเจ้าอาวาสวัดคฤหบดีสงฆ์ ต.ท่าพุทรา อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร อดีตเจ้าคณะอำเภอขาณุวรลักษบุรี เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง มีเมตตาธรรมสูง

หลวง พ่อสว่าง เป็นชาวนครสวรรค์ เกิดในสกุลเจริญศรี เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 17 มิ.ย.2426 ที่ บ้านน้ำหัก ต.ท่างิ้ว อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์


ศึกษาเล่าเรียนอักขรสมัย หนังสืออักขระขอมและมูลกัจจายน์ ตั้งแต่อายุ 13 ปี จากหลวงพ่อเผือก หรือพระครูบรรพโตปมญาณ วัดหัวดงเหนือ

อา ยุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2445 ณ พัทธสีมาวัดขุนญาณ ต.คลองเมือง อ.กรุงเก่า จ.พระนครศรีอยุธยา มีพระญาณไตรโลก (สะอาด) วัดศาลาปูน เป็นพระอุปัชฌาย์, พระวินัยธรศรี วัดศาลาปูน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระปลัดแพ วัดศาลาปูน เป็นพระอนุสาวนาจารย์

พ.ศ.2468 หลวงพ่อสว่างได้ รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอขาณุวรลักษบุรี และกิ่งอำเภอแสนตอ พ.ศ.2470 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูวิบูลวชิรธรรม พ.ศ.2501 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ ′พระวิบูลวชิรธรรม′

หลวงพ่อสว่างมรณภาพอย่างสงบด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2520 เวลา 14.30 น. สิริอายุ 94 ปี พรรษา 74

เมื่อ ปี พ.ศ.2519 ครั้งที่หลวงพ่อสว่างยังมีชีวิตอยู่ ได้จัดสร้างวัตถุมงคลเป็นเหรียญฉลองโรงเรียนพระปริยัติธรรม ตามความประสงค์ของคณะศิษยานุศิษย์ และประชาชนทั่วไป

ลักษณะของเหรียญ เป็นเหรียญรูปไข่ มีหูห่วง จัดสร้างเป็นเนื้อทองเหลืองกะไหล่ทอง

ด้าน หน้าเหรียญ มีขอบรอบเหรียญสองชั้น ตรงกลางเป็นรูปนูนหลวงพ่อสว่างครึ่งองค์ ใต้ขอบเหรียญด้านบนมีอักขระขอม เขียนว่า ′อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ พะ′ เหนือขอบเหรียญด้านล่างมีอักษรไทย เขียนคำว่า ′พระวิบูลวชิรธรรม′


ด้าน หลังเหรียญ มีขอบรอบเช่นกัน ตรงกลางเหรียญเป็นยันต์น้ำเต้า หรือยันต์ตุ๊กตา ภายในยันต์มีอักขระขอม มะ อะ อุ เหนือยันต์น้ำเต้ามีอักขระขอม อะ ระ หัง กำกับด้วย อุณาโลม ด้านบนอักขระ รอบยันต์น้ำเต้ากำกับด้วยอักขระสี่ทิศ ′ทะ สะ มุ ติ′ รอบขอบเขียนคำว่า ′ฉลองโรงเรียนปริยัติธรรม สว่าง เจริญศรี วัดคฤหบดีสงฆ์ ท่าพุทรา′ และเหนือขอบด้านล่างระบุ ′พ.ศ.๒๕๑๙′ เป็นเลขไทย

เหรียญ หลวงพ่อสว่าง ปี 19 ฉลองโรงเรียนพระปริยัติธรรมรุ่นนี้ มีพุทธคุณเด่นทั้งด้านเมตตามหานิยม โชคลาภและแคล้วคลาดปลอดภัย ผู้ที่ห้อยเหรียญนี้ติดตัวล้วนแต่มีประสบการณ์มากมาย

ราคาเช่าบูชายังอยู่หลักพันปลาย ปัจจุบันเหรียญรุ่นนี้ เป็นเหรียญที่หายาก แวดวงนักนิยมสะสมพระเครื่องต่างแสวงหา


 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-05-03 09:25:19


ความเห็นที่ 38 (1487227)

พระกริ่ง-ชัยวัฒน์ครองเมือง ฤกษ์มงคลเสาร์5-เสกใหญ่



วัน เสาร์ที่ 5 เดือน 5 ขึ้น 15 ค่ำ พระจันทร์เต็มดวง ปี ཱི (เสาร์ 5) ตรงกับวันที่ 5 พ.ค. (วันฉัตรมงคล) เป็นวันธงชัยดีที่สุดแห่งปี จึงมีวัตถุมงคลหลายรุ่นยึดฤกษ์ดีนี้ประกอบพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ เพื่อให้วัตถุมงคลรุ่นนั้นๆ บังเกิดความเข้มขลังในด้านพุทธคุณตามความเชื่อที่สืบทอดกันมา



หนึ่ง ในนั้นคือ วัตถุมงคลพระกริ่งครองเมืองสัมฤทธิ์โชค และพระชัยวัฒน์ ที่จัดสร้างโดยศูนย์ปฏิบัติธรรม (ธรรมบันดาล) หรือวัดธรรมบันดาล บ้านท่าช้าง ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งนี้เป็นอีกสาขาหนึ่งของวัดไตรมิตรวิทยาราม เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ มีพระมหามงคล โสตถิมังคโล ป.ธ.9 เป็นผู้ควบคุมดูแล  ปัจจุบันทางวัดกำลังดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ และก่อสร้างถาวรวัตถุและศาสนวัตถุหลายอย่าง


การ จัดสร้างวัตถุมงคล พระกริ่งครองเมืองสัมฤทธิ์โชค และพระชัยวัฒน์ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำรายได้จากการทำบุญบูชาสมทบทุน การก่อสร้างโรงครัวและหอฉันสวดมนต์ 3 ชั้น มีพระธรรมภาวนาวิกรม (เจ้าคุณธงชัย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรฯ เป็นประธานที่ปรึกษา


พระ กริ่งครองเมืองสัมฤทธิ์โชค และพระชัยวัฒน์ หล่อหลอมตามตำรับปรมาจารย์ด้วยโลหะทั้ง 9 ชนิด เพื่อให้เกิดเป็นสิริมงคลสูงสุด จึงได้ใส่เพิ่มแผ่นโลหยันต์ นะ มหามงคล 109 แผ่นจากเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคม รัตนชาติ แร่ปฐวีธาตุ และเนื้อโลหธาตุอันเป็นมงคลจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หลายแห่ง




อาทิ ทองนพเก้ายอดพระปรางค์วัดพระศรีมหาธาตุ (วัดหลวงพ่อพระพุทธชินราช) จ.พิษณุโลก ทองยอดฉัตรพระธาตุดอยสุเทพ วัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ทองยอดช่อฟ้าวิหารลายคำพระพุทธสิหิงค์ วัดพระสิงห์ จ.เชียงใหม่ ทองคำเปลวปูนกะเทาะองค์หลวงพ่อทองคำ วัดไตรมิตรฯ กรุงเทพฯ ทองคำเปลวปูนกะเทาะองค์หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง จ.พระนคร ศรีอยุธยา ทองคำเปลวจากองค์หลวงพ่อไสยาสน์ วัดสะตือ จ.พระนคร ศรีอยุธยา ทองคำเปลวองค์หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร ทองคำเปลวองค์หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จ.นครสวรรค์


นอกจากนี้ยังมีแร่ศักดิ์สิทธิ์หลาย ชนิด เช่น แร่เหล็กน้ำพี้ อุตรดิตถ์ แร่บางไผ่ จ.นนทบุรี แร่เขาอึมครึม จ.กาญจนบุรี แร่เกาะล้าน แร่เขาเขียว จ.ราชบุรี แร่ข้าวตอกพระร่วง สุโขทัย แร่เหล็กน้ำพี้ จ.อุตรดิตถ์ แร่ปราสาทเมืองสิงห์ จ.กาญจนบุรี แร่เขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรี ขันธ์ แร่เพชรหน้าทั่ง แร่แก้วโป่งข่าม แร่อุลกมณี แร่ธรณีดำ-แดง แร่ภูทอก จ.หนองคาย แร่ปราสาทเขาพนมรุ้ง แร่บางไผ่ จ.นนทบุรี แร่นิลบ่อแก้ว ประเทศลาว แร่ทองคำดำ ประเทศพม่า แร่ทองคำ เขาพนมพา จ.พิจิตร เป็นต้น


ทั้งนี้ ได้ประกอบพิธีหลอมผสมไปเมื่อวันที่ 7 มี.ค.2555 (วันมาฆบูชา) ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 มีพระสงฆ์ 45 รูป เจริญพระพุทธมนต์บทอิติปิโส 108 จบ เจริญพระพุทธมนต์ธัมมจักกัปปวัตนสูตร 9 รูป เกจิเถราจารย์นั่งปรกอธิษฐานจิต 4 ทิศ จากนั้นได้นำเข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษก ณ วัดสุทัศน์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2555


ส่วนพิธีพุทธาภิเษกปลุกเสกใหญ่ใน พระอุโบสถวัดไตรมิตรฯ วันมหาฤกษ์แห่งปีในวันเสาร์ที่ 5 เดือน 5 ขึ้น 15 ค่ำ เริ่มพิธีตั้งแต่เวลา 13.19 น. โดยมีพระพรหมเวที เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรฯ เป็นประธานจุดเทียนชัย พระเกจิอาจารย์นั่งปรกคือ หลวงพ่อรวย วัดตะโก จ.พระนคร ศรีอยุธยา, หลวงพ่อฟู วัดบางสมัคร จ.ฉะเชิงเทรา หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน จ.พระนครศรีอยุธยา, หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว จ.พระนครศรีอยุธยา, หลวงพ่อสมชาย วัดโพรงอากาศ จ.ฉะเชิงเทรา, พระธรรมภาวนาวิกรม (เจ้าคุณธงชัย) วัดไตรมิตรฯ เป็นประธานดับเทียนชัย โดยในเวลา 17.19 น. จะมีพิธีเททองหล่อพระร่วงครองเมือง เนื้อทองสัมฤทธิ์ หน้าตัก 39 นิ้ว


สำหรับผู้ที่เข้าร่วมพิธีและร่วมเขียนแผ่น ยันต์เพื่อเททองหล่อพระร่วงครองเมือง จะได้รับแจกฟรี 'พระนางบางขลัง' พิมพ์พระเมืองบางขลัง สุโขทัย เนื้อผงว่านและผงพุทธคุณ 108 สอบถามเพิ่มเติมที่พระอุโบสถวัดไตรมิตรวิทยาราม วัดธรรมบันดาล จ.นครราชสีมา ดูข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : www.watdhambandan.com


พระ กริ่งครองเมืองสัมฤทธิ์โชค และพระชัยวัฒน์ จัดสร้าง 9 ชุด (1 ชุดมี 2 องค์) สร้างเนื้อทองคำ 9 ชุด เนื้อเงิน 19 ชุด เนื้อนวะก้นทองคำ 9 ชุด เนื้อนวะก้นเงิน 9 ชุด เนื้อนวะ นำฤกษ์ (เททองวันที่ 5 พ.ค.2555) 99 ชุด เนื้อนวะ 799 ชุด พระกริ่ง เนื้อนวะ 9 ช่อ (ช่อละ 19 องค์) นำฤกษ์ พระชัยวัฒน์เนื้อนวะ 9 ช่อ (ช่อละ 19 องค์) นำฤกษ์ พระกริ่งชุดนี้จัดสร้างจำนวน 999 ชุดเท่านั้น


พระกริ่งทุกองค์ตอกโค้ด 'นะมหาเศรษฐี' และมีหมายเลขกำกับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-05-01 09:19:53


ความเห็นที่ 37 (1486995)

เหรียญรุ่นแรก ปี 2513 หลวงปู่แย้ม วัดตะเคียน (3)

คอลัมน์ มุมพระเก่า
อภิญญา


แต่ เมื่อเอามาใช้กับผู้ที่เขาเพิ่งจะเริ่มฝึก เราก็ต้องมีวิธีการ ตัวคนจะไปเข้าใจทันทีได้อย่างไร ถ้าเขาเข้าใจหมดเขาก็เป็นพระพุทธเจ้าสิ หมายความว่าพัฒนาเสร็จแล้ว แต่ตอนนี้เรากำลังพูดถึงความจริงที่จะให้มองเห็นว่าจะพัฒนาให้สำเร็จได้ อย่างไร

แต่เดิมวัดตะเคียน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี แทบจะไม่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป เนื่องจากสภาพแวดล้อมยังเต็มไปด้วยทุ่งนาป่ารกชัฏ วัดแทบจะร้างเพราะบางปีไม่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา จนกระทั่งถึงจุดเปลี่ยนแปลงเมื่อมีพระภิกษุที่ชื่อ "หลวงปู่แย้ม ปิยวัณโณ" มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสในปีพ.ศ.2489 ซึ่งขณะนั้นมีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่เพียงองค์เดียวและได้มรณภาพ ส่งผลให้หลวงปู่แย้มซึ่งเดินทางมาเป็นพระคู่สวดลูกชายของโยมลุง ได้รับการร้องขอให้ช่วยปกครองดูแลวัดสืบแทน ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นบุญของวัดตะเคียนโดยแท้


นับ จากวันนั้นถึงวันนี้รวมเวลากว่า 60 ปีที่หลวงปู่แย้มได้อยู่เป็นเสาหลักของวัดตะเคียน ท่ามกลางความรัก ความศรัทธา ความเชื่อมั่นของชาวเมืองนนทบุรี ชาวกรุงเทพฯ ปริมณฑล และผู้คนจากหลายถิ่นฐานที่เดินทางมากราบนมัสการฝากตัวเป็นลูกศิษย์ชนิดนับ ไม่ถ้วน

หลวงปู่แย้มมีดีอะไรที่ทำให้ผู้คนศรัทธา คำตอบง่ายๆ คือ ท่านดำรงตนแบบสมถะ ไม่ยึดติดในลาภยศสรรเสริญ เข้าพบง่าย เคร่งครัดในการปฏิบัติธรรม และยึดมั่นในกฎระเบียบของสงฆ์ มุ่งเน้นจรรโลงพระพุทธศาสนา บวกกับการสร้างพระเครื่อง และวัตถุมงคลให้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ

หลวงปู่แย้มมีความเชี่ยวชาญในวิชาแพทย์แผนโบราณ สามารถช่วยเหลือชาวบ้านให้รอดพ้นความทุกข์ทรมานจนมีชื่อเสียงโด่งดัง

ด้าน วิชาอาคมได้รับการถ่ายทอดพุทธาคมจากหลวงปู่สาย วัดหนองสองห้อง เกจิอาจารย์ดังแห่งสมุทรสาคร โดยวิชาที่ถือว่าเรียนมาอย่างเจนจบครบถ้วนก็คือ การทำตะกรุด จึงไม่แปลกที่เครื่องรางของขลังส่วนใหญ่ในยุคแรกๆ จะเป็นตะกรุด


ทั้ง นี้ ตะกรุดที่ดัง-ขลัง-ดีของท่านก็คือ "ตะกรุดโทนคอหมา" จนเป็นสมญานามเรียกขานท่านว่า "เจ้าตำรับตะกรุดคอหมา" ซึ่งมีที่มาจากครั้งเมื่อท่านได้ทำตะกรุดคล้องคอให้หมาในวัดทุกตัว เพื่อป้องกันภัยให้หมาของท่าน แต่แล้วคนก็มาแย่งหมาไปบูชากันเองจนหมดสิ้น

ตะกรุด ที่ท่านได้ดำริริเริ่มสร้างผูกคอหมา สืบเนื่องจากท่านเป็นคนที่มีเมตตาต่อสรรพสัตว์สูง เลี้ยงหมาไว้หลายตัว บางครั้งหมาอาจไปทำความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน จึงถูกทำร้ายด้วยการปาก้อนหิน หรือรุนแรงถึงขั้นใช้ปืน ใช้มีดดาบไล่ยิงไล่ฟัน ทำให้หมาบางตัวได้รับความทุกข์ทรมานอย่างมาก ครั้นท่านจะไปห้ามโยมไม่ให้ทำร้ายหมา ก็คงไม่เป็นผลอะไร ท่านจึงจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับทำตะกรุด ด้วยพิธีกรรมที่ไม่เหมือนใคร คือ จารตะกรุดในน้ำ ด้วยสมาธิจิตอันแน่วแน่ของท่าน เมื่อทำเสร็จแล้วจึงนำไปผูกคอหมาที่ท่านเลี้ยงไว้จนครบทุกตัว

หลัง จากนั้น หมาของท่านก็ไม่เคยได้รับความรุนแรงใดๆ อีกเลย ทำให้ชาวบ้านแถวนั้นเกิดความสงสัยต่างสอบถามกันไปมาได้ความว่าหลวงปู่แย้ม ได้ผูกตะกรุดวิเศษไว้ที่คอหมาทุกตัว เลยทำให้บรรดานักเลงแถวนั้นเกิดอยากลองของ ว่าจะแน่สักแค่ไหน ก็นำปืนมาลองยิงหมาดู ปรากฏว่าปืนแตก! เป็นเหตุให้เกิดความฮือฮาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว คนที่ต้องการตะกรุดแบบเร็วๆ ก็แย่งเอาที่คอหมา คนที่มีศีลธรรมดีหน่อยก็ไปบอกกล่าวขอจากหลวงปู่เอง กิตติศัพท์ของท่านก็กระฉ่อนตั้งแต่นั้นมา

จนชาวบ้านเรียกขานท่านว่า "ปู่แย้ม ตะกรุดคอหมา"

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-30 06:46:13


ความเห็นที่ 36 (1486994)

หลวงปู่ทวดเลขใต้ฐาน 05

คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง
ราม วัชรประดิษฐ


มี วัตถุมงคลรูปหลวงปู่ทวดอีกประเภทหนึ่งซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูง แม้จะไม่ได้ออกโดยวัดช้างให้โดยตรง แต่ก็มีความเกี่ยวพันกับวัดช้างให้อย่างแยกไม่ออก เรียกกันว่า "รูปหล่อหลวงปู่ทวดเลขใต้ฐานปี 2505" ซึ่งสร้างขึ้นโดย ท่านสวัสดิ์ โชติพานิช อดีตประธานศาลฎีกา ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาที่เบตง จ.ยะลา ร่วมกับคหบดีหลายท่านและกรรมการวัดพุทธาธิวาส มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการหาปัจจัยสร้างรูปเคารพหลวงปู่ทวด และพระวิหารขนาดใหญ่ เพื่อให้ผู้คนได้สักการบูชาที่วัดพุทธาธิวาส ต.เบตง อ.เบตง จ.ยะลา


วัดพุทธาธิวาส เดิมชื่อวัดเบตง ปัจจุบัน มีความเจริญรุ่งเรืองและงดงาม เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธธรรมกายมงคลประยุรเกศานนท์สุพิธาน พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย วิหารหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด และพระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ


รูป หล่อหลวงปู่ทวดเลขใต้ฐานเบตง 2505 หรือที่เรียกกันว่า ?รุ่นเบตง? นั้น นับเป็นรูปเหมือนหลวงปู่ทวดที่มีความสำคัญมาก ด้วยเหตุปัจจัยหลายประการ เราเรียกรูปหล่อประเภทนี้ว่า "ลอยองค์" หรือ "ลอยตัว" อันเป็นงานศิลปะชั้นสูงที่สามารถมองเห็นได้ทุกด้านซึ่งมีข้อสังเกตดังนี้




- พระรุ่นนี้เป็นการหล่อแบบโบราณ แต่มีการนำวิธีการที่ทันสมัยเข้าช่วย โดยช่างหล่อที่มีฝีมือเยี่ยมซึ่งหล่อพระกริ่งวัดสุทัศน์เป็นประจำ ชื่อ ช่างจรัส พัฒนางกูร บ้านช่างหล่อ กรุงเทพมหานคร ดังนั้นวิธีการดูจึงสามารถใช้หลักการดูการหล่อโบราณเป็นหลักพิจารณา และตามซอกลึกจะปรากฏน้ำยาขัดสีแดงจับติดอยู่ แต่ต้องไม่มีมากเกินไป



- องค์หลวงปู่มีรูปลักษณะไม่เหมือนกับหลวงปู่ทวดรุ่นอื่นๆ ที่จะมีต้นเค้ามาจากรูปลักษณะของหลวงปู่ทวดเนื้อว่าน 2497 แต่ผู้สร้างได้นำเอาแบบรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) รุ่นปีพ.ศ.2495 ซึ่งสร้างโดยหลวงปู่นาค วัดระฆังโฆสิตาราม ธนบุรี เป็นต้นเค้า จึงมีเอกลักษณ์พิเศษลักษณะค่อนไปทางเป็นบุคคลมากกว่าบุคลาธิษฐานในจินตนาการ และมีสัดส่วนการสร้างสมดุลอย่างยอดเยี่ยม


- โลหะที่นำมาใช้หล่อมีการผสมชนวนโลหะและมวลสารอันศักดิ์สิทธิ์ ทั้ง เงิน ทอง นาก เข้าตำรานวโลหะ ทำให้องค์พระมีเนื้อเป็นนวโลหะสามารถกลับดำในตัวเมื่อโดนสัมผัสหรือโดนอากาศ ในการเทหล่อนั้นทำเป็นช่อแล้วตัดจากช่อมาบรรจุผงแล้วช่างอุดก้นอีกทีหนึ่ง แต่ฝีมืออุดประณีต ?ของแท้? รูอุดจะเรียบไปกับใต้ฐาน ผงที่ใช้อุดเป็นว่านหลวงปู่ทวดปี 2497 มีบางส่วนจำนวนน้อยที่ไม่ได้ตัดออกจากช่อ

- ในการเททองและควบคุมการหล่อนั้น มี หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี เป็นผู้ควบคุมและอธิษฐานจิต โดยมี อาจารย์เทพ สาริกบุตร เป็นผู้คำนวณและให้ฤกษ์ยาม หลังจากอุดก้นตอกโค้ดเสร็จก็จัดส่งไปร่วมพิธีปลุกเสกโดยท่านอาจารย์ทิม ที่วัดช้างให้ ปัตตานี

- พระรุ่นนี้สร้างทั้งหมดประมาณพันองค์ มีการตอกโค้ดใต้ฐานโดยใช้ตัวตอก ?เลขอารบิก? เรียงตั้งแต่องค์ที่ 1 จนถึง 999 แต่โค้ดที่ตอกใช้ชุดเดียวคือเลข 0 ถึงเลข 9 ดังนั้นบางองค์ช่างหยิบโค้ดเลข 9 ตอกกลับหัวแทนเลข 6 และถือเป็นหลักในการดูได้ เพราะโค้ดตอกมีแค่เก้าตัว ตัวเลขทุกองค์จึงต้องมาจากตัวตอกตัวเดียวกันถ้าพระสององค์เลขเดียวกันแต่ไม่ เหมือนกันก็ต้องเก๊องค์แท้องค์หรือเก๊ทั้งคู่ และตัวเลขจะคมชัด ให้ใช้กล้องส่องดูในเส้นตัวเลขที่เป็นเส้นหนานั้นจะมีทิวเส้นคมๆ กดลงไปในเนื้อพระ พอตอกได้ 999 องค์ก็หยุดตอก จึงมีบางส่วน(ประมาณ 50 องค์) ไม่มีโค้ดตัวเลขใต้ฐาน


- เนื่องจากเป็นพระหล่อรายละเอียดแต่ละองค์จะไม่เหมือนกัน เป๊ะ แต่มีข้อสังเกตที่เหมือนกันคือ องค์พระนั่งค้อมไหล่น้อยๆ, เส้นหน้าผากแนวขวางต้องคมชัด, ไหล่ซ้ายหลวงปู่ต่ำกว่าไหล่ขวา, เบ้าตาลึก, จมูกโด่ง, หากมองจากด้านหน้าตรงๆ สามารถเห็นหลังใบหูส่วนบนได้ และมีน้ำหนัก นอกจากนี้ องค์พระยังผ่านการแต่งเล็กน้อยจึงเป็นข้อสังเกตอีกประการหนึ่ง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-30 06:45:29


ความเห็นที่ 35 (1486993)

พระพิจิตรเม็ดข้าวเม่า พระพิจิตรเขี้ยวงู โดย แทน ท่าพระจันทร์

ชมรมพระเครื่อง
แทน ท่าพระจันทร์


สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน จังหวัดพิจิตรเป็นเมืองเก่าแก่ ตามพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระยาโคตรตะบองเป็นผู้สร้างเมือง เมื่อปีพ.ศ.1601 โดยย้ายจากนครไชยบวรมา อยู่ที่ริมแม่น้ำน่าน ต่อมาในสมัยสุโขทัยเมืองพิจิตรได้รับสถาปนาเป็นเมืองลูกหลวง มีชื่อว่าเมืองสระหลวง พอถึงในสมัยอยุธยา เมืองพิจิตรมีฐานะเป็นเมืองตรีขึ้นอยู่กับเมืองพิษณุโลก และได้ชื่อใหม่ว่า เมืองโอฆะบุรี แปลว่า ห้วงน้ำ เมืองพิจิตรได้ย้ายที่ตั้งเมืองอยู่หลายครั้ง เนื่องจากแม่น้ำได้เปลี่ยนทิศทาง พอมาถึงในสมัยกรุงรัตน โกสินทร์ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีฐานะเป็นจังหวัดพิจิตรตั้งแต่นั้นมา


จังหวัด พิจิตรมีพระกรุพระเก่าที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากมาย นอกจากนี้พระเครื่องที่เกจิอาจารย์สร้างไว้ก็มีความโดดเด่นมากก็คือ พระรูปเหมือนหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน เป็นต้น ในส่วนของพระเครื่องที่เป็นพระกรุนั้น ก็มีหลากหลาย ที่เป็นพระเนื้อชินและพระเนื้อดิน เช่น พระพิจิตรใบตำแย พระพิจิตรซุ้มจิก พระพิจิตรท่ามะปราง พระพิจิตรหัวดง พระพิจิตรใบมะยม พระพิจิตร วัดนาคกลาง นอกจากนี้พระเครื่องที่เป็นพระกรุขนาดเล็ก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพระกรุเมืองนี้และมีชื่อเสียงโด่งดังมากก็คือ พระพิจิตรเม็ดข้าวเม่า พระพิจิตรเม็ดน้อยหน่า พระพิจิตรเขี้ยวงู พระพิจิตรเกศคด พระพิจิตรนาคปรก พระพิจิตรใบข้าว พระพิจิตรผงดำ เป็นต้น


พระ เครื่องที่เป็นพระกรุมีทั้งที่เป็นศิลปะแบบสุโขทัยและศิลปะแบบอยุธยาเป็น ส่วนใหญ่ กรุที่พบพระ ก็มีกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ กรุวัดนาคกลาง กรุท่าฉนวน กรุมะละกอ กรุโพธิ์ประทับช้าง กรุทับคล้อ กรุหัวดง กรุวัดเขมาภิรตาราม เป็นต้น ทุกๆ กรุล้วนเป็นกรุที่นิยม พระส่วนใหญ่ที่พบนั้นจะเป็นพระเนื้อชิน ที่เป็นเนื้อดินเผานั้นพบน้อย และพระกรุที่มีชื่อเสียงจนเป็นเอกลักษณ์ของเมืองพิจิตร จะเป็นพระขนาดเล็ก ซึ่งถ้าเราพูดถึงพระพิจิตรก็จะนึกถึงความเป็นพระขนาดเล็กไว้ก่อน เช่น พระพิจิตรเม็ดข้าวเม่า เป็นต้น ถ้าพูดถึงพระนาคปรกพิจิตรก็รู้เลยว่าเป็นพระนาคปรกขนาดเล็ก


ที นี้เรามาดูพระเนื้อดินเผา ซึ่งก็มีขนาดเล็กเช่นกันคือ พระพิจิตรเม็ดน้อยหน่า และพระพิจิตรเขี้ยวงู พบที่กรุท่าฉนวน พระที่พบเป็นพระเนื้อดินเผาที่มีสีดำเป็นส่วนใหญ่ ที่พบเป็นสีแดงก็มีบ้างแต่น้อยมาก ชื่อของพระก็คือเป็นพระที่มีขนาดเล็ก และมีลักษณะเรียวๆ กลมๆ คล้ายกับเม็ดน้อยหน่า แถมมีสีดำอีกด้วยจึงเป็นที่มาของชื่อที่เรียก ส่วนพระพิจิตรเขี้ยวงูนั้น ก็มีขนาดเล็กกว่าพระพิจิตรเม็ดน้อยหน่าเล็กน้อย และองค์พระมีลักษณะผอมเรียวกว่า พระเกศเรียวแหลมคล้ายเขี้ยวงู จึงเป็นที่มาของชื่อที่เรียกขานกันครับ



พระพิจิตรเม็ดข้าว เม่า และพระพิจิตรเขี้ยวงูนั้นเป็นพระที่หาแท้ๆ ยากในปัจจุบัน ยิ่งพิมพ์เขี้ยวงูยิ่งหายากกว่า พุทธคุณและประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมานั้นเด่นทางด้านอยู่ยงคงกระพันชาตรีและแคล้วคลาด ในวันนี้ผมได้นำรูปมาให้ชมกันทั้งพระพิจิตรเม็ดข้าวเม่า และพระพิจิตรเขี้ยวงูครับ

ด้วยความจริงใจ


 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-30 06:43:02


ความเห็นที่ 34 (1486746)

วัตถุมงคลหลวงปู่บุญหนา 'รุ่นมหาเศรษฐีนวโกฏิ'


คณะ ศิษย์จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับความเมตตาจาก 'หลวงปู่บุญหนา ธัมมทินโน' วัดป่าโสตถิผล ต.ช้างมิ่ง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร จัดสร้าง 'วัตถุมงคลรุ่นมหาเศรษฐีนวโกฏิ' เพื่อนำถวายแจกเป็นทานบารมีจำนวนหนึ่ง และให้ผู้ศรัทธาได้บูชาเป็นสิริมงคลจำนวนหนึ่ง ประกอบด้วย พระกริ่งเศรษฐีนวโกฏิ ขนาดสูง 4.2 เซนติเมตร ฐานกว้าง 2.5 เซนติเมตร พระชัยวัฒน์เศรษฐีนวโกฏิ ขนาดสูง 2.5 เซนติเมตร ฐานกว้าง 1.5 เซนติเมตร และรูปหล่อเหมือนลอยองค์ ขนาดสูง 3.3 เซนติเมตร ฐานกว้าง 2.4 เซนติเมตร หนา 2 เซนติเมตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำรายได้สมทบทุนบูรณะเสนาสนะและถาวรวัตถุในวัดป่า โสตถิผล


หลวงปู่บุญหนา เป็นศิษย์สายวิปัสสนากรรมฐานพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต รุ่นสุดท้ายที่ยังดำรงขันธ์อยู่ในปัจจุบัน ท่านเป็นหลานแท้ๆ ของพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร อีกทั้งเคยปฏิบัติอุปัฏฐากรับใช้ครูบาอาจารย์สายกรรมฐานมากมายหลายรูป อาทิ พระอาจารย์ชอบ ฐานสโม, พระอาจารย์ตื้อ อจลธัมโม, ท่านพ่อลี ธัมมธโร, หลวงปู่แหวน สุจิณโณ, พระอาจารย์สิม พุทธาจาโร และพระอาจารย์จาม มหาปุญโญ เป็นต้น จึงเชื่อมั่นได้ในวัตรปฏิบัติอันงดงาม และความแก่กล้าแห่งสมาธิจิต



กล่าว ได้ว่าในบรรดาพระคณาจารย์ดังแห่งเมืองสกลนคร หลวงปู่บุญหนา มีชื่อเสียงมาในลำดับต้นๆ เช่นเดียวกับวัตถุมงคลที่ท่านเมตตาให้สร้างและปลุกเสกทุกรุ่นเป็นที่หมายปอง ของศิษยา นุศิษย์ ติดทำเนียบพระเครื่องยอดนิยมสายอีสานที่มีมูลค่าการเช่าหาสูงขึ้นทุกขณะ


หลวงปู่บุญหนาท่านได้เมตตาอธิษฐานจิตมวลสารสำคัญของวัตถุมงคลรุ่นมหาเศรษฐีนวโกฏิ เช่น ผงไม้ยอป่า (กลางนา)


นอก จากนี้ คณะศิษย์อุบลราชธานีได้ขอให้ศิษย์อุปัฏฐากที่คอยดูแลในศาลาหอฉันให้ช่วยเก็บ ข้าวเหนียวที่ท่านฉันเหลือในบาตร วันเสาร์ ขึ้น 1 ค่ำ หรือขึ้น 15 ค่ำ และวันอังคาร ขึ้น 1 ค่ำ หรือขึ้น 15 ค่ำ ให้ได้อย่างละ 5 เสาร์ 5 อังคาร ข้างขึ้น แล้วนำมาให้ท่านอธิษฐานจิตในเช้าวันเสาร์ที่ 21 ม.ค.2555 ณ วัดป่าโสตถิผล เพื่อให้เกิดความขลัง ก่อนนำมาบรรจุใต้ฐานองค์พระกริ่ง, พระชัยวัฒน์ และรูปหล่อ ใต้ฐานทั้ง 3 พิมพ์ได้นำมวลสารศักดิ์สิทธิ์มาบรรจุเพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคลขึ้นไปอีก คือ


1.ผงพุทธคุณ 108 2.ผงพุทธคุณไม้ยอ กลางทุ่งนา 3.ข้าวเหนียวที่หลวงปู่ฉันเหลือก้นบาตร ตะกรุดทองคำ ตะกรุดเงิน ตะกรุดทองฝาบาตร ตะกรุดทองแดง จารนะมหาเศรษฐีทุกดอก 4.พระเกศาหลวงปู่ที่เป็นมงคลสูงสุดบรรจุให้ศิษยานุศิษย์ได้เก็บบูชาติดตัว เป็นสิริมงคลชีวิตครบถ้วน มวลสารศักดิ์สิทธิ์




พระ กริ่งเศรษฐีนวโกฏิ, พระชัยวัฒน์เศรษฐีนวโกฏิ, รูปเหมือนลอยองค์ ทุกแบบสร้าง 5 เนื้อคือ เนื้อเงิน ก้นเงิน อุดผง ตะกรุด เส้นเกศา เนื้อนวะ ก้นเงิน อุดผง ตะกรุด เส้นเกศา เนื้อนวะ ก้นนวะ อุดผง ตะกรุด เส้นเกศา เนื้อทองเหลือง ก้นชนวน อุดผง ตะกรุด เส้นเกศา เนื้อทองแดง ก้นทองระฆังผสมชนวน อุดผง ตะกรุด เส้นเกศา ทุกพิมพ์ ทุกเนื้อ ทุกรายการ ตอกโค้ดและหมายเลขกำกับ



ชุดพิเศษประกอบด้วย พระกริ่งเศรษฐีนวโกฏิ เนื้อเงินก้นทองคำ พระชัยวัฒน์เศรษฐีนวโกฏิ เนื้อเงินก้นทองคำ รูปเหมือน เนื้อเงินก้นทองคำ ทั้ง 3 พิมพ์ สร้าง 81 ชุด ใต้ฐานทั้ง 3 พิมพ์ อุดผงไม้ยอกลางดง ข้าวก้นบาตรที่หลวงปู่บุญหนา ธัมมทินโน ฉันเหลือ ในวันเสาร์ข้างขึ้นและวันอังคารข้างขึ้น รวม 5 เสาร์ 9 อังคาร สุดเข้มขลังยิ่ง พร้อมตะกรุดทองคำจารนะดวงมหาเศรษฐี และเส้นเกศาของหลวงปู่บุญหนา ธัมมทินโน มหามงคลอันสูงสุด ปิดด้วยแผ่นทองคำปั๊ม ตอกโค้ด มีหมายเลขทุกองค์ (พิเศษแถมเหรียญแจกทานรูปอาร์ม เนื้อเงินหลังเรียบไม่ตัดปีก 1 เหรียญ เนื้อทองฝาบาตรหลังเรียบไม่ตัดปีก 5 เหรียญ เนื้อทองแดงหลังเรียบไม่ตัดปีก 5 เหรียญ) สอบถามรายละเอียดการจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่นนี้เพิ่มเติมที่โทร.08-8152-9948

ปัจจุบัน มีการจัดสร้างวัตถุมงคลพระเศรษฐีนวโกฏิมากขึ้น สืบเนื่องจากเหตุผลตามคติความเชื่อว่า พระเศรษฐีนวโกฏิเป็นที่สุดแห่งพุทธคุณด้านมหาเศรษฐี ร่ำรวยมั่งมีทรัพย์ ถ้าผู้ใดได้กราบบูชาพระเศรษฐีนวโกฏิแล้ว จักเป็นผู้มีอำนาจบารมี ยังผลให้เป็นผู้ที่เจริญในโภคทรัพย์ เงินทอง การงานต่างๆ



วัตถุ มงคลชุดนี้ถือเป็นการสืบสานตำนานการสร้างพระเศรษฐีนวโกฏิของเจ้าคุณพระ อุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) วัดบรมนิวาส กรุงเทพฯ ในฐานะต้นตำรับของเมืองไทย ซึ่งหลวงปู่บุญหนากำหนดประกอบพิธีอธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยวเมื่อวันพุธที่ 25 เม.ย.2555 ซึ่งตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 6

ศิษยานุศิษย์ที่มีจิตศรัทธาร่วมสร้างบารมีกับหลวงปู่บุญหนา รีบติดต่อสั่งจองบูชาด่วนเพราะสร้างจำนวนไม่มาก

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-28 07:45:03


ความเห็นที่ 33 (1486535)

เหรียญพญานาคเกี้ยว

เปิดพระใหม่



จากตำนานและความเชื่อเรื่องพญานาค ว่าอาจมีความเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนามาแต่โบราณกาล เห็นได้ว่าตามวัดต่างๆ บันไดทางขึ้นพระอุโบสถและศาลาการเปรียญ มักจะปรากฏภาพและรูปปั้นพญานาค

ทั้งยังมีความเชื่อว่าพญานาคมีถิ่นอาศัยในห้วงน้ำวนลึกใต้พิภพบาดาล ในทุกปีที่ผ่านมาจะมีการจัดงานรำลึกพญานาคที่องค์พระธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม โดยใช้ชื่องานว่า 'วันสัตตนาคา'

ในปี พ.ศ.2554 คณะกรรมการชมรมพุทธศิลป์นครพนม ได้จัดสร้างวัตถุมงคลเป็นเหรียญพญานาคเกี้ยว เพื่อรำลึกบูชาถึงครูบาอาจารย์ โดยเฉพาะหลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ พระเกจิกัมมัฏฐานชื่อดังภาคอีสาน ที่เชื่อว่ามีความเกี่ยวพันกับพญานาคในอดีตชาติ

เหรียญพญานาคเกี้ยวจัดสร้างเป็นเนื้อเงิน 38 เหรียญ เนื้อสัตโลหะ 99 เหรียญ เนื้ออัลปาก้า 99 เหรียญ เนื้อนวโลหะ 99 เหรียญ และเนื้อทองแดง 2,554 เหรียญ

ด้านหน้าเหรียญ เป็นเหรียญรูปทรงแปดเหลี่ยม คล้ายเหรียญพระธาตุพนม รุ่นสมโภชปี 2518 มีเส้นสันนูนรอบขอบเหรียญ ถัดเส้นด้านในเป็นฟันปลาสามเหลี่ยมคล้ายกลีบบัวล้อมรอบ กลางเหรียญมีภาพนูนพญานาค 2 ตน กึ่งกลางเหรียญด้านซ้ายใกล้ขอบคล้ายฟันปลาระหว่างลำตัวพญานาค ตอกโค้ดตัวหนังสือจีน 2 ตัวกำกับ อ่านว่า 'หลง' หมายถึง พญานาค หรือมังกร ด้านขวาแนวระนาบเดียวกันตอกโค้ด 'ตัวเซี่ยน' หมายถึง เงิน เฉพาะเนื้อเงินแจกกรรมการ ตอกโค้ดกึ่งกลางระหว่างหางคำว่า 'ขว้างจิง' หมายถึง ทองคำ ด้านล่างสลักตัวหนังสือคำว่า 'พญานาคเกี้ยว' ใต้ตัวหนังสือบรรทัดดังกล่าวตอกนัมเบอร์รันจำนวนเหรียญกำกับไว้

ด้านหลังเหรียญ มีเส้นสันนูน รอบขอบเหรียญมีจุดไข่ปลาล้อมรอบ ใต้ขอบเหรียญมุมบนสุดมียันต์ 'นะนิพพาน' และอักขระตัวธรรมขนาบสองข้างจากซ้ายไปขวาอ่านว่า 'เหตะลักขะชิชิสะสะ รุจุเมคาคะสัง' ถัดลงมามียันต์มหาปรารถนา พร้อมอักขระตัวธรรมในช่องนับได้ 17 ตัว ใต้ยันต์มีอักขระตัวธรรม บรรทัดแรกอ่านว่า 'ชินะตาชิมานิ โนเยนะเยโน' บรรทัดที่ 2 อ่านว่า 'ธิสิทวะภาธิสิท' บรรทัดล่างสุดสลักปีที่จัดสร้างระบุ 'พ.ศ.๒๕๕๔'

เหรียญรุ่นนี้เข้าพิธีพุทธาภิเษก 3 วาระ ครั้งแรกที่วัดป่าโนนแพง อ.บ้านแพง เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2554 โดยพระอาจารย์บุญอุ้ม อาภัสสโร ครั้งที่ 2 ที่วัดพระธาตุพนม เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2554 และครั้งสุดท้าย ที่วัดพระธาตุมหาชัย อ.ปลาปาก ในพิธีฉลองพิพิธภัณฑ์ เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2554

เหรียญพญานาคเกี้ยวมีพุทธคุณโดดเด่นด้านคุ้มครองแคล้วคลาดจากภัยทั้งปวง เมตตามหานิยม โชคลาภทำมาค้าขายดี

เหรียญรุ่นนี้ เนื้อเงิน เนื้ออัลปาก้า สัตโลหะ นวโลหะ แจกฟรีให้แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ด้านศาสนา ส่วนเนื้อทองแดงสร้างตามพ.ศ.สร้าง เช่าบูชาเหรียญละ 200 บาท ได้ที่วัดมหาธาตุ แถมหนังสือ 'เทพเจ้าแห่งลุ่มแม่น้ำโขง' บันทึกชีวประวัติและปฏิปทาหลวงปู่คำพันธ์

เป็นอีกหนึ่งเหรียญสำหรับผู้ที่เกิดปีมะโรง
 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-27 07:56:17


ความเห็นที่ 32 (1486321)

เหรียญรุ่นแรกปี 2513 หลวงปู่แย้ม วัดตะเคียน (1)

มุมพระเก่า
อภิญญา


พระ เกจิอาจารย์อาวุโสของจังหวัดนนทบุรี ที่สร้างชื่อประดับวงการพระเกจิเมืองไทย มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นคนยากจน หรือมหาเศรษฐี ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นักการเมือง ผู้ที่รู้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน ต่างก็เดินทางมาหาท่าน เพื่อขอพรขอบารมีจากท่านมิได้ขาดสายทุกวัน

'หลวงปู่แย้ม ปิยวัณโณ' หรือนามสมณศักดิ์ที่ 'พระครูปิยนนทคุณ' เจ้าอาวาสวัดตะเคียน ถนนพระราม 5 (นครอินทร์) ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ปัจจุบันอายุ 96 ปี

วัตถุมงคลทั้งพระเครื่องและเครื่องรางของขลังก็เป็นที่นิยม ของนักสะสม ล่าสุดกำลังโด่งดังเครื่องรางของขลัง 'เสือปืนแตก' และ 'เสือเดือนเพ็ญ' แต่ที่หายากสุดๆ เวลานี้ต้องยกให้เหรียญรุ่นแรกของท่าน สนนราคาเล่นหานับวันสูงขึ้นเรื่อยๆ


ตาม ประวัติ หลวงปู่แย้ม เป็นชาวสมุทรสาคร เกิดที่ ต.เจ็ดริ้ว อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม 2459 ในครอบครัวชาวนา

มีพี่น้องร่วมท้องเดียวกันทั้งหมด 4 คน ท่านเป็นบุตรชายคนที่ 2 ของครอบครัว โยมบิดาชื่อเพิ่ม โยมมารดาชื่อเจิม ปราณี

เยาว์ วัยได้เข้าศึกษาหาความรู้ที่โรงเรียนประชาบาลวัดหลักสองของ อ.บ้านแพ้ว แต่เรียนได้แค่ชั้นประถมฯ 1 เพราะต้องอยู่บ้านเพื่อช่วยบิดาทำนาหาเลี้ยงชีพ ครั้นอายุได้ 14 ปี ต้องลาออกจากโรงเรียนอย่างเด็ดขาด เพราะว่าโตเกินกว่าที่จะไปโรงเรียนแล้ว จึงได้ออกมาช่วยบิดาทำนาเรื่อยมา

จน กระทั่งอายุได้ 20 ปี ได้เข้าอุปสมบทที่วัดหลักสองบำรุงราษฎร์ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร โดยมี พระครูคณาสุนทรนุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอบ้านแพ้ว เป็นพระอุปัชฌาย์ เจ้าอธิการเหลือ เจ้าคณะตำบล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์ชื่น เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้ฉายา 'ปิยวัณโณ'

ระหว่าง ครองเพศบรรพชิต มีความเคร่งครัดในวัตรปฏิบัติเป็นอันมาก รวมทั้งยังตั้งใจศึกษาธรรมะอย่างเอาจริงเอาจัง จนสามารถสอบได้นักธรรมตรีในพรรษาแรกเท่านั้น พอย่างเข้าพรรษาที่ 2 ท่านก็เกิดอาพาธหนัก จนโยมพ่อต้องมารับกลับไปรักษาตัวที่บ้าน ได้ 'หมอนุ่ม' เป็นคนต้มยาสมุนไพรไทยรักษาจนหาย โดยพักรักษาตัวอยู่เกือบเดือน จึงกลับไปจำพรรษาที่วัดได้ตามเดิม

วัดหลักสองบำรุงราษฎร์สมัยนั้น พระภิกษุจะเก่งในเรื่องช่าง ไม่ว่าจะเป็นช่างไม้ ช่างปูน ช่างทาสี พระภิกษุเหล่านี้จะเป็นที่โปรดปรานของเจ้าอาวาสมาก

หลวงปู่แย้มเอง ก็มีงานช่างทำเหมือนกันคือ เป็นช่างพิมพ์กระเบื้องในโรงงานของวัด วันหนึ่งต้องพิมพ์ให้ได้ถึง 530 แผ่นทีเดียว เพื่อให้ทันเวลาที่จะนำไปสร้างกุฎีสงฆ์หลังใหม่ จนอาจกล่าวได้ว่ากระเบื้องทุกแผ่นที่วัดหลักสองฯ ใช้สร้างพระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หรือกุฎีสงฆ์ เป็นฝีมือของหลวงปู่แย้มทั้งสิ้น นอกจากงานด้านช่างแล้ว ท่านยังได้ศึกษาวิชาหมอยา เพื่อสงเคราะห์ชาวบ้านแถบนั้นด้วย โดยลงมือศึกษาค้นคว้าในเรื่องของตัวยาสมุนไพรและคาถาอาคมที่จะใช้เสกกำกับลง ไปในตัวยาเพื่อใช้สำหรับการรักษา จนท่านมีความมั่นใจในตัวยาสมุนไพรที่ท่านได้ศึกษาจากตำราและค้น คว้าด้วยตัวเอง

ท่านก็เริ่มลงมือช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนได้ทันที ในพรรษาที่ 2 ของการเป็นพระภิกษุนั้นเอง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-26 08:28:15


ความเห็นที่ 31 (1486061)

วัดเสนหา นครปฐม เทวาภิเษก-เทพนาคราช



วัด เสนหา หรือชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดเสน่หา เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่ริมพระราชวังสนามจันทร์ (ในอดีตเป็นที่ว่าการมณฑลนครชัยศรี) ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม

บริษัท มังคละบรรณศิลป์ จำกัด และคณะโดย พลเอกสหชาติ พิพิธกุล ประธานฝ่ายฆรา วาส มีจิตศรัทธาจัดสร้าง พระพุทธมงกุฎหิรัญเทวาธิราช พระพุทธรูปทรงเครื่องมหาจักร พรรดิ ปางนาคปรก ขนาดหน้าตัก 29 นิ้ว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา และถวายเป็นพระราชกุศลแด่บูรพกษัตราธิราชทุกพระองค์ เพื่อประดิษฐานที่วัดเสนหา ทำพิธีเททอง ณ มณฑลพิธีองค์พระปฐมเจดีย์ ไปเมื่อวันเสาร์ที่ 26 พ.ย.2554

บัดนี้การดำเนินการสำเร็จลุล่วงเป็นที่เรียบร้อย

คณะ กรรมการจึงประชุมหารือเกี่ยวกับการสร้างพระวิหารครอบองค์พระพุทธมงกุฎหิรัญ เทวาธิราช โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์อนันต์ สวัสดิสวนีย์ อดีตผู้อำนวยการช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร เป็นผู้ออกแบบ

การจัดสร้าง พระวิหารนั้นต้องใช้ทุนทรัพย์เพิ่มเติมอีกจำนวนมาก ที่ประชุมมีมติเห็นสมควรจัดสร้าง เทพนาคราช รูปองค์ยืนหน้าวิหาร ที่ประดิษฐานพระพุทธมงกุฎหิรัญเทวาธิราช เป็นพญานาคเนรมิตร่างเป็นเทพบุตรผู้ดูแลวิหาร ขนาดต่างๆ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปผู้มีจิตศรัทธาร่วมสมทบทุนสร้างพระวิหาร ได้เช่าบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล ปกปักรักษา และคุ้มครองภัย ในนาม เทพนาคราช รุ่นเทวานาคินทร์ กันภัยบันดาลโชค โดยจะจัดพิธีเทวาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดเสนหาพระอารามหลวง จ.นครปฐม ในวันเสาร์ที่ 28 เม.ย.2555

พระ ครูโชติธรรมาทร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเสนหา กล่าวว่า พญานาคเป็นสัญลักษณ์แห่งนํ้า หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ เป็นสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ ความมีวาสนา และพลังอำนาจ พญานาคนั้นมีอิทธิฤทธิ์มาก สามารถบันดาลให้เกิดคุณและโทษได้ และสามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ รูปร่างสวยงามราวเทพบุตร หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เทพนาคราช

เทพนาคราช รุ่นเทวานาคินทร์ กันภัย บันดาลโชค มีเทวลักษณะอันงดงาม จากฝีมือประติมากรรมของอาจารย์พิทักษ์ เฉลิมเล่า และหล่อโดย อาจารย์ถวัลย์ เมืองช้าง บริษัท เอเซียไฟน์อาร์ท จำกัด จัดสร้างเป็น รูปหล่อบูชาเนื้อสัมฤทธิ์ (บรอนซ์) ขนาดความสูง 22 นิ้ว, 11 นิ้ว และ 6 นิ้ว (รวมฐาน), รูปหล่อลอยองค์ เนื้อสัมฤทธิ์ (บรอนซ์), เหรียญเนื้อนวโลหะ-เนื้อทองแดง และพระผง ซึ่งด้านหลังประกอบด้วยยันต์อักขระ นะมะพะทะ หัวใจในธาตุทั้งสี่ คือน้ำดินลมไฟ ช่วยหนุนให้ทุกคาถาที่ร่วมรายการเกิดอิทธิปาฏิหาริย์ และนะชาลิติ หัวใจพระสีวลี เป็นเลิศในด้านเมตตามหานิยม โภคทรัพย์

เนื้อมวลสาร ประกอบด้วย มวลสารศักดิ์สิทธิ์จากศาสนสถานต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ ใบโพธิ์จากพุทธคยา ประเทศอินเดีย, ผงธูปหลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย อ.เมือง จ.หนองคาย, วัตถุศักดิ์สิทธิ์ จากพระธาตุบังพวน นํ้าจากบ่อนํ้าศักดิ์สิทธิ์เจ้าปู่มุจลินท์ วัดพระธาตุบังพวน จ.หนองคาย, ผงธูปหลวงพ่อนาค วัดมัชฌิมาวาส อ.เมือง จ.อุดรธานี, ผงธูปจากศาลเสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ หาดทรายรี จ.ชุมพร, ผงธูปจากหลวงพ่อนาคปรก วัดนาคปรก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ, มวลสารและแผ่นจารอักขระทอง เงิน นาก พระสาสนโสภณ วัดโสมนัสราชวรวิหาร, แผ่นจารอักขระจากเจ้าคุณอุดม วัดถํ้าวัฒนมงคล จ.ระยอง และมวลสารจากศาลท่านท้าวหิรัญพนาสูร ร.พ.พระมงกุฎเกล้า ในพระราชวังพญาไท

พิธีเทวาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดเสนหาพระอารามหลวง จ.นครปฐม ในวันเสาร์ที่ 28 เม.ย.2555 มี พระธรรมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก กรุงเทพฯ เป็นประธานจุดเทียนชัย และพระธรรมปริยัติเวที วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม เป็นประธานดับเทียนชัย พร้อมพระเกจิอาจารย์ชื่อดังทั่วประเทศร่วมนั่งปรกเจริญจิตตภาวนาและเจริญชัย มงคลคาถา

ขอเชิญผู้ศรัทธาองค์พญานาค ผู้ที่เกิดปีมะโรง และผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลาย ร่วมบริจาคบูชาสั่งจองวัตถุมงคล และร่วมพิธีเทวาภิเษกเทพนาคราช รุ่นเทวานาคินทร์ กันภัย บันดาลโชค เพื่อสมทบทุนสร้างพระวิหารประดิษฐานพระพุทธมงกุฎหิรัญเทวาธิราช ณ วัดเสนหา พระอารามหลวง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-25 12:11:04


ความเห็นที่ 30 (1485836)

หลวงพ่อเงิน ย้อนยุค วัตถุมงคลวัดหนองดง



วัดหนองดง ตั้งอยู่หมู่ 2 ต.ท่าเสา อ.โพทะเล จ.พิจิตร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย

สร้าง ขึ้นเมื่อราวปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา-ต้นรัตนโกสินทร์ เท่าที่ปรากฏหลักฐาน ในสมัย 'หลวงพ่อฉิม' เจ้าอาวาสรูปแรก ชื่อ 'วัดหนองดง' มีนามเรียกขานตามชื่อ หมู่บ้าน เนื่องจากฟื้นที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยหนองน้ำและป่าดง ราษฎรบ้านหนองดงจึงได้ร่วมใจกันสร้างวัด โดยได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งแรกในปีพุทธศักราชใดไม่ปรากฏหลักฐานที่ แน่ชัด

รายนามอดีตเจ้าอาวาส และเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน มีจำนวน 8 รูป ดังนี้ รูปที่ 1.หลวงพ่อฉิม 2.หลวงพ่อเทียน 3.หลวงพ่อปั้น 4.หลวงพ่อภู่ 5.เจ้าอธิการหลี่ อดีตเจ้าคณะตำบลท่าขมิ้น 6.เจ้าอธิการฟัก โชติโย อดีตเจ้าคณะตำบลท่าขมิ้น 7.พระครูวิจิตรวรคุณ (ทองสุข วรธัมโม) อดีตเจ้าคณะตำบลท่าขมิ้น 8.พระครูพิสุทธิวรากร (วิทยา คุณวโร) ปี 2532 ถึงปัจจุบัน

วัดหนองดงถือเป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน เป็นที่พึ่งทางใจแก่ พุทธศาสนิกชนมาชั่วลูกชั่วหลาน ปัจจุบันวัดแห่งนี้ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลาร่องรอยความเจริญที่เหลือพอจะ ให้ชนรุ่นหลังตระหนักถึงความศักดิ์สิทธิ์ นั่นคือ 'หลวงพ่อโต'

หลวงพ่อโตเป็นที่พึ่งทางใจสำหรับชาวบ้านหนองดงและชาวบ้านใกล้เคียงจนไม่อาจ ล่วงละเมิดก้ำเกิน แม้เพียงหยิบชิ้นส่วนเศษไม้สักชิ้นไปจากวัดได้โดยไม่รับอนุญาต

นอกจากนี้ยังมีหอสวดมนต์ หอพระ หอระฆังที่สร้างด้วยไม้ทั้งหลังสภาพการณ์ ยังปรากฏสถาปัตยกรรมอันงดงาม อย่างศิลปะสมัยเก่า แม้ตัวเรือนจะโย้เย้ตามกาลเวลา

ที่สำคัญหอสวดมนต์ที่เหลืออยู่บอกกล่าวความจริงที่ว่าวัดแห่งนี้เคยเป็นที่ จำพรรษาของพระรูปหนึ่งที่ถือเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของลุ่มแม่น้ำยม ชาวเมืองชาละวัน คือหลวงพ่อเงิน พุทธโชติ วัดบางคลาน

พระครูวิสุทธิวรากร เจ้าอาวาส กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่วัดหนองดงแห่งนี้ภาคภูมิใจ ไม่น้อยกว่าหลวงพ่อโตอันศักดิ์สิทธิ์นั่นคือ เจดีย์เก่าแก่องค์หนึ่งภายในวัด ตามประวัติของหลวงพ่อเงินบอกว่าภายในเจดีย์นั้นคือกรุบรรจุวัตถุมงคลของหลวง พ่อเงิน สมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยได้รับการบรรจุพร้อมๆ กับเจดีย์ภายในวัดบางคลานและวัดอื่นๆ ปัจจุบันพระเครื่องที่แตกกรุออกมาได้รับความนิยมอย่างมาก

พระเกจิอาจารย์นามมงคลหลวงพ่อเงิน อมตเถราจารย์ เทพเจ้าแห่งเมืองพิจิตร ถึงปัจจุบันท่านจะละสังขารไปแล้ว แต่วัตถุมงคลของท่านก็ได้รับความนิยมในหมู่ลูกศิษย์ลูกหาอย่างมาก สร้างออกมากี่รุ่นก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการ

ล่าสุด วัดหนองดงได้จัดสร้าง 'วัตถุมงคลย้อนยุคหลวงพ่อเงิน ปี ཋ' อันลือลั่น พิมพ์สวย มวลสารเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ จัดพิธีกรรมครบถ้วนตามแบบโบราณาจารย์ พิธีมหาพุทธาภิเษกจัดไว้อย่างสุดยอด ณ สามแดนธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ พระอุโบสถวัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพฯ ถิ่นกำเนิดพระสมเด็จหลักล้าน สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) พระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร ถิ่นกำเนิดพระกริ่งที่โด่งดัง สมเด็จพระสังฆราช (แพ) พระอุโบสถวัดบางคลาน จ.พิจิตร ถิ่นกำเนิดรูปหล่อหลวงพ่อเงินยอดนิยมในหมู่นักสะสม

สนใจหลวงพ่อเงิน รุ่นน้ำท่วม บูชาได้ที่วัดหนองดง ต.ท่าเสา อ.โพทะเล จ.พิจิตร

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-24 09:26:05


ความเห็นที่ 29 (1485674)

กลัวแผ่นดินไหวไว้ก่อนแหละดี แม้นักวิชาการจะดาหน้ากันออกมาบอกว่าไม่กระทบคนไทย แต่อย่าตื่นกลัวจนเกินเหตุ วันนี้มีงานประกวดพระเครื่องที่โรงเรียนเมืองพัทยา 7 หนองพังแค เลยโลตัสพัทยาเหนือไปหน่อย ห่างจากตัวเมืองพัทยาไป 5 กิโลเมตร นำชัยชนะ ดีวิ และสำเรือน ทับจันทร์ หรือครูดุก พัทยา ร่วมกันคิดร่วมกันทำ เพื่ออนุรักษ์พระท้องที่ภาคตะวันออกครบทุกกรุพระเกจิดังครบทุกท้องที่ บ้านไหนสะสมพระท้องที่วัดใกล้บ้านที่เป็นเกจิเก่งไม่มีใครส่งเสริม งานนี้แหละเปิดให้เต็มเวที มาโชว์และแข่งขันไปส่งเข้าประกวดได้ตั้งแต่ 09.00 น. รางวัลแต่ละรายการเป็นหนังสือตำราดูพระเนื้อชิน ผู้จัดฝากเชิญกรรมการที่มีความจัดเจนด้านพระภาคตะวันออกไปเป็นกรรมการตัดสิน เพื่อความเป็นธรรมกับชาวบ้านที่อุตส่าห์เก็บสะสมพระไว้นาน บางองค์ไม่เคยเห็นในวงการมาก่อนก็เยอะครับ

อีกก้าวหนึ่งของสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย พยัพ คำพันธุ์ บอกว่าสำหรับผู้ที่สมัครเป็นสมาชิกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย จะได้สิทธิพิเศษ หลายอย่าง ที่สำคัญคือ ได้เป็นสมาชิกเว็บไซต์ของสมาคมฯ ทันที และแสดงบัตรเข้างานประกวดพระเครื่องฟรี เฉพาะงานที่สมาคมรับรองไม่ต้องเสียค่าผ่านประตู ดังนั้นงานไหนที่แจ้งขอรับการรับรองจากสมาคมแล้ว ต่อไปงานไหนมีการเก็บค่าผ่านประตูต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่รู้ไว้จะไม่เกิด ปัญหา ใครยังไม่ได้สมัครไปสมัครได้แล้ววันนี้ ค่าบำรุงตลอดชีพ 900 บาทเท่านั้น

วัดนาคปรก เขตภาษีเจริญ บอกมาว่า วันที่ 5 พฤษภาคม 55 วันเสาร์ 5 เป็นวันแข็ง เหมาะแก่การจัดพิธีปลุกเสก วัดนาคปรกได้นิมนต์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าคณะหนใหญ่เหนือ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำเป็นประธานจุดเทียนชัยปลุกเสกเหรียญเสมาหลวงพ่อวัดนาคปรก รุ่นเสาร์ 5 ปี 55 สุดยอดวัตถุมงคลที่ทรงคุณค่า ปีพุทธชยันตี เพื่อนำรายได้ไปซ่อมโบสถ์ อายุ 265 ปี มีเนื้อทองคำ 9 องค์ เงินหน้าทอง อัลปาก้าหน้าทอง นวะหน้าทอง ทองแดงหน้าทอง และปรกเล็กหลังหลวงพ่อเส็งจารย์สอบถามได้ที่ร้านชาวนนท์ พันธุ์ทิพย์งามวงศ์วาน โทร.08-2652-7709 และ 08-1348-9240

สืบสานประเพณีปีใหม่ไทย คนวงการพระเครื่องที่พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน จัดพิธีรดน้ำขอพรคนใหญ่ในวงการพระเครื่อง มี คุณพยัพ คำพันธุ์ นายกสมาคมพระเครื่อง คุณพิศาล เตชะวิภาค และคุณอนุศักดิ์ นารถกุลพัฒน์ อุปนายกฯ นำทีมรดน้ำขอพรโดยโอ๋ กันตนา และป๋อง สุพรรณ เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2555 รุ่งขึ้นคุณพยัพ คำพันธุ์ ได้รดน้ำขอพรประธานที่ปรึกษาสมาคม คุณไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์ พร้อมสมาชิกชมรมมรดกไทยเป็นจำนวนมาก

คนในตัวเมืองนนท์ได้ตำรวจใหญ่อัธยาศัยดีมาดูแลความทุกข์สุข ใหม่ล่าสุด จากนครบาลมาภูธร พ.ต.อ.ชาญศิริ สุขรวย คนหนุ่มมนุษยสัมพันธ์เยี่ยม ได้รับแต่งตั้งมาเป็นผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ คนนี้วงการพระเครื่องรู้จักกันดีในนามผู้กำกับแขก หรือแขก เมืองนนท์ ป๋าพยัพและ อ.ต้อย เมืองนนท์ แสดงความยินดีกันไปแล้วเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ที่ร้านชาวนนท์ของป๋าต้อยนั่นแหละ

ข้อคิดจากคุณฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ หรือโอ๋ กันตนา อุปนายกสมาคมพระเครื่องให้สตินักสะสมพระเครื่องทั้งคนรุ่นใหม่และรุ่นเก่า ว่า วงการนี้ถ้าหมดคนรุ่นคุณพยัพและคุณต้อยแล้ว การสะสมพระจะเปลี่ยนยุคเต็มรูปแบบแน่นอน จึงไม่อยากให้เก็บพระเครื่องไว้ด้วยความภาคภูมิใจจนตาย ปัจจุบันเซียนรุ่นใหม่สนใจแต่เรื่องราคาการค้าขาย ไม่ใช่เรื่องศิลปะเหมือนคนรุ่นเก่าเช่าเพราะรักและเก็บนาน ปัจจุบันเช่าวันนี้ปล่อยได้ปล่อยเลย เอาแค่พระเนื้อว่านหลวงพ่อทวด รุ่นแรกปี 97 แต่ก่อนโด่งดังทั้งราคาและค่านิยม เวลานี้ใครมีเสนอปล่อยไม่ง่ายแล้ว ถ้าเป็นเนื้อโลหะเซียนพระทุกรุ่นแย่งกันเช่าก็น่าฟังเชียวแหละคุณ

เรื่องการเคลียร์หนี้เช่าพระจ่ายเช็คไม่มีเงินกลายเป็นคดีความฟ้องร้อง กัน แม้บางกลุ่มจะเริ่มเข้าใจและเคลียร์กันได้แล้ว เพราะมีผู้ใหญ่เป็นคนกลางไกล่เกลี่ยให้ ตามข่าวฉบับที่แล้ว ถึงขนาดต่างคนต่างไปถอนฟ้องเป็นเรื่องดี ยังเหลืออีกกลุ่มดูจะไม่ลงตัวระหว่างเสี่ยเล็ก ตั้งใจเคลียร์กับป๋อง สุพรรณ และเวกัส ณ มรดกไทย หัวใจเดียวกัน ตั้งป้อมสู้คดีความถึงที่สุด ป๋อง สุพรรณ ยืนยันเคลียร์กับผมต้องมีเงินมาด้วยไม่ใช่แค่มาพูดกันต่อหน้าผู้ใหญ่ ป๋องบอกว่ากับผมเคลียร์ง่ายไม่ต้องมีคนกลาง เจอกับผมพร้อมเงินสด ตามจำนวนเช็คที่ไม่ผ่านก็จบได้วิธีเดียวเลย ป๋องโชว์หลักฐานที่เสี่ยเล็กและภรรยาลงชื่อรับสภาพหนี้และสลักราคาไว้หลัง รูปพระที่เช่าไปด้วยลายมือเสี่ยเล็กเองทุกองค์ ถ้าไม่มาจ่ายก็ให้รอหมายศาลสั่ง เตรียมค่าประกันตัวให้พร้อมก็แล้วกัน ป๋องย้ำ ไม่สงสัยแล้วว่าทำไมพักนี้เสี่ยป๋องเลขาฯ สมาคมคนเลือดสุพรรณไปปฏิบัติธรรมกับครูบาอริยชาติที่เชียงรายมาหลายวัน และเป็นประธานจัดสร้างรูปเหมือนรุ่นแรกครูบาอริยชาติ รุ่นสรงน้ำ มีนันต์ ท่าพระจันทร์ และฮุย ระยอง ร่วมงานเต็มที่เมื่อ 13-15 เมษายนที่ผ่านมา เป็นการเสริมบารมีสะสมบุญให้แข็งแกร่งนั่นเอง

ระวังกันไว้ มีผู้แอบเอาพระหลักราคาหลายล้านไปอ้างว่าเป็นพระติดรางวัลใหญ่ไปปล่อย คนมีสตางค์แต่บังเอิญไปจุดไต้ตำตอซะก่อนเรื่องเลยแดงขึ้น งานนี้เป็นการบังเอิญจริงๆ คนนอกวงการมียศมีตำแหน่งอยากได้พระหลักขึ้นคอไม่ขอเอ่ยชื่อ ไอ้หมอนี่รู้ข่าวเลยไปปล่อย อ้างเป็นพระติดรางวัลที่ 1 งานใหญ่ย่านเมืองทองนี่แหละ คนเช่าขอเวลาพิจารณาแค่วันเดียวโอเค. เอาพระไปตรวจเช็คจ๊ะเอ๋กับคนที่เป็นกรรมการรับและตัดสินพอดี ท่านบอกพระองค์นี้ไม่เคยผ่านตาเข้ามาให้ตัดสินเลย แถมเป็นพระฝีมือจัดจ้านอีกต่างหาก ก็พระปลอมล่ะซีเลยโอละพ่อ เป็นอุทาหรณ์ให้คนมีเงินอยากได้อะไรอย่ารีบซื้อรีบเก็บจะอยู่กับก๋งไปชั่ว นิรันดร….สวัสดี

วันชัย สอนมีทอง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-23 10:28:46


ความเห็นที่ 28 (1485329)

วัตถุมงคลหลวงพ่อโต วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร


วัด หลักสี่ราษฎร์สโมสร เป็นวัดราษฎร์ เดิมชื่อวัดใหม่หลักสี่ราษฎร์ศรัทธา ตั้งขึ้นเมื่อปีมะโรง พุทธศักราช 2471 โดยที่ประชาชนที่อยู่ในบริเวณหลักสี่และบริเวณกึ่งกลางคลองดำเนิน สะดวกรวมตัวกัน สร้างขึ้นบนที่ดินของนายแจ่ม วาสุกรี ผู้มีจิตศรัทธายกที่ดินถวายให้เป็นที่ธรณีสงฆ์สำหรับสร้างวัด

ใน เบื้องแรกของการสร้างวัด มีเพียงกุฏิมุงด้วยจากหลังเดียว ต่อมาได้รับการถวายบ้านเก่าเป็นฝากระดานบ้าง ฝาขัดแตะบ้าง ทางวัดได้รื้อถอนมาปลูกเป็นกุฏิสงฆ์เพิ่มขึ้น และได้ตั้งชื่อวัด ตามชื่อหลักแบ่งเขตคลองว่า วัดใหม่หลักสี่ ตั้งอยู่ในมณฑลนครไชยศรี

ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น 'วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร' ปัจจุบันตั้งอยู่เลขที่ 17 หมู่ 2 ต.ยกกระบัตร อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มาถึงทุกวันนี้

พระ พุทธรูปประจำวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร คือ 'หลวงพ่อโต' ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างและผู้สร้าง แต่สันนิษฐานตามพุทธลักษณะแล้ว เชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปโบราณสืบอายุยืนนานมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็น ราชธานี แต่เดิมหลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปในวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสงคราม ต่อมาวัดดังกล่าวได้ถูกทิ้งให้ร้าง ภายหลังได้พังทลายไปในแม่น้ำแม่กลอง คงเหลือแต่หลวงพ่อโตถูกทอดทิ้งให้ตากแดด ตากฝนบนเนื้อที่เพียงนิดเดียว

แต่ ด้วยบุญฤทธิ์และด้วยเทวาภินิหารแห่งเทพผู้พิทักษ์รักษาองค์หลวงพ่อโต จึงบันดาลให้หลวงพ่อแฟง ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 2 ของวัดหลักสี่ฯ ได้ไปพบเห็น จึงได้ขอจากทางราชการ เมื่อได้รับอนุญาต จึงอัญเชิญท่านไปประดิษฐานเป็นการชั่วคราวที่วัดดอนมโนรา

เมื่อหลวง พ่อโตไปอยู่วัดดอนมโนรานั้น มีสภาพชำรุดทรุดโทรมมาก แต่ก็ยังไม่ได้รับการบูรณะตกแต่งแต่อย่างใด ต่อมาประชาชนชาวหลักสี่ได้พร้อมใจกันไปอาราธนาหลวงพ่อแฟง ให้ไปดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหลักสี่ฯ สืบต่อจากหลวงพ่ออำ ซึ่งได้สละตำแหน่งเจ้าอาวาสไปอยู่ที่อื่น หลวงพ่อแฟงเห็นแก่ลูกหลานและศิษยานุศิษย์ของท่าน จึงรับอาราธนาไปเป็นเจ้าอาวาส และขอนำหลวงพ่อโตไปด้วย เมื่อท่านมารับตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส ท่านจึงได้บอกแก่ชาวบ้าน และลูกหลานให้ไปช่วยกันอัญเชิญหลวงพ่อโตมาจากวัดดอนมโนรา

ต่อมาเมื่อ ปีพ.ศ.2470 หลวงพ่อแฟงได้ย้ายมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหลักสี่ฯ จึงได้อัญเชิญพระพุทธรูปโบราณดังกล่าวมาประดิษฐานในวิหารหลังคามุงจากหน้า วัด บริเวณริมคลองดำเนินสะดวก ชาวบ้านคงเห็นว่าเป็นพระพุทธรูปองค์แรก และองค์โตที่สุดในลุ่มน้ำคลองดำเนินสะดวก จึงพากันขนานนามว่า หลวงพ่อโต วัดหลักสี่ฯ

ตั้งแต่นั้นมาเป็นตำนานเล่าขานจากรุ่นสู่รุ่นถึง ปาฏิหาริย์หลวงพ่อโตในวิหารมุงจากไม่หยุดหย่อน เคยมีชาวบ้านหลายรายอ้างว่ามองผ่านทุ่งนา เห็นดวงไฟลูกใหญ่พุ่งจากวิหารขึ้นสู่ท้องฟ้าหลายครั้ง ต่างเชื่อกันว่าหลวงพ่อโตสำแดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ในสมัยก่อนพ่อค้าแม่ค้าแม่ค้าล่องเรือบรรทุกผักผลไม้เต็มลำเรือผ่านหน้า วิหาร ก็ไม่ลืมที่จะพนมมือเหนือหัวขอพรให้ขายของดีๆ แล้วตักน้ำคลองบริเวณหน้าวิหารไปทำน้ำมนต์พรมไปบนสินค้าในเรือ พืชผักในเรือก็ขายดีอย่างเหลือเชื่อ มีเท่าไหร่ก็ขายหมด พอขากลับก็ไม่ลืมที่จะซื้อผลไม้ พวงมาลัยมาถวาย และที่ขาดไม่ได้คือประทัดจุดกันดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วคุ้งน้ำ

ใน ตอนกลางคืนก็ถึงคิวคอหวยนักเสี่ยงโชค แห่มาขอโชคขอลาภ ทั้งเขย่าเซียมซีขอเลขเด็ดหรือกราบไหว้ขอให้ถูกหวยรวยทรัพย์ ในสมัยก่อนมีทั้งหวย ก ข หวยจับยี่กี เป็นที่นิยมกันมาก เล่าขานกันว่าร่ำรวยเป็นเศรษฐีกันจำนวนมาก

จากนั้นทั้งผลไม้ ขนม นมเนย ไข่ต้ม พวงมาลัยว่าวจุฬา จุดประทัดมาถวายกันไม่เว้นแต่ละวัน ปาฏิหาริย์และความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงหลวงพ่อโต แผ่ไพศาลไปหลายจังหวัด ทุกวันจะมีประชาชนจากทั่วสารทิศมากราบไหว้ขอพรและปิดทองจนองค์หลวงพ่อหนา นุ่มเป็นสีทองเหลืองอร่ามไปทั้งองค์ โดยเฉพาะงานปิดทองประจำปีที่กำหนดจัดขึ้น แรม 3 ค่ำ เดือน 4 ของทุกปี จะมีพิธีแห่หลวงพ่อโตในคลองดำเนินสะดวก มีเรือจากชาวบ้านนับพันลำมาร่วมในขบวนแห่ด้วย

ล่าสุด ทางวัดได้จัดสร้างวัตถุมงคลหลวงพ่อโต เปิดให้พุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไปร่วมบุญบูชา วัตถุประสงค์ในการจัดสร้าง 1.เพื่อซื้อที่ดินสร้างมณฑปบูรพาจารย์ วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร 2.เป็นทุนการศึกษาพระภิกษุ-สามเณร วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร นำเข้าพิธีพุทธาภิเษกเมื่อเร็วๆ นี้ ณ อุโบสถ วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร มีพระครูสาครพิพัฒนาภรณ์ รองเจ้าอาวาส ประธานอธิษฐานนั่งปรกปลุกเสก คณะสงฆ์วัดหลักสี่ฯ เจริญพระพุทธมนต์ธัมมจักกัปปวัตนสูตร

สนใจร่วมบุญบูชาวัตถุมงคลได้ที่วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร จ.สมุทรสาคร และเซเว่นอีเลฟเว่นทุกสาขา

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-21 10:08:04


ความเห็นที่ 27 (1485175)

เหรียญพระนางจามเทวี รุ่นแรกวัดหนองช้างคืน(1)

คอลัมน์ มุมพระเก่า
อภิญญา


วัดหนองช้างคืน อ.เมือง จ.ลำพูน ได้จัดสร้าง 'เหรียญพระนางจามเทวีรุ่นแรก' ขึ้นเป็นครั้งแรกของจังหวัดลำพูน เนื่องในวาระที่ 'วัดหนองช้างคืน' ครบ 700 ปี เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2512 เป็นความคิดริเริ่มของ 'นายสง่า พงษ์ศิลป์' อดีตข้าราชการกรมทางรถไฟ (หนองช้างคืน) โดยความเห็นชอบของ 'ครูบาจันต๊ะ อนาวิโล' รองเจ้าอาวาสวัดหนองช้างคืนในสมัยนั้น และเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก ในการทำเครื่องรางของขลัง 'ตะกรุด' ที่มีพุทธคุณทางด้านคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด จากอาวุธและของมีคม จนเป็นที่รู้จักของคนในท้องถิ่นคนต่างถิ่น และเป็นที่ยอมรับของมหาชนทุกสารทิศมาถึงทุกวันนี้

'พระนางจามเทวี' เป็นสตรีที่มีบทบาทสำคัญโดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์ล้านนาไทยและชาติไทย ด้วยทรงเป็นกษัตรีองค์แรกของราชวงศ์จามเทวีที่ครอบครองเมืองหริภุญชัย หรือเมืองลำพูน ซึ่งปรากฏในเอกสารโบราณเรียกดินแดนแห่งนี้ว่า 'หวังหนีก๊ก' อันหมายถึงอาณาจักรที่มีผู้หญิงเป็นกษัตริย์ เป็นอาณาจักรที่มีความเจริญมั่งคั่งยิ่งกว่าอาณาจักรใดๆ

ในยุคนั้น 'พระนางจามเทวี' ไม่เพียงแต่จะทรงมีพระสิริโฉมงดงาม แต่ยังทรงมีพระปัญญาเป็นเลิศและมีศีลบริสุทธิ์ กล่าวกันว่าในสมัยนั้นโปรดให้สร้างพระอารามไว้ 4 มุมเมือง รวมแล้วมีพระอารามถึง 2,000 แห่ง ทั่วพระนครและปริมณฑล

เรื่องราวของพระนางจามเทวีมีกล่าวถึงในตำนานต่างๆ หลายแห่งแตกต่างกันออกไป

จากตำนานพื้นเมืองกล่าวว่า พระนางจามเทวีทรงเป็นพระราชธิดาของสมเด็จพระเจ้าจักรพรรดิลพราช ผู้ครองเมืองละโว้ ต่อมาพระฤๅษีวาสุเทพและพระฤๅษีสุกทันตะ ได้สร้างเมืองหริภุญชัย และแต่งตั้งให้ นายควิยะบุรุษเป็นทูตพร้อมด้วยเครื่องบรรณาการ ไปทูลขอหน่อกษัตริย์จากเมืองละโว้ กษัตริย์เมืองละโว้ได้โปรดให้พระราชธิดา ซึ่งอภิเษกสมรสแล้วกับเจ้าชายรามราชแห่งเมืองรามนคร และทรงพระครรภ์ได้ 3 เดือน ไปครองเมืองแทน ซึ่งพระนางจามเทวีก็ทรงเต็มพระทัยที่จะเสด็จไปพร้อมกับพระมหาเถระที่ทรงพระ ปิฎก 500 รูป หมู่ปะขาวที่ตั้งอยู่ในเบญจศีล 500 คน บัณฑิต 500 คน พ่อค้าวาณิช สมณะ ชี พราหมณ์ และช่างต่างๆ อย่างละ 500 คน รวมประมาณกว่า 7,000 คน

การเสด็จไปครองนครหริภุญชัยในครั้งนั้น พระนางจามเทวีเสด็จจากเมืองละโว้โดยขบวนชลมารค ซึ่งเป็นขบวนใหญ่ล่องไปตามลำแม่น้ำปิง ดังปรากฏเรื่องราวและชื่อสถานที่อันเกี่ยวกับพระนางจามเทวีหลายแห่งใน ปัจจุบันเช่น บ้านตากก็ได้ชื่อมาจากสถานที่ที่น้ำซัดเข้าเรือ ทำให้เสื้อผ้าเปียกน้ำ จึงมีการหยุดพักและนำสิ่งของเสื้อผ้าออกตาก สถานที่ที่พระนางจามเทวีทรงระลึกถึงบ้านก็ได้ชื่อว่า 'จามเหงา' แล้วเพี้ยนมาเป็น 'สามเงา' ในเวลาต่อมา

ส่วนหน้าผาที่ขบวนใช้เป็นสถานที่อาบน้ำ ก็ได้ชื่อว่า 'ผาอาบนาง' หรือ 'ผานางอาบ' และที่ดอยเต่าจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งแต่เดิมเป็นเมืองร้าง เมื่อขบวนมาประทับแรม บรรดาเต่าป่าพากันมาแย่งอาหาร จึงได้ชื่อว่า 'ดอยเต่า' ส่วนเมืองฮอดก็ได้ชื่อมาจากการที่พระนางจามเทวีทรงถามชาวบ้านป่าแถบนั้นว่า อีกเท่าไรจึงจะฮอดลำพูน

ขบวนเสด็จของพระนางจามเทวีต้องรอนแรมมาเป็นระยะเวลาอันยาวนานโดยขบวนชลมารค จากนั้นจึงขึ้นฝั่งเสด็จต่อไปด้วยขบวนช้าง ขบวนม้า เมื่อประทับแรม ณ ที่แห่งใดก็จะทรงสร้างศาสนสถานเป็นที่ระลึกไว้เสมอ จนมาถึงบ้านละมักจึงทรงหยุดพักขบวนเพื่อรอเสด็จเข้าเมืองลำพูนต่อไป

รวมระยะเวลาเดินทางทั้งสิ้น 7 เดือน

เหรียญพระนางจามเทวี รุ่นแรกวัดหนองช้างคืน(จบ)

มุมพระเก่า
อภิญญา


พระ นางจามเทวีได้ทรงครอบครองเมืองหริภุญชัย หรือเมืองลำพูน เมื่อปีพ.ศ.1206 ทรงนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่เมืองหริภุญชัยเป็นอันมาก ทั้งทางด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรม พระราชอาณาเขตแผ่ไพศาลไปทั่ว โดยมีเมืองหริภุญชัยเป็นศูนย์กลางการปกครอง ทรงครองราชย์ได้ 52 ปี จึงเสด็จสวรรคตเมื่อพระชนมายุ 92 พรรษา มีผู้สืบเชื้อสายติดต่อกันมาถึง 49 พระองค์ รวมระยะเวลา 618 ปี จึงเสียพระนครให้แก่พญามังรายมหาราชแห่งอาณาจักรล้านนาในปี พ.ศ.1824

อนุสรณ์ สถานของพระนางจามเทวียังมีปรากฏอยู่หลายแห่งในจังหวัดลำพูน เช่น วัดมหาวนาราม หรือวัดมหาวัน เป็นหนึ่งในวัด 4 มุมเมืองที่โปรดให้สร้างขึ้น เพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญคือ พระรอดหลวง ที่ทรงอัญเชิญมาจากกรุงลวปุระ วัดจามเทวี หรือวัดกู่กุด ที่เจ้าอนันตยศและเจ้ามหันตยศโอรสฝาแฝดของพระนางสร้างขึ้นบรรจุพระอัฐิพระ มารดาเมื่อปีพ.ศ.1298 เป็นเจดีย์เหลี่ยมแบบพุทธคยาในประเทศอินเดีย เรียกกันว่าพระเจดีย์สุวรรณจังโกฐ ต่อมายอดหักหายไป ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า 'กู่กุด'

ในพระวิหารวัดแห่งนี้มีภาพเขียนประวัติพระนางจาม เทวี ที่เขียนขึ้นมาในภายหลังหลายภาพ โบราณสถานกู่ช้างกู่ม้า สุสานช้างศึกคู่บารมี และวัดพระธาตุ ส่วนในจังหวัดลำปางก็มีวัดพระธาตุเสด็จ และวัดพระธาตุลำปางหลวง ซึ่งได้รับการบูรณะในสมัยต่อมาเกือบทั้งหมด

เนื่อง จากพระนางจามเทวีทรงทำคุณประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองนานัปการ จึงมีการสร้างพระราชานุสาวรีย์กันหลายแห่งในจังหวัดลำพูน เช่น พระราชานุสาวรีย์ที่บริเวณสวนสาธารณะหนองดอก วัดรมนียาราม วัดม่อนมะหินศิลาราม และวัดพระธาตุดอยคำ รวมทั้งการสร้างวัตถุมงคลอีกหลายชิ้น เช่น พระกริ่งจามเทวี พระพิมพ์พระนางจามเทวีเนื้อผง เหรียญและพระรูปของวัดจามเทวี เป็นต้น


'เหรียญ พระนางจามเทวีรุ่นแรก' ลักษณะเป็นเหรียญรูปไข่ หูในตัว เนื้อทองเหลืองเคลือบนิกเกิล (ออกสีเงิน) ด้านหน้าเป็นรูปพระนางจามเทวี (ท่ายืน) มือขวาถือดาบ มือซ้ายถือธนู และยังสะพายลูกธนูแสดงถึงการพร้อมรบ ด้านหลังเป็นรูปพระธาตุเจดีย์ ทับหน้าโบสถ์ จำนวนสร้างทั้งหมด 3,000 เหรียญ พระเกจิอาจารย์ที่ร่วมปลุกเสกในขณะนั้น อาทิ ครูบาเสาร์ ปัญโญ วัดหนองช้างคืน, ครูบาจันต๊ะ อนาวิโล วัดหนองช้างคืน, ครูบาชุ่ม โพธิโก วัดชัยมงคล (วังมุย), ครูบาสิงห์แก้ว วัดป่าขาม และยังสันนิษฐานว่าน่าจะมีสหายธรรมของครูบาจันต๊ะในยุคนั้นมาร่วมด้วยอีก 3 ท่านคือ ครูบาพรหมมา วัดพระบาทตากผ้า, ครูบาชัยวงค์ วัดพระบาทห้วยต้ม และครูบาผัด วัดศรีดอนมูล เป็นต้น

จัดให้มีพิธีพุทธาภิเษก ตามประเพณีเมืองเหนือแบบล้านนา มีการบวงสรวงโดยพิธีพราหมณ์อัญเชิญดวงวิญญาณของพระนางจามเทวี พระเกจิอาจารย์นั่งปรกตลอดทั้งคืนจนถึงรุ่งเช้า การเปิดให้ร่วมบุญบูชาสำหรับผู้สนใจในขณะนั้น ราคาเหรียญละ 10 บาท ยังไม่ค่อยมีใครสนใจเท่าใดนัก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะขาดการประชาสัมพันธ์ มีก็แต่ชาวบ้านในท้องถิ่นเท่านั้นที่บูชากันไว้หลังคาเรือนละ 1-2 เหรียญ มีบางครอบครัวที่บูชาไว้ให้ลูกหลานจนครบทุกคน


ด้วยหลักฐาน อื่นใดไม่ทราบได้ว่า วัดหนองช้างคืน มีอายุครบ 700 ปี ซึ่งหลักฐานดังกล่าวนี้ได้ปรากฏอยู่ด้านหลังเหรียญพระนางจามเทวี รุ่นนี้ว่า ที่ระลึกในวาระครบ 700 ปี วัดหนองช้างคืน 1 พฤษภาคม 2512 นั่นแสดงว่าวัดหนองช้างคืน มีอายุเก่าแก่กว่าเมืองเชียงใหม่ถึง 27 ปี (เชียงใหม่ครบ 700 ปี เมื่อปีพ.ศ.2539) เวลาผ่านไปนับถึงปัจจุบันนี้สนนราคาจากเดิมเหรียญละ 10 บาท กลายมาเป็นเหรียญยอดนิยมของจังหวัดลำพูน ซึ่งอยู่ในราคาหลักพันกลางๆ จนถึงเกือบหมื่น ในอนาคตข้างหน้าอาจจะทะลุหลักหมื่นก็เป็นไปได้


สาเหตุ เนื่องมาจากจำนวนสร้างน้อย พระเกจิอาจารย์ในยุคนั้นก็ล้วนมีวิทยาอาคมอันล้ำเลิศ และด้วยอานุภาพพุทธคุณของเหรียญก็เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้ที่ได้พกพา ซึ่งมีเรื่องมาเล่าให้ทางวัดได้รับฟังอยู่เสมอๆ เกี่ยวกับเรื่องแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี ให้โชคลาภ และยังเด่นเรื่องกิจการค้าขายเป็นเลิศ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-20 11:45:41


ความเห็นที่ 26 (1484663)

 

  คอลัมน์ ชมรมพระเครื่อง



สวัสดี ครับ ท่านผู้อ่านที่ รักทุกท่าน จังหวัดราชบุรี มีพระเกจิ อาจารย์ชื่อดังอยู่หลายท่าน มีที่ท่านสร้างปิดตาเนื้อเมฆพัดไว้ และมีประสบการณ์สูงปัจจุบันหาชมยากเช่นกันครับ ท่านก็คือ พระครู ธรรมาภินันท์ (ปล้อง สุลีโล)

หลวงพ่อปล้องท่านเป็นชาวตำบล ท่าราบ อำเภอเมืองราชบุรี โยมบิดาชื่อแพง โยมมารดาชื่อหุ่น เกิดเมื่อปีพ.ศ.2419 ในวัยเด็กท่านได้เรียนหนังสือที่วัดบางลี่ ตำบลโคกหม้อ อยู่หลายปี แล้วได้ย้ายไปอยู่กับพระยอด น้าชาย ที่วัดกันมาตุยาราม กทม. จนอายุได้ 18 ปี จึงกลับมาบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดสุรชายาราม 1 พรรษา แล้วจึงลาเพศมาช่วยบิดามารดาทำนาจนอายุครบ 20 ปี จึงได้อุปสมบทในปีพ.ศ.2439 ที่วัดสุรชายาราม โดยมีพระพุทธวิริยากร (จิตร) วัด สัตตนารถปริวัตร เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการยา วัดอัมรินทราราม (วัดตาล) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการเกิด วัดท่าโขลงเป็นพระอนุสาวนาจารย์ ท่านเป็นผู้มีความรู้แตกฉานในพระธรรมวินัยได้ศึกษาบาลีกับพระวินัยธร (เบี้ยว) วัดท่าโขลง จนมีความรู้แปลหนังสือได้

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2448 ได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสุรชายาราม (วัดหลุมดิน) พ.ศ.2474 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็น พระครูธรรมาภินันท์ หลวงพ่อปล้องเป็นพระสงฆ์ที่มีศีลจารวัตรงดงามน่าเลื่อมใสศรัทธา เป็นที่เคารพรักของชาวบ้าน หลวงพ่อปล้องท่านได้สร้างวัตถุมงคลเป็นพระปิดตามหาอุตม์ เนื้อเมฆพัด มีอยู่สองแบบคือ เป็นแบบพระปิดตากับพระกลีบบัว เป็นการสร้างในปีพ.ศ.2471 เพื่อแจกเป็นที่ระลึกในการสร้างศาลาการเปรียญ และมีชื่อเสียงโด่งดังในครั้งสงครามอินโดจีน เนื่องจากมีประสบการณ์ต่างๆ มากมาย จากนั้นก็มีผู้คนและทหารเข้ามาขอพระเครื่องจากหลวงพ่อมากมาย พระเครื่องได้หมดไปจากวัดอย่างรวดเร็ว ทางวัดได้จัดสร้างเพิ่มก็สร้างไม่ทันต้องทำผ้าประเจียดพิมพ์เป็นรูปพระปิดตา แล้วทำพิธีปลุกเสกแทน พระเครื่องทั้งหมดของหลวงพ่อปล้องแจกฟรีครับ

หลวงพ่อปล้องท่านมรณภาพด้วยโรคอัมพาต ในวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ.2484 เวลา 10.35 น. สิริอายุได้ 66 ปี พรรษาที่ 45

พระ ปิดตาของหลวงพ่อปล้องมีทั้งแบบลอยองค์และแบบพิมพ์ครึ่งซีก ที่เรียกว่าพิมพ์จั๊กจั่น และพระพิมพ์กลีบบัว เนื้อเมฆพัด ที่องค์พระหรือด้านหลังมักจะมีรอยจารด้วยลายมือหลวงพ่อปล้องแทบทุกองค์ครับ ในวันนี้ผมได้นำรูปพระปิดตาหลวงพ่อปล้องมาให้ชมพิมพ์ลอยองค์และพิมพ์ จั๊กจั่นทั้งด้านหน้าและด้านหลังครับ

ด้วยความจริงใจ

แทน ท่าพระจันทร์
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-18 10:14:38


ความเห็นที่ 25 (1484444)

สวัสดีปีใหม่ไทยครับพี่ๆ น้องๆ นักสะสมพระเครื่องและแฟนคลับหน้าพระเครื่องบ้านเมือง วันพรุ่งนี้ 16 เมษายน ยังเป็นวันหยุดชดเชยสงกรานต์นะครับ

เริ่มด้วยเรื่องบุญทานกันก่อนเลย คนแรก อั้ง เมืองชล คนชอบทำบุญนำลูกน้องที่มณเฑียรไปถวายเต็นท์ผ้าใบ 2 หลังใหญ่ให้วัดสามเสน บางซื่อ ที่อยู่ใกล้โรงพยาบาลวชิระ และเลี้ยงเพลพระทั้งวัด ถวายอาหารโต๊ะจีนหลาย 10 โต๊ะ นี่ขนาดไม่บอกยังมีทั้งทหารตำรวจยศใหญ่ๆ แอบรู้ข่าวมาร่วมอนุโมทนาบุญกันแน่น…สาธุ

รายที่ 2 หอย ปากน้ำ ประธานชมรมพระเครื่องปากน้ำนำคณะกรรมการไปทำบุญครบรอบวันมรณภาพหลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว เมื่อ 20 มีนาคม 2555 ได้เงินถวายสมทบมูลนิธิหลวงปู่เผือกไปอีก 250,000 บาท ก็ขออนุโมทนาบุญอีกแหละ

กรมธนารักษ์เปิดให้จับจองเหรียญพระคลังมหาสมบัติ เป็นเหรียญกษาปณ์กรมธนารักษ์สร้างในวาระครบ 80 ปี มีเนื้อทองคำ เงิน ทองแดงพ่นทราย ฝีมือโรงกษาปณ์ ปั๊มกรมธนารักษ์ เนื้อทองแดงพ่นทราย เหรียญละ 120 บาท เงินพ่นทรายพิเศษ 2,000 บาท ส่วนทองคำมีทั้งใหญ่และเล็กสอบถามไปที่ 0-2226-0251 อธิบดีนริศ ชัยสูตร และเจ้าคุณธงชัย วัดไตรมิตร ร่วมเป็นแม่งานนี้

หลังจากเป็นข่าวในหน้าพระเครื่องบ้านเมืองว่า ด.ต.สุธี เสรีเผ่าวงษ์ ผู้บังคับหมู่ ตำรวจภูธรภาค 7 หรือที่ ชาวบ้านเรียกดาบธี ภาค 7 เที่ยวไปเสาะหาเหรียญของเกจิดังที่ลือว่ายิงไม่ออกมาทดลองหมดทุกวัด มีเหรียญหลวงพ่อพระมหาเจิม วัดสระมงคล นครปฐม รุ่นปัญญาบารมี ออกในวาระ 90 ปีหลวงพ่อ คนลองจะมีอันเป็นไปทุกราย ทำให้ดาบธีว่าแน่ๆ ก็ยังไม่กล้า ลูกน้องเขาเองนั่นแหละโดน อยากรู้มากกว่านี้ถามดาบธี ภาค 7 เองที่ 08-3916-2422 ตัวเองก็เกือบเด๊ด

ผู้สื่อข่าวสายตะวันออกบอกว่า วัดละหารไร่ ระยอง จะหล่อรูปเหมือนหลวงปู่ทิมใหญ่ที่สุดในโลก ใช้เงินราว 50 ล้านบาท ไว้ที่วัดให้สาธุชนไปกราบไหว้ขอพร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในอนาคตไปด้วย พิธีเททองกำหนดไว้ 5 ครั้ง ครั้งแรกจะเททองในวันที่ 16 ตุลาคม 2555 ตรงกับวันมรณภาพหลวงปู่ทิม งานนี้ท่านเจ้าคณะจังหวัดระยอง พระราชสิธินายก วางศิลาฤกษ์ให้แล้ว

เรื่องเล่าเช้านี้มี ข้าราชการใหญ่เพิ่งย้ายไปเป็นรองผู้อำนวยการที่พิษณุโลก หน่วยงานขึ้นตรงสำนักนายกรัฐมนตรีซะด้วย เจอเต็มๆ กับแผงพระหน้าวัดชื่อดังกลางเมืองสองแคว หลอกขายพระนางพญา ยกแม่น้ำทั้ง 5 เป็นนิยายยาวเหยียดว่าพระนี้เป็นของเก่าขุดได้อยู่ในไหเก่าจากวัดในเมือง พิษณุโลกนั่นแหละ ก็ดูแล้วทั้งไหทั้งพระเก่าจริงๆ แถมมีเม็ดแร่ติดอยู่ รอง ผอ.บอกว่า ฟังสรรพคุณแล้วทำให้เชื่อจึงเช่ามาองค์ละ 1,600 บาท ตกเย็นไปหาพระในวัดนางพญา ท่านมีความรู้เรื่อง 18 มงกุฎ เลยเทศน์ให้ฟังกัณฑ์ใหญ่จึงรู้ว่าตนเองถูกต้มจนเปื่อยไปแล้ว

คุณเชาวลิต อ่านหน้าพระบ้านเมือง พบพิรุธพระหลวงพ่อทวด วัดระฆัง ไม่เคยได้ยินว่าที่เมืองนครมีวัดระฆังสักแห่งจึงถามมา ก็ต้องบอกไปเรื่องมีว่า คณะของโกจ้อง นครศรีธรรมราช สร้างพระหลวงพ่อทวดแล้วนำไปทำพิธีปลุกเสกใหญ่ที่วัดระฆัง กทม. ถ้าอยากได้ไปถามคนนครว่า โกจ้องคนไหนแล้วไปขอบูชามาไว้พิธีดีเกจิดังๆ ทั้งนั้น เสกในโบสถ์สมเด็จโต วัดระฆังซะอีกด้วย ไม่ธรรมดานะครับ

เรื่องปรองดองรัฐยังไม่เข้าที่แต่ของเสี่ยเล็ก ตั้งเจริญ ที่เป็นข่าวมาตลอดถูกเซียนพระ 12 คน รุมฟ้องเช่าพระไปจ่ายเช็คเด้งนับร้อยล้าน เสี่ยเล็กก็ยังเดินไปมาในสนามพระ เป็นการแสดงตัวว่าผมไม่ได้หนีนะครับ วันหนึ่งมีข่าวอุ้มเสี่ยเล็ก จึงเกิดเรื่องดัง เสี่ยเล็กแจ้งจับเลิศ สุพรรณ เป็นคดีอุ้มในท้องที่เมืองนนท์ มีข่าวดีมาบอกทั้งสองฝ่ายปรองดองกันได้ แล้วต่างฝ่ายต่างไปถอนฟ้องเลิกเป็นคดีความกันชั่วคราว อาทิตย์ที่ผ่านมา อาจารย์ต้อย เมืองนนท์ อุปนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชา ไทยได้รับเป็นธุระเคลียร์ปัญหาคาใจระหว่างเสี่ยเล็กกับลูกค้า เที่ยวแรกนี้มี 3 เซียนดังเข้าเจรจาก่อนใครในห้องทำงานอาจารย์ต้อยนั่นแหละ มี เลิศ สุพรรณ อู๊ด สุพรรณ และ หน่อย 88 แค่ 3 คนโดนเช็คเด้งคนละเป็น 10 ล้าน กัดฟันสู้เพราะรู้ว่ามีผู้ใหญ่มาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยรับผิดชอบช่วยเหลือ เมื่อได้พบหน้ากัน ทั้ง 3 ฝ่าย เสี่ยเล็ก ตั้งเจริญ และคู่กรณีอีก 3 คน ต่างยอมรับข้อเสนอของอาจารย์ต้อยทั้งหมดไม่มีข้อแม้ใดๆ อาจารย์ต้อยให้เสี่ยเล็กจ่ายเงินเคลียร์ให้กับ 3 คนนี้ไปก่อนที่จะมาเคลียร์ของตน ซึ่งทำให้ทั้งอู๊ด สุพรรณ เลิศ สุพรรณ และหน่อย 88 เห็น ความจริงใจของผู้ใหญ่ที่เสียสละให้น้องๆ ก่อน และยังจะดูแลติดตามเคลียร์เรื่องนี้ไม่ให้มีปัญหา ส่วนเรื่องคดีความที่ต่างคนต่างฟ้องศาลตกลงให้ต่างคนต่างไปถอนฟ้องทุกกรณี จึงเป็นข่าวดีรับปีใหม่ไทย

ส่วนอีก 9 คนนั้นรู้มาว่า ได้มีการเจรจาเฉพาะตัวเคลียร์กันไปบางรายบางส่วนแล้ว มีทั้งคืนพระและไถ่ถอนพระในราคาที่ยอมกันได้ ทำให้เรื่องนี้จบลงด้วยความขอบคุณทั้งอาจารย์ต้อย เมืองนนท์ ผู้ใหญ่ที่เสียสละ และ เสี่ยเล็ก ตั้งเจริญ ที่เริ่มตั้งตัวได้ไม่คิดโกงใคร ยินดีมาเคลียร์ให้ทุกคนจนพอใจ จึงไม่ใช่คนโหดในสังคมนี้อย่างที่หลายคนคิด

วันที่ 18 เมษายน 2555 เจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี ท่านเจ้าคุณพระกิตติมุนี วัดเฉลิมพระเกียรติ เป็นประธานจัดงานฉลองอายุวัฒนมงคล 74 ปี พระเกจิดังเมืองนนท์ หลวงพ่อตี๋ หรือพระครูสุวรรณโชติวุฒิ วัดหูช้าง บางคูเวียง บางกรวย นนทบุรี คณะศิษย์มีความปลาบปลื้มในเมตตาของเจ้าคณะจังหวัดได้นิมนต์พระเถระผู้ใหญ่ เจริญพระพุทธมนต์ฉันเพล เสร็จแล้วจึงสรงน้ำหลวงพ่อตี๋ กลางคืนมีมหรสพสุดยอดสตริงดังวงวาเลนไทน์ 2010 ผู้ใหญ่สุเทพ ต่ายจันทร์ สนับสนุนการแสดง

อาทิตย์หน้า 22 เมษายน 2555 มีงานประกวดพระเครื่องที่พัทยา นำชัยชนะ ดีวิ ประธานชมรมพระเครื่องเมืองพัทยาจัดประกวดพระเครื่อง ที่โรงเรียนเมืองพัทยา 7 หนองพังแค ก่อนถึงโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ เลยตัวเมืองไป 8 กิโลเมตร มีพระภาคตะวันออกจังหวัดใกล้เคียงประกวด 1,000 รายการ เป็นพระท้องถิ่นส่งเสริมให้คนท้องถิ่นส่งพระที่ตนเองมีไว้ในบ้านมาประชันกัน เองบ้าง…สวัสดี

วันชัย สอนมีทอง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-17 13:10:44


ความเห็นที่ 24 (1484354)
  พระกริ่งเฉลิมพลฯปี"05

คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง
ราม วัชรประดิษฐ์


พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพล ฑิฆัมพร หรือพระองค์ชายกลาง (29 เมษายน 2456 - 1 ตุลาคม 2534) เป็นพระโอรสใน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศร์ กับ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมเขตรมงคล (พระธิดาใน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ซึ่งเป็นพระอนุชาร่วมพระครรภ์ โภทรกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) มีพระเชษฐาและพระอนุชา คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ



พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร ทรงเษกสมรสกับหม่อมราชวงศ์กุลปราโมทย์ ยุคล (สวัสดิกุล) มีหม่อม ได้แก่ หม่อมสมเชื้อ ยุคล ณ อยุธยา (ชม เสวี), หม่อมทองไพ ยุคล ณ อยุธยา (ประยูรโต), หม่อมทองแถม ยุคล ณ อยุธยา (ประยูรโต), หม่อมบัวทอง ยุคล ณ อยุธยา (ไตลังคะ) มีพระโอรส-พระธิดา ได้แก่ หม่อมเจ้าจามเทพี ยุคล ประสูติในหม่อมราชวงศ์หญิงกุลปราโมทย์ ยุคล หม่อมเจ้ามงคลเฉลิม ยุคล ประสูติในหม่อมสมเชื้อ ยุคล ณ อยุธยา หม่อมเจ้าวิสาขะ ยุคล ประสูติในหม่อมทองไพ ยุคล ณ อยุธยา หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล ประสูติในหม่อมทองแถม ยุคล ณ อยุธยา หม่อมเจ้าหญิง (ไม่ปรากฏพระนาม) (พระชนมชีพ 1 วัน) ประสูติในหม่อมทองแถม ยุคล ณ อยุธยา หม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล (24 ต.ค. 2493) ประสูติในหม่อมทองแถม ยุคล ณ อยุธยา หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล (9 ก.ค. 2494) ประสูติในหม่อมบัวทอง ยุคล ณ อยุธยา และหม่อมราชวงศ์ทิตตาทร ยุคล

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2534 พระชันษา 78 ปี  เสด็จ พระองค์ชายกลางทรงมีความเกี่ยวพันกับตำนานการสร้างพระหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากท่านทรงคบหาสนิทสนมเป็นมิตรกับคหบดีใหญ่ปักษ์ใต้คือ คุณอนันต์ คนานุรักษ์ และได้รับมอบพระเครื่องหลวงปู่ทวดเนื้อว่านปี 2497 จากคุณอนันต์มาหนึ่งองค์โดยทรงบูชาติดตัวประจำ

ครั้งหนึ่งรถยนต์ที่ประทับเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ แต่องค์เองไม่มีอันตรายแม้แต่รอยขีดข่วน ทำให้ท่านเกิดความศรัทธาในองค์หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ อย่างสูง และเมื่อทางวัดโดยพระอาจารย์ทิม และ คุณอนันต์ คณานุรักษ์ จะจัดสร้างพระเครื่องหลวงปู่ทวดปี 2505 ท่านจึงปวารณาตัวขอเป็นผู้อุปถัมภ์ในการจัดสร้าง และได้นำชนวนโลหะอันศักด์สิทธิ์มาเทหล่อเป็นเนื้อโลหะต่างๆ ที่กรุงเทพมหานคร กลายเป็นพระรุ่น พ.ศ.2505 ที่ลือลั่นมาจนถึงปัจจุบัน

ใน การจัดสร้างพระครั้งนั้น เนื่องด้วยเสด็จพระองค์ชายกลางเป็นผู้อุปถัมภ์ จึงสำเร็จลุล่วงด้วยดี และท่านได้จัดสร้าง "พระกริ่ง" อันงดงามด้วยพุทธลักษณะขึ้นในครั้งนั้นด้วย เมื่อทำการหล่อพระกริ่งได้โปรดให้ช่างแกะแม่พิมพ์ขึ้น และเททองปลุกเสกโดยพระอาจารย์ทิม วัดช้างให้พร้อมกันกับพระเครื่องหลวงปู่ทวดปี 2505

ครั้น เสร็จจากพิธีเสด็จ ท่านได้ถวายพระกริ่งซึ่งสำเร็จขึ้นมีพุทธลักษณะงดงามให้กับวัดช้างให้จำนวน 300 องค์ ซึ่งเรียกกันต่อมาว่า "พระกริ่งใหญ่หลวงปู่ทวด" หรือ "พระกริ่งวัดช้างให้" ส่วนที่เหลือทรงนำมาถวายให้วัดตาก้อง ด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพรนั้นท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์ เอกของหลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง และปลุกเสกอีกวาระโดยเกจิอาจารย์สายนครปฐม ผู้คนเรียกกันว่า "พระกริ่งเฉลิมพล" ซึ่งทั้งสองประเภทได้รับความนิยมแสวงหาจากนักสะสมอย่างยิ่ง และต่อมาผู้คนก็พลอยเรียกพระกริ่งของวัดช้างให้ว่าพระกริ่งเฉลิมพลไปด้วย

แต่หากพิจารณากันแล้วกริ่งที่แยกกันดังกล่าวมีส่วนต่างกันก็คือ พระกริ่งเฉลิมพล วัดตาก้อง จะมีการอุดกริ่งที่ฐานและมักจะมีการตอกหมาย เลขกำกับ พร้อมโค้ดลายเซ็น "เฉลิมพล" ซึ่งอาจจะมีเพียงตัวเลข หรือพระนามอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ บางองค์พบว่ามีเพียงโค้ดตัว ฉ ตอกกำกับ บางองค์ไม่ตอกก็ยังมี ส่วนพระกริ่งวัดช้างให้นั้นบรรจุเม็ดกริ่งแบบกริ่งนอก คือคว้านก้นใส่เม็ดกริ่งแล้ว อุดฐาน

ลักษณะของพระกริ่ง เฉลิมพลทั้งสองวัด เป็นการเทหล่อแบบโบราณจึงมีคราบดินขี้เบ้าปรากฏ มีการแต่งบ้างเล็กน้อย พุทธลักษณะงดงาม องค์พระประทับนั่ง ปางมารวิชัย สมาธิเพชร พระ หัตถ์ซ้ายทรงวชิระหรือหม้อน้ำมนต์ เป็นแม่พิมพ์แบบไม่ประกบจึงไม่มีรอยประกบด้านข้าง องค์พระค่อนข้างเพรียวยาว พระเนตรนูนเป็นตาเนื้อ อุณาโลมเป็นเม็ดกลม ด้านหลังไม่มีกลีบบัว กระแสจะออกทางแดงอมน้ำตาล มักพบรอยตะไบแต่งขอบข้างเป็นริ้วบางๆ

ปัจจุบัน "พระกริ่งเฉลิมพล" เป็นที่เสาะแสวง หาของบรรดาผู้นิยมสะสมอย่างมากทีเดียวเชียวครับผม
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-17 04:21:31


ความเห็นที่ 23 (1484105)

หลวงปู่ทวดหลังตัวหนังสือ05

พันธุ์แท้พระเครื่อง

ในคราวที่มีการสร้าง "พระหลวงปู่ทวดเนื้อโลหะ" ตามคำเรียกร้องของสาธุชนที่เรียกกันว่า "หลังเตารีด? ปี พ.ศ.2505 นั้น มีการสร้างและปลุกเสกพระเครื่องหลวงปู่ทวดอีกหลายประเภท ที่รู้จักกันดีเรียกว่า "พระหลวงปู่ทวดหลังตัวหนังสือ" ซึ่งสร้างโดยการปั๊มจากโรงงานและได้รับความนิยมแพร่หลาย เนื่องจากสนนราคายังถูกกว่าหลวงปู่ทวดพิมพ์อื่นๆ และไม่ต้องห่วงครับมีของเก๊มากมายในท้องตลาด เอกลักษณ์ของพระหลวงปู่ทวดหลังตัวหนังสือนั้น อาจสรุปได้ดังต่อไปนี้

- เนื่องจากเป็นการปั๊มด้วยเครื่องของโรงงาน ขอบข้างขององค์พระจะมีรอยเส้นของการกระแทกตัดอยู่โดยรอบ

- หลวงปู่ทวดหลังตัวหนังสือมีความหนาพอสมควร และวัสดุที่ใช้เป็นประเภทโลหะผสมแก่ทองเหลือง พบเป็นทองเหลืองล้วนๆ บางส่วน มีการนำไปกะไหล่ทองหรือบ้างก็รมดำ ตัวองค์พระมีความฉ่ำเนื่องจากน้ำมันที่อาจารย์สวัสดิ์ชุบ ก่อนส่งไปทางรถไฟให้พระอาจารย์ทิมวัดช้างให้ปลุกเสก เข้าไปเกาะติดอยู่ตามซอก

- เนื่องจากเป็นพระโรงงานจึงมีความเรียบร้อยกว่าแบบอื่นๆ สามารถแบ่งออกเป็น พิมพ์ใหญ่กับพิมพ์เล็ก "พิมพ์ใหญ่" จะมีบล็อกตัว ท. คือมีตัว ท ทหาร บริเวณใต้หน้าตักเหนือฐานบัว, พิมพ์บล็อกวงเดือน หมายถึงบริเวณฐานจะมีรอยวงโค้งเป็นริ้วๆ คล้ายวงเดือน, บล็อกเสาอากาศ หมายถึงด้านหลังองค์พระที่เป็นตัวหนังสือมีเส้นพิมพ์แตกลากไล่จากด้านบนลงมา ล่างในแนวเฉียง ปลายเส้นบนชี้ไปตามเข็มนาฬิกาที่เวลา 11.00 น. และบล็อกธรรมดา นอกจากนี้ยังมีบล็อกที่เรียกกันต่างๆ อีก เช่น บล็อกสายฝนหมายถึงใต้ท้องแขนซ้ายมีเส้นเล็กๆ คล้ายสายฝน บางทีก็มีเรียกบล็อกหน้าวงเดือนหลังเสาอากาศ เป็นต้น

- ส่วน "พิมพ์เล็ก" นั้น นอกจากเนื้อที่กล่าวแล้ว ยังปรากฏเนื้ออัลปาก้าด้วย และมีหลายบล็อกเช่นกัน ได้แก่ บล็อกตัว ท. บล็อก ว จุด หมายถึง ตัว ว แหวนของคำว่า วัด ด้านหลัง จะมีจุดตรงหัว ว แหวน ให้สังเกตเส้นจะต่อกับจุดที่ปรากฏคล้ายคีมคีบจุดเอาไว้ นอกจากนี้ก็จะมีบล็อกธรรมดาทั่วไป ซึ่งบล็อกธรรมดาจะไม่มีจุดตรงตัว ว แหวนด้านหลัง ส่วนด้านหน้าจะเป็นบล็อกเดียวกันกับบล็อก ว จุดครับ

- ทีนี้เราลองมาพูดกันถึง "บล็อกนิยมพิมพ์ใหญ่มีตัว ท." กันก่อนนะครับ วิธีสังเกตนอกจากจะต้องดูธรรมชาติขององค์พระและรอยปั๊มให้เป็นแล้ว มีข้อสังเกตคือ รูปทรงองค์พระจะมีลักษณะเป็นกลีบบัวแต่ปลายมนไม่แหลมเหมือนหลังเตารีด, ตาหลวงปู่จะนูนกลมเป็นเม็ดที่เรียกว่าตาเนื้อทั้งสองข้าง, บ่าขวาจะยกสูงกว่าบ่าซ้ายเห็นกระดูกไหปลาร้าชัดเจนและปลายนอกกระดูกไหปลาร้า จะจรดกับเส้นกระดูกหัวไหล่, ปลายนิ้วชี้มือซ้ายขององค์พระแตกเป็นปากตะขาบ

- ด้านหลังของหลวงปู่ทวดหลังตัวหนังสือจะเรียงเป็นแถว อ่านได้ว่า แถวที่ 1 นะ แถวที่ 2 โมโพธิสัต แถวที่ 3 โตอาคันติมา แถวที่ 4 ยะอิติภะคะวา ซึ่งพระคาถานี้ได้ผูกขึ้นมีความศักดิ์สิทธิ์เข้มขลัง
"นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา" ถอดความได้ว่า "ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่เจ้าประคุณสมเด็จหลวงปู่ทวด ผู้เป็นพระโพธิสัตว์ อันเป็นผู้นำพาโชคเข้ามาสถิตในตัวของข้าพเจ้านี้ซึ่งข้าพเจ้าขอนอบน้อมบูชา ด้วยความเคารพ?

ด้านล่างสองแถวเป็นคำ หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ถ้าเป็นบล็อกเสาอากาศเส้นจะผ่าน คำว่า โม-ในแถว 2 โต-อะ ในแถว 3 อิ-ติ ในแถว 4 จนถึง คำว่า ง-พ่อ

- ส่วนตัว ว ด้านหลังองค์พระนั้น จะมีหลายลักษณะ เช่น ว มีจุด ว หัวกลวง ว หัวแบน ว หัวเหลี่ยม ให้สังเกตที่ตัวอักษรที่ตั้งขึ้นมาจากพื้นจะต้องเป็นเหลี่ยมคมชัดไม่เบลอ องค์หลวงปู่มีน้ำหนักพอสมควร และมีร่องรอยการปั๊มตัดเป็นเส้นๆ ตามขอบชัดเจน

ซึ่งความจริงแล้ว หลวงปู่ทวดหลังตัวหนังสือนั้น ยังมีหลักและวิธีการพิจารณาบล็อกต่างๆ ซึ่งไว้มีโอกาสจะได้มาพูดคุยกันกับท่านผู้อ่านตามคำเรียกร้องครับผม

 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-16 09:19:13


ความเห็นที่ 22 (1483886)

เครื่องราง'หนุมาน' หลวงพ่อผาด วัดบ้านกรวด

หลังเลนส์ส่องพระ
เอกอุ


หลวง พ่อผาด ฐิติปัญโญ หรือ 'พระครูวิบูลย์ ปัญญาวัฒน์' เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เชี่ยวชาญวิทยาคมเป็นที่เลื่องลือ ได้รับการยกย่องว่า 'เทพเจ้าแห่งบ้านกรวด' เป็นพระเกจิระดับแนวหน้าอีกรูปของอีสานใต้

วัตถุ มงคลและเครื่องรางที่ท่านอธิษฐานจิตปลุกเสกโด่งดังไปไกลทั่วประเทศ โดยเฉพาะตะกรุดมหาจักรพรรดิ ปัจจุบัน สิริอายุ 97 พรรษา 76 เป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์

หลวงพ่อผาดสร้าง คุณูปการแก่วัดบ้านกรวดและวัดสาขาทั้ง 3 แห่ง เป็นอันมาก เช่น ตั้งสำนักอบรมวิปัสสนากัมมัฏฐาน งานด้านการสงเคราะห์ญาติโยม งานสาธารณูปโภค การก่อสร้างถาวรวัตถุของวัด อาทิ สร้างพระอุโบสถ อุปถัมภ์โรงเรียน ศาลาการเปรียญ สร้างศาลาบำเพ็ญกุศล

ด้านเครื่องรางหรือวัตถุมงคลที่ ท่านสร้าง เป็นที่เสาะแสวงหาของบรรดานักนิยมสะสมพระเครื่อง อาทิ พระยอดขุนพลปฐมโพธิญาณ, พระกริ่งรุ่นแรกของหลวงปู่ผาด, พระผงรูปเหมือนหลวงปู่ผาด, พญาครุฑ เครื่องรางของขลังหนุมาน และอื่นๆ

แต่ ถึงแม้วัตถุมงคลของหลวงพ่อผาด จะมีพุทธคุณเข้ม แต่ท่านไม่เคยอวดโอ่ มีแต่พร่ำสอนให้ญาติโยมอย่าดำรงชีวิตด้วยความประมาท อย่ายึดมั่นถือมั่น เกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่มีใครหนีพ้น ขณะยังมีชีวิตขอให้ทุกคนหมั่นประกอบแต่กรรมดี ละเว้นทำชั่ว เพราะอายุคนนั้นสั้นนัก ถึงไม่แก่ไม่เฒ่าก็ตายได้เช่นกัน จงอย่าประมาท

หลวงพ่อผาด ได้นำวิชาความรู้ด้านวิทยาคม เป็นกุศโลบายสำคัญในการอบรมสั่งสอนให้ชาวบ้านยึดหลักธรรมคำสั่งสอน

เป็นพระที่มีความเป็นอยู่อย่างสงบ เรียบง่าย

กล่าวสำหรับเครื่องรางของขลัง 'หนุมานลอยองค์' หลวงพ่อผาดสร้างตามตำรับโบราณที่อดีตพระเกจิอาจารย์รุ่นเก่าได้สร้างไว้

หนุ มานนั้นเป็นตัวละครเอกตัวหนึ่งในเรื่องรามเกียรติ์ เป็นลิงเผือก จึงมีสีขาวเป็นสีประจำกาย เมื่อสำแดงฤทธิ์จะมี 4 หน้า 8 มือ นอกจากนี้ยังมีลักษณะประจำกายอื่นๆ อีก เช่น สวมกุณฑล มีขนเพชร มีเขี้ยวเป็นแก้ว และหาวเป็นดาวเป็นเดือน ดังกลอนตอนที่หนุมานเกิดว่า 'ลอยอยู่ตรงพักตร์ชนนี รัศมีโชติช่วงในเวหา มีกุณฑลขนเพชรอลงการ์ เขี้ยวแก้วแววฟ้ามาลัย หาวเป็นดาวเดือนระวีวร แปดกรสี่หน้าสูงใหญ่ สำแดงแผลงฤทธิ์เกรียงไกร แล้วลงมาไหว้พระมารดร'

หนุมานเป็นลิงที่มี ฤทธิ์มาก สามารถสำแดงเดชต่างๆ ได้หลายประการ เช่น การขยายร่างกายให้ใหญ่โต การยืดหางให้ยาว เป็นต้น นอกจากนี้หนุมานยังได้ชื่อว่าเป็นอมตะ คือ ไม่มีวันตาย เนื่องจากเป็นบุตรของพระพาย (ลม) กับนางสวาหะ ด้วยเหตุนี้เมื่อหนุมานมีอันตรายถึงตายแล้ว เพียงแค่มีลมพัดมา หนุมานก็จะฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ ด้วยอำนาจของพระพายผู้เป็นบิดา

'หนุ มานลอยองค์' หลวงพ่อผาด ขนาด 1.1 คูณ 2.7 เซนติเมตร จำนวนจัดสร้าง 2,000 องค์ ดำเนินการจัดสร้างโดย วัดปราสาททอง ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ วัตถุประสงค์ในการจัดสร้าง 1.เพื่อหารายได้สร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ภายในวัด 2.เพื่อหารายได้สมทบทุนสร้างห้องน้ำ ห้องสุขาภายในวัด 3.หารายได้เพื่อบูรณะซ่อมแซมเสนาสนะภายในวัด 4.มอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนในถิ่นทุรกันดาร

สนใจร่วมบุญบูชาได้ที่เซเว่นอีเลฟ เว่นทุกสาขา และที่วัดปราสาททอง ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-14 09:49:03


ความเห็นที่ 21 (1483885)

เททอง'พระกริ่งจินดามณี' บุญอายุ7รอบ'หลวงปู่นิ่ม'



วัด พุทธมงคล ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เดิมชื่อ 'วัดหนองปรือ'ต่อมา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (ป๋า) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) พระอาจารย์ของ 'หลวงปู่นิ่ม'ได้ทรงเปลี่ยนนามวัดใหม่เป็น 'วัดพุทธมงคล'และตั้งชื่อวัดอื่นอีก 2 วัดคล้องกันว่า วัดธรรมมงคล และวัดสังฆมงคล ครบองค์ 3 พระรัตนตรัย แก้วสารพัดนึก

'วัดพุทธ มงคล'เป็นวัดร้างมาก่อน เสนา สนะประกอบด้วยพระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิพระหอสวดมนต์ ล้วนเกิดจากฝีมือของ 'พระครู สุนันทโชติ'หรือ 'หลวงปู่นิ่ม'สมัยท่านยังหนุ่มๆ หลวงพ่อบุญ วัดพันตำลึง พระเกจิ อาจารย์เก่าเมืองสุพรรณบุรี บอกให้หลวงปู่นิ่มไปช่วยดูแลวัด กว่า 50 ปีที่เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ผลงานการพัฒนาเกิดจากฝีมือหลวงปู่นิ่ม พร้อมทั้งยกกระแสศรัทธาเป็นที่พึ่งของพุทธศาสนิก ชนทั่วเมืองสุพรรณอย่างแท้จริง

หลวงปู่นิ่มชาวบ้านขนานนามท่านว่า 'หลวงปู่นิ่ม วาจาสิทธิ์'นิสัยท่านเรียบร้อย พูดน้อย สงบเงียบ แต่อุดมไปด้วยสมาธิจิต ท่านพูดอะไรจึงเป็นจริงตามปากท่าน ชาวสุพรรณฯ เชื่อถือมาก

อัตโนประวัติ หลวงปู่นิ่มท่านเป็นคนสุพรรณฯ โดยกำเนิด บวชกับหลวงปู่เปลื้อง วัดสุวรรณภูมิ สืบวิชาของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า, หลวงปู่สอน วัดป่าเลไลยก์ นอกจากนั้นท่านยังได้วิชาสายเจ้าคุณใหญ่ ที่สืบจากหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก หลวงปู่กล้าย วัดหงส์รัตนาราม พระเกจิอาจารย์ดังยุคปี 2500 ท่านเป็นศิษย์หลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา

หลวง ปู่กล้ายรับพระนิ่มไปอยู่ด้วย เพราะหน้าผากหลวงปู่นิ่มมีมงคลปานดำรูปองค์พระ ท่านจึงอยู่วัดหงส์ฯ หลวงปู่กล้ายถ่ายทอดวิชาให้ และพาหลวงปู่นิ่มไปเรียนกับหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ สมเด็จพระสังฆราช (ป๋า) วัดโพธิ์ฯ หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ หลวงพ่อแฉ่ง วัดบางพัง หลวงพ่อหรุ่น วัดเสาธงทอง จากนั้นได้กลับมาอยู่จังหวัด สุพรรณฯ ไปช่วยหลวงปู่แต้ม วัดพระลอย สร้างวัด และปั้นดินจากสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 4 ให้หลวงปู่กล้ายสร้างพระ และครั้งหนึ่งหลวงปู่นิ่มได้พาเสือใบที่เป็นเพื่อนกัน ไปขอเรียนวิชากับหลวงพ่อแต้มและเป็นคนแรกที่รับเสือใบออกจากคุกไปให้หลวงพ่อ แต้มรดน้ำมนต์

เนื่องในโอกาสที่หลวงปู่นิ่ม จะมีสิริอายุครบ 7 รอบ 84 ปี จึงจัดสร้างวัตถุมงคล 'พระกริ่งจินดามณี'ขึ้น เพื่อมอบให้กับลูกศิษย์ลูกหาร่วมบุญบูชา สำหรับพระกริ่งเป็นยอดพระหากสร้างดีจะมากด้วยพุทธคุณ มีพลังตามสูตร สมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว พระอาจารย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ชนะศึกยุทธหัตถีเมืองสุพรรณ ตำราการสร้างพระกริ่งตกถึงสมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ท่านเจ้ามา วัดสามปลื้ม และสมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์

หลวงปู่นิ่มลง ยันต์ 108 ตำรับการสร้าง 'พระกริ่ง'นะปถมัง 14 นะจาร มหายันต์ครูจินดามณีวังหลวง ถวายนามสถาปนาพระกริ่งรุ่นแรกว่า 'พระกริ่งจินดามณี'ว่ากันว่าปลุกเสกให้ สามารถเรียกทรัพย์สมบัติแก้วแหวนเงินทอง ใช้พลังจิตแลวิชามหามนต์บทเดียวกับ 'พระสังข์เรียกทรัพย์'ในดินสินในน้ำ ตำรานี้หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่าใช้เรียกฝน เรียกตัวต่อตัวแตน หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค เรียกลาภสักการะ จนสามารถสร้างวัดได้กว่า 30 วัด หลวงปู่กล้าย เรียกปลาแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นต้น

หลวงปู่นิ่มกล่าวกับลูกศิษย์ว่า 'พระกริ่งจินดามณี จึงเป็นพระกริ่งที่เข้มขลังนำทางความเจริญ อุดมทรัพย์ ไม่รู้จักจน บ่อเกิดแห่งอำนาจราชศักดิ์ หลั่งไหลมาได้ทั้ง 8 ทิศ มงคล 8 ประการ พระกริ่งนี้เป็นพุทธานุสติได้สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติ เป็นมงคลแห่งความสำเร็จ ความเจริญ มหาจินดามณีมนต์ที่หลวงปู่เรียนแล้วสำเร็จเห็นผลทันตา จะได้เรียกเงินเรียกทองเรียกลูกค้าเรียกทรัพย์สมบัติ เพิ่มพูนขึ้น เจริญขึ้นอย่างทันตา'

วัตถุมงคลที่จัดสร้างในครั้งนี้ นอกจากพระกริ่งจินดามณีแล้ว หลวงปู่นิ่มได้อธิษฐานจิตปลุกเสกเครื่องรางของขลัง 'กระทิงเถื่อนรุ่นแรก'และ 'ขุนแผนบ้านกร่าง'พิมพ์ที่เป็นมหานิยมมหาเสน่ห์ 'พิมพ์พรายคู่'ซึ่งมีสององค์ติดกัน สององค์รวมเป็นองค์เดียว รวมจิตรวมใจดวงเดียวกัน ความหมายผู้ทรงสร้างพระขุนแผนสมัยโบราณคือ สมเด็จพระนเรศวร กับพระอนุชา สมเด็จพระเอกาทศรถ ให้ความหมายพรายคู่ว่า รักกันดังพี่น้องร่วมอุทรท้องเดียวกัน หลวงปู่นิ่มจึงให้ปั้นลูกอมขุนแผนพรายคู่ มีพระขุนแผนอยู่ 2 องค์เป็นคู่กัน เอาพุทธคุณมหาเมตตา และเอาผงพระขุนแผนกรุบ้านกร่างพรายคู่อุดเข้าไว้ ซึ่งเป็นสูตรต้นตำรับโบราณดั้งเดิม

ในวันที่ 28 เม.ย.2555 คณะศิษย์ได้จัดงานฉลองหอสวดมนต์และฉลองอายุ 7 รอบ หลวงปู่นิ่ม พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 45 รูป รับทักษิณานุประทาน พระสงฆ์ 108 รูป เจริญพุทธมนต์ธัมมจักกัปปวัตนสูตร พร้อมถวายภัตตาหารเพล เวลา 12.29 น. กราบอาราธนาสมเด็จพระ พุฒาจารย์ (เกี่ยว) วัดสระเกศราชวรวิหาร กรุง เทพฯ เป็นประธานพิธีเททองพระกริ่งจินดามณี ร่วมกับหลวงปู่นิ่ม มีพระเทพสุวรรณโมลี เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธาน ฝ่ายสงฆ์ นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-14 09:47:42


ความเห็นที่ 20 (1483767)

พระสมเด็จ-พระขุนแผน วัดเถรพลาย สุพรรณบุรี




1.พระพิมพ์ขุนแผน ปางสมาธิ

2.พระพิมพ์ขุนแผน ปางสะดุ้งมาร

3.พระสมเด็จซุ้มเรือนแก้ว

4.พระพิมพ์ขุนแผนปางมารวิชัย

วัดเถรพลาย ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยา จากหลักฐานสำคัญที่ปรากฏเด่นชัดคือ เจดีย์ยุคโบราณก่อด้วยอิฐ ยอดเจดีย์เป็นเนื้อสำริด มีลักษณะดอกบัวหงาย 7 ชั้น ได้รับพระ ราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2534 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 50 เมตร ยาว 50 เมตร

ถือเป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งในเมืองสุพรรณบุรี สันนิษฐานตั้งชื่อวัดตามประวัติที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีที่ดอนเจดีย์ แล้วขุนศึกผู้ใหญ่แวะพักรบเพื่อให้ทหารและช้างพลายได้พัก ก่อนที่จะเดินทางไปบ้านหนองสาหร่าย จึงเป็นที่มาของการตั้งชื่อวัดเถรพลาย ซึ่งมีความหมายว่า ช้างของขุนศึกผู้ใหญ่ และก่อนที่จะเดินทางออกรบเพื่อกระทำยุทธหัตถี สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้สร้าง 'พระขุนแผน' ขึ้น เพื่อมอบเป็นขวัญและกำลังใจแก่ทหาร และส่วนหนึ่งนำบรรจุกรุไว้ที่เจดีย์วัดเถรพลาย ยอดเจดีย์หุ้มโบกด้วยปูนเพราะเกรงว่าข้าศึกพม่าจะทำลายล้างหรือเผาเสีย

วัดแห่งนี้ มีคำขวัญว่า 'อุโบสถจัตุรมุข เจดีย์ยุคโบราณ มีดใหญ่ปานภูผา ดูฝูงปลาหน้าวัด ชมทิวทัศน์แม่น้ำท่าจีน' ปัจจุบันมีสิ่งที่โดดเด่น นอกจากเจดีย์เก่าพร้อมยอดเจดีย์ที่เป็นเนื้อสำริดล้ำค่าแล้ว ยังมีมีดตัดลูกนิมิตยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลก ทำด้วยเหล็กกล้าขนาดกว้าง 5.99 เมตร ความสูง 1.99 เมตร น้ำหนัก 999 กิโลกรัม

ต่อเมื่อปีพุทธศักราช 2535 สมัยที่ 'พระครูสุจิณณสีลาจาร' ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเถรพลาย ค่ำคืนหนึ่งเกิดฝนตกหนัก ได้มีโจรมาลักขุดกรุเจดีย์พบพระขุนแผน แล้วนำไป แต่มีเหตุให้โจรต้องกลับใจนำพระขุนแผนกลับมาส่งคืนให้กับทางวัด จึงเป็นที่ทราบว่าภายในเจดีย์นี้บรรจุพระขุนแผนไว้ และพระครูสุจิณณสีลาจาร จึงได้ประกอบพิธีบวงสรวงเจดีย์ นำพระขุนแผนที่โจรลักไปเป็นมวลสารของการจัดสร้าง 'พระสมเด็จ และพระขุนแผนพิมพ์โบราณ' เพื่อมอบเป็นสิริมงคลให้แก่ผู้ที่มาร่วมงานปิดทองฝังลูกนิมิตของวัดเถรพลาย

โดยจัดพิธีพุทธาภิเษกที่พระอุโบสถวัดเถรพลาย ซึ่งเป็นพระอุโบสถจัตุรมุขหลังแรกของจังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2535 มีพระเถราจารย์ 108 รูป ร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิตปลุกเสก อาทิ หลวงปู่บุดดา วัดหนองตางู, หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม, หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง, หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง, หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ, หลวงพ่อลำใย วัดทุ่งลาดหญ้า, หลวงตาจวน วัดไก่เตี้ย, หลวงพ่อฮวด วัดดอนโพธิ์ทอง, หลวงพ่อดี วัดพระรูป, หลวงพ่อสม วัดดอนบุปผาราม, หลวงพ่อเชิญ วัดโคกทอง, หลวงพ่อปลื้ม วัดสวนหงส์, หลวงพ่ออรรถ วัดองครักษ์, หลวงพ่อสิริ วัดช่องลม, หลวงปู่ทิม วัดพระขาว, หลวงพ่อพยุง วัดบัลลังก์ และหลวงปู่เจริญ วัดธัญญวารี เป็นต้น

พระอธิการสัญทัต รตนญาโณ เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการจัดสร้างพระอุโบสถเรียนว่า พระครูสุจิณณสีลาจาร อดีตเจ้าอาวาส ท่านสั่งไว้ก่อนละสังขาร หากจะบูรณะเสนาสนะหรือพระอุโบสถ ให้นำวัตถุมงคลปี 2535 ซึ่งบรรจุไว้ในกรุใต้ฐานพระประธาน ออกให้ประชาชนร่วมบุญบูชา ทางวัดจึงเปิดกรุใต้ฐานพระประธาน พบโอ่งบรรจุพระสมเด็จและพระขุนแผนพิมพ์ต่างๆ จึงคัดแยกพิมพ์ และก็จัดสมโภชพุทธาภิเษกขึ้นอีกครั้ง เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา มีหลวงพ่อมาลัย วัดบางหญ้าแพรก จ.สมุทรสาคร เป็นประธานจุดเทียนชัย พระเกจิอาจารย์ชื่อดังร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสก ประกอบด้วย หลวงพ่อวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร บ้านแพง, หลวงพ่อสิงห์โต วัดสาลี บางปลาม้า และหลวงพ่อวัดหนองดง จ.พิจิตร พระครูศรีประจันตคณารักษ์ เจ้าคณะอำเภอศรีประจันต์ เจ้าอาวาสวัดดอนบุปผาราม ดับเทียนชัย

สนใจวัตถุมงคลพระสมเด็จ และพระขุนแผนปี 2535 พระขุนแผนปางสมาธิมี 1,000 กว่าองค์ มีให้บูชาที่ไปรษณีย์เท่านั้น พระขุนแผนปางสะดุ้งมี 400 กว่าองค์ พระขุนแผนห้าเหลี่ยมทรงพลมี 200 กว่าองค์ พระสมเด็จซุ้มเรือนแก้วมีเพียง 124 องค์ มีให้บูชาที่วัด
 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-13 08:10:48


ความเห็นที่ 19 (1483689)

พระกริ่ง-เหรียญเสมาฉลุ รุ่นมงคลชีวิต'หลวงปู่แขก'



วัด สุนทรประดิษฐ์ ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก สถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ 'หลวงพ่ออินทร์' และเป็นต้นกำเนิดเรื่องราวของพระเครื่องยอดนิยม 'สิงห์ป้อนเหยื่อ หรือฝักไม้ดำ-ฝักไม้ขาว' อันขึ้นชื่อลือลั่น

ปัจจุบันมีพระเกจิ อาจารย์ชื่อดัง หลวงปู่แขก ปภาโส หรือพระมงคลสุธี ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส เดิมมีนามว่า ลำยอง สกุล นาทีทองพิทักษ์ เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ.2467 ตรงกับวันแรม 7 ค่ำ เดือน 10 ปีชวด ณ บ้านกรุงกรัก บางระกำ จ.พิษณุโลก โยมบิดาชื่อ นายเฮง โยมมารดาชื่อ นางพัน มีอาชีพทำนา พี่น้องรวม 7 คน

หลวงปู่แขก เป็นเกจิอาจารย์ที่มีชื่อลือเลื่องในเรื่องพุทธาคม ได้รับความเคารพศรัทธาจากประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่าง วัตถุมงคลที่ท่านปลุกเสกมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วแม่น้ำน่าน แม่น้ำยม

วัดสุนทรประดิษฐ์เจริญขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยเงินบริจาคจากการจัดสร้างวัตถุมงคลของหลวงปู่แขก

ใน ปีนี้ทางวัดมีความประสงค์จะซ่อมแซมบูรณะพระอุโบสถและศาสนสถานให้เสร็จ สมบูรณ์ และถวายพระราชกุศลที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 85 พรรษา หลวงปู่แขกจึงได้อนุญาตให้จัดสร้างวัตถุมงคลโดยให้ชื่อวัตถุมงคลรุ่นนี้ว่า 'รุ่นมงคลชีวิต'

วัตถุมงคลที่หลวงปู่แขกอนุญาตให้จัดสร้างในครั้ง นี้ ประกอบไปด้วย พระกริ่งมงคลชีวิต หลวงปู่แขกก้นลายเซ็น และ เหรียญเสมาฉลุพระพุทธชินราช ประกอบสามชิ้น ซึ่งมีความงดงามทางพุทธศิลป์ด้วยฝีมือช่างชั้นครูซึ่งสืบทอดงานช่างมาแต่ โบราณ

สำหรับชนวนมวลสารที่นำมาจัดสร้างนั้น เป็นยอดวัตถุมงคลชนวนพระกริ่งเก่าและแผ่นโลหะจารโดยหลวงปู่แขก ตลอดจนพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงต่างๆ ซึ่งคณะศิษย์เป็นผู้เก็บรวบรวมไว้ นอกจากนี้ยังประกอบด้วยพระผงสมเด็จ เส้นเกศา ผงสมเด็จวัดบางขุนพรหม ผงอิทธิเจ ผงปถมัง ที่ผ่านการอธิษฐานจิตและพุทธาภิเษกมาหลายพิธี

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการบำรุงขวัญทหารจึงได้มอบพระผงสมเด็จจำนวน 1,000 องค์ ให้ส่วนราชการทหารในจังหวัดพิษณุโลกด้วย

พิธี พุทธาภิเษกได้จัดขึ้นอย่างสมบูรณ์ มีผู้คนไปร่วมมากมายเมื่อเร็วๆ นี้ ณ วัดสุนทรประดิษฐ์ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก และขอเชิญผู้ต้องการร่วมบุญกับหลวงปู่แขก ในการบริจาคบูชา พระกริ่งมงคลชีวิต ก้นลายเซ็น และ เหรียญเสมาฉลุพระพุทธชินราช

ติดต่อบูชาได้ที่วัดสุนทรประดิษฐ์ อ.บาง ระกำ จ.พิษณุโลก และศูนย์พระชั้นนำทั่วไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-12 18:43:56


ความเห็นที่ 18 (1483401)

สนามพระใหญ่พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน เปิดบริการไม่หยุดสงกรานต์ พยัพ คำพันธุ์ นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ประธานชมรมพระเครื่องมรดกไทย ยืนยันว่า แม้ราชการจะประกาศหยุดถึง 4 วัน 13-16 เมษายน 2555 ที่นี่ร้านพระยังคงเปิดปกติ ไม่ปิดช่วงสงกรานต์ อาจมีบ้างที่ไปเยี่ยมบ้านในต่างจังหวัดพร้อมครอบครัวก็ไม่ว่ากัน

เล็ก รูปหล่อ ประธานชมรมพระเครื่องเทสโก้ โลตัส ปิ่นเกล้า ต่อสายตรง ยืนยันมาเช่นกัน ที่นี่ก็เปิดบริการปกติตามเวลาห้าง ไม่ปิดแม้แต่วันเดียว แฟนคลับไปเยี่ยมเยียนส่องพระได้ตามปกติ ช่วงเย็นเป็นต้นไปคึกคักมากครับที่นี่ หลังสงกรานต์แล้วจะขยายพื้นที่อีกเท่าตัว ผู้บริหารโลตัสอนุมัติแล้วครับ

ยืนยันไม่เปลี่ยนใจขอลาออกจากอุปนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย แน่นอนอ้างสุขภาพแย่ กิติ ธรรมจรัส หรือ เฮียกวง ท่าพระจันทร์ เข้าบายพาสอีกหนอาทิตย์ก่อน ที่ธนบุรี 1 หมอไม่ทำ เส้นเลือดเปราะทำให้แค่บอลลูนไปพักบ้านแล้ว

โดนกันทั่วหน้าฝนตกทั่วฟ้าแน่นอน เท่าที่ตรวจเช็คกรมสรรพากรเขารู้ว่าวงการพระมีเงินหมุนเวียนมหาศาล ไม่เคยแจ้งชำระภาษีรายได้ให้ชาติบ้านเมืองมานานเป็นสิบๆ ปีแล้ว จุดมุ่งหมายคราวนี้จึงเล็งมายังกลุ่มพระเครื่องที่มีการปล่อยเช่าวัตถุมงคล เป็นธุรกิจ กรมสรรพากรมีทีมงานเฉพาะกลั่นกรอง ตรวจเช็คเซียนพระที่มีการปล่อยเช่าพระเครื่องจากอินเตอร์เน็ต ลงขายเบอร์บัญชีมีโจ๋งครึ่ม จากนิตยสารพระเครื่องนับ 10 ฉบับ แถมยังส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปเจาะข้อมูลเองตามสนามพระเลย จึงมีข้อมูลเพียบ จะถึงใครเมื่อไหร่ต้องใช้เวลา

เซียนพระใหญ่หรือเล็กมีชื่อเสียงหรือไม่นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ แม้เซียนพระในต่างจังหวัดก็โดนเรียกไปพูดคุยเรื่องรายได้นับเป็น 10 คนแล้ว ส่วนใน กทม.คนดังๆ ถูกเรียกไปพบเจ้าหน้าที่ให้ปากคำแล้ว เฉพาะที่แหล่งพระใหญ่ในพันธุ์ทิพย์ เช่น บอย ท่าพระจันทร์, ป๋อง สุพรรณ, เลิศ สุพรรณ, เวกัส มรดกไทย และอีกหลายคนต่างยินดี ยืนยันพร้อมเสียภาษีช่วยชาติครับ ข่าวว่าหมีพู เซียนพระหลวงปู่ทิม ก็กำลังจะไปพบเหมือนกัน

เป็นอันว่าทุกคนไม่มีสิทธิ์หนีมั้ง แม้บางคนจะเริ่มไม่ปล่อยทางอินเตอร์เน็ต และถอนโฆษณาหน้าพระเครื่อง บางคนยังลงโฆษณาแต่ไม่บอกราคาปล่อยเช่า ให้ไว้เฉพาะเบอร์ติดต่อกลับ และ บางคนถึงขนาดไม่แจกรูปให้สื่อเลยก็มี เพราะขี้ขึ้นสมอง ก็ไม่เคยจ่ายมีได้มาตลอด เจอข่าวอย่างนี้เดินไม่เป็นกลัวหัวหด

บอกไว้ตรงนี้ได้เลยว่า อย่าไปกลัว ยังต้องเล่นบทนี้กันอีกนาน แม้กรมสรรพากรมีทำเนียบเซียนพระแล้วก็เถอะ คนที่ปล่อยเช่าเป็นอาชีพหลัก เป็นธุรกิจ หนีไม่พ้นจะถึงตัวเองเมื่อไหร่เขาเล่นบทย้อนหลัง 5 ปี คนที่ไปพบเจ้าหน้าที่สรรพากรมาแล้วพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าข้อมูลเขาแน่น แค่ในสเตทเมนท์ รายได้ในบัญชีเงินฝากย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 51 ถึงปี 54 แต่ละคนมีเงินเข้าได้มายังไงให้ชี้แจง วันนี้ได้แสนพรุ่งนี้ได้ล้าน ทำอะไรมีหลักฐานลบล้างได้จบ เงินบัญชีใหม่เขาไม่สน ปีนี้เดือนนี้เขารู้ว่าทุกคนหาทางหนีทีไล่ไว้แล้ว ถึงขนาดเซียนบางคนบอกว่าต่อไปผมขออยู่ใต้ดินครับ…ใครกันเอ่ย

เบอร์ 1 ที่ชอบสะสมพระทองคำชั่วโมงนี้ไม่มีใครเกิน อู๊ด สุพรรณ ทั้งที่เป็นเซียนพระกรุสายสุพรรณ แต่ต้องหันมาเอาดีทางพระเกจิเหรียญรูปหล่อลอยองค์ เฉพาะเนื้อทองคำ เขายืนยันว่าเล่นง่าย ใครว่าเก๊เยอะไม่จริง แต่ละอาจารย์สร้างไม่มาก เช่น หลวงพ่อมุ่ย 16 เหรียญ ก็นับว่ามากแล้วสมัยนั้น ที่สร้างเยอะปัญหาแยะยอมรับว่ามี เช่น 25 พุทธศตวรรษ การทำเก๊หรือปลอมลงทุนสูง ทั้งบล็อกและเนื้อทองไม่คุ้มกับการทำธุรกิจ บ้านผมค้าทองจึงดูได้ทองเก่าใหม่ เช่าไว้นับเป็นร้อยๆ เหรียญยังไม่โดน ข้อสำคัญดูขาดหรือเปล่าอยู่ตรงนี้

ประเพณีสงกรานต์ก็ต้องบอกงานใหญ่ๆ ที่ไปแล้วได้ทำบุญ ได้เที่ยว ได้สิ่งเป็นมงคลกลับมา หลวงปู่แย้ม วัดตะเคียน นนทบุรี จัดงานใหญ่รื่นเริงสงกรานต์เริ่มแล้ว 6-15 เมษายน 2555 นำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อธรรมจักร องค์จริง อายุหลายร้อยปี เป็นพระที่หลวงปู่แย้มเคารพนับถือมาก ออกมาให้สรงน้ำ ใครได้สรงน้ำท่านและนำน้ำที่สรงไปประพรมบ้านเรือนหรือตัวเองเป็นสิริมงคล ยิ่ง ได้สรงน้ำรูปเหมือนหลวงปู่แย้ม ก่อพระเจดีย์ทราย ได้เที่ยวชมตลาดน้ำโบราณย้อนยุคในลำน้ำบางคูเวียง ชมการละเล่นของเด็กไทยในอดีต เดินตลาดหาของกินของฝากเมนูไทยโบราณที่นับวันจะหากินยาก หลวงพี่สงบ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดตะเคียน รวบรวมและอนุรักษ์ของดีในท้องถิ่นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โทร.08-1921-0946 ที่จอดรถเหลือเฟือปลอดภัย

วันอาทิตย์ที่ 15 เมษายน ชวนไปเททองหล่อฉัตรเจดีย์และหล่อพระพุทธรูปบรรจุเจดีย์ วัดสว่างชาติประชาบำรุง ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ฤกษ์เททอง 12.09 น. ไปร่วมงานนี้กราบขอพรหลวงพ่อฉาว เกสโร เทพเจ้าแห่งความเมตตา ราชานางกวักกำแพงแสน ผู้สืบสานวิชานางกวักจากหลวงพ่อเต๋ คงทอง โทร.08-9165-266 ไปสะดวกกลับง่ายได้บุญแน่ๆ

หนังสือมรดกหลวงปู่แผ้ว ปวโร ฉบับสมบูรณ์ โอ๋ ซาลอน พระเครื่องนครปฐมสายตรงจัดพิมพ์ 2,000 เล่ม จะหมดแล้ว ไปซื้อได้ที่ซีเอ็ดบุ๊คทั่วประเทศ ทุกเล่มสมนาคุณด้วยเหรียญหลวงปู่แผ้วรุ่นพิเศษ เจริญพรดวงเศรษฐี แถมฟรี โทร.08-6954-5645

แบบสวย ฝีมือแพรนด้ามหาชน ทำเหรียญ หลวงปู่ทวด รุ่นอภิมงคล ที่สุดแห่งความเป็นมงคล ปี 55 เหรียญเตารีดฉลุรุ่นแรก ยกองค์ พ่อท่านพรหม วัดพลานุภาพ ปัตตานีเสกเดี่ยว จองได้ที่ 08-1701-5957 ชมรมตำนานพระเครื่องเมืองทอง

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ จุดเทียนชัยพุทธาภิเษกเหรียญหลวงพ่อนาคปรกรุ่นเสาร์ 5 ปี 55 พุทธชยันตี 2,600 ปี ในวันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม 2555 สุดยอดวัตถุมงคลที่ทรงคุณค่าวัดนาคปรก เขตภาษีเจริญ กทม. นำรายได้ปฏิสังขรณ์โบสถ์เก่าอายุ 265 ปี วัดนาคปรก สอบถามแป๊ะ โทร.08-1123-8829 หรือที่ร้านชาวนนท์พันธุ์ทิพย์

พล.ต.ท.ชัยยะ ศิริอำพันธุ์กุล และ คุณศีรธน ยุวธานนท์ โตโยต้าวิชั่น ระยอง ไปงานเททองหล่อหลวงพ่อโสธรและพระสิวลีที่วัดบึงล่าง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เมื่อ 31 มีนาคมที่ผ่านมา เสี่ยอั้ง เมืองชล เจ้าภาพใหญ่อิ่มบุญ ได้เห็นผู้ที่เคารพนับถือไปร่วมบุญกันล้นหลาม คุณศีรธน โตโยต้าวิชั่น ระยอง จองพระบูชาใหญ่ไปหลายองค์ และบูชาพระสิวลีเล็กไปอีกนับ 100 องค์ เตรียมแจกวันเปิดศูนย์รถส่วนขยายเร็วๆ นี้ ปลุกเสกโดย 5 เกจิดังเมืองชล หลวงพ่อรวย หลวงพ่อชาญ หลวงพ่อฟู หลวงพ่อหุน และหลวงพ่อยงค์ สอบถามบูชาได้ที่วัด โทร.038-443-044…สวัสดี

วันชัย สอนมีทอง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-11 10:41:44


ความเห็นที่ 17 (1483400)

 

 

เหรียญหลวงพ่อทองสุดยอดพิธีกรรม

เหรียญหล่อโบราณหลวงพ่อทองวัดทองธรรมิการาม สุดยอดแห่งพิธีกรรมและเรื่องเล่าขานพุทธคุณ : พระองค์ครู โดยไตรเทพ ไกรงู

           พระครูสาครธรรมทัต หรือ หลวงพ่อทอง ธัมทินโน เจ้าคณะตำบลนาดี และเจ้าอาวาสวัดทองธรรมิการาม ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เป็นพระเกจิอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน เป็นที่เคารพนับถือของชาวสมุทรสาครและใกล้เคียง มีศิษยานุศิษย์มากมาย

เมื่อครั้งที่ท่านอายุครบ ๘๐ ปี เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๒  ตุลาคม ๒๕๕๒ ผู้ใหญ่ ปิยะภูมิ (หนุ่ย) อุบลไทร ผู้ใหญ่บ้านแนบทองคำ ม.๗ พร้อมทั้งคณะศิษยานุศิษย์กับทางวัดได้รวมกันจัดสร้างวัตถุมงคลเป็นเหรียญ หล่อโบราณ ๒ แบบ คือ ๑.เป็นรูปสามเหลี่ยม เป็นพระพุทธนั่งสมาธิ ด้านหลังยันต์มหาอุด ๒.เป็นเหรียญหล่อแบบจอบ ถือว่าเป็นรุ่นแรกของวัดทอง ทั้งสองพิมพ์จะมีโค้ดตัว ท (ทอ)
     
                ทางวัดทอง และศิษยานุศิษย์ได้รวบรวมทอง นาก เงิน สำริด โบราณ และแผ่นยันต์ แผ่นจาร ชนวน เหรียญหลวงปู่รอด แซยิด เหรียญหล่อหลวงพ่อรุ่ง พิมพ์พระพุทธ วัดท่ากระบือ เหรียญหล่อหลวงพ่อเชย วัดเจษฎาราม เหรียญหล่อหลวงพ่อสำริด วัดนาโคก และตะกรุดเก่าๆ จากพระเกจิอาจารย์ดังๆ ในอดีตจนถึงปัจจุบันได้นำมาเททองหล่อหลอม เป็นวัตถุมงคลของท่าน แบบโบราณ ณ มณฑลพิธีวัดทองธรรมิการาม และได้ประกอบพิธีพุทธา-เทวาภิเษก ณ วัดทอง เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๓
     
                เกจิอาจารย์ที่ร่วมปลุกเสกนั่งปรกมีดังนี้ พระเทพสาครมุณี วัดเจษฎาราม สมุทรสาคร-พระปริยัติกิจโกศล (หลวงพ่อสมพงษ์) วัดป้อมวิเชียรโชติการาม-พระสิทธิพัฒนาทร (หลวงพ่อหมู) วัดทรงธรรมาวรวิหาร สมุทรปราการ-พระครูวิกรมพัชรธรรม (หลวงพ่อสมนึก) วัดบ้านลาด เพชรบุรี-หลวงพ่อสมบูรณ์ วัดดอนโฆสิตาราม สมุทรสาครเจ้าอาวาสวัดอาสาสงคราม สมุทรปราการเจ้าอาวาสวัดเจ็ดริ้ว สมุทรสาครเจ้าอาวาสวัดเกาะ สมุทรสาครเจ้าอาวาสวัดพันธุวงศ์ สมุทรสาครเจ้าอาวาสวัดบางพลี เจ้าอาวาสวัดบางปิ้ง เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ เจริญผล สมุทรสาคร พระอาจารย์โกมล วัดโนนศิลาทอง ชัยภูมิ
     
                ส่วนหนึ่งผู้ใหญ่ปิยะภูมิได้ขออนุญาตนำมาแจกในงานพระราชทานเพลิงศพ คุณแม่ สาลี อุบลไทร แม่ดีเด่นแห่งชาติประจำปี ๒๕๕๔ และทางวัดได้มอบบางส่วนให้คณะศิษย์ได้นำเอามาแจกในงานต่างๆ อีกส่วนหนึ่งวัดได้เปิดให้ประชาชนได้บูชาเพื่อหาเงินสร้างถาวรวัตถุภายในวัด ให้แข็งแรงสวยงาม ที่จะสืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไป จนได้รับความนิยมและวัตถุมงคลหมดภายใน ๑ สัปดาห์
     
                พุทธคุณ ของเหรียญรุ่นนี้เป็นที่กล่าวขานเรื่องอยู่ยงคงกระพัน แคล้วคลาดปลอดภัย และมีอภินิหารมากมายจึงเป็นที่เสาะแสวงหาของศิษยานุศิษย์และคนใกล้ชิด จึงทำให้วัตถุมงคล รุ่นนี้ มีราคาเช่าบูชาเหรียญสุดท้าย สี่หมื่นกว่าบาท
     
                ผู้ที่เก็บและเช่าบูชาเหรียญชุดนี้มากที่สุดซึ่งเป็นลูกศิษย์ที่ใกล้ชิด มี ๓ ท่าน คือ นายสุชีพ คงศิลป นายก อบต.บ้านเกาะ จ.สมุทรสาคร นายสมหมาย รุ่งเรือง รองนายก อบต.ท่าทราย จ.สมุทรสาคร และ ผู้ใหญ่ปิยะภูมิ (หนุ่ย) อุบลไทร และก็ยังเสาะแสวงหา เหรียญเนื้อสำริด เนื้อนวะ เนื้อเงิน 
     
                อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีของเก๊ออกมาจะเช่าหาโปรดระวัง เพื่อป้องกันการเช่าพระเก๊ สอบถามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.๐๘-๑๖๒๒-๖๑๖๗ และ ๐๘-๑๘๒๒-๑๒๕๒

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-11 10:38:23


ความเห็นที่ 16 (1483232)

การสร้างหลวงปู่ทวด 2505 (1)

พันธุ์แท้พระเครื่อง
ราม วัชรประดิษฐ์


จาก สุดยอด 'พระเนื้อว่านหลวงปู่ทวดปี 2597' มีเสียงเรียกร้องให้สร้างขึ้นอีก เพราะอิทธิปาฏิหาริย์ของพระเครื่องหลวงปู่ปรากฏให้เห็นเป็นที่อัศจรรย์

ในบันทึกของ คุณอนันต์ คณานุรักษ์ เขียนไว้ว่า 'พระเครื่องที่จะสร้าง (ดินผสมว่าน) อีกหรือไม่นั้นยังไม่แน่แล้วแต่ความจำเป็น ซึ่งท่านอาจารย์ทิมและผมเห็นสมควร เช่น จะทำพิธีปลุกเสกพระในวันที่ 16, 17, 18 เดือนนี้นั้น เป็นพระเครื่องหล่อด้วยโลหะ ความจริงแล้วผมตั้งใจจะพิมพ์กับดินว่านแบบเก่า แต่ท่านอาจารย์ทิมนั่งทางในขออนุญาตต่อพระวิญญาณของท่าน ท่านบอกว่าดินว่านเหล่านั้นใช้แล้วแตกหักคงจะเสียใจ หากมีกำลังทุนพอก็ให้สร้างด้วยโลหะ เราจึงต้องปฏิบัติตาม'

ซึ่งใน การหล่อเนื้อโลหะนั้นจำเป็นจะต้องมีทุนรอนมากกว่าการหล่อแบบเก่า ซึ่งก็ได้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร หรือพระองค์ชายกลาง ทรงเป็นประธานอุปถัมภ์ในการจัดสร้าง ตามคำอนุญาตจากหลวงปู่ทวดผ่านพระอาจารย์ทิม มีการนำชนวนและมวลสารจากวัด นำไปหล่อพระร่วมกันที่กรุงเทพฯ ก่อนที่จะส่งไปให้อาจารย์สวัสดิ์ เดชพวง เป็นผู้หล่อ หล่อพระหลวงปู่ทวดเนื้อโลหะหลังเตารีดขึ้น 3 ขนาดคือ เล็ก กลาง ใหญ่ และยังทรงนำโลหะหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นก้อนเงินและทองคำใส่ลงในเบ้าหลอม ส่วนการเท ?พระเนื้อเมฆพัด? ได้ใช้แม่พิมพ์เป็นเหล็กหยอดทีละองค์ มิได้ใช้วิธีเทเป็นช่อหรือตับอย่างพระเนื้อโลหะผสม นอกจากนี้ยังมีแบบหลังตัวหนังสือ พระกริ่ง ซึ่งจะพูดถึงในคราวหลัง

ดัง นั้นอาจกล่าวได้ว่าการสร้างพระเครื่องหลวงปู่ทวด รุ่นหลังเตารีด มีการเททองหล่อกันนอกวัด โดยวัดเป็นสถานที่ประกอบพิธีปลุกเสกเนื้อโลหะและการลงแผ่นทอง 'ชนวน' รวมถึงพิธีปลุกเสกใหญ่ซึ่งพระองค์ชายกลางได้นำโลหะชนวนทั้งหมดที่ปลุกเสก แล้วนั้นไปหล่อกันที่วัดคอกหมู หรือวัด สิตาราม กรุงเทพฯ (อยู่เลยวัดสระเกศหรือภูเขาทองไปเล็กน้อย)

ในการจัดสร้างพระเครื่อง หลวงปู่ทวดครั้งนี้ ทางวัดได้ดำเนินการพร้อมกับงานสมโภชรูปเหมือนหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ประจำวัด ซึ่งต่อมาได้กำหนดให้เป็นงานประจำปีของวัดช้างให้ไปด้วย พิธีดังกล่าวจัดขึ้นถึง 3 วัน 3 คืน คือ วันพุธที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2505 ตรงกับวันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 6 เวลา 09.00 น. อัญเชิญพระเครื่องหลวงปู่ทวดเข้าสู่โรงพิธีในพระอุโบสถ เพื่อให้พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ วันรุ่งขึ้น วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ.2505 เวลา 09.00 น. ทำพิธีประกาศโองการตามหลักไสยศาสตร์และอัญเชิญดวงจิตหลวงปู่ทวดเข้าประทับใน พิธี เวลา 21.00 น. นั่งปรกและสวดพุทธาภิเษกไปตลอดทั้งคืน และวันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2505 เวลา 09.00 น. กระทำประทักษิณเวียนเทียนวิสาขบูชา และปิดท้ายด้วยเทศนา 1 กัณฑ์ และสุดท้ายในวันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ.2505 เวลา 06.00 น. พระอาจารย์ทิมแจกพระเครื่องหลวงปู่ทวดเป็นปฐมฤกษ์ มีข้อน่าสังเกตเกี่ยวกับ 'พระหลวงปู่ทวดเนื้อโลหะปี 2505' ดังนี้



- หลังเตารีดที่นิยมเรียกนั้น ความจริงเป็นกลีบบัวในพิมพ์กลาง ปลายจะมน พิมพ์อื่นปลายแหลมเหมือนเตารีด

- พระองค์เจ้าเฉลิมพลฯ ทรงควบคุมการเทโลหะด้วยพระองค์เอง ครั้งแรกทรงเทเนื้อทองคำ 99 องค์ ต่อมาเทเนื้อเมฆพัดซึ่งเป็นโลหะเกิดจากทองแดงผสมตะกั่วซัดด้วยกำมะถันสีออก ดำมันวาวเปราะด้านหลังเป็นแอ่ง เนื่องจากเปราะจึงไม่นำมาเจียแต่งมากนัก เทได้ไม่ถึง 1,000 องค์ โลหะหมด อาจารย์สวัสดิ์เลยให้หยุดเท เส้นข้างสังฆาฏิจะมีริ้วจีวรในแนวนอนเป็นบั้งๆ ไม่เป็นแนวเฉียง

- ต่อมาได้เทเนื้อนวโลหะโดยเสด็จพระองค์ชายกลาง ใส่ทองคำผสมลงไปเป็นจำนวนมาก ก่อนที่จะเทเนื้อโลหะผสม (ทองแดง+ทองเหลืองและโลหะอื่นๆ ที่ประชาชนมาร่วมบริจาค) ในส่วนพิมพ์ใหญ่ทั้ง 2 เนื้อนับได้ประมาณ 6,000 องค์

- หลวงปู่ทวดเนื้อโลหะ เป็นการเทแบบเป็นช่อ ยกเว้นเนื้อเมฆพัด จึงมีคราบเบ้าและดินขี้เบ้าจับอยู่ ด้านใต้ฐานปรากฏเป็นรอยแต่งช่อและตะไบ

- เมื่อเทเสร็จมีการส่งไปให้ช่างโรงงานแสงฟ้าแต่งพิมพ์ เนื่องจากเป็นช่างมีฝีมือรอยตะไปที่ปรากฏจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันดูเรียบ ร้อย และช่างยังคัดองค์ที่เทไม่สวยออกมาให้ทำแม่พิมพ์ปั๊มซ้ำอีกเป็นจำนวนมากเป็น ที่มาแห่ง 'พิมพ์ปั๊มซ้ำ'

พอดีเนื้อที่หมดอีกแล้วครับ ไว้คุยกันเรื่องหลวงปู่ทวดเนื้อโลหะคราวหน้านะครับผม

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-10 13:48:26


ความเห็นที่ 15 (1482829)

แผ่นยันต์ปทุมโลหิต หลวงปู่พระอุปัชฌาย์บุญ

คอลัมน์ หลังเลนส์ส่องพระ
เอกอุ


พระ เกจิอาจารย์ชื่อดัง "หลวงปู่พระอุปัชฌาย์บุญ ขันตโร" วัดแสงน้อย จ.อุบลราชธานี ปัจจุบันสิริอายุ 93 ปี ท่านเคยธุดงค์กับญาท่านกรรมฐานแพง

และ ญาท่านสวน วัดนาอุดม ญาท่านกรรมฐานแพงยอมรับว่า ทั้งญาท่านสวน พระอุปัชฌาย์บุญ มีสมาธิจิตเข้มแข็ง มากบารมี สามารถบรรลุธรรมขั้นสูงสุดได้

ตามประวัติบวชเณรตั้งแต่อายุ 17 ปี มีหลวงปู่ห่าน พุทธสาโร ศิษย์ยาครูขี้หอม เป็นพระอุปัชฌาย์ อายุ 20 ปี อุปสมบทโดยมีหลวงปู่ห่าน วัดนาคำใหญ่ เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อหนู ขันติโก วัดบ้านป่าข่า กรรมวาจาจารย์ หลวงพ่อพระอธิการบุญมา จันโท วัดบ้านผึ้ง อนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา "ขันตโร"

ปัจจุบันวัตถุมงคลของพระครูขันตยาธิคุณ หรือหลวงปู่พระอุปัช ฌาย์บุญ ได้รับความนิยมจากลูกศิษย์ลูกหาและนักสะสมอย่างมาก เหรียญรุ่นแรกสร้างเมื่อปี 2534 ทุกวันนี้หายากมาก ส่วนวัตถุมงคลประเภทเครื่องรางของขลังที่โด่งดังอยู่ในขณะนี้ก็คือ แผ่นยันต์ปทุมโลหิต ลงแผ่นหนังวัวลายเสือสมิง เหรียญโภคทรัพย์ และแมงมุมดักโชค

โดยเฉพาะ "แผ่นยันต์ปทุมโลหิต" สร้างจากหนังวัวลายเสือ สร้างตามแบบโบราณตามตำนานมหาเทพผู้ใหญ่ของพราหมณ์ พระนารายณ์ทรงครุฑ พระพรหมทรงหงส์ พระอิศวรทรงโคศุภราช เทพพาหนะถือว่าเป็นเทพใหญ่มีอานุภาพมาก ต้องบวงสรวงไหว้ให้ดี จักเกิดลาภผลดีมั่งมีสารพัด ลงเครื่องลงของเป็นมงคล

พระมหาพงษ์ ศักดิ์ อุตตโม วัดแสงน้อย ศิษย์หลวงปู่พระอุปัชฌาย์บุญกล่าวว่า ในตำราระบุไว้ "โคดีเหมือนช้างเผือก" หายาก "โคสีเหลือบลายพยัคฆ์" เป็นราชาแห่งโค ทำเครื่องรางของขลังต้อง "ฟ้าสั่ง" หมายถึงวัวที่ฟ้าผ่าตายเท่านั้น มีวัวลายเสือ ฟ้าผ่าตายที่ประเทศลาว เมื่อศิษย์รู้ข่าวได้ข้ามแม่น้ำโขงไปขอซื้อมา

ลูกศิษย์หลวงปู่ที่ อยู่ฝั่งประเทศลาว ศรัทธาหลวงปู่มากไม่เอาเงินแม้แต่กีบเดียว ยกหนังวัวทั้งตัวถวายหลวงปู่ โคลายเสือเจ้าพยัคฆ์นี้ ว่ากันว่าเป็นราชาแห่งโคทำเครื่องทำของอะไรก็ขลังนัก หลวงปู่จึงให้ลงยันต์ปทุมโลหิต ตำราเก่าแก่ยันต์ปทุมโลหิตของ สมเด็จพระสังราช (แพ) ท่านทำน้ำมนต์อาบกิน แก้เคราะห์ และเสริมส่งให้มีราศี เมตตามหานิยมยิ่งนัก

"หนังวัวลายเสือ" นอกจากจะหายากแล้ว ยังเป็นมงคลของทนสิทธิ์ มีฤทธิ์มีเดชในตัว ปลุกขึ้นเป็นได้หลายประการ มหาอำนาจ บารมี ยิ่งใหญ่คุมคน เกรงขาม เหนือเขา ยิ่งกว่าเสือมหาอำนาจเจ้าป่า ทางป้องกันภัยอันตราย ห้ามเคราะห์ห้ามกรรม ยิ่งกว่าวัวธนู และยิ่งหลวงปู่ลงยันต์ปทุมโลหิต ที่ดีทางเสริมดวง เสริมมงคลชีวิตให้เจริญอยู่เสมอแล้วยิ่งดีเป็นทวีคูณ เวลาใช้ให้พกติดตัวจะใส่กระเป๋าเงินก็ได้ หรือจะบูชาในบ้านให้ทำเป็นฐานรองใต้พระพุทธรูป ถวายเป็นพุทธบูชา จะมีผลครอบคลุมทั้งบ้านให้มีความสุข มีความเจริญ เสริมดวงให้ดีอยู่ตลอดเวลา และยังมีมหาอำนาจ ป้องกันศัตรูคิดร้ายทำลายได้ ศัตรูคิดร้ายย้อนกลับไปทันที ของดีเป็นเดช เป็นศรี มีมงคล วัวลายเสือหายากนานเป็นสิบเป็นร้อยปีจะเจอราชาโค ดุจช้างเผือกอย่างนี้ซักตัว

เครื่องรางของขลัง "แผ่นยันต์ปทุมโลหิต" หลวงปู่พระอุปัชฌาย์บุญ สร้างได้แค่จำนวน 542 แผ่น สนใจร่วมบุญบูชาได้ที่พระมหาพงษ์ศักดิ์ อุตตโม วัดแสงน้อย ต.นาคำใหญ่ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี และศูนย์พระเครื่องชั้นนำทั่วไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-08 09:19:17


ความเห็นที่ 14 (1482551)

ธรรมชาติหลวงปู่ทวด ปี 2497

พันธุ์แท้พระเครื่อง


นับ ตั้งแต่พระอาจารย์ทิม แห่งวัดช้างให้ ได้สร้างสุดยอดแห่งรูปเคารพในรูปแบบของพระเนื้อว่านเป็น องค์หลวงปู่ทวด? ตั้งแต่ปีพ.ศ.2497 อันลือลั่น ตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้สาธุชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศยังไม่ลดละความพยายาม พากันเสาะแสวงหาเพื่อบูชาติดตัวพร้อมอาราธนาบทพุทธคุณ นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภควา? เพื่อให้แคล้วคลาดจากภยันตรายและเจริญด้วยสิริสวัสดิ์ทั้งหลายทั้งปวง

มี ข้อน่าสังเกตเกี่ยวกับธรรมชาติในองค์หลวงปู่ทวดเนื้อว่านที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2497 ที่อาจจะเป็นข้อมูลในการพิจารณาได้หลายประการ ซึ่งขออนุญาตนำเสนอไว้เป็นเบื้องต้นดังต่อไปนี้

- การสร้างพระเนื้อว่านชุดนี้ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายสงฆ์และฆราวาส อย่างกว้างขวาง เช่น ท่านอาจารย์นอง วัดทรายขาว, คุณอนันต์ คณานุรักษ์ คหบดีเจ้าของเหมืองทางใต้ ส่งผลให้การดำเนินงานราบรื่น สามารถสร้างพระพิมพ์ได้ถึง 65,000 องค์ จากที่ตั้งเป้าไว้ตามจำนวนพระธรรมขันธ์ 84,000 องค์

- ในระยะแรกมีความเป็นห่วงถึงความคงทนของเนื้อพระ เนื่องจากเป็นการผสมโดยมีดินกากยายักษ์สีดำเป็นมวลสารหลัก ผสมกับว่านประเภทต่างๆ แต่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบันว่า องค์พระรูปหลวงปู่ทวดมีความคงทนแม้จะหดตัวตามอายุธรรมชาติเล็กน้อย แต่ไม่มีการปริแตก ระเบิด หักเปราะ หรือแม้แต่ถูกแมลงที่เรียกว่า ?ตัวกินพระ? กัดกินก็ไม่มี (ขนาดพระสมเด็จฯ ยังมีแมลงดังกล่าวกัดกินตัวองค์พระ)

- กลิ่นของหลวงปู่ทวดเนื้อว่านจะไม่มีความฉุนของน้ำมันตั้งอิ้ว หรือว่านยา นอกจากองค์ที่มีผู้บูชาประพรมน้ำอบน้ำหอม ก็จะมีกลิ่นดอกมะลิตามปกติ นอกจากนี้ยังมีน้ำหนักถ่วงมือไม่เบาโหวงเหมือนพระที่ทำขึ้นใหม่

- จุดประสงค์แรกเริ่มจะสร้างขึ้นสามพิมพ์คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็ก แต่เนื่องจากต้องกดพิมพ์เป็นจำนวนมากโดยใช้ผู้กดมากมายหลายคน จึงขยายแม่พิมพ์ออกไป มีทั้งพิมพ์กลักไม้ขีด พิมพ์กรรมการ พิมพ์พระรอด พิมพ์ต้อ และพิมพ์อื่นๆ

- เนื่องจากแม่พิมพ์สร้างจาก ?ขี้ครั่งพุทรา? มีลักษณะเหนียวเป็นยางสีดำแดง แต่เมื่อกดมากๆ จะเกิดรอยปริในแม่พิมพ์ ส่งผลให้หลวงปู่ทวดในพิมพ์เดียวกันมีตำหนิอันเนื่องจากรอยแตกแยกออกมาอีก หลายพิมพ์ แต่ถ้าดูภาพรวมเป็นก็สามารถพิจารณาได้ไม่ยากนัก

- พิมพ์ใหญ่จะแยกเป็น หูขีด เรียกพิมพ์ A พิมพ์ลึก เรียกพิมพ์ B พิมพ์ไหล่จุด เรียกพิมพ์ C แต่ละพิมพ์เนื่องจากพิมพ์ที่ทำจากครั่งมีรอยปริทำให้แยกออกเพิ่มเติมอีก ส่วน พิมพ์ใหญ่กรรมการ? เนื้อจะออกเป็นสีดำกว่าพิมพ์อื่น เนื่องจากผสมดินกากยายักษ์มาก และจะมีความลึกชัดกว่าพิมพ์อื่น ให้สังเกตความลึกจากรอยพับจีวรบนท่อนแขนซ้ายขององค์พระ

- สีของหลวงปู่ทวดเนื้อว่านปี 2497 นั้นมีหลายสี หากเป็นกรรมการจะออกสีดำ หากเป็นพิมพ์ทั่วไปจะออกสีเทานวล แต่จะพบเห็นมีสีแดงนวลบ้างเข้าใจว่าเป็นเพราะผสมว่านสบู่เลือดลงไปมาก

- ใต้ฐาน (ก้น) จะมีรอยก้านไม้ไผ่เสียบเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆ และหดตัวลง แต่บางองค์อาจใช้ก้านธูปเสียบขึ้นมาจากแม่พิมพ์ ทำให้รูมีลักษณะกลม หรือบางองค์ได้รับการตกแต่งจนไม่เห็นรู ส่วนบางองค์ผู้กดใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้บีบสองข้างด้านล่างบริเวณฐานบัว ก็จะไม่มีรู แต่จะเห็นรอยบีบเล็กน้อย

- มวลสารที่ส่องจะพบเห็นเม็ดคล้ายอิฐแดงบดละเอียด มีผู้สันนิษฐานว่าอาจเป็นเศษพระซุ้มกอเม็ดสีขาวบดละเอียด มีผู้สันนิษฐานว่าอาจเป็นเศษสมเด็จหลวงปู่ภู และเม็ดแร่สีดำทอง เรียก แร่กิมเซียว เข้าใจว่าคุณอนันต์ คณานุรักษ์ นำมาจากเหมือง ผสมเป็นมวลสาร บางองค์เมื่อนำออกจากแม่พิมพ์ก็จะใช้นิ้วกดเม็ดแร่กิมเซียวที่ด้านหลังองค์ พระ แต่ไม่พบมากในบรรดาพิมพ์ใหญ่

- ให้ส่องดูริมของด้านหน้าองค์พระ มักจะพบกรอบของแม่พิมพ์อยู่บริเวณใดบริเวณหนึ่ง

- ด้านหลังมักเห็นเป็นรอยนิ้วมือ มีทั้งหลังเรียบและหลังอูม

- ฐานบัวจงใจแกะแม่พิมพ์เป็นนูนสูงมีมิติ เกือบเป็นกลีบบัวห้าเหลี่ยม ส่วนบัวล่างแกะได้ไม่ชัดนัก มองเผินๆ จะเป็นบัวสี่เหลี่ยมจัตุรัส

- ให้สังเกตจุดสำคัญที่ปรากฏเกือบทุกพิมพ์และเกือบทุกองค์ อันได้แก่ ใบหูข้างซ้ายของหลวงปู่จะติดกับหน้ามากกว่าหูข้างขวา ทำให้ดูเกือบไม่เห็นใบหูข้างซ้าย, บริเวณสุดชายผ้าจีวรที่คลุมแขนซ้ายต่อกับมือเนื้อจะเห็นเป็นรอยผ้าจีวรย้วย, บริเวณสุดชายผ้าบริเวณขาขวาจะเห็นรอยต่อมองดูไม่เป็นสีหรือเนื้อกลืนกันกับ เนื้อแข้ง, พื้นผนังจากขอบนอกสุดถึงองค์พระมักจะสโลปเป็นแอ่งกระทะไม่ตัดตรง

พระ หลวงปู่ทวดเนื้อว่านปีพ.ศ.2497 ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดของพระเครื่องที่มีผู้ต้องการมากที่สุดประเภทหนึ่งของ เมืองไทย แต่ด้วยการแยกออกเป็นหลายแม่พิมพ์ทำให้ต้องพึ่งพาความชำนาญอย่างมาก ดังนั้น การเสาะหาบูชาจึงต้องรอบคอบและเข้าใจถึงสภาพมวลสารขององค์พระและแม่พิมพ์ ซึ่งแยกย่อยไปอย่างหลากหลายจึงจะได้ของแท้มาครอบครองสมดังใจปรารถนาครับผม

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-06 14:05:52


ความเห็นที่ 13 (1482550)

รูปหล่อ หลวงปู่เทสก์

เปิดตลับพระใหม่


พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ หรือ หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย เป็นลูกศิษย์ที่สำคัญยิ่งของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

วัตถุ มงคลที่ท่านเมตตาอธิษฐานจิตปลุกเสกทุกรุ่น ล้วนเป็นที่นิยมในหมู่ลูกศิษย์และนักสะสม เพราะเชื่อว่า ดีทางเมตตามหานิยม? ที่น่าสนใจและไม่ค่อยพบเห็นกันนั่นคือ รูปหล่อบูชาที่ถือว่าเป็นรุ่นเดียวของท่าน มูลเหตุการสร้างเริ่มจากเมื่อกลางปีพ.ศ.2537 นายฮุย แต้ศิริเวชช์ ร้านรวมมิตรการค้า จ.สกลนคร กราบขออนุญาตจัดสร้างรูปเหมือนโลหะเท่าองค์จริงของหลวงปู่เทสก์

ขณะ นั้นท่านพำนักอยู่ ณ วัดถ้ำขาม จ.สกลนคร โดยขอจัดสร้าง 3 องค์ เพื่อนำไปไว้ที่วัดคำประมง อ.พรรณานิคม 1 องค์ วัดประชานิยม อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ 1 องค์ และไว้ที่บ้านของนายฮุยอีก 1 องค์ โดยท่านได้อนุญาตให้จัดสร้างตามคำขอ

ขณะเดียวกัน ร.ต.อ.เพทาย พรล้วนประเสริฐ รองสว.สส.สน.บางโพงพาง (ยศในขณะนั้น) อยู่ในเหตุการณ์ด้วย เมื่อคณะของนายฮุยกลับไปแล้ว ร.ต.อ.เพทายจึงขอจัดสร้างรูปเหมือนโลหะบูชา หน้าตัก 5 นิ้ว ซึ่งท่านได้อนุญาตด้วยวาจาโดยมีข้อแม้ว่า จะจัดสร้างได้ต่อเมื่อหลวงปู่มรณภาพไปแล้วเท่านั้น? และอนุญาตให้จัดสร้างครั้งเดียวเพียง 39 องค์ ตามความประสงค์ของผู้ขอซึ่งมาจากหมายเลขของรุ่นที่จบการศึกษาจากโรงเรียนนาย ร้อยตำรวจ คือรุ่นที่ 39

วัตถุประสงค์ในการสร้างเพื่อเก็บไว้สักการบูชาและแจกจ่ายแก่ลูกศิษย์หลวงปู่เทสก์ที่ร.ต.อ.เพทายคุ้นเคย โดยไม่มีการจำหน่ายแต่อย่างใด

การ จัดสร้างเมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2542 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของหลวงปู่เทสก์หลังจากท่านมรณภาพได้ 4 ปีเศษ จำนวนสร้าง 39 องค์ แบ่งเป็นเนื้อทองเหลืองรมดำ 30 องค์ มีหมายเลขกำกับตั้งแต่เลข 10-39 เนื้อทองเหลืองรมดำปิดทอง มีหมายเลขกำกับตั้งแต่เลข 1-9 ทุกองค์ตอกโค้ด พพ? บริเวณสังฆาฏิด้านหลัง หมายถึงชื่อและนามสกุลของผู้จัดสร้าง รอบฐานมีข้อความ หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย 26 เมษายน 2542?

มวล สารใช้แผ่นจารทองแดงที่หลวงปู่เทสก์จารไว้ด้วยลายมือของท่านด้วยคาถา นะ มะ พะ ทะ? เป็นชนวน อธิษฐานจิตโดยลูกศิษย์สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต 3 รูปคือ หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ วัดอรัญญบรรพต จ.หนองคาย หลวงปู่จันทร์โสม กิตติกาโร วัดป่านาสีดา จ.อุดรธานี และ หลวงปู่คำพอง ติสโส วัดถ้ำกกดู่ จ.อุดรธานี

รูป หล่อบูชารุ่นนี้จัดว่าเป็น รูปหล่อตาย? คือสร้างภายหลังจากท่านมรณภาพแล้ว แต่ถือว่าผ่านการอนุญาตจากหลวงปู่เทสก์อย่างถูกต้อง โดยมีแผ่นจารด้วยลายมือเป็นชนวน ซึ่งปัจจุบันพระเครื่องรุ่นต่างๆ ของหลวงปู่เทสก์หายาก เพราะแทบจะไม่มีการให้จัดสร้าง รูปหล่อรุ่นนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในครอบครองของศิษย์ใกล้ชิด และประเมินค่าไม่ได้เนื่องจากสร้างน้อย ถึงจะเป็นพระใหม่ อายุการสร้าง 10 กว่าปี

แต่ก็เป็นของดีที่หายากไปแล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-06 14:05:11


ความเห็นที่ 12 (1482272)

เหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย จ.สมุทรสงคราม

พันธุ์แท้พระเครื่อง
ราม วัชรประดิษฐ์



เมืองสมุทรสงคราม หรือเมืองแม่กลอง มีพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังหลายรูป อาทิ หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม, หลวงพ่อบ่าย วัดช่องลม, หลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน ฯลฯ และวัตถุมงคลของแต่ละรูปก็ล้วนเป็นที่นิยมสะสมอย่างมากในแวดวงนักนิยมสะสม พระเครื่องและเหรียญคณาจารย์ทั้งสิ้น แต่มีรูปหนึ่งที่มีความโดดเด่นและมีชื่อเสียงลือเลื่องในยุคก่อนหน้านั้น เรียกได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันทีเดียว คือ "หลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย"

หลวงพ่อแก้ว พรหมสโร หรือ พระครูวินัยธรรม เกิดเมื่อปี พ.ศ.2393 ที่ ต.บางแค อ.อัมพวา พออายุ 10 ขวบ บวชเป็นสามเณรที่วัดบางแคใหญ่ ศึกษาอักขรสมัยและภาษาไทยที่วัด และได้ร่ำเรียนกับบิดาผู้เชี่ยวชาญด้านไสยเวทไปด้วย จนอายุครบ 20 ปี จึงอุปสมบท ศึกษาด้านพระธรรมวินัยกับพระอุปัชฌาย์จนแตกฉาน ท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงพ่อเส็งซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับการถ่ายทอดวิชาด้านพุทธาคมและวิปัสสนากรรมฐานจากพระอาจารย์ อีกทั้งยังเดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อวัดเขาตะเครา จ.เพชรบุรี ศึกษาด้านวิทยาอาคมจนมีความชำนาญเชี่ยวชาญอีกด้วย

จนปี พ.ศ.2424 ชาวบ้านได้นิมนต์ท่านมาเป็นเจ้าอาวาสวัดช่องลมซึ่งว่างลง ท่านจึงเดินทางมาพร้อมหลวงพ่อบ่ายและพระติดตามอีก 3 รูป จนถึงปี พ.ศ.2430 ท่านก็ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพวงมาลัย จึงมอบหมายให้หลวงพ่อบ่ายเป็นเจ้าอาวาสวัดช่องลมสืบแทน

หลวงพ่อแก้ว เป็นพระภิกษุที่เคร่งครัดในวัตรปฏิบัติ มีคุณวิเศษหยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า มีวาจาสิทธิ์ และเป็นพระนักพัฒนา สมัยที่เป็นเจ้าอาวาสวัดพวงมาลัย ท่านบูรณปฏิสังขรณ์และก่อสร้างพระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ และเสนาสนะต่างๆ ภายในวัดจนเจริญรุ่งเรือง ท่านยังได้ช่วยสร้างวัดอีกหลายแห่ง เช่น วัดอีโก้ วัดสาธุชนาราม เป็นต้น ท่านจึงเป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาของบรรดาพุทธศาสนิกชน แม้พระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่อย่างพระองค์เจ้าภาณุรังษีก็ทรงเคารพ เลื่อมใส ถึงกับมาสร้างวังอยู่ใกล้ๆ วัดพวงมาลัยและเสด็จมาเยี่ยมท่านเป็นประจำ กิตติศัพท์ทางด้านวิทยาอาคมของท่านเป็นที่เลื่องลือขจรไกล ลูกศิษย์ลูกหาและพุทธศาสนิกชนได้ปรากฏประจักษ์เป็นเนืองนิตย์

ยก ตัวอย่างเหตุการณ์หนึ่ง เมื่อครั้งดำเนินการสร้างวัดเขาอีโก้ ซึ่งอยู่ในถิ่นทุรกันดารไม่ค่อยมีใครเข้าไปนัก วันหนึ่งลูกศิษย์มา บอกว่าข้าวสารหมด ท่านก็บอกไม่เป็นไรพร้อมนั่งบริกรรมพระคาถาหยิบผ้ามาพาดบนบ่าแล้วฟาดลงบน พื้นดิน 3 ครั้ง จากนั้นก็เดินเข้าไปจำวัดปกติ พอรุ่งขึ้นเช้า ปรากฏมีพวกชาวตลาดได้หาบข้าวสารมาถวายมากมายเป็นที่อัศจรรย์แก่บรรดาลูก ศิษย์ยิ่งนัก

หลวงพ่อแก้ว มรณภาพในปี พ.ศ.2464 สิริอายุ 71 พรรษา 51

วัตถุ มงคลของหลวงพ่อแก้วมีมากมาย ทั้ง ตะกรุดใบลาน ผ้ายันต์ และเหรียญต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นที่นิยมอย่างมากในแวดวงนักนิยมสะสมพระเครื่องและเหรียญคณาจารย์ และพุทธศาสนิกชนผู้เลื่อมใสศรัทธา โดยเฉพาะ "เหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อแก้ว ปี 2459" ซึ่งสร้างในโอกาสสร้างพระอุโบสถวัดพวงมาลัย มีการจัดสร้างหลายเนื้อ และแบ่งแยกพิมพ์เป็น 2 พิมพ์ คือ พิมพ์วัดและพิมพ์วังบูรพา นับเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด และ สนนราคาค่อนข้างแพง เนื่องด้วยจำนวนการสร้างน้อยและหาดูหาเช่ายากในปัจจุบัน

"เหรียญ รูปเหมือนหลวงพ่อแก้ว พิมพ์วัด" ลักษณะเป็นเหรียญรูปไข่ หูเชื่อม ด้านหน้า ตรงกลางเป็นรูปเหมือนหลวงพ่อแก้วเต็มองค์ นั่งขัดสมาธิ ล้อมโดยรอบด้วยช่อดอกไม้ เหนือศีรษะเป็นตัว "อุณาโลม" หางยาวจดขอบเหรียญ รอบนอกสุดเป็นอักขระขอมอ่านว่า "พุทยัด ธาปิด ยะอุด นะอุด โมอัด" ล่างสุดเป็นปี พ.ศ.ที่สร้าง "๒๔๕๙" ด้านหลัง บนสุดเป็นตัว "อุณาโลม" ถัดมาตามแนวรอบขอบเหรียญเป็นอักขระขอมอ่านว่า "นะ โม พุท ธา ยะ อุ ทัง อัด โท ปิด คะ นะ" ช่วงกลางลงอักขระขอมว่า "ภู ภี ภุ ภะ" ต่อลงมาเป็นฉายาอ่านว่า "พรหมสโร"

สำหรับ "เหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อแก้ว พิมพ์วังบูรพา" พระองค์เจ้าภาณุรังษี เป็นผู้สร้างถวาย ลักษณะเหรียญจะเป็นแบบเดียวกับพิมพ์วัด ต่างกันที่หูเป็นแบบหูในตัว และศิลปะการแกะแม่พิมพ์เป็นฝีมือช่างคนละคนกันครับผม


 

 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-05 09:44:27


ความเห็นที่ 11 (1481659)

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)

รู้ไปโม้ด
nachart@yahoo.com


ขอ ทราบประวัติสมเด็จเกี่ยว วัดสระเกศนะครับ ทราบว่าท่านเป็นพระจังหวัดเดียวกับท่านพุทธทาส และท่านเขียนหนังสือบ้างไหม ชื่ออะไรบ้างครับ

Sompong

ตอบ Sompong




สม เด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ ป.ธ.9) เป็นพระสงฆ์มหานิกาย ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เคยเป็นผู้รักษาการแทนสมเด็จพระสังฆราช ปัจจุบันเป็นประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นพระเถระที่มีอาวุโสโดยสมณศักดิ์สูงสุดของมหาเถรสมาคม ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ ชั้นสุพรรณบัฏ เมื่อปี พ.ศ.2533 มีนามตามจารึกในสุพรรณบัฏว่า 'สมเด็จพระ พุฒาจารย์ ภาวนากิจวิธานปรีชา ญาโณทยวรางกูร วิบูลวิสุทธิจริยา อรัญญิกมหาปริณายก ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

นาม เดิม เกี่ยว โชคชัย เกิดวันที่ 11 มกราคม พ.ศ.2471 ตรงกับวันอาทิตย์ แรม 8 ค่ำ เดือน 3 ปีมะโรง ณ บ้านเฉวง ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เป็นบุตรคนที่ 5 ในจำนวนบุตร 7 คน ของนายอุ้ยเลี้ยน แซ่โหย่ (เลื่อน โชคชัย) และนางยี (ยี โชคชัย) ครอบครัวทำสวนมะพร้าว ปัจจุบันสกุลโชคชัย หรือแซ่โหย่ เปลี่ยนชื่อสกุลเป็นโชคคณาพิทักษ์

สำเร็จการศึกษาขั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนประจำหมู่บ้าน ในปี 2483 แต่ก่อนจะถึงกำหนดวันเดินทางไปเรียนต่อยังโรงเรียนใน ตัวเมืองสุราษฎร์ธานี เด็กชายเกี่ยวเกิดมีอาการป่วยไข้ขึ้นมาอย่างกะทันหัน บิดามารดาจึงบนบานว่าหากหายจากป่วยไข้จะให้บวชเป็นเณร ดังนั้น เมื่อหายป่วยจึงบรรพชาเป็นสามเณร เมื่อ 6 มิถุนายน 2484 ที่วัดสว่างอารมณ์ ต.บ่อผุด โดยมีเจ้าอธิการพัฒน์เป็นพระอุปัชฌาย์

ความตั้งใจเดิมคือ บวชแก้บน 7 วัน แล้วจะสึกไปเรียนต่อ แต่เมื่อบวชแล้วก็ไม่คิดสึก โยมบิดามารดาจึงพาไปฝากหลวงพ่อพริ้ง (พระครูอรุณกิจโกศล) เจ้าอาวาสวัดแจ้ง ต.อ่างทอง อ.เกาะสมุย ต่อมาหลวงพ่อพริ้งนำไปฝากอาจารย์เกตุ วัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร แต่ไม่นาน กรุงเทพฯ ประสบภัยสงครามโลกครั้งที่สอง หลวงพ่อจึงรับตัวพาไปฝากอาจารย์มหากลั่น ต.พุมเรียง อ.ไชยา กระทั่งสงครามสงบจึงพา กลับไปที่วัดสระเกศ ฝากไว้กับพระครูปลัดเทียบ (ต่อมาได้รับสถาปนาเป็นพระธรรมเจดีย์ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ)

ท่าน ศึกษาธรรมะจนสอบได้นักธรรมชั้นเอก และศึกษาปริยัติธรรม สอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยคตั้งแต่ยังเป็นสามเณร เมื่อมีอายุครบอุปสมบทก็ได้อุปสมบทในวันที่ 1 พฤษภาคม 2492 ที่วัดสระเกศ โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทโย) ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระธรรมวโรดม ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ ครั้นพ.ศ.2497 ท่านสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค อันเป็นประโยคสูงสุด

เจ้า ประคุณสมเด็จฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานแต่งตั้ง เลื่อนและสถาปนาสมณศักดิ์โดยลำดับดังนี้ พ.ศ.2501 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่พระเมธีสุทธิพงศ์ พ.ศ.2505 เป็นพระราชาคณะ ชั้นราช ที่พระราชวิสุทธิเมธี พ.ศ.2507 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ พระเทพคุณาภรณ์ พ.ศ.2514 เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่พระธรรมคุณาภรณ์ พ.ศ.2516 เป็นพระราชาคณะ เจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏ (รองสมเด็จ) ที่พระพรหมคุณาภรณ์

พ.ศ.2533 ได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ ที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ เมื่ออายุ 62 ปี นอกจากนี้ เคยได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 9 และเป็นเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เมื่อปี 2508 ครั้นถึงพ.ศ.2516 เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม และพ.ศ.2540 ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการฝ่ายเผยแผ่พระพุทธศาสนา มหาเถรสมาคม

เนื่องจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระอาการประชวร และเสด็จเข้าประทับรักษาพระองค์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มาตั้งแต่ต้นปีพ.ศ.2545 ทำให้เข้าร่วมงานพระศาสนาไม่สะดวก มหาเถรสมาคมจึงได้แต่งตั้งให้สมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชในต้นปีพ.ศ.2547

ต่อมาการ แต่งตั้งนั้นได้สิ้นสุดลงเพราะครบระยะเวลาที่กำหนด มหาเถรสมาคมจึงมีมติให้แต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เพื่อบริหารกิจการคณะสงฆ์แทนสมเด็จพระญาณสังวร โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ในฐานะมีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ที่สามารถปฏิบัติ หน้าที่ได้ในขณะนั้นทำหน้าที่เป็นประธาน

สมเด็จพระพุฒาจารย์มีผล งานเขียนหนังสือหลายเล่ม ประกอบด้วย ธรรมะสำหรับผู้นับถือพระพุทธศาสนา, ดีเพราะมีดี, ทศพิธราชธรรม, วันวิสาขบูชา, การนับถือพระพุทธศาสนา, ปาฐกถาธรรมสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ), โอวาทพระธรรมเทศนาและบทความสมเด็จพระพุฒาจารย์, การดำรงตน และคุณสมบัติ 5 ประการ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-02 08:44:49


ความเห็นที่ 10 (1481343)

เหรียญพิมพ์ใบสาเก หลวงพ่อบุญมี วัดโพธิฯ (1)

มุมพระเก่า
อภิญญา


พระ ครูโพธิสารประสาธน์ อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิสัมพันธ์ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เป็นพระสงฆ์ที่ทรงวิทยาคมระดับแนวหน้าท่านหนึ่งของภาคตะวันออก ในสมัยเมื่อยังดำรงเบญจขันธ์ มักได้รับการอาราธนานิมนต์ไปร่วมปรกปลุกเสกในพิธีพุทธาภิเษก ในแทบทุกภาคของประเทศไทยอยู่เสมอๆ

เช่น เมื่อครั้งที่จังหวัดนราธิวาสจัดพิธีพุทธาภิเษกพระพุทธทักษิณมิ่งมงคล หลวงพ่อบุญมีก็เป็นพระเกจิของภาคตะวันออกอีกรูปหนึ่งที่ได้รับการอาราธนาให้ เข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษก และในพิธีพุทธาภิเษกครั้งยิ่งใหญ่ของเมืองไทย ในวาระครบ 25 พุทธศตวรรษ ก็ได้รับอาราธนาไปร่วมพิธีครั้งประวัติศาสตร์

แม้ ในการสร้างพระเนื้อผงของ หลวงปู่ทิม อิสสริโก วัดละหารไร่ ที่มีนามเรียกขานว่า 'พระชุดพิเศษโสฬสมหาพรหม' ก็ได้ใช้ผงของ หลวงพ่อบุญมี วัดโพธิสัมพันธ์ เป็นส่วนผสมด้วย ดังความใน 'หลวงปู่ทิม พระครูภาวนาภิรัต (หลวงปู่ทิม อิสสริโก) วัดละหารไร่ อ.บ้าน ค่าย จ.ระยอง' (เทพรัตน์การพิมพ์ พ.ศ.2536) ว่าผงวิเศษและวัตถุอาถรรพ์ที่ผสมสร้างในครั้งนี้ มีรายละเอียดดังนี้ 5.ผงนะปัดตลอดลอดใต้กระดาน ของ 'หลวงพ่อบุญมี วัดโพธิสัมพันธ์ ชลบุรี' (หน้า 219)

หลวง พ่อบุญมี ท่านเป็นชาวตำบลหนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เกิดในปี 2458 โดยโยมบิดาชื่อ เท โยมมารดาชื่อ หวาน นามสกุล นวมเอม มีพี่น้องร่วมอุทรรวม 3 คน หลวงพ่อเป็นคนที่ 2 บิดา-มารดาประกอบอาชีพทำสวน พอท่านอายุได้ 11 ขวบ โยมบิดาได้นำไปฝากให้เรียนหนังสือ ณ วัดหนองเกตุใหญ่ จนมีความรู้ทั้งภาษาไทยและขอมเป็นอย่างดี เมื่ออายุครบ 21 ปี จึงได้บรรพชาอุปสมบท ณ วัดช่องลม โดยมี พระครูพิบูลธรรมกิจ (เผือก) เจ้าอาวาสวัดช่องลม เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า 'อคคปญโญ' หลังจากที่อุปสมบทแล้ว ได้อยู่จำพรรษา ณ วัดช่องลม เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย และวิชาต่างๆ จนเชี่ยวชาญ อีกทั้งยังสามารถสวดปาฏิโมกข์ได้อีกด้วย จากนั้นท่านได้ไปสอบนักธรรม จนกระทั่งสอบได้นักธรรมชั้นตรี

นอกจาก ท่านจะได้ศึกษาด้านพระธรรมแล้ว ท่านยังได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับตำราแพทย์แผนโบราณ เพราะเล็งเห็นว่าจะสามารถช่วยเหลือรักษาผู้ที่ป่วยเป็นโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้หลังจากศึกษาตำรับตำราอยู่นานถึง 6 ปีแล้ว ก็ได้เดินทางไปยังจังหวัดตราด ฝากตัวเป็นศิษย์พระครูกัลยา กิตติ หรือหลวงพ่อกี๋ วัดแหลมมะขาม ท่านได้ศึกษาวิชาการแพทย์จนเชี่ยวชาญจึงกราบลาพระอาจารย์กลับมาจำพรรษา ณ วัดช่องลม

ในด้านวัตรปฏิปทาของหลวงพ่อบุญมีนั้น ท่านได้รับการกล่าวขวัญว่า 'เป็นพระสงฆ์ผู้ทรงคุณธรรมเปี่ยมไปด้วยความเมตตา ใครที่ป่วยไข้ได้เจ็บ มาหาท่านให้ท่านช่วยรักษาไม่ว่าจะเป็นเวลาใด ท่านก็จะช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถจนเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้านเป็น อย่างยิ่ง'

ปี 2498 ได้มีผู้มีจิตศรัทธาถวายที่ดินประมาณ 5 ไร่ เพื่อให้ท่านนำไปสร้างวัด ท่านจึงได้เริ่มดำเนินงานสร้างทันที ประกอบกับแรงศรัทธาที่ประชาชนทั้งหลายมีต่อท่านจึงทำให้การสร้างวัดสำเร็จ ลุล่วงด้วยดีเพียงระยะเวลาแค่ 1 ปี ยังขาดแต่เพียงพระอุโบสถเท่านั้น วัดดังกล่าวคือวัดโพธิสัมพันธ์

ในระยะต่อมาท่านได้ดำริที่จะสร้าง ความเจริญรุ่งเรืองให้กับวัดและท้องถิ่น โดยจัดสร้างพระอุโบสถขนาดใหญ่ขึ้นในวัด โดยให้มีวันเรียนวันสุดท้ายของสัปดาห์ จากนั้นท่านได้ดำริให้สร้างโรงเรียนขึ้น เพื่อเป็นสถานศึกษาแก่กุลบุตร-กุลธิดาในท้องถิ่น โรงเรียนดังกล่าวก็คือโรงเรียนโพธิสัมพันธ์พิทยาคาร ในปี 2504 หลวงพ่อบุญมีได้รับพระราชทานสมณศักดิ์พระครูสัญญาบัตรที่ พระครูโพธิสารประสาธน์

ด้านพุทธาคมหลวงพ่อบุญมีท่านเป็นผู้ใฝ่หา ความรู้อยู่ตลอดเวลา ท่านจึงได้เดินทางไปขอศึกษาเรียนกับพระเกจิอาจารย์จากสำนักต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หลวงพ่อกี๋ วัดแหลมมะขาม จ.ตราด ศึกษาวิปัสสนากัมมัฏฐานและพุทธาคมจากหลวงปู่หิน วัดระฆังฯ กรุงเทพฯ, สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ) วัดเทพศิรินทร์ กรุงเทพฯ, หลวงพ่อแฉ่ง วัดบางพัง จ.นนทบุรี เป็นต้น ท่านใช้เวลาศึกษาพุทธาคมกับพระอาจารย์ต่างๆ จนกระทั่งเชี่ยวชาญ และเป็นที่พึงพอใจของพระอาจารย์ของท่านเป็นอย่างยิ่ง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-03-30 23:06:02


ความเห็นที่ 9 (1480892)

เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก หลวงพ่อสงฆ์ วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย (จบ)

มุมพระเก่า
อภิญญา


ภาย ในวัดเจ้าฟ้าศาลาลอยครั้งหนึ่งเคยมีกวางตัวหนึ่งหลงเข้ามาในวัด ท่านก็ได้ให้ผลไม้และอาหารมันกิน มันอยู่ที่วัดได้ปีหนึ่งตอนหลังก็กลับเข้าป่าไป ปรากฏว่ามันถูกคนล่าสัตว์ยิงจน ล้มกลิ้งพอเข้าไปใกล้มันก็วิ่งเข้าป่าไป บางครั้งก็ยิงไม่ถูก แม้จะล้อมจับอย่างไรก็จับไม่ได้

ตอนหลังจึง รู้ว่าเป็นกวางที่เคยมาอยู่ที่วัดกับหลวงพ่อสงฆ์ และท่านได้ลงอาคมไว้ที่ตัวมัน บางครั้งมันก็จะกลับมาที่วัดมาหาหลวงพ่อ พอมันมาถึงก็จะรีบไปหาหลวงพ่อทันที อยู่สองสามวันก็จะกลับเข้าป่าไปอีก

นอก จากกวางแล้วที่วัดเจ้าฟ้าศาลาลอยจะเห็นได้คือเต่า ใกล้ๆ วัดมีบ่อและสระน้ำ พวกเต่าตัวโตๆ มาจากไหนไม่รู้มันมาอยู่ในป่าไผ่บ้าง ที่ขอบบ่อบ้าง ไม่มีใครกล้าทำอันตรายมัน บางครั้งก็เห็นมันเดินมาหาหลวงพ่อที่กุฏิ อยู่ที่เชิงบันไดหลายสิบตัว พอวันพระที่สำคัญๆ พวกเต่าจะพากันมาอยู่ที่หน้าหอสวดมนต์ จนพระทำวัตรเสร็จมันพบหลวงพ่อสงฆ์แล้วก็เข้าไปอยู่ในป่าไผ่ บางตัวก็อยู่ที่ใต้ถุนกุฏินั่นแหละ

หลวงพ่อสงฆ์ วัดเจ้าฟ้าศาลา ลอย ตำบลบางลึก อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ท่านมรณภาพด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2526 ยังความเศร้าโศกเสียใจของชาวบ้านและลูกศิษย์ของท่านเป็นอย่างมาก

เล่า ลือกันว่า ตอนที่หลวงพ่อสงฆ์มรณภาพท่ามกลางสายตาชาวบ้านนับพันที่มาอาบน้ำศพหลวงพ่อ พวกเต่ามันคลานขึ้นศาลาและเข้าไปนอนใต้ที่ตั้งโลงศพของหลวงพ่อ พวกมันร้องไห้ทุกตัวน้ำตาไหลจนเห็นได้ชัด

เรื่องนี้ชาวบ้านเล่ากันมา จนทุกวันนี้ พวกเต่าขึ้นมาทุกคืนที่ตั้งศพหลวงพ่อจนกระทั่งเก็บศพหลวงพ่อแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นยากที่จะมีผู้ที่เข้าใจ ว่าปาฏิหาริย์หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง

สำหรับวัตถุมงคลของ'หลวง พ่อสงฆ์'ท่านได้อนุญาตให้ศิษย์ทำพระเครื่องรูปท่านอยู่หลายรุ่นด้วยกันไม่ ว่าจะเป็นเหรียญรูปเหมือนของท่าน เครื่องราง ลูกอม ยาฉุน ซึ่งบางท่านนำไปพกพาก็เกิดพุทธานุภาพมากมาย เล่าสู่กันฟังจนถึงทุกวันนี้

วัตถุ มงคลที่เด่นๆ อาทิ เหรียญกลมรุ่นแรกที่ระลึกงานผูกพัทธสีมา วัดหาดแก้ว ปี 2502, พระ หล่อหลวงพ่อสงฆ์ รูปเหมือนลอยองค์ เนื้อดิน ชุบรัก ปี 2505, พระเหรียญรุ่นแรกปี 2506, พระหล่อรูปเหมือนขนาดบูชา, พระหล่อรูปเหมือนปั๊ม ปี 2508, พระรูปเหมือนปั๊ม ก้นอุดยาฉุน ปี 2509, พระหล่อรูปเหมือนปั๊มอักษรนูน ปี 2509, พระหล่อรูปเหมือนปั๊ม ปี 2510, พระปิดตาหลวงพ่อสงฆ์ วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย และพระปิดตารุ่นแรก เนื้อนวโลหะ ปี 2519 เป็นต้น

วัตถุมงคลของท่านทุกรุ่นพุทธคุณเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ จึงเป็นที่ปรารถนาของศิษยานุศิษย์ และผู้ที่ได้รู้ประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อสงฆ์ ปัจจุบันวัตถุมงคลของท่านนักสะสมยังพอมีโอกาสหาเอาไว้ เรื่องของราคาบางรุ่น บางพิมพ์ ยังพอหาเก็บได้ เพื่อเป็นสมบัติของตัวเองและวงศ์ตระกูลได้ เรื่องของพุทธานุภาพไม่ต้องพูดถึงดีครบทุกประการ

ยิ่งเป็นเหรียญทรง กลมรุ่นแรกด้วยแล้ว พุทธ คุณครบถ้วนทั้งเมตตามหานิยม โชคลาภ แคล้ว คลาดปลอดภัย มหาอุดหยุดปืน เรียกว่า 'หายห่วง' โดยเฉพาะเหรียญรุ่นแรกของท่าน

แต่สิ่งสำคัญอย่าให้ 'ห่วงหาย'

เพราะสนนราคาจะตกลงไปเยอะ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-03-29 09:14:25


ความเห็นที่ 8 (1480650)

เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก หลวงพ่อสงฆ์ วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย(1)

คอลัมน์ มุมพระเก่า
อภิญญา


พระ เกจิอาจารย์ดังแห่งจังหวัดชุมพร ที่เป็นเจ้าของเหรียญหลักเหรียญดังของประตูสู่ภาคใต้ "หลวงพ่อสงฆ์" วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย ตำบลบางลึก อำเภอสวี จังหวัดชุมพร

ปัจจุบันวัตถุ มงคลของท่านเป็นที่ต้องการของลูกศิษย์ลูกหาและนักสะสม โดยเฉพาะเหรียญกลมรุ่นแรกที่ระลึกงานผูกพัทธสีมา วัดหาดแก้ว ปี 2502 ปัจจุบันนักสะสมนิยมอย่างมาก สนนราคาเล่นหานับวันจะสูงขึ้นเรื่อยๆ

"หลวง พ่อสงฆ์" เกิดเมื่อวันอังคาร เดือน 6 ปีขาล พ.ศ.2433 โยมบิดาชื่อแดง โยมมารดาชื่อนุ้ย ท่านเกิดที่บ้านวินัยเหนือ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร บิดามารดาประกอบอาชีพในการทำนา ท่านศึกษาหาความรู้ในการอ่านเขียนจนอายุสิบกว่าขวบ

อายุได้ 18 ปี บิดามารดา จึงได้บวชให้เป็นสามเณรที่วัดสวี ศึกษาหาความรู้ด้านพระธรรมวินัย พระปริยัติ และอักษรขอม ต่อมาเมื่ออายุครบบวชได้อุปสมบทที่วัดวิสัยเหนือ โดยมีหลวงพ่อชื่น วัดแหลมปอ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายา "จันทสโร"

หลัง บวชแล้วจำพรรษาอยู่ที่วัดวิสัยเหนือระยะหนึ่ง จึงเดินทางมาจำพรรษาอยู่ที่วัดควน ตำบลวิสัยเหนือ ศึกษาทางด้านกรรมฐานและด้านวิทยาคม จำพรรษาอยู่ได้หนึ่งพรรษา จึงออกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ จนมาถึงจังหวัดภูเก็ต ก็พบกับพระอาจารย์รอด วัดโต๊ะ ซึ่งผู้คนให้ความเคารพนับถือมาก ท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษาวิทยาคมต่างๆ จนหมดสิ้นเป็นเวลา 2 พรรษา จึงกราบลาอาจารย์ออกธุดงค์อีก 7 ปี

วันหนึ่งนางร่อยพร้อมด้วยลูกชาย เดินทางไปทำนาที่ไกลจากบ้านหลายกิโลเมตร ขณะเดินทางพลันได้ยินเสียงของนกร้องว่า "หนักก็วางเสีย หนักก็วางเสีย" เมื่อมองหานกตัวนั้นพบ นกตัวนั้นก็บินไป ทั้งสองแม่ลูกก็ตามไปพอถึงต้นไม้ ก็พบเห็นแต่พระสงฆ์รูปหนึ่งจีวรเก่าคล้ำขาดรุ่งริ่ง ท่าทางสงบ พอได้สติได้เข้าไปกราบสอบถามอย่างละเอียด ด้วยความเลื่อมใสจึงได้นิมนต์ท่านไปจำพรรษาที่วัดร้างใกล้หมู่บ้าน และท่านก็ได้อยู่ที่วัดร้างแห่งนี้

ต่อมาท่านได้บูรณะจนเป็นวัดเจ้า ฟ้าศาลาลอยมาถึงทุกวันนี้ แต่แรกวัดแห่งนี้มีแต่ซากสิ่งก่อสร้าง กุฏิเก่าๆ ทรุดโทรมอย่างมาก โบสถ์ก็เหลือแต่เสาต้นใหญ่สี่ต้น พระพุทธรูปองค์ใหญ่ก็ชำรุดผุพัง มีต้นไม้ต้นหญ้าขึ้นรกรุงรัง

หลัง จากท่านมาอยู่ก็ได้รับความช่วยเหลือจากชาวบ้านมาหักร้างถางต้นไม้ และช่วยกันบูรณะเสนาสนะต่างๆ ขึ้นมาใหม่จนเป็นวัดที่มั่นคงแข็งแรง หลังจากท่านมาอยู่ได้ 2 พรรษาก็มีชาวบ้านที่กระบุรีเดินทางมากราบไหว้ท่าน พวกเขาได้เห็นอภินิหารของท่าน

มีอยู่ครั้งหนึ่งหลวงพ่อสงฆ์ ท่านเดินดูแลวัดอยู่ มีชายคนหนึ่งเดินแบกลังสีน้ำตาลผ่านวัดเข้ามา เพื่อจะเดินไปบ้านเขา ซึ่งต้องผ่านลานวัด ลังที่เขาแบกมานั้นเป็นลังสุรา เมื่อหลวงพ่อสงฆ์เห็นเข้าก็ถามว่าแบกลังอะไรมา ชายคนนั้นก็เกรงใจไม่กล้าบอกว่าเป็นลังสุรา จึงตอบหลวงพ่อสงฆ์ไปว่า เป็นลังน้ำปลา ท่านก็บอกว่าลังน้ำปลาหรือ เขาบอกกับหลวงพ่อสงฆ์ว่าที่บ้านมีงานจะนำไปทำอาหาร เมื่อไปถึงบ้านที่กำลังเตรียมงานมงคล มีชาวบ้านมาช่วยกันทำกับข้าวกันมาก

เมื่อ แกะลังสุราออกมาให้ชาวบ้านที่มาช่วยงานกินกัน ปรากฏว่าสุรานั้นกลายเป็นน้ำปลาทั้งลัง ชายคนที่แบกลังมาได้เล่าให้ชาวบ้านฟังว่าเดินผ่านวัดเจอหลวงพ่อสงฆ์ ท่านถามว่าลังอะไร ก็เกรงใจจึงบอกว่าลังน้ำปลา สุราเลยกลายเป็นน้ำปลาทั้งลัง

ชาวบ้านจึงรู้ว่าท่านมีวาจาสิทธิ์ พูดอะไรเป็นอย่างนั้น

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-03-28 10:34:26


ความเห็นที่ 7 (1480649)

พระดีพิธีใหญ่...ตอนจบ

คอลัมน์ คำคมคารมเซียน
วิเชียร ฤกษ์ไพศาล kumkom99@gmail.com


ลาก มายาวแบบย่อๆ ถึง 5 ตอนเพราะเรื่องราวอย่างเยอะ...จึงจบยาก แค่อยาก แบ่งปันข้อมูลตั้งต้นให้ใช้เป็นแนวทางค้นหาพระถูกโฉลกอย่างฉลาดเลือก แต่ยังไงครั้งนี้ ก็คงหมดมุข-หมดเปลือกกับศัพท์เซียน... "พระดีพิธีใหญ่"

ก็ขออนุญาตจบให้สวยๆ ด้วย 5 รุ่น ส่งท้าย ครบ 16 รุ่นเลขมงคลโสฬส...ไปกันโลด

12. "พระผงญาณวิลาศ" 2513

ว่ากันจริงๆ พระรุ่นนี้ไม่เข้าเกณฑ์ "พระดีพิธีใหญ่" เท่าใดนัก

แต่เห็นจากประวัติแล้ว...ยอม ขอยกให้เป็นพิธีใหญ่แนว "ทำมือ...มาราธอน"

เพราะความมุมานะของผู้สร้าง เพียรแสวง หา-สะสมผงพุทธคุณและวัสดุมงคลหลากหลาย ตั้งแต่ปี 2489 ถึง 2509

ใช้เวลาทำการแบบชิลชิลแค่...20 ปี!

แล้วยังนำไปแซม...ขอแจมกับพิธีพุทธา ภิเษกใหญ่ๆ ที่หลายวัดเค้าจัดกัน

ปลุกเสกไปทั้งหมดแค่...250 วัด!

ตั้งแต่คราวยังเป็นแค่มวลสาร จนสำเร็จเป็น "พระผงญาณวิลาศ" ก็ยังขยันนำไปเสก

เป็นพระผงรุ่นเอกอุของ "หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ"

กลัวไม่ขลัง...ท่านยังอธิษฐานจิตเดี่ยวซ้ำให้เป็นพิเศษอีกถึง...สามไตรมาส

คับแก้วขนาดนี้อนาคตไม่แพงทนไหว?

13. "พระกริ่ง-พระชัยฯ 84 ปีศิริราช" 2517

เป็นวัตถุมงคลที่รูปแบบเป็นเอกลักษณ์-อลังการ

สร้างในวาระครบรอบ 84 ปีโรงพยาบาลศิริราช

ผลงานระดับคุณหมอๆ ที่ขอแรงมาร่วมใจช่วยกันทั้งประเทศ

เป็นอีกรุ่นที่ในหลวงเสด็จฯ มาเททองหล่อด้วยพระองค์เอง

มีพระอริยเจ้าเข้าร่วมพิธีและอธิษฐานจิต-ปลุกเสกเดี่ยวอีกมากมาย

ตั้งแต่พระสังฆราช-คณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ไปจนถึงคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงมากมาย

14. "เหรียญ 9 อาจารย์ พิธีจตุรพิธพรชัย" 2518

มาถึงรุ่นที่แรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังไม่เหนื่อยถ้าคิดจะเก็บ

9 เหรียญ-9 เกจิดังจากพิธีขลังจัดใหญ่ในจังหวัดอยุธยา

เป็นที่แสวงหาในหมู่นักสะสมรุ่นใหม่

โดยเฉพาะสาย... "หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม" และ "หลวงปู่สี วัดเขาถ้ำบุญนาค"

2 ใน 9 พระอาจารย์ที่สนนราคาขยับนำโด่งเป็นเงาตามค่าความนิยม

ลำดับถัดมาคือ หลวงพ่อแพ-หลวงพ่อพริ้ง-หลวงพ่อออด-หลวงพ่อถิร-หลวงพ่อนอ-หลวงพ่อหน่าย-หลวงพ่อโกย

ใครฝักใฝ่เหรียญคณาจารย์ เก็บให้ครบชุดไปเลย

15. "เหรียญคุ้มเกล้า" 2522

หลายคนบ่นอยากได้เหรียญในหลวงมาบูชาเพื่อเป็นสิริมงคล

ไม่ต้องดิ้นรนค้นหาของแพง

เหรียญชื่อดีนี้เลยครับ พิธีใหญ่ทุกขั้นตอน...ของจริง!

เริ่มต้นที่พิธีลงอักขระแผ่นยันต์ ณ วัดราชบพิธ

เททองหล่อในวาระวันครบรอบ 97 ปีของ "หลวงปู่แหวน สุจิณโณ" ณ วัดดอยแม่ปั๋ง

ปิดงานด้วยพิธีพุทธาภิเษกยิ่งใหญ่ 4 วัน 4 คืน ณ ท้องสนามหลวง โดยโยงสายสิญจน์จากวัดพระแก้ว

ผ่านมาหลายสิบปีแล้ว ยังเช่าหาได้ในราคาไม่กี่ร้อย

16. "พระพุทธชินสีห์ ทันโตเสฏโฐ" 2533

ปิดท้ายด้วยพระผงรุ่นนี้ที่เคยมีรุ่นพี่แนะนำ ย้ำหนักๆ ว่า...เยี่ยม!

แกให้ฉายาเสร็จสรรพว่า "ราชาแห่งราชันย์"

เพราะด้านหน้าที่เป็นรูปองค์พระพุทธชินสีห์นั้น ที่ใต้ฐานมีพระปรมาภิไธยย่อ... "ภปร"

ส่วนด้านหลังองค์พระก็เป็นลายพระหัตถ์พระนาม ย่อของสมเด็จพระสังฆราช... "ญสส"

ประมุขแห่งอาณาจักรและพุทธจักรมาร่วมเป็นหลักชัยในองค์เดียวกัน

จัดสร้างโดยคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ มวลสารสำคัญจึงเป็นพระทนต์ที่ในหลวงพระราชทานมาให้

นำไปผ่านสารละลายแล้วคลุกเคล้ากับผงพุทธคุณ-มวลสารสำคัญอื่นๆ

หนึ่งในนั้นคือ...ผงจิตรลดา!

หาได้แบ่งผมองค์นะ อิอิ

ถึงบรรทัดนี้สรุปได้ยังว่าปักใจองค์ไหน

ไม่แน่ว่าที่นำเสนอไปทั้งหมดนี้ อาจขึ้นชั้นกลายเป็นพระหลักหรูหราราคาคนรวยในวันหน้า

ดูกันยาวๆ เดี๋ยวจะหาว่าเค้าโม้

สัญญาคำโตๆ ก่อนนะว่าจะไม่กระโตกกระตาก

แอบเก็บกันเงียบๆ ล่ะ...เดี๋ยวแพง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-03-28 10:33:29


ความเห็นที่ 6 (1480325)

ดูเหรียญแท้กันเถอะ (2)

พันธุ์แท้พระเครื่อง
ราม วัชรประดิษฐ์


วันนี้ มาพูดกันเรื่องเหรียญต่อนะครับ เหรียญ ยุคต้นก่อนปี พ.ศ.2470 นั้นยังมีลักษณะพิเศษอื่นๆ อีก เช่น เวลาปั๊มเหรียญเขาจะกระแทกให้ตัวเหรียญหลุดออกมาเป็นเหรียญจากโลหะเลย โดยไม่ต้องนำมาเลื่อยฉลุอีกทีหนึ่ง ขอบเหรียญจึงไม่มีรอยฟันเลื่อย แต่จะเรียบเพราะเครื่องปั๊มจะมีบล็อกบังคับตัดในตัว และขอบเหรียญจะบางกว่าเหรียญรุ่นหลัง ส่วนเหรียญตั้งแต่ พ.ศ.2470 จะเริ่มพบมีการเลื่อยฉลุ หมายถึงปั๊มเกินขอบแล้วมาเลื่อยทีหลัง แต่บางเหรียญก่อน พ.ศ.2470 ก็มีหลุดออกมาทั้งแผ่นหลังจากปั๊มกระแทกแล้วบ้าง เช่น เหรียญพระพุทธชินสีห์เคยพบเป็นวงกลมใหญ่กว่าใบโพธิ์แล้วนำมาเลื่อยฉลุทีหลัง ซึ่งจะมีบางเหรียญเท่านั้นไม่ใช่ส่วนใหญ่

หากว่ากันถึงเนื้อโลหะของ เหรียญเก่าแล้ว จะมีความแห้งซีด ไม่มันวาว เนื่องจากโลหะผ่านอายุอานามมาเป็นเวลานาน หากจับๆ ต้องๆ ดูอาจจะมันวาวขึ้นมาบ้าง แต่ทิ้งไว้ซักพักก็จะกลับแห้งซีดอีก อันนี้เป็นข้อสังเกตสำคัญอีกอย่างหนึ่ง นอกเหนือจากการดู 'ขี้กลาก' ที่เกิดจากอากาศทำปฏิกิริยากับเนื้อโลหะที่เป็นหลุมเป็นบ่อ เคยเห็นเซียนคนหนึ่งดูเหรียญ หากมีรอยขี้กลากจะไม่เล่นทันที ซึ่งความจริงแล้วอาจเกิดขี้กลากได้ หากนำแม่พิมพ์เดิมมาปั๊มซ้ำ หรือเกิดนิดๆ หน่อยๆ แต่ถ้ามีเยอะแยะต้องสวัสดีท่านทีหนึ่งแล้วรีบๆ คืนไป แล้วบางทีถ้าเก็บรักษาไม่ดีอาจเกิดรอยพรุนคล้ายรูเข็มบนพื้นเหรียญได้ แต่ไม่ใช่เก๊นะครับ เป็นเพราะเก็บไม่ดีทำให้โดนอากาศ

ส่วนเหรียญ สมัยหลังต้องนับประมาณ พ.ศ.2500 ลงมา ตอนนี้วิทยาการและเทคโนโลยีการผลิตเข้าขั้นเทพแล้ว ไม่ต้องเขียนลายลงบนกระดาษสาแล้วแกะแม่พิมพ์ทั้งๆ ยังร้อน หากแต่ใช้วิธีการถ่ายฟิล์มแล้วแกะหรือกัดบล็อกตามถนัด ทำให้ได้เส้นลวดลายที่คมชัดลึกกว่าเหรียญรุ่นเก่า ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะทำเป็นหูในตัวเพราะสะดวกดีเวลาปั๊มไม่ต้องมาคอยเชื่อมห่วง อีก ที่สำคัญคือ เนื่องจากเครื่องมือทันสมัยจะส่งผลให้ผิวเหรียญเรียบตึงมาก สามารถปั๊มโลหะทั้งแข็งทั้งอ่อนได้เป็นอย่างดี

วิธีการสังเกตเวลา เขาทำปลอม ก็จะใช้ซิลิโคนถอดพิมพ์ทั้งด้านหน้าด้านหลัง แต่มีหลักง่ายๆ ไว้คอยป้องกันตัวทั้งเหรียญรุ่นเก่ารุ่นใหม่คือ ถ้าถอดแม่พิมพ์รับรองได้ว่าเหรียญจะเล็กลงกว่าเดิม ดังนั้น ต้องเห็นเหรียญแท้เหรียญจริงบ่อยๆ พอเห็นเหรียญขนาดเล็กจะได้รู้ว่าไม่ใช่ ส่วนเหรียญ 'บล็อกนอก' นี่ดูง่ายเพราะจะสวยงามได้มาตรฐานคมกริบ บ้านเราทำคุณภาพยังไม่ถึง แล้วถ้าเจอเหรียญที่นำมาฉลุปิดพื้นเข้าไปให้ระวังให้จงหนัก เพราะเล็กกว่าปกตินี่แหละ เลยต้องเอามาฉลุยกหน้ายกหลัง แต่เหรียญฉลุแท้ก็มีนะครับต้องสังเกตให้เป็น

มีคนสงสัยว่าแล้วเส้น ตำหนิในแม่พิมพ์ประเภทเส้นแตก เส้นเกินใต้ตัวอักษร เส้นขนแมวอะไรพวกนี้ทำปลอมได้ไหม ขอเรียนว่าทำได้ เพราะยุคไฮเทคเขาเอาเหรียญจริงเข้าสแกนคอมพิวเตอร์ก่อนไปทำบล็อก เลยเรียกกันว่า 'บล็อกคอมพิวเตอร์' เหมือนเราสแกนภาพนั่นแหละครับมีเท่าไหร่ออกมาหมด แต่จะติดเต็มหรือไม่เต็มต้องดูฝีมือช่างด้วย ซึ่งเหรียญพวกนี้มักจะใช้ทำปลอมเหรียญหลัง พ.ศ.2500 เพราะถ้านำวิธีนี้ไปปลอมเหรียญก่อนหน้าจะสังเกตได้ง่าย เนื่องจากกระบวนการผลิตใช้หลักต่างกัน ส่วนการปลอมเหรียญรุ่นเก่านิยมใช้การถอดด้วย ซิลิโคน ซึ่งนอกจากจะเล็กแล้วบางส่วน เช่น เส้นขนแมว หรือร่องเล็กๆ จะไม่ติด ซึ่งวิธีการศึกษาต้องค่อยๆ ทำความเข้าใจสภาพเหรียญแต่ละยุคและจดจำตำหนิหรือเอกลักษณ์ของแต่ละเหรียญแต่ ละหลวงพ่อให้ชัดเจน

ทีนี้มาถึงคำถามประเภท 'แฟนพันธุ์แท้' ที่ถามเข้ามามากมายเหลือเกิน เช่น เหรียญหลักๆ ทำไมเนื้อทองแดงถึงแพงมากกว่าเนื้ออื่น ก็ต้องถึงบางอ้อแล้วละครับ เพราะผมบอกแล้วว่าเหรียญรุ่นก่อนนิยมใช้ทองแดงเป็นหลัก ส่วนเนื้อทอง เนื้อเงินอะไรนั่นต้องมีหลักฐานนะครับถึงจะเล่นได้ เหตุเพราะโลหะทอง เงิน ทำปลอมง่ายกว่าทองแดงเยอะ ยิ่งแต่งเรื่องเป็นถวายเจ้าถวายนาย แจกกรรมการยิ่งไปกันใหญ่

บางคนเห็นเหรียญมีคราบมีไคลมีสนิมก็มือไม้ สั่นต้องล้างให้ได้ ถ้าเป็นเหรียญเก๊ก็ไม่เป็นไรหรอก ก่อนล้างก็ดูกันแท้ดี แต่พอล้างเสร็จเท่านั้นแหละตัวใครตัวมัน แล้วล้างนะครับเขาใช้แช่ลงในเครื่องดื่มชูกำลัง รับรองที่ดูเก่าเก็บกลายเป็นใหม่เอี่ยมอ่อง จากเหรียญรุ่นเก่ากลายเป็นเหรียญใหม่ทันสมัยกว่าเดิมเลยทีเดียวเชียวครับผม

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-03-27 09:00:30


ความเห็นที่ 5 (1480011)

ดูเหรียญแท้กันเถอะ (1)

พันธุ์แท้พระเครื่อง
ราม วัชรประดิษฐ์


'เหรียญ' เป็นวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และเริ่มสร้างมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งอาจแบ่งคร่าวๆ ได้แก่ - เหรียญหล่อโบราณ เช่น เหรียญจอบใหญ่ จอบเล็ก หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน เหรียญหลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง - เหรียญที่ระลึกและเหรียญกษาปณ์ สร้างเป็นที่ระลึกในโอกาสต่างๆ และเหรียญที่ใช้แทนเงินตรา - เหรียญพระพุทธและเกจิอาจารย์ที่สร้างโดยโรงงาน

วิธี การดู 'เหรียญหล่อโบราณ' ให้สังเกตหลักใหญ่ๆ คือการเข้าดินนวลซึ่งจะผสมขี้วัวหมัก โบราณเรียก 'ดินขี้งูเหลือม' เมื่อเททองลงในหุ่นเทียนจะเกาะติดกับเนื้อองค์พระเห็นเป็นจ้ำๆ สีน้ำตาลแก่ และให้สังเกตบริเวณหูเชื่อมที่จะต้องจับโค้งติดกับตัวเหรียญ มักจะปรากฏเนื้อปลิ้นระหว่างปลายตัวปลิง (หูเหรียญ) กับพื้นเหรียญด้านหลัง มักจะมีการใช้ตะไบแต่งตัวเหรียญให้ได้รูป แต่รอยตะไบจะไม่ไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนใหญ่จะใส่ทองผสมตอนเทด้วย เนื้อทองจะเห็นเป็นจ้ำๆ ทั่วบริเวณเหรียญครับ

ส่วน 'เหรียญที่ระลึกและเหรียญกษาปณ์' นั้น จะผลิตโดยรัฐบาลกลาง ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งสยามเปิดประเทศรับอารยธรรมตะวันตก มีความนิยมสร้างเหรียญที่ระลึกในพระราชพิธีต่างๆ นอกจากนี้ ยังนำโลหะมาผลิตเป็นเงินเหรียญเรียก 'เหรียญกษาปณ์' ใช้เป็นเงินตราแทนระบบเงินดั้งเดิม เหรียญประเภทนี้ให้สังเกตให้ดีจะมีอยู่ 2 ประเภท ประเภทแรกเรียกว่า 'บล็อกนอก' หมายถึง สั่งผลิตจากเมืองนอก ตัวเหรียญจะมีความคมชัดลึก สวยงาม แข็งแกร่ง และมีอยู่ระยะหนึ่งซึ่งสยามสั่งเครื่องผลิตเหรียญเข้ามาผลิตเองแต่คุณภาพของ เหรียญที่ออกมาไม่สู้ดี จะไม่คมชัดและไม่สู้จะเรียบร้อยนักเรียก 'บล็อกใน' ราคาเล่นหาก็จะถูกกว่าบล็อกนอก

โดยทั่วไปแล้ววิธีสังเกตความเก๊แท้ ของเหรียญที่ระลึกและเหรียญกษาปณ์ จะไม่ค่อยมีปัญหามากนักเพราะเหรียญประเภทนี้มีบันทึกการจัดสร้างที่มาที่ไป ตลอดจนจำนวนการสร้างที่ชัดเจน ในภาพรวมแล้วให้สังเกตขั้นต้นก่อนว่า หากเป็นเหรียญกษาปณ์ด้านหน้ากับด้านหลังจะวิ่งตรงกันข้าม ตัวอย่างเช่น เหรียญไอยราพรต ด้านหน้าจะเป็นพระบรมรูปตั้งขึ้น หากพลิกด้านหลังจะเห็นเป็นรูปช้างสามเศียรกลับหัวลง จะไม่ตั้งขึ้นไปในทิศทางเดียวกันทั้งสองด้านเด็ดขาด ลองหยิบเหรียญบาท เหรียญสิบ ของเราขึ้นมาดูสิครับ นั่นแหละเป็นเอกลักษณ์สำคัญของการดูเหรียญประเภทนี้

นอกจากนี้ยัง ต้องดู 'เส้นล้ม' ให้เป็น คำว่าเส้นล้มหมายถึงถ้าเป็นเหรียญเก๊เขาจะนำไปถอดพิมพ์แล้วทำบล็อก หากเป็นเหรียญแท้เส้นต่างๆ ที่ตั้งขึ้นจากพื้นเหรียญจะคมชัดไม่เบลอหรือเส้นไม่ล้ม ถ้าเส้นเอียงจะทำให้เหรียญดูเบลอไม่คมชัด เขาเรียกเส้นล้มครับผม ต้องหัดดูให้ชำนาญ แรกๆ ก็จะดูไม่ค่อยเห็น แต่เอียงเหรียญแล้วหัดส่องไปเรื่อยๆ ก็จะเข้าใจเองครับ

สำหรับ 'เหรียญพระพุทธและเกจิอาจารย์' ที่สร้างโดยโรงงาน ต้องนับ เหรียญพระพุทธวิริยากร (จิตร ฉันโน) วัดสัต นารถปริวัตร ราชบุรี สร้างพ.ศ.2458 เป็นปู่เหรียญหรือเหรียญพระสงฆ์เหรียญแรก

ส่วนเหรียญ พระพุทธนั้นต้องยกให้เหรียญพระพุทธชินสีห์ วัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นปีพ.ศ.2440 เป็นที่ระลึกคราวเสด็จกลับจากประพาสยุโรปครั้งแรก และช่วงนี้บรรดาเกจิคณาจารย์ก็นิยมสร้างเหรียญรูปเหมือนขึ้นเป็นที่ระลึกกัน อย่างแพร่หลาย

ส่วนใหญ่วัสดุที่ใช้จัดสร้างจะเป็นทองแดง จะมีเนื้อเงิน เนื้อทองบ้าง ก็สร้างขึ้นเพื่อถวายเจ้านายหรือแจกกรรมการ ส่วนบางท่านก็ใช้วัสดุที่หาง่ายในพื้นบ้าน เช่น ตะกั่ว ชิน สร้างเป็นเหรียญแจกชาวบ้าน

เหรียญที่สร้างขึ้นโดยโรงงานนั้น จะใช้วิธี 'ปั๊ม' หากเป็นเหรียญยุคแรกๆ ก่อน พ.ศ.2470 จะมีข้อสังเกตพื้นฐานกล่าวคือ เหรียญส่วนใหญ่จะแกะขึ้นด้วยมือ ช่างที่แกะจึงต้องมีความชำนาญส่งผลให้ศิลปะของเหรียญได้รูปที่สวยงามแต่จะ ไม่ลึกนัก โดยแกะเป็นแม่พิมพ์สองตัวด้านหน้ากับด้านหลัง เมื่อกระแทกจะทำให้แผ่นทองแดงที่รีดบางตึงแน่น ผิวไม่ขรุขระ ทำให้ไม่เกิดขุมสนิมเขียว แดง ที่เรียกว่า 'รอยขี้กลาก' ยกเว้นการนำแม่พิมพ์เดิมมาสร้างเหรียญรุ่นเดิมเพิ่ม อาจจะเกิดรอยขี้กลากนิดหน่อย แต่ถ้าพบรอยขี้กลากต้องระวัง และมักจะทำเป็นแบบหูเชื่อมเพราะวิทยาการยังไม่ทันสมัย ซึ่งก็จะเห็นการเชื่อมหูด้วยตะกั่วบัดกรี ไม่ได้เป็นหูในตัวอย่างรุ่นหลัง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-03-26 10:52:30


ความเห็นที่ 4 (1479458)

เหรียญเจริญพร-รุ่นแรก หลวงพ่อมาลัย วัดบางหญ้าแพรก


ใน ปีมงคล 2555 ปีมังกรทอง นับเป็นนิมิตหมายอันดี 'หลวงพ่อมาลัย อุทโย' วัด บางหญ้าแพรก ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร อนุญาตให้ศิษย์จัดสร้างวัตถุมงคล 'เหรียญเจริญพรรุ่นแรก' ขึ้น

หลวงพ่อมาลัยอธิษฐานจิตปลุกเสกภายในโบสถ์ ที่ประดิษฐาน 'หลวงปู่ใหญ่' พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำวัด

วัด บางหญ้าแพรกเป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยา โดยสันนิษฐานจากหลวงปู่ใหญ่ พระประธานในพระอุโบสถหลังเก่าซึ่งเป็นศิลปะสมัยอยุธยา เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นที่เก่าแก่

ข้อสันนิษฐานอีกอย่างหนึ่งคือ ผู้ที่มาก่อตั้งวัดไว้คงจะเป็นชาวรามัญที่อพยพหนีภัยสงครามมา แล้วจึงสร้างวัดขึ้น โดยได้ปั้นหลวงปู่ใหญ่ให้เป็นพระประธานในโบสถ์เพื่อเอาไว้สักการบูชา เพราะโดยรอบบริเวณวัดมีชาวรามัญอาศัยอยู่แต่ดั้งเดิมมาก และยังมีหลักฐานจากเจดีย์เก่าแก่ของวัดที่ได้ผุพังลง โดยในเจดีย์นั้นได้บรรจุพระเก่าๆ ไว้พอสมควร

พระพุทธรูปหลวงปู่ใหญ่ เป็นที่เคารพนับถือของชาวตำบลบางหญ้าแพรกและตำบลใกล้เคียงอย่างมาก โดยทุกๆ ปีทางวัดจะจัดงานประจำปี ในเดือน 12 ตรงกับเทศกาลวันลอยกระทง เพื่อให้ชาวบ้านได้มากราบสักการบูชา ปิดทองหลวงปู่ใหญ่เป็นประจำ

ปัจจุบัน นี้พระอุโบสถหลังเก่า ซึ่งเป็นพระอุโบสถไม้สักทองทั้งหลัง เป็นพระอุโบสถมหาอุด ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของหลวงปู่ใหญ่ เกิดความชำรุดทรุดโทรมลงมาก ด้วยเพราะเกิดน้ำท่วมสูงขึ้น ทำให้รอบพระอุโบสถมีน้ำท่วมขัง หลวงพ่อมาลัยจึงได้ตัดสินใจยกพระอุโบสถขึ้นพ้นน้ำ ปี 2549 และบูรณะซ่อมแซมให้ดูดี และได้เปิดโอกาสให้ชาวบ้าน ตำบลใกล้เคียงและผู้แสวงบุญทุกท่านได้มากราบนมัสการขอพรหลวงปู่ใหญ่ และลอดโบสถ์ไม้สักทองมงคลมหาอุด เพื่อความเป็นสิริมงคล

วัตถุมงคลที่ขึ้นชื่อลือชาของหลวงพ่อมาลัย นอกจาก 'สมเด็จไผ่' แล้ว ยังมี 'พระปิดตา' และเครื่องรางของขลังอีกนับไม่ถ้วน

ลูก ศิษย์ลูกหาของหลวงพ่อมาลัยไม่ใช่มีเฉพาะชาวไทยที่เลื่อมใสศรัทธา ชาวต่างชาติไม่ว่าชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน ก็เดินทางมากราบนมัสการถึงวัดบางหญ้าแพรกไม่ขาดสาย ที่ขาดไม่ได้ก็คือชาวไทยเชื้อสายมอญ จะมามากเป็นพิเศษในทุกเทศกาล และหลวงพ่อมาลัยท่านก็พูดภาษามอญได้อย่างชำนาญ และเข้าใจภาษาอย่างลึกซึ้ง ชาวมอญที่มีความศรัทธาใน 'หลวงพ่ออุตตมะ' แห่งวัดวังก์วิเวการาม จ.กาญจนบุรี ถึงขนาดเหมารถบัสมาขอพรท่านบ่อยครั้ง

หลวงพ่อมาลัยกลายเป็นที่พึ่งทางใจของบรรดาศิษย์ ครั้งหนึ่งสมัยที่ 'จอม โจรตี๋ใหญ่' ยังมีชีวิตอยู่ นอกจากจะศรัทธา 'หลวงพ่อสุด วัดกาหลง' แล้ว พระเกจิอาจารย์อีกรูป ที่ขาดไม่ได้ก็คือหลวงพ่อมาลัย เครื่องรางของขลังประเภท 'ตะกรุด' ที่ตี๋ใหญ่พกพาติดตัวและช่วยให้รอดพ้นจากการไล่ล่าของตำรวจและรอดตาย จากกระสุนสังหารมาได้หลายครั้ง

หนึ่งในนั้นก็คือ 'ตะกรุดหลวงพ่อมาลัย'

เหรียญ เจริญพรรุ่นแรกหลวงพ่อมาลัยรุ่นนี้ออกแบบได้งดงาม คำว่า 'เจริญพร' ตามพจนานุกรมฉบับราช บัณฑิตยสถาน มีความหมายว่าเป็นคำเริ่มที่ภิกษุ-สามเณรพูดกับสุภาพชนและเป็น คำรับ ปัจจุบันคำว่า 'เจริญพร' ถูกบรรจุไว้ในเหรียญรูปเหมือนพระเกจิ อาจารย์หลายรูป และส่วนใหญ่เหรียญเหล่านั้นจะได้รับความนิยมจากลูกศิษย์ลูกหาและนักสะสม เห็นได้จาก 'เหรียญเจริญพร' หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จ.ระยอง สนนราคาเล่นหานับวันจะสูงขึ้นเรื่อยๆ

'เหรียญเจริญพรหลวงพ่อมาลัย' ถือเป็นรุ่นแรกที่จัดสร้างขึ้น ท่านอธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยวเป็นกรณีพิเศษอย่างเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ เน้นพุทธคุณด้านแคล้วคลาดปลอดภัย เมตตามหานิยม โชคลาภ ค้าขายดี และก่อนปลุกเสกท่านยังขอพรจากหลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ และกล่าวว่า 'ขอให้พรสี่ประการ ได้แก่ อายุ วรรณะ สุขะ และพละ นั้นเจริญ ซึ่งพรนั้นจะเจริญได้ต้องอาศัยการอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ ผู้มีพระคุณ การปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ'

เหรียญเจริญพรหลวงพ่อมาลัยสร้างเนื้อ เงินจำนวน 19 เหรียญ เนื้อตะกั่วรองพิมพ์ 99 เหรียญ เนื้อทองฝาบาตร 10,000 เหรียญเท่านั้น ทุกองค์มีการตอกโค้ดตัวนะ และหลวงพ่อมาลัยได้ทำพิธีทำลายบล็อกปั๊มไปเรียบร้อยแล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-03-23 09:03:34


ความเห็นที่ 3 (1478736)

รูปพระพุทธย่อมศักดิ์สิทธิ์

คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง
โดย ราม วัชรประดิษฐ์


พระพุทธรูป (Buddha Images) และพระเครื่อง (Buddha amulets) นับเป็นหนึ่งในอุเทสิกเจดีย์ ให้คติความเชื่อทางศาสนาพุทธ 'อุเทสิก' มาจากคำว่า อุทิศ คือการมอบให้พระศาสนา ซึ่งรูปดังกล่าวเป็นการผสมผสานความเชื่อท้องถิ่นเกี่ยวกับบุคลาธิษฐานกับคติ การนับถือรูปเคารพที่ได้รับจากกรีกในลักษณะของอารยธรรมเฮเลนิสติก (Hellenistic) ที่เผยแพร่เข้ามาทางตอนเหนือของลุ่มแม่น้ำสินธุหรืออินเดียตะวันตกเฉียง เหนือ เมื่อครั้งพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช แห่งมาซิโดเนีย

รูปแห่งองค์พระพุทธเจ้า จึงมีความหมาย หรือ 'นัย' เกินกว่าที่จะเป็น อิฐ หิน ปูน ทราย ทองเหลือง ไม้แกะ หรือวัสดุอื่นๆ เพียงอย่างเดียว เริ่มจาก 'พระพุทธรูป' มีความสำคัญทางด้านความเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี งานศิลปกรรม อันเป็นตัวแทนแห่งยุคสมัยต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความเจริญทางด้านเทคโนโลยีในการแกะแม่พิมพ์ การหล่อ การขึ้นรูป

นอกจากนั้น พระพุทธยังเป็นสิ่งแสดงถึงความเชื่อความศรัทธาของกลุ่มชนต่างๆ เช่นเดียวกับรูปเคารพทางศาสนาอื่นๆ และไม่ใช่เฉพาะในพุทธแบบหินยานเท่านั้น หากแต่ยังแพร่หลายอย่างกว้างขวางในพุทธแบบมหายาน แถบ จีน ทิเบต ญี่ปุ่น เขมรนครธม ศรีวิชัย เป็นต้น

รูปแบบของพระพุทธ ยังเป็นเครื่องเตือนสติและเป็นสิ่งที่โบราณาจารย์ได้ใช้ประโยชน์ทางการเผย แพร่พระพุทธศาสนา เริ่มตั้งแต่การวาดภาพลงบนพระบฏและงานจิตรกรรม เป็นการใช้ภาพเล่าเรื่องชาดกอันหมายถึงคุณความดีขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในอดีตชาติ และแพร่หลายไปตามท้องถิ่นต่างๆ ที่เรียกกันว่า 'ปัญญาสชาดก' ก่อนจะพัฒนามาเป็น 'พระพุทธรูปปางต่างๆ' เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจในพุทธประวัติตอนต่างๆ ได้ง่ายขึ้น อันเป็นสิ่งที่เรียกว่า 'ปาง' แห่งองค์พระพุทธรูป ซึ่งในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ สมเด็จกรมพระปรมานุชิตชิโนรสได้จัดมาตรฐานรวบรวมให้เป็นระบบได้รวม 40 ปาง นอกจากการสร้างแต่โบราณเพื่อสืบอายุพระศาสนาให้รุ่งเรืองสืบต่อไป

มิพักต้องกล่าวถึงเรื่องอื่นด้วยมหาประโยชน์แห่งองค์พระที่มีต่อพระศาสนา รูปแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าย่อมทรงคุณอันประเสริฐ ประกอบไปด้วย 'ศักดิ์' และ 'สิทธิ์' ในตัวพระองค์เอง ด้วยปัจจัยแห่งการเป็นอุเทสิกเจดีย์อันเป็นความศักดิ์สิทธิ์ที่มิจำเป็นต้อง ประกอบไปด้วยสิ่งอื่นสิ่งใดด้วยซ้ำ ศักดิ์สิทธิ์เกินกว่าผู้อวดตนว่าเป็นปราชญ์ ผู้รู้ ทั้งหลายทั้งปวง ศักดิ์สิทธิ์กว่าความเป็นก้อนอิฐ ดิน ไม้ ทองเหลือง ศักดิ์สิทธิ์เพราะท่านยังประโยชน์แห่งการพระศาสนาทั้งปวงยิ่งกว่าผู้อื่นผู้ ใดในสากลจักรวาล

นอกจากนี้ หากจะเลี่ยงบาลีกล่าวถึงความศักดิ์สิทธิ์ในด้านอื่น ยังอาจจะกล่าวได้อีกว่า ในการจัดสร้างพระพุทธรูป พระเครื่องแต่โบราณ วัสดุมวลสารโลหะที่นำมาใช้จัดสร้างหล่อหลอมจะเกิดจากแรงศรัทธาของการ 'ร่วมบุญ' แห่งพุทธศาสนิกชน ที่บรรจงหย่อนแก้วแหวนเงินทองลงในเบ้าหลอมถวายเป็นพุทธบูชา และวัสดุการสร้างจะต้องคัดสรรเอาแต่สิ่งวิเศษ ศักดิ์สิทธิ์ ตามตำราที่สืบทอดมาแต่เก่าก่อน เช่น เบญจโลหะ สัตตโลหะ นวโลหะ ดินใจกลางเมือง ว่านแร่อันเชื่อว่าทรงมหันตนุภาพในการให้คุณแก่ผู้เคารพบูชา ถือกำลังฤกษ์ กำลังวัน อันเข้มขลังในการจัดสร้าง เรียกกันว่า 'ดีใน'

ยัง เพิ่มความเข้มขลังของกระบวนการจัดสร้างด้วยพิธีกรรม พุทธาภิเษก โดยเกจิอาจารย์ผู้ทรงคุณและวิทยาคมอันประเสริฐ ซึ่งโบราณเรียกพิธี 'เบิกเนตร' เรียกกันว่า 'ดีนอก'

ในพระคัมภีร์แห่งพระพุทธศาสนา ได้พยายามอรรถาธิบายให้ผู้คนเข้าถึงในลักษณะแห่งปริศนาธรรมเอาไว้มากมาย ผู้เป็นพหูสูตรอันประกอบด้วยพุทธิปัญญาย่อมสามารถเข้าใจได้ว่า รูปแบบแห่งองค์พระพุทธเจ้าที่จำเริญมาเป็น แผ่นภาพ งานจิตรกรรม องค์พระพุทธรูป และพระเครื่องในลักษณาการต่างๆ ย่อมเป็นหนึ่งในการเจริญพุทธิปัญญาแห่งปริศนาธรรม แสดงให้เห็นความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งหมายถึงพุทธิภาวะแห่งความดีขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งพุทธศาสนิกชนสามารถกราบบูชาเจริญพุทธิปัญญาได้อย่างบริบูรณ์ อันเป็นความหมายว่า 'รูปพระพุทธย่อมศักดิ์สิทธิ์ในตัวเอง'

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-03-20 07:54:13


ความเห็นที่ 2 (1478611)

วัตถุมงคลพ่อท่านคล้าย วัดวังตะวันออก นครฯ



วัด วังตะวันออก ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เป็นวัดโบราณสร้างขึ้นประมาณปีพ.ศ.2350 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2496

วัด แห่งนี้เดิมเป็นที่ตั้งนิวาสสถานของคุณหญิงปรางค์ มารดาของพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) ต้นตระกูล ณ นคร เมื่อต้นรัตนโกสินทร์ ต่อมาได้ยกถวายให้สร้างวัดเมื่อปีพ.ศ.2350 และมีเส้นทางเดินระหว่างกลางพื้นที่ของวัด ประชาชนอาศัยเส้นทางสัญจรเข้าออกจากตัวเมืองสู่ชนบท

ปัจจุบันเป็นถนนราชดำเนิน จึงเป็นเหตุทำให้วัดแยกออกเป็นสองวัด คือ วัดวังตะวันตก และวัดวังตะวันออก

วัดวังตะวันออกนี้เป็นวัดที่พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ สุดยอดเกจิอาจารย์อันดับหนึ่งของประเทศ มาจำพรรษาและช่วยจัดหาทุนสร้างอุโบสถและถาวรวัตถุต่างๆ ปัจจุบันมี "พระครูปัญญาธนาภรณ์" ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดวังตะวันออก

"พระครูปัญญาธนาภรณ์" กล่าวว่า ขณะนี้ทางวัดได้มีโครงการก่อสร้างศาลาทรงไทยประดิษฐานรูปเหมือนพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ และบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะวัตถุ พร้อมทั้งปรับภูมิทัศน์ของวัด เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในมหามงคลวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา โครงการดังกล่าวต้องใช้งบประมาณในการดำเนินการ 8,000,000 บาท คณะกรรมการจึงได้ดำเนินการจัดสร้างวัตถุมงคล พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ขึ้น เพื่อมอบสมนาคุณแก่ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสมทบทุนในการก่อสร้าง บูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะและปรับภูมิทัศน์ของวัดให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์


โดยมีพิธีพุทธาภิเษกดังนี้ ครั้งที่ 1 พิธีพุทธาภิเษก วันศุกร์ที่ 30 กันยายน 2554 ณ เจดีย์พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดธาตุน้อย อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช ครั้งที่ 2 ณ อุโบสถวัดวังตะวันออก ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม 2555 ซึ่งในครั้งนี้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นประธานประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดวังตะวันออก

วัตถุมงคลที่ประกอบพิธีพุทธาภิเษกเป็นที่หมายปองของสาธุชน มีเหรียญพ่อท่านคล้าย ไหว้ข้าง รูปไข่ และเหรียญเม็ดแตงพ่อท่านคล้าย ทั้งสองประเภทประกอบไปด้วย เนื้อทองคำ ชุดกรรมการ (หมดแล้ว) เนื้อเงิน เนื้อนวโลหะ เนื้อทองแดง

พระเกจิอาจารย์นั่งปรกอธิษฐานจิต อาทิ พ่อท่านนวล วัดไสหร้า จ.นครศรีธรรมราช, พ่อท่านเอื้อม วัดบางเนียน จ.นครศรีธรรมราช, พ่อท่านท้วม วัดศรีสุวรรณ จ.สุราษฎร์ธานี, พ่อท่านคล้อย วัดภูเขาทอง จ.พัทลุง, พ่อท่านเหิม วัดหนองช้างแล่น จ.ตรัง, พ่อท่านเมียด วัดชัน จ.นครศรีธรรมราช, พ่อท่านเกษม วัดชะเมา จ.นครศรีธรรมราช เป็นต้น

สนใจร่วมบุญบูชาได้ที่ กุฏิศาลาเรือนไทย วัดวังตะวันออก จ.นครศรีธรรมราช

วัตถุมงคลของวัดวังตะวันออกแห่งนี้นับเป็นสุดยอดของวัตถุมงคลแห่งปี ประกอบด้วยความงามและวิทยาคมของพ่อท่านคล้าย

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-03-19 16:53:53


ความเห็นที่ 1 (1478063)

พระปิดตาแร่บางไผ่ 84 วัดโบสถ์ดอนพรหม




1.หลวงพ่อพูล

2.หลวงปู่คำบุ

3.หลวงปู่วาส

4.หลวงพ่อไวพจน์

5.พระมหาเดี่ยว

6.หลวงพ่อประสิทธิ์

7.หลวงพ่อแสง

เมื่อพูดถึง 'แร่บางไผ่' บรรดาเซียนพระและนักสะสมนิยมวัตถุมงคลล้วนแต่นึกถึงธาตุกายสิทธิ์ที่มีแหล่งแร่อยู่เฉพาะที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เท่านั้น ส่วนเนื้อแร่บางไผ่เป็นโลหธาตุที่นักนิยมพระเครื่องต่างรู้ดีว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ ควรที่จะนำมาสร้างเป็นวัตถุมงคลที่มีค่ายิ่ง

การนำมาสร้างเป็นวัตถุมงคลจะทรงพลานุภาพความศักดิ์สิทธิ์เข้มขลังดังที่พระเกจิอาจารย์โบราณา จารย์ คือ 'หลวงปู่จัน' เมื่อครั้งอดีตได้สร้าง 'พระปิดตาแร่บางไผ่' เป็นสุดยอดวัตถุมงคลที่ยังคงความต้องการของนักสะสมทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่จวบจนทุกวันนี้

โดยเหตุที่พระครูวิสุทธิธีรญาณ หรือหลวงพ่อไวพจน์ กตปุญโญ เจ้าอาวาสวัดสามง่าม และเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดนนทบุรีแห่งที่ 2 มีถิ่นกำเนิดใน อ.บางคูรัด จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นแหล่งแร่บางไผ่ที่สำคัญ อีกทั้งหลวงพ่อไวพจน์เป็นศิษย์หลวงพ่อเปลื้องศิษย์เอกหลวงปู่จัน วัดโมลี ที่สืบสานตำนานต้นตำรับพระปิดตาแร่บางไผ่ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญทั้งด้านกรรมวิธีเก็บและหลอมแร่บางไผ่โดยเฉพาะ

นอกจากนี้ ท่านยังได้ชื่อว่าเป็นพระวิปัสสนาจารย์ที่มีลีลาการสอนโดดเด่น เป็นพระนักบริหารสำนักปฏิบัติธรรมที่ให้ความร่มเย็น เป็นพระผู้นำที่เน้นพัฒนาทั้งด้านวัตถุและจิตใจ เป็นพระที่ใส่ใจในการสืบสานตำนานแร่บางไผ่ และได้ถ่ายทอดวิธีให้ 'พระครูสังฆรักษ์ธงชัย ชยธัมโม' หรือ 'พระมหาเดี่ยว' เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ดอนพรหม พระนักพัฒนาและเป็นพระที่มีวัตรปฏิบัติที่ดี สนับสนุนการศึกษาต่อพระภิกษุ-สามเณร ในฐานะศิษย์ของหลวงพ่อไวพจน์ ท่านจึงได้อนุญาตให้เป็นผู้สืบสานการทำแร่บางไผ่สายหลวงปู่จันรูปสุดท้ายที่ได้รับการถ่ายทอดวิชานี้

ดังนั้น พระครูสังฆรักษ์ธงชัยจึงได้จัดทำวัตถุมงคลเพื่อนำปัจจัยจากการเช่าบูชานำไปฟื้นฟูเสนาสนะ ซึ่งได้รับความเสียหายจากมหาอุทกภัยน้ำท่วมครั้งร้ายแรงเมื่อช่วงปลายปี 2554 อีกทั้งเป็นการสมนาคุณแก่ผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคสมทบทุน

โดยจัดสร้าง 'พระปิดตาแร่บางไผ่ รุ่น 84 มหาสติปัฏฐานบันดาลสุข' เป็นรุ่นพิเศษ มีความโดดเด่นทั้งทางด้านความขลังศักดิ์สิทธิ์ มากด้วยคุณค่าด้านสติปัญญา ด้วยพระปิดตา หมายถึง ปิดกั้น ป้องกัน ยับยั้งสิ่งชั่วร้ายอัปมงคล

แร่บางไผ่ หมายถึง โลหธาตุกายสิทธิ์เข้มขลัง

รุ่น 84 หมายถึง พระชนมพรรษา 84 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ เลข 8 ยังหมายถึง มรรคมีองค์ 8 และเลข 4 หมายถึง มหาสติปัฏฐานดีงามไปสู่บรมสุขอย่างแท้จริง

พระปิดตาแร่บางไผ่รุ่นนี้ ใครมีไว้บูชาครอบครองพร้อมทั้งปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานก็จะเป็นการเพิ่มพูนคุณความดี ซึ่งเป็นพลังบารมีอันก่อให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขอย่างยั่งยืน

ขอเชิญผู้ที่มีจิตศรัทธาร่วมงานหล่อพระปิดตาแร่บางไผ่ได้ที่วัดโบสถ์ดอนพรหม ในวันที่ 24 มี.ค.2555 ซึ่งทางวัดได้นิมนต์พระเกจิอาจารย์ อาทิ หลวงปู่วาส วัดสะพานสูง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี, หลวงปู่คำบุ วัดกุดชม จ.อุบลราชธานี, หลวงพ่อบุญ วัดทุ่งเหียน จ.ชลบุรี, หลวงพ่อพูล วัดบ้านแพน จ.พระนคร ศรีอยุธยา เป็นต้น มีหลวงพ่อไวพจน์ วัดสามง่าม จ.นนทบุรี เป็นประธานร่วมสร้างและอุปถัมภ์ในการหล่อพระปิดตาแร่บางไผ่รุ่นนี้

ท่านยังได้นั่งปรกอธิษฐานจิตในวาระแรก เป็นการจัดสร้างด้วยพิธีที่เข้มขลัง ถูกต้องตามประเพณีโบราณ ในการจัดสร้างวัตถุมงคลแร่บางไผ่แบบดั้งเดิม ที่สำคัญการจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่นนี้มิได้จัดสร้างไปในเชิงพุทธพาณิชย์ ด้วยสร้างจำนวนจำกัด

พระปิดตาแร่บางไผ่รุ่นดังกล่าวจัดสร้าง 4 เนื้อ คือ เนื้อแร่บางไผ่ หล่อย้อนยุคแบบโบราณ เนื้อเงินผสมแร่บางไผ่ เนื้อนวโลหะผสมแร่บางไผ่ และเนื้อทองเหลืองผสมแร่บางไผ่ ทั้งหมดจัดสร้างเพียงเนื้อละ 999 องค์ สามารถสั่งจองได้ที่วัดโบสถ์ดอนพรหม

ระหว่างวันที่ 21-25 มี.ค. วัดโบสถ์ดอนพรหมได้จัดให้มีงานประจำปี ปิดทองหลวงพ่อแสง ไหว้พระประธานในพระอุโบสถเพื่อเสริมดวงชะตา ลอดโบสถ์สะเดาะเคราะห์แก้ปีชง จึงขอเชิญสาธุชนร่วมทำบุญร่วมกันโดยสามารถร่วมเป็นเจ้าภาพบูชาพระปิดตาแร่บางไผ่เพื่อนำปัจจัยทั้งหมดไปใช้ประโยชน์สมทบทุนโครงการฟื้นฟูบูรณะวัดเสนาสนะสำนักปฏิบัติธรรมในจังหวัดนนทบุรี
 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-03-17 08:19:55



1


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.
Wachon Nim

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง