ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > พระสวย

พระสวย


 

พระสมเด็จจิตรลดาพิมพ์เล็ก๓๖คนไทยครอง

พระสมเด็จจิตรลดาพิมพ์เล็กมีคนไทย ๓๖ คนเท่านั้นที่ได้ครอบครอง : พระองค์ครู เรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู

             พระสมเด็จจิตรลดา หรือพระกำลังแผ่นดิน เป็นพระเครื่องทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ขอบองค์พระด้านหน้าทั้ง ๓ ด้าน เฉียงป้านออกสู่ด้านหลังเล็กน้อย มี ๒ ขนาดพิมพ์ คือ พิมพ์เล็ก กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร สูง ๑.๙ เซนติเมตร และพิมพ์ใหญ่ กว้าง ๒.๐ เซนติเมตร สูง ๓.๐ เซนติเมตร มีหลายสี ตามมวลสารที่ใช้ผลิตในแต่ละครั้งแตกต่างกัน ได้แก่ สีน้ำตาล สีน้ำตาล-อมเหลือง สีน้ำตาล-อมแดงคล้ายเทียน สีดำอมแดง หรือสีดำอมเขียว มีทั้งสีเข้มและอ่อน

             พุทธลักษณะพระสมเด็จจิตรลดา เป็นพระปางสมาธิ ศิลปะรัตนโกสินทร์ พระพักตร์ทรงผลมะตูม องค์พระประทับนั่งขัดสมาธิราบ ประทับนั่งเหนือบัลลังก์ดอกบัว ประกอบด้วย กลีบบัวบานทั้ง ๙ กลีบ และเกสรดอกบัว ๙ จุด อยู่ในกรอบสามเหลี่ยมหน้าจั่ว มีลักษณะละม้ายคล้ายกับพระพุทธนวราชบพิตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชทานประจำทุกจังหวัดและหน่วยทหาร แต่ต่างกันที่พระพุทธนวราชบพิตร เป็นพระปางมารวิชัย

             มวลสารของพระสมเด็จจิตรลดา ประกอบด้วยเรซิ่น และผงพระพิมพ์ โดยทรงนำมาบดเป็นผงรวมกับเส้นพระเจ้า คลุกกับกาวเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วกดเป็นองค์พระด้วยพระหัตถ์ โดยทรงใช้เวลาตอนดึกหลังทรงงาน มีเจ้าพนักงาน 1 คน คอยถวายพระสุธารส และหยิบสิ่งของถวาย ทั้งนี้ มี ศ.ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ข้าราชการบำนาญกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร ผู้เป็นผู้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทในงานด้านประติมากรรม เป็นผู้แกะแม่พิมพ์ ถวายเพื่อทรงพระราชวินิจฉัย แก้ไข จนเป็นที่พอพระราชหฤทัย

             พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทำพระสมเด็จจิตรลดา พิมพ์เล็ก สำหรับพระราชทานให้เด็ก มีจำนวน ๔๐ องค์ โดยสี่องค์แรก พระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ ทั้งสี่พระองค์ ฉะนั้นจึงมีเพียง ๓๖ องค์เท่านั้นที่อยู่ในความครอบครองของพสกนิกร และตามประวัติทรงพระราชทานให้เพียง ๒ ปีเท่านั้น คือ ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๐๘-พ.ศ.๒๕๐๙

             พระสมเด็จจิตรลดา เป็นพระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้พสกนิกรผู้ประกอบแต่กรรมดีแก่ประเทศชาติ โดยทรงมิได้เลือกชั้นวรรณะ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง นายทหาร นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ หรือชั้นผู้น้อย จนมาถึงคนขับรถ คนสวน แม่ครัว และบรรดาข้าราชการทหารที่ไปร่วมรบในสมรภูมิต่างๆ เช่น เวียดนามและลาว ผู้บังคับบัญชาในระดับสูงจะทำหนังสือกราบบังคมทูลขอพระราชทานให้แก่นายทหาร เหล่านั้นในจำนวนที่ไม่มากนัก ซึ่งจะทรงมีพระราชวินิจฉัยด้วยพระองค์เองว่าจะมีพระราชทานหรือไม่ จำนวนเท่าใด
 
             สำหรับภาพพระสมเด็จจิตรลดาพิมพ์เล็กองค์นี้เป็นของนายปรีชา ชัยรัตน์ เจ้าสัวตัวจริงเมืองอุดร ผู้ซึ่งเป็นประธานจัดงานประกวดพระเครื่องเมืองอุดร ระหว่างวันที่ ๒๓-๒๔ มีนาคม ๒๕๕๖ นี้ โดยในวันงานจะนำพระเครื่องที่สะสมซึ่งมีการประเมินมูลค่าไม่ต่ำกว่า ๑ พันล้านมาโชว์เป็นครั้งแรกด้วย ที่สำคัญคือ เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด รายได้ไม่หักค่าใช้จ่ายจะมอบให้ "มูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่า จ.อุดรธานี " เพื่อก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ศาลเจ้าปู่-ย่า จ.อุดรธานี



ผู้ตั้งกระทู้ Admin กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์ :: วันที่ลงประกาศ 2013-03-12 10:24:20


1

ความเห็นที่ 67 (2994015)

พระสมเด็จวัดมฤคทายวัน

พันธุ์แท้พระเครื่อง
ราม วัชรประดิษฐ์


วัดมฤคทายวัน อยู่ติดกับพระราชนิเวศน์ มฤคทายวัน สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นที่ประทับในฤดูร้อน

เมื่อ พระองค์เสด็จแปรพระราชฐานมายังพระราชนิเวศน์ฯ ก็มักทรงสดับพระธรรมเทศนาและสนทนาธรรมกับพระภิกษุผู้มี ศีลจารวัตรงดงาม รวมถึง หลวงปู่นาค ปุญญ นาโค เจ้าอาวาสวัดมฤคทายวันในสมัยนั้น

หลวงปู่นาค เป็นสมณะที่มีศีลาจารวัตรงดงาม และมีความเชี่ยวชาญในวิทยาอาคม เป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวจังหวัดเพชรบุรี และใกล้เคียง

วัตถุมงคลของท่านล้วนเป็นที่นิยมสะสม และปรากฏพุทธาคมประจักษ์เป็นที่เลื่องลือ รวมทั้ง "พระสมเด็จวัดมฤคทายวัน"

แต่ สิ่งหนึ่งที่ท่านไม่ยอมสร้างคือรูปเหมือนตัวเอง โดยให้เหตุผลว่า "ท่านไม่เก่ง จะไปสร้างรูปให้เขากราบไหว้ได้อย่างไร ต้องสร้างเป็นพระพุทธเจ้าจะเหมาะกว่า"

สำหรับ "เหรียญรูปเหมือนหลวงปู่นาค" ที่นิยมเล่นหากันอยู่นั้น ก็สร้างขึ้นหลังจากที่ท่านมรณภาพแล้ว เพื่อแจกเป็นที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพของท่าน


พระ สมเด็จวัดมฤคทายวัน สร้างในราวปี พ.ศ.2462 โดยล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ ให้หลวงปู่นาคเป็นเจ้าพิธีในการสร้าง เพื่อพระราชทานให้กับข้าราชบริพารและชาวบ้าน ในวโรกาสเสด็จประทับแรม ณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

ทรงกำหนดให้วัดมฤคทายวัน เป็นเขตอภัยทาน ถวายเป็นพุทธบูชา ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี ประเทศอินเดีย เมื่อ 2,580 กว่าปีล่วงมาแล้ว เนื่องจากคำว่า "มฤค" นั้น มีความหมายว่า เนื้อ, ทราย ซึ่งมีอยู่ชุกชุมในสถานที่แห่งนี้ คล้ายคลึงกับสถานที่ในพุทธประวัติ

พระ สมเด็จวัดมฤคทายวัน เป็นพระเนื้อผงทรงสี่เหลี่ยม คล้ายพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ปรกโพธิ์ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เนื้อหามวลสารประกอบด้วยปูนเปลือกหอยเป็นมวลสารหลัก และที่สำคัญคือ "ผงตรีนิสิงเห" อันเป็นผงวิเศษหลักในการสร้างพระสมเด็จมาตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระสังฆราช (สุก ไก่เถื่อน) จนถึงท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) มีอานุภาพ นานัปการ ทั้ง เมตตามหานิยม แคล้วคลาด และคงกระพันชาตรี


จาก นั้นมาผสมรวมกับมวลสารมงคลอื่นๆ แล้วใช้น้ำมันตั้งอิ้ว กับน้ำมันลินสีดเป็นตัวประสาน เนื้อมวลสารที่เป็นปูนเปลือกหอยก็จะอมน้ำมันทำให้เนื้อขององค์พระแลดูชุ่ม และนุ่ม ส่วนผงตรีนิสิงเหนั้นไม่อมน้ำมันจึงปรากฏเป็นผงสีเหลืองนวลแทรกอยู่ในเนื้อ ขององค์พระสวยงามมาก โบราณาจารย์บางท่านมักเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "พระผงน้ำมัน"

พระสมเด็จวัดมฤคทายวัน มีการจัดสร้างด้วยกันกว่า 20 พิมพ์ อาทิ พิมพ์สมเด็จปรกโพธิ์, พิมพ์สมเด็จ 3 ชั้น, 7 ชั้น, พิมพ์นางกวัก และพิมพ์ชินราช เป็นต้น ซึ่งทุกพิมพ์ จะมีเอกลักษณ์เฉพาะซึ่งเป็นหนึ่งในการพิจารณา พระแท้ คือ ลักษณะเป็นกรอบกระจกและตัดขอบสำเร็จในพิมพ์ เนื่องจากเป็นการสร้างแม่พิมพ์แบบมาตรฐานด้วยฝีมือช่างหลวง

นอก จากนี้ พิธีพุทธาภิเษกก็จัดอย่างยิ่งใหญ่สมบูรณ์แบบทั้ง พิธีหลวง พิธีพราหมณ์ รวมถึงพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้นร่วมปลุกเสก โดยเฉพาะ "หลวงปู่นาค" ได้ปลุกเสกด้วยตนเองอีกรอบหนึ่ง ด้วยพุทธลักษณะที่งดงามและพุทธคุณเป็นเลิศ ทำให้พระสมเด็จวัดมฤคทายวันได้รับความนิยมอย่าง กว้างขวาง โดยเฉพาะ "พิมพ์สมเด็จปรกโพธิ์" ที่เข้าตากรรมการ จึงกลายเป็นที่แสวงหาและมีสนนราคาสูงสุด

พระสมเด็จวัด มฤคทายวัน พิมพ์ปรกโพธิ์ มีพุทธลักษณะแม่พิมพ์ด้านหน้า องค์พระประธานประทับนั่ง แสดงปางสมาธิอยู่เหนืออาสนะ ด้านหลังเป็นโพธิบัลลังก์ ภายในซุ้มเรือนแก้ว ส่วนแม่พิมพ์ด้านหลัง เป็น "ยันต์ตรีนิสิงเห"

นับเป็นพระพิมพ์ที่มีความงดงามและเป็นมิ่งมงคลของจังหวัดจริงๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-02-11 07:38:34


ความเห็นที่ 66 (2986970)


ชมรมพระเครื่อง


แทน ท่าพระจันทร์


สวัสดี ครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน พระพุทธชินราช เป็นพระพุทธรูปหล่อในสมัยกรุงสุโขทัย ประดิษฐาน อยู่ที่พระวิหารวัดใหญ่หรือวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก นักโบราณคดีกำหนดตามพุทธศิลปะว่าเป็นพระพุทธรูป สมัยสุโขทัยยุคกลาง หมวดพิษณุโลก โดยนิ้วพระหัตถ์เสมอกันทั้ง 4 นิ้ว ซึ่งสร้างตามมหาบุรุษลักษณะ

พระพุทธรูปองค์นี้ได้รับคำ ยกย่อง ว่า เป็นพระพุทธรูปที่งดงามที่สุดไม่แต่พุทธศาสนิกชนเท่านั้นที่ได้ยลแล้วเกิด ความปีติยินดี แม้แต่คนต่างชาติต่างศาสนาเมื่อได้มาเห็นหลวงพ่อพุทธ ชินราชก็จะมีจิตใจชื่นชม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ตรัสสรรเสริญความงามในพระพุทธชินราชไว้ว่า

"เป็นพระพุทธรูป ปฏิมากรดีล้ำเลิศ ประกอบด้วยพุทธลักษณะอันประเสริฐ มีสิริอันเทพยดาอภิบาลรักษาย่อมเป็นที่สักการบูชานับถือมาแต่โบราณ แม้พระเจ้ากรุงศรีอยุธยาเก่าที่ได้รับพระเดชานุภาพมโหฬารปรากฏมาในแผ่นดิน ก็นับถือทรงกระทำสักการบูชาหลายพระองค์"

พระพุทธชินราชนั้น ตามตำนานกล่าวว่า พระมหาธรรมราชาลิไท ทรงเป็นผู้สร้างในรัชสมัยของพระองค์ ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาเป็นอเนกปริยายจนถึงเสด็จออกทรงผนวชเป็นพระภิกษุ ภาวะอยู่คราวหนึ่ง ได้ทรงแต่งหนังสือเรื่องไตรภูมิพระร่วง โดยทรงสอบสวนพระไตรปิฎกตามพงศาวดารเหนือ และทรงสร้างเมืองพิษณุโลก และโปรดให้ประชุมช่างปั้นพระพุทธรูปขึ้นในราวปีพ.ศ.1900 โดยพระองค์ทรงแตกฉานในพระไตรปิฎก จึงทรงให้ช่างปั้น พระพุทธชินราชให้ถูกต้องตามมหาบุรุษลักษณะ โดยทำนิ้ว พระหัตถ์ทั้ง 4 นิ้วให้เรียบเสมอกัน ซึ่งผิดกับพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยยุคต้นๆ

ใน ตำนานได้กล่าวถึงการหล่อพระ พุทธชินราชว่า การหล่อทีแรกทองไม่เดินตามปกติ หาสำเร็จไม่ ต้องปั้นหุ่นใหม่อีกครั้งหนึ่ง เทวดาต้องแปลงร่างเป็นตาปะขาวมาช่วยจึงหล่อสำเร็จสมบูรณ์แล้วจึงหล่อพระพุทธ รูปในลักษณะเดียวกับพระพุทธชินราชอีกสององค์คือ พระพุทธชินสีห์ และ พระศรีศาสดา

พระพุทธชินราชในพระเครื่องก็มีอยู่หลายกรุ และหลายแบบอย่างด้วยกัน และมีสร้างสืบต่อๆ กันมาทั้งยุคเก่าและยุคใหม่ต่อๆ มา พระพุทธชินราชก็เป็นพระเครื่องยุคเก่าและได้รับความนิยมสูงสุดได้แก่ พระพุทธชินราชที่ขุดพบที่วัดหลวงพ่อพระพุทธชินราช มีทั้งแบบเนื้อชินเงิน เนื้อดินเผา และเนื้อสัมฤทธิ์ แบบพิมพ์มีพิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็ก ซึ่งในแต่ละพิมพ์สามารถแบ่งเป็นพิมพ์ฐานสูงและฐานเตี้ยอีกด้วย ในส่วนของพิมพ์ฐานสูง และฐานเตี้ยนั้นก็ไม่มีอะไรมากนัก คือ พิมพ์ฐานสูงที่ใต้ฐานจะมีเนื้อเกินในการตัดกรอบยื่นยาวลงมามากกว่าพิมพ์ฐาน เตี้ย ส่วนรายละเอียดพิมพ์ในส่วนอื่นๆ นั้นเหมือน กันครับ

พุทธคุณ นั้น เท่าที่ปรากฏเด่นทางด้านปกป้องคุ้มครองป้องกันภัย อุดมด้วยโภคทรัพย์ความเจริญก้าวหน้าครบถ้วนทุกประการครับ ในวันนี้ผมก็ได้ นำรูปพระพุทธชินราช พิมพ์ใหญ่ กรุ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดใหญ่) พิษณุโลก เนื้อชินเงิน มาให้ชมกันเช่นเคยครับ

ด้วยความจริงใจ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-11-19 08:09:55


ความเห็นที่ 65 (2986857)
ศาสนา-พระเครื่อง : ข่าวทั่วไป
วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2556

 

พระกริ่งชินบัญชรหลวงปู่ทิมวัดละหารไร่

พระกริ่งชินบัญชรหลวงปู่ทิมวัดละหารไร่ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง พระองค์ครู เรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู

              "พระกริ่งชินบัญชร" ของ "หลวงปู่ทิม อิสสริโก" วัดละหารไร่ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เป็นพระเครื่องที่มีการเช่าหากันในราคาที่สูงมากอยู่ในขณะนี้ ประกอบพิธีเททองหล่อที่ลานวัดละหารไร่ ตรงกับบริเวณที่ตั้งของศาลาภาวนาภิรัตในปัจจุบัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๑๗ หลวงปู่ทิมเป็นผู้จุดเทียนชัยด้วยตัวหลวงปู่เอง เมื่อเวลา ๐๖.๔๕ น.

              การสร้างพระกริ่งชินบัญชรในครั้งนั้น อาจารย์ชินพร สุขสถิตย์ ศิษย์ของหลวงปู่ทิมได้รวบรวมแผ่นยันต์ แผ่นจาร โลหธาตุที่เป็นมงคลต่างๆ เช่น ยอดนพศูล สายล่อฟ้า หลังโบสถ์ หลังคาวิหาร หลังคาเจดีย์ เครื่องใช้ทองโบราณ นากโบราณ เงินโบราณ สำริดโบราณ มีชนวนมวลสารสำคัญ เช่น จ้าวน้ำเงิน จ้าวน้ำทอง เหล็กละลาย เหล็กไหล ชนวนโลหะ ทุกรุ่นของวัดสุทัศน์ และโลหธาตุที่เป็นมงคลต่างๆ อีกมากมายหลายชนิด ได้นำมาเททองหล่อหลอม สร้างพระกริ่งชินบัญชรพร้อมด้วยพระชัยวัฒน์ สร้างตามตำราเดิมของสมเด็จพระพนรัต วัดป่าแก้ว ประกอบด้วย

              ๑.พระกริ่งชินบัญชร เนื้อทองคำ สร้างจำนวน ๑๓ องค์ ทุกองค์จะตอกเลขไทยตั้งแต่ ๑-๑๓ ไว้ที่ใต้ฐานมีโค้ดตราศาลาอยู่และปิดก้นด้วยแผ่นทองคำ ด้านหลังตอกโค้ดตัวนะเล็กๆ ไว้ทุกองค์

              ๒.พระกริ่งชินบัญชรก้นเงิน คือมีแผ่นเงินไว้ที่ฐานตอกโค้ดศาลาและตอกโค้ดตัวนะที่ด้านหลัง โดยพระกริ่งก้นเงินแบ่งออกเป็น ๔ ชนิด คือ ชุดก้นเงินแจกกรรมการ สร้างจำนวน ๑๙๕ องค์ ด้านหลังตอกโค้ดตัวนะใต้ฐานมีแผ่นเงินตอกโค้ดศาลาชุดนี้ไม่ได้ตอกหมายเลข กำกับ พระกริ่งชินบัญชรก้นเงินอีกจำนวน ๑๙๕ องค์ เหมือนชุดแรกทุกอย่าง แค่ตอกหมายเลข ๑-๑๙๕ ไว้ที่ด้านหลัง ซึ่งพระชุดนี้ถวายวัดเจ้าเจ็ดในนามพระอาจารย์ ทองเจือ เพื่อช่วยหาปัจจัย เสร้างวัดเจ้าเจ็ด อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา

              ๓.พระกริ่งชินบัญชรก้นเงิน เนื้อพิเศษ จำนวน ๑๖ องค์ พระชุดนี้ก้นหุ้มเงิน บุ๋มเป็นท้องกระทะ ผู้ที่ร่วมทำด้วยเห็นหุ้มก้นแบบนี้สวยดี จึงเอาพระกริ่งตีก้นเงินหุ้มไว้ใช้เองอีกประมาณ ๒๐ องค์ รวมพระนี้ก้นเงินและก้นหุ้มเงินมีจำนวนทั้งสิ้น ๔๐๖ องค์

              และ๔.พระกริ่งชินบัญชรก้นทองแดง จะปิดแผ่นทองแดงไว้ใต้ฐานและตอกหมายเลข ๒-๒๕๙๕ มีจำนวนทั้งสิ้น ๒,๕๙๕องค์ เลข ๙๕ ด้านท้ายมาจากอายุหลวงปู่ทิม พระก้นทอง แดงทุกองค์ตอกโค้ดตัวนะไว้ด้านหลัง

              ด้วยพุทธคุณและประสบการณ์ปัจจุบันพระกริ่งชินบัญชรเป็นพระที่มีสนนราคาเล่น หาสูงมาก ว่ากันว่าต้องใช้เงินหลักล้านแลกมาถึงจะได้เป็นเจ้าของ นักสะสมพระเครื่องมือใหม่จึงต้องศึกษาดูให้ดีก่อน หรือปรึกษาบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญพระเครื่องหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ก่อนที่จะตัดสินใจจ่ายเงิน เพราะเงินแท้ต้องคู่ควรกับพระแท้เท่านั้น

              สำหรับภาพพระองค์ครูฉบับนี้เป็น พระกริ่งชินบัญชร ก้นเงิน หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่  ของ "นายประเสริฐ จินดาบุญจรัส" หรือเจ้าของฉายา "หยู ท่าดินแดง" ผู้บุกเบิกศูนย์พระแท้ที่ประเทศสิงคโปร์

              นโยบายการให้เช่าพระเครื่องอย่างหนึ่งที่ทำมาตลอดที่อยู่ในวงการพระเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นที่เมืองไทยหรือสิงคโปร์ คือ "พระที่ออกจากร้านทุกองค์นอกจากรับประกันพระแท้แล้วยังรับประกันคืนเงินได้ ทุกเวลา ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีใครมาคืนเลยสักองค์"

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-11-18 06:39:20


ความเห็นที่ 64 (2985881)

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19

พระกริ่งชินบัญชร พระชันษา 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช พุทธาภิเษกเททอง

วัดบวรนิเวศ เวอร์ชั่นใหม่แบบพิมพ์สมาธิ เอกลักษณ์โดดเด่นโดนใจนักสะสมพระกริ่ง ใครจองไว้รับพระได้แล้ว


@@@ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สิ้นพระชนม์แล้ว เมื่อ 19.30 น. วันที่ 24 ตุลาคม 2556 ด้วยสาเหตุติดเชื้อในกระแสพระโลหิต บำเพ็ญกุศลพระศพที่ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร รัฐบาลกำหนดไว้ทุกข์ 30 วัน

หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค เกจิเมืองกรุงเก่า ผู้สร้างพระเครื่องเนื้อดินทรงสัตว์ ปี 2460 โด่งดังเขย่าวงการขณะนี้ องค์แรก เม่นใหญ่บัวสองชั้น 8 จุด นิยมสุด องค์ที่ 2 เม่นบัวสองชั้น 7 จุด สุดแชมป์ องค์ที่ 3 พิมพ์เม่นหัวกลับฐานเขียง ของนาย โลตัส ปิ่นเกล้า

@@@ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระนามเดิม เจริญ นามสกุล คชวัตร บรรพชาเป็นสามเณรปี 2469 อุปสมบทเป็นพระภิกษุปี 2476 สอบได้เปรียญ 9 ในปี 2484 ได้เป็นเจ้าคุณชั้นสามัญที่พระโสภณคณาภรณ์ ในปี 2490 และ ได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในปี 2532 รวมพระชนมายุได้ 100 พระชันษา

พระสิบสองประทับนั่งขัดสมาธิเพชรผนังซุ้มเรือนแก้ว กรุวัดท่ากาน สันป่าตอง เชียงใหม่

มีกระบังหน้าห้ายอด แบบศิลปะพุกาม ของสมพล เสตสุวรรณ

พระยอดขุนพลเสมาตัด กำแพงเพชร เนื้อชินเงิน ถือเป็นสุดยอดของความมีอำนาจ

การออกรบทหารโบราณ กรุวัดบรมธาตุ ของสมศักดิ์ มณีจันทร์

@@@ วันนี้มีงานประกวดพระเครื่องพระบูชาและเหรียญคณาจารย์ ที่ศูนย์กีฬาภาคตะวันออก เมืองพัทยา นำโดย ชัยชนะ ดีวิ และครูดุก พัทยา จัดเอง 2,095 รางวัล แต่ละรายการเป็นหนังสืออมตะพระเครื่องเมืองพัทยา 2556

พระขุนแผนพรายกุมาร พิมพ์ใหญ่ เนื้อกระยาสารท หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จ.ระยอง

เบิด หนองชาก คนเมืองชลปล่อยแล้วเกือบล้าน 9.5 แสน

@@@ งานประกวดพระอาทิตย์หน้า 3 พฤศจิกายน 2556 เป็น งานใหญ่ของ จ.นครสวรรค์ สมาคมพระเครื่องเมืองนครสวรรค์ จัดที่สนามกีฬาจังหวัดนครสวรรค์ มีคุณเกื้อกูล กลีบจำปา หรือป้อม นครสวรรค์ นายกสมาคมพระเครื่องเมืองนครสวรรค์ เป็นประธาน จัด 2,129 รายการ รายได้จัดสร้างที่พักสายตรวจ สภ.บางม่วง และให้บ้านพักคนชรานิคมเขาบ่อแก้ว รางวัลแต่ละรายการแจกหนังสือสุดยอดเครื่องรางของขลังเมืองปากน้ำโพ ทีมงานนิตยสารพระท่าพระจันทร์ทำรวมประวัติความเป็นมาการสร้างเครื่องรางของ ขลัง อาจารย์เฮง หลวงพ่อเดิม หลวงพ่อกัน ใช้เป็นคู่มืออ้างอิงศึกษาหาความรู้เองได้

เหรียญหล่ออรุณเทพบุตร หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม เป็นเหรียญเนื้อทองผสม

จัดว่าหายากเหรียญหนึ่ง บอย ท่าพระจันทร์ เช่าได้สวยแชมป์

@@@ ข่าวดังฟังผู้ใหญ่ในวงการพูดกันมันเป็นไปไม่ได้ ปล่อยพระอ้างเก๊คืนเงินไม่ได้ 2 องค์ รวม 3.5 ล้าน เงินแค่นี้ถึงกับจ้างวานฆ่ากันมันไม่คุ้ม ทั้งอาจารย์เล็ก รูปหล่อ, อาจารย์ประจำ อู่อรุณ และอาจารย์ตี๋เหล้า ท่าพระจันทร์ ไม่มีใครเชื่อเรื่องนี้สักคน จนกระทั่ง “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เชิญอ๊อดขาว เซียนพระนครปฐม เพื่อนซี้เอ็กซ์ จักรกฤษณ์ มือปืนทีมชาติ ผู้ตาย ซึ่งคอยช่วยเหลือเอ็กซ์มาตลอด ล่าสุดก็อยู่ด้วยกันที่นครปฐม ไปสอบ ที่กรุงเทพฯ พร้อมเชิญเซียนพระมีระดับที่วงการเรียกขานว่ากูรู ทั้งสนามพระท่าพระจันทร์ พันธุ์ทิพย์งาม วงศ์วาน ประมาณ 10 คน แห่ไปตรวจเช็คพระองค์เจ้าปัญหาที่ว่าไม่แท้ ผลออกมาแท้ครับ ทำให้ตำรวจเบนเข็มตัดประเด็นปล่อยเช่าพระเครื่องของเอ็กซ์ออกไปแล้ว

เหรียญหลวงปู่ชื่น วัดในปราบ สุราษฎร์ธานี รุ่นพรหมวิหาร หมอจุฬาฯ

สร้างตั้งกองทุนรักษาพระป่วย บูชาที่เอสเค ปิ่นเกล้า โทร.08-3442-2207

@@@ วงการพระเครื่องเขาอยู่กันอย่างพี่อย่างน้อง โกงกันก็อย่างพี่อย่างน้องคราวละหลายสิบล้านหรือเกินร้อยล้านก็ยังเคยมีมา แล้ว ไม่เห็นมีการปลิดชีวิตคนโกงในวงการพระเครื่องเลยสักคน ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น มีมาตลอดเรื่องปล่อยเช่าพระ เรื่องชักดาบจ่ายเช็คเด้งแล้วเผ่นหนีมีต่อเนื่อง ก็ยังเห็นบางคนที่โกงคนวงการเดินดีมีความสุขอยู่ในสนามพระ ใหญ่ๆ ได้สบายๆ

พระขุนแผนเคลือบพิมพ์แขนอ่อน กรุวัดอัมพวัน บางใหญ่ นนทบุรี มีน้อยกว่าพิมพ์ใหญ่

ยังนิยมเช่าบูชาในราคาไม่สูงนัก ของไพฑูรย์ โมกขมรรคกุล

@@@ เสียวสะดือมือถือไมล์ประกาศเอง อยากตั้งสมาคมพระเครื่องให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ข่าวว่าประกาศกันกลางงานประกวดพระเครื่องเมื่อ 20 ตุลาคมที่ผ่านมานี่เอง เปี๊ยก ปากน้ำ นักจัดรายการวิทยุและทีวี คุยโขมงเรื่องพระเครื่องเขาไม่น้อยหน้าใครไปได้ ด้วยความรู้ความสามารถเฉพาะตัวจริงๆ จัดว่าคร่ำหวอดในวงการนี้มาไม่น้อยกว่า 40 ปี มีแฟนคลับเยอะที่นอนดึกฟังกันตรึม กระแทกออกอากาศชนิดไม่เกรงใจใครเหมือนกัน

พระรัตนโกสินทร์ยุคต้น จีวรเรียบ สูง 24 นิ้ว อายุ 200 กว่าปี ลงรักปิดทองโบราณ

สมบูรณ์สุดๆ อยู่ในตู้โชว์ร้านโก๋ ริเวอร์ บางบัวทอง

@@@ เสี่ยเปี๊ยก ปากน้ำ จัดงานประกวดพระคราวนี้ อาจารย์ประจำ อู่อรุณ ชมว่าแจ๋ว ประสบความสำเร็จ ได้คนรุ่นเก่าแก่แฟนคลับไปส่งพระกันหนาแน่น เงินไหลเข้างานกว่า 2.5 ล้าน ไม่ธรรมดา พี่ท่านให้กรรมการรับที่พระมีสิ่งห่อหุ้มส่งได้จะมีกรอบพลาสติกหรือเลี่ยม ทองมาก็รับไว้ แต่จะให้กรรมการตัดสินเป็นคนชี้ขาดดูได้ทุกแง่มุมหรือไม่ ถ้าดูได้ก็ผ่านฉลุยได้รางวัลเหมือนกัน แต่ถ้าดูยากก็ไม่ผ่านตกรอบไปโดยปริยาย ดูจะแหวกวงการงานอื่นๆ แถมได้เงินเป็นกอบเป็นกำ ทำเอาหลายคนทึ่งในความคิด

สิงห์งาแกะหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ เครื่องรางที่ได้รับความนิยมสูง เล่นหาราคาแพง ตัวนี้สามขวัญ ของหนึ่ง หนุกหนาน พันธุ์ทิพย์

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-11-06 00:04:36


ความเห็นที่ 63 (2985880)

วันนี้ รักษ์ ศรีเกตุ เซียนพระแฟนพันธุ์แท้ กรรมการรับตัดสินพระบูชาเหรียญยอดนิยม

พระกริ่งชินบัญชรพระชันษา 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช

เททองและพุทธาภิเษกวัดบวรนิเวศวิหารรับพระได้แล้ว ณ ที่สั่งจอง

@@@ วันนี้ รักษ์ ศรีเกตุ เซียนพระแฟนพันธุ์แท้ กรรมการรับตัดสินพระบูชาเหรียญยอดนิยม นำผ้ากฐินสามัคคีไปทอดถวายที่วัดจุฬามณี อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา รายได้ทั้งหมดจะทำเขื่อนกันน้ำท่วมหน้าวัด ซ้อตุ๊ก ศรีภริยา ให้การสนับสนุนเต็มที่ แม้จะมีงานซ้ำซ้อนกันกับงานประกวดพระเครื่องที่นครสวรรค์ ของผู้ใหญ่โต้งเพื่อนเลิฟ รักษ์ ศรีเกตุ บึ่งรถไปนครสวรรค์เมื่อคืน เสร็จงานเลี้ยงตีรถเข้า กทม. เช้านำองค์กฐินไปวัดจุฬามณีทันที ขอให้รวยยิ่งๆ รวยกว่าปีที่ผ่านมา เจอลวดหนามขวางเกือบโดนทุ่นระเบิดหลายหน ทำบุญแล้วแคล้วคลาดปลอดภัย ได้เงินได้ทองกองหน้าร้านแน่ปีนี้ อนุโมทนาด้วยคน

องค์แรก พระบูชาสมัยสุโขทัย หน้าตัก 28 นิ้ว องค์ดารา อายุกว่า 800 ปี สมบูรณ์ที่สุด ของเก๊า ช่างพิมพ์ ท่าพระจันทร์

องค์ 2 พระยอดฮิตสวยสุดแชมป์ทันยุค หลวงพ่อปาน พิมพ์หนุมานใหญ่ทรงเครื่อง ของนาย โลตัส

องค์ 3 เหรียญรัศมีพรหม อาจารย์ติ๋ว เสกเดี่ยว

@@@ อีกรายวันนี้ วุฒิ ทีโอที หรือวุฒดนัย ฐิตกสิกร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที มหาชน จัดพิธีพุทธาเทวาภิเษกเหรียญจตุรพักตร์มหาพรหม หรือเหรียญรัศมีพรหม อาจารย์ติ๋ว ที่วัดมณีชลขัณฑ์ จ.ลพบุรี เริ่มพิธี 14.00 น. เตรียมมอบให้ผู้ร่วมทอดกฐินพระราชทาน ทีโอที ทอดที่วัดมณีชลขัณฑ์ ในวันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2556 เหรียญนี้สร้างน้อย 3 เนื้อ ทองคำ เงิน และทองแดง ตามจำนวนที่อาจารย์ติ๋วกำหนดให้เท่านั้น คุณวุฒิ ทีโอที บอก ผมไม่ใช่นักสร้างพุทธพาณิชย์ ผมทำด้วยเจตนาดี พิธีดี และรูปแบบเหรียญต้องสวย แค่นี้ผมพอใจแล้ว และเชื่อว่าอนาคตไกล ก็ด้วยความตั้งใจทำดีของพวกเราชาวทีโอทีนี่แหละ

พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์สังฆาฏิ องค์นี้เป็นพระกรุเก่า เนื้อจัด ทัดเทียมวัดระฆัง ทั้งมวลสารและความหนา

เอก มณเทียร เจ้าของ

พระผงยอดนิยม ยังคงความเป็นหนึ่งในตลาดพระ ถ้าสวยอย่างนี้มีแต่คนถามหา หลวงปู่ภู พิมพ์แขนหักศอกงอ ของซิดนีย์ สาทร

พระขุนแผนเคลือบหลวงพ่ออั้น วัดพระญาติ อยุธยา พิมพ์อกใหญ่ หลวงพ่อเฉลิม จัดสร้างเกือบ 60 ปี ของสุรสิทธิ์ บันลือศักดิ์

พระกริ่งหลวงพ่อคูณ ญ.ส. เนื้อทองคำ ปี 19 หลวงพ่อคูณเททองหล่อกับสมเด็จพระญาณสังวร

หลวงพ่อคูณเสก จารก้นทั้ง 39 องค์ ของอู๊ด สุพรรณ

@@@ เหรียญรัศมีพรหม รุ่นนี้เป็นรุ่นแรกของอาจารย์ติ๋ว หลังตราวัด จัดพิธีพุทธาเทวาภิเษกไปแล้วเมื่อ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา บริเวณหน้าอาคารที่ทำการทีโอที สำนักงานใหญ่ แจ้งวัฒนะ หลวงพ่อดังๆ คุณวุฒิ ทีโอที นิมนต์มาหมด เช่น ครูบากฤษณะ, เจ้าคุณสนธิ์, หลวงปู่แขก, หลวงพ่อเฉลิม, หลวงพ่ออุดม, หลวงพ่อเอื้อน, หลวงพ่อฉาว และพระอาจารย์ติ๋ว ใครประสงค์มีเหรียญรัศมีพรหมอาจารย์ติ๋ว ที่ระลึกงานกฐินของวัดมณีชลขัณฑ์ปีนี้ เป็นเหรียญรุ่นแรก หลังตราวัด ทุกเหรียญมีโค้ดและหมายเลข วันนี้ปลุกเสกเสร็จทำลายแม่พิมพ์ทันที ร่วมบุญ โทร.08-9007-4700 คุณศรีพนม

เหรียญเจ้าคุณนรฯ พิมพ์สังฆาฏิใหญ่ เนื้อทองคำ นั่งเต็มองค์ สร้างแค่ 100 เหรียญ ประสบการณ์ดี

ราคาเป็นล้าน ของเสี่ยปุ๋ย วรจักรยนต์

เหรียญหลวงปู่แย้ม วัดตะเคียน บางกรวย ปลุกเสกพร้อมเสือปืนแตก นำมาแจกงานลอยกระทงอาบน้ำเพ็ญ 17 พ.ย.นี้

@@@ ข่าวลือกลายเป็นข่าวจริง สนามพระท่าพระจันทร์ถูกรื้อด้านริมน้ำทั้งหมด หลายสิบเจ้าของร้องโอ๊ก อาทิตย์ที่ผ่านมาเจ้าของผู้เช่าซึ่งได้สัมปทานจากรัฐมาอีกทอดหนึ่ง เรียกประชุมด่วน แจ้งให้เจ้าของร้านพระเครื่องเกือบ 30 ราย เสนอเงื่อนไขให้รู้ว่าปีหน้าต้องออกไป จะทำการรื้อโครงสร้างเก่าด้านริมน้ำสนามพระท่าพระจันทร์ ที่อยู่กันมาหลายสิบปีทั้งหมด เพื่อสร้างใหม่ สาเหตุมาจากโครงสร้างเดิมผุ ปูนหมดสภาพ เสาที่อยู่ในน้ำบางต้นเหลือแต่เหล็ก ด้านบนเพดานฝ้าผุพังตกลงมาหลายจุด จึงยื่นข้อเสนอให้แบบต้องไปอย่างเดียว 1.แจ้งว่า กทม.มาตรวจแล้วโครงสร้างไม่ปลอดภัย 2.ถ้าผู้อาศัย ไม่ยอมออกไป กทม.อาจจะประกาศเป็นอาคารอันตรายห้ามเข้าเด็ดขาด และ 3.ถ้ายินยอม พร้อมใจออกไปจะให้สิทธิ์ในการเข้ามาทำการค้า ขายพระเครื่องได้เหมือนเดิม แต่จะต้องมีค่าเช่าตามความเหมาะสม

พระกริ่งท่านเจ้ามา พิมพ์ล้มลุก วัดสามปลื้ม เถราจารย์ต้นกำเนิดการสร้างพระกริ่งวัดสุทัศน์

จัดว่าสุดยอดพระกริ่ง ของบอย ท่าพระจันทร์

@@@ พรุ่งนี้ 4 พฤศจิกายน 2556 เป็นวันครบรอบวันเกิดของผู้บริหารชมรมพระเครื่องโลตัส ปิ่นเกล้า ระวิ เลิศนานาวงศ์ อายุ 67 ปีเต็ม เจ้าตัวงดจัดงานรื่นเริง เนื่องด้วยอยู่ระหว่างประกาศไว้ทุกข์ เอาแค่เพื่อนฝูงคนเคารพนับถือไปให้กำลังใจในการทำงาน ระวิไม่แล้งน้ำใจ เตรียมพระชัยวัฒน์ พิมพ์หม่อมมิตรย้อนยุค หลวงพ่อไพบูลย์ ปลุกเสกแจกคราวอายุ 80 เมื่อหลายปีก่อน นำมาให้อาจารย์แดง วัดไร่ จารทุกองค์ ใครไปได้รับทุกคน

พระขุนแผนบ้านกร่าง พิมพ์ทรงพลเล็ก สุพรรณบุรี เป็นพระยอดฮิตนิยมมาแต่โบราณ

ของกังวานเพ็ชร พระประแดง ไอทีแกรนด์ บางแค

@@@ คนนี้ใส่หมวก 2 ใบ เป็นทั้งนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย และประธานชมรมพระเครื่องมรดกไทย คุณพยัพ คำพันธุ์ แจ้งข่าวดีมายังแผงพระจรที่ไปวางปล่อยตามตลาดนัดพระเครื่องให้รู้ว่า ชมรมพระเครื่องมรดกไทยจะเปิดตลาดนัดพระเครื่องวันพุธเพิ่มอีก 1 วัน ให้ค้าขายฟรี เพื่อคืนกำไรให้แผงค้าแผงจร มีการจับรางวัลมากมาย เป็นรางวัลดีๆ มีคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าหนังแท้ เครื่องใช้ไฟฟ้า หม้อหุงข้าว พัดลม จะเริ่มนัดแรกวันพุธที่ 13 พฤศจิกายน 2556

เหรียญหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิมพ์จอบเล็ก แข้งตรง องค์นี้สวย เล่นหาเกือบล้าน

ของวินวินพระเครื่อง ไอทีแกรนด์ บางแค

@@@ นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย คุณพยัพ คำพันธุ์ จะแถลงข่าวสื่อมวลชนเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ที่ตั้งใจทำเพื่อคนวงการพระ เครื่อง ใช้เวลานานเป็นปีกว่าจะรวบรวมเสร็จ จะเป็นหนังสืออะไรนั้นคงต้องรอฟังเจ้าของหนังสือที่ชื่อพยัพ แถลงข่าววันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2556 เวลา 13.30 น. ที่สมาคมฯ

เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่นมงคลมหาบารมี 85 วัดสิรินธรเทพรัตนารามจัดสร้าง หลัง สธ. พุทธาภิเษกวัดบวรฯ เกจิ 108 รูป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-11-06 00:01:16


ความเห็นที่ 62 (2982520)

วัดกัลยาณมิตร จัดประกวดพระเครื่อง

องค์แรก พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตูม 10 ล้าน เมื่อหลายปีก่อนอยู่กับต้อย เมืองนนท์ องค์ที่ 2 พระรอด พิมพ์เล็ก วัดมหาวัน เนื้อเขียวนิยม ต่าย พระบาท สู้ราคามา 2.5 ล้าน

องค์ที่ 3 พระหลวงพ่อปาน พิมพ์ไก่ฟ้า เป็นพระสมบูรณ์ องค์ครู หาดูยาก โจ ท่ามะกา บุกมาเกือบล้าน

@@@ วันนี้ 29 กันยายน 2556 วัดกัลยาณมิตร จัดประกวดพระเครื่อง มี พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ศิษย์เจ้าประคุณพระธรรมเจดีย์ เจ้าคณะภาค 13 เป็นประธานจัดงาน วัดนี้มีพระพุทธรูปสำคัญของประเทศไทย ประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร ชาวจีนนิยมเรียกขานว่า หลวงพ่อซำปอกง เป็นพระศักดิ์สิทธิ์ และมีเจ้าสัวโต เป็นผู้ถวายที่ดินให้สร้างวัด จึงเป็นที่มาของการจัดสร้าง เหรียญเจ้าสัวซำปอกง รุ่นเจ้าสัวโต รุ่นแรกที่หลวงปู่บัว วัดเกาะตะเคียน อธิษฐานจิตให้เป็นพิเศษเพื่อแจกงานนี้

พระวัดรังษี พิมพ์ใหญ่ พระธรรมกิตติ (แจ้ง) ผู้สร้าง จะกลายเป็นพระในตำนานที่หาแท้ได้ยากยิ่ง โบราณท่านว่าใครมีพระวัดรังษีชีวิตไม่วอดวาย ของเคี้ยง ยศเส

พระหลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน พิมพ์ซุ้มกอใหญ่นิยม องค์แชมป์ตลอดกาล ลงสนามไหนไล่บี้กวาดรางวัลเรียบ ของ ดร.ฉลวย ขันจำนง เช่าไป 1.5 ล้าน

@@@ นานๆ ทีจะได้เห็นลูกศิษย์ลูกหาวัดที่ไปเป็นใหญ่เป็นโตมาช่วยวัดอย่างจริงจัง ทำประโยชน์ให้วัดบ้าง อาจารย์ประจำ อู่อรุณ ผู้ชำนาญการพระชุดเบญจภาคี เอ่ยชมและยืนยันว่าจะไปช่วยทำงานตัดสินพระให้ด้วยตนเอง พร้อมฝากบอกมายังกรรมการทุกประเภทไปร่วมบุญถวายหลวงพ่อซำปอกง พระศักดิ์สิทธิ์ในคราวนี้กันซะโอกาสมาถึงแล้ว ดีกว่าเดือดร้อนจึงวิ่งไปขอพรให้ท่านช่วยเชื่อเถอะ

รูปหล่อพระยาพิชัยดาบหัก ทหารเอกสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รุ่นแรก ปี 20 สูง 11 นิ้ว เนื้อโลหะ ค่ายทหาร จ.อุตรดิตถ์ สร้าง ตีโค้ดรูปหมวกที่ฐาน

@@@ ออกจากโรงพยาบาลคราวนี้ เซียนใหญ่ รักษ์ ศรีเกตุ นั่งหน้าร้านชั้น 3 พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน บอกผมสู้ทุกราคาเพราะกลัวจะไม่ได้อยู่ใช้เงิน ไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงอันใด แค่ตื่นนอนตอนเช้าบ้านหมุนติ้วหัวทิ่มหัวตำ ซ้อตุ๊กรีบส่งโรงพยาบาลมิชชั่นทันที ดีจังที่ยังไม่เสียหายมาก แค่ 2 วันแสนเดียว ไม่สงสัยทำไมต้องรีบเมคมันนี่สู้ทุกราคา ข่าวว่าเช่าเหรียญอาจารย์ฝั้นไม่สวย ด้วยราคาเด็กแต่เขกโป๊กแรงจัด ฟัดไปล้านนิดๆ ผีซ้ำด้ามพลอย ถอยรถเบนซ์ออกจากบ้านยังพาลพะโลชนรถซ้อตุ๊ก ศรีภริยา ที่จอดนิ่งไปอีกแผลใหญ่ เห็นทีจะต้องขอซ้อตุ๊กไปฟาดเคราะห์ให้ทานเด็กๆ อีก 2-3 หนจึงจะหายขาดครับ

พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล วัดเขากง รุ่นแรก ปี 2511 อาจารย์นำ วัดดอนศาลาจัดสร้าง เกจิสายใต้ปลุกเสก องค์นี้ เอี้ยง ปู่ยีนส์ ยังขอเช่า ของคิง พรหมมณี

@@@ ระดับเจ้าอาวาสคงไม่ต้องเตือน แค่บอกผ่านตามคำขอของชาวพุทธที่สุดทน เห็นบางวัดพัฒนาด้านวัตถุการก่อสร้างมากกว่าพัฒนาด้านจิตใจไว้ใหญ่โตหน้าวัด แทนที่จะให้ชาวพุทธรู้จักแก่นแท้ของพระศาสนา ทำดีได้ดี กรรมเวรล้างไม่ได้ ยังเพิ่มความงมงายที่ไม่ใช่หลักพระศาสนา เช่นให้ไปแก้กรรม การอวดอิทธิปาฏิหาริย์เพื่อหวังอามิส และ ที่สำคัญสุดๆ การสร้างถาวรวัตถุในวัด เจ้าอาวาสควรสังวรว่าท่านเป็นสาวกพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า มิใช่ไปสร้างรูปเคารพต่างศาสนามาแข่งบุญกับพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าที่อยู่ ในโบสถ์

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เจดีย์ รุ่น 122 ปี และพิมพ์เกศบัวตูม จะมอบให้ผู้บริจาคเงินซื้อเครื่องมือแพทย์ให้โรงพยาบาลเวียงหนองล่อง ตามข่าวหน้านี้

@@@ คุณพยัพ คำพันธุ์ ดีใจที่ได้รู้ข่าวประธานบริหารภาคใต้รวมกัน 3 เขต เขต 1 โกชุ้น กันตัง เขต 2 แมว ทุ่งสง และเขต 3 แต๊ก สงขลา รวมทั้งผู้ประสานงานเขตภาคใต้ 14 จังหวัด แหลม สงขลา จะร่วมกัน จัดงานประกวดพระเครื่องพระบูชา เหรียญคณาจารย์ ในวันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เพื่อนำรายได้ไปสร้างศาลาพักศพหลวงปู่ทวด ที่มาเลเซีย มอบให้กองทุนพิทักษ์แผ่นดิน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และดูแลกิจกรรมของทั้ง 3 เขตภาคใต้ เป็นครั้งแรกที่เกิดความร่วมมือ ร่วมกันจัดงานประกวดพระเครื่อง เป็นงานเดียวใน 3 เขตภาคใต้ 14 จังหวัด

พระสมเด็จตะกรุดทองคำ หลวงพ่อเฉลิม วัดพระญาติ ปี 42 เกจิดังอยุธยา แจกงานฉลองอายุ 90 ปี 30 ก.ย.56 ที่วัดพระญาติ อยุธยา

@@@ ขอแสดงความยินดีกับรองนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย อาจารย์ต้อย เมืองนนท์ และ พล.ร.ต.ปรีชาญ จามเจริญ เลขานุการสมาคมฯ ทั้ง 2 ได้รับเกียรติจากกองทัพเรือ มอบเครื่องหมายสหัทยานาวีเชิดชูเกียรติสูงสุดของกองทัพเรือ ให้แก่ผู้ที่สนับสนุนทำคุณประโยชน์แก่สาธารณชนและประเทศชาติร่วมกับกองทัพ เรือ โดยมี พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนศัย ว่าที่ผู้บัญชาการทหารเรือคนใหม่ เป็นผู้มอบที่หอประชุมกองทัพเรือเมื่อ 25 กันยายน 2556

องค์แรก พระวัดสุทัศน์ สมัยรัชกาลที่ 5 นั่งอุ้มบาตร ฐานบัวมีไก่ ขนาด 12 นิ้ว

องค์ที่ 2 พระพุทธรูปเชียงแสนสมาธิ หน้าตัก 7 นิ้ว 2 องค์นี้เป็นพระบูชาในบ้านที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี โก๋ ริเวอร์ เจ้าของ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-10-01 21:16:19


ความเห็นที่ 61 (2977320)


พระวัดพลับ บางกอกน้อย


พันธุ์แท้พระเครื่อง
ราม วัชรประดิษฐ์


วัด พลับ หรือชื่อเป็นทางการว่า "วัดราชสิทธาราม" เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ (ฝั่งธนบุรี) นับเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในแวดวงนักนิยมสะสมพระเครื่องและพระบูชา เนื่องจากเป็นแหล่งกำเนิดพระเนื้อผงที่เรียกได้ว่าเป็นยอดนิยม เรียกขานกันในนาม "พระวัดพลับ"

มีเรื่องราวเล่าขานต่อๆ กันมา ถึงต้นสายปลายเหตุของการค้นพบว่า ...

กาล ครั้งหนึ่ง ได้มีกระรอกเผือกตัวหนึ่งมาวิ่งเล่นอยู่ที่บริเวณลานวัดพลับ ด้วยความสวยงามของมัน เป็นที่สะดุดตาของพระสงฆ์ สามเณร และชาวบ้านในบริเวณนั้นอย่างมาก จึงช่วยกันไล่จับ เจ้ากระรอกเผือกก็ได้หนีเข้าไปในโพรงพระเจดีย์ ชาวบ้านก็ช่วยกันกระทุ้งโพรงเพื่อให้กระรอกเผือกออกมา แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ได้ปรากฏพระพิมพ์จำนวนมากไหลออกมาจากโพรงพระเจดีย์ ถึงขนาดต้องเอากระบุงหลายใบมา รองใส่และเก็บรักษาไว้ ซึ่งนับได้ว่าเป็นการแตกกรุครั้งแรกและครั้งยิ่งใหญ่

ต้อง ขอบคุณเจ้ากระรอกเผือกตัวน้อย ที่นำพาไปพบกับสุดยอดวัตถุมงคล 'พระวัดพลับ' และนี่ก็คงเป็นที่มาของชื่อกรุพระเจดีย์ว่า 'กรุกระรอกเผือก' นั่นเอง

ต่อ มาท่านเจ้าอาวาสวัดพลับจึงเปิดกรุพระเจดีย์อย่างเป็นทางการ ปรากฏว่ามีโพรงใหญ่อยู่กลางพระเจดีย์ และพบ "พระวัดพลับ" อีกเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบ "พระสมเด็จอรหัง" อีกจำนวนหนึ่งด้วย มีทั้งพิมพ์สามชั้นและพิมพ์ฐานคู่ สำหรับพระสมเด็จอรหังนั้น สมเด็จพระสังฆราชสุก (ไก่เถื่อน) เป็นผู้สร้าง

ก่อนที่ท่าน เจ้าประคุณสมเด็จจะไปครองวัดมหาธาตุเคยเป็นเจ้าอาวาสวัดพลับมาก่อน ประกอบกับพระวัดพลับเป็นพระเนื้อผงสีขาว และมีส่วนผสมคล้ายคลึงกับพระสมเด็จอรหังมาก จึงสันนิษฐานได้ว่า "พระวัดพลับ" ก็น่าจะสร้างโดยท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราชสุก (ไก่เถื่อน) เจ้าตำรับพระผงเช่นกัน

เนื้อหามวลสารของพระวัด พลับและพระสมเด็จวัดระฆังฯ จะดูคล้ายคลึงกันมาก คือ เนื้อขององค์พระเป็นสีขาว มีความหนึกนุ่ม และมีรอยแตกร้าวแบบไข่นกปรอท จะมีความแตกต่างกันตรงที่พระวัดพลับบางองค์จะมีรอยรานของเนื้อพระอันเกิดจาก ความร้อน ซึ่งพระสมเด็จวัดระฆังฯจะไม่ปรากฏรอยรานเลย แต่ก็ไม่ถือเป็นเอกลักษณ์สำหรับพระวัดพลับทุกองค์

การ พิจารณาผิวของ "พระวัดพลับ" ที่บรรจุอยู่ในกรุเจดีย์กระรอกเผือกเป็นเวลานานนับร้อยกว่าปีนั้น ให้ดูที่สีผิวขององค์พระจะค่อนข้างขาว ปรากฏเป็นคราบน้ำ ตกผลึกเป็นสีขาวและสีเหลืองอ่อนเจือปนที่เรียกกันว่า 'ฟองเต้าหู้' สันนิษฐานว่า เกิดจากคราบน้ำในกรุหรือคราบน้ำฝนที่รั่วไหลเข้าไปในกรุ ทำปฏิกิริยากับเนื้อพระที่มีส่วนผสมของปูนขาว เมื่อกาลเวลาผ่านไปจึงเกิดเป็นหินปูน พระบางองค์ดูเหมือนมีเนื้องอกขึ้นจากพื้นผิวขององค์พระเป็นเม็ดๆ อันเกิดจากสภาพของกรุพระเจดีย์ ซึ่งตอนกลางวันได้รับความร้อน พระในกรุก็จะอมความร้อนไว้ เมื่อกระทบกับน้ำที่ซึมเข้ามาในกรุผสมกับปูนขาว จึงกลายเป็นปูนเดือดบนองค์พระและตกตะกอนเป็นเม็ดๆ คล้ายเนื้องอก แต่จะเป็นที่พื้นผิวเท่านั้นไม่ได้เกิดจากเนื้อขององค์พระ เมื่อขูดเอาเนื้องอกส่วนนั้นออก ผิวขององค์พระก็จะเรียบเหมือนเดิมทุกประการ

พระ วัดพลับที่พบมีมากมายหลายพิมพ์ และได้รับการขนานนามกันไปต่างๆ ตามพุทธลักษณะขององค์พระ อาทิ พิมพ์วันทาเสมา หรือพิมพ์ยืนถือดอกบัว, พิมพ์ตุ๊กตาใหญ่, พิมพ์ตุ๊กตาใหญ่ชะลูด, พิมพ์ตุ๊กตาเล็ก, พิมพ์พุงป่องใหญ่ พิมพ์ 1, พิมพ์พุงป่องใหญ่ พิมพ์ 2, พิมพ์พุงป่องเล็ก เข่าชั้นเดียว, พิมพ์พุงป่องเล็ก เข่าสองชั้น, พิมพ์สมาธิใหญ่, พิมพ์สมาธิใหญ่ แขนโต, พิมพ์สมาธิเข่ากว้าง, พิมพ์พระภควัมบดีใหญ่, พิมพ์พระภควัมบดีเล็ก ฯลฯ

นอก จากจะพบที่ 'กรุกระรอกเผือก วัดพลับ' แล้ว ได้มีการค้นพบบรรจุอยู่ใน 'กรุพระเจดีย์ วัดโค่ง จังหวัดอุทัยธานี' สันนิษฐานว่า ได้มีการนำไปบรรจุไว้แต่มีจำนวนไม่มากนัก และเนื่องด้วยสภาพกรุพระเจดีย์ทั้งสองแตกต่างกัน ส่งผลให้สภาพพื้นผิวขององค์พระทั้งสองวัดมีความแตกต่างกัน คือ "พระวัดพลับ กรุกระรอกเผือก วัดพลับ" องค์พระจะเป็นสีขาว และมักจะมีฟองเต้าหู้หรือเนื้องอก

ส่วน "พระวัดพลับ กรุวัดโค่ง" ผิวขององค์พระจะมีขี้กรุสีน้ำตาลแก่ และขี้กรุจะแข็งมากเหมือนกับขี้กรุของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม

ถึง แม้การสร้างองค์พระของ 'พระวัดพลับ' จะดูแบบง่ายๆ ไม่มีรายละเอียดมากนัก แต่ก็เป็นที่น่าอัศจรรย์ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจได้มากมาย เมื่อมองแล้วจะเกิดความรู้สึกลึกซึ้งนุ่มนวล ซึ่งอาจจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งนอกเหนือจากความเก่าและพุทธคุณอันเลิศล้ำ ที่ทำให้พระวัดพลับได้รับความนิยมอย่างสูง

ปัจจุบันแทบจะหาดูหาเช่ายากเอามากๆ ทีเดียว

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-08-20 05:38:46


ความเห็นที่ 60 (2965671)

 

เหรียญหลวงพ่อเกษมกองพันลำปางงามและเหมือนที่สุด

เหรียญหลวงพ่อเกษมกองพันลำปาง ปี ๒๕๑๗ สุดยอดเหรียญที่แกะบล๊อกได้สวยงามและเหมือนหลวงพ่อที่สุด : พระองค์ครู เรื่องและภาพ โดยไตรเทพ ไกรงู


                ระหว่างวันที่ ๑๕-๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๖ ที่โรงยิมเนเซียมแฝด สนามกีฬากลาง ผู้จัดงานได้จัดทำหนังสือ "รวมสุดยอดพระเครื่องเมืองลำปาง ฉบับสมบูรณ์" ซึ่งเป็หนังสือรมพระเครื่องจังหวัดลำปางทุกพระเภท ทั้งพระกรุ และพระเกจิ ความหนาประมาณ ๓๐๐ หน้า พิมพ์ ๔ สี ด้วยกระดาษอย่างดี เพื่อเป็นรางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศการประกวดพระแต่ละรายการ ใครอยากไม่มีขาย ต้องส่งพระเข้าประกวดเท่านั้น

                สุสานไตรลักษณ์ ตั้งอยู่ชานเมืองลำปาง ประมาณ 4 กิโลเมตร ตามถนนสายลำปาง-แจ้ห่ม ภายในบริเวณ มีรูปปั้นขนาดใหญ่ของหลวงพ่อเกษม เขมโก พระเกจิอาจารย์อันเป็นที่เคารพนับถือของบรรดาพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ ยืนเด่นอยู่ด้านหน้า หลังูรูปปั้นมีมณฑปลักษณะเป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ มีรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อเกษม และห้องด้านซ้ายเป็นที่ตั้งโลงแก้วกระจกใสบรรจุศพ ถึงแม้ว่าหลวงพ่อเกษม เขมโก จะมรณภาพไปนานแล้ว แต่ก็ยังมีพุทธศาสนิกชนผู้เลื่อมใสศรัทธายังคงเดินทางไปนมัสการอยู่เสมอมิ ได้ขาด

                หลวงพ่อเกษม เขมโก เป็นพระสายวิปัสสนากรรมฐาน ไม่ยึดติดแม้แต่สถานที่ ท่านได้ปฏิบัติธรรม ณ สุสานไตรลักษณ์ตลอดชนชีพ เป็นพระที่เป็นที่เคารพสักการะของคนใน จ.ลำปางและทั่วประเทศ ท่านปฏิบัติศีลบริสุทธิ์ตามพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยไม่ ติดยึดในกิเลสทั้งปวง หลวงพ่อเกษม เขมโก ได้ถึงแก่พิราลัย ณ ห้องไอซียู โรงพยาบาลลำปาง เมื่อเวลา 19.40 น. วันจันทร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ.2539 ซึ่งตรงกับวันแรม 11 ค่ำ เดือน 2 ยังความอาลัยเศร้าโศกเสียใจมายังหมู่สานุศิษย์ทั่วประเทศ

                พระคาถาหลวงพ่อเกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์ เป็นบทที่ใช้ภาวนาเพื่อป้องกันอันตราย แคล้วคลาด เมื่อท่องพระคาถาบทนี้แล้วให้ระลึกถึงหลวงพ่อเกษม เขมโก ก่อนการเดินทางหรือออกจากบ้าน ตั้งนะโม 3 จบ แล้วภาวนาพระคาถาหลวงพ่อเกษม ดังนี้ "พุทโธ วะโร สะติมะโต สัพพะอันตะรายา วินัสสะตุฯ"

                พระเครื่องและเหรียญที่หลวงพ่อได้เมตตาปลุกเสกให้ ได้เกิดอภินิหารคุ้มครองผู้ศรัทธาเลื่อมใสนับถือ จนเป็นที่กล่าวขวัญของประชาชนทั่วไปอย่างกว้างขวาง โดยเชื่อกันว่าหลวงพ่อได้บรรลุธรรมชั้นสูง มีพลังจิตแก่กล้า มีคุณวิเศษ  เหลือคณานับ มีความสามารถพากเพียรในการปฏิบัติธรรมได้อย่างเอกอุ จนยากที่จะหาใครมาเทียบได้ เป็นพระอริยสงฆ์ที่สมควรแก่การกราบไหว้เป็นอย่างยิ่ง วัตรปฏิบัติอันเคร่งครัดในพระวินัยอันมั่นคงนี้เอง ทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ ไปทรงสักการะหลวงพ่อถึงที่สุสานไตรลักษณ์ จ.ลำปาง

                นายธีรเดช จังตระกูล หรือ ต้น ลำปาง ประธานชมรมผู้นิยมพระเครื่องเมืองลำปาง และกรรมการรับตัดสินพระหลวงพ่อเกษม เขมโก บอกว่า เหรียญหลวงพ่อเกษม เขมโก กองพันลำปาง ปี ๒๕๑๗ ผู้สร้างทหารบกลำปาง จำนวนรวมทั้งหมด ๒๕๑๓ เหรียญ แยกชนิดดังนี้ เหรียญทองแดงจำนวน ๒,๐๐๐ เหรียญ นวะโลหะ ๒๐๐ เหรียญ เงิน ๓๐๐ เหรียญ ทองคำ ๑๓ เหรียญ วัตถุประสงค์ เพื่อแจกจ่ายในหมู่ทหารผู้ใหญ่ เป็นเหรียญที่มากประสบการณ์ในเรื่องแคล้วคลาดมาหลายสมรภูมิและเป็นเหรียญที่ แกะบล็อกได้สวยงามและเหมือนหลวงพ่อที่สุด

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-06-04 12:33:28


ความเห็นที่ 59 (2965081)

 

คมเลนส์ส่องพระประจำวันเสาร์ที่1มิ.ย.2556

คมเลนส์ส่องพระประจำวันเสาร์ที่ 1 มิ.ย.2556 : แล่ม จันท์พิศาโล


                *** พรุ่งนี้...วันอาทิตย์ที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๖ มี งานประกวดพระ ที่ศูนย์ประชุม ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต จัดโดย คณะนักศึกษา วปอ.รุ่น ๒๕๔๗ ประธานดำเนินงาน พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต ประธานจัดงาน พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ รายการพระที่จัดประกวดครบทุกประเภท รวม ๒,๖๒๘ รายการ รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ หนังสือ “เหรียญหล่อล้ำค่า พระคณาจารย์เมืองสยาม ๑” จัดทำโดยทีมงานนิตยสาร พระท่าพระจันทร์ เป็นหนังสือคู่มือการสะสมและศึกษา เหรียญหล่อ ของพระเกจิอาจารย์ยุคเก่าหลายท่าน อาทิ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน, หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า, หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว, หลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน, หลวงพ่อกล่อม วัดโพธาวาส, หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก, หลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา, หลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง...งานนี้ถ่ายภาพชนะการประกวดโดยทีมงาน ล้ง ท่าพระจันทร์ หนึ่งเดียวของวงการพระในขณะนี้ ที่มีผลงานเป็นที่เชื่อถือของผู้จัดงานประกวดพระ และผู้ส่งพระเข้าประกวดทุกคน

                ** คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ขอนำภาพจาก หนังสือ “เหรียญหล่อล้ำค่า พระคณาจารย์เมืองสยาม ๑” ซึ่งได้รับความเอื้อเฟื้อจากทีมงาน พระท่าพระจันทร์ มาลงให้ท่านผู้อ่านได้ชมกันก่อนจะได้รับหนังสือเล่มนี้ ขอเริ่มด้วยภาพ เหรียญจอบใหญ่ และ เหรียญจอบเล็ก หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร สุดยอดแห่งเหรียญหล่อโบราณที่ซื้อขายกันถึงหลักล้านขึ้นไป...ของดีมีน้อย แต่มีผู้สนใจอยากได้กันมาก ส่งผลให้มี ของปลอม ออกมาระบาดมานานแล้ว ชนิดที่เหรียญละไม่กี่พันกี่หมื่นบาท อย่าหวังเลยว่าจะเป็น ของแท้

                **เหรียญหล่อหลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน จ.สมุทรสาคร ออกในงานทำบุญแซยิด พ.ศ.๒๔๗๗ อายุ ๗๒ ปี ด้านหน้า เป็นรูป หลวงปู่รอด เต็มองค์ครองจีวร พาดสังฆาฏิ มีอักษรไทย ๓ แถว เขียนว่า “พุทฺธสัณฺโท” และ “งานแซยิด พ.ศ.๒๔๗๗” ด้านข้างมีอักษร “วัดบางน้ำวน” ด้านหลังเรียบ เนื้อทองเหลือง รุ่นนี้เช่าหากันที่ ๖ แสนบาทขึ้นไป (ตามสภาพความสวยงามคมชัดและดูง่าย...เหรียญหล่ออีกรุ่นหนึ่งซึ่งไม่ค่อยพบ เห็นบ่อยนัก คือ เหรียญหล่อพิมพ์สี่เหลี่ยม(กรรมการ) กล่าวกันว่า สร้างพร้อมกับเหรียญแซยิด พ.ศ.๒๔๗๗ ด้านหน้าเป็นรูปหลวงปู่รอดเต็มองค์ เหรียญไม่สึกจะเห็นหน้าตาชัดเจน ไม่มีตัวหนังสือทั้งด้านหน้าและด้านหลัง หล่อโบราณด้วยเนื้อทองผสม เป็นเหรียญหล่อขนาดเล็กกะทัดรัด บางองค์มีลงเหล็กจาร สนนราคาอยู่ที่ ๓ แสนขึ้นไป...หลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน เป็นพระเกจิอาจารย์ชาวมอญ (รามัญ) เกิดเมื่อ พ.ศ.๒๔๐๖ ในสมัยปลายรัชกาลที่ ๔ อายุ ๑๒ ปีบรรพชาเป็นสามเณร อายุ ๒๐ ปี (พ.ศ.๒๔๒๗) อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดบางน้ำวน ศึกษาทั้งทางด้านคันถธุระ และวิปัสสนาธุระ ตลอดจนพุทธาคมจาก พระอธิการแค เพียงองค์เดียว...หลวงปู่รอดมรณภาพ เมื่อวันจันทร์ เดือนอ้าย ขึ้น ๔ ค่ำ ปีวอก (พ.ศ.๒๔๘๗) สิริอายุได้ ๘๑ ปี พรรษา ๖๑ ท่านได้สร้างพระเครื่องรางของขลังหลายชนิด เช่น ผ้าประเจียด ตะกรุด แผ่นยันต์ประทีบ ราชสีห์ และ ชูชก รวมทั้ง เหรียญรุ่นต่างๆ อาทิ เหรียญหล่อพิมพ์สามเหลี่ยมพนมมือ, เหรียญหล่อพิมพ์แจกแม่ครัว, เหรียญหล่อแซยิด พ.ศ.๒๔๗๗,เหรียญปั๊มแซยิด พ.ศ.๒๔๗๗, เหรียญหล่อพิมพ์สี่เหลี่ยม (กรรมการ), เหรียญปั๊มเสมา พ.ศ.๒๔๘๒ ฯลฯ ทุกรุ่นล้วนได้รับความนิยมจากศิษยานุศิษย์และนักสะสมพระเครื่องทั่วไป จนมีการเช่าหาในราคาสูงพอสมควร

                ** พระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า พิมพ์หนึ่งคือ พระปิดตาพิมพ์พุงป่อง ซึ่งยังไม่มีพระเกจิอาจารย์ท่านใดสร้างรูปพิมพ์นี้มาก่อนหน้านี้...ตาม ประวัติบันทึกว่า พระปิดตารุ่นนี้ท่านสร้างเพื่อแจกเป็นของชำร่วยงานศพโยมมารดาของท่าน ซึ่งถึงแก่กรรมเมื่อปี ๒๔๖๒ จัดงานฌาปนกิจศพปี ๒๔๖๓ แสดงว่า พระปิดตาพิมพ์นี้สร้างในช่วงนั้น...ขนาดองค์พระเล็กกะทัดรัดประมาณ ๑.๕x๑.๕ ซม. มีทั้ง พิมพ์พุงป่องเล็ก และ พิมพ์พุงป่องใหญ่ คือ องค์ในภาพนี้ ซึ่งเป็นพระเก่าเก็บของ นพ.ทวีชัย จันทร์เพ็ญ ผู้บริหารโรงพยาบาลสิงห์บุรีเวชการ


                 ** พระหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม ที่ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของท่านอีกรุ่นหนึ่ง คือ พระเนื้อว่านพญาไม้ผุ เป็นพระพิมพ์ขนาดเล็กกะทัดรัด ประมาณเท่ากับปลายนิ้วชี้ องค์พระประทับนั่งสมาธิขัดเพชรภายในซุ้มครอบแก้ว ซึ่งมีลักษณะต่างๆ การเรียกชื่อพระรุ่นนี้จึงถือเอาลักษณะของ “ซุ้ม” เป็นชื่อพิมพ์ อย่างที่เห็นในภาพนี้ องค์แรก พิมพ์ซุ้มแหลมใหญ่ องค์ที่ ๒ พิมพ์ซุ้มแหลมแขนหักศอก (หรือ "พิมพ์ซุ้มแหลมกลาง") ทั้ง ๒ องค์นี้ถือว่าเป็นพระสวยสมบูรณ์คมชัดมาก เจ้าของพระ ยุทธนา วงศ์กนกสิน ร้านมงคลรัตน์ พาต้าปิ่นเกล้า...ผู้ชำนาญพระทุกประเภท ซื้อง่ายขายคล่องอยู่เสมอ เพราะเอากำไรแต่น้อย พออยู่ได้ก็พอแล้ว... พระหลวงปู่บุญ รุ่นนี้ ท่านสร้างด้วยเนื้อผงวิเศษที่ท่านลบผงเอง ผสมกับ ว่านพญาไม้ผุ ซึ่งหายากมาก พระเนื้อนี้มีพระเกจิอาจารย์น้อยท่านที่ทำได้ ดีเด่นด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย ทุกวันนี้เช่าหากันที่หลักหมื่นต้นถึงหลักหมื่นกลาง...เมื่อประมาณปี ๒๕๑๘ ทางวัดได้พบพระรุ่นนี้หลงเหลืออยู่ในกุฏิ หลวงปู่บุญ จำนวนหนึ่ง อ.สุธน ศรีหิรัญ ลูกศิษย์วัดนี้ได้นำข่าวมาลงเผยแพร่ในนิตยสาร ลานโพธิ์ ที่ผู้เขียนเป็น บก.บริหาร พร้อมกับนำพระชุดนี้มาให้ท่านผู้อ่านทำบุญบูชานำเงินเข้าวัด องค์ละ ๑๐๐ บาท ผู้เขียนและเพื่อนร่วมงานต่างเก็บพระชุดนี้กันคนละหลายๆ องค์ ไม่คาดคิดเลยว่าจากพระองค์ละ ๑๐๐ บาทในวันนั้นกลายมาเป็นพระหลักหมื่นในวันนี้ !!!

                ** ขอเชิญสั่งจอง สิ่งมงคลสักการะ ที่ระลึกเนื่องในมหามงคลวโรกาสที่ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชันษา ๑๐๐ ปี ในวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๖ ประกอบด้วย ๑.พระพุทธชินสีห์ หน้าตัก ๙ นิ้ว เนื้อทองเหลือง ๒.พระกริ่ง ๑ ศตวรรษ เนื้อทองคำ เนื้อเงิน และเนื้อนวโลหะ ๓.ครอบน้ำมนต์ เนื้อทองแดง ๔.พระผงไพรีพินาศ (พระทุกองค์มีโค้ดกำกับ) สอบถามโทร.๐๘-๒๐๑๘-๑๖๑๗, ๐๘-๘๙๘๖-๖๗๓๗, ๐-๒๒๘๑-๕๐๕๑ ** วันเสาร์ที่ ๑ มิถุนายนนี้ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ประทานผ้าไตรจีวร แจกันดอกไม้ และน้ำสรงประทาน เนื่องในงานฉลองอายุวัฒนะมงคลครบรอบ ๕๔ ปี พระครูพิพัฒน์วิทยาคม (เจริญ ฐานยุตฺโต) เจ้าอาวาสวัดโนนสว่าง รองเจ้าคณะอำเภอหนองวัวซอ (ธรรมยุต) จ.อุดรธานี และวันรำลึกถึงบูรพาจารย์ (ทำบุญอุทิศแด่...พ่อแม่ครูบาอาจารย์) พิธีบวชชีพราหมณ์ และพิธีพุทธาภิเษก โดย พระครูพิพัฒน์วิทยาคม เป็นประธานจุดเทียนชัย...เวลา ๐๕.๐๙ น. วันที่ ๒ มิถุนายน ดับเทียนชัย เป็นเสร็จพิธี

                ** เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของ “คุณแม่ตุ้ย” (วิลาวัลย์ ทองเนื้องาม) ผู้ทรงศีล วันเสาร์ที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๖ นี้ ขอเชิญบรรดาลูกศิษย์ร่วมงานทำบุญ ไหว้ครู ณ สถานธรรม สวนมัชฌิมา อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต เวลา ๐๘.๐๐ น.เป็นต้นไป...พร้อมกันนี้ขอแจ้งข่าวดีว่า “พระนาคปรก วิลาวัลย์” รุ่น “ปกป้องภัย หัวใจเศรษฐี” ที่ “คุณแม่ตุ้ย” ได้จัดสร้างขึ้นโดยการนำมวลสารสุดยอดที่สุดของโลก ซึ่งหาไม่ได้อีกแล้วมาทำเป็น พระเนื้อว่าน เพื่อมอบให้ลูกศิษย์นำไปใช้ติดตัว ปรากฏว่าเกิดประสบการณ์รอดชีวิตจากภัยอันตรายต่างๆ อย่างเหลือเชื่อ...จนเกิดเสียงเรียกร้องของลูกศิษย์ที่ต้องการ “พระนาคปรก วิลาวัลย์” กันขึ้นมา ทางสถานธรรมจึงเปิดโอกาสนำพระรุ่นนี้จำนวนหนึ่ง ให้ทำบุญบูชาในวันนี้อีกครั้งหนึ่ง (จำนวนจำกัด) สอบถามโทร.๐๘-๐๕๕๔-๔๒๙๓

                ** ขอเชิญร่วม พิธีปั้นรูปเหมือนหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ขนาดเท่าองค์จริง กับศิลปินระดับโลก สันติ พิเชฐชัยกุล เนื่องในโอกาสครบรอบอายุวัฒนมงคล ๙๐ ปี หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ ชั้น ๓ เดอะมอลล์ นครราชสีมา วันเสาร์ที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๐.๐๐ น. เป็นต้นไป ผู้ร่วมพิธีจะได้รับแจกฟรี ! พระปรกใบมะขาม เนื้อทองฝาบาตร ทุกคน และร่วมลุ้นรับ พระปรกใบมะขาม เนื้อทองคำ จำนวน ๒๙ องค์ สอบถามโทร.๐-๒๖๗๕-๗๗๓๓ ประธานอุปถัมภ์ ดร.ขันธ์ชัย เกียรติธนกร รองประธานกรรมการวัดบ้านไร่ ** พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ใหม่ในวันพรุ่งนี้...ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต ***

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-06-01 08:13:01


ความเห็นที่ 58 (2963431)


พระพิมพ์วัดตาปะขาวหาย ของหลวงปู่ศุข-พระครูต่วน (1)


มุมพระเก่า
อภิญญา


วัดตาปะขาวหาย ตั้ง อยู่เลขที่ 46 หมู่ 4 ตำบลหัวรอ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก สังกัดคณะสงฆ์ มหานิกาย เดิมชาวบ้านเรียกว่า "วัดเตาไห" เพราะเป็นหมู่บ้านที่ปั้นเตาและไห ผลิตส่งออกขายภายในประเทศและต่างประเทศ พบหลักฐานเครื่องปั้นดินเผาที่วัดจุฬามณี และพบเครื่องปั้นดินเผาที่อ่าวไทยในซากเรือสำเภาล่มอ่าวไทย เป็นหลักฐานสำคัญ


เป็นวัดเก่าแก่ได้ก่อสร้างและตั้งวัด ขึ้นในสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นสมัยสุโขทัยตอนต้น และตามโบราณสถาน ปูชนียวัตถุที่ปรากฏมีอยู่คือเตาสมัยโบราณ คงจะก่อสร้างวัดขึ้นในราวปีพ.ศ.1900

วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ริม แม่น้ำน่านฝั่งทิศตะวันออก และถูกกระแสน้ำไหลกัดเซาะตลิ่ง จนวัดจมลงในแม่น้ำน่านสองครั้งมาแล้ว หลักฐานคือใบเสมาและใบอุโบสถปัจจุบันจมอยู่กลางแม่น้ำน่าน สมัยก่อนไม่มีเขื่อน เวลาหน้าแล้งจะแลเห็นใบเสมาและอุโบสถ นอกเหนือจากนั้นยังพบฐานเจดีย์ซึ่งก่อด้วยอิฐเป็นจำนวนมากที่ริมตลิ่งแม่น้ำ น่าน

วัดตาปะขาวหายปัจจุบันเป็นการย้ายที่ตั้งวัดเป็นครั้งที่สามแล้ว เป็นวัดในตำนานประวัติศาสตร์การสร้าง "พระพุทธชินราช" พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีพุทธลักษณะงดงามเป็นเอกอุในสยาม พระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก เจ้าเมืองเชียงแสน โปรดให้สองทหารเอก คือ จ่าการบุญ และจ่านกร้อง มาหาที่และสร้างเมืองใหม่ขึ้นทางใต้ ทางทิศตะวันตกของเขาสมอแคลง เรียกว่า "เมืองพิษณุโลก"




พระ เจ้าศรีธรรมไตรปิฎก ทรงมีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทรงหล่อพระพุทธรูปสามพี่น้อง คือ พระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ พระศรีศาสดา แต่พระพุทธชินราช ทองแล่นไม่สมบูรณ์ แม้จะทรงหล่อใหม่ถึง 3 ครั้งก็ไม่สำเร็จ จึงทรงตั้งสัตยาธิษฐานเสี่ยงบุญบารมี

ดัง ที่ปรากฏในตำนานกล่าวว่า "ท้าว สักกรินทร์เทวราช นฤมิตตนเป็นปะขาวมาช่วยปั้นและหล่อพระพุทธชินราชจนแล้วเสร็จ มีพุทธลักษณะงดงามเป็นหนึ่งในสยาม สมพระราชศรัทธาของพระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก ขนาดหน้าตัก กว้าง 5 ศอก 1 คืบ 5 นิ้ว สูง 7 ศอก ปางมารวิชัย โลหะสำริด พร้อมทำสัญลักษณ์คือ ตรีศูล ไว้ที่ พระพักตร์ เฉกเช่น ทิพยเนตรของพระองค์ เมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง นพศักราช 319 โปรดให้นำเศษทองที่เหลือจากการหล่อพระพุทธรูปสามพี่น้องมาหล่อเป็น พระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตัก 1 ศอก พร้อมพระอัครสาวก 1 คู่ นิยมเรียกกันว่า พระเหลือ และนำก้อนอิฐ ก้อนเส้าเตาหล่อมาก่อเป็นชุกชี ปลูกต้นโพธิ์ไว้ สามต้น เป็นมงคลสถานที่หล่อพระพุทธรูปสามพี่น้อง อัญเชิญพระเหลือ ประดิษฐานที่วิหารน้อยระหว่างชุกชี โพธิ์สามเส้า หรือโพธิ์สามพี่น้อง มาจวบจนปัจจุบัน

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-05-27 09:34:00


ความเห็นที่ 57 (2961578)

 

พระสมเด็จปิลันทน์'พระสองสมเด็จฯ'เด่นเมตตามหานิยม

พระสมเด็จปิลันทน์'พระสองสมเด็จฯ'เด่นทางเมตตามหานิยม : พระองค์ครู โดยไตรเทพ ไกรงู


              พระสมเด็จปิลันทน์ วัดระฆัง ถ้าจะเรียกให้ถูกต้องเต็มความก็คือ พระสมเด็จพระพุทธุปบาทปิลันทน์ สร้างโดย หม่อมเจ้าสมเด็จพระพุฒาจารย์ (ทัด เสนีวงศ์) ในสมัยที่ท่านดำรงสมณศักดิ์ที่ หม่อมเจ้าพระพุทธุปบาทปิลันทน์ ณ วัดระฆัง ท่านทรงเป็นศิษย์เอกของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) นับตั้งแต่ทรงช่วยเจ้าประคุณสมเด็จฯ สร้างพระสมเด็จ เป็นต้นมา

              หม่อมเจ้าสมเด็จพระพุฒาจารย์ (ทัด เสนีวงศ์) ทรงสร้างพระเครื่องของท่านขึ้นมาบ้าง เมื่อ พ.ศ.๒๔๑๑ ภายหลังจากที่เจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้สร้างพระสมเด็จมาแล้ว ๒ ปี แต่มิได้ทรงสร้างโดยลำพังพระองค์เดียว หากอาราธนาให้เจ้าประคุณสมเด็จฯ ร่วมสร้างด้วย และขอผงวิเศษห้าประการของเจ้าประคุณสมเด็จฯ มาเป็นอิทธิวัตถุผสมเป็นหลักของมวลสาร

              การสร้างพระเครื่องสมเด็จพระปิลันทน์ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วง พ.ศ.๒๔๐๗ ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ "พระพุทธบาทปิลันทน์" ในช่วงปีดังกล่าว สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ยังมีชีวิตอยู่จึงสันนิษฐานว่า เจ้าพระคุณสมเด็จโต จะแผ่เมตตาประกอบพิธีปลุกเสกให้ด้วย คนรุ่นเก่าๆ ที่ทราบประวัติการสร้างจึงนิยมเรียกว่า "พระสองสมเด็จฯ" แต่นักนิยมพระเครื่องทั่วๆ ไปนิยมเรียกว่า "พระสมเด็จปิลันทน์"

              เมื่อเจ้าประคุณสมเด็จฯ สิ้นแล้วท่านจึงได้บรรจุพระเครื่องเหล่านี้ไว้ในพระเจดีย์องค์หนึ่ง ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของพระอุโบสถ โดยอุทิศส่วนกุศลถวายเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ผู้เป็นพระอาจารย์

              พระสมเด็จปิลันทน์ วัดระฆัง พุทธลักษณะเป็นพระที่มีทั้ง พิมพ์นั่งสมาธิบนฐานต่างๆ และพิมพ์ยืน พิมพ์ที่ถือว่าสุดยอดของ พระปิลันทน์ ก็คือ พิมพ์ซุ้มประตู เนื้อพระจะออกไปในทางเทาอมดำ บางท่านก็ว่าเป็นเขียวอมดำและมีคราบไขขาวเกาะแน่นหนา ในส่วนของพระที่บรรจุกรุได้มีการขุดพบครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๑ พุทธคุณในวัตถุมงคลของท่านเด่นทางเมตตามหานิยม ส่วนค่านิยมนั้น สภาพสวยอยู่ในหลักแสนทุกองค์ ทุกพิมพ์

              สำหรับภาพพระองค์ครูวันนี้เป็นภาพ พระสมเด็จปิลันทน์ พิมพ์ซุ้มประตูลึก จากหนังสือ "พระสมเด็จวัดระฆัง" ที่จัดทำโดย นายสมศักดิ์ คงวุฒิปัญญา หรือ ชื่อที่วงการพระเครื่องคุ้นหูกันดีกับ "เฮียยี่ บางแค" กรรมการตัดสินพระเครื่องชุดเบญจภาคีของสมาคมพระเครื่องพระบูชาไทยและหนึ่งใน ทีมงาน "หนังสือพระท่าพระจันทร์" ผู้ซึ่งรับหน้าที่จัดทำหนังสือเล่มดังกล่าว

              หนังสือพระสมเด็จวัดระฆังฯ มีความหนา ๓๐๐ กว่าหน้า เนื้อหาในเล่มประกอบด้วย ประวัติและภาพพระเครื่อง ๓ สมเด็จ คือ ๑.สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรังสี) ผู้สร้าง พระสมเด็จ  ๒.สมเด็จพระพุฒาจารย์ (ทัด เสนีย์วงศ์) ผู้สร้าง พระสมเด็จปิลันทน์ ๓.สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ม.ร.ว.เจริญ อิศรางกูร) ผู้สร้าง เหรียญหล่อวัดระฆัง หลังค้อน

              ด้วยเหตุที่ไม่ใช่หนังสือที่ทำออกมาวางจำหน่ายทั่วๆ ไป หากเป็นหนังสือรางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศพระแต่ละรายการ ในงานการประกวดการอนุรักษ์ และอนุรักษ์พระบูชา พระเครื่อง และเหรียญคณาจารย์ ครั้งที่ ๑ ณ หอประชุมชุณหะวัณ โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน จ.นครปฐม ในวันอาทิตย์ที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๖ นี้ หากใครอยากได้ต้องส่งพระเข้าประกวดเท่านั้น

              ข่าวแว่วออกมาว่า ด้วยทีมงานคุณภาพในการจัดทำหนังสือของทีมงานนิตยสารพระท่าพระจันทร์ โดยเฉพาะภาพพระสมเด็จอันเลื่องชื่อระดับตำนาน ใครๆ ก็อยากได้มาให้เป็นองค์ครูในการศึกษาพระเครื่อง ราคาหนังสือเล่มนี้มีการถามหาในวงการหนังสือพระในเล่มละ ๓,๐๐๐ บาท เลยทีเดียว 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-05-21 07:29:23


ความเห็นที่ 56 (2960698)

 

พระนารายณ์ทรงปืนกรุวัดพระศรีฯเนื้อชินเงินลพบุรี

พระนารายณ์ทรงปืนกรุวัดพระศรีฯเนื้อชินเงินลพบุรี : สาระสังเขปพระเนื้อเงิน โดยชาติ วิศิษฏ์สรอรรถ

                            ต้อนรับปีใหม่ ปีมะโรง สำหรับคอลัมน์นี้ด้วย งูใหญ่ พญานาคของไทย หรือ มังกรแห่งจีน ปีนักกษัตรหนึ่งเดียวของสัตว์ที่ไม่มีตัวตนจริงอยู่บนโลกนี้ ถือเป็นสัตว์เทพชั้นสูงที่ไม่เคยพบตัวจริง เป็นตำนานที่คนทั่วโลกนับถือว่า เป็นสัตว์มงคลที่มีความศักดิ์สิทธิ์ มีพลังมหาอำนาจ สามารถดลบันดาลให้เกิดสิ่งต่างๆ มากมาย
       
                 ชาวจีนใช้ "มังกร" เป็นสัญลักษณ์ของฮ่องเต้ ส่วนไทยในพุทธศาสนา มี "พญานาค" ปรากฏอยู่ใน พระปางนาคปรก ซึ่งมีพญานาคขนดล้อมพระวรกายพระพุทธองค์ และแผ่พังพานเป็นเศวตฉัตร คลุมพระเศียรถวายพระพุทธองค์ เพื่อปกป้องกันพายุที่ตกหนักนานถึง ๗ วัน เป็นพระพุทธปฏิมาที่มีความสวยงามสุดแสนอลังการยิ่ง โดยมีการสร้างกันขึ้นมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล
          
                  พระโพธิสัตว์ คือ ผู้ที่จะมาตรัสรู้เป็น พระสัมมาสัมโพธิญาณ เพื่อคอยช่วยเหลือมนุษย์ และทุกๆ ชีวิต รวมทั้งสัตว์โลก ให้หลุดพ้นไปจากห้วงกรรมบนพื้นพิภพนี้ นอกจากมีพระโพธิสัตว์หลายองค์แล้ว พระพุทธเจ้าก็มีหลายพระองค์เช่นกัน ดังปรากฏในพระพุทธศาสนาลัทธิมหายาน
       
                 สำหรับในเมืองไทยมีพระเครื่องพิมพ์หนึ่ง ที่บ่งบอกให้เห็นอย่างเด่นชัดของลัทธินี้ คือ พระนารายณ์ทรงปืน ซึ่งเป็นพระเครื่องพิมพ์หนึ่งที่มีรูปเคารพรวมกันทั้ง พระพุทธเจ้า และ พระโพธิสัตว์ โดยพระพุทธเจ้าประทับอยู่ตรงกลาง คือ พระปางนาคปรก ประทับนั่งปางสมาธิ บนลำตัวพญานาคที่ขนดตัวถึง ๓ ชั้น และแผ่พังพานอยู่เหนือพระเศียรรวม ๗ เศียร ส่วนพระโพธิสัตว์ประทับอยู่ด้านข้างทั้ง ๒ อันได้แก่ พระอวโลกิเตศวร และ พระนางปรัชญา ปารมิตาเทวี
            
                 คำว่า “อวโลกิเตศวร” มีการตีความกันไว้ดังนี้ อิศวร แปลว่า พระผู้เป็นเจ้า กับ อวโลกิตะ แปลว่า ผู้ที่มองมายังเบื้องล่าง รวมความแล้วแปลว่า "พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งมองเห็นโดยทั่ว" บางท่านแปลว่า "ผู้ที่จะมาบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ"
           
                 เรื่องราวของพระอวโลกิเตศวร มีมากมายถึง ๓๓ ปาง ปางที่ปรากฏด้านขวาของพระปางนาคปรก ในพระนารายณ์ทรงปืน ที่เห็นนี้ชื่อ ปางสาฑัคสารีโลเกศวร พระโพธิสัตว์ปางนี้มีลูกประคำกับดอกบัวเป็นหลักให้สังเกต พระปางนี้มี ๒ ลักษณะ อย่างแรกเป็นท่าประทับยืน ทำสมาธิภังค์ ๔ กร พระหัตถ์ขวาบนทรงลูกประคำ พระหัตถ์ขวาล่างทรงถือดอกบัว พระหัตถ์ซ้ายบนถือพระคัมภีร์ พระหัตถ์ซ้ายล่างถือหม้อน้ำอมฤต ตามคติความเชื่อของพราหมณ์ โดยเฉพาะพระอวโลกิเตศวรจะมีมงกุฎสวมพระเศียร บนยอดมงกุฎหรือมุ่นมวยผมมี พระอมิตาภพุทธะ เป็นรูปเคารพเล็กๆ ติดอยู่ ทรงราชาภรณ์ มีกำไลพระกร พระบาท และสายชุรัม หรือเชือกถักพาดเฉียงลำตัว ซึ่งถือเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นพราหมณ์ของชาวอินเดีย
         
                 ด้านซ้ายของ พระปางนาคปรก ใน พระนารายณ์ทรงปืน องค์นี้เป็นรูปเคารพของ พระนางปรัชญา ปารมิตาเทวี เป็นเทพสตรีของศาสนาพราหมณ์ ลัทธิบูชาศักติ ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๐ ยุคที่พระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานกำลังเป็นที่แพร่หลายในอินเดีย
       
                 พระนารายณ์ทรงปืน เป็นพระพิมพ์ในสมัยลพบุรี ต่อมาอิทธิพลของศิลปะแบบนี้ได้มีการสร้างสืบทอดกันอย่างต่อเนื่องในหลาย เมือง ดังปรากฏที่มีการขุดพบพระพิมพ์นี้จากหลายกรุ อาทิ ในลานกรุทุ่งเศรษฐี จ.กำแพงเพชร, กรุวัดเขาพนมเพลิง จ.สุโขทัย, กรุวัดชุมนุมสงฆ์ จ.สุพรรณบุรี, กรุวัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยา, กรุศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ และกรุที่นิยมสุด คือ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.ลพบุรี
           
                 พระนารายณ์ทรงปืน มีทั้งเนื้อชินเงิน เนื้อดิน และเนื้อตะกั่วสนิมแดง บางองค์มีทองเก่าปิดมาด้วย บางองค์ทาชาดสีแดงแบบแห้งสนิทเกาะติดแน่น ด้านหลังมีทั้งแบบลายผ้าเล็กๆ และแบบหลังเรียบตัน นอกจากยังมีการพบพระพิมพ์นี้ได้ที่ จ.พิจิตร เป็นเนื้อชินเขียว องค์พระมีขนาดเล็กกว่าของเมืองอื่นๆ
                
                 พุทธลักษณะ เป็นพระแผงใหญ่ ขนากว้าง ๕.๓ ซม. สูง ๖.๗ ซม. มีรูปเคารพ ๓ องค์ ในซุ้มกนกเสมาครอบแก้วแบบกว้าง เหนือซุ้มครอบแก้วขึ้นไปประดับด้วยลวดลายอย่างละเอียดมากมาย ฐานด้านล่างที่ประทับของรูปเคารพทั้ง ๓ องค์ เป็นฐานที่ยาวตรง พร้อมมีลายขีดคู่ ที่มีรายละเอียดเล็กๆ ประกับกันเป็น ๒ ชั้น สวยงามมาก
               
                 อ.ประชุม กาญจนวัฒน์ ปรมาจารย์ด้านพระกรุ กล่าวถึงชื่อพระพิมพ์นี้ที่เรียกว่า “พระนารายณ์ทรงปืน” ก็เพราะมีผู้เห็นพระโพธิสัตว์ที่ยืนประทับทรงพวงประคำ, คัมภีร์, ดอกบัว และหม้อน้ำอมฤต อยู่บนพระหัตถ์ทั้ง ๔ นั้น โดยเห็นเป็นองค์นารายณ์ทรงปืน เลยเรียกพระพิมพ์นี้ด้วยความเข้าใจผิดกันเรื่อยมาจนทุกวันนี้ แต่พระพิมพ์นี้ ก็ทรงไว้ซึ่งพระพุทธคุณ คงมีด! คงไม้! และคงปืน! ได้สมชื่อและเชื่อถือได้  
           
                 ปัจจุบันผู้ที่บูชา พระนารายณ์ทรงปืน ต่างเชื่อกันว่า บังเกิดความร่มเย็นเป็นสุขในชีวิต จากพระโพธิสัตว์ทั้ง ๒ และพระปางนาคปรก (เสมือนพระนารายณ์) ที่แผ่บารมีคุ้มครองโลกมนุษย์ โดยเช่าบูชากันที่หลักหมื่นต้นๆ สภาพสวย ๒-๔ หมื่นบาท
                 
                 ผ่านมา ๒ ปี หนังสือ ศรัทธาพระเนื้อชิน รูปเล่มปกแข็ง ภายในเน้นภาพใหญ่คมชัดเหมือนพระองค์จริง ด้วยเทคนิคการพิมพ์ชั้นสูง พร้อมเคลือบเงาให้สวยงามคงทนทั้งเล่ม ที่นำเสนอแนวภาพพระพร้อมสาระวิชาการ นับว่าประสบความสำเร็จพอสมควร เกิดประโยชน์ตามที่ อ.เล็ก พงษ์พานิช และผู้เขียนที่ได้ตั้งใจไว้ โดยมีท่านผู้อ่านจำนวนมากที่ช่วยซื้อสะสม จนหนังสือแทบไม่เหลือในท้องตลาด บางท่านซื้อเป็นของขวัญปีใหม่ มอบแด่คนที่เคารพนับถือ จึงขอกราบขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุน รวมทั้งแรงใจที่เชียร์ให้จัดทำเล่มต่อไป
           
                 โอกาสนี้ขอเรียนว่า ท่านผู้ใดที่มีพระเนื้อชิน แท้ ดูง่าย ทุกพิมพ์ทุกกรุ ประสงค์ที่จะเผยแพร่ภาพเป็นวิทยาทานในคอลัมน์ สาระสังเขปพระเนื้อชิน ขอเชิญได้ที่ร้าน ๒๗ ตัง (ชาติ วิศิษฏ์สรอรรถ) ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น ๒ กทม. ยินดีรับภาพและข้อมูลแนะนำ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆ สู่สาธารณชนต่อไป สอบถามโทร.๐๘-๙๘๓๐-๐๔๖๙ อีเมลส่งได้ที่ chat_vis@hotmail.com หรือที่ www.oknation.net/blog/c-visit

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-05-16 10:44:40


ความเห็นที่ 55 (2960685)

เหรียญครูบาศรีวิไชย 2517 วัตถุมงคลดังวัดบ้านปาง(1)

มุมพระเก่า
อภิญญา


พระคณาจารย์ แดนเหนือรูปนี้ไม่มีคณะศรัทธาและนักสะสมวัตถุมงคลใดไม่รู้จัก "ครูบาศรีวิชัย" หรือบ้างก็เขียนว่า "ครูบาศรีวิไชย" อมต เถราจารย์ดังอันดับหนึ่งแห่งเมืองล้านนา เฉกเช่นภาคใต้ก็ต้อง "หลวงพ่อทวด" วัดช้างให้ จังหวัดปัตตานี ภาคอีสานก็ต้อง "หลวงปู่มั่น" วัดป่าสุทธาวาส จังหวัดสกลนคร ภาคตะวันออกก็ต้อง "หลวงปู่ทิม" วัดละหารไร่ จังหวัดระยอง แม้ทุกท่านจะละสังขารไปตามกาลเวลาที่ต่างกัน แต่ความเชื่อความศรัทธาในบารมีความศักดิ์สิทธิ์ยังคงอยู่ในความรู้สึกของ พุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไปไม่เสื่อมคลาย

ประวัติ ของ "ครูบาศรีวิชัย" อ่านครั้งใดก็ไม่รู้เบื่อ เพราะสื่อถึงความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์วงการคณะสงฆ์ล้านนา ท่านมีความปรารถนาที่จะบรรลุธรรมะอันสูงสุดดังปรากฏจากคำอธิษฐานบารมีที่ ท่านอธิษฐานไว้ว่า "...ตั้งปรารถนาขอหื้อได้ถึงธรรมะ ยึดเหนี่ยวเอาพระนิพพานสิ่งเดียว..." และมักจะปรากฏความปรารถนาดังกล่าว ในตอนท้ายของคัมภีร์ใบลานที่ท่านสร้างไว้ทุกเรื่อง 

อีก ประการหนึ่งที่ทำให้ครูบาศรีวิชัยเป็นที่รู้จักและอยู่ในความทรงจำของชาว ล้านนา คือการที่ท่านเป็นผู้นำในการสร้างทางขึ้นสู่วัดพระธาตุดอยสุเทพ โดยพลังศรัทธาประชาชนเป็นจำนวนมาก ทั้งกำลังกายและกำลังทรัพย์ ซึ่งใช้เวลาสร้างเพียง 5 เดือนเศษ โดยไม่ใช้งบประมาณของรัฐแต่ประการใด

"ครู บาศรีวิชัย" เป็นผู้มีศีลาจารวัตรที่งดงามและเคร่งครัด โดยที่ท่านงดการเสพ หมาก เมี่ยง บุหรี่ โดยสิ้นเชิง ท่านงดฉันเนื้อสัตว์ตั้งแต่อายุ 26 ปี และฉันอาหารเพียงมื้อเดียว ซึ่งมักเป็นผักต้มใส่เกลือกับพริกไทยเล็กน้อย บางทีก็ไม่ฉันข้าวทั้ง 5 เดือน คงฉันเฉพาะลูกไม้หัวมันเท่านั้น

นอก จากนี้ ท่านยังงดฉันผักตามวันทั้ง 7 คือ วันอาทิตย์ ไม่ฉันฟักแฟง, วันจันทร์ ไม่ฉันแตงโมและแตงกวา, วันอังคาร ไม่ฉันมะเขือ, วันพุธ ไม่ฉันใบแมงลัก, วันพฤหัสบดี ไม่ฉันกล้วย, วันศุกร์ ไม่ฉันเทา (อ่านว่า "เตา" สาหร่ายน้ำจืดชนิดหนึ่งลักษณะคล้ายเส้นผม มีสีเขียว), วันเสาร์ ไม่ฉันบอน

นอกจากนี้ผักที่ท่านจะไม่ฉันเลยคือ ผักบุ้ง ผักปลอด ผักเปลว ผักหมากขี้กา ผักจิก และ ผักเฮือด- ผักฮี้ (ใบไม้เลียบอ่อน)

ท่าน ให้เหตุผลว่า ถ้าพระภิกษุสามเณรรูปใดงดได้ การบำเพ็ญกัมมัฏฐานจะเจริญก้าวหน้า ผิวพรรณจะเปล่งปลั่ง ธาตุทั้ง 4 จะเป็นปกติ ถ้าชาวบ้านงดเว้นแล้วจะทำให้การถือคาถาอาคมดีนัก

ใน ยุคที่ครูบาศรีวิชัยยังดำรงขันธ์อยู่นั้น ผู้ทำบุญกับครูบาศรีวิชัยจะได้รับความอิ่มใจที่ได้ทำบุญกับท่านเท่านั้น ส่วนการสร้างวัตถุมงคลนั้น ระยะแรกพวกลูกศิษย์ที่นับถือครูบาศรีวิชัย ได้จัดทำพระเครื่องคล้ายพระรอดหรือพระคงของลำพูน โดยเมื่อท่านปลงผมในวันโกนก็จะเก็บเอาเส้นผมนั้นมาผสมกับมุก มีส่วนผสมกับน้ำรักกดลงในแบบพิมพ์ดินเผาแล้วแจกกันไปโดยไม่ต้องเช่าใน ระหว่างศิษย์

วัตถุมงคลของครูบาศรีวิชัย แม้ส่วนใหญ่จะสร้างหลังจากท่านมรณภาพแล้ว

"เหรียญ ครูบาศรีวิชัย" ที่นิยมเล่นหาในวงการพระเครื่องนั้น เป็นเหรียญซึ่งคณะศิษย์จัดสร้างขึ้นเป็นที่ระลึกเพื่อแจกในงานฌาปนกิจ โดยได้สร้างจากกรุงเทพมหานคร แล้วนำเข้าพิธีพุทธาภิเษกพร้อมพระรูปหล่อของกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร

เหรียญ มีอยู่ 2 แบบด้วยกันคือ 1.เหรียญรูปไข่ เท่าที่พบมี 3 เนื้อคือ ฝาบาตร (ทองเหลืองผสม) ทองแดง และเงิน ด้านหน้าเป็นรูปครูบาศรีวิชัยห่มคลุมแบบล้านนา มือทั้งสองประสานกัน มีสายประคำโผล่ออกมา ด้านล่างมีเลขพ.ศ. "๒๔๘๒" มุมเหรียญด้านข้างขวาของท่านมีอักษรไทยว่า "ครูบาเจ้าศรีวิชัย" ส่วนด้านซ้ายของท่านมีอักษรล้านนาจารึกว่า "ครูบาเจ้าศรีวิชัย" ด้านหน้ามีบล็อกนิยมอยู่ 2 บล็อกคือ จีวร 2 ชาย และ 3 ชาย จีวรที่ว่าคือชายจีวรที่อยู่ระหว่างมือซ้ายกับชายผ้าห่มคลุมด้านซ้ายของท่าน นั่นเอง ด้านหลังเป็นยันต์ห้า และอักขระ 4 แถว

2.เหรียญ เงินลงยาทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ เป็นเหรียญมีหูในตัว ด้านหน้าแบ่งเป็นส่วนๆ ดังนี้ ขอบนอกลงยาสีแดงด้านในสีขาว แถบโบด้านล่างสีน้ำเงินเรียกว่า "ลงยาราชาวดี" กลางพื้นเหรียญมีรูปครูบาศรีวิชัยที่เป็นการฉลุเป็นชิ้นส่วนมาติดไว้ต่างหาก ในแถบโบมีอักษรไทยระบุนามของท่านว่า "ครูบาเจ้าศรีวิไชย" นอกโบมีเลขพ.ศ. "๒๔๘๒" หูของเหรียญเป็นการใช้เลื่อยฉลุแทนการเจาะด้วยสว่าน ด้านหลังเป็นยันต์ห้า และอักษรขอม 4 แถว

นอก จากเหรียญยอดนิยมดังกล่าวแล้ว ปรากฏว่า เหรียญที่จัดสร้างโดยวัดในจังหวัดเชียงใหม่หลังปีพ.ศ.2500 ขึ้นไป ล้วนมีราคาค่านิยมแทบทั้งสิ้น เช่น เหรียญวัดสารภี ปี 2515, วัดพระสิงห์ ปี 2512, วัดพระนอนขอนม่วง ปี 2512, วัดม่วงม้า ปี 2515, วัดพระธาตุดอยสุเทพ ปี 2515, วัดจามเทวี ปี 2511, วัดพันอ้น ปี 2512 เป็นต้น

ร่ำลือเป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-05-16 10:29:07


ความเห็นที่ 54 (2960204)

วันนี้มีงานใหญ่ ตำรวจนครบาลจัดประกวดพระเครื่องที่เมืองทองธานี

เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ เนื้อทองคำ เคยมีการซื้อขายกันไปถึง 13 ล้าน

เหรียญนี้สร้างปี 08 ในวาระหลวงปู่ทิมได้เลื่อนเป็นพระครูพัดขาว

@@@ วันนี้มีงานใหญ่ ตำรวจนครบาลจัดประกวดพระเครื่องที่เมืองทองธานี อาคาร 9 บิ๊กแจ๊ส พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเป็นแม่งาน คนนี้คลุกคลีกับวงการพระเครื่องมานาน แถมได้ พล.ต.ต จิตติ รอดบางยาง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กรรมการตัดสินพระเบญจภาคีของสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทยเป็นผู้ประสาน งาน จัดเต็มรายการพระมีให้ส่ง 2,272 รายการ คนถามพระขุนแผนเคลือบกรุวัดอัมพวัน บางใหญ่ มีให้ประกวดหรือเปล่า มีครับใครมีสวยๆ ช่วยไปลุ้นรางวัลดีๆ งานนี้แจกรถจักรยานยนต์ถึง 3 คัน ชนะเลิศคะแนนรวมได้ถ้วยรองนายกรัฐมนตรีและรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ชนะเลิศพระยอดนิยมได้ถ้วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ชนะเลิศพระทั่วไปได้ถ้วยผู้บัญชาการตำรวจนครบาลและรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รางวัลชนะเลิศแต่ละรายการได้หนังสือพระยอดนิยมเนื้อดิน ชิน ผง ตี๋เหล้า ท่าพระจันทร์ จัดทำ แจกในงานทันที เล่มนี้ไม่มีขาย อยากได้ต้องส่งพระประกวดครับ

ลงคู่ให้ชม พระทั้งสององค์นี้เป็นของเสี่ยรัชดา ได้จากเซียนใหญ่ในวงการพระเมืองไทยหลายปีก่อน

องค์แรกสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ องค์สองหลวงพ่อทวดเตารีดใหญ่ทองคำ

@@@ เมื่อคืนที่ผ่านมา บิ๊กแจ๊สจัดงานเลี้ยงกรรมการรับตัดสินพระ มีประมูลพระได้เงินไปอยู่ในมือแล้วกว่า 20 ล้าน คุณพยัพ คำพันธุ์ นายกสมาคมพระฯ ออกปากชมอยากให้ทุกงานจัดหาคนประมูลพระไว้เหมือนงานบิ๊กแจ๊ส คนวงการพระให้พระไปไม่ต้องประมูลกลับ สุดยอดการเตรียมงาน ตนเป็นที่พึ่งของตน วันนี้คนวงการไปช่วยรับและตัดสินพระอย่างน้อยมี 300 คนอยู่แล้ว ไม่มีค่าจ้างรางวัล

พระบูชาหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ปัตตานี ปี 07 เป็นพระรูปเหมือนบูชาที่นิยมเล่น

หาในวงการรองลงมาจากปี 02 ฉ่อย ท่าพระจันทร์ ยอมจ่ายหลายแสน

@@@ งานประกวดพระเครื่อง วันนี้หวังว่าไม่มีเหลือบมาเกาะกินรางวัลอย่างงานที่ผ่านมา ที่สื่อเรียกว่าปล้นรางวัลคนส่งพระนั่นแหละ ก็งานที่แล้วเป็นงานใหญ่ขนาดกองทัพไทยจัด บิ๊กตำรวจภูธรภาค 1 ให้คนไปส่งพระหลวงพ่อทวด เหรียญเสมาก็วุ่นๆ สับรายการไม่ผ่านให้ เรื่องนี้เซียนใต้ แมว ทุ่งสง ลงเคลียร์เองจบ ไม่มีปัญหาคาใจไร้รอยแตก แต่อีกรายการหลวงพ่อทวดทั่วไป เหรียญรุ่น รุนหนึ่ง เจ้าของพระอ้างเห็นติดรางวัลชนะเลิศแล้ว พอไปรับพระคืนกลายเป็นที่ 2 โดนกรรมการชุด นะ โมพุทธายะใช้คาถานี้ปรับแก้อย่างไรไม่ชัดแจ้ง ทำให้มีปัญหาคาใจ วันอังคารนี้ พล.ต.ต ชยุต ธนทวีรัชต์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เจ้าของพระ จะเข้าพบคนชื่อพยัพ คำพันธุ์ นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย เพื่อให้ตรวจสอบพระชุดนี้ว่าใครสวยกว่ากันจะได้หายข้องใจครับ

พระหลวงพ่อปานวัดบางนมโค อยุธยา มาแรงพิมพ์ขี่ไก่หางพวง องค์นี้ล้านกว่าพิชิตรางวัล

ชนะเลิศมาหลายสนาม เยาวลักษณ์ สารสุวรรณ์ ลงสู้ทุกงาน

พระปิดตาองค์หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง องค์นี้คุณชรัช ม่วงสกุล สน.สายไหม ส่งมาอวดสวยแท้เลยจับลงโชว์หน้าพระเครื่องซะเลย

@@@ เรื่องนี้ เล่นเอาประธานตัดสินพระหลวงพ่อทวดงานนั้น ชัยนฤทธิ์ เพชรพันธุ์ทอง เหนื่อย ต้องออกมาเจรจาหาข้อเท็จจริง ทั้งที่เคยบอกกล่าวไปหลายหนแล้ว คราวนี้เจอโจทย์เต็มตูด ตกเป็นจำเลยเต็มๆ เลยตัดสินใจตั้งกรรมการกลางมาตรวจเช็คอีกหนในวันสองวันนี้แหละเพราะมีรูป ถ่ายในงานพร้อมอยู่แล้ว ก็ไม่รู้ว่าเฮียล้งเพื่อนผมหัวหน้าใหญ่ทีมถ่ายรูปจะลบไปแล้วยัง ถ้าเป็นผมลบไปแล้วเพราะล้นซิมครับ

เหรียญหลวงปู่ท่อนทองคำ รุ่นเศรษฐี ปี 56 นันต์ ท่าพระจันทร์ ร่วมสร้างเจดีย์ 5 แสน

ได้มา 1 เหรียญอยากร่วมบุญกับหลวงปู่อ่านข่าวหน้านี้

@@@ ป๋ายัพฉุน เอาชื่อไปอ้างได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย เป็นสมาชิกเป็นผู้เชี่ยวชาญให้ค้าพระเครื่องได้ ข่าวมีว่า พ่อค้าวัตถุมงคลชาวจีนหัวดีไม่มีคุณธรรม แอบอ้างโฆษณาว่าตนเองได้รับตั้งให้เป็นตัวแทนค้าวัตถุมงคลพระเครื่อง เครื่องรางของขลัง มีกระทั่งอีเป๋อ ครกสากตำหน้าตำหลังกอดกันกลม จิ้งจกตุ๊กแกมีสารพัด อ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญไปหลอกเพื่อนชาวจีนด้วยกันจนร่ำรวย เรื่องนี้มีร้องเรียนมายังสมาคมพระฯ คุณพยัพ คำพันธุ์ นายกสมาคมฯ ไม่สบายใจที่ไปอ้างพร้อมรูปถ่ายกับคุณพยัพ รูปถ่ายที่ชาวต่างชาติไม่ว่าจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซียหรือใครที่ขอถ่ายรูปกับคุณพยัพ ท่านไม่เคยขัดข้องจึงง่ายต่อการแอบอ้างให้หลงเชื่อ เรื่องนี้คุณพยัพ คำพันธุ์ บอกมาว่า กำลังให้เว็บไซต์สมาคมฯ ออกชี้แจงไปทั่วโลกแล้ว ทางสมาคมฯ ไม่เคยแต่งตั้งให้คนจีนหรือคนชาติใดๆ เป็นผู้ชำนาญการตัวแทนสมาคมพระเครื่อง เป็นการแอบอ้างทั้งสิ้นอย่าได้หลงเชื่อโดยเด็ดขาด ชาวจีนที่เป็นนักสะสมวัตถุมงคลที่ดีมีคุณธรรมยังมีอีกเยอะ เล่นหาพระแท้ๆ เราต้องส่งเสริมและดูแลไว้ หากสงสัยสอบถามได้ที่ 0-2952-7898 000 พยัพ คำพันธุ์ เสียดายกระบี่มือหนึ่ง ถึงแก่กรรมแล้ว ตี๋ ยางตัน นายกสมาคมพระบอก เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการพระเครื่อง คนดีมีความรู้เรื่องพระหลวงพ่อทวด หลวงปู่โต๊ะ เป็นคนมีน้ำใจช่วยเหลือวงการและสังคม เป็นที่รักของเพื่อนพ้องน้องพี่ คนวงการพระล้นวัดไปฌาปนกิจศพ ตี๋ ยางตัน ส่งดวงวิญญาณของเขาสู่สัมปรายภพที่ดีเมื่อวานนี้ ที่ฌาปนสถานวัดบัวขวัญ

เหรียญนี้ไม่หนีล้าน วิโรจน์ พรหมบัญชร เปิดกล่องพระสวยโชว์หลวงพ่อทวด

พิมพ์เตารีดใหญ่เอ บัวมีขีดนิยมสุดๆ คราบเบ้ายังอยู่ดูมีเสน่ห์

เหรียญหลวงพ่อเงิน บางคลาน จอบเล็ก ราคาเกินล้านไปหมดแล้ว ขนาดองค์นี้จอบเล็ก ปี 15

สวยระดับประกวด บำรุง อ่างทอง ต้องซื้อเป็นแสน

@@@ วันเดียว นันต์ ท่าพระจันทร์ จ่ายสด 2 ล้านกว่าเหมาวัตถุมงคลหลวงปู่คำพันธ์ วัดธาตุมหาชัย นครพนมเนื้อทองคำทั้งชุด มีพระกริ่งทองคำรุ่นแรก เบอร์ 18 พร้อมเหรียญปั๊มรุ่นแรกทองคำ เหรียญบาตรน้ำมนต์ เหรียญนั่งพาน เหรียญฉลุ เหรียญโต๊ะหมู่ เหรียญกฐินองค์การโทรศัพท์ ล็อกเกตเจริญลาภเข้าตู้เซฟไปแล้ว นอนฝันคืนเดียวได้ของครบขอเก็บไว้ให้ลูก

พระนางตรากรุวลัยลักษณ์ ท่าศาลา นครศรีธรรมราช พิมพ์เล็กพิมพ์เดียว

กับกรุท่าเรือเชารีเวอร์ แบ่งไปจากไฝ ท่าพระจันทร์ หลายพัน

หมากทุยหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง เครื่องรางที่หลวงปู่ทำด้วยลูกหมากติด

จั่นตายคาต้น หรือหมากตายพราย ลงนะปถมัง ของเบิด หนองชาก

@@@ ไฝ ท่าพระจันทร์บอกข่าวดี ใครมีต้องเก็บ พระนางตราที่พบจากกรุวลัยลักษณ์ ท่าศาลา นครศรีธรรมราช ตอนสร้างมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็น พิมพ์นางตราเล็ก พิมพ์เดียวกับพระนางตราท่าเรือ ตอนนี้ราคาพุ่งแรงประสบการณ์ดีมากๆ โทร.08-9441-3397 000 หลวงปู่ท่อน วัดศรีอภัยวัน จ.เลย กำลังสร้างมหาเจดีย์ เจ้าภาพผ้าป่า 1,000 บาทรับเหรียญหลวงปู่ท่อนสำริด 10,000 บาทรับเหรียญเงิน 08-0078-9555 นันต์ ท่าพระจันทร์

หลวงพ่อทับ วัดอนงคาราม สร้างพระเนื้อเมฆสิทธิ์ไว้หลายพิมพ์ องค์นี้เป็น

พิมพ์มะขามเฒ่า หลวงปู่ศุขยังมาขอเรียนวิชากับท่าน ของกรี กัลยาณ์

@@@ วันนี้ที่เทวาลัยจตุคามรามเทพ กุยบุรี ท่านสรรเพชญ ธรรมาธิกุล จัดพิธีไหว้ครู ฝากตัวเป็นศิษย์ ปิดทองเศียรองค์ครูจตุคามรามเทพ และปลุกเสกเศียรจตุคามรุ่นสร้างเทวาลัย สนใจถามไป 08-1009-6909….สวัสดี

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-05-13 12:11:49


ความเห็นที่ 53 (2960187)

เหรียญปั๊มหลวงพ่อทวดรุ่นแรก

พันธุ์แท้พระเครื่อง
ราม วัชรประดิษฐ์


เหรียญปั๊มรูปเหมือนหลวงพ่อทวด รุ่นแรก หรือที่เรียกว่า "เหรียญหัวโต" นับเป็นการจัดสร้างเหรียญปั๊มเป็นครั้งแรก ในปีพ.ศ.2500

หลวง พ่อทวด หรือสมเด็จเจ้าพะโคะ พระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงในสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนมาตั้งแต่อดีต ถึงแม้ในสมัยนั้นยังไม่มีการจัดสร้างวัตถุมงคล แต่เมื่อมีผู้ไปกราบไหว้ขอพร มักได้สมดังปรารถนาด้วยพระบารมีและปาฏิหาริย์แห่งหลวงพ่อทวด จนถึง ณ ปัจจุบัน ชื่อเสียงของท่านก็คงยังเป็นที่เคารพศรัทธาและกล่าวขวัญในความศักดิ์สิทธิ์ เสมอมา

การสร้างวัตถุมงคลหลวงพ่อทวดเริ่มในสมัย พระครูวิสัยโสภณ หรือหลวงพ่อทิม ธัมมธโร วัดช้างให้ หรือวัดราษฎร์บูรณะ จ.ปัตตานี ผู้เคารพเลื่อมใสหลวงพ่อทวดอย่างมาก เมื่อเริ่มมีการสร้างวัตถุมงคล "หลวงพ่อทวด" ขึ้น ก็เป็นที่ยอมรับกันว่า ผู้ที่ประพฤติตนอยู่ในศีลในธรรม เมื่อบูชาแล้วต่างประสบปาฏิหาริย์นานัปการ ทั้ง เมตตามหานิยม โชคลาภ คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด และยังสามารถอธิษฐานขอความเป็นสิริมงคล ให้ประสบความสำเร็จในการต่างๆ ได้เป็นอย่างดีครับผม

อัตโนประวัติ หลวงพ่อทิม วัดช้างให้ เกิดเมื่อปีพ.ศ.2455 ที่ บ้านนาประดู่ จ.ปัตตานี ในวัยเด็กได้ร่ำเรียนกับ พระครูภัทรภรณ์โกวิท (พระแดง ธัมมโชโต) พออายุ 18 ปี ได้บวชเป็นสามเณร จนอายุครบบวช จึงอุปสมบทที่วัดนาประดู่ ได้รับฉายา "ธัมมธโร" จำพรรษาได้ 2 พรรษา ท่านก็เดินทางไปศึกษาที่สำนักวัดมุจลินทวาปีวิหาร แล้วกลับมาเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมที่วัดนาประดู่

ปี พ.ศ.2484 ได้ดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดราษฎร์บูรณะ หรือวัดช้างให้ จนถึงปีพ.ศ.2493 จึงได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสปกครองวัด จากนั้นก็ได้รับการแต่งตั้งสมณศักดิ์เรื่อยมา จนเป็นพระอุปัชฌาย์ในปีพ.ศ.2509 ท่านมรณภาพในปีพ.ศ.2512 สิริอายุ 57 ปี พรรษา 36 ได้รับพระราชทานเพลิงศพที่ วัดช้างให้ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2518

หลวงพ่อทิมเริ่มสร้างพระเครื่อง "หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด" เป็นครั้งแรกใน ปีพ.ศ.2479 เป็น พระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน ซึ่งปัจจุบันหาดูหาเช่ายากยิ่งนัก นอกจากนี้ ท่านยังเป็นผู้ริเริ่มบุกเบิกปฏิสังขรณ์ และบูรณะวัดช้างให้ ซึ่งนับเป็นศาสนสถานเก่าแก่และเป็นที่ระลึกถึงหลวงพ่อทวด

สำหรับ พระเครื่องวัตถุมงคลรุ่นที่จะกล่าวถึงนี้คือ "เหรียญปั๊มรูปเหมือนหลวงพ่อทวด รุ่นแรก" หรือที่เรียกกันว่า "เหรียญหัวโต" ซึ่งนับเป็นการจัดสร้างเหรียญปั๊มรูปเหมือนเป็นครั้งแรกในปีพ.ศ.2500 โดยจัดสร้างเป็นเนื้อทองแดง จำนวน 3,000 เหรียญ ซึ่งหมดลงในเวลาไม่นาน เหรียญหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ รุ่นแรก ปี 2500 จึงต้องสร้างเพิ่มอีก 5,000 เหรียญ แต่ให้แตกต่างกันโดยทำเป็น เนื้อกะไหล่เงินและกะไหล่ทอง

เหรียญ ปั๊มรูปเหมือนหลวงพ่อทวด รุ่นแรก ลักษณะเป็นเหรียญรูปทรงเสมา หูในตัว ด้านหน้าตกแต่งขอบเป็นลายกนก ด้านบนเป็นอักขระขอมอ่านว่า "นะ โม พุท ธา ยะ" ตรงกลางเป็นรูปเหมือนหลวงพ่อทวดนั่งสมาธิ บนอาสนะฐานบัวสองชั้น ศีรษะค่อนข้างใหญ่ ด้านข้างทั้งสองเป็นอักษรไทยว่า "หลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด" ด้านหลังพื้นเรียบ ด้านบนเป็นอักษรขอมว่า "นะ มะ ภะ ทะ" ตรงกลางเป็นรูปเหมือนหลวงพ่อทิม ด้านล่างจารึกชื่อ "พระครูวิสัยโสภณ (ทิม)" คาถาหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด วัดช้างให้

เหรียญปั๊ม รูปเหมือนหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ รุ่นแรกนี้ ถ้าสังเกตดูที่อักขระขอมด้านหลัง จะเห็นว่า บางเหรียญมี "รอยเคลื่อน" อันเกิดจากบล็อกพิมพ์เคลื่อนตัว จึงทำให้เกิดการแบ่งพิมพ์ออกเป็น พิมพ์บล็อกเคลื่อน และพิมพ์บล็อก ไม่เคลื่อน อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเหรียญทองแดง เหรียญกะไหล่ทอง กะไหล่เงิน บล็อกเคลื่อน บล็อกไม่เคลื่อน ก็เป็นเหรียญพระเครื่องที่เป็นเลิศในพุทธคุณ และเป็นที่นิยมสะสมและแสวงหากันอย่างกว้างขวางทั้งสิ้นครับผม

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-05-13 11:21:34


ความเห็นที่ 52 (2959207)

สังคมพระเครื่องบ้านเมือง

@@@ วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2556 เป็นวันที่คนกรุงเทพฯ ต้องออกจากบ้านไปหย่อนบัตรเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีให้เลือกหลากหลายสไตล์ จะเอาแบบเดิมๆ หรือแบบใหม่ๆ ตามใจคุณเถอะอย่าคิดมากให้เลอะเทอะ แค่คิดว่า ใครดูดีมีแนวทางช่วยพัฒนา กทม.ให้ก้าวไกลทันสมัยชู้ตเข้าสู่ประตูอาเชี่ยนไปเลย เขาให้เวลา 08.00 ถึง 15.00 น.เท่านั้น วันนี้ร้านไหนขายเหล้าอาจเข้าคุกนะจะบอกให้ พ้นเวลาลงคะแนนแล้วซดต่อได้เลยพี่

พระพิฆเนศวร เทพแห่งความสำเร็จ นักการค้า ธนาคาร คนงาน นายช่าง

ต่างให้การเคารพบูชา องค์นี้จัดว่าศิลป์งามเกินคาด ของปัญญา ยะใจ จตุจักร

@@@ จะเอายังไงกันดี พลิกหน้ามือเป็นหลังมือไปอีกแล้วแค่สองอาทิตย์ จากการนำเสนอ พระ ขุนแผนเคลือบแตกกรุ หรือกรุแตกรถแบกโฮขุดดินหน้าวัดอัมพวัน ริมคลองบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ได้ไหโบราณข้างในบรรจุพระขุนแผนเคลือบราว 200 องค์ เซียนพระบางคนไปดูได้ส่องแล้วเมินไม่เช่าบูชาบอกว่า ผิดพิมพ์ตำหนิไม่ถูกน้ำเคลือบไม่ได้อายุ สรุปว่า ไม่น่าเป็นพระยุคเดียวกับวัดใหญ่ชัยมงคล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อายุ 400 ปี ทั้งที่วัดเองเชื่อว่าเป็นพระขุนแผนเคลือบยุคเดียวกัน ทางวัดเปิดให้บูชาคราวแรกต้นเดือนที่ผ่านมา องค์ละ 50,000 บาท


พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้ายใหญ่สามารถ คุ้มเพ็ชร

ได้จากงานประกวดพระนครสวรรค์ เป็นพระกรุเก่า ฟอร์มดี ถ้าตีราคาก็เป็นล้านแหละ

@@@ วันพฤหัสบดีท่านมาได้เห็นกับตาตัวเอง คุณพยัพ คำพันธุ์ นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย เปิดกล่องให้ดูพระขุนแผนเคลือบ วัดอัมพวันองค์สวย เช่าไว้ 4 องค์ 2 ล้าน และอีกเกือบ 10 องค์ สวยไม่แพ้กันองค์ละเป็นแสน สอบถามได้ความว่าให้ไปถามเซียนป๋อง สุพรรณ ก็แล้วกัน จึงไปหาที่ห้องเห็นกำลังล้างคราบกรุที่ติดอยู่กับองค์พระออก ก็เลยถามความเป็นมา เสี่ยป๋องบอกว่าพระชุดนี้เป็นพระแท้แน่นอน ป๋าพยัพ ยังเช่าเก็บเกือบ 20 องค์ พี่ต้อย เมืองนนท์ ได้มาก่อนใครจึงมีมากกว่าคนอื่น ผมได้มาบ้างไม่มากนัก ต่อ ดวงวิชัยเอาไป 7 องค์, ดามพ์ สุพรรณ 8 องค์, อี๊ด เมืองโบราณ, นิวส์ เมืองชล, บอม เมืองกาญจน์, พจน์ เมืองนนท์, โทน ทองพระเครื่อง เซียนพระเหล่านี้เช่ากันไปคนละองค์สององค์ๆ ละหลายแสน ไม่เท่านั้น ข่าวล่าสุด คุณกำพล วิระเทพสุภรณ์ นักสะสมพระเงินหนาก็เช่าไปหลายองค์เหมือนกัน

เหรียญหลวงปู่ดุลย์ อตุโล ปี 26 เนื้อทองคำ จัดสร้างในโอกาส

ครบ 8 รอบ อายุ 96 ปี เป็นเหรียญนิยมในวงการ ซุป เตาปูน เช่าเฉียด 2 แสน

@@@ นั่งรอเวลากว่าสองชั่วโมง เซียนใหญ่ อาจารย์ต้อย เมืองนนท์ จึงเข้ามา ได้สนทนาถามไถ่ไล่คัมภีร์สมเด็จพนรัตน์ วัดป่าแก้ว กันเลย วัดอัมพวัน บางใหญ่ อยู่ริมคลองสร้างสมัยอยุธยาตอนกลาง พระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว เคยมาพำนักที่นี่ อาจารย์ ต้อย ยืนยันเลยว่า เป็นพระแท้ยุคเดียวกับวัดเชิงท่า วัดบ้านกลิ้ง และวัดใหญ่ชัยมงคลแน่นอน เปิดกล่องให้ส่องดูตำหนิ หน้าเดียวกัน ปลายคิ้วกระดก จมูกคด นมแหลม น้ำเคลือบได้อายุ มีแตกเป็นเม็ดสาคูอยู่ในเนื้อ นำยาเคลือบไม่มีใครทำได้เหมือนโบราณ ด้านหลังมีลายฝ่ามือกด อาจารย์ภุชชงค์ จันทวิช นักโบราณคดีก็ยืนยัน แล้วว่านำยาเคลือบและดินเผามีอายุถึงยุคอยุธยา อาจารย์ต้อย กล่าว และฟันธงว่า เป็นพระแท้ครับ และการพบเที่ยวนี้มีพระยืนขนาดเล็กศิลปะอยุธยาเนื้อทองคำอยู่ในไหใบนี้ด้วย ตอนที่เอาออกมาทางวัดเข้าใจว่าเป็นพระทองเหลืองด้วยซ้ำไป

เหรียญหล่อหลวงพ่อพลอย วัดเงินตลิ่งชัน ปี 2464 พิมพ์หูสั้น

หลังยันต์นูน ประทับนั่งปางสมาธิ ดีทางคงกระพันและเมตตา ของ อ้วน นครปฐม

 

@@@ ข่าวดีชอบตีให้เละทำเอา ป๋อง สุพรรณเลขาสมาคมพระเครื่องอดรนทนไม่ได้ ประกาศชัดเจนว่า ใครที่ชอบอ้างสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย จำกัดตัวกรรมการไม่ให้ไปช่วยงานประกวดพระเครื่องที่โน่นบ้างที่นี่บ้าง แม้ทีมโฆษกก็ถูกจำกัดว่าเจ้าของงานไม่เอาคนโน้นไม่เอาคนนี้ จะเอาแต่คนประจบสอพลอเจ๊าะแจ๊ะหน้าไหว้หลังด่าหรือไง เสี่ยป๋องเลยฉุน ชี้แจงแจ่มแจ๋วเลยว่าไม่ว่างานไหนเป็นงานที่สมาคมฯ ให้การรับรองอย่างถูกต้อง สมาคมสนับสนุนเต็มที่ไม่มีจำกัด หรือสกัดใครทั้งนั้น ไปกันได้หมด ตามกติกาของสมาคมฯ แม่ทีมโฆษกก็เช่นกัน ไปกันได้ทุกงานเจ้าภาพเขารู้กติกาดีแล้ว อย่ามาอ้างว่าเจ้าภาพไม่เอาไม่จ่ายไม่ได้นะคร๊าบ มีเลขาสมาคมที่กล้าพูดกล้าทำ และทำเพื่อส่วนรวมเพื่อวงการมีอะไรเข้าหูไม่ถูกต้องชี้ชัดออกมาเลยอย่างนี้ต้องซวดๆ (ปรบมือ) ให้

เหรียญหลวงปู่ทวด พิมพ์ขี่คอ ปี 09 ออกที่วัดช้างให้ เนื้ออัลปาก้าชุบเงิน

จัดว่าสวยแชมป์เหรียญหนึ่งในวงการนักสะสมพระใต้ ชมได้ที่นันต์ ท่าพระจันทร์

@@@ ป๋องทิ่มต่ออีกว่า งานประกวดพระเมืองอุดรธานีก็มีข่าวจากคนปากไม่สะอาด พูดให้เกิดความแตกแยกเสียหาย ว่าจะเชิญกรรมการเป็นบางคน พิธีกรก็เชิญเป็นคนๆ ทั้งที่งานนี้เป็นงานใหญ่ งานระดับจังหวัด คนจัดคุณปรีชา ชัยรัตน์ และคุณประชา ชัยรัตน์ สองพี่น้องเป็นถึงคหบดีเจ้าสัวเมืองอุดรที่ใครๆ ก็รู้จัก ท่านทั้งสองเสียสละออกเงินให้ไม่เอาคืนแม้บาทเดียว จัดได้เท่าไหร่เอาไปทำกุศลยกให้มูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่า จังหวัดอุดรธานี โดยไม่หักค่าใช้จ่ายแม้บาทเดียว สมาคมจึงยินดีให้การสนับสนุนเต็มที่ เชิญกรรมการทุกคนทุกชมรมทั่วประเทศไปช่วยกันเต็มที่ครับ หากใครจะค้านก็ขอให้ไปเจอกันได้ที่ทำการสมาคมฯ ทุกวันเลย ก็อยากรู้ว่าคนไม่ทำงานยังเอาตีนลาน้ำ มันเป็นคนไหนอยู่ไกลถึงอุดร หรืออยู่ใกล้สมาคมฯ กันแน่

เหรียญหลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ ปี 2512 เป็นเหรียญที่มี

ประสบการณ์จึงเป็นที่นิยมห้อยติดตัวไว้ คุ้มภัยเป็นเลิศ ของยรรยง คูเกษมกิจ

@@@ ได้เฮกันตึม วันพุธที่ผ่านมาเปิดร้านพระเครื่องของ อาจารย์จุก อุตรดิตถ์ ได้ เวลาผู้คน ทั้งเซียนเล็กเซียนใหญ่ นักสะสม และแฟนคลับพระเครื่อง ของ เฮียจุก ต่างทยอยนำกระเช้าดอกไม้ตระกร้าผลไม้มาแสดงความยินดีกันแน่น ร้าน จู่ๆ มีชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่เข็นตู้เซฟใบใหญ่ตรงรี่มาที่งาน ทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียวกัน ใครหนอนำตู้เซฟมาแสดงความยินดีกับเฮียจุก ที่ไหนได้พอใกล้เข้ามาหักขวาเลี้ยวเข้าห้องร้านอาจารย์จุกเดิมที่เซ้งให้ เคี้ยง ยศเส ไปแล้วซึ่งอยู่ติดกันนั่นแหละคุณ

เหรียญยอดนิยมสายอีสาน พระอาจารย์ชอบ ฐานสโม ปี 14 เนื้อทองคำ

จัดเป็นเหรียญขนาดเขื่อง ทรงกลม หูในตัว ของคุณพิษณุ จตุรภัทรไพบูลย์

@@@ คนจัดงานเห็นดีไม่มีค้านแต่ โดนต้านด้วยมติของเสียงส่วนมากต้องถอนกลางอากาศ เป็นเรื่องดีที่มีการฟังความเห็นและยอมทำตามเสียงส่วนใหญ่ เรื่องจัดงานประกวดพระเครื่องของชมรมพระโลตัสปิ่นเกล้า ที่มี 3 หัวเรือใหญ่ร่วมคิด อาจารย์เล็ก รูปหล่อ, เสี่ยกวง ท่าพระจันทร์ และระวิ เลิศนานาวงศ์ ประชุมระดมความเห็น เป็นอันว่าที่จะออกใบประกาศนียบัตรรับรองพระแท้ให้ทุกรายที่ส่งพระเป็นอันต้องยกเลิก ไอเดียไปแล้วเพราะ เสียงส่วนใหญ่ค้านหัวชนฝาว่ามีแต่จะเสียมากกว่าได้ จำต้องเลิกรา…จบข่าว

พระชัยเขื่อนเล็ก หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง ภาษีเจริญ กทม.จัดสร้าง

ก้นอุดชันโรง องค์นี้แชมป์งานพันธุ์ทิพย์หลายสมัย ต่าย พระบาท บุกเช่าไปแล้ว

เหรียญเสมาหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ บล็อกประสบการณ์

เนื้อทองแดงรมดำ ปี 2504 ปัจจุบันราคาขยับไปเกือบ 2 แสนแล้ว มหา แม่กลอง เจ้าของ

พระนาคปรกหลวงปู่ใจ วัดเสด็จ เนื้อทองคำ เป็นพระชุดเล็ก

จัดเป็นหนึ่งในชุดเบญจภาคีพระนาคปรกองค์จิ๋ว เสี่ยอุดม กวัสราภรณ์ เจ้าของ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-05-04 19:23:07


ความเห็นที่ 51 (2959206)

 

พระสมเด็จจิตรลดาสุดยอดปรารถนาทั้งแผ่นดิน!

พระสมเด็จจิตรลดาสุดยอดปรารถนาของคนไทยทั้งแผ่นดิน! : พระองค์ครู เรื่องและภาพ โดยไตรเทพ ไกรงู

 
           “มีพระสมเด็จจิตรลดาถือว่ามีพระบารมีในหลวงคุ้มครองตัว มีความเข้มขลังทุกอณู โดดเด่นทางด้านแคล้วคลาด และค้าขาย ไม่ต้องแขวนเต็มองค์เพียงแค่ชิ้นส่วน หรือฝุ่นผงที่กะเทาะจากองค์พระใครมีไว้ครอบครองก็ถือว่าสุดยอดแห่งความเป็น มหามงคล ไม่บ่อยครั้งนักของการจัดสร้างวัตถุมงคลที่เส้นพระเกศาของในหลวงเป็นมวลสาร ศักดิ์สิทธิ์”
        
           ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นคติความเชื่อในพุทธคุณของ "พระสมเด็จจิตรลดา" หรือ "พระกำลังแผ่นดิน"
 
           "พระสมเด็จจิตรลดา" เป็นพระเครื่องที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง ทั้งพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็กประมาณ ไม่เกิน ๓,๐๐๐ องค์ พระราชทานแก่ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และพลเรือน ตั้งแต่ใน พ.ศ.๒๕๐๘ จนสิ้นสุดใน พ.ศ.๒๕๑๓ ทั้งนี้จะพระราชทานด้วยพระหัตถ์พระองค์เอง มีเอกสารส่วนพระองค์ (ใบกำกับพระ) ซึ่งแสดงชื่อ นามสกุล วันที่รับพระราชทาน หมายเลขกำกับทุกองค์ โดยมีพระราชดำรัสแก่ผู้รับพระราชทานว่า "ให้ปิดทองที่หลังองค์พระปฏิมาแล้วเอาไว้บูชาตลอดไป ให้ทำความดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ"

           ส่วนคำว่า "พระกำลังแผ่นดิน" นั้น เข้าใจว่าท่าน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช จะเป็นผู้ขนานพระนามตามพระนามของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช คำว่า "ภูมิ" แปลว่า "แผ่นดิน" ส่วนคำว่า "พล" แปลว่า "กำลัง" จึงเป็นที่มาของพระนาม "พระสมเด็จจิตรลดา" ว่า "พระกำลังแผ่นดิน"

           มวลสารของพระสมเด็จจิตรลดา ประกอบด้วยเรซิน และผงพระพิมพ์ โดยทรงนำมาบดเป็นผง รวมกับเส้นพระเจ้า คลุกกับกาวเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วกดเป็นองค์พระด้วยพระหัตถ์ โดยทรงใช้เวลาตอนดึกหลังทรงงาน มีเจ้าพนักงาน ๑ คน คอยถวายพระสุธารส และหยิบสิ่งของถวาย ทั้งนี้ มีศาสตราจารย์ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ข้าราชการบำนาญกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร ผู้เป็นผู้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทในงานด้านประติมากรรม เป็นผู้แกะแม่พิมพ์ถวาย เพื่อพระราชวินิจฉัย แก้ไข จนเป็นที่พอพระราชหฤทัย

           ทั้งนี้นายสำเริง สำเภาลอย หรือ "ก บางซื่อ" กรรมการตัดสินพระเนื้อดิน ของสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย บอกว่า ณ เวลานี้ พระสมเด็จจิตรลดา ถือเป็นสุดยอดปรารถนาของคนทั้งแผ่นดิน แต่ต้องแลกมาด้วยเงินไม่ต่ำกว่า ๒ ล้านบาท ซึ่งนับวันตัวเลขดังกล่าวจะขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ หาเป็นปีที่จัดสร้าง พ.ศ.๒๕๐๘ และ พ.ศ.๒๕๐๙ ค่านิยมจะอยู่ที่ ๓ ล้านบาทขึ้นไป แต่ถ้าเป็นพิมพ์เล็กล่าสุดเท่ามีมีการเช่าซื้อกันสูงถึง ๖ ล้านบาท
           
           สำหรับภาพพระองค์ครูวันนี้เป็น "พระสมเด็จจิตรลดา  พ.ศ.๒๕๐๘" ของผู้ใหญ่ท่านหนึ่งใน บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่ได้รับมรดกตกทอดจากคุณพ่อ ซึ่งเคยรับราชการเป็นมหาดเล็กในวัง ในสภาพนี้มีการตั้งราคาไว้สูงถึง ๔-๕ ล้านบาท แต่ถ้ามีใบพระราชทานราคาจะมีราคามากกว่านี้อีก และจะไม่มีการต่อรองราคากันเลย ส่วนจะจบที่เท่าไรนั้น เป็นข้อตกลงระหว่างคน ๒ คน คือ เจ้าของ และผู้ซื้อ

           สิ่งหนึ่งที่นายสำเริง อยากฝากไว้เป็นข้อคิด คือ เมื่อพระมีราคาการทำปลอมจึงเป็นเรื่องธรรมดา ฝีมือการทำปลอมนับวันจะดีขึ้น ไม่เว้นพระสมเด็จจิตรลดา โดยเฉพาะพระที่ทรงสร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๒ และพ.ศ.๒๕๑๓ รวมทั้งใบกำกับที่พระราชทานมากับองค์พระก็มีการทำปลอมด้วย เรียกว่า “ปลอมทั้งองค์พระ ปลอมทั้งใบกำกับพระ"

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-05-04 19:03:24


ความเห็นที่ 50 (2957863)

 

รูปหล่อหลวงพ่อเดิม'สุดยอดของรัก'ผู้ใหญ่โต้ง

รูปหล่อหลวงพ่อเดิมวัดหนองโพ 'สุดยอดของรักของหวง' ของ 'ผู้ใหญ่โต้ง นครสวรรค์' : พระองค์ครู เรื่องและภาพ โดยไตรเทพ ไกรงู


               พระครูนิวาสธรรมขันธ์ หรือหลวงพ่อเดิม พุทธสโร ผู้ได้รับสมญานามยกย่องว่า "เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แคว" หลวงพ่อเดิม มีนามเดิมว่า เดิม ภู่มณี เกิดเมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๐๓  ณ บ้านหนองโพ และมรณภาพเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๕ รวมสิริอายุ ๙๑ ปี พรรษาที่ ๗๑

               หลวงพ่อเดิม ได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดเขาแก้ว อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๔๒๓ โดยมีหลวงพ่อแก้ว วัดอินทาราม (วัดใน) เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อเงิน วัดพระปรางค์เหลือง ต.ท่าน้ำอ้อย เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และหลวงพ่อเทศ วัดสระทะเล ต.สระทะเล เป็นพระอนุศาสนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "พุทธสโร"

               หลังจากอุปสมบทแล้วได้เดินทางกลับมาจำพรรษาอยู่ ณ วัดหนองโพ เพื่อศึกษาเล่าเรียนตามทางที่พระนวกะ ท่านตั้งต้นศึกษาหาความรู้เป็นการใหญ่ รวมทั้งได้ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยและท่องพระคัมภีร์วินัย กับหลวงตาชม วัดหนองโพ ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมและวิชาอาคมกับนายพันธ์ ชูพันธ์ ผู้ทรงวิทยาคุณของบ้านหนองโพ ภายหลังนายพันธ์ถึงแก่มรณกรรม ได้ไปศึกษาเล่าเรียนกับหลวงพ่อมี ณ วัดบ้านบน ต.ม่วงหัก อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ นอกจากนี้ยังได้ศึกษาพระธรรมวินัย และวิชาอาคม กับพระเกจิอาจารย์ท่านอื่นๆ มากมาย

               เมื่อครั้งที่หลวงพ่อเดิมยังมีชีวิตอยู่ ท่านได้จัดสร้างวัตถุมงคลมากมายหลายรุ่นท่านได้สร้างเครื่องรางของขลังมาก มายเป็นที่เลื่องชื่อ มีประสบการณ์ความศักดิ์สิทธิ์ปรากฏอยู่มากมายเครื่องรางเหล่านี้ก็มี นางกวัก ราชสีห์ ตะกรุด ผ้ายันต์รอยเท้า มีดหมอ แหวน เป็นต้น จนเป็นที่เลื่องลือมากในเรื่องของความขลัง เป็นที่ปรากฏว่า ประชาชนทั้งชาวบ้านและข้าราชการทหาร ตำรวจ และพลเรือนทั้งในจังหวัดนครสวรรค์และจังหวัดที่ใกล้เคียง ตลอดไปจนจังหวัดที่ห่างไกลบางจังหวัด พากันเข้าไปกราบนมัสการฝากตัวเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อมากมาย นอกจากเป็นผู้มีพุทธาคมขลังแล้ว ท่านยังเป็นพระนักพัฒนา และปรากฏผลงานให้เห็นจนตราบทุกวันนี้

               สำหรับภาพรูปหล่อลอยองค์ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ ขนาดบูชา องค์นี้เป็นของ “นายวันชัย อินลอย” หรือ “ผู้ใหญ่โต้ง นครสวรรค์” ประธานกรรมการบริหารภาคกลาง ของสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ซึ่งเป็นพระบูชาองค์หนึ่งที่ขึ้นชื่อว่า "สุดยอดของรักของหวง"

               ผู้ใหญ่โต้ง นครสวรรค์ บอกว่า ที่มาของรูปหล่อลอยองค์ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ ขนาดบูชา ได้ขอแบ่งเช่าจากรังพระของคุณนิยม อสุนี ณ อยุธยา นักนิยมพระเครื่องรุ่นใหญ่ใจถึงแห่งเมืองปากน้ำโพ ซึ่งกว่าจะได้มาต้องเทียวไปเทียวมาหลายครั้ง โดยคุณนิยมได้สั่งไว้เพียงสั้นๆ ว่า “อยากให้พระองค์นี้อยู่ในมือของคนนครสวรรค์ตลอดไป”

               ส่วนค่านิยมนั้น อยากเกินที่จะตีราคา ถ้าเปิดราคาที่ ๑๐ ล้าน น่าจะมีคนแย่งกันซื้อ เพราะมีการสร้างน้อยมาก เมื่ออยู่ในความครอบครองของใครแล้ว เป็นเรื่องยากที่จะย้ายรัง 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-05-01 19:15:09


ความเห็นที่ 49 (2952656)



หลวงพ่อพรหม รุ่นนิ้วกระดก


พันธุ์แท้พระเครื่อง
ราม วัชรประดิษฐ์


หลวงพ่อพรหม ถาวโร วัดช่องแค จังหวัดนครสวรรค์ เป็นพระเกจิ อาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชน

ด้วย บารมีและความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เลื่องลือ โดยเฉพาะเล็บมือและเล็บเท้าของท่าน มีการตั้งสนนราคากันถึงหลักหมื่น ทีเดียว แม้ท่านจะมรณภาพไปแล้ว ศพก็ยังไม่เน่าเปื่อย จึงได้รับการบรรจุไว้ในโลงแก้ว เพื่อให้ลูกศิษย์ลูกหาและสาธุชนได้มีโอกาสมานมัสการและขอพรอย่างต่อเนื่องมา จนถึงปัจจุบัน

หลวงพ่อพรหม เป็นชาวเมืองกรุงเก่า หรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดเมื่อปีพ.ศ. 2427 เมื่ออุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดปากคลองยางแล้ว ได้มาจำพรรษาที่วัดเขียนลาย จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย

ต่อมามีความสนใจ ในด้านวิปัสสนากรรมฐาน จึงตัดสินใจออกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อหาแนวทางการปฏิบัติธรรมชั้นสูงจนเข้าสู่เขตประเทศพม่า แต่ก็ยังไม่พบชัยภูมิที่เหมาะสมจะเป็นพุทธภูมิสำหรับภาวนาหาความสงบวิเวก จึงเดินธุดงค์ต่อไปจนมาถึง "ภูเขาช่องแค" เมื่อไปถึงพื้นที่ก็เกิดฝนตกหนัก ชาวบ้านจึงบอกทางให้ไปหลบฝนในถ้ำ

คืนแรกหลวงพ่อพรหมได้มี นิมิตอันเกิดจากจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์มาแนะแนวทาง การปฏิบัติธรรมชั้นสูงให้ ท่านจึงใช้ถ้ำแห่งนี้ในการฝึกฝนบำเพ็ญภาวนาจนแก่กล้า ศรัทธาของชาวบ้านก็เริ่มทยอยเข้ามา จากป่าอันรกร้างว่างเปล่าก็กลายเป็นเสนาสนะมากมาย พระภิกษุจากที่ต่างๆ เริ่มทยอยมาฝากตัวเป็นศิษย์รับคำสอนจากท่าน ท่านจึงซื้อที่ดินสร้างวัด สร้างกุฏิสงฆ์ หอสวดมนต์ และเสนาสนะต่างๆ ให้ชื่อว่า ?วัดช่องแค? และจำพรรษาที่นั่นตลอดมา จนมรณภาพเมื่อปีพ.ศ.2516

หลวงพ่อ พรหมเป็นพระเกจิอาจารย์ที่หันหลังให้คำว่า "แพ้" เสมอมา เรียกได้ว่าท่านเป็นทั้ง หมอเทวดา วาจาศักดิ์สิทธิ์ และสร้างอภินิหารประจักษ์แก่สายตามานักต่อนัก จนชื่อเสียงขจรไกลเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้านและพุทธศาสนิกชนทั้งใกล้ไกล มีลูกศิษย์ลูกหาทั่วทุกสารทิศเดินทางมากราบนมัสการขอพรและวัตถุมงคลอันทรง ด้วยพุทธคุณครบครันจากท่าน ซึ่งวัตถุมงคลของท่านนั้นมีหลายแบบหลายพิมพ์ ทั้งรูปเหมือนเนื้อผง-เนื้อโลหะ พระสมเด็จเนื้อผง-เนื้อโลหะ พระกริ่ง และเหรียญ เป็นต้น


สำหรับ "พระรูปเหมือนปั๊ม รุ่นนิ้วกระดก" ที่จะกล่าวถึงนี้ นับเป็นรูปหล่อรุ่นแรก สร้างขึ้นในปีพ.ศ.2507 โดยคณะกรรมการวัดเป็นผู้ขออนุญาตจัดสร้างขึ้น เพื่อหาทุนทรัพย์มา สร้างโบสถ์ให้แล้วเสร็จ จำนวนจัดสร้างประมาณ 600 องค์เท่านั้น ลักษณะเป็นรูปหล่อปั๊มแบบลอยองค์ เนื้อทองผสม กระแสไปทางเหลืองทอง หล่อเป็นองค์หลวงปู่พรหมนั่งสมาธิ หน้าตรง เต็มองค์ เหนืออาสนะ หน้าอาสนะมีอักษรไทยตัวนูนว่า "หลวงพ่อพรหม"

ข้อสังเกตในการพิจารณาพระรูปเหมือนปั๊ม หลวงพ่อพรหม รุ่นนิ้วกระดก มี 2 ประการสำคัญ คือ

1.รูป เหมือนปั๊มหลวงพ่อพรหมจะดูอวบล่ำและสมบูรณ์เกินความเป็นจริง วงหน้าอิ่มเอิบ จนบางคนเรียกรูปเหมือนปั๊มรุ่นนี้ว่า "รุ่นหน้าหนุ่ม"

2.ที่มือข้างขวาของหลวงพ่อจะเห็นนิ้วมือ 2 นิ้วกระดกขึ้นสูงกว่าปกติ เป็นเหตุให้นิยมเรียกชื่อรุ่นว่า "รุ่นนิ้วกระดก"

พระรูป เหมือนปั๊มหลวงพ่อพรหม รุ่นนิ้วกระดก ได้รับความนิยมสะสมกันอย่างกว้างขวางด้วยจำนวนการจัดสร้างมีน้อย โดยเฉพาะองค์ที่หลวงพ่อพรหมได้จารึกอักขระขอมว่า "มะ อะ อุ" ไว้ที่ใต้ฐานและสังฆาฏิ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 60 องค์เท่านั้นครับผม

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-29 07:45:24


ความเห็นที่ 48 (2952655)



เหรียญจตุรพิธพรชัย รูปเหมือนหลวงพ่อกวย (จบ)


มุมพระเก่า
อภิญญา



หลวงพ่อกวย

เหรียญจตุรพิธพรชัย













































พิธี พุทธาภิเษกในวันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน 2518 ตรงกับวันแรม 7 ค่ำ เดือน 7 ปีเถาะ จ.ศ.1337 เวลา 15.09 น. โหรประกอบพิธีบูชาฤกษ์ เวลา 16.03-16.21 น. มหามงคลฤกษ์ ประกอบพิธีจุดเทียนชัย เวลา 16.30 น. พระสงฆ์เถระ 9 รูป เจริญพระพุทธมนต์ในพิธี (ในพระอุโบสถวัดรัตนชัย) เวลา 19.09 น. พระพิธีธรรม 4 รูป เจริญพระคาถาพุทธาภิเษก พระคณาจารย์ 16 รูป เข้าประจำอาสนะปรก

พิธี นี้หลวงปู่ดู่ให้นิมนต์หลวงปู่สี วัดเขาถ้ำบุญนาค มาร่วมพิธีพุทธาภิเษก แต่ขณะนั้นท่านอายุ 126 ปี เข้าไปแล้ว ท่านจึงมอบหมายให้พระอาจารย์สมบูรณ์ ศิษย์ก้นกุฏิและดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสในขณะนั้นไปร่วมพิธีในนามของท่าน แต่จะว่าไปแล้วเรื่องที่คนคิดไม่ถึงก็คือ หลวงปู่สีท่านก็ได้เดินญาณมาร่วมพิธีพุทธา ภิเษกเช่นเดียวกัน เพราะท่านถือว่าท่านได้รับนิมนต์หลวงปู่ดู่ ไว้แล้ว

ว่า กันว่านอกจากหลวงปู่สี วัดเขาถ้ำบุญนาค เดินญาณมาร่วมพิธีพุทธาภิเษกแล้ว ยังมีอีกรูปหนึ่งที่เดินญาณมาร่วมพิธีเหมือนกัน ซึ่งก็คือ หลวงปู่ดู่ วัดสะแก เพราะท่านรับปากนายเรียนว่าจะช่วยปลุกเสกอย่างเต็มที่

มหา พิธีพุทธาภิเษก วัตถุมงคลจตุรพิธพรชัย ที่วัดรัตนชัย เมื่อปีพ.ศ.2518 นั้น หลวงพ่อกวยท่านพบอภินิหารของพระคณาจารย์ผู้ร่วมพิธีปลุกเสกหลายรูปด้วยกัน เมื่อท่านเดินทางกลับมาถึงวัดโฆสิตาราม ได้เล่าให้คณะศิษย์ฟังว่า พระวัดกลาง อ.ท่าเรือ (หมายถึงหลวงพ่อนอ) มีคุณวิเศษในทางมหาอุดเป็นเลิศ พระวัดบ้านช้าง อ.วังน้อย (หมายถึงหลวงพ่อออด) มีความเข้มขลังทางคงกระพันชาตรี เวลาปลุกเสก ตัวเฑาะว์จะหลุดลอยออกมาจากในปาก พระวัดโบสถ์ ลพบุรี (หมายถึงหลวงพ่อพริ้ง) มีดีทางแคล้วคลาด กำบังภัยอย่างยอดเยี่ยม


เหรียญจตุรพิธพร ชัยหลวงพ่อกวย หลังจากพุทธา ภิเษกเสร็จมีนักเลงท้องถิ่นในพื้นที่พูดคุยกันว่า "จะขลังแค่ไหน" ปรากฏว่าคำพูดนี้ได้ยินไปถึงนายเรียน จึงนำความนี้เข้าปรึกษาครูบาอาจารย์ในพระอุโบสถว่า "จะทำอย่างไรดี" เพราะเป็นที่ทราบกันว่าสมัยนั้นการลองของประเภทจะจะ นิยมกันมาก เช่น เอาปืนยิง เพราะต้องการทดสอบพุทธคุณในวัตถุมงคลนั้นๆ ว่าดีจริงเพียงใด ถ้าสมมติว่า "ยิงออกหรือเหรียญโดนยิงทะลุ" ทุกอย่างที่ทำมาเป็นอันจบกัน ซึ่งในเวลานั้นครูบาอาจารย์ที่พรรษาน้อยไม่กล้าออกความเห็นจึงสงบนิ่งเพื่อ ให้ท่านที่พรรษาสูงกว่าปรึกษาและตัดสินใจกัน

ระหว่างนั้น หลวงพ่อกวย ท่านได้ขออนุญาตครูบาอาจารย์ทุกรูปว่า "กระผมอาสา" หลังจากนั้นท่านจึงนำเหรียญรูปเหมือนของท่านติดตัวไปด้วยหนึ่งเหรียญออกไป นอกพระอุโบสถ แล้วพูดขึ้นว่า "ใครจะเอาไปลองบ้าง" ปรากฏว่านักเลงคนหนึ่งขออาสาเป็น ผู้ทดสอบ และได้นำเหรียญดังกล่าวไปยิงที่หลังพระอุโบสถ ปรากฏว่า "แชะๆ" และได้นำเหรียญมาคืนหลวงพ่อกวยพร้อมขอขมาท่าน พอชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวก็ประจักษ์ในพุทธคุณและเริ่มบอกปากต่อปาก ไปในวงกว้าง ส่วนหลวงพ่อกวยท่านจึงกลับเข้าไปในพระอุโบสถพร้อมกับกล่าวว่า "เรียบร้อย"

ด้วยความเข้มขลังด้วยประสบ การณ์ จึงทำให้เหรียญจตุรพิธพรชัยเป็นเหรียญยอดนิยม ราคาเช่าหาสูงขึ้นทุกที เพราะเชื่อว่าเปี่ยมด้วยบารมีของพระดี-เกจิดังทั้ง 9 รูป แถมมีพระผู้ทรงวิทยาอาคมระดับประเทศร่วมปลุกเสกด้วย เหรียญชุดนี้จึงถือว่าครบเครื่องเรื่องพุทธคุณ

ใครสะสมได้ครบชุดบอกได้ว่าสุดยอด

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-29 07:41:54


ความเห็นที่ 47 (2951448)

เหรียญรูปไข่หน้าแก่ ครูบาออ ปัณฑิโต

หลังเลนส์ส่องพระ
เอกอุ

พระเกจิอาจารย์อาวุโสแดนเหนือ "หลวงปู่ครูบาออ ปัณฑิโต" สิริอายุ 93 ปี แห่งสำนักสงฆ์พระธาตุดอยจอมแวะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

ปัจจุบันวัตถุมงคลของท่านได้รับความนิยมอย่างมาก  ตามประวัติท่านเป็นครูบาผู้เฒ่าเป็นที่เคารพศรัทธาจากประชาชนรัฐไทยใหญ่อย่างมาก

"เจ้าฟ้าแสงเชียง" เจ้าแผ่นดินรัฐฉานหรือไทยใหญ่ เป็นผู้สักสังวาลเพชรบนศีรษะท่านตอนอายุ 20 ปี เพราะโปรดที่ "นายออ" ตอนนั้นเป็นทหารกล้า นำพากองทัพไทยใหญ่รบชนะข้าศึก โดยไม่เสียกำลังพลแม้แต่คนเดียว

จาก คำบอกเล่าของท่าน "เจ้าปิ่นยา" พระสังฆราชไทยใหญ่ เป็นผู้บวชให้ เมื่อบวชแล้วท่านศึกษาอักขระ ตำราเลขยันต์ฉบับหอคำหลวง เจนจบพุทธาคม จนได้รับการวางตัวเป็นพระมหาเถระองค์ต่อไป

ท่าน เรืองวิชาตั้งแต่เป็นสามเณร ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้ถูกเกณฑ์เป็นทหารไทยใหญ่ รบกับพม่า ทั้งกองร้อยรบไม่เคยแพ้ เพราะก่อนรบท่านทำน้ำมนต์และสักกระหม่อมให้เพื่อนทหารสู้กับศัตรู ปรากฏว่า ปืนทหารพม่ายิงมาไม่ออกบ้าง ออกแต่ไม่ถูกบ้าง ลูกระเบิดตกใกล้ๆ ไม่ระเบิดบ้าง

แม้ตอนนี้เจ้ายอดศึก ผู้นำไทยใหญ่ ก็เคารพนับถือท่านอย่างที่สุด

เนื่องจากสำนักสงฆ์พระธาตุดอยจอมแวะที่ "ครูบาออ" อยู่จำพรรษานั้น เป็นดอยสูง ไม่มีถนน ทั้งทางขึ้นดอยก็ลาดชัน รถยนต์ไม่สามารถขึ้นไปได้ สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งไฟฟ้า และน้ำประปาก็ไม่มี อาศัยเพียงน้ำฝน และแผงเซลล์รับแสงอาทิตย์

"เหรียญ หน้าแก่ครูบาออ" ขณะนี้กำลังได้รับความนิยมจากลูกศิษย์ลูกหาอย่างมาก เหรียญหน้าแก่หลังยันต์ตุ๊กตาใหญ่รุ่นแรก ท่านให้สร้างเป็นที่ระลึก เนื่องในการทำพิธี หนุนแผ่นดิน กินทอง ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นที่วัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 มี.ค.2556 อันเป็นการจัดพิธี เสริมดวง-พลิกชะตา ตำรับหอคำหลวงครั้งแรกในประเทศไทย

ลักษณะ เป็นเหรียญรูปไข่ ด้านหน้ารูปครูบาออ ครึ่งองค์ครองจีวร ในลักษณะห่มคลุม แบบพระมหาเถระไทยใหญ่ อันมีความหมายของการห่มจีวรแบบห่มคลุมว่า ท่านเชิญวิชาหมอกมุงเมือง อันเป็นวิชาเอก หนึ่งในตำราหอคำหลวงมาปกคลุม คุ้มครองศิษย์ให้ชีวิต

ส่วน ที่มาของเหรียญหน้าแก่นั้น สังเกตดูใบหน้าของครูบาออ ช่างแกะพิมพ์ที่ใบหน้าของท่าน ปรากฏริ้วรอยเหี่ยวย่นของผิวหนังชัดเจน จึงเรียกว่า "เหรียญ หน้าแก่" ด้านหลังเป็นยันต์ริดติโย ไทยเรียกยันต์มหาฤทธี มีอานุภาพ หนุนดวง พลิกชะตา

เหรียญ หน้าแก่ครูบาออ สร้างเนื้อเงินจำนวน 399 เหรียญ, เนื้อแร่กายสิทธิ์ (ไทยเรียกเนื้อแร่นกเขาเปล้า ที่หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว นำมาสร้างเป็นพระชัยวัฒน์มีฤทธิ์ในตัวเอง หายากนักหนา) จำนวน 499 เหรียญ, เนื้ออัลปาก้า จำนวน 1,999 เหรียญ, เนื้อทองแดงเถื่อน จำนวน 1,999 เหรียญ ทุกเหรียญทุกเนื้อตอกโค้ด และหมายเลขกำกับไว้เป็นสำคัญ

บูชาได้ที่ สำนักสงฆ์พระธาตุดอยจอมแวะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่, วัดทุ่งครุ และศูนย์พระเครื่องชั้นนำทั่วไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-27 07:13:12


ความเห็นที่ 46 (2951433)


เหรียญหลวงพ่อฦๅ


เปิดตลับพระใหม่


"วัดเหมืองค่า" ตั้งอยู่ที่หมู่ 6 ต.เหมืองหม้อ อ.เมือง จ.แพร่ เป็นวัดเก่าแก่ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดแพร่ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 2 กิโลเมตร

ตามตำนานเดิมชื่อว่า วัดสงัดดงเย็น สร้างขึ้นเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น

มีพระพุทธรูปองค์หนึ่งที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ เชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ชื่อว่า "หลวงพ่อลือ" หรือ "หลวง พ่อฦๅ"

"หลวงพ่อลือ" เป็นพระนามเทิดพระเกียรติของพระมหาธรรมราชาที่ 1 คือ พระเจ้าลิไท หรือ พระเจ้าฤๅไท เพราะทรงเป็นผู้บูรณปฏิสังขรณ์ปูชนียสถานที่สำคัญของเมืองแพล (คือเมืองแพร่)

เดิม "หลวงพ่อลือ" มีขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 2 ศอก สูง 3 ศอก ประดิษฐานอยู่ภายในวัดเหมืองค่า คำนวณตามกาลเวลาของสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 อยู่ในราวพ.ศ.2180 แต่หาหลักฐานยืนยันเป็นหนังสือหรือจารึกไม่ได้ ได้แต่อาศัยคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ที่บอกเล่าสืบต่อกันมา

หลวงพ่อลือ เดิมหล่อด้วยทองเนื้อแปด เมื่ออัญเชิญไว้ในอุโบสถวัดเหมืองค่า ประมาณ พ.ศ.2310 เป็นยุคที่กรุงศรีอยุธยาราชธานีของไทยเสียกรุงให้กับพม่า ชาวพุทธในยุคนั้นจึงก่ออิฐถือปูนไว้พรางตาไม่ให้ข้าศึกเข้ามาทำลาย

ปัจจุบัน หลวงพ่อลือประดิษฐานอยู่โบสถ์น้อยวัดเหมืองค่า สาเหตุที่ชาวบ้านเรียกว่าโบสถ์น้อยเนื่องจากอุโบสถที่หลวงพ่อลือประดิษฐาน นั้นมีขนาดเล็ก มีพื้นที่อุโบสถเพียงกว้าง 2 วา 1 ศอก ยาว 3 วา 2

ชาวบ้านที่มีความศรัทธาและมีความเชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ผู้กระทำผิดศีลธรรมหรือไปจับต้องของในอุโบสถ ทำให้ได้รับความเสียหาย ต้องมีเหตุเภทภัยต่างๆ นานา

นอกจากนี้ ชาวบ้านยังมีความเชื่อว่า โบสถ์น้อยที่หลวงพ่อลือประดิษฐานมีความศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกันกับหลวงพ่อ ลือ จึงห้ามผู้หญิงเข้าเด็ดขาด ด้วยเชื่อกันว่ามีอาถรรพ์ ชาวบ้านได้เล่าสืบกันมาว่าเคยมีผู้หญิงวัยรุ่นจากกรุงเทพฯ มากับคณะทอดผ้าป่าสามัคคีไม่เชื่ออาถรรพ์นี้ หญิงวัยรุ่นคนดังกล่าวได้เดินเข้าไปโบสถ์น้อยเพื่อทดลองว่าจะเป็นจริงหรือ ไม่ พอพ้นธรณีประตูโบสถ์น้อยเท่านั้นก็ซวนเซทำท่าจะล้มลง จึงรีบออกมาและบอกว่าหน้ามืดจะเป็นลม จากนั้นเธอก็ไม่กล้าเข้าไปข้างในอีกเลย

เมื่อปีพ.ศ.2534 วัดเหมืองค่าได้จัดสร้างเหรียญหลวงพ่อลือรุ่นแรกไว้ เป็นเหรียญทองเหลืองรูปสามเหลี่ยม

ด้านหน้าเหรียญ เป็นรูปหลวงพ่อฦๅ

ด้านหลังเหรียญ ตรงกลางเหรียญเป็นรูปอุโบสถน้อย เขียนคำว่า "พระหลวงพ่อฦๅ" "รุ่นแรก" และ "วัดเหมืองค่า จ.แพร่"

ด้วยเจตนาการจัดสร้างที่บริสุทธิ์ และมีพระเกจิคณาจารย์ชื่อดังเข้าร่วมพิธีปลุกเสก ทำให้เหรียญหลวงพ่อฦๅมีพุทธคุณโดดเด่นรอบด้าน ผู้ที่มีเหรียญนี้ไว้ครอบครองต่างมีประสบการณ์มากมาย

ในครั้งแรกเปิดให้เช่าบูชาเหรียญละ 10 บาท แต่ปัจจุบันนี้ เหรียญดังกล่าวราคาเช่าบูชาเหรียญละ 500-1,000 บาท

จัดเป็นเหรียญยอดนิยมอีกเหรียญ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-26 22:24:57


ความเห็นที่ 45 (2950517)

 

รูปหล่อหลวงพ่อเงินพิมพ์นิยมค่านิยม๘ล้าน

รูปหล่อหลวงพ่อเงินพิมพ์นิยมค่านิยมที่ต้องแลกด้วยเงินสดๆ ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท : พระองค์ครู เรื่องและภาพโดย ไตรเทพ ไกรงู


              "วัดวังตะโก" เกิดขึ้นเป็นพระอาราม ด้วยฝีมือของ "หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ" วัดบางคลาน จ.พิจิตร ได้เป็นผู้สร้างไว้เมื่อประมาณ พ.ศ.๒๓๗๗ ต่อมาวัดวังตะโก หรือวัดหิรัญญารามก็เจริญอย่างรวดเร็ว มีผู้คนเคารพนับถือและถวายตัวเป็นศิษย์ ขอมาฟังธรรมขอเครื่องรางของขลัง และขอให้หลวงพ่อช่วยรักษาโรคให้ ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์และสมณศักดิ์เป็นเจ้าคุณฝ่ายวิปัสสนา

              ท้ายที่สุด หลวงพ่อเงิน ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้รับสมณศักดิ์เป็นท่านเจ้าคุณฝ่ายวิปัสสนาจารย์ หลวงพ่อเงิน ท่านมรณภาพด้วยโรคชรา เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๒ รวมอายุได้ ๑๑๑ ปี พรรษา ๙๐ ณ วัดวังตะโก ต.บางคลาน อ.บางคลาน จ.พิจิตร

              คงทิ้งไว้แต่เรื่องราวอันเป็นปาฏิหาริย์มากมาย นับว่าท่านเป็นพระสงฆ์ที่มีอายุยืนนานมากที่สุดรูปหนึ่ง ประวัติหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร พระเครื่องหลวงพ่อเงิน วัดบางคลานนับเป็นอีกหนึ่งในตำนานของวงการพระเครื่องไทย

              หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังมากในสมัยนั้น มีผู้คนมาให้ท่านช่วยรดน้ำมนต์ให้ไม่ขาดสาย ลูกศิษย์ของหลวงพ่อเงินวัดบางคลานที่มีชื่อเสียงโด่งดังต่อมาก็มีหลายท่าน เช่น หลวงพ่อพิธ วัดฆะมัง ที่มีชื่อเสียงในด้านตะกรุดคู่ชีวิต หลวงพ่อน้อย วัดคงคาราม ผู้สร้างตะกรุดหนังปลากระเบน และตะกรุดหนังอีเก้ง ปลัดชุ่ม วัดท้ายน้ำ หลวงพ่อหอม วัดหลวง หลวงพ่อนวล วัดหาดมูลกระบือ หลวงพ่อฟุ้ง วัดปากน้ำ หลวงพ่อขำ วัดโพธิ์เตี้ย หลวงพ่อไป๋ วัดท่าหลวงพล ผู้สร้างเหรียญหล่อหลวงพ่อเพชรจำลอง หลวงปู่ภู วัดท่าฬ่อ เป็นต้น นอกจากนี้ศิษย์ฆราวาสก็คือเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

              "นายอรรถภูมิ บุณยเกียรติ" ผู้อำนวยการสถาบันโบราณศิลป์ หรือ "เสี่ยติ" เจ้าของนิตยสารพระเครื่องชื่อดัง “สนามพระ” และถัดมาก็คือ “คู่มือนักสะสม” บอกว่า พระหลวงพ่อเงิน พุทธโชติ ที่นิยมกันสุดๆ มี ๔ พิมพ์ คือ รูปหล่อพิมพ์นิยม รูปหล่อพิมพ์ขี้ตา เหรียญหล่อพิมพ์จอบใหญ่ และเหรียญหล่อพิมพ์จอบเล็ก อายุการสร้างถึงวันนี้ประมาณ ๑๐๐ ปี นับว่าเก่าพอสมควร

              หลวงเงิน วัดบางคลาน รุ่นแรก ประมาณ ๒๔๕๐ เป็นเนื้อโลหะผสม เมื่อแรกเริ่มเข้าสู่งวงการ พ.ศ.๒๕๒๐ ค่านิยมในหลักหมื่นต้นๆ ถือว่าค้อนข้างแพง แต่ปัจจุบันเคยมีการการเช่าซื้อกันในราคาสูงถึง ๘ ล้านบาท ที่เดียว ส่วนภาพรูปหล่อหลวงพ่อเงินพิมพ์นิยม ที่เป็นองค์ครู ค่านิยมประมาณ ๕ ล้าน

              นายอรรถภูมิ ยังให้ข้อมูลอีกว่า ฝีมือการทำปลอมพระหลวงพ่อเงินมีหลายระดับ แต่ฝีมือทำปลอมที่ขึ้นชื่อว่าปราบเซียนเล็กและเซียนใหญ่ก็มีมาก ทำได้ดีมาก เรื่องเล่าหนึ่งที่เป็นเรื่องเล่าสะท้านวงการพระเครื่อง คือ เมื่อกว่า ๓๐ ปีก่อน คือ ทำพระปลอมแล้วไปจ้างสามล้อมถีบแขวนเพื่อเกิดธรรมชาติจากการใช้ มีเหงื่อ มีสนิม บางองค์ให้แขวนเป็นปี จากนั้นค่อยมาปล่อยขายทีละองค์ ส่วนปลอมในรอบกว่า ๑๐ ที่ผ่านมา พิมพ์ขี้ ฝีมือการปลอมของช่างคนหนึ่งในจ.นครสวรค์ปลอมได้ดีมาก โดยถอดแบบพิมพ์มา องค์หนึ่งราคา ๔ ล้านบาท ในครั้งนั้นถึงกับทำให้คนไม่กล้าซื้อ เข็ดขยาดไประยะหนึ่งเลยทีเดียว

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-22 10:36:21


ความเห็นที่ 44 (2950516)

 

รูปหล่อลอยองค์หลวงพ่อยิด'รุ่นเสกตะปูถอน'

รูปหล่อลอยองค์ หลวงพ่อยิด 'รุ่นเสกตะปูถอน' ไตรมาส ๒๕๓๕ เต็ม : พระองค์ครูเรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู


           “ปลัดขิก” นับเป็นเครื่องรางของขลังที่พระเกจิอาจารย์ดังในอดีตหลายองค์นิยมสร้างกัน อาทิ หลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก ฉะเชิงเทรา, หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ ชลบุรี, หลวงพ่อโสก วัดปากคลองบางครก เพชรบุรี ฯลฯ

           หนึ่งในเกจิอาจารย์ที่สร้างตำนาน “ปลัดขิก” จนดังสะท้านประเทศก็คือ “หลวงพ่อยิด จนฺทสุวณฺโณ” อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองจอก อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ วิทยาคมของท่านนั้นแก่กล้าขนาดที่ว่า สามารถเสกปลัดขิกบินรอบวัด ปลัดขิกของแต่ละท่าน ล้วนโด่งดัง-เข้มขลังด้วยประสบการณ์ เล่าขานสืบมาจนทุกวันนี้

           หลวงพ่อยิด ได้เริ่มสร้างวัตถุมงคลแบบทดลองสร้างดูพุทธคุณตั้งแต่สมัยเป็นอาจารย์ยิด โดยสร้างเป็นตะกรุดเพียงไม่กี่ดอก ได้มาเริ่มสร้างวัตถุมงคลแบบจริงๆ จังๆ ก็ตอนสร้างวัดหนองจอกนี่เอง โดยสร้างเป็นเหรียญรูปหล่อ และปลัดขิก และสร้างเรื่อยมา เพราะลูกศิษย์ลูกหาต่างแสวงหา เพราะต่างก็เชื่อมั่นในพุทธคุณของวัตถุมงคลที่หลวงพ่อจัดสร้างขึ้น

           หลวงพ่อยิด นั้นได้ชื่อนักพัฒนาที่มีฝีมือรูปหนึ่ง เห็นได้จากการสร้างสรรค์พัฒนาให้วัดหนองจอก จนเป็นวัดที่สมบูรณ์มีถาวรวัตถุทางศาสนาครบ ยากที่จะหาวัดใดๆ สร้างได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว นอกจากนี้ ท่านยังพัฒนาจิตใจและการศึกษาของเด็กและเยาวชนอย่างเต็มที่ โดยสนับสนุนด้านทุนการศึกษา, ทุนอาหารกลางวันแก่โรงเรียนหลายแห่งใน จ.ประจวบฯ รวมทั้งร่วมสร้างสาธารณประโยชน์แก่สถานที่ราชการและหน่วยราชการมากมาย

           หลวงพ่อยิดท่านเกิดเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๖ ชื่อและนามสกุลเดิม คือ "ยิด ศรีดอกบวบ" มรณภาพ เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๓๘ สิริอายุ ๗๑ ปี พรรษาที่ ๓๐

           สำหรับภาพพระองค์ครูฉบบับนี้เป็น "รูปหล่อลอยองค์ หลวงพ่อยิด รุ่นเสกตะปูถอน" จากหนังสือ "หลวงพ่อยิด จนฺทสุวณฺโณ" ฉบับมาตรฐาน ที่รวบรวมประวัติและการจัดสร้างวัตุมงคลของหลวงพ่อยิดไว้อย่างสมบูรณ์ จัดทำโดย นายไชยยา อ่ำสำอางค์ ศิษย์ก้นกุฏิหลวงพ่อยิด ทั้งนี้ได้ทำเป็น ๒ ภาษา คือ ภาษาไทยกับภาษาอังกฤษเพื่อเผยแผ่ให้คนต่างชาติได้รู้ถึงอำนาจแห่งพุทธคุณ ได้อ่านและเข้าใจ

           นายไชยยา บอกว่า เอกลักษณ์อย่างหนึ่ง คือ ปลัดขิกทุกตัวจะมีลายมือหลงพ่อยิดเขียนไว้ ใครจะแกะไปถวายท่านก็จะเขียนยันต์ให้ทุกตัว ปลัดขิกหลวงพ่อยิดมีปลอมเยอะ ถ้าดูลายมือหลวงพ่อยิดไม่เป็นมีสิทธิ์จอดเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเนื้ออะไรจะมีลายมือหลวงพ่อลงยันต์ทุกตัว ต้องดูลายมือให้เป็น

           หลวงพอยิดไม่ได้ดังเฉพาะปลัดขิกเท่านั้น พระเครื่องที่ก็ดังไม่แพ้กัน อย่างกับพระสมเด็จเปียก เหรียญรุ่นแรก และพระรูปหล่อลอยองค์ รุ่นเสกตะปูถอน หลายรุ่นโดงดังมาตั้งแต่เมื่อรั้งท่านมีชีวิตอยู่แล้ว หลายรุ่นมีการทำปลอม ด้วยเหตุผลที่ว่า "วัตถุมงคลของหลวงพ่อยิดมีพุทธคุณสูง เป็นพระที่ขายง่าย ที่สำคัญ คือ ราคาไม่แพง"

           ปัจจุบัน วัตถุมงคลของหลวงพ่อยิดได้รับความนิยมมาก แต่ราคายังถูกอยู่คือ จะอยู่ประมาณ หลักร้อยถึงหลักพันต้น แต่ถ้าเป็นปลัดขิกที่ทำจากงาช้าง หรือ พระเครื่องที่เป็นเนื้อทองคำราคาอยู่ที่หลักแสน

           หนังสือ "หลวงพ่อยิด จนฺทสุวณฺโณ" ฉบับมาตรฐาน เป็นหนังสือที่ อ.ไชยยา ทำออกมา ๑,๕๐๐ เล่ม เพื่อเผยแผ่เกียรติประวัติ และวัตถุมงคลหลวงพ่อยิด เพื่อสร้างวิหารหลวงพ่อเทพนิมิต และประดิษฐานรูปเหมือนหลวงพ่อยิด วัดไร่เนิน ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งต้องใช้งบประมาณกว่า ๓ ล้านบาท ขณะนี้มีทุนแล้วประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้วันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๖ อ.ไชยยาจะนำผ้าป่าไปทอด

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-22 10:34:14


ความเห็นที่ 43 (2950506)

ตำหนิพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ วัดบางขุนพรหม-พิมพ์ที่ 3

พันธุ์แท้พระเครื่อง
ราม วัชรประดิษฐ์

 
 
 
 
 
 
 



พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ ยังติดค้างอยู่อีก 1 พิมพ์ คือ ′พิมพ์ที่ 3′ หรือที่เรียกว่า ′พิมพ์ลึก มีเส้นแซมใต้ตัก′ ซึ่งจะมีศิลปะแม่พิมพ์คล้ายกับพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 2 มากที่สุด ทั้งศิลปะองค์พระ และฐานทั้งสามชั้นก็เหมือนกันมาก เป็นแม่พิมพ์ที่ค่อนข้างจะหายาก เท่าที่ผ่านมาในวงการมีน้อยองค์ครับ

จุดชี้ตำหนิพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 3 ด้านหน้า มีดังนี้

-พระเกศจะสั้นกว่าพิมพ์อื่น เปรียบเทียบกับพระเกศพิมพ์ที่ 2

-เส้นซุ้มครอบแก้วจะบางกว่าพระสมเด็จวัดระฆังฯ

-เส้นขอบบังคับแม่พิมพ์จะเชื่อมกับขอบซุ้มครอบแก้ว

-พระพักตร์แบบ ′ผลมะตูม′

-หัวไหล่ทั้งซ้ายและขวาจะตั้งได้ฉาก และกว้างกว่าพิมพ์ที่ 1 และ 2

-เส้นขอบบังคับแม่พิมพ์จะคมชัดกว่าพระสมเด็จวัดระฆังฯ

-หัวเข่าด้านซ้ายขององค์พระจะนูนสูงกว่าหัวฐานชั้นที่ 3 ส่วนหัวเข่าด้านซ้ายขององค์พระจะนูนสูงกว่าเล็กน้อย

-หัวฐานชั้นที่สามจะต่ำกว่าหัวเข่าทั้งสองด้าน

-มีเส้นแซมใต้ตัก ตามชื่อพิมพ์

ส่วนตำหนิแม่พิมพ์ด้านหลัง คือ

-ขอบตัดทั้งสี่ด้าน จะปลิ้นขึ้นมาทางด้านหน้า

-แผ่นหลังจะนูนเล็กน้อย

-ปรากฏรอยปูไต่อยู่ทั่วๆ ไป

-มีรอยย่น รอยหดเหี่ยว และรอยบั้งเหมือนรอยไม้แผ่นกระดาน

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-22 09:39:46


ความเห็นที่ 42 (2950402)

พระโคนสมอเนื้อชินเงินยอดนิยม

คอลัมน์ ชมรมพระเครื่อง
ด้วยความจริงใจ แทน ท่าพระจันทร์


สวัสดี ครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน วันนี้เรามาคุยกันถึงพระเก่าๆ กันเพื่อเป็นการอนุรักษ์มิให้เลือนหายไป ซึ่งพระกรุพระเก่าบางชนิดอาจจะไม่ได้มีสนนราคาสูงมากนัก แต่ก็มีคุณค่าทางศิลปะ อีกทั้งยังเป็นพระเครื่องที่บรรพชนได้สร้างไว้เพื่อสืบ ทอดพระพุทธศาสนา และผ่านพิธีการพุทธา ภิเษกมาอย่างดีแล้วทั้งสิ้น วันนี้เราจะมาพูดถึงพระโคนสมอกันดีกว่านะครับ

ทำไมถึงเรียก พระโคนสมอ และพระโคนสมอที่แท้จริงเป็นพระที่สร้างในยุคสมัยใด ครับหลายๆ ท่านก็อาจจะทราบดี แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่ไม่ทราบเรื่องราวความเป็นมา ผมจึงขออนุญาตเล่าเรื่องพระโคนสมออีกครั้งนะครับ ในปี พ.ศ.2430 เมื่อคราวที่ราชการจะตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สำหรับพระนคร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ (ม.ร.ว.เย็น อิศรเสนา) เป็นแม่กองซ่อมแซมพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) เจ้าคุณวรพงศ์ฯ ได้พบพระชินเงินฉาบปรอทเป็นจำนวนมากประมาณ 13 ปี๊บ อยู่บนเพดานท้องพระโรงพระที่นั่งศิวโมกข์ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ของพระราชวังบวรสถานมงคล จึงได้สั่งให้ชะลอพระทั้งหมดมาพักไว้ ณ โคนต้นสมอพิเภก ในบริเวณพระราชวังบวรสถานมงคล ต่อมาทางราชการได้นำพระชินเงินฉาบปรอทดังกล่าวเข้าประจุไว้ในพระเจดีย์ทอง ภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อคราวฉลองพระนครครบ 150 ปี พ.ศ.2475 พระดังกล่าวได้ถูกทิ้งไว้ที่โคนต้นสมอพิเภกเป็นเวลานานพอสมควร

พระ ชินเงินฉาบปรอทคราวนั้นได้ถูกคนหยิบฉวยไปบ้าง จนต่อมาทางการจึงได้เคลื่อนย้ายไปเก็บรักษาไว้ และมีพระบางส่วนที่มีการแบ่งให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ซึ่งใกล้ชิดเกี่ยวข้อง ในการซ่อมแซมพระราชวังบวรสถานมงคล และการที่มีผู้มาพบพระดังกล่าวที่โคนต้นสมอพิเภก ซึ่งท่านเจ้าคุณวรพงศ์ฯ นำพระไปชะลอไว้ จึงเรียกชื่อของพระตามสถานที่พบว่า ?พระโคนสมอ? นอกจากนี้ในครั้งหลังๆ ที่มีการขุดซ่อมแซมต่างๆ ภายในพระราชวังบวรสถานมงคลก็ยังได้พบพระโคนสมอที่เป็นแบบเนื้อดินอยู่อีก เนืองๆ

ที่มาที่ไปของพระโคนสมอนี้ สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาท กรมพระราชวังบวร ในรัชกาลที่ 1 ได้ทรงนำพระดังกล่าวมาจากวัดโบราณในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อคราวที่พระองค์ท่านเสด็จไปปฏิสังขรณ์ วัดสุวรรณดาราม เมื่อต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ในส่วนที่พบในครั้งอื่นๆ ก็มีที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอีกหลายวัดในองค์พระเจดีย์ และที่ในกรุงเทพฯ ก็มีพบบ้าง ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะมีการชะลอมาจากพระนครศรี อยุธยาเช่นกัน แต่โดยส่วนมากจะพบแต่พระโคนสมอแบบเนื้อดินแทบทั้งสิ้น ซึ่งพระที่พบแบบเนื้อดินนั้นจะเป็นพระปางประจำวันเกิดเสียเป็นส่วนใหญ่และพบ พระที่มีการลงรักปิดทองร่องชาดกับพระที่ไม่ได้ปิดทองก็มี แต่พระที่มีการลงรักปิดทองจะมีภาษีกว่าในด้านสนนราคา

พระโคน สมอที่เป็นพระเนื้อชินเงินนั้น เท่าที่รู้มาจะพบที่พระราชวังสถานมงคลเพียงแห่งเดียว ที่อื่นๆ นั้นยังไม่ทราบข้อมูล และพระเนื้อชินจะมีขนาดย่อมกว่าพระเนื้อดินมากโขอยู่เหมือนกันครับ ความนิยมจะนิยมพระเนื้อชินมากกว่าพระเนื้อดิน ในส่วนของศิลปะเท่าที่เห็นนั้น สันนิษฐานว่าเป็นศิลปะแบบอยุธยายุคปลาย สังเกตง่ายๆ จากซุ้มของพระโคนสมอจะเห็นทำเป็นคล้ายเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ที่นิยมสร้างในสมัยอยุธยาครับ

พุทธคุณของพระโคนสมอนั้น ที่ประจักษ์กันมาก็ในด้านอยู่ยง และแคล้วคลาดครับ ในวันนี้ผมได้นำรูปพระโคนสมอเนื้อชินเงินมา ให้ชม พร้อมทั้งรูปต้นสมอพิเภกต้นเดิมที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (พระราชวังสถานมงคล) ก่อนมีการโค่นลง มาให้ชมกันครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-21 14:33:36


ความเห็นที่ 41 (2950401)

หลวงปู่เผือก ปัญญาธโร พระเกจิอาจารย์-วัดกิ่งแก้ว

คอลัมน์ อริยะโลกที่6


วัดกิ่งแก้ว จ.สมุทรปราการ ชื่อนี้ในอดีตเคยมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังนามว่า "หลวงปู่เผือก" วัตถุมงคลของท่านปัจจุบันเป็นที่นิยมในหมู่ลูกศิษย์ลูกหาและนักสะสมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น พระผงรุ่นขุดสระ, พระผงรุ่นอินโดจีน, ชินราชอินโดจีน, พระผงรุ่นสร้างพระเจดีย์, เหรียญฝาบาตรรุ่นแรก และเหรียญรุ่นสอง



ส่วน ที่ไม่ทันท่านแต่ได้ รับความนิยม เช่น รูปเหมือน ปั๊มหลังตะเข็บ เหรียญพระราชทานเพลิงศพ รูปเหมือนปั๊มบรรจุอัฐิ รูปเหมือนปั๊มหลังดอกจัน เป็นต้น

สำหรับวัตถุมงคลที่ชาวบ้านสมัยก่อนในพื้นที่วัด มักนิยมพกใช้ติดตัวก่อนออกไปทำนา หาผัก หาปลา หรือติดตัวไปที่ไหนก็ตาม จากการเล่าขานมักจะพบว่ามีเครื่องรางของขลัง ประเภท ตะกรุด แหวนพิรอด เพราะเชื่อกันว่า พกติดตัวไว้ ปลิงไม่มีทางได้กินเลือด งูเห่าที่ว่าแน่ๆ ยังเลื้อยหนี

อัตโนประวัติ นามเดิมชื่อ เผือก ขุมสุขทอง เกิดที่บ้านคลองสำโรง ต.บางพลี อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 12 สิงหาคม 2412 ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 9 ปีมะเส็ง บิดาชื่อ นายทองสุข มารดาชื่อ นางไข่ ขุมสุขทอง

เมื่ออายุ 13 ปี บิดาได้นำไปฝากท่านอาจารย์อิ่ม อินทสโร เจ้าอาวาสวัดข้างหนองกิ่งไม้ หรือวัดกิ่งแก้ว ในปัจจุบัน เพื่อเล่าเรียนศึกษาหนังสือ จนอายุครบ 15 ปี ได้กลับไปช่วยบิดามารดา ประกอบอาชีพทำนา จนอายุได้ 18 ปี ถูกคัดเลือกเข้าเป็นทหารเรือ อยู่ 2 ปี จนครบปลดประจำการ ได้กลับมาช่วยงานบิดาตามเดิม จนอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ ได้เข้าพิธีบรรพชาอุปสมบท ณ วัดกิ่งแก้ว โดยมี หลวงปู่ทอง วัดราชโยธา เป็นพระอุปัชฌาย์ และ พระอาจารย์อิ่ม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายาว่า "ปัญญาธโร"

หลังจากอุปสมบท ได้ศึกษาพระธรรมวินัยตลอดจนภาษาบาลีและภาษาขอมกับพระอาจารย์อิ่ม จนแตกฉานในเวลาอันรวดเร็ว หลังจากนั้นได้ฝากตัวเป็นศิษย์วิชาอาคม กับ หลวงปู่ทอง วัดราชโยธา จนเป็นที่เรื่องลือ ต่อมาเมื่อปีพ.ศ.2442 พระอาจารย์อิ่ม ได้มรณภาพลง ชาวบ้านได้พร้อมใจกันร้องขอต่อกรมการศาสนาให้แต่งตั้ง หลวงปู่เผือก เป็นเจ้าอาวาสสืบต่อมา หลังจากที่ได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาส ท่านได้บูรณปฏิสังขรณ์วัดเป็นการใหญ่ ระยะแรกก็มีลูกศิษย์มาช่วยไม่มากนัก แต่ไม่ว่าท่านคิดทำการสิ่งใดก็สำเร็จประสบผล จึงเป็นที่กล่าวขาน ทำให้ลูกศิษย์หลั่งไหลกันมาจากทั่วสารทิศ

ถาวรวัตถุที่หลวงปู่เผือกสร้าง ส่วนใหญ่ท่านจะลงมือทำและดูแลด้วยตัวท่านเอง อาทิ อุโบสถหลังเก่า, พระวิหารหลังเก่า, พระเจดีย์, พระชินราชจำลอง ขนาด 5 ศอก เป็นต้น นอกจากนั้นท่านยังได้ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษา ทั้งด้านโรงเรียนพระปริยัติธรรม และโรงเรียนประชาบาล ให้พระเณรและชาวบ้านได้ศึกษาเล่าเรียน

สมณศักดิ์ของท่านที่ได้รับมีดังนี้ ปีพ.ศ.2442 ได้แต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัด กิ่งแก้ว ปีพ.ศ.2443 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลราชาเทวะ ปีพ.ศ.2446 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระสมุห์ ในฐานานุกรมพระครูสุนทรสมุทร (จ้อย) วัดกลางวรวิหาร เจ้าคณะจังหวัดสมุทรปราการ และภายในปีนี้เองได้รับแต่งตั้งเป็น พระอุปัชฌาย์ ปีพ.ศ.2480 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูกรุณาวิหารี ปีพ.ศ.2487 ได้รับแต่งตั้งเป็น กรรมการสงฆ์ องค์การสาธารณูปการ ในอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

จากนั้นเมื่อปีพ.ศ.2487 ท่านเริ่มปรากฏอาการอาพาธเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ หมอได้ผ่าตัด จนอาการเริ่มดีขึ้นและหายเป็นปกติในที่สุด ใช้เวลาในการรักษาที่โรงพยาบาลสงฆ์อยู่ประมาณ 7 เดือน ภายหลังเมื่อกลับมาอยู่วัด ท่านยังคงประกอบศาสนกิจต่างๆ อยู่เช่นเดิม ใครเดือดร้อนตกทุกข์ได้ยากเมื่อมาหาท่าน ก็ให้ความเมตตาช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังกิจนิมนต์ไม่ว่างานบวช งานโกนจุก งานขึ้นบ้านใหม่ ใกล้ไกลไม่เคยขัดข้องยินดีสงเคราะห์ให้เสมอกัน

แม้ ว่าร่างกายของท่านจะเหน็ดเหนื่อยเพียงใด ท่านก็ไม่เคยปริปากบ่น หรือแสดงอาการใดๆ 4-5 ปี อาการอาพาธเริ่มปรากฏทวีความรุนแรง ขึ้นทุกขณะ ลูกศิษย์ต่างก็หายาที่ดีที่สุดมาให้ แต่ก็ไม่ทุเลาเบาบางลงได้จากอาการเจ็บปวด จนกระทั่งเวลา 23.45 น. ของวันที่ 29 มีนาคม 2501 ท่านมรณภาพด้วยอาการสงบ

สิริอายุ 89 ปี 7 เดือน 17 วัน 69 พรรษา

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-21 14:32:36


ความเห็นที่ 40 (2950302)

วัตถุมงคลรุ่นสร้างกุฏิ พ่อท่านผอม ถาวโร

หลังเลนส์ส่องพระ
เอกอุ


พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแดนใต้ "พ่อท่านผอม ถาวโร" วัดไทรขาม อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ท่านเป็นพระที่ ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เป็นดั่งเพชรเม็ดงามเมืองนครศรีฯ ได้รับการยกย่องเป็นพระเกจิอาจารย์ในระดับแนวหน้า วัตถุมงคลที่จัดสร้างเล่าขานกันว่ามีพุทธคุณด้านคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด เมตตามหานิยม มักจะได้รับกิจนิมนต์ให้ร่วมในพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลโดยตลอด

ท่านเป็นศิษย์ศึกษาวิชากับพ่อท่านแดง วัดบ้านราม อ.หัวไทร, พ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน

ปรนนิบัติ รับใช้พ่อท่านแดงและพ่อท่านคล้ายอย่างใกล้ชิด ได้รับความเมตตาถ่ายทอดสรรพวิทยาคมต่างๆ ให้อย่างครบถ้วน อีกทั้งพ่อท่านผอมก็ได้หมั่นฝึกฝนปฏิบัติวิทยาคมต่างๆ ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจนเชี่ยวชาญ จากนั้นได้ออกท่องธุดงค์ปฏิบัติสมาธิฝึกจิตไปตามป่าเขาทั่วภาคใต้จนถึง มาเลเซีย

พ่อ ท่านผอมเคยเล่าให้ลูกศิษย์ใกล้ชิดฟังว่า "พ่อท่านคล้ายเป็นพระที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ส่วนพ่อท่านแดงเป็นพระดีและเก่งวิชา อยู่ป่าอยู่เขามีภัยรอบตัว คำสอนและการปฏิบัติตามแนวทางของพระพุทธเจ้านี่แหละคืออาวุธของพระธุดงค์"

พ่อ ท่านผอมเป็นพระเกจิอาจารย์ได้รับนิมนต์เข้าปลุกเสกร่วมกับบรรดาพระเกจิ อาจารย์รุ่นใหญ่ เข้าร่วมพิธีปลุกเสกเหรียญพระอาจารย์นำ ชินวโร หลังภปร ปี 2521 พิธีปลุกเสกเหรียญรูปเหมือนพ่อท่านคลิ้ง หลังภปร ปี 2521 เป็นต้น

ใน สมัยที่พ่อท่านคลิ้ง จันทสิริ วัดถลุงทอง ยังมีชีวิตอยู่ ท่านจะนิมนต์พ่อท่านผอมเข้าร่วมปลุกเสกวัตถุมงคลอยู่เป็นประจำและให้คำ รับรองกับผู้ใกล้ชิดเสมอๆ ว่า "พ่อท่านผอมเป็นพระที่มีสมาธิจิตกล้าแข็ง สมควรแก่การกราบไหว้"

วัตถุ มงคลในนามส่วนตัวของท่านมีไม่มากนัก และทุกรุ่นล้วนแต่มากไปด้วยประสบการณ์เป็นที่แสวงหาของบรรดาเซียนพระและนัก นิยมสะสมพระเครื่อง

เมื่อ วันที่ 12 เม.ย. 2556 เวลา 19.39 น. พ่อท่านผอม ได้เมตตาอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคล "รุ่นสร้างกุฏิ" วัตถุประสงค์ของการสร้างเป็นไปตามดำริของพ่อท่านผอม คือเพื่อสมนาคุณตอบแทนแก่ผู้ที่มีจิตศรัทธาร่วมสร้างกุฏิถวายให้ท่านได้ใช้ จำพรรษา

วัตถุ มงคล "รุ่นสร้างกุฏิ" ถือเป็นวัตถุมงคลที่มีความสำคัญ เนื่องจาก 1.เป็นการจัดสร้างวัตถุมงคลครั้งแรกตามดำริของท่านเอง 2.เป็นการจัดสร้างวัตถุมงคลครั้งสุดท้ายในลักษณะรูปเหมือนของท่าน

วัตถุ มงคลชุดนี้ประกอบด้วย 1.พระ พุทธรักษาถาวโร (จักบูชาคุณพระพุทธศาสนาด้วยจิตใจที่มั่นคง) หล่อโบราณ 2.รูปหล่อโบราณพ่อท่านผอม 3.เหรียญหล่อโบราณพ่อท่านผอม (เต็มองค์/ครึ่งองค์) 4.เหรียญวาจาสิทธิ์ 5.ล็อกเกตรูปเหมือน 6.ผ้ายันต์รอยมือ-รอยเท้า โดยในส่วนของพระหล่อโบราณ (รายการที่ 1-3) เป็นการหล่อโบราณเบ้าทุบแบบพัทลุง ที่ต้องใช้ภูมิปัญญา ภูมิความรู้ ศาสตร์การทำ เป็นต้น ตลอดจนขั้นตอนที่สลับซับซ้อน ซึ่งพ่อท่านผอมได้ประกอบพิธีเททองด้วยตนเองเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 2555 และวันที่ 24 ก.พ. 2556

"พระ อธิการไพรินทร์" เจ้าอาวาสวัดไทรขาม กล่าวว่า โดยปกติพ่อท่านผอมจะปลุกเสกพระแบบเรียบง่ายไม่มีพิธีรีตอง สำหรับ "วัตถุมงคลรุ่นสร้างกุฏิ" นับเป็นความเมตตาและเป็นเกียรติประวัติของวัดไทรขาม ที่ท่านยินดีเปิดตัวอนุญาตให้จัดงานพุทธาภิเษกขึ้นเป็นครั้งแรกในชีวิตของ ท่าน แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ประหยัด พอเพียง พอดีและเรียบง่ายที่สุด"

ศรัทธาสาธุชนท่านใดสนใจร่วมบุญบูชาได้ที่วัดไทรขาม อ.ท่าศาลา จ.นคร ศรีธรรมราช

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-20 19:39:51


ความเห็นที่ 39 (2949855)

วันจันทร์ที่ 15 เมษายน 2556 เป็นวันเถลิงศก

4 องค์ไล่เรียงกัน พระขุนแผนเคลือบพิมพ์นิยมกรุใหม่วัดอัมพวัน องค์แรกสมนึก ธนเดชากุล องค์ต้อย เมืองนนท์ องค์ป๋อง สุพรรณ และองค์กิม ท่าพระจันทร์

@@@ วันนี้  14 เมษายน 2556 ทางราชการประกาศเป็นวันครอบครัว เป็นวันที่สองของสงกรานต์ ถือเป็นวันเนา ตามตำนานกล่าวว่า ถ้าวันอาทิตย์เป็นวันเนาทำนายว่าข้าวจะตายฝอย จะได้ยินเสียงคนต่างภาษา ท้าวพระยาจะร้อนใจนัก ส่วนพรุ่งนี้ วันจันทร์ที่ 15 เมษายน 2556 เป็นวันเถลิงศก วันขึ้นปีใหม่แบบไทยโบราณ เริ่มต้นปีมะเส็ง วันจันทร์เป็นวันเถลิงศก โหรทำนายว่า พระราชเทวีและหมู่นางนักสนมบริวาร จะประกอบไปด้วยความสุขและสมบัติทั้งปวง

พระรูปเหมือนปั๊มหลวงพ่อเดิม พิมพ์นิยมรุ่นแรก มีความคมชัด สภาพเรียบร้อยสมบูรณ์เส้นยังไม่แตกจัดว่าสวยสมราคา ของอ๊อด เลี่ยมทอง สู้มาล้านกว่า

@@@ หลังสงกรานต์ประกวดพระเครื่อง งานแรก วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 56 งานกองข้าวศรีราชาคงจำกันได้ ตอนนี้แยกออกมาเด็ดขาด 2 ปีแล้ว คุณคมสัน ชาญชัยวรวิทย์ รองนายกเทศมนตรีเมืองศรีราชา คนวงการเรียก หน่อย ศรีราชา เดินหน้าจัดเอง ไม่ว่าไกลใกล้ไปช่วยบริจาคกับเขาด้วยทุกที่ มีสถาพร เป็นคู่หูคู่หิ้ว ไปไหนไปด้วย ช่วยกันสุดๆ ล่าสุดอาจารย์เล็ก รูปหล่อ จัดที่โลตัสปิ่นเกล้า รู้ข่าวยังไป แล้วอย่างนี้จะมีหรือที่จะไร้ญาติขาดมิตร จัดทีไรมีคนเทใจไปช่วยกันตรึม ครั้งนี้จะจัดงานประกวดวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 56 อาทิตย์หน้านี้แล้ว ที่ศาลาประชาคมอ่าวอุดม ข้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศรีราชา คนวงการอย่าลืมซะละ ข่าวว่าเป็นวันไหลของพัทยาด้วย สนุกแน่

พระขุนแผนพรายกุมารพิมพ์เล็ก หลวงปู่ทิมวัดละหารไร่ ระยอง เนื้อกระยาสารทบล็อกแรกสวยซึ้ง เซียนพันธุ์ทิพย์บุก 5 แสน เบิด หนอกชาก ยังเฉย

@@@ 28 เมษายน 56 กองบัญชาการกองทัพไทย มีพี่ใหญ่ พล.อ.อ.บุญยฤทธิ์ เกิดสุข รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จัดประกวดพระที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ แจ้งวัฒนะ อาคารรัฐประศาสนภักดี ชัยนฤทธิ์ เพชรพันธุ์ทอง จัดทำหนังสือคัมภีร์ล้ำค่า หลวงพ่อทวดหนา 550 หน้าแจกเป็นรางวัลแต่ละรายการ งานนี้ทุ่มรางวัลแจกหนัก ชนะเลิศยอดเยี่ยมได้รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ชนะเลิศพระยอดนิยมและทั่วไปได้ ทีวี 51 นิ้ว มีรางวัลแต่ละโต๊ะและแผงจรยุทธ จัดให้ถึง 111 รางวัล เช่น ทีวี 42 นิ้วเป็นต้น

เหรียญเสมาหลวงพ่อพระพุทธโสธร ปี 2509 เนื้อเงินกะไหล่ทองลงยาสีเขียวสุดสวยของ ส.จ.ต้อย แปดริ้ว เชิญไปงานปี 24-26 เมษายน ศกนี้

@@@ พูดกันวันเดียวได้ 20 ล้าน อะไรจะสะดวกโยธินยังงี้ถ้าไม่ใช่คนชื่อ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เป็นโต้โผ จัดงานประกวดพระเครื่องเอง ท่านแถลงข่าวจัดงานประกวดพระเครื่องของ บช.น.กองบัญชาการตำรวจนครบาลนั่นแหละ ดูแขกเหรื่อที่ไปก็รู้แล้วว่าแน่แค่ไหน พี่ใหญ่ของสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทยปกติไม่ค่อยไปนอกพื้นที่ คุณพยัพ คำพันธุ์ พร้อมอุปนายกสมาคมฯ มี อาจารย์ต้อย เมืองนนท์ ตี๋เหล้า ท่าพระจันทร์ อ้า สุพรรณ อั้ง เมืองชล นั่งเต็มเวที ไม่เห็นแต่เลขาคนดัง ป๋อง สุพรรณ ที่ติดงานนอก บอกแค่ว่าวันงานเต็มที่ครับ

เหรียญหลวงพ่อแดง วัดใหญ่อินทาราม เนื้อเงินลงยา 2486 เป็นเหรียญหายากของเมืองชล มีประสบการณ์เมตตามหานิยมสูง ของชำนาญ ศรีพัชรเอก

@@@ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเปิด แถลงข่าวอย่างรวดเร็วไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเสร็จเอาแต่เนื้อๆ จัดงานวันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 56 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคาร 9 งานนี้ยกให้เป็นต้นแบบงานหนึ่งที่ไม่พึ่งคนวงการพระ คนจัดร่วมด้วยช่วยตัวเอง ตั้งแต่ นครบาล 1 ถึง 8 ขึ้นเวทีบริจาคนำรายละ 2 ล้าน นครบาล 9 ถึง 12 รายละ 1 ล้าน ได้แล้ว 20 ล้านบาท ยังไม่รวมคนวงการพระเครื่องและพ่อค้าอีก รายละเป็นหมื่นถึงหลายแสน นี่แค่วันเดียวหน่วยเดียว ตำรวจนครบาล รายได้เป็นกองทุนสวัสดิการตำรวจ บช.น. สนับสนุนการศึกษาลูกตำรวจ บช.น.และนำไปพัฒนางานในสังกัด นับว่าเป็นเรื่องดีที่ไม่มีงบส่วนใดมาช่วยได้ ซวดๆ ให้ในความคิดที่กล้าทำกล้าตัดสินใจของบิ๊กแจ๊ส

รักษ์ ศรีเกตุ ชวนบูชาพระขุนแผนเคลือบ วัดจุฬามณี อยุธยา รุ่นสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม จะปลุกเสก 23 พ.ค.นี้ ใหญ่ 300 เล็ก 200 ร้านเหนือดวง โทร.08-1914-4032

@@@ ที่สนามงามวงศ์วาน พันธุ์ทิพย์ ได้เห็นกันจะๆ ร.ต.ต ดร.สุรเชษฐ เชื่อศรี เจ้าสัวเครื่องสำอางลาชูเล่คอสเมติค คนชอบเก็บพระหลวงพ่อทวดย่องเงียบ บุกซื้อพระหลวงพ่อทวดรุ่นทะเลซุง เนื้อทองคำไป 2 องค์ จาก พล.อ.เชวงศักดิ์ ทองสลวย และของ ชัยนฤทธิ์ เพชรพันธุ์ทอง และยังเหมารุ่นทะเลซุงพิมพ์กลางเนื้อโลหะชุบทอง 300 องค์ เนื้ออัลปาก้าชุบนิกเกิล 150 องค์ จ่ายไป 1 ล้าน 5 แสน พระหลวงพ่อทวดรุ่นทะเลซุงสร้างปี 08 ปีเดียวกับเหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ ซึ่ง ร.ต.ต. ดร.สุรเชษฐ เชื่อศรี เป็นคนชอบเลข 8 เป็นเหรียญที่ร้านทองภาคใต้สร้างไว้ สมัยก่อนองค์ละไม่กี่ร้อยบาท แจกคนไทย-คนจีนในมาเลเซีย และทหารชายแดน

รูปถ่ายเก่าหลวงพ่อเงินวัดดอนยาย หอม และเสื้อยันต์หลวงพ่อให้เสือผาด พุทธคุณสุดยอดปลอดภัย เป็นที่ยอมรับของเกจิดังและผู้คนสมัยโน้น ตกอยู่กับคนดีมีบุญ เสี่ยอ๋า ลูกเจ้าพ่อเสือ

@@@ งานใหญ่ไม่ใช่งานแฮป*** มีขอคืนพระที่ถูกคนในบ้านนั่นแหละขโมยมาขาย ให้เซียนใหญ่ในสนามพระ ก็ไม่มีใครรู้หรอกครับว่าเป็นพระใคร คนขายหน้าตาซื่อ แต่งตัวดีดูมีฐานะนำพระมาขายให้ เป็นใครๆ ก็สน ราคาไม่ล้นกำลังก็ไม่ปล่อยหลุดมือซื้อกันทุกคนแหละ เซียนพระเวลานี้ก็เป็นพ่อค้าคนหนึ่งนั่นเอง แต่พอซื้อแล้วถูกแจ้งข้อหาหนักมันดูจะไม่เป็นธรรม กับคนวงการพระ ร้านทองก็รับซื้อทอง แต่วงการนี้เหมือนมีบาป ซื้อขาดจ่ายสดหมดกันคนละหลายล้าน แล้วมาขอคืนเอาดื้อๆ ป๋อง สุพรรณ บอย ท่าพระจันทร์ นิวส์ เมืองชล โดนกันเละ บังเอิญป๋อง สุพรรรณ เป็นคนดัง ข่าวเลยโด่งเจาะจงไม่ตรงเป้า ทั้งที่ป๋องซื้อต่อจากคนอื่นต่อมาไม่ใช่มือแรก เป็นมือท้ายๆ แล้วราคาก็ทวีคูณ ข่าวว่าเจ็บลึกๆ คนเดียวต้องตามพระคืน สูญไป 28 ล้าน อย่างนี้จะไปเอาเงินคืนกับใครยังไม่รู้ เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจพ่อค้าวัตถุมงคลโดยเฉพาะพระเครื่องที่มักทั้งถูกโกง อย่างหน้าด้านๆ เหมือนละครโรงใหญ่มหึมา

เหรียญสรงน้ำหลวงพ่อตี๋ วัดหูช้าง นนทบุรี อายุวัฒนมงคล 75 ปี แจกในงานฉลองอายุย่าง 76 ปี 18 เมษายนนี้

@@@ พรุ่งนี้ 15 เมษายน 56 วัดอุบลวนาราม ต.ปลายบาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี พระมหาวัฒนา เจ้าอาวาส จัดทอดผ้าป่าสามัคคีมหาทาน เงินสร้างศาลาสวดศพและศาลาทรงไทยที่ค้างคาอยู่ 09.30 น.ทอดครับ @@@ หลวงพี่อ๊อด พระหลานชาย หลวงพ่อตี๋ พระครูสุวรรณโชติวุฒิ เจ้าอาวาสวัดหูช้าง พระเกจิดังจังหวัดนนทบุรี แจ้งข่าวว่า วันที่ 18 เมษายน 56 ศิษยานุศิษย์จัดงานบำเพ็ญกุศลถวายในวาระอายุครบ 75 ปี เป็นการฉลองอายุวัฒนมงคลของหลวงพ่อตี๋ ฉันเพลเสร็จสรงน้ำ แจกเหรียญสรงน้ำเสมาใหญ่ให้ทุกคน

@@@ หลวงพี่สงบ กิตติญาโณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดตะเคียน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี บอกว่า 16 เมษายน 56 สงกรานต์ปีนี้ หลวงปู่แย้มพระเกจิอาจารย์ยุคสงครามอินโดจีน ประสงค์ให้มีสรงน้ำพระร้อยเก้ารูป เวลา 16.00 น. มีก่อพระเจดีย์ทรายถวายวัด ปีก่อนคนนับพันวันสรงน้ำพระร้อยที่นี่ ได้ลอยเทียนเสี่ยงทายสะเดาะเคราะห์ นอนโลง ลอดโบสถ์ ได้เที่ยวตลาดน้ำและชิมก๋วยเตี๋ยวเรือราคาวัดถูกสุดๆ อร่อยสุดๆ @@@ 19 เม.ย.56 หลวงพ่อชื่น วัดในปราบ จ.สุราษฎร์ธานี เททองหล่อรูปเหมือนโบราณรุ่นแรก จะปลุกเสกในวันที่ 23 เม.ย.นี้……สวัสดี

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-16 21:22:14


ความเห็นที่ 38 (2949792)

 

'พระรอดกรุ'วัดมหาวันค่านิยม๑๐ล้าน

พระรอดกรุวัดมหาวันค่านิยมเพียง ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น! : พระองค์ครู โดยไตรเทพ ไกรงู

             วัดมหาวันวนาราม ตั้งอยู่ใกล้คูเมือง ด้านทิศตะวันตก ถ.จามเทวี ในเขตเมืองลำพูน วัดมหาวันวนารามสร้างขึ้นในสมัยพระนางจามเทวีครองหริภุญไชย พระนางจามเทวีนั้นเดิมอยู่ที่อาณาจักรละโว้ เมื่อฤาษีวาสุเทพสร้างหริภุญไชยขึ้น พระนางจามเทวีได้เสด็จมาปกครองเป็นปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรหริภุญไชย เมื่อพระนางจามเทวีเสด็จมาหริภุญไชยนั้นได้พาไพร่พลที่มีความรู้สาขาต่างๆ พร้อมพระสงฆ์ ประมาณ ๕๐๐ รูปมาด้วย รวมทั้งอัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญอีก ๒ องค์ คือ พระแก้วขาว (พระเสตังคมณี) และพระศิลาดำ (พระพุทธสิกขิ) มาด้วย
 
              เมื่อถึงหริภุญไชย พระนางจามเทวีโปรดให้สร้างวัดมหาวัน เพื่อให้เป็นที่จำพรรษาของพระสงฆ์และนำพระศิลามาประดิษฐานไว้ด้วย (ส่วนพระแก้วขาวนั้นพระเจ้าเม็งรายแห่งล้านนาได้อัญเชิญไปเป็นพระพุทธรูป ประจำพระองค์ และประดิษฐานไว้ที่วัดเชียงมั่น ใน จ.เชียงใหม่ จนถึงปัจจุบัน) ต่อมาหริภุญไชยเกิดสงครามกับขุนลัวะวิลังขะ พระฤาษีจึงใช้พระศิลาดำเป็นต้นแบบสร้าง พระเครื่องแจกจ่ายชาวเมืองเพื่อใช้ออกศึก พระเครื่องส่วนที่เหลือบรรจุไว้ในเจดีย์ที่วัดมหาวัน ต่อมาในยุคหลัง เมื่อเจดีย์บรรจุพระปรักหักพังลง ชาวบ้านจึงพบพระเครื่องที่เก็บไว้ต่างนำกันไปบูชาและ พบกับอิทธิปาฏิหาริย์ต่างๆ พระเครื่องเหล่านี้คือ  พระรอดมหาวันที่โด่งดังนั่นเอง
 
              พระรอดถือว่าเป็น ๑ ในพระชุด “เบญจภาคี” หมายถึง พระเครื่องชุดหนึ่งประกอบด้วยพระจำนวน ๕ องค์ โดยมี พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม เป็นองค์ประธาน พระนางพญา กรุวัดนางพญา จังหวัดพิษณุโลก, พระผงสุพรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี, พระลีลา จังหวัดกำแพงเพชร และพระรอด กรุ วัดมหาวัน จังหวัดลำพูน แต่เนื่องจากพระกำแพงลีลาหาได้ยากมากขึ้น จึงได้พระกำแพงซุ้มกอ จังหวัดกำแพงเพชร มาแทน ผู้ที่จัดพระชุดเบญจภาคีคือ “ตรียัมปวาย” นี้เองที่ได้จัดทำทำเนียบชุดพระเครื่อง “เบญจภาคี” ขึ้นในปี ๒๔๙๕
 
              อย่างไรก็ตาม เมื่อแรกเริ่มยังคงเป็นเพียง “ไตรภาคี” คือมีเพียง ๓ องค์เท่านั้น อันประกอบด้วย พระสมเด็จวัดระฆัง เป็นองค์ประธาน ซ้าย-ขวา เป็นพระนางพญา (พิษณุโลก) และพระรอด (ลำพูน) หลังจากนั้นไม่นานจึงได้ผนวก “พระซุ้มกอ” (กำแพงเพชร) และ “พระผงสุพรรณ” (สุพรรณบุรี)
 
              พระรอดกรุวัดมหาวัน จ.ลำพูน มีการแบ่งแยกเป็นพิมพ์ต่างๆ ซึ่งมีทั้งพิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก พิมพ์ต้อ และพิมพ์ตื้น ซึ่งในแต่ละพิมพ์นั้น ก็ยังอาจจะมีแม่พิมพ์หลายอัน โดยอาจจะมีส่วนผสมของเนื้อที่แตกต่างกันไปบ้าง หรืออาจจะได้รับไฟเผาในจุดอุณหภูมิที่ไม่เท่ากัน ตลอดจนถึงการกดพิมพ์ในแต่ละครั้งด้วย จึงทำให้พระรอดแต่ละองค์จึงมีลักษณะของสี ขนาด หรือรายละเอียดของพิมพ์ทรงในบางจุด ที่ดูต่างกันไป แต่จุดที่สำคัญคือต้องดูศิลป์โดยองค์รวมบวกกับความเก่าของเนื้อพระ ที่ถึงยุคสมัยทวารวดี
 
              สำหรับภาพถ่ายพระรอดพิมพ์ใหญ่ กรุวัดมหาวัน ที่ ยกมาเป็นองค์ครูฉบับนี้ ใครอยากได้ต้องเตรียมเงินสดไว้อย่างน้อย ๑๐ ล้านบาท ซึ่งในพิมพ์เดียวกันนี้องค์ที่ขึ้นชื่อว่าสวยสมบูรณ์มีการเช่าหากันกว่า ๒๐ ล้านบาท
 
              พระรอด กรุ วัดมหาวัน ลำพูน พิมพ์ใหญ่ ที่ถือว่าเป็นองค์ประวัติศาสตร์ซึ่งครั้งหนึ่งอยู่ในความครอบครองของ "เสี่ยพรทัศน์ บูรณปกรณ์" คนวงการคุ้นหน้าตาพระองค์นี้ดี บัดนี้ได้เปลี่ยนมือไปอยู่ในรังของนายวิชัย รักศรีอักษร ประธานกลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ เจ้าของฉายา “เจ้าพ่อดิวตี้ฟรี” หรือ เสี่ยวิชัย  นอกจากนี้ นายวิชัยยังได้เช่าพระเครื่ององค์ที่เป็นตำนานอีกหลายองค์ เช่น พระสมเด็จจิตรลดาพิมพ์เล็ก ที่ขึ้นชื่อว่าหายากสุดๆ พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ เช่ามาในราคาประมาณ ๗ ล้านบาท พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ องค์ของคุณอดุลย์ หงษ์จินตกุล ราคา ๒๐ ล้านบาท และที่สุดยอดอีกองค์หนึ่ง แม้ว่าจะเป็นพระสมเด็จบางขุนพรหม พ.ศ.๒๕๐๐ แต่องค์ดังกล่าวเป็นองค์ที่สวยสมบูรณ์สุด ที่ถูกคัดเลือกให้เป็นภาพพระโชว์เมื่อครั้งเปิดกรุใหม่ๆ ก็ย้ายไปอยู่ในรังของนายวิชัยในราคา ๕ ล้านบาท

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-16 09:09:09


ความเห็นที่ 37 (2949791)

 

เหรียญทรงผนวช๒๔๙๙เช่าหลัีกหลายล้าน

เหรียญทรงผนวช๒๔๙๙เหรียญทองคำที่การเช่าหากันหลายล้านบาท : พระองค์ครู ไตรเทพ ไกรงู

              เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชประสงค์ที่จะทรงพระผนวชในพระบวรพุทธศาสนาตามโบราณราชประเพณี นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอรับพระราชภาระสนองพระเดชพระคุณในการ ทรงพระผนวชในนามของรัฐบาลและประชาชนชาวไทยและได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ แต่งตั้ง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ด้วยความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร

              พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระผนวชในพระบวรพุทธศาสนา ๑๕ วัน ระหว่างวันที่ ๒๒ ตุลาคม-๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๙ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๙๙ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญเสด็จพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าทูลละอองธุลีพระบาท และคณะทูตานุทูต เข้ามาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เพื่อทรงแถลงพระราชดำริในการที่จะเสด็จออกทรงพระผนวช อีกทั้งโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ราษฎรเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท หน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท เพื่อมีพระราชดำรัสแก่ประชาราษฎร ความตอนหนึ่งว่า
 
              "ข้าพเจ้ามีความยินดีที่ท่านทั้งปวงมาร่วมประชุมกัน ณ ที่นี้ ขอถือโอกาสแจ้งดำริที่จะบรรพชาอุปสมบทให้บรรดาอาณาประชาราษฎรทราบทั่วกัน"

              วันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๙๙ เวลา ๑๔.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หลังจากทรงเจริญพระเกศาโดย สมเด็จพระบรมราชชนนี ทรงจรดพระกรรไกรบิดเปลื้องพระเกศาเป็นปฐมฤกษ์แล้ว ทรงเครื่องเศวตพัสตรีทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระสัมพุทธพรรณี และพระพุทธรูปฉลองพระองค์รัชกาลที่ ๑ และรัชกาลที่ ๒ ทรงรับผ้าไตรจากสมเด็จพระราชชนนีแล้วทรงเข้าบรรพชาอุปสมบทในท่ามกลางสังฆ สมาคม ซึ่งมี สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธาน ซึ่งทรงได้รับสมญาจากพระราชอุปัชฌาจารย์ ว่า “ภูมิพโล”

              ระหว่างที่ทรงดำรงสมณเพศ พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติพระราชกิจ เช่นเดียวกับพระภิกษุทั้งหลายอย่างเคร่งครัด เช่น เสด็จลงพระอุโบสถทรงทำวัตรเช้า-เย็น ตลอดจนทรงสดับพระธรรมและพระวินัย นอกจากนี้ยังได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจพิเศษอื่นๆ

              สำหรับภาพพระองค์ครูวันนี้เป็นภาพ "เหรียญทรงผนวช" ของนายสมชาติ ศรีรัตนารุ่งเรือง ทั้งนี้ นายอรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย หรือ บอย ท่าพระจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเหรียญพระคณาจารย์ของสมาคมพระเครื่องพระบูชาไทย บอกว่า การจัดสร้างซึ่งเป็นเหรียญที่อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งฉายไว้ในขณะทรงผนวชเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๙ ออกโดยวัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๘  ไม่ใช่เหรียญที่จัดสร้างเพื่อเป็นที่ระลึกเมื่อครั้งทรงผนวชโดยตรง
 
              "เหรียญทรงผนวช" แยกได้เป็น ๒ บล็อก คือ บล็อกธรรมดา และบล็อกนิยม ส่วนค่านิยมนั้นเหรียญทองคำซึ่งเป็นบล็อกธรรมดา ปัจจุบันที่การเช่าหากันหลายล้านบาท ที่เห็นมีเวียนอยู่ในตลาดน้อยมากน่าจะไม่เกิน ๑๐ เหรียญ ส่วนจะเป็นการซื้อเก็บมากกว่า นานๆ ครั้งจะมีการชื้อขาย ส่วนเนื้ออื่นๆ นั้น เนื้อเงินหลายแสนบาท เนื้อทองแดง ๑-๒ แสนบาท ส่วนเนื้ออัลปาก้า ๕๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ต้องเป็นบล็อกนิยมเท่านั้น

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-16 09:03:03


ความเห็นที่ 36 (2949790)

 

พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่(พระสองหน้า)หายากสุดๆ

พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่(พระสองหน้า) พระหายากสุดๆ ของ...ชมรมนักอนุรักษ์สะสมพระเครื่องสยาม : พระองค์ครู เรื่องและภาพ โดยไตรเทพ ไกรงู

              “พุทธคุณครอบจักรวาล หรือดีทุกด้าน” เป็นคำกล่าวขานถึงพุทธคุณแห่งพระสมเด็จ ที่สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม พระเกจิเถราจารย์ผู้มีปฏิปทาจริยาวัตรน่าเลื่อมใส เป็นที่เคารพนับถือทั่วไปมาตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ตั้งแต่พระมหากษัตริย์จนถึงสามัญชน นอกจากจริยาวัตรด้านความสมถะอันโดดเด่นของท่านแล้ว ท่านยังทรงคุณทางด้านวิชาคาถาอาคม เมตตามหานิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุมงคล "พระสมเด็จ" ที่ท่านได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชาได้ถูกจัดเข้าในพระเครื่องเบญจภาคี หรือสุดยอดของพระเครื่อง

              คุณวิเศษแห่งพระสมเด็จฯ นั้น ในหนังสือของ พ.อ.ผจญ กิตติประวัติ หรือ อ.ตรียัมปวาย ผู้ขนานนาม "พระเครื่องชุดเบญจภาคี" พิมพ์หนังสือ ปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่องฯ เล่ม ๑ เรื่องพระสมเด็จ เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๗ ซึ่งเป็นต้นตำหรับแห่งหนังสือพระสมเด็จ หน้าที่ ๒๐๖ ระบุว่า

              เมื่อกล่าวถึงคุณวิเศษแห่งผงวิเศษ ๕ ประการ และความศักดิ์สิทธิ์แห่งพระคาถาชินบัญชรสูตรที่ใช้ปลุกเสกแล้วย่อมพิจารณา ได้ว่า พระสมเด็จฯ ทรงคุณวิเศษในด้านต่างๆ ทุกประการ ซึ่งผู้ใช้ได้โดยรอบ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ

              คงกระพัน ชาตรี มหาอุด แคล้วคลาด เสน่ห์ เมตตามหานิยม ป้องกันภัยภูตผีปีศาจและการกระทำทางคุณไสย ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ ป้องกันอัคคีภัยและสามารถใช้อาราธนาทำน้ำมนต์ บำบัดโรคภัยไข้เจ็บได้ทุกประการ รวมทั้งการคลอดบุตรด้วย ฯลฯ ด้วย

              สำหรับภาพพระองค์ ฉบับนี้เป็นภาพพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ (พระสองหน้า) ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นพิมพ์ที่หายากมากๆ ไม่เผยแผ่ในหนังสือเล่มใดมาก่อนจากหนังสือ "พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม จักรพรรดิแห่งพระเครื่องไทย" โดย "ชมรมนักอนุรักษ์สะสมพระเครื่องสยาม" ซึ่งมีนายกล้า เกษสุรินทร์ชัย หรือ "เสี่ยกล้า" เป็นประธานชมรม

              แม้เซียนพระของสมาคมพระเครื่องจะระบุว่าเป็นการเล่นพระผิดทาง รูปพระสมเด็จที่จัดพิมพ์ในหนังสือเป็นพระที่วงการไม่เล่นกัน แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยสนใจการเล่นพระและซื้อหนังสือในแนวของชมรมนักอนุรักษ์ สะสมพระเครื่องสยาม

              ทั้งนี้ ถ้าอ่านเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการศึกษาพระสมเด็จโดยไม่มีอคติใดๆ บางส่วนของข้อมูลใน "พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม จักรพรรดิแห่งพระเครื่องไทย" ก็มีประโยชน์อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะวิธีการคิดในแบบของชมรมนักอนุรักษ์สะสมพระเครื่องสยาม แท้ที่จริงแล้วพระสมเด็จมีอยู่ทั้งหมดกี่พิมพ์ เพราะต่างคนต่างเกิดไม่ทันทั้งสิ้น อาศัยจากการศึกษาจากหนังสือและการบอกต่อเท่านั้น

              การเป็นเซียนพระที่ดีนั้น แน่นอนที่สุดว่า การดูพระแท้เป็นสิ่งดีที่สุด แต่ถ้าจะให้ดียิ่งกว่าคือต้องดูพระปลอมเป็น ซึ่งปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าฝีมือการปลอมพระมือถึงขั้นเทพ ชนิดที่เซียนเล็กเซียนใหญ่กลืนเลือดเป็นทิวแถว ยิ่งพระสมเด็จถ้าดูพลาดเมื่อไรปัจจุบันต้องเสียค่าครูหลักแสนเลยทีเดียว

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-16 09:01:04


ความเห็นที่ 35 (2949789)

 

พระปิดตาปลดหนี้เนื้อเกสรหลวงปู่โต๊ะดังข้ามประเทศ

พระปิดตาปลดหนี้เนื้อเกสรหลวงปู่โต๊ะมีชื่อเสียงโด่งดังข้ามประเทศมานากว่า ๑๐ ปีแล้ว : พระองค์ครู เรื่องและภาพไตรเทพ ไกรงู


              พระราชสังวราภิมณฑ์ หรือหลวงปู่โต๊ะ ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ.๒๔๓๐ ในแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ท่านเป็นอดีตเจ้าอาวาส วัดประดู่ฉิมพลี เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร หรือ จังหวัดธนบุรี ในอดีต

              ด้วยวัตรปฏิบัติอันงดงามเป็นที่เคราพศรัทธาของชาวพุทธทุกชนชั้น ท่านถึงพร้อมด้วยบุญบารมีและอิทธิบารมี พระเครื่องของท่านมีปาฏิหาริย์ศักดิ์สิทธิ์ มีประสบการณ์เล่าขานมากมายจกเหนือจดใต้ทั่วประเทศไทย จนกลายเป็นพระหลักยอดนิยมของเมืองไทย ท่านได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดประดู่ฉิมพลีเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๕๖-๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๔ จนกระทั่งมรณภาพ รวมระยะเวลานานถึง ๖๘ ปี
 
              เกี่ยวกับประวัติในการสร้างพระเครื่องของหลวงปู่โต๊ะนั้น พระเครื่องชุดแรกสุดของท่านจะมีทั้งหมด ๑๓ พิมพ์ด้วยกัน เช่น พระสมเด็จสามชั้น พิมพ์ขาโต๊ะ, พระสมเด็จพิมพ์เจ็ดชั้น และพระสมเด็จสามชั้นพิมพ์หูบายศรี เป็นต้น หลวงปู่โต๊ะได้ลงมือสร้างด้วยความตั้งใจ และปรารถนาจะให้ขลังเป็นพิเศษ โดยพยายามเสาะหาวัตถุอันเป็นมงคลและอาถรรพณ์เวทย์ต่างๆ ที่มีความขลังความศักดิ์สิทธิ์มาทำ และกดพิมพ์ด้วยมือของท่านเองเป็นส่วนใหญ่

              ในการกดพิมพ์สร้างพระเครื่องของหลวงปู่โต๊ะนั้น ท่านจะกดพิมพ์ไปเรื่อยๆ เมื่อมีเวลาว่าง โดยไม่ได้เจาะจงว่าจะทำพิมพ์นั้นจำนวนเท่านี้ พิมพ์นี้จำนวนเท่านั้น และพระทั้งหมด 13 พิมพ์ ทำไว้จำนวนเท่าไร หลวงปู่ก็ไม่ได้กำหนดไว้เป็นหลักฐาน ท่านเพียงแต่บอกว่าได้ลงมือสร้างพระมาตั้งแต่ตอนที่ท่านอายุได้ 30 ปีเศษๆ
 
              สำหรับภาพพระองค์ครูฉบับบนี้ เป็น "พระปิดตาปลดหนี้เนื้อเกสร หลวงปู่โต๊ะ" ของ "นายประเสริฐ จินดาบุญจรัส" หรือเจ้าของฉายา "หยู ท่าดินแดง" เจ้าของร้านพระเครื่อง "www.Thaprachan.com" ประเทศสิงคโปร์

              ทั้งนี้ หยูท่าดินแดง บอกว่า ในเมืองไทยพระที่มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมชิ้นฟักไม่ว่าจะเป็นพระที่สร้าง จากวัดไหน และพระเกจิรูปใดสร้าง จะเหมารวมเรียกว่าพระสมเด็จ แต่ที่สิงคโปร์มาเลเซีย และฮ่องกงเรียกพระปิดตาไม่ว่าสร้างจากวัดไหน และพระเกจิรูปใดสร้าง จะเหมารวมเรียกว่า พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ ทั้งหมดเพราะกระแสความนิยมและความดังของพระปิดตาหลวงปู่โต๊ะมีชื่อเสียงโด่ง ดังข้ามประเทศมานานกว่า ๑๐ ปี แล้ว และต้องยอมรับว่าพระปิดตาหลวงปู่โต๊ะของแท้มีน้อย เมื่อคนเหมารวมว่าเป็นพระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้คนสิงคโปร์เข้าใจว่าพระปิดตาหลวงปู่ โต๊ะมีความแตกต่างจากพระปิดตาของวัดและเกจิรูปอื่นๆ อย่างไร

              พระปิดตารุ่นนี้สาเหตุที่เรียกว่ารุ่น "ปลดหนี้" เพราะว่าเวลาหลวงปู่หยิบพระพิมพ์นี้ให้ใครท่านจะกล่าวให้พรว่า "ขอให้หมดหนี้หมดสินนะ" และเป็นจริงอย่างที่หลวงปู่ท่านกล่าว หลวงปู่โต๊ะได้เมตตาปลุกเสกให้นานถึง ๓ ไตรมาส ระหว่างปี ๒๕๒๑-๒๕๒๓ มี ๒ เนื้อคือ เนื้อผงเกสร และเนื้อใบลาน มีทั้งแช่และไม่แช่น้ำมนต์ ด้านหลัง มี ๒ พิมพ์ คือ ยันต์นะมหาเศรษฐี และยันต์ตรีนิสิงเห

              จากประสบการณ์เล่าขานของผู้ที่นำไปบูชา คุณวิเศษทางด้านเมตตา โชคลาภ โดยเฉพาะด้านการเงิน ช่วยให้หลายๆ คนปลดหนี้ได้ จริงๆ หากผู้บูชาเป็นผู้ประพฤติตนดี ตามคำสั่งสอนของหลวงปู่โต๊ะ ท่านจะพบกับโชคลาภ เมตตา มากมาย และแคล้วคลาด ปลอดภัย อย่างไม่ต้องสงสัย

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-16 08:54:55


ความเห็นที่ 34 (2949788)

รุ่น 215 ปี-สมเด็จโต

พันธุ์แท้พระเครื่อง
ราม วัชรประดิษฐ์


สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) พระมหาเถระรูปสำคัญแห่งกรุงรัตน โกสินทร์ ที่ได้รับความเคารพศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน สมญา "พระเถระ 5 แผ่นดิน"

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เกิดในสมัยรัชกาลที่ 1 หลังสร้างกรุงรัตน โกสินทร์ประมาณ 7 ปี ที่บ้านไก่จ้น (ท่าหลวง) อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 5 ขึ้น 12 ค่ำ ปีวอก จุลศักราช 1150 เคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารในสมัยรัชกาลที่ 4-5 มรณภาพในต้นสมัยรัชกาลที่ 5

เป็นพระเกจิผู้มีปฏิปทาจริยาวัตรน่าเลื่อมใส มีความสมถะ ทั้งทรงคุณวิเศษทางวิชาคาถาอาคม เมตตามหานิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดสร้าง "พระสมเด็จ" จักรพรรดิแห่งพระเครื่อง หนึ่งในพระเครื่องชุดเบญจภาคี สุดยอดของพระเครื่องของเมืองไทย ซึ่งยิ่งนับวันค่านิยมยิ่งสูงขึ้น สนนราคาในปัจจุบันต่อองค์นับล้านบาททีเดียว

นอกจากนี้ ยังได้สร้างถาวรวัตถุไว้หลายแห่ง และมักจะชอบสร้างของที่โตๆ ซึ่งกล่าวกันว่า เพื่อจะให้สมกับนามที่ชื่อ "โต" ที่โดดเด่นและเป็นปูชนียวัตถุ ที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ สร้างเป็นอนุสรณ์เนื่องในตัวท่าน คือ พระนอนใหญ่วัดสะตือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือ "พระพุทธไสยาสน์" เป็นที่ระลึกว่าท่านได้ "เกิด" ที่นั่น, พระพุทธรูปใหญ่ วัดไชโยวรวิหาร จังหวัดอ่างทอง พระนามว่า "พระพุทธพิมพ์" เป็นที่ระลึกว่าท่านได้ "สอนนั่ง" ที่นั่น และ พระยืนใหญ่ วัดอินทรวิหาร กรุงเทพมหานคร เป็นพระก่ออิฐถือปูนปางอุ้มบาตร เรียกกันว่า "หลวงพ่อโต" เป็นที่ระลึกว่าท่าน "สอนยืนเดิน" ได้ที่นั่น

สำหรับ "พระพุทธไสยาสน์ วัดสะตือ" นั้น ในโอกาสฉลองอายุหลวงปู่โตครบ 215 ปี เมื่อปี พ.ศ.2546 ได้มีการจัดสร้างวัตถุมงคล "สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี รุ่น 215 ปี สมเด็จโต" ขึ้น โดยจัดพิธีมหาพุทธาภิเษกอย่างยิ่งใหญ่ ณ มณฑลพิธีหน้าพระพุทธไสยาสน์ วัดสะตือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถิ่นกำเนิดของท่านเจ้าประคุณ สมเด็จฯ เมื่อวันที่ 18-20 กรกฎาคม พ.ศ.2546 มีการสวดพระคาถาชินบัญชร 3 วัน 3 คืน หน้าองค์พระพุทธไสยาสน์ วัดสะตือ โดย สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เป็นประธานจุดเทียนชัย และ หลวงปู่ทิม วัดพระขาว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานดับเทียนชัย พร้อมพระเกจิชื่อดังร่วมพิธีมากมาย

ณ โอกาสนี้ ผ่านพ้นมา 10 ปี ได้เปิดให้บูชาวัตถุมงคล"สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี รุ่น 215 ปี สมเด็จโต" อีกครั้ง เพื่อนำปัจจัยมาร่วมกันสร้าง "รูปหล่อลอยองค์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ปีพุทธศักราช 2556" จำนวน 9 องค์ ถวาย 9 วัด ที่เป็นถิ่นกำเนิดและครองวัดของท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ โดยผู้บริจาคเช่าบูชาจะได้รับ "แผ่นทอง" เพื่อเขียนชื่อ วัน เดือน ปีเกิด นำมาหลอมรวมหล่อรูปหล่อลอยองค์สมเด็จโตร่วมกัน

รายการ วัตถุมงคล สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี รุ่น 215 ปี สมเด็จโต มีดังนี้ : รูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี นั่งธรรมาสน์ขนาดตั้งหน้ารถ หน้าตักกว้าง 1.5 นิ้ว สูง 2.5 นิ้ว เนื้อสัมฤทธิ์รมดำ, เหรียญพระพุทธไสยาสน์ หลังสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) เนื้อเงิน พิมพ์ใหญ่, เนื้อนวะ พิมพ์ใหญ่, เนื้อทองแดงชุบทอง พิมพ์ใหญ่ - พิมพ์เล็ก, เนื้อทองแดง พิมพ์ใหญ่- พิมพ์เล็ก, เนื้อทองเหลือง พิมพ์ใหญ่ - พิมพ์เล็ก รวมทั้งชุดเหรียญพระพุทธไสยาสน์ หลังสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พร้อมพระสมเด็จวัดระฆังฯ องค์จิ๋วเลี่ยมกรอบทองไมครอน ซึ่งวัตถุมงคลต่างๆ เหลือยอดอยู่ไม่มากนัก

อยากร่วมบุญสร้างรูปหล่อลอยองค์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี คลิกดูเพิ่มเติมที่เว็บไซต์www.aj-ram.com

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-16 08:49:30


ความเห็นที่ 33 (2949786)


วัตถุมงคลยอดนิยมรุ่นแรก หลวงพ่อดำ วัดหัวหมอน(1)


มุมพระเก่า
อภิญญา



เหรียญรุ่นแรก

หากพูดถึงพระเกจิคณาจารย์พุทธาคมขลังของจังหวัดพัทลุงนั้น หนึ่งใน จำนวนหลายๆ รูปคือ "หลวงพ่อดำ สุวัณโณ" อดีตเจ้าอาวาสวัดหัวหมอน ตำบลนาโหนด อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง

วัตถุมงคลของ "หลวงพ่อดำ" แม้จะมีไม่มากนัก แต่ก็ได้รับความนิยมในหมู่ลูกศิษย์ลูกหา โดยเฉพาะเหรียญรูปเหมือน ซึ่งสร้างหลังจากที่ท่านละสังขารไปแล้ว

นักสะสมนิยมเรียกว่า "เหรียญตาย" ปัจจุบันกลายเป็นสิ่งมงคลที่หายาก และสนนราคาเล่นหาสูงขึ้นมาก

นามเดิม นายดำ ทองมี ถือกำเนิดเมื่อวันจันทร์ที่ 10 มกราคม 2423 ปีมะโรง ณ บ้านท่าแค หมู่ที่ 7 ตำบลท่าแค อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง โยมบิดา-มารดาชื่อ นายมุด-นางติก ทองมี ประกอบอาชีพทำนา ชีวิตในวัยเยาว์เหมือนกับเด็กชนบททั่วไป ศึกษาไปตามยุคสมัยโบราณ แต่ท่านจะมีลักษณะบางสิ่งบางอย่างที่ผิดจากเด็กทั่วไปคือ ชอบศึกษาสนใจในเรื่องเวทมนตร์ อาคมคาถาต่างๆ เป็นอย่างมาก และชอบไปคลุกคลีกับครูบาอาจารย์วัดต่างๆ เพื่อจะศึกษาวิชาอาคม ซึ่งในยุค 100 กว่าปีที่ผ่านมานั้น ต้องยอมรับกันเลยว่าใครมีวิชาอาคมต้องเป็นของแท้แน่นอนอย่างที่สุด

อายุ 24 ปี ท่านเกิดความปีติสุขสงบกายใจอยากที่จะบวช เพื่อสร้างบุญกุศลทำให้โยมบิดา มารดา และญาติตลอดถึงชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างตื้นตันใจ ร่วมกันอนุโมทนาสาธุ และเข้าอุปสมบทเมื่อวันพุธที่ 1 มีนาคม 2446 ตรงกับแรม 8 ค่ำเดือน 4 โดยมี เจ้าอธิการสัง เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายา "สุวัณโณ"

หลัง บวชแล้ว ท่านเคร่งครัดในวัตรปฏิบัติสร้างความเลื่อมใสศรัทธาต่อคนในสมัยนั้นเป็น อย่างมาก เป็นที่พึ่งศูนย์รวมใจของชาวบ้านทั้งในหมู่บ้าน และละแวกใกล้เคียง แน่นอนที่สุดสรรพวิชาคาถาที่มีอยู่ท่านก็ หมั่นศึกษาอยู่เสมอ เรียนรู้เพิ่มเติมจากครูบาอาจารย์บ้าง ศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง จากตำรับตำราเก่าๆ จนกระทั่งท่านแตกฉาน กิตติศัพท์กิตติคุณ เป็นที่เลื่องลือทุกสารทิศในนาม พระผู้ทรงอภิญญามากด้วยบุญฤทธิ์ อิทธิเวท เก่งกล้า อาคมขลัง วาจาศักดิ์สิทธิ์

หลวงพ่อดำ



ใน สมัยยังดำรงขันธ์อยู่ ขณะท่านครองตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหัวหมอน สาธุชนญาติโยมต่างพากันหลั่งไหลมาที่วัดจากที่ต่างๆ ทั่วทุกสารทิศเพื่อกราบนมัสการ บางคนมีความทุกข์โศกโรคภัยสารพัดต่างก็มุ่งหน้ามาหาท่าน เพื่อให้หลวงพ่อดำทำพิธี ปัดเป่าปลุกเสกน้ำมัน น้ำมนต์ และรดน้ำมนต์ ก็ได้ผลอย่างอัศจรรย์ ยิ่งคนที่กระดูกแตกหักด้วยแล้ว ท่านก็สามารถรักษาต่อกระดูกให้สมานเข้าด้วยกันอย่างชนิดที่ว่าไม่เชื่อก็ ต้องเชื่อ


ที่สำคัญเฉพาะอย่างยิ่งวาจาศักดิ์สิทธิ์ ของท่าน ใครอย่าริลองดีเป็นเด็ดขาด

มีเรื่องเล่าขานสืบทอดกันมาว่า คืนหนึ่งเงียบสงัดมีผู้เข้าไปในวัดด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ เพื่อมุ่งหวังที่จะลักขโมยของภายในวัด แต่หลวงพ่อดำเหมือนว่าท่านสามารถรับรู้ด้วยญาณจึงมานั่งรอขโมยอย่างใจเย็น ขณะที่พระภิกษุ-สามเณรลูกวัดจำวัดกันทั้งหมด เมื่อขโมยเข้ามาในวัดแล้ว ท่านเห็นก็เลยแอบซุ่มอยู่ในความมืด

หลวงพ่อดำท่านเอยทัก ถามว่า "โครมาทำอะไร" หัวขโมยก็หาได้ตอบไม่ ท่านถามประโยคเดิมซ้ำถึง 3 ครั้งด้วยกัน ท่านจึงเอ่ยว่า "ถามแล้วไม่ตอบท่าจะบ้า" เท่านั้นเอง ขโมยคนดังกล่าวออกมา กระโดดโลดเต้นพร้อมกับพูดว่า "มาลักของ" พูดเสียงดังจนชาวบ้านแตกตื่น พากันมาที่วัด เห็นขโมยอยู่ในสภาพเหมือนคนบ้า

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-16 08:37:21


ความเห็นที่ 32 (2949720)

คอลัมน์ ชมรมพระเครื่อง

ด้วยความจริงใจ แทน ท่าพระจันทร์


สวัสดี ครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน พระกรุพระเก่าของทางภาคใต้ที่พบนั้นเป็นพระเก่าถึงสมัยทวารวดีและศรีวิชัย ซึ่งถือว่าเป็นพระพิมพ์ที่เก่าแก่มากที่สุดแบบหนึ่ง หรือที่บางท่านเรียกว่าพระเนื้อดินดิบนั่นเองครับ พระพิมพ์ที่พบมักจะมีขนาดสัณฐานค่อนข้างเขื่องหรือไม่ก็ค่อนข้างหนาเป็นส่วน มาก จึงไม่ค่อยเห็นมีผู้นำมาห้อยบูชากันนัก แต่มีอยู่กรุหนึ่งที่พบในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มีขนาดย่อมเหมาะแก่การนำมาเลี่ยมห้อยบูชามาก คือพระเม็ดกระดุมศรีวิชัย ซึ่งเราจะมาพูดคุยกันในวันนี้ครับ

พระเม็ด กระดุมศรีวิชัยนั้น ถูกพบโดยบังเอิญ ในครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ.2523-2525 ขณะสร้างถนนบริเวณเขาศรีวิชัย

โดย พบพระเนื้อดินเผาสัณฐานกลมๆ ขนาดย่อม 2 แบบ คือแบบต้อและแบบชะลูด ทั้งสองพิมพ์เป็นรูปองค์พระประทับนั่งปางสมาธิ มีขอบพิมพ์ยื่นออกมาทั้งสองพิมพ์ ด้านหลังมนโค้ง องค์พระประทับนั่งบนฐานบัว 2 ชั้น บัวชั้นบนเป็นบัวหงาย 7 กลีบ ชั้นล่างเป็นบัวคว่ำ 3 กลีบ พระพักตร์ค่อนข้างกลม พระเกศสั้นลักษณะเป็นมุ่นมวย ผมแบบศิลปะทวารวดี ที่พื้นผนังรอบองค์พระปรากฏอักษรโบราณแบบปัลลวะ สัณฐานขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 ซ.ม. ในส่วนของพระพิมพ์ชะลูดนั้น องค์พระจะดูสูงชะลูดกว่าพระพิมพ์ต้อ ซึ่งพระพิมพ์ต้อจะดู เตี้ยล่ำสันกว่าพิมพ์ชะลูด นอกนั้นจะคล้ายคลึงกันมาก

ต่อมา มีการพบพระแบบเดียวกันในบริเวณใกล้เคียงอีกในปีพ.ศ.2533 มีชาวบ้านซึ่งอาศัยอยู่บริเวณด้านตรงข้ามวัดเขาศรีวิชัย อันเป็นวัดโบราณเก่าแก่ มีวัตถุโบราณมากมาย และกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนที่ชาวบ้านดังกล่าวจะขุดนั้นได้ฝันเห็น ผู้หญิงคนหนึ่งมาบอกว่า "เฝ้าอยู่นานแล้ว เอาไปเสียที" แล้วก็ชี้ทิศทางให้ ในวันรุ่งขึ้นจึงได้ขุดดินบริเวณรั้วบ้านของตน ซึ่งความตั้งใจเดิมนั้นคิดว่าจะได้ลูกปัด ซึ่งเป็นสิ่งที่ขุดได้กันเสมอ และการขุดในครั้งนั้นก็ได้ลูกปัดและพบพระเครื่องด้วย ในวันแรกพบพระไม่มากเท่าไรนัก พอรุ่งขึ้นจึงได้ขุดต่อและได้พระมาเป็นจำนวนมาก พระที่พบก็เหมือนกับที่พบครั้งทำถนนในปีพ.ศ.2523 ทุกประการ

พระ เม็ดกระดุมศรีวิชัยนี้ ท่านอาจารย์ชะเอม แก้วคล้าย ผู้ชำนาญภาษาโบราณประจำหอสมุดแห่งชาติ กรุณาสละเวลาอ่านอักษรโบราณที่ผนังขององค์ และท่านได้บอกว่า อักษรที่ปรากฏเป็นอักษรปัลลวะ อันเป็นอักษรที่ใช้อยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11-12 ในสมัยทวารวดี อักษรที่ปรากฏนั้นมีใจความว่า "เย ธัมมา เหตุปปภวา เตสัง เหตุง ตถาคโต ชาติเต สัญจโย นิโรโธจะ เอวัง วาที มหาสมโณ" แปลว่า "ธรรมทั้งหลายเหล่าใด มีเหตุเป็นแดนเกิด พระตถาคต ตรัสเหตุและความดับของธรรมทั้งหลายเหล่านั้น พระมหาสมณะ มีปกติตรัสอย่างนี้"

โบราณวัตถุที่พบบริเวณเขาศรีวิชัยนั้น มักจะเป็นศิลปะยุคสมัยศรีวิชัยเป็นส่วนมาก จากการพิจารณาพระเม็ดกระดุม ศรีวิชัยโดยรวมแล้ว สันนิษฐานว่า น่าเป็นพระที่สร้างอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 ซึ่งน่าจะอยู่ในปลายๆ ของสมัยทวารวดี-ต้นสมัยศรีวิชัยครับ

นับ ว่าพระเม็ดกระดุมศรีวิชัยนี้ เป็น พระที่ทรงคุณค่าทางด้านศิลปะยุคสมัย พร้อมทั้งมีอักษรปัลลวะจารึกคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอยู่ที่องค์พระด้วย ยิ่งนับว่าทรงคุณค่ามากทีเดียวครับ พุทธคุณเท่าที่ปรากฏนั้นปกป้องคุ้มครองให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขครับ

ในวันนี้ผมได้นำรูปพระเม็ดกระดุม ศรีวิชัยมาให้ชมกันทั้งพิมพ์ชะลูดและพิมพ์ ต้อครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-15 06:38:10


ความเห็นที่ 31 (2949300)

สงกรานต์ปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 13 เมษายน 2556

พล.ต.ท.สรรเพชญ ธรรมาธิกุล สร้างเศียรจตุคามรามเทพ รุ่นสร้างเทวาลัย ขอได้ไหว้รับ

ปลุกเสก 12 พ.ค.56 ที่ ต.หาขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ

@@@ สงกรานต์ปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 13 เมษายน 2556 ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 5 เริ่มศักราชใหม่ หรือปีใหม่ไทย ย่างเข้าปีมะเส็ง นางสงกรานต์ชื่อ มโหธรเทวี ทรงพาหุรัด ทัดดอกสามวา แก้วนิลรัตน์ เป็นอาภรณ์ ภักษาหารเนื้อทราย พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงตรีศูล เสด็จไสยาสน์หลับบนหลังมยุรา ทำนายว่า แผ่นดินจะแห้งแล้ง ผู้คนในเมืองหลวงจะเจ็บป่วย เห็นแก่ตัวมากขึ้น น้ำจะมาก ไฟจะไหม้กลางเมือง วันดีปีนี้ วันพฤหัสบดีเป็นวันธงชัย วันอาทิตย์เป็นวันอธิบดี วันพุธอุบาทว์ และวันอังคารเป็นวันโลกาวินาศ พึงหลีกเลี่ยงการประกอบพิธีกรรม หรือทำงานมงคล

พระขุนแผนเคลือบ กรุใหม่ วัดอัมพวัน กระแสยังแรง องค์นี้ของเชาว์ ริเวอร์ คนเปิดเผยทั้งหมดมี 6 ไห 2,000 องค์

@@@ บิ๊กแจ๊ส พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล งานจะยุ่งขนาดไหนก็ไม่เครียด เหตุผลเพราะเป็นคนมีพระอยู่ในหัวใจ ยามว่างเป็นต้องหาโอกาสแวะเวียนเข้าสนามพระ ปล่อยวางงานมาส่องพระกับบิ๊กต้อย เมืองนนท์ งานคนวงการพระเครื่องก็ไม่เคยขาด ให้โอกาสทุกราย อาทิตย์ก่อนเห็นเป็นประธานงานเลี้ยงฉลองสมรสลูกสาวโก๋ ริเวอร์ ที่โรงแรมริชมอนด์ รัตนาธิเบศร์ ล่าสุดคนวงการพระเครื่องลือว่า ท่านมีศรัทธาบูชาพระขุนแผนเคลือบอกใหญ่ พิมพ์ห้าเหลี่ยม กรุใหม่ วัดอัมพวัน ที่ท่านยืนยันว่าแท้พันเปอร์เซ็นต์ ไปเข้ารังอีก 110 องค์ คงเป็นเรื่องจริงแน่ แค่สนามพระท่าพระจันทร์และพันธุ์ทิพย์ลือกันแซด ใครยังไม่มีรีบเก็บซะ ไม่งั้นตกรถเที่ยวนี้ไม่ทันกิน วันหน้าดูท่าจะไปไกล ให้ราคาเพิ่มกันทุกวันแล้ว

เหรียญหลวงพ่อคูณ เนื้อเงิน เจริญพรบน ครึ่งองค์ ออกวัดแจ้งนอก ปี 36

สร้างแค่ 999 เหรียญ มีจารทุกเหรียญ ของวีพี พระเครื่องตั้งฮั่วเส็ง

@@@ ส่วนคนชื่อปู เมืองนนท์ คนมีวิชาความรู้เรื่องกระเบื้องเคลือบ ตอบโจทย์ที่คนถามเรื่องพระขุนแผน กรุวัดอัมพวัน ยืนยันมาว่า พระขุนแผนที่พบในเขตนนทบุรีไม่มีความแตกต่าง ทั้งที่วัดโบสถ์บน บางกรวย วัดเชิงท่า ปากเกร็ด และจากวัดใหญ่ชัยมงคล พบว่ามีหลายขนาด หลายพิมพ์ ไม่ต่างไปจากวัดอัมพวันเลยครับ

มีดหมอปากกาเหน็บอาจารย์ตี๋ วัดหูช้าง นนทบุรี ออกในงานทำบุญอายุครบ 76 ปี 18 เม.ย.56 เล่มละ 700 จารมือทุกด้าม บูชาที่วัด

 

@@@ คุณปูตอบโจทย์ต่อว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้สร้างพระขุนแผนน่าจะสร้างไว้เท่าพระธรรมขันธ์ คงมีคนฐานันดรศักดิ์สูงยุคนั้นนำมาบรรจุที่วัดอัมพวันก็เป็นได้ เหตุที่ผิวคราบกรุต่างกันบ้างเพราะสภาพแวดล้อมและอากาศ แต่ยังคงน้ำยาเคลือบบนผิวพระ ที่บ่งชี้ได้ว่าสร้างคราวเดียวกับพระวัดใหญ่ชัยมงคล

เหรียญโต๊ะหมู่อาจารย์ฝั้น วัดถ้ำขาม ปี 17 สร้าง 109 เหรียญ เป็นเหรียญยอดนิยมที่หายากเหรียญหนึ่งในวงการ ของอ้วน นครพนม

@@@ คุณปูยังชี้จุดตายให้เห็นชัดขึ้นด้วยพิมพ์ทรง พระขุนแผนเคลือบ วัดอัมพวัน บางใหญ่ ที่ใครๆ ต่างเห็นว่าเล็กกว่าวัดใหญ่ชัยมงคล และวัดบ้านกลิ้ง อยุธยา นั้น เป็นเพราะกรุนี้แตกพบพระมากที่สุดและมากพิมพ์ ที่เป็นพิมพ์ซ้ำกับวัดใหญ่ชัยมงคล วัดบ้านกลิ้ง วัดเชิงท่า และวัดโบสถ์บนก็มี น้ำยาเคลือบมีลักษณะคล้ายหินละลายของลูกปัดสมัยทวารวดี ลายพิมพ์ฝ่ามือ จึงบอกได้ว่าเป็นพระแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ครับ

เหรียญหลวงพ่อคง วัดซำป่าง่าม ปี 83 ออกในงานทำบุญอายุ 106 ปี

เป็นเหรียญเงินลงยา เหรียญนี้สวยแชมป์ ซุป เตาปูน รีบจ่ายล้านกว่า

@@@ เชาว์ ริเวอร์ ยืนยันพระกรุใหม่วัดอัมพวัน แตกออกมาคราวนี้ต้องมี 2,000 องค์ เขาเป็นคนเชื่อยาก ต้องตระเวนพิสูจน์ความจริงความแท้ จึงกล้าพูดว่าพระขุนแผนเคลือบ กรุใหม่ วัดอัมพวัน แท้แน่นอนครับ ถึงขนาดเทกระเป๋าเช่าบูชาพระขุนแผนเคลือบอกใหญ่ พิมพ์ห้าเหลี่ยม กรุใหม่ วัดอัมพวัน บางใหญ่ ไป 2 ไห ทีเดียวแหละ องค์แรกเช่าจากอาจารย์ต้อย เมืองนนท์ 3.5 แสน กลับบ้านแช่น้ำ 3 วัน ยังแคะขี้กรุไม่ออก ดูแล้วเก่า พิจารณาพิมพ์ น้ำยาเคลือบ และคราบกรุเกิดตามธรรมชาติจริง เหตุที่พระมีหลายพิมพ์คงมาจากทำหลายครั้ง ใช้น้ำยาเคลือบโบราณชนิดเดียวกัน เชาว์ ริเวอร์ บอกด้วยว่า หลังเป็นข่าวฮือฮาไม่กี่วันนักประดาน้ำอยุธยากว่า 20 คน มางมได้ไป 2-3 ไห มีการปล่อยเช่ากันไปใบละ 9 ล้าน ส่วนตนได้ไว้ 2 ไห ใบใหญ่มี 400 องค์ ใบเล็กมี 183 องค์ เชาว์ ริเวอร์ ชวนให้ส่องดูเนื้อพระกรุนี้ เนื้อแน่น และแกร่งกว่าวัดใหญ่ชัยมงคลที่ขึ้นมานานแล้ว ส่วนน้ำยาเคลือบวัดใหญ่ชัยมงคลจะหนากว่า และออกสีเขียวอมน้ำตาล วัดอัมพวัน น้ำยาเคลือบมีหลายสี สีงาช้างอมน้ำตาล สีน้ำตาลทอง สีน้ำตาลอมส้ม และน้ำตาลอมเลือดหมู พิเศษที่มีแร่ผงทองคำผสมในน้ำยาเคลือบ ส่องให้ดีมีทุกองค์

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ องค์แท้มาตรฐานโลก ไร้ข้อสงสัยในพิมพ์

เนื้อหามวลสารแกร่งหนึกนุ่มเป็นธรรมชาติ สมเป็นองค์ครู ของเสี่ยกวง ท่าพระจันทร์

@@@ งานประกวดพระเครื่องที่ชัยนาทเมื่อวันเสาร์—อาทิตย์ก่อน ล้มกลางแดด เป็นงานไม่ขอผ่านสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย จัดกันเองละเลงกันเละ คนจัดหอบเงินที่เก็บจากร้านแผงพระล่วงหน้าหลายรายทั้ง ตุ๋ย กระเป๋าหนัง, กู๋ พัทยา, หลานเจ้ติ๋ม ท่าพระจันทร์, ยะ นครนายก และอีกนับสิบๆ รายสูญเงินกินเปล่าค่าเช่าแผงพระ ที่สุดถึงวันงานไม่มีงานประกวดจริงตามที่ประกาศไว้ คนจัดหายตัวทั้งผัวทั้งเมีย สุดยอดเลวในวงการส่งท้ายปีมะโรง ขอบคุณชาญวิทย์ คนข่าววัยทอง

พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย ถ่องแท้มาตรฐาน นิยม คราบกรุรอยตัดข้างจากหน้า

ไปหลัง เส้นซุ้มเรียวเล็กแกร่งแก่ผงปูน ของชาญวิทย์ รถทอง

@@@ ครบ 7 วันพอดี เจอหน้าหม่อมวิม วัชรีวงศ์ ที่พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ทวงถามข่าวที่จะเอาเรื่องลูกกำนัน ปล่อยพระให้ดูแล้วไม่แท้มาขอคืนไม่ได้ เลยท้าอีก 7 วันรู้ผล หม่อมวิมยอมรับว่าตนผิดพลาด ทั้งที่เป็นกรรมการรับตัดสินพระเจ้าคุณนรรัต วัดเทพศิรินทร์ มานาน 25 ปี ซื้อพระปรกใบมะขาม หลังจารตัวเดียวเจ้าคุณนรรัต เนื้อทองคำ เป็นองค์แรกเลยตามัว จึงยอมรับผิดที่ตนดูผิดพลาดเอง ส่วนที่มีข่าวว่าตนไปเปลี่ยนพระองค์ใหม่มาคืนนั้นไม่จริง สาบานวัดไหนก็ได้ผมไม่ทำหรอก เป็นอันว่าไม่ราวีกันต่อแล้วครับระหว่างผู้เฒ่ากับเจ้าหนุ่ม

@@@ วันนี้ 7 เมษายน 2556 มีพิธีพระราชทานเพลิงศพพระครูสุวรรณชินวงศ์ หลวงพ่อทอง ชินวังโส วัดป่าหิมพานต์ ต.ครบุรี อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เวลา 15.00 น ขอเชิญศิษยานุศิษย์ไปร่วมแสดงความกตัญญูแด่หลวงพ่อเป็นวาระสุดท้าย ในงานมีเหรียญที่ระลึกและหนังสืออนุสรณ์แจกทุกท่าน

เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น 3 ปี 2504 เนื้ออัลปาก้า กะไหล่เงิน แชมป์ตัวจริงเข้าสนามพระตั้งฮั่วเส็ง โสภณ ตลิ่งชัน เช่าไว้แสนกว่า

 

@@@ วันที่ 10 เมษายน 2556 เวลา 13.30 น. “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงข่าวจัดงานมหกรรมประกวดพระเครื่องที่ห้องประชุมใหญ่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ข้างสวนอัมพร เชิญสื่อมวลชนทุกท่าน

เหรียญหลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา ปราจีนบุรี พิมพ์สี่เหลี่ยม รุ่นแรกออกปี 81

เป็นเหรียญประสบการณ์ดี ของกำนันมานะ คงวุฒิปัญญา

 

@@@ แนะนำหนังสือดี ตี๋เหล้า ท่าพระจันทร์ ใช้เวลา 2 ปีทำหนังสือคู่มือดูพระอย่างถูกวิธี ถ่ายทอดประสบการณ์ที่เรียนรู้มาจนเป็นเซียนใหญ่ในยุคนี้ได้ ให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษา ดูพระเป็นได้ไม่ยากด้วยตนเอง จองได้แล้วที่ร้านนายอินทร์ และร้านหนังสือพระทั่วไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-10 10:27:40


ความเห็นที่ 30 (2949155)

 

เหรียญหลวงปู่ทิม รุ่น “บารมีอิสริโก” สร้างศาลาและกุฏิพระวัดแม่น้ำคู้เก่า

วัดแม่น้ำคู้เก่า ตั้งอยู่ที่หมู่ ๑ ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง เดิมเป็นที่พักสงฆ์ชั่วคราว สมัยก่อนอยู่ห่างไกลความเจริญ เป็นป่าสูงและกันดารมาก ชาวบ้านจึงไปขอนิมนต์พระจากหลวงปู่ทิม อิสริโก เจ้าอาวาสวัดละหารไร่ ท่านได้ส่ง พระภิกษุต๋อง ให้มาอยู่ที่พักสงฆ์แห่งนี้ตลอดมา

  ที่พักสงฆ์แห่งนี้ นายอรุณ วิเชียรเจริญ กับนายพูน วงศ์จันทร์ เป็นผู้มีศรัทธายกที่ดินให้ โดยชาวบ้านได้ช่วยกันปลูกกุฏิ ๒ หลัง ให้เป็นที่ปฏิบัติศาสนกิจของพระภิกษุสามเณร ด้านการพัฒนาสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ยังไม่มั่นคงถาวร เนื่องจากพระภิกษุที่เป็นหัวหน้ามีการเปลี่ยนกันมาเรื่อยๆ ต่อมาได้ลาสิกขาไปหมด เหลือแต่ หลวงปู่แก้ว เกสาโร เพียงรูปเดียว ชาวบ้านจึงไปนิมนต์ พระอาจารย์ทวน อินฺทวีโร มาจากวัดหนองกรับ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง มาอยู่แทน

 เมื่อพระอาจารย์ทวนมาจำพรรษาที่พักสงฆ์แม่น้ำคู้ ตั้งแต่ปี ๒๕๑๓ สิ่งปลูกสร้างต่างๆ เริ่มดีขึ้น ต่อมาท่านได้ทำเรื่องขออนุญาตสร้างเป็นวัด จากกระทรวงศึกษาธิการ โดยได้รับอนุมัติเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๑๘ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๑๙

 เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ ได้เกิดเพลิงไหม้ ทำให้ศาลาการเปรียญและกุฏิสงฆ์เสียหายจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ ทางวัดจึงต้องก่อสร้างศาลาการเปรียญและกุฏิหลังใหม่ขึ้น แต่ยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากมีปัญหาด้านทุนทรัพย์

 พระครูอุปถัมป์พัฒนกิจ เจ้าคณะตำบลแม่น้ำคู้ และเจ้าอาวาสวัดแม่น้ำคู้เก่า รูปปัจจุบัน จึงได้จัดสร้าง เหรียญหลวงปู่ทิม อิสริโก รุ่น “บารมีอิสริโก” ขึ้นมา เพื่อหาปัจจัยก่อสร้างศาลาและกุฏิสงฆ์ และเป็นการรำลึกถึงคุณความดีและความเมตตาของหลวงปู่ทิม ที่มีต่อวัดแม่น้ำคู้เก่า พร้อมทั้ง พระผงพิมพ์จันทร์ลอย รูปหลวงปู่ทิมครึ่งองค์ โดยใช้มวลสารเก่าของหลวงปู่ทิมที่มีเหลืออยู่ที่วัดแม่น้ำคู้เก่า และได้รับมวลสารเพิ่มเติมจาก หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ อีกจำนวนหนึ่ง

 พิธีพุทธาภิเษกจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๔ เวลา ๑๙.๔๙ น. ณ อุโบสถวัดแม่น้ำคู้เก่า โดยพราหมณ์ทำพิธีบวงสรวงบอกกล่าวเทวดาฟ้าดิน และอัญเชิญบารมีหลวงปู่ทิม พร้อมกับนิมนต์พระคณาจารย์ ๑๖ รูป นั่งปรกอธิษฐานจิต ดังนี้

 พระราชสิทธินายก (หลวงพ่อสมอิง) วัดเนินพระ หลวงพ่อสิน วัดละหารใหญ่ หลวงพ่อเชย วัดละหารไร่ หลวงพ่อแจ่ม วัดเขาสำเภาทอง หลวงพ่อชู วัดทับมา หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ หลวงพ่อจาย วัดกระแสคูหาสวรรค์ หลวงพ่อสมคิด วัดบึงตาต้า หลวงปู่ชาญ วัดบางบ่อ หลวงพ่อฟู วัดบางสมัคร หลวงปู่บัว วัดศรีบูรพาราม (เกาะตะเคียน) จ.ตราด หลวงพ่อมนัส วัดอ่าวใหญ่ จ.ตราด หลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ วัดประดู่ (พระอารามหลวง)  พระอาจารย์ติ๋ว วัดมณีชลขันธ์ จ.ลพบุรี หลวงพ่อชำนาญ วัดบางกุฎีทอง หลวงพ่อเจริญ วัดจันเสน จ.นครสวรรค์

 ผู้ที่ไปร่วมงานพิธีทุกคนจะได้รับมอบ "พระผงจันทร์ลอยรูปเหมือนหลวงปู่ทิมครึ่งองค์" เป็นที่ระลึก ศรัทธาสนใจร่วมทำบุญติดต่อสอบถามได้ที่ วัดแม่น้ำคู้เก่า โทร.๐-๓๘๙๑-๓๑๔๙, ๐๘-๕๒๘๖-๙๕๗๘

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-09 09:53:38


ความเห็นที่ 29 (2949154)

เบญจมหามงคลเหรียญเกจิฯ

คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง
ราม วัชรประดิษฐ์


จาก 5 เหรียญพระพุทธ มาดู 5 เหรียญพระเกจิคณาจารย์ ที่เรียกได้ว่าเป็น "เบญจมหามงคลเหรียญพระเกจิ" สุดยอดของความนิยมในวงการพระเครื่องและเหรียญเกจิคณาจารย์กันบ้าง มีดังนี้

1.เหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนังวรวิหาร กรุงเทพฯ

หลวง ปู่เอี่ยมท่านมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย และเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนโดยทั่วไป เหรียญรูปท่านอนุญาตให้สร้างขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2467 ที่เรียกกันว่า "เหรียญยันต์สี่" ปัจจุบันหายากมากครับ

2.เหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการาม จ.พระนครศรีอยุธยา

หลวง พ่อกลั่นท่านถือว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากของพระนครศรี อยุธยาในสมัยนั้น เหรียญรุ่นแรกของท่านสร้างในปี พ.ศ.2469 เพื่อเป็นที่ระลึกในการปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ เป็นอีกเหรียญที่หายากมากๆ เช่นกัน ปัจจุบันมูลค่าสูงมากครับ

3.เหรียญหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท

หลวง ปู่ศุข หนึ่งในพระอาจารย์ของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และมีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วลุ่มน้ำเจ้าพระยา ท่านเป็นพระสงฆ์ที่มีผู้เคารพศรัทธามากในภาคกลางตอนบน เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรกและรุ่นเดียวของท่านนั้นสร้างในปี พ.ศ.2466 เป็นสุดยอดเหรียญ หนึ่งในชุดเบญจภาคีเหรียญพระเกจิอาจารย์ครับ

4.เหรียญหลวงพ่อฉุย วัดคงคาราม จ.เพชรบุรี

หลวง พ่อฉุยท่านเป็นพระสงฆ์ที่ชาวบ้านเพชรบุรีเคารพนับถือมาก และเหรียญรูป ท่านรุ่นแรกนี้เป็นสุดยอดเหรียญของจังหวัด นี้ครับ ซึ่งสร้างในปี พ.ศ.2465 เพื่อแจกเป็นที่ระลึกในงานฉลองมณฑป วัดคงคาราม ที่สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระ พุทธชินราชจำลอง พระพุทธชินสีห์จำลอง พระศรีศาสดาจำลอง ของวัดคงคาราม และเป็นหนึ่งในเหรียญชุดเบญจภาคีเหรียญพระเกจิอาจารย์

5.เหรียญหลวง พ่อคง วัดบางกะพ้อม จ.สมุทรสงคราม เบญจมหามงคลเหรียญพระเกจิอาจารย์เหรียญสุดท้ายมาถึงแม่กลองกันเลยทีเดียว เชียวแหละ เหรียญหลวงพ่อคงเป็นอีกเหรียญหนึ่งที่มีประสบการณ์มาก เป็นที่ยกย่องของผู้นิยมสะสมพระเครื่อง จัดให้อยู่ในชุดเบญจภาคีเหรียญพระเกจิอาจารย์ครับ ปัจจุบันเหรียญสวยๆ มีมูลค่าสูง หายากเช่นกันครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-09 09:47:57


ความเห็นที่ 28 (2948420)

 

เหรียญหลวงพ่อคงพุทธคุณครอบจักรวาล

เหรียญหลวงพ่อคงว.บางกะพ้อม ๒๔๘๔ ที่ขึ้นชื่อว่ามี'พุทธคุณครอบจักรวาล' : พระองค์ครู โดยไตรเทพ ไกรงู

 
              หลวงพ่อคงธมฺมโชโตวัดบางกะพ้อมจ.สมุทรสงคราม ได้เรียนวิชาจากครูบาอาจารย์หลายท่านดังนั้นท่านจึงเอาคาถาซึ่งเป็นหัวใจ ยันต์ของครูบาอาจารย์แต่ละท่านมาเขียนรวมกันจึงกลายเป็นยันต์เอกลักษณ์ประจำ องค์ของหลวงพ่อคงซึ่งมีพุทธคุณครอบจักรวาลเป็นทั้งเมตตาแคล้วคลาดและคง กระพันชาตรี 

              "นายคง จันทร์ประเสริฐ" เป็นชื่อและนามสกุลของหลวงพ่อคง เกิดวันอาทิตย์ ขึ้น ๘ คํ่า เดือน ๕ ปีฉลู พ.ศ.๒๔๐๘ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ณ บ้าน ต.บางสำโรง อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม เมื่ออายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ บิดา-มารดาจัดการให้อุปสมบท ณ พัทธสีมา "วัดเหมืองใหม่" อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เมื่อวันศุกร์ขึ้น ๖ คํ่า เดือน ๘ ปีวอก (๑๙ ก.ค.๒๔๒๗) โดยพระอาจารย์ด้วง เจ้าอาวาสวัดเหมืองใหม่เป็นพระอุปัชฌายะ พระอธิการ จุ้ย วัดบางเกาะเทพศักดิ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการทิม วัดเหมืองใหม่ เป็นพระคู่สวด ได้ฉายาว่า "ธมฺมโชโต" ศึกษาอยู่ ๑๓ ปี ได้เล่าเรียน มูลกัจจายนะ พระธรรมบท พระมงคลทีปนี จบบริบูรณ์ มีความรู้ด้าน พระคัมภีร์บาลีอย่างดี 

               พ.ศ.๒๔๔๘ พรรษาที่ ๒๑ ท่านมาเป็นเจ้าอาวาสวัดบางกะพ้อม ท่านได้ศึกษาวิชาไสยศาสตร์ วิชามหาประสาน จากหลวงปู่อ่วม วัดไทรบางคนที เรียนกับหลวงพ่อชู วัดดาวโด่ง จ.สมุทรสงคราม และคณาจารย์ชื่อดังอีกหลายองค์ในยุคนั้น
 อาจารย์ที่หลวงพ่อคงให้ความเคารพอย่างสูง มี ๓ รูป คือ ๑.หลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย จ.สมุทรสงคราม ๒.หลวงพ่อบ่าย วัดช่องลม จ.สมุทรสงคราม และ ๓.หลวงปู่เที่ยง วัดละมุด ส่วนลูกศิษย์ที่มีชื่อเสียงเรียนวิชาจากท่านคือ หลวงพ่อเนื่อง (พระครูโกวิทสมุทรคุณ) วัดจุฬามณี จ.สมุทรสงคราม

                หลวงพ่อคง ได้มรณภาพลง (โรคลม) เมื่อวันวันเสาร์ที่ ๖ มกราคม พ.ศ.๒๔๘๖ ขึ้น ๓ คํ่า เดือน ๓ ปีมะแม อายุขัย ๗๘ ปี พรรษา ๕๘ 

              สำหรับภาพพระองค์ครูฉบับนี้ เป็นเหรียญเหรียญหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม เนิ้อทองแดง พ.ศ.๒๔๘๔ ของนายประชา ชัยรัตน์ เจ้าสัวตัวจริงแห่งเมืองอุดรธานี ในหนังสือ "พระเครื่อง พระคณาจารย์ จตุรทิศอุดร" ซึ่งเป็นหนังสือรางวัลสำหรับผู้ส่งพระเข้าประกวด ที่พระเครื่อง พระบูชา และเหรียญคณาจารย์" จ.อุดรธานี ระหว่างวันที่ ๒๓-๒๔ มีนาคม ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา
 เหรียญหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม ขึ้นชื่อว่าเป็นเหรียญที่มี พุทธคุณครอบจักรวาล เป็นทั้งเมตตา แคล้วคลาด และคงกระพันชาตรีได้รับความนิยมเป็นอันดับสองรองจากหลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย เหรียญที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ เหรียญทองแดงเป็นเหรียญยอดนิยมของชุดเบญจภาคีเหรียญ ที่มีราคาสูงและหายากยิ่ง รองลงมาคือเหรียญรุ่นปาดตาล พ.ศ.๒๔๘๖ เนื้อเงินลงยา ที่มีประสบการณ์สูงส่ง ขนาดมีดปาดตาลที่คมกริบยังไม่ระคายผิว

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-06 09:39:12


ความเห็นที่ 27 (2948371)

 

'หลวงพ่อสวัสดิ์'เกจิกรุงเก่ามรณภาพ

หลวงพ่อสวัสดิ์เกจิกรุงเก่าพระนักพัฒนาและพระนักปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมรณภาพแล้วด้วยวัย 97 ปี

             เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 13 มี.ค. พระครูประดิษฐ์กิจจารักษ์ เลขานุการเจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดราชประดิษฐาน  ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า พระราชสิทธิมงคล หรือหลวงพ่อสวัสดิ์ จิตตะทส อายุ 97 ปี  ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเจ้าอาวาสวัดศาลาปูนวรวิหาร ต.ท่าวาสุกรี อ.พระนครศรีอยุธยา ได้มรณภาพเมื่อเวลา 15.30 น.วันเดียวกันนี้ ที่ รพ.วิชัยยุทธ กรุงเทพมหานคร ด้วยอาการสงบ โดยมีพระครูอนุกูลศาสนกิจ เจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา ดูแลอยู่ใกล้ชิด

             พระครูประดิษฐ์กิจจารักษ์ กล่าวว่าหลวงพ่อสวัสดิ์เป็นพระที่มีเมตตาอย่างมาก มีลูกศิษย์มากมาย เป็นพระนักพัฒนา และวิปัสสนากรรมฐาน หลวงพ่อมีอาการป่วยด้วยโรคไตและโรคแทรกซ้อนอื่นๆ เข้าออกโรงพยาบาลเป็นเวลาต่อเนื่อง 2 ปี และล่าสุดได้เข้ารักษาตัวที่รพ.เป็นเวลา 2 เดือนโดยไม่ได้กลับมาวัดอีกเลย จนกระทั่งละสังขาร ซึ่งระหว่างที่อยู่ดูแลหลวงพ่อจะถามถึงพระเณรและวัด และมักจะฝากให้พระและคนที่มาเยี่ยมช่วยกันดูแลวัดและพระเณรเสมอ ซึ่งหลวงพ่อสวัสดิ์นับเป็นพระเกจิชื่อดังของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่มีอายุมากท่าสุดในขณะนี้ โดยทางลูกศิษย์หลังทราบข่าวต่างพากันเดินทางมาที่วัดศาลาปูนวรวิหารเพื่อ เตรียมต้อนรับสังขารของหลวงพ่อซึ่งจะเดินทางมาถึงวัดในวันที่ 14 มี.ค.นี้

             หลวงพ่อสวัสดิ์ เกิดที่ ตำบลราชคราม อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บรรพชาครั้งแรกเมื่ออายุ 12 ปี หลวงพ่อสวัสดิ์อุปสมบทเมื่อวันอังคารขึ้น 5 ค่ำ เดือน 7 ปีชวด ตรงกับวันที่ 12 มิถุนายน พุทธศักราช 2480 ณ วัดทองจันทริการาม โดยพระครูนิเทศ ธรรมกถา เจ้าอาวาสวัดบ้านสร้าง เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการกรีสัมมานัย เจ้าอาวาสวัดทองจันทริการาม เป็นพระกรรมวาจา, พระครูนิเทศธรรมโกศล เจ้าอาวาสวัดพะยอม เป้นพระนุสาวนาจารย์  ปัจจุบันหลวงพ่อสวัสดิ์ มีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเจ้าอาวาสวัดศาลาปูนวรวิหาร อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่ พ.ศ. 2524 รวมสิริอายุ 97 ปี พรรษาที่ 77 วัตถุมงคลของหลวงพ่อสวัสดิ์ ได้จัดสร้างขึ้นในภาวะที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังมีปัญหา ชื่อรุ่นว่า “ชนะจน”

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-05 19:54:31


ความเห็นที่ 26 (2948125)

 

‘พระพิจิตร’กรุวัดนาคกลางพระกู้ชาติ(๓)

‘พระพิจิตร’กรุวัดนาคกลางพระกู้ชาติคู่๒มหาราชของไทย(๓) : สาระสังเขปพระเนื้อชิน โดยชาติ วิศิษฏ์สรอรรถ


              พระพิจิตร “เม็ดข้าวเม่า” นับเป็นพระขนาดจิ๋วชั้นนำที่สุดของเมืองพิจิตร และเป็นพระเครื่องที่มีชื่อเสียงก้องไปทั่วสยามประเทศ เป็นพระที่มีขนาดเล็กมาก หากตกหล่นก็จะหายได้ง่าย จนต้องจัดเก็บรักษาให้ดี

              ที่นิยมกันมากได้แก่ พระกรุวัดพระมหาธาตุ ซึ่งคนร้ายได้ลอบเข้าไปเปิดกรุ (ประมาณ พ.ศ.๒๔๕๕) ต่อมา พ.ศ.๒๔๙๒ มีคนร้ายอีกกลุ่มหนึ่งลักลอบขุดกรุพระในเจดีย์อีกครั้งหนึ่ง ได้ พระพิจิตรเม็ดข้าวเม่า รวมทั้งพระเครื่องพิมพ์อื่นๆ อีกมาก

              พระพิจิตรเม็ดข้าวเม่า นี้ยังมีการพบอีกที่กรุวัดท่าฉนวน, กรุวัดเขมาภิรตาราม, กรุวัดโพธิ์ประทับช้าง และกรุวัดช้างในบริเวณเมืองพิจิตรเก่า ก็เคยมีผู้ขุดพบพระพิจิตร เช่นกัน

              พระเครื่องเมืองพิจิตร กำเนิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยอยุธยา จนถึงสมัยสุโขทัย มีสร้างไว้ทั้งชนิดเนื้อชินเงิน (นิยมกันมาก) และเนื้อชินเขียว สนิมไขขาวขึ้นเป็นชั้นๆ รวมทั้งชนิดเนื้อตะกั่วปนชิน (สนิมไขขาวสลับแดง) ก็มีพบเช่นกัน

              พระพิจิตร นอกจากมีองค์พระขนาดเล็กจิ๋วแล้ว ยังมีองค์พระขนาดกลางและใหญ่ จนถึง พระแผงอีกหลายพิมพ์ เช่น พระพิจิตรหัวดง, พระพิจิตรใบตำแย, พระพิจิตรใบมะยม, พระพิจิตรอัฏฐารส, พระพิจิตรงบน้ำอ้อย, พระพิจิตรชินราชใบเสมา, พระพิจิตรใบข้าว, พระพิจิตรใบพาย, พระพิจิตรใบหอก, พระพิจิตรกำแพงหย่อง, พระพิจิตรกำแพงลีลา, พระพิจิตรทรงเครื่อง, พระพิจิตรสองพี่น้อง, พระพิจิตรสามพี่น้อง, พระพิจิตรเรือนแก้ว, พระพิจิตรซุ้มระฆัง, พระพิจิตรเปิดโลก, พระพิจิตรตีนโด่, พระพิจิตรท่ามะปราง, พระพิจิตรหน้าทอง หน้าเงิน, พระพิจิตรซุ้มกระรอกกระแต, และ พระพิจิตรพิมพ์พระนารายณ์ทรงปืน ฯลฯ

              พระพิจิตร ”เม็ดข้าวเม่า” ได้นำเสนอเป็น พระชัยมาลา ของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  ต่อเนื่องมา ๒ ตอน..พระกู้ชาติ คู่ ๒ มหาราชของไทย  ทั้ง ๒ พระองค์ทรงอาราธนาพระเครื่องของเมืองพิจิตร ติดพระองค์ตลอดเวลาขณะทรงออกศึก โดยทรงติดไว้ที่พระมาลา ดังเช่น ภาพทรงม้าออกศึกพร้อมพระชัยมาลา

              พระพิมพ์นี้กรุที่ได้รับความนิยมสูงสุด หายากที่สุด และมีราคาเช่าหาแพงที่สุด ตั้งแต่สมัยเก่าก่อนมาจนถึงปัจจุบัน เห็นจะไม่มีกรุใดเทียบเท่า กรุวัดนาคกลางและ กรุวัดมหาธาตุ   นักสะสมพระเมืองพิจิตรจึงควรมี พระพิจิตรวัดนาคกลาง  ควบคู่ไปด้วยกัน...ถ้าขาดแล้ว กล่าวได้ว่า เหมือนขาดพระเอก นั่นเอง

              พระพิจิตรวัดนาคกลาง เป็นพระที่สร้างขึ้นด้วยเนื้อชินเงิน พุทธศิลป์ องค์พระประทับนั่งแบบมารวิชัย บนฐานเรียบตรงชั้นเดียว ไม่มีช่องว่างห่างกันให้เห็นระหว่างพระเพลาและฐานรองรับ ทำให้เห็นทรวดทรงองค์พระล่ำสันสมบูรณ์โดดเด่นขึ้นมาอย่างชัดเจนสวยงาม อยู่ในขอบซุ้มเป็นกรอบข้างตัดโค้งคล้ายแบบห้าเหลี่ยม พระเกตุลักษณะแบบทรงสูง เป็นเส้นขีดยาวชี้ตรงขึ้นด้านบน ส่วนบริเวณพระอังสา (ไหล่) ซ้ายมือขององค์พระ ปรากฏเส้นสังฆาฏิแบบกว้างอย่างเห็นได้ชัด เป็นเส้นหนานูนขึ้นพาดยาวโค้งลงมาเกือบจรดที่พระหัตถ์ซ้าย ไม่ปรากฏเส้นพระศอให้เห็น  แต่กลับมีเส้นพระกรรณทั้ง ๒ เด่นชัดเจน พระกรรณซ้ายยาวกว่าพระกรรณขวา

              พระพิมพ์นี้ส่วนมากจะไม่มีหน้าพระพักตร์ มีลักษณะราบเรียบ (ควรแม่นพิมพ์ ถ้าพบเห็นพระพักตร์มีหน้าตาครบชัดเจน ยิ่งมีให้เห็นแบบหูตากะพริบ...บอกได้เลยว่า “พึงระวัง”)  พระพิมพ์นี้ด้านหลังมีทั้งหลังแบบลายผ้า และแบบหลังตัน

              พระพิจิตร ”เม็ดข้าวเม่า” อีกพิมพ์หนึ่ง คือ พิมพ์ฐานสูง กรุวัดมหาธาตุ จ.พิจิตร เป็นอีกพิมพ์หนึ่งที่ในสนามพระมีให้พบเห็นน้อยมาก เป็นพระเนื้อชินเงิน มีขนาดเล็กมาก ประมาณ ๕x๘ มม.

              พุทธศิลป์ มีรูปทรงแบบยาวรี องค์พระประทับนั่งแบบสมาธิ บนฐานยาว เรียบตรงชั้นเดียว มีช่องว่างห่างยาวพอควร ระหว่างพระเพลาและฐานรองรับ จึงทำให้นักสะสมรุ่นเก่าๆ เรียกว่า พิมพ์ฐานสูง

              ลักษณะของวงแขนทั้งสองข้างและพระวรกาย ออกแบบคล้ายรูปหัวใจ แลเห็นเป็นลายเส้นขีดนูนรูปหัวใจ ที่ปรากฏพระวรกายอยู่ตรงกลางหัวใจ ในลักษณะตั้งตรงอยู่เหนือพระเพลาที่เป็นลายเส้นนูนตรงเช่นเดียวกัน

              พระพิมพ์นี้ทุกองค์จะไม่มีหน้าพระพักตร์เช่นกัน เป็นแบบรูปทรงกลมที่เรียบง่าย จุดสังเกตในพระพิมพ์นี้ให้ดู จุดตาย ที่บริเวณพระกรรณซ้ายขององค์พระ จะปรากฏให้เห็นเป็นเส้นติ่งคล้ายขีดนูนเล็กมาก ที่ยื่นชี้เฉียงออกมาขึ้นด้านบน ส่วนพระกรรณขวาไม่มีเลย พระเกตุมีให้เห็นรางเลือนมาก ในลักษณะแบบทรงสูง เป็นเส้นขีดยาวชี้ตรงขึ้นด้านบน

              ด้านหลังเป็นแบบหลังลายผ้า (แบบลายใหญ่) มีจุดลายผ้าแบบห่างๆ ปรากฏให้เห็นเต็มแผ่นหลังขององค์พระ และยังมีรอยระเบิดของลายผ้าหลุดออกให้เห็นเป็นหย่อมๆ
บนลายผ้านี้ ยังมีคราบสีเหลืองอมส้มอ่อนๆ ของดินขี้กรุที่คลุกเคล้ากับไขขาวของพระที่แห้งจืดสนิท รวมเกาะติดแน่นประปรายให้เห็นทั่วองค์พระ
ดินขี้กรุและไขขาวของพระดังกล่าวนี้ มีให้พบเห็นได้อย่างสบายตา ไม่ผิดธรรมชาติ ตามความเก่าของพระที่มีอายุหลายร้อยปี ปกคลุมทั้งสองด้านขององค์พระ รวมถึงบริเวณทั่วไปของขอบด้านข้างทั้งหมด

              พุทธคุณ ของพระพิจิตร ”เม็ดข้าวเม่า” ทุกพิมพ์ ใช้ดีด้านแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี ซึ่งมีประสบการณ์ให้พบเห็นกันมามากราย จนพระพิมพ์นี้เมืองนี้เป็นที่ยอมรับมาช้านาน และเป็นที่ต้องการของนักสะสมพระอย่างกว้างขวาง เพราะบางท่านที่ไม่ชำนาญมักจะพบพานแต่ของทำเทียมและเลียนแบบเสมอเนื่องจาก พระฝีมือจัดเก่าๆ บางองค์ ทุกวันนี้ได้เล่นหากันเป็นพระแท้ไปแล้วก็มี สมกับคำโบราณที่กล่าวว่า ของดีมีน้อย..นั่นเอง ดังนั้น พระพิมพ์นี้จึงถูกผลิตออกลูกออกหลานมามากมายอยู่ในสนามพระ เพื่อสนองความต้องการของนักสะสมที่นิยมของราคาถูกไว้ก่อน แล้วค่อยมาผ่อนปัญหาทีหลัง โดยการขายออกตัวเรื่อยมา จนปัจจุบันเป็นพุทธพาณิชย์ของพระที่ไม่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็มนี่เอง

              ขอฝากข่าว สำหรับแฟน พระเนื้อชิน ที่จะไปเที่ยวชม งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ  ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เริ่มวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๖ นี้ เชิญเยี่ยมชมหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊กของผู้เขียน ชื่อ “สาระสังเขปพระเนื้อชิน” ที่ได้รวมบทความพระเนื้อชินยอดนิยม ร่วมร้อยกว่าองค์ ที่เขียนลงในคอลัมน์นี้ นำมาจัดพิมพ์รวมเล่มเป็นชุด ได้ที่ “บู๊ท” หรรษา( โอ-๔๓) ขอแนะนำว่า เป็นหนังสือชุดที่มีคุณค่าในการศึกษาสะสมและสืบสานมรดกของแผ่นดินอย่างแท้ จริง ภายในเล่มสวยงามมาก ครบถ้วนด้วยสาระความรู้ที่ถูกต้องจากบุคลากรอาวุโสหลากหลายประสบการณ์  พร้อมภาพพระแท้ขนาดใหญ่ คมชัด พิมพ์สีได้เหมือนพระองค์จริงมากที่สุด รวมครบ ชุดเบญจยอดขุนพล ๕ เล่ม ราคาถูกมาก  พิเศษ เฉพาะในงานนี้ แถมกล่องไม้ อย่างดี (มีจำนวนไม่มาก) เพียงชุดละ ๙๐๐ บาท จากราคาปกติเล่มละ ๒๐๐ บาท

              ยินดีพบท่านผู้อ่าน ที่ต้องการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านพระเนื้อชิน พร้อมชมพระองค์จริงในหนังสือ กับผู้เขียนในงานนี้  โดยการนัดหมายที่โทร.๐๘-๙๘๓๐-๐๔๖๙

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-04 07:32:31


ความเห็นที่ 25 (2948124)

 

พระคงกรุช้างค้ำเชียงใหม่

พระคงกรุช้างค้ำเชียงใหม่ : พระกรุเชียงใหม่ เต้ สยามโบราณ เชียงใหม่

 

              เวียงกุมกามชุมชนโบราณ ที่มีผู้คนอาศัยอยู่มาตั้งแต่ยุคอาณาจักรหริภุญชัย ถือเป็นเวียงหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางเหนือของศูนย์กลางอาณาจักรหริภุญชัย

              เวียงกุมกามประกอบด้วยวัดต่างๆ มากมาย ปัจจุบันได้มีการจัดตั้งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของจังหวัด เชียงใหม่ มีการนำชมโบราณสถาน และวัดเก่าในบริเวณโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็น วัดกานโถม วัดเจดีย์เหลี่ยม วัดธาตุขาว และวัดหัวหนอง เป็นต้น โดยมีศูนย์ข้อมูลและประชาสัมพันธ์อยู่บริเวณถนนวงแหวนรอบกลาง อ.สารภี หลังจากที่มีการขุดค้นโบราณสถานในจุดต่างๆ แล้ว พบว่ามีแนวเขตวัดเก่าตั้งอยู่ทั่วบริเวณ แต่ชื่อเวียงกุมกามเริ่มปรากฏเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นในช่วงที่เริ่มสถาปนา อาณาจักรล้านนา เมื่อพระยามังราย ได้ยกทัพมาตีอาณาจักรหริภุญชัยสำเร็จ โดยตั้งให้เป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาแล้ว จึงได้ตั้งเวียงกุมกามขึ้นเป็นที่พำนักของพระองค์ มีการสร้างวัดในบริเวณนั้นเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

              ในจำนวนวัดของเขตเวียงกุมกามทั้งหมด มีเพียงไม่กี่วัดเท่านั้นที่มีการขุดพบพระคง กรุช้างค้ำ จากการสำรวจโดยกรมศิลปากรพบว่า วัดที่พบน่าจะเป็นวัดที่มีมาแต่เดิม ซึ่งมีมาก่อนที่จะสถาปนาเวียงกุมกามในยุคล้านนา และจากข้อมูลเหล่านี้ทำให้เชื่อได้ว่า พระที่พบในบริเวณเวียงกุมกาม น่าจะมีอายุสมัยการสร้างราว ๘๐๐-๙๐๐ ปีก่อน หรืออยู่ในช่วงปลายของอาณาจักรหริภุญชัย ซึ่งหลังจากพระยามังรายได้ตั้งให้เวียงกุมกามเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของ อาณาจักรล้านนาแล้ว ในช่วงนั้นเองได้มีการสร้างงานประติมากรรมเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกเป็นจำนวนมาก

              เพราะฉะนั้น เวียงกุมกามจึงเป็นเวียงที่ได้รับทั้งอิทธิพลศิลปะหริภุญชัย และอิทธิพลศิลปะล้านนานั่นเอง

              ราวพ.ศ.๒๕๒๘ กรมศิลปากรได้เริ่มการขุดค้นแนวโบราณสถานในเขตเวียงกุมกามหลายแห่ง ในคราวนั้นได้ขุดพบโบราณวัตถุในพื้นที่เป็นจำนวนมาก โดยโบราณวัตถุที่พบจากวัดต่างๆ ประกอบด้วยพระพิมพ์ดินเผาทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ พระพุทธรูป เงินตราโบราณ และเครื่องปั้นดินเผา เป็นต้น ซึ่งพระพิมพ์ดินเผาที่พบประกอบด้วย พระคง พระเลี่ยง พระสาม พระสิบสอง และพระพิมพ์พุทธคยา เป็นต้น

              ต่อมาชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณเวียงกุมกามได้ขุดในพื้นที่ของตนเองบ้าง ปรากฏว่า พบพระพิมพ์ดินเผาที่มีรูปแบบเหมือนกันอีกจำนวนหนึ่ง

              พระพิมพ์เหล่านี้เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับพระพิมพ์ที่พบจากกรุดอยคำปรากฏว่า มีลักษณะพิมพ์ทรงเหมือนกัน มีขนาดใกล้เคียงกัน โดยกรุดอยคำมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย

              พระทั้งสองกรุมีความแตกต่างกันที่เนื้อหาและคราบกรุ จึงสันนิษฐานว่า เป็นพระที่สร้างขึ้นในยุคปลายหริภุญชัยเหมือนกัน

              แต่เมื่อนำเอาพระคง กรุช้างค้ำ มาเปรียบเทียบกับพระคง ลำพูน ปรากฏว่า มีพิมพ์ทรงต่างกัน ขนาดแตกต่างกันเล็กน้อย พระคง กรุช้างค้ำ มีเนื้อหาหยาบกว่า คราบกรุส่วนใหญ่เป็นเม็ดทรายไม่มีดินกรุ เนื่องจากตามเอกสารการเปิดกรุของกรมศิลปากรได้บันทึกเอาไว้ว่า ชั้นดินที่พบพระพิมพ์เหล่านี้เป็นทรายเกือบทั้งหมด

              สำหรับราคาเช่าหาราว ๒๐ ปีก่อนหน้านี้ พระคง กรุช้างค้ำถือเป็นน้ำจิ้มที่มักถูกแถมไปเมื่อมีการเช่าหาพระหลัก แต่ในปัจจุบันพระคงที่มีสภาพเรียบร้อยและมีรายละเอียดใบโพธิ์ และองค์พระครบถ้วน ไม่มีหน้าตา ราคาเช่าหาประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท ไปจนถึงองค์สวยระดับแชมป์ราคาหลักแสนต้นขึ้นไป ซึ่งปัจจัยการขยับขึ้นของพระคง กรุเชียงใหม่ เริ่มขยับขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง ๕-๘ ปีที่ผ่านมา เนื่องจากเริ่มได้รับการกล่าวถึงในหนังสือและนิตยสารพระเครื่องฉบับต่างๆ อีกทั้งยังเป็นพระที่มีอายุสมัยการสร้างเก่าแก่ใกล้เคียงกับพระกรุ ลำพูน เพราะฉะนั้น ราคาจึงขยับตามพระคง ลำพูนอย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญยังหายากกว่าพระคง ลำพูนอีกด้วย ในอนาคต พระคง กรุช้างค้ำ องค์แชมป์อาจทำราคาขึ้นไปใกล้เคียงกับ พระคง ลำพูน ก็เป็นได้

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-04 07:31:03


ความเห็นที่ 24 (2948123)

เหรียญรุ่นแรก ปี 2480 พ่อท่านซัง วัดวัวหลุง (จบ)

มุมพระเก่า
อภิญญา



เหรียญรุ่นแรกพ่อท่านซัง

"พระ ครูอรรถธรรมรส" หรือ "พ่อท่านซัง สุวัณโณ" วัดวัวหลุง จังหวัดนครศรีธรรมราช บริหารคณะสงฆ์สืบต่อมาจนเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก โดยบูรณะถาวรวัตถุต่างๆ อาทิ โบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ โรงเรียน ยังมีสภาพอันเก่าแก่ให้เห็นหลายแห่งในอำเภอร่อนพิบูลย์ ประชาชนพากันมาหาสู่ท่าน เพื่อขอพรให้ท่านรด น้ำมนต์ ขอลูกอมชานหมาก และของที่ท่านแจกให้ ซึ่งเป็นของที่หวงแหนกันมาก

ครั้น ปีพ.ศ.2472 หลวงพ่อซัง ชราภาพมากจนไม่สามารถปฏิบัติงานได้โดยสะดวก จึงโปรดเกล้าฯให้เป็นกิตติมศักดิ์ พ้นจากตำแหน่งราชการ รวมเวลาที่ท่านได้ปฏิบัติงานในตำแหน่งเจ้าคณะแขวงอยู่ 13 ปี เมื่อถึงปีพ.ศ.2478 ท่านเริ่มอาพาธด้วยโรคชรามาตั้งแต่ต้นปี ต่อมาโรคได้กำเริบหนัก จนถึงวันที่ 26 มีนาคม 2478 เวลาประมาณ 10.20 น. ท่านมรณภาพ ลงด้วยอาการสงบ สิริอายุ 84 ปี

"เหรียญพ่อท่าน ซังรุ่นแรก" สร้างขึ้นเมื่อปี 2480 ซึ่งเหรียญได้สร้างหลังจากที่พ่อท่านซังมรณภาพไปแล้ว 2 ปี บรรดาลูกศิษย์ที่นับถือในตัวของท่านต้องการเหรียญรูปเหมือนไว้เป็นที่ระลึก คณะกรรมการจึงได้ประชุมกันและนิมนต์ให้ "พระครูธรรมธร" วัดโพธิ์ท่าเตียน กรุงเทพมหานคร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ซึ่งท่านเป็นศิษย์ที่พ่อท่านซังบวชเณรให้ พร้อมทั้งสนับสนุนให้ได้เรียน ส่วนฝ่ายคฤหัสถ์มอบหมายให้ "ท่านขุน" นายอำเภอร่อนพิบูลย์เป็นประธาน

โดยตกลงพร้อมใจกันจัดสร้าง เหรียญขึ้นจำนวนหนึ่ง เพื่อแจกในงานพระราชทานเพลิงศพ เมื่อปี 2480 พระครูธรรมธร ได้รับภาระในการหาช่างแกะบล็อกตามรูปถ่ายพร้อมทั้งออกแบบยันต์ด้านหลัง เหรียญ เป็นยันต์ที่พ่อท่านซังใช้เขียนผ้ายันต์ลงตะกรุดพิสมร และที่ใช้ทำน้ำมนต์เป็นประจำ ยันต์และพระคาถาสี่ตัวด้านหลังเหรียญนั้นถอดมาจากพระธรรมในพระไตรปิฎก สามารถนำมาใช้ได้ตามปรารถนา

พ่อท่านซัง



หลัง จากที่ช่างได้ปั๊มเหรียญเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อถึงอุดมฤกษ์มงคลมิ่ง พระครูธรรมธรได้จัดพิธีพุทธาภิเษก "เหรียญพ่อท่านซัง" ภายในอุโบสถวัดโพธิ์ท่าเตียน กรุงเทพมหานคร นิมนต์พระเถระต่างๆ ที่มีชื่อเสียงเมื่อปี 2480 มาร่วมพิธีแผ่กระแสจิตปลุกเสก พร้อมทั้งอัญเชิญดวงวิญญาณหลวงพ่อซังมาประทับร่วมในพิธีด้วย

โดยได้จัดเตรียมอาสนะไว้ให้ท่านด้วย

เมื่อ เสร็จพิธีเรียบร้อย พระครูธรรมธรได้นำเหรียญกลับมายังวัดเทพนิมิต (วัวหลุง) และได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษกอีกครั้ง โดยครั้งนี้ได้นิมนต์ "พระครูกาชาด" วัดใหญ่ชัยมงคล ซึ่งเป็นสหธรรมมิกของท่าน ไปมาหาสู่แลกเปลี่ยนความรู้กันเสมอ พร้อมทั้งพระครูกาแก้ว วัดหน้าพระบรมธาตุฯ และพระเถรานุเถระชื่อดังในขณะนั้นร่วมพิธีพุทธาภิเษก อย่างพร้อมเพรียงและยิ่งใหญ่

เมื่อถึงวันพระราชทานเพลิงศพ พ่อท่านซัง คณะกรรมการวัดได้นำรูปเหรียญมาแจก เป็นที่ระลึกแก่ผู้เข้าร่วมพิธีในวันนั้น ปรากฏว่าประชาชนต่างแย่งชิงเหรียญกันจนหมด และไม่พอแจกจ่าย

"เหรียญพ่อท่านซังรุ่นแรก" เกิดประสบการณ์และอภินิหารมากมาย ทั้งแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี และมหาอุด จึงเป็นที่หวงแหน

ได้ชื่อว่าเป็นเหรียญแจกงานศพ หรือที่เรียกว่า "เหรียญตาย" เนื่องจากสร้างหลังจากที่มรณภาพไปแล้ว

ในวงการถือว่าเป็นเหรียญตาย ที่มีราคาค่านิยมแพงที่สุดในประเทศไทย

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-04 07:29:31


ความเห็นที่ 23 (2948078)

 

พังพระกาฬองค์ต้นแบบของ'กำจร สถิรกุล'

พังพระกาฬองค์ต้นแบบของ...นายกำจรสถิรกุล อดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติ : พระองค์ครูโดยไตรเทพ ไกรงู

               ระหว่างปลายพ.ศ.๒๕๔๙-๒๕๕๐ จตุคามรามเทพ ได้รับความนิยมอย่างยิ่งจนกลายเป็นกระแสในสังคมไทยกระแสความศรัทธาได้พุ่ง ทะยานขึ้นจากรุ่นสู่รุ่น กลายเป็นพุทธพาณิชย์ และแฟชั่นบูชาขยายวงกว้างไปทุกชนชั้น ได้ถึงจุดความนิยมสูงสุดกลายเป็นวัตถุบูชาที่ถูกผลิตขึ้นมากมายใกล้หนึ่งพัน รุ่นที่มีการปลุกเสกแบบรายวัน เกือบทุกวัด เกือบทุกแผงพระ และแม้แต่ร้านอาหาร โรงแรม ห้างสรรพสินค้า สถาบัน และองค์กรต่างๆ นำจตุคามรามเทพมาจัดจำหน่ายเชิงพาณิชย์ทั้งการกุศลและไม่ใช่กุศล

               พ.ศ.๒๕๕๐สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) มีการประเมินมูลค่าเงินหมุนเวียนของจตุคามรามเทพมีมูลค่าสูงถึง ๒.๒ หมื่นล้านบาท ผลักดันจีดีพีของประเทศโตขึ้น ๐.๑-๐.๒% ในภาวะเศรษฐกิจซบเซา และทำให้กรมสรรพากรพิจารณาการจัดเก็บภาษีจากการสร้างและเช่าบูชาจตุคามราม เทพด้วย

               เชื่อกันว่าเดิมนั้นองค์จตุคามรามเทพ เป็นกษัตริย์ในสมัยอาณาจักรนครศรีธรรมราช มีพระนามอย่างเป็นทางการว่า พระเจ้าจันทรภาณุ เป็นกษัตริย์พระองค์ที่ 2 ของราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราช เชื่อว่ามีพระวรกายเป็นสีเข้ม เป็นกษัตริย์นักรบที่แกร่งกล้า เมื่อสถาปนาอาณาจักรศรีวิชัยได้อย่างมั่นคงแล้ว จึงได้สมัญญาว่า "ราชันดำแห่งทะเลใต้" หรือมีอีกราชสมัญญาหนึ่งว่า "พญาพังพกาฬ" และต่อมาสำเร็จวิชาจตุคามศาสตร์ และทรงบำเพ็ญบุญเพื่อสร้างบารมีอธิษฐานจิตเป็นพระโพธิสัตว์ เพื่อบรรเทาทุกข์แก่มนุษย์ทั้งปวง

               พระปิดตาพังพะกาฬเป็นศิลปะของนครศรีธรรมราช ตั้งแต่ยุคโบราณ มาถึงยุคปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมากมายและเป็นที่ปรารถนาของทุกคน ราคาจึงแพงมากๆ เป็นเรื่องธรรมชาติของดีของแพง ก็ต้องมีคนทำเก๊ออกมา พระเกจิอาจารย์ยุคปัจจุบันจึงได้รวบรวมชนวนโลหะธาตุที่เป็นมงคลต่างๆ นำมาสร้างในรูปลักษณ์ของปิดตาพังพะกาฬ

               สำหรับที่มาของต้นแบบพระปิดตาพังพระกาฬนั้นพล.ต.ท.สรรเพชญ ธรรมาธิกุล หนึ่งเดียวในแผ่นดินที่อัญเชิญองค์จตุคามรามเทพประทับทรงได้ ผู้สร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราช ได้รับมอบจากนายกำจร สถิรกุล อดีตผู้ว่าการการธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นคนปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช นำมามอบให้ โดยนายกำจรได้เช่ามาจากชาวประมงที่มาบอกขายให้ ๒ องค์ องค์ละ ๕๐๐ บาท ซึ่งทั้งสององค์เป็นพระคนละประเภทกัน ในความรู้สึกของผู้ว่ากำจรบอกว่า องค์หนึ่งตัวเองจะเก็บเอาไว้ ส่วนอีกองค์หนึ่งต้องนำไปให้ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราชในขณะ นั้น ซึ่งเป็น "พล.ต.ท.สรรเพชญ ธรรมาธิกุล" นั่นเอง และได้ถูกนำมาเป็นองค์ต้นแบบในการจัดสร้างเหรียญพังพระกาฬ  พ.ศ.๒๕๓๐

               เหรียญพังพระกาฬรุ่น ๑ ปี ๒๕๓๐ มีด้วยกัน ๓ เนื้อ คือ เนื้อทองคำมีการเช่าหากันมากกว่า ๕ ล้านบาท ส่วนเนื้อเงินอยู่หลักแสนกลางๆ และเนื้อนวโลหะราคาอยู่ที่ ๘๐,๐๐๐-๑๒๐,๐๐๐ บาท ในช่วง พ.ศ. ๒๕๔๙- ๒๕๕๐ ค่านิยมจะสูงกว่านี้มาก โดยฉพาะเนื้อนวโลหะค่าอยู่ที่ ๑๕๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ บาท ในรุ่นนี้มีคำพูดหนึ่งที่ติดปาก คือ "มีกูไว้ไม่อับจน" แต่ด้วยราคาที่สูงมากจึงมีการสร้างรุ่น ๒ ออก มาเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๙ สร้างออกมา ๓ เนื้อเช่นเดียวกับรุ่นแรก 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-03 21:03:05


ความเห็นที่ 22 (2947834)

 

พระกำแพงซุ้มกอองค์เจ้าเงาะ'๕๐ล้าน'

พระกำแพงซุ้มกอองค์เจ้าเงาะดินเผาครองแชมป์แพงที่สุดในโลก "๕๐ ล้านบาท"

          พระเครื่องในสกุลกำแพงเพชรนั้น มีตำนานปรากฏชัดเจนจากการพบจารึกบนแผ่นลานเงิน ในกรุขณะรื้อพระเจดีย์องค์ใหญ่ของวัดพระบรมธาตุ เมืองนครชุม และเมื่อ พ.ศ.๒๓๙๒  สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี แห่งวัดระฆังฯ ซึ่งขึ้นมาเยี่ยมญาติที่เมืองกำแพงเพชร ก็ได้อ่านศิลาจารึกอักษรไทยโบราณ ที่วัดเสด็จ ฝั่งเมืองกำแพงเพชรมีอยู่ในจารึกได้กล่าวถึงพิธีการสร้างพระและอุปเท่ห์การ อาราธนาพร ะ รวมถึงพุทธานุภาพที่มหัศจรรย์อย่างยิ่งของพระเครื่องสกุลกำแพงเพชรทั้ง หลาย     
        
          จากหลักฐานการศึกษา เทียบเคียงทั้งหลายมีข้อสันนิษฐาน ที่น่าเชื่อถือได้โดยสรุปว่า พระซุ้มกอกำแพงเพชรนั้นสร้างโดยพระมหาธรรมราชาลิไท เมื่อครั้งดำรงพระยศผู้ครองเมืองชากังราว ในฐานะเมืองหน้าด่านสำคัญของอาณาจักรสุโขทัย ก่อนที่จะได้ทรงรับสถาปนาเป็นกษัตริย์องค์ที่ ๕ แห่งราชวงศ์สุโขทัยและปลุกเสกโดยพระฤๅษี  ดังนั้นอายุการสร้างของพระซุ้มกอกำแพงเพชรจนถึงปัจจุบันจึงมีประมาณ ๗๐๐-๘๐๐ ปี

          อาจารย์ราม วัชรประดิษฐ์ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์พุทธศิลป์ เจ้าของ " www.aj-ram.com " อธิบายให้ฟังว่า พระกำแพงซุ้มกอเป็นพระที่ขึ้น ณ ลานทุ่งเศรษฐี จ.กำแพงเพชร มีหลายกรุ เช่นวัดบรมธาตุ วัดพิกุล วัดฤาษี ฯ ได้รับการนำมาเข้าชุดเบญจภาคีเพื่ออาราธนาขึ้นคอแทนพระกำแพงลีลาเม็ดขนุน เนื่องจากมีความสมดุล (Balance) มากกว่า เป็นพระที่มีอิทธิพลของลังกาองค์พระสง่างามหนาใหญ่แสดงให้เห็นในศิลปะ สุโขทัยอย่างชัดเจน

          พระกำแพงซุ้มกอแบ่งเป็นมีกนกและไม่มีกนกมีทั้งพิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์ขนมเปี๊ยะ หลากหลายสีขึ้นอยู่กับการเผา เนื้อผ้าเป็นดินกำแพงเพชรมีว่านดอกมะขามปรากฏอยู่ ซุ้มเป็นตัว ก ไก่ เป็นที่มาของชื่อพระ

          พระกำแพงซุ้มกอที่มีชื่อเสียงในวงการมีอยู่หลายองค์ เช่น องค์เสมา องค์จำเริญ วัฒนายากร องค์เสี่ยอุดม กวัสราภรณ์ องค์ซุ้มกอดำ แต่ที่ดังที่สุดได้แก่ พระกำแพงซุ้มกอพิมพ์ใหญ่มีกนกเนื้อสีแดง องค์เจ้าเงาะ ผู้ที่ค้นพบคือ อาจารย์เชียร ธีรศานต์ ซึ่งพบจากก้นหลุม ท่านเป็นคนตั้งชื่อให้เนื่องจากผิวด้านหน้าและด้านหลังองค์พระมี ราดำ หรือ รารัก เกาะติดแน่นเต็มไปหมด ซึ่งราดังกล่าวเป็นพืชชนิดหนึ่งเมื่อพระได้อายุราดำจะเกิดขึ้นหากนำพระขึ้น จากกรุใหม่ๆ แล้วพยายามล้างผิวพระจะเสีย

          สำหรับวิธีล้างที่ถูกต้องคือ ในเมื่อราดำเป็นพืชหากปล่อยทิ้งไว้ไม่ให้ถูกความชื้นราดำจะค่อยๆ ตายแล้วจึงใช้น้ำยากัดกระเบื้องผสมน้ำในอัตราส่วนสามต่อหนึ่งค่อยๆ ล้าง ซึ่งซุ้มกอองค์เจ้าเงาะนี้อาจารย์เชียร ธีรศานต์ใช้เวลาค่อยๆ ทำการล้างถึง ๑๑ ครั้ง จึงปรากฏเงาะถอดรูปเป็นพระสังข์ทอง และยังทิ้งเศษรารักติดองค์พระไว้บางส่วนเป็นเครื่องยืนยันความแท้

          พระองค์เจ้าเงาะนี้ย้ายกรุเรื่อยมา เคยอยู่ในความครอบครองของคุณนิยม อสุนี ณ อยุธยา เจ้าของทันจิตต์ทัวร์ นครสวรรค์เป็นระยะเวลายาวนาน ก่อนจะให้เศรษฐีจากฮ่องกง ไล กอต วิน เช่าบูชาไปนัยว่าเพื่อรวบรวมจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ส่วนบุคคลที่ฮ่องกงลักษณะ Private Collection มูลค่าสูงถึง ๕๐ ล้านบาทไทย นับเป็นราคาเช่าบูชาพระซุ้มกอพิมพ์ใหญ่ที่แพงที่ครองแชมป์แพงที่สุดตั้งแต่ อดีตจนถึงปัจจุบัน

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-02 11:18:01


ความเห็นที่ 21 (2947683)

มีงานประกวดพระเครื่อง เหรียญพระคณาจารย์

พระขุนแผนเคลือบ กรุใหม่ พบที่วัดอัมพวัน บางใหญ่ “ปู เมืองนนท์” นักโบราณคดีชี้ชัดหลักฐานเป็นพระยุคเดียวกับวัดใหญ่ชัยมงคล


@@@ วันนี้มีงานประกวดพระเครื่อง เหรียญพระคณาจารย์ ที่โลตัส ปิ่นเกล้า ชั้น 5 จัดโดยชมรมพระเครื่องโลตัส เล็ก รูปหล่อ และ รวิ เลิศนานาวงศ์ เป็นหัวเรือใหญ่ จัดเพื่อแนะนำศูนย์พระที่นั่น ไม่หวังรายได้ แต่ เน้นคุณภาพ พระทุกองค์แท้ การันตีมีใบรับรองให้ แถมกรรมการต้องรับเช่าถ้าตัดสินผิดพลาด จึงไม่ยอมให้หางเครื่องคนติดตามเข้าไปมั่วเป็นกรรมการซำเหมา งานนี้มีชื่อกรรมการรับผิดชอบชัดเจนทุกโต๊ะ ใครไม่มีชื่อเป็นกรรมการงานนี้อย่าไปจุ้นเด็ดขาด ถูกประกาศขับออกนอกสังเวียนทันที

พระขุนแผนเคลือบ กรุใหม่ วัดอัมพวัน บางใหญ่ แยกพิมพ์นิยมสุดสวย องค์แรกพิมพ์ 4 จุด องค์กิม

ท่าพระจันทร์ องค์ที่ 2 พิมพ์ 3 จุด องค์ นันต์ ท่าพระจันทร์ และองค์ที่ 3 พิมพ์ 2 จุด องค์ปู เมืองนนท์

@@@ รางวัลชนะเลิศก็ดูจะธรรมดา ไม่หวือหวา พระติดรางวัลต้องแท้สถานเดียว ไม่สวยไม่สำคัญ นำภาพชนะเลิศไปทำหนังสือพร้อมชื่อเจ้าของพระแจกให้ภายหลัง ใครส่งพระเยอะได้คะแนนมาก รับทีวี 42 นิ้วไปเลย @@@ นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทยออกมา เตือนเซียนพระทุกระดับอย่าเห็นแก่ได้จนลืมความถูกต้อง เจอโจทก์ถูกข้อหารับซื้อของโจร ช่วงนี้มีมิจฉาชีพเยอะ บ้านเจ้านายมันชอบมาก ตีนผีมืองัดแงะฉกชิงวิ่งราวกันดื้อๆ ได้พระไปขายง่ายกว่าทอง เสียอีก

พระขุนแผนเคลือบ กรุวัดอัมพวัน วัดเชิงท่า บ้านกลิ้ง วัดโบสถ์บน วางอยู่ในถาดนี้น้ำเคลือบอย่างเดียวกัน ฟันธงพระแท้ยุคเดียวกัน

กระเบื้องเคลือบ เป็นกระเบื้องยุคเก่า ยุคเดียวกับกระเบื้องมุงหลังคาสมัยอยุธยา

@@@ ก่อนเช่าพระจากใคร ราคาแพงหรือถูกขนาดไหน ต้อง ให้ทำบันทึกว่าพระเป็นของข้าฯ จริง ปล่อยกันวันไหน เท่าไหร่ เซ็นชื่อและขอถ่ายรูปคนปล่อย และพระที่เช่าเก็บไว้ด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นการ แสดงความบริสุทธิ์ใจ จะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีหากมีปัญหา สมาคมฯ ยินดีร่วมมือรับแจ้งหากของใครถูกขโมยหรือถูกโจรกรรมไป นำรูปพระที่ถ่ายไว้มาให้สมาคมช่วยกระจายข่าวตามหา พร้อมใบแจ้งความ นายกพยัพ บอก

ลูกอมหลวงพ่อรวย วัดตะโก อยุธยา ฝังตะกรุดสาลิกา เพิ่งออกมาให้บูชา ติดตัวด้านเมตตาค้าขายดีนักแล สนใจถามวินัย แพ่งสุภา โทร.08-1926-3864

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ องค์เช็ง สุพรรณ จัดเป็นพระพิมพ์แรก หรือพิมพ์อกใหญ่ มีเส้นแซมใต้ฐาน จัดเป็นพระองค์ครูที่ควรรู้ควรศึกษา ราคากว่า 10 ล้าน

@@@ มีข่าวคืบหน้ากรณี พระของบิ๊กสีเขียว บิ๊กตัวจริงถูกขโมย เพิ่งโผล่จับตัวไอ้โม่งมือไวได้แล้ว สืบเสาะจนรู้ว่ามันไปปล่อยให้เซียนที่สนามพระไหน ใครเช่าไว้แล้วปล่อยต่อให้กันเป็นทอดๆ ถึง 3 ทอดในสนามพระเดียวนั่นแหละ ตำรวจวิ่งวุ่นสอบเซียนพระทั้ง 3 ราย ไม่พบพิรุธ เช่าด้วยความถูกต้อง มีหลักฐานถือเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ของตัวเอง ของก็คืนเขาไป ไม่ตายหาใหม่ได้ เป็นเซียนใหญ่ต้องใจกว้างใจถึงจึงยืนอยู่ได้นานครับ

พระกำแพงเม็ดขนุน หรือพระกำแพงเขย่ง พบที่ลานทุ่งเศรษฐี จ.กำแพงเพชร เนื้อดินผสมว่าน อายุกว่า 500 ปี ของหมอมาณพ โกวิทยา

พระพลายคูตัดเดี่ยว พิมพ์หน้ามงคล กรุวัดบ้านกร่าง สุพรรณบุรี เนื้อดินหยาบแร่มาก องค์นี้สวยระดับแชมป์โลก ของดำ ท่าจีน พันธุ์ทิพย์ แสนกว่า

@@@ กรณีช่างซ่อมโบสถ์วัดศิลามูล นครปฐม พบพระหลวงปู่ศุข พิมพ์บัวเล็บช้างนับพันองค์ แอบเอาพระไปส่วนหนึ่ง เหลือพระไว้ให้วัดแค่ส่วนน้อย ทำเอาทางวัดต้องแจ้งความตามหาพระชุดนี้ จนรู้ว่าเซียนพระสนามใหญ่พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน เช่าไว้หลายราย มีหมายเรียกตัวไปสอบถามแล้ว จึงกลายเป็นพระเจ้าปัญหาอีกองค์หนึ่ง เซียนพระเล่นหากันเป็นบางคน นี่แค่เซียนพระบางรายบอกว่าแท้ และเซียนพระส่วนใหญ่ยังไม่เล่น คงไม่มีใครวิ่งตามถึงขนาดนี้หรอกครับ ข่าววงในเซียนใหญ่สายตรงบอกอย่าหลงกล แม้คนใหญ่ๆ ของสมาคมพระเครื่องพระบูชาไทยเองยังไม่สนใจ ดูแล้วยังไม่เก่าจริงครับ จึงเล่นหากันเฉพาะกรุวัดคลองขอมเท่านั้น

พระสมเด็จหลังเรียบหลวงพ่อพรหม วัดช่องแค เนื้อขาปิ่นโต สร้างน้อยแค่ 10 องค์ เป็นพระหายากจึงเล่นหาแพงเป็นแสน ของหน่อย 88

@@@ พระขุนแผนเคลือบ กรุใหม่ วัดอัมพวัน ไปไกลสุดกู่ ถึงขนาดท้าพิสูจน์อัตลักษณ์ พิมพ์ทรงเนื้อหาน้ำเคลือบ กับคนที่อ้างว่ารู้ที่มาที่ไปว่าใครทำ ที่สุดยอมรับว่าทำให้เก่าเท่านี้ไม่ได้ หนึ่งในนักโบราณคดีที่เราคุ้นเคยในชื่อ ปู เมืองนนท์ ชื่อจริงณัฐนันท์ วิเชียรเขียว เจ้าของเว็ปไซต์ www.Poo-amulet.com ประธานกรรมการมูลนิธิณัฐนันท์ เป็นนักสะสมและอนุรักษ์พระเครื่องในฐานะ ผู้มีความรู้และชำนาญการด้านโบราณคดีดูของเก่า พระเครื่อง กระเบื้องเคลือบได้แม่นยำ จัดว่าเป็นนักวิชาการตัวจริง เป็นที่ยอมรับของวงการมานาน ปู สนใจสะสมพระกรุ ดูพระเก่าตั้งแต่ยังเรียนหนังสืออยู่ อาจารย์ต้อย เมืองนนท์ และนายกฯ พยัพ คำพันธุ์ สองคนนี้แหละเห็นแววจึงชักนำให้เข้าวงการ นับว่าเป็นอาจารย์ด้านพระเครื่องพระบูชาของปู เมืองนนท์

พระปิดตาหลวงพ่อครน วัดบางแซะ รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย เนื้อผงคลุกรัก เป็นพระยอดนิยมของชาวมาเลย์ องค์นี้จารเต็ม ของอาคม ทรงสถาพรเจริญ

@@@ อาจารย์ปู เมืองนนท์ ให้ความเห็นว่า พระขุนแผนเคลือบ กรุใหม่ วัดอัมพวัน เป็นพระแท้ยุคเดียวกับวัดใหญ่ชัยมงคล พันเปอร์เซ็นต์ หากเปรียบเทียบน้ำยาเคลือบกับวัดอื่นๆ ที่ขึ้นจากกรุจังหวัดนนทบุรี เช่น วัดเชิงท่า วัดโบสถ์บน ไม่มีความแตกต่างจากวัดใหญ่ชัยมงคล และกระเบื้องเคลือบสมัยอยุธยาเลย ต่างกันที่สีของน้ำยาที่ต่างภูมิอากาศกันเท่านั้น อาจารย์ปู ยังย้ำด้วยว่า น้ำยาเคลือบคือหินละลายด้วยความร้อนเหมือนหินจากลูกปัดสมัยทวารวดี @@@ ขอแสดงความยินดีกับ พล.ร.ต.ปรีชาญ จามเจริญ เขยใหญ่เจ้าสัวไมตรี บุญสูง ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าตุลาการ ในศาลทหารจังหวัดกรุงเทพ คนวงการพระเครื่องต่างแสดงความยินดี ในฐานะเจ้าของนิตยสารสุดยอดพระเครื่องและประธานบริหาร กทม.สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย

เหรียญกลมหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม นครปฐม หรือเรียกกันทั่วไปว่า เหรียญจิ๊กโก้เล็ก สร้างปี 06 ประสบการณ์เป็นที่ยอมรับ ของยรรยง คูเกษมกิจ

@@@ ขอแสดงความยินดีกับคุณปรีชา ชัยรัตน์ และคุณประชา ชัยรัตน์ สองพี่น้อง ในความสำเร็จกับการจัดงานประกวดพระเครื่องที่จังหวัดอุดรธานี เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ได้เงินเข้าการกุศลไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ถึง 7 ล้านบาท ส่วนเงินจัดงาน 3 ล้านกว่าที่ลงทุนไป คุณปรีชา ชัยรัตน์ เจ้าของโรงแรมบ้านเชียง และโรงงานน้ำตาลที่อุดรออกให้ทั้งหมด ไม่ขอเอาคืนแม้แต่บาทเดียว สำหรับรายได้ทั้งหมดมอบให้ศาลเจ้าปู่-ย่า อุดรธานี ไปเต็มๆ อนุโมทนาด้วยครับ

เหรียญพรหมสี่หน้า อาจารย์เฮงเขาดิน เนื้อเงิน ออกแบบได้โดนใจคนยุคนี้ มีห้อยกันทั่วหน้า ราคาเกือบล้าน บอย ท่าพระจันทร์ โชว์รูมเคลื่อนที่

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-01 21:36:13


ความเห็นที่ 20 (2947673)

5 เหรียญพระพุทธสุดแพง

พันธุ์แท้พระเครื่อง
ราม วัชรประดิษฐ์



นอก จากเรื่องเหรียญแท้ เหรียญเก๊แล้ว ยังมีการถามไถ่กันมามากสำหรับเรื่องสนนราคาของเหรียญต่างๆ ที่เล่นหากันอยู่ในแวดวง ซึ่งมีทั้งเหรียญพระพุทธและเหรียญคณาจารย์ ซึ่งมีการจัดสร้างกันอย่างมากมายมาตั้งแต่โบราณกาล เริ่มต้นกันที่ ′เหรียญพระพุทธ′ ก่อนเลยครับ มาดูกันว่าเหรียญที่มีค่านิยมสูง 5 เหรียญมีอะไรบ้าง

1.เหรียญพระพุทธชินราช

พระ พุทธชินราช วัดศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุ โลก เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ และเป็นพระพุทธรูปสำคัญยิ่งของประเทศไทย ต่อมาในปีพ.ศ.2460 ได้มีการสร้างเหรียญพระพุทธชินราชขึ้นครั้งแรก ซึ่งเป็นเหรียญพระพุทธที่ทรงคุณค่าและหายากครับ

2.เหรียญพระพุทธโสธร

พระ พุทธโสธร วัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์อีกองค์หนึ่งของประเทศไทย และในปีพ.ศ.2460 ก็ได้มีการสร้างเหรียญหลวงพ่อพระพุทธโสธรขึ้นเป็นครั้งแรกเช่นกัน และเหรียญนี้ก็เป็นเหรียญที่หายาก และนิยมจัดอยู่ชุดเบญจภาคีเหรียญพระพุทธครับ

3.เหรียญหลวงพ่อวัดมงคลบพิตร

หลวง พ่อมงคลบพิตร วัดมงคลบพิตร จ.พระนคร ศรีอยุธยา เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอีกองค์หนึ่ง ที่สร้างด้วยทองสัมฤทธิ์ทั้งองค์ที่มีขนาดใหญ่มากองค์หนึ่ง ในปีพ.ศ.2460 ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์องค์หลวงพ่อมงคลบพิตร และมีการสร้างเหรียญแจกเป็นที่ระลึก ซึ่งถือเป็นเหรียญรุ่นแรกและจัดอยู่ในชุดเบญจภาคีเหรียญพระพุทธครับ

4.เหรียญมหาพุทธพิมพ์

เหรียญ พระมหาพุทธพิมพ์ ปี 2461 นับเป็นเหรียญพระพุทธที่ได้รับความนิยมสูงในแวดวงนักสะสมเหรียญ รูปพรรณสัณฐานและขนาดของเหรียญถอดแบบมาจาก ′เหรียญหลวงพ่อโสธร ปี 2460′ เป็นเหรียญพระพุทธที่มีความสวยงามสง่า กอปรกับพุทธคุณเป็นเลิศปรากฏ สมเป็นหนึ่งในสิบเหรียญยอดนิยมของประเทศจริงๆ เรื่องพุทธคุณ ครอบจักรวาล แคล้วคลาดปลอดภัย ประสบความสำเร็จในชีวิตการงานหน้าที่ ค้าขายเจริญรุ่งเรือง ผู้ใดที่มีไว้ครอบครอง จะเป็นใหญ่เป็นโต สมกับชื่อ "หลวงพ่อโต"

5.เหรียญหลวงพ่อวัดไร่ขิง

เหรียญ สุดท้ายในชุดเบญจภาคีก็คือ หลวงพ่อวัดไร่ขิง จ.นครปฐม ซึ่งเป็นพระพุทธรูปหนึ่งในตำนานเรื่องพระพุทธรูปลอยน้ำห้าองค์คือ หลวงพ่อโสธร หลวงพ่อวัดเขาตะเครา หลวงพ่อวัดบ้านแหลม หลวงพ่อโตบางพลี และหลวงพ่อวัดไร่ขิง ในปีพ.ศ.2467 ได้มีการสร้างเหรียญหลวงพ่อวัดไร่ขิงขึ้นเป็นครั้งแรก และเป็นที่นิยมกันมากครับ

ซึ่งทั้งหมดล้วนมีราคาหลักแสนปลายถึงหลักล้านครับผม

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-01 21:15:09


ความเห็นที่ 19 (2947671)


เหรียญหลวงพ่อเคลือบ วัตถุมงคลปีཋ-วัดทัพทัน (จบ)


มุมพระเก่า
อภิญญา



เหรียญปี 2515

วัตถุมงคลของ "หลวงพ่อเคลือบ สังวรธัมโม" แห่งวัดหนองกระดี่ อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี ที่ทันท่านจะมีเพียงตะกรุดฝาบาตร และรูปถ่ายเท่านั้น ส่วนวัตถุมงคลที่นิยมเล่นหากันเป็นหลักได้แก่ วัตถุมงคลชุดปี 2515 ที่ออกโดยวัดทัพทันวัฒนาราม เพราะพิธีดีประสบการณ์เยี่ยม และวัตถุมงคลที่ออกวัดอื่นอีก เช่น วัดดงแขวน วัดหนองกระดี่นอก วัดหนองกระดี่ใน

"เหรียญหลวงพ่อเคลือบ ปีพ.ศ.2515" จัดสร้างโดย พระครูอุฬารธรรมโฆษิต (สง่า จิตตสังวโร) อดีตเจ้าคณะอำเภอทัพทัน เจ้าอาวาสวัดทัพทันวัฒนาราม อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี เพื่อนำรายได้ไปใช้ในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ และสนับสนุนการศึกษาเล่าเรียนของเยาวชน

วัตถุมงคลพระเครื่อง รุ่นดังกล่าวมี 8 ชนิด ประกอบด้วย รูปปั้นหลวงพ่อเคลือบหน้าตัก 5 นิ้ว, รูปหล่อเหมือนทองเหลือง, เหรียญล็อกเกตรูปถ่ายหลวงพ่อเคลือบ บรรจุตะกรุดและผ้ายันต์ด้านหลัง, เหรียญหลวงพ่อเคลือบครึ่งตัวทรงรี เนื้ออัลปาก้าและทองแดงรมดำ ด้านหลังมียันต์ประจำตัวของท่าน, ธงยันต์อักขระ, ธงยันต์นางกวัก, ผ้ายันต์อักขระ และผ้ายันต์นางกวัก

ประกอบ พิธีมงคลปลุกเสก เหรียญหลวงพ่อเคลือบ วัตถุมงคลดังกล่าวได้จัดพิธีบวงสรวงอัญเชิญดวงวิญญาณหลวงพ่อเคลือบ โดยพราหมณาจารย์ ประกอบพิธีที่วัดหนองกระดี่ อ.ทัพทัน เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2515 เวลา 07.00-09.00 น. ตรงกับวันแรม 13 ค่ำ เดือน 5

ครั้นเสร็จพิธีแล้วได้จัดตั้งขบวนแห่รูปปั้นหลวงพ่อเคลือบ จากวัดหนองกระดี่ ไปยังวัดทัพทันวัฒนาราม โดยรถยนต์ จักรยานยนต์ และช้าง 10 เชือก จัดงานสมโภช 3 วัน 3 คืน เวลา 15.19 น. วันที่ 11 เมษายน 2515 กระทำพิธีนั่งปรก เพ่งกระแสจิตปลุกเสก โดยพระคณาจารย์ผู้ทรงธรรมในด้านวิปัสสนาธุระ และพระคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านวิทยาคมขลัง ในอุโบสถเก่าวัดทัพทันวัฒนาราม

หลวงพ่อเคลือบ





พระ คณาจารย์ที่กระทำพิธีประกอบด้วย หลวงพ่อสว่าง วัดคฤหบดีสงฆ์, เจ้าคุณอุดมธรรมภาณ (หลวงพ่อสม) วัดสังกัสรัตนคีรี, หลวงพ่อสมควร วัดถือน้ำ, หลวงพ่อประสิทธิ์ วัดวังม้า, หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง, หลวงพ่อเสน่ห์ วัดสว่างอารมณ์, หลวงพ่อโฉม วัดเขาปฐวี, หลวงพ่อทวน วัดท่ามะขามป้อม และหลวงพ่อสำเริง วัดทุ่งนาไทย ภายหลังเสร็จพิธีพุทธาภิเษกฝนได้ตกลงมาอย่างหนักตลอดคืน โดยไม่มีเค้าลางมาก่อนแต่อย่างใด

สร้างความศรัทธาให้กับผู้ร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง

เหรียญหลวงพ่อเคลือบปีཋ วัดทัพทันวัฒนาราม เนื้ออัลปาก้าและทองแดง จัดเป็นเหรียญที่มีพิธีการจัดสร้างดี

พุทธคุณเด่นรอบด้าน เปิดให้บูชาที่วัดในปี 2515 เพียงเหรียญละ 10 บาท ปรากฏว่าหมดเกลี้ยงภายใน 3 วัน

ปัจจุบัน นักสะสมพบประสบการณ์และทราบข้อมูลพิธีการจัดสร้าง โดยเฉพาะรายนามพระคณาจารย์ที่อธิษฐานจิต ที่ล้วนทรงวิทยาคม สนน ราคาเล่นหา เหรียญสภาพสวยสมบูรณ์ขยับขึ้นถึงหลักพันกลาง

ถึงจะเป็น "เหรียญตาย" คือสร้างหลังจากท่านละสังขารแล้ว แต่ปัจจุบันกลายเป็นเหรียญยอดนิยมที่หายาก

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-01 21:13:14


ความเห็นที่ 18 (2947486)

 

พระหลวงพ่อทวดหลังหนังสือพิมพ์เล็กปี๒๕๐๘

พระหลวงพ่อทวดหลังหนังสือพิมพ์เล็กปี ๒๕๐๘ : พระหลักยอดนิยม โดยตาล ตันหยง

               เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา คอลัมน์นี้ได้กล่าวถึง พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ พิมพ์ที่มาแรงสุดๆ พิมพ์หนึ่ง คือ พระชุดหลังหนังสือ พิมพ์ใหญ่ ปี ๒๕๐๘ ซึ่งแบ่งออกได้ ๓ พิมพ์ย่อย ตามที่วงการปัจจุบันเรียกขานกันตามลักษณะโครงหน้าขององค์พระ คือ พิมพ์หน้าใหญ่ (พิมพ์นิยม), พิมพ์หน้ายักษ์ และพิมพ์หน้าตัว ท (สร้างล้อพิมพ์ใหญ่ ตัว ท) ซึ่งถือว่าเป็นพิมพ์มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับ และรู้จักกันมานานพอสมควร อีกทั้งยังอยู่ในรายการประกวด ที่รับรองโดยสมาคมพระเครื่องฯ และในเร็วๆ นี้ ได้มีการบรรจุ พระพิมพ์ใหม่ ที่เคยอยู่นอกเหนือจาก ๓ พิมพ์หลัก ดังที่กล่าวข้างต้น แต่มีลักษณะเค้าโครงที่ใกล้เคียงกัน และศิลปะการสร้างในยุคเดียวกัน ลงใน พระชุดหลังหนังสือ พิมพ์ใหญ่ ปี ๒๕๐๘ ที่เป็นมาตรฐาน เช่นเดียวกันกับ พระชุดหลังหนังสือ พิมพ์เล็ก ปี ๒๕๐๘ ก็ได้รับการบรรจุพระพิมพ์ใหม่เข้าไปในงานประกวดพระครั้งนี้ด้วย ซึ่งจะได้แสดงข้อมูลให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบข้างล่างนี้

              การจัดทำมาตรฐานของพิมพ์พระ โดยเฉพาะจากผู้ชำนาญการที่วงการพระยอมรับเช่นนี้ นับเป็นการจุดกระแสนิยม ในการแสวงหาและสะสมพระพิมพ์นี้ขึ้นไปอีก
 
               ดังที่ได้เกริ่นไว้ในครั้งที่แล้วว่า พระชุดหลังหนังสือ ปี ๒๕๐๘ นี้ สามารถแบ่งแยกออกได้เป็น  ๒ พิมพ์หลักๆ คือ พิมพ์ใหญ่ และ พิมพ์เล็ก ซึ่งทั้ง ๒ พิมพ์นี้ยังแบ่งย่อยออกไปได้อีกหลายพิมพ์
 
               สำหรับในวันนี้ จะนำเสนอต่อเนื่องเป็น พระชุดหลังหนังสือ พิมพ์เล็ก มีหู ปี ๒๕๐๘ เท่านั้น
 
               พระหลวงพ่อทวด หลังหนังสือ พิมพ์เล็ก ปี ๒๕๐๘ นี้ มีทั้งชนิด เนื้อทองเหลืองรมดำ และ เนื้อทองเหลืองกะไหล่ทอง โดยแบ่งออกได้ ๒ พิมพ์ย่อย ตามที่วงการปัจจุบันเรียกขานตามลักษณะทางกายภาพขององค์พระ คือ พิมพ์เล็กมีหู และ พิมพ์เล็กไม่มีหู (หมายถึงหูองค์พระสำหรับไว้คล้องคอ ไม่ใช่หูขององค์หลวงพ่อทวด) ซึ่งทั้งคู่ยังแบ่งได้ย่อยๆ อีกหลายพิมพ์
 
               สำหรับ พิมพ์เล็กมีหู นี้ ยังแบ่งย่อยออกเป็น ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์หน้ายาว สังเกตได้จากที่ดวงตา จะมี เม็ดตา ที่กลม (องค์โชว์ที่ ๑) และ พิมพ์หน้าสั้น หรือ พิมพ์หน้าแก่ สังเกตได้จากที่ดวงตา จะมี เม็ดตา ที่เป็นวงรี (องค์โชว์ที่ ๒)
 
               อย่างไรก็ตาม แม้ว่าด้านหน้าของพระทั้ง ๒ พิมพ์นี้ มีรายละเอียดของพิมพ์จะแตกต่างกัน จนสังเกตได้ง่าย แต่ด้านหลังจะเหมือนกันทุกประการ เพราะใช้แม่พิมพ์ตัวเดียวกัน
พระพิมพ์เล็ก ปี ๒๕๐๘ นี้ จะไม่มีเส้นสายฝน หรือเส้นเสี้ยน กระจายในแนวดิ่ง ตามซอกองค์พระ ที่เห็นอย่างชัดเจน เหมืนกับที่ปรากฏในพระพิมพ์เล็ก ปี ๒๕๐๕ อีกทั้งลักษณะรมดำจะดูออกหนา เมื่อเทียบกับรมดำใน พระพิมพ์เล็ก ปี ๒๕๐๕ แต่องค์ที่สภาพสมบูรณ์เดิมๆ จะมีผิวปรอทแซมผิวแมลงทับ เช่นเดียวกับ พระพิมพ์เล็ก ปี ปี ๒๕๐๕ เช่นกัน
 
               จริงแล้วๆ พระพิมพ์เล็ก มีหู ยังมีพิมพ์ของ ปี ๒๕๐๖ อีกด้วย (จะนำเสนอในอนาคต) แต่ฟอร์มพิมพ์เค้าหน้าแตกต่างกันอย่างชัดเจน กับปี ๒๕๐๘ กล่าวคือ พิมพ์ของ ปี ๒๕๐๖ จะมีเค้าหน้าที่มนกลมกว่า และมีเค้าโครงโดยรวมและลักษณะการกระจายตัวของเส้นเสี้ยน ไปละม้ายคล้ายคลึงกับของพิมพ์เล็ก ปี ๒๕๐๕ มากกว่า
 
               สำหรับ พิมพ์เล็กไม่มีหู นั้น ยังแบ่งออกย่อยๆ ได้หลายพิมพ์ ตามมาตรฐานนิยมในปัจจุบัน
 
               อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเป็นพิมพ์เล็กมีหู หรือ พิมพ์เล็กไม่มีหู ก็ตาม ค่านิยมการเช่าหาจะไม่ยึดลักษณะของพิมพ์เป็นหลัก แต่จะยึดความสวยงามคมชัดขององค์พระ เป็นเกณฑ์หลักมากกว่า
ในยุคนี้ ผู้ที่เก็บ พระแท้ สวย สภาพผิวเดิม มักจะได้เปรียบ เวลาจะเปลี่ยนมือก็จะได้ราคาสูงกว่า หรือกรณีของ พระแท้ แต่ผ่านการใช้มาบ้าง หรือไม่ผ่านการใช้มาก่อน แต่อาจเสียสภาพผิว ก็ให้คงความเดิมนี้เอาไว้ เพราะจะเป็นพระที่มีมูลค่าสูงในอนาคต เมื่อเทียบกับพระที่ดูสวยงาม แต่เป็นพระที่ทำผิวใหม่
 
               ดังนั้น นักสะสมพระคนรุ่นใหม่ อย่าพลั้งเผลอไปเช่าหาพระทำผิวใหม่เป็นอันขาด เพราะในอนาคตพระที่ทำผิวใหม่ก็จะถูกพิสูจน์ทราบด้วยผู้ชำนาญการอยู่ดี ไม่ว่าจะมีเทคโนโลยีชุบผิวที่ล้ำหน้าขนาดไหน อย่าลืมว่า มุมมองของนักสะสมพระเครื่อง จะถวิลหาแต่ พระแท้ สภาพเดิมๆ เท่านั้น ไม่ว่ายุคไหนสมัยใดก็ตาม
 
               สำหรับ พระพิมพ์เล็ก ปี ๒๕๐๘ องค์ที่โชว์นี้ แสดงครบทั้ง ๒ พิมพ์ ประเภท มีหู ประกอบด้วยองค์ที่ ๑ เป็นพิมพ์หน้ายาว (เม็ดตากลม) ที่มีความสวยงามคมชัด และมีผิวปรอทเดิมคลุมผิวไว้แทบทั่วทั้งองค์ บ่งบอกถึงพระเก่าเก็บ ไม่ผ่านการใช้มาก่อน
องค์ที่ ๒ เป็น พิมพ์หน้าสั้น หรือ พิมพ์หน้าแก่  (เม็ดตารี) ซึ่งเป็นพระสวยสมบูรณ์แทบร้อยเปอร์เซ็นต์ มีผิวปรอททองแซมปีกแมลงทับ เป็นพระเก่าเก็บ ไม่ผ่านการใช้มาก่อนเช่นกัน
 
               พระทั้ง ๒ องค์นี้ ได้รับรางวัลจากงานประกวดพระที่รับรองโดยสมาคมพระเครื่องฯ มาแล้วหลายครั้ง ปัจจุบันค่านิยมพระสวยระดับนี้ ทะยานหลักเกินห้าหมื่นแบบสบายๆ
 
               ขอขอบพระคุณ ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ผู้ชำนาญการพระชุดหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ เจ้าของ พระหลวงพ่อทวด หลังหนังสือ พิมพ์เล็ก ปี ๒๕๐๘ ทั้ง ๒ องค์ในภาพนี้ และเป็นผู้ให้ข้อมูลบทความนี้

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-03-31 12:01:53


ความเห็นที่ 17 (2947261)

เหรียญหลวงปู่สิงห์ รุ่นเจริญพร

เปิดตลับพระใหม่


"หลวงปู่สิงห์ คัมภีโร" หรือ "พระครูสิริสุขวัฒน์" เจ้าอาวาสวัดศรีสุข และเจ้าคณะตำบลศรีสุข เขต 1 ต.ศรีสุข อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม พระเกจิอาจารย์เรืองวิทยาคมแห่งเมืองตักสิลา

ปัจจุบันอายุ 87 ปี พรรษา 67

หลวงปู่สิงห์สืบสายธรรมจากหลวงปู่เสาร์ สิริจันโท พระพี่ชายแท้ๆ ของท่าน ในห้วงนั้น หลวงปู่เสาร์เป็นพระเกจิอาจารย์แห่งวัดศรีสุขเมืองมหาสารคาม มีชื่อเสียงโด่งดัง เนื่องจากเป็นพระเกจิอาจารย์ 2 พี่น้องผู้ทรงวิทยาคมเข้มขลัง

สำหรับวัตถุมงคลของหลวงปู่ สิงห์จัดสร้างออกมาหลายรุ่น เช่น เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก เหรียญสิงห์-เสาร์ ในปี พ.ศ.2521 ปรากฏว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

ในปี พ.ศ.2556 เนื่องในวาระการก่อสร้างกุฏิไม้กลางสระน้ำหลวงปู่สิงห์แล้วเสร็จ คณะศิษยานุศิษย์ได้จัดสร้างวัตถุมงคลเหรียญรูปเหมือนครึ่งองค์ รุ่นเจริญพร เพื่อนำรายได้ไปบูรณะสาธารณูปโภคสาธารณูปการวัดศรีสุข และสมทบทุนก่อสร้างสำนักปฏิบัติธรรมโพธิ์สามต้น ต.โพนทอง อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม

ลักษณะเป็นเหรียญรูปไข่ มีหูห่วง

ด้านน้าเหรียญยกขอบ มีรูปเหมือนหลวงปู่สิงห์ครึ่งองค์ ใต้ห่วงเขียนคำว่า "เจริญพร" ด้านล่างรูปเหมือนมีอักษร เขียนว่า "พระครูสิริสุขวัฒน์ (สิงห์)" ส่วนที่บริเวณผ้าอังสะมีตัวอักษร "ส" เป็นบาลี

ส่วนด้าน หลังเหรียญ ยกขอบใต้ห่วงมีตัวอักษร เขียนว่า "ที่ระลึกงานฉลองกุฏิ" บริเวณกลางเหรียญเป็นยันต์พระเจ้าห้าพระองค์แบบอักษรล้านนา พุทธคุณเด่นในทุกด้าน และมีโค้ดตัวอักษรไทยเป็นตัว "สจ" ย่อมาจากหลวงปู่สิงห์ และพล.ต.ต.เจริญวิทย์ ผบก.ตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม ประธานที่ปรึกษาการจัดสร้างวัตถุมงคล และมีโค้ดตราตำรวจทุกเหรียญ มีบางเนื้อจะตอกโค้ด "ส" เพียง ตัวเดียว

รายการที่จัดสร้าง ประกอบด้วย เนื้อทองคำ ยอดตามสั่งจอง, เนื้อเงินลงยา สีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน สร้าง 87 เหรียญ เท่าอายุหลวงปู่สิงห์, เนื้อเงิน สร้าง 87 เหรียญ เนื้อนวะไม่ตัดปีกสร้าง 99 เหรียญ, เนื้อนวะ สร้าง 199 เหรียญ, เนื้อทองแดงผิวไฟ สร้าง 1,999 เหรียญ และเนื้ออัลปาก้าแจกกรรมการและผู้ช่วยงานวัดสร้าง 199 เหรียญ ตอกโค้ด "พ"

วัตถุมงคลรุ่นนี้ประกอบพิธีพุทธาภิเษกที่กุฏิไม้กลางสระน้ำที่พักหลวงปู่สิงห์ เมื่อคืนวันที่ 15 มี.ค. 2556 ที่ผ่านมา มีพระเกจิอาจารย์ร่วมพิธี ประกอบด้วย หลวงปู่สิงห์ คัมภีโร วัดศรีสุข, หลวงปู่คำบุ จ.อุบลราชธานี, หลวงปู่เฉย จ.ขอนแก่น เป็นต้น

มีพุทธศาสนิกชนนุ่งขาวห่มขาว ร่วมพิธีหลายพันคน

สอบถามได้ที่วัดศรีสุข อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-03-29 20:27:59


ความเห็นที่ 16 (2946918)

เหรียญหลวงปู่เอี่ยม ปีཋ สุดยอดคณาจารย์ปลุกเสก (1)

มุมพระเก่า
อภิญญา



เหรียญปี 2515

ช่วง ไม่กี่ปีที่ผ่านมา กล่าวได้ว่าวัตถุมงคลของพระเกจิอาจารย์ดังในอดีตที่สร้างประมาณปี 2510 ขึ้นมา มีกระแสความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะประเภทเหรียญ ทั้ง "เหรียญเป็น" คือเหรียญที่พระเกจิอาจารย์ยังดำรงขันธ์อยู่ และ "เหรียญตาย" คือเหรียญที่สร้างหลังจากท่านมรณภาพแล้ว

อย่างเช่น เหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดโคนอน ปี 2515

เป็นเหรียญตายที่มีพิธีใหญ่ไม่ธรรมดาจริงๆ

พระภาวนาโกศลเถระ หรือที่รู้จักกันดีในนาม "หลวงปู่เอี่ยม สุวัณณสโร"

เดิมชื่อ เอี่ยม เป็นชาวบางขุนเทียนโดยกำเนิด บ้านอยู่ริมคลองบางหว้า หลังวัดหนัง กำเนิดเมื่อวันศุกร์ เดือน 11 ขึ้น 8 ค่ำ จุลศักราช 1149 ปีมะโรง จัตวาศก ตรงกับวันที่ 2 ตุลาคม 2375 ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และมีนามสกุลว่า ทองอู๋ ชาวบ้านบางขุนเทียนเรียกกันว่า "หลวงพ่อปู่เฒ่า" ส่วนบุคคลทั่วๆ ไป และนักสะสมพระเครื่องทั้งหลาย นิยมเรียกท่านว่า "หลวงพ่อวัดหนัง"

ด้านวิปัสสนากรรมฐาน ท่านแตกฉานชำนาญยิ่ง และมีพุทธาคมที่ได้รับถ่ายทอดจาก "หลวงปู่รอด วัดโคนอน" เกียรติคุณท่านขจรขจายไกลเป็นที่รู้จัก กระทั่งมรณภาพเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2469 ตรงกับวันจันทร์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีขาล สิริอายุ 94 ปี พรรษาที่ 72

วัตถุมงคลของหลวง ปู่เอี่ยมไม่ว่าจะเป็นเหรียญ พระปิดตาเนื้อโลหะเนื้อผง พระปิดตายันต์ยุ่ง พระชัยวัฒน์ เครื่องรางของขลัง ล้วนได้รับความนิยมสูงมาก และเป็นหนึ่งในพระเบญจภาคีของพระชนิดนั้นๆ โดยเฉพาะเหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง ถือเป็นเหรียญสุดยอดนิยมของพระเครื่องประเภทเหรียญ จัดอยู่ในชุดเบญจภาคีเหรียญ และมีมูลค่าราคาสูงมาก

หลวงปู่เอี่ยม



นอกจากวัดหนังแล้ว หลวงปู่เอี่ยมยังมีสายสัมพันธ์อันแนบแน่นกับวัดโคนอน แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ เนื่องเพราะเป็นวัดที่ท่านได้ติดตามพระกรรมวาจาจารย์ของท่านคือ "หลวงปู่รอด วัดนางนอง" ไปจำพรรษา จนได้เป็นเจ้าอาวาสวัดโคนอน ก่อนย้ายมาครองวัดหนัง เมื่อปี พ.ศ.2441

จึงกล่าวได้ว่าเป็นวัดที่มีความผูกพันกับหลวงปู่เอี่ยมเป็นอย่างมาก

เมื่อ ปีพ.ศ.2515 ทางวัดโคนอน ได้ดำเนินการจัดสร้างอุโบสถหลังใหม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ จึงได้จัดงานปิดทองฝังลูกนิมิตขึ้น ในครั้งนั้นได้ดำเนินการ จัดสร้างวัตถุมงคล เพื่อเป็นที่ระลึกและสมนาคุณแก่ผู้ร่วมบริจาคตั้งกองทุนบำรุงรักษาอุโบสถ และกองทุนถวายภัตตาหารพระภิกษุ-สามเณร


หนึ่งในวัตถุมงคลที่ จัดสร้างในครั้งนั้นมีเหรียญปั๊มรูปเหมือนหลวงปู่เอี่ยม อดีต เจ้าอาวาสวัดโคนอน และอดีตเจ้าอาวาสวัดหนัง รุ่นปีพ.ศ.2515 ด้านหลังได้ใส่อักขระเลขยันต์ตามแบบที่หลวงปู่เอี่ยมใส่ไว้ในเหรียญปั๊มรูป เหมือนรุ่นแรกหลังยันต์สี่ ปีพ.ศ.2467 และหลังยันต์ห้า ปีพ.ศ.2469 ซึ่งออกที่วัดหนัง

ปัจจุบันเป็นอีกเหรียญหนึ่งที่ได้รับ ความนิยมสะสมของผู้เคารพนับถือในหลวงปู่เอี่ยม เพราะนอกจากงดงามด้วยพุทธศิลป์การย้อนยุคแล้ว ยังอัดแน่นด้วยชนวนมวลสาร แถมมีประสบการณ์เล่าสู่กันฟัง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-03-27 11:13:02


ความเห็นที่ 15 (2946277)

 

พระ๒๕พุทธศตวรรษเนื้อทองคำมีสร้าง๒,๕๐๐องค์

พระ๒๕พุทธศตวรรษเนื้อทองคำ มีการจัดสร้าง ๒,๕๐๐ องค์ : พระองค์ครู โดยไตรเทพ ไกรงู

               ระหว่างวันที่ ๒๓-๒๔ มีนาคม ๒๕๕๖ นี้ ที่ จ.อุดรธานี ได้จัดให้มี "การประกวดพระเครื่อง พระบูชา และเหรียญคณาจารย์" โดยมีนายพยัค คำพันธุ์ นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทยเป็น ที่ปรึกษาการจัดงาน
 
               การจัดงานแบ่งเป็น ๒ ส่วน คือ ๑.การจัดนิทรรศการภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ศาลเจ้าปู่-ย่า ที่นอกจากจะให้ความรู้ ให้คำปรึกษาเรื่องพระเครื่อง พระบูชา ในหลายรูปแบบ และ ๒.การโชว์พระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะมีการโชว์พิเศษที่ไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน คือ การเปิดกรุพระเครื่องของคนดัง อาทิ ของนายปรีชา ชัยรัตน์ เจ้าของโรงแรมบ้านเชียง โรงน้ำตาล และธุรกิจใหญ่หลายแห่งในภาคอีสาน โดยเฉพาะในเมืองอุดรธานี ประธานมูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่า จ.อุดรธานี เป็นประธานสมาคมศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีนของเมืองอุดรธานีด้วย ที่เป็นนักสะสมมูลค่าอาจจะสูงถึง ๑ พันล้านบาท ก็จะเปิดกรุให้ชมเป็นครั้งแรก
  
               ที่สำคัญคือ เพราะค่าใช้จ่ายในการจัดงานนายปรีชา ชัยรัตน์ จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด รายได้ไม่หักค่าใช้จ่ายจะมอบให้ "มูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่า จ.อุดรธานี" ที่ล่าสุดได้ก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ศาลเจ้าปู่-ย่า จ.อุดรธานี งบประมาณกว่า ๗๕ ล้านบาทมาแล้ว  
 
               สำหรับภาพพระองค์ครูฉบับนี้เป็นพระเครื่อง ๒๕ พุทธศตวรรษ เนื้อทองคำ ที่นายปรีชา ที่หวงไม่แพ้พระเครื่ององค์อื่นๆ ที่ครอบครองอยู่มูลค่ากว่า ๑ พันล้านบาท
 
               การจัดสร้างพระเครื่อง ๒๕ พุทธศตวรรษ ถือว่าสุดยอดแห่งประวัติศาสตร์ของวงการพระเครื่อง พิธีจัดสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เท่าที่เคยมีตั้งแต่กรุงรัตน์โกสินทร์เป็นราชธานีมาจนถึงปัจจุบัน ไม่มีพิธีใดจะยิ่งใหญ่เท่า
 
               ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างพุทธมณฑล เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๔๙๘ และเสด็จฯ ทรงประกอบพิธีเททองหล่อพระพุทธรูปจำลอง "พระพุทธปฏิมาประธานพุทธมณฑล" รวมทั้งทรงกดพระพิมพ์พระเครื่อง ๒๕ พุทธศตวรรษ เนื้อดินผสมเกสร จำนวน ๓๐ องค์ ณ มณฑลพิธีวัดสุทัศนเทพวราราม เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๐
 
               ในเอกสารงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ ๑๒-๑๘ พฤษภาคม ๒๕๐๐ ระบุไว้ว่า พระเนื้อชิน มีการจัดสร้าง จำนวน ๒,๔๒๑,๒๕๐ องค์ พระผง หรือเนื้อดิน มีจำนวน ๒,๔๒๑,๒๕๐ องค์ รวมพระทั้ง ๒ เนื้อ ๔,๘๔๒,๕๐๐ องค์ ส่วนเนื้อทองคำมีการจัดสร้างเพียง ๒,๕๐๐ องค์ เพื่อให้สอดคล้องกับปีการจัดสร้าง คือ พ.ศ.๒๕๐๐ ใช้ทองคำหนักประมาณ ๖ สลึง โดยใช้วิธีสั่งจองล่วงหน้า ๑,๐๐๐ บาท ส่วนเงินสมทบทุนจริง ๒,๕๐๐ บาท ทั้งนี้ ผู้สั่งจองชำระเงินอีก ๑,๕๐๐ บาท หรือจะชำระคราวเดียว ๒,๕๐๐ บาทก็ได้
 
               นอกจากนี้แล้วมีการจัดสร้างพระเพื่อเป็นการสมนาคุณผู้ร่วมทำบุญอีกด้วย คือ พระเนื้อทองคำหนัก ๑ บาท อีก ๑๕ องค์ มอบเป็นที่ระลึกให้ผู้ร่วมทำบุญสมทบทุนสร้างพุทธมณฑล ๑๐,๐๐๐ บาท ในครั้งนั้นมีผู้สมบททุนสร้าง ๑๕ ราย ส่วนเนื้อนากมีการจัดสร้าง ๓๐ องค์ หนัก ๑ บาท เพื่อมอบให้เป็นที่ระลึกสำหรับผู้ทำบุญ ๕,๐๐๐ บาท มีผู้ทำบุญ ๓๐ ราย ในขณะที่ผู้ทำบุญ ๑,๐๐๐ บาท จะได้รับมอบพระเนื้อเงิน ๑ องค์ ปรากฏว่ามีผู้ร่วมทำบุญ ๓๐๐ ราย
 
               ค่านิยมสูงสุดของพระ ๒๕ พุทธศตวรรษ ต้องยกให้เนื้อทองคำ ค่านิยมอยู่ในหลัก ๘-๙ แสนบาท ค่านิยมเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๕๓๘ อยู่ที่ ๑๐๐,๐๐๐-๑๕๐,๐๐๐ บาท หลังจากนั้นอีกประมาณ พ.ศ.๒๕๔๑ ค่านิยมขึ้นมาอยู่ที่ ๒๐๐,๐๐๐-๒๕๐,๐๐๐ บาท และเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๘ ค่านิยมเพิ่มเป็น ๔๐๐,๐๐๐ บาท ก่อนที่จะมาเป็น ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๑ จากนั้นเพิ่มเป็น ๘๐๐,๐๐๐-๙๐๐,๐๐๐ บาท ใน พ.ศ.๒๕๕๓ ส่วนปัจจุบันมีการเช่าซื้อกันเกิน ๑ ล้านบาทแล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-03-23 14:25:47


ความเห็นที่ 14 (2946233)

 

๙๙พระป่าและพระเครื่องสาย'ปู่มั่น'

พระป่าและพระเครื่อง ของ...๙๙ พระอรหันต์สาย "หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต" : เรื่อง/ ภาพ ไตรเทพ ไกรงู

                หนังสือ "๙๙ พระอรหันต์ศิษย์สาย หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต" เป็นหนังสือที่คณะกรรมการ วัดป่าปทีปปุญญราม บ้านเซียม อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร ได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการรำลึก และเชิดชูเกียรติของ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต และพระอาจารย์ต่างๆ ที่เป็นศิษย์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต โดยมีการรวบรวมประวัติ คำสอน และวัตถุมงคลมากถึง ๙๙ รูป ซึ่งถือว่าเป็นเป็นครั้งแรกของการจัดพิมพ์หนังสือพระสายกัมมัฏฐาน
   
             พระครูวินัยธร หรือที่นิยมเรียกด้วยความเคารพว่า "หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต" เกิดเมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ.๒๔๑๓ เป็นพระภิกษุชาวไทยสายธรรมยุตชื่อดังในประวัติศาสตร์พระกรรมฐานไทย เมื่อท่านเป็นพระภิกษุ ได้ปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดและเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยวางแนวทางในการปฏิบัติสมถะและวิปัสสนาตามหลักธรรมสอนขององค์สมเด็จพระ สัมมาพุทธเจ้า แก่ประชาชน ทำให้ท่านมีพระสงฆ์และฆราวาสเป็นลูกศิษย์จำนวนมาก จึงทำให้แนวคำสอนของท่านเป็นที่รู้จักกันดีว่า เป็นคำสอนพระวัดป่า (สายพระอาจารย์มั่น)
     
             "พระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายพระกรรมฐาน" เป็นสมัญญานามจากบรรดาศิษย์ เป็นผู้มีประวัติงดงาม เป็นฐานที่พึ่งอันมั่นคงตลอดจนเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางใจของเหล่าศิษยานุศิษย์ ทั้งหลาย ตลอดเวลาในเพศบรรพชิต ได้ปฏิบัติตนจนกระทั่งเป็น แบบอย่างที่ดี อันจะหาผู้ใดเสมอเหมือนได้ยากยิ่ง
   
             อย่างไรก็ตาม หลังจากหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ละสังขาร เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๒ อายุ ๗๙ ปี พรรษาที่ ๕๖ ณ วัดป่าสุทธาวาส ยังคงมีพระสงฆ์ที่เป็นลูกศิษย์ของท่านสืบต่อแนวปฏิบัติของท่านสืบมา โดยลูกศิษย์ของท่านเรียกว่า พระกรรมฐานสายวัดป่า หรือ พระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ท่านได้รับยกย่องจากผู้ศรัทธาให้เป็น พระอาจารย์ใหญ่สายวัดป่า สืบมาจนปัจจุบัน
   
             หลวงปู่มั่นท่านเป็นอาจารย์สอนธรรมทางวิปัสสนากรรมฐานที่มีชื่อเสียงมีผู้ เคารพนับถือมาก หลวงปู่มีศิษยานุศิษย์ที่เป็นพระเถระ อาทิ พระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล) พระญาณวิศิษฏ์สมิทธิวีราจารย์ (หลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม) หลวงปู่มหาปิ่น ปญฺญาพโล พระราชนิโรธรังสี คัมภีรปัญญาวิศิษฎ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสรงฺสี) หลวงปู่ขาว อนาลโย หลวงปู่ฝั้น อาจาโร หลวงปู่พรหม จิรปุญฺโญ พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์ (ท่านพ่อลี ธมฺมธโร) หลวงปู่ชอบ ฐานสโม หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร
   
             พระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร) พระครูสุทธิธรรมรังษี (หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท) หลวงปู่กงมา จิรปุญฺโญ พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภทฺโท) พระราชวุฒาจารย์ (หลวงปู่ดูลย์ อตุโล) หลวงปู่จวน กุลเชฏฺโฐ หลวงปู่สิงห์ทอง ธมฺมวโร พระสุธรรมคณาจารย์ (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ) หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม พระวิสุทธิญาณเถระ (หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย) พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน)
   
             พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) พระอุดมสังวรวิสุทธิเถร (หลวงปู่วัน อุตฺตโม) พระเทพวิสุทธิมงคล (หลวงปู่ศรี มหาวีโร) พระมงคลวุฒ (หลวงปู่เครื่อง สุภทฺโท) พระเทพเจติยาจารย์ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) หลวงปู่ผินะ ปิยธโร หลวงปู่สนธิ์ สุมโณ พระครูญาณวิสิทธิ์ (ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก) หลวงปู่ผั่น ปาเรสโก พระอริยเวที (พระอาจารย์มหาเขียน ฐิตสีโล) คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำหลวงพ่อผาง จิตฺตคุตฺโต หลวงปู่ผาง ปริปุณฺโณ หลวงปู่บัว สิริปุณฺโณ หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ หลวงปู่บุดดา ถาวโร หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล หลวงปู่แว่น ธนปาโล เป็นต้น
   
             นอกจากนี้แล้วหนังสือ "๙๙ พระอรหันต์ศิษย์สาย หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต" ยังนำพระเครื่อง และเหรียญยอดนิยมของแต่ละองค์ เช่น เหรียญรุ่นแรกของ พระโพธิญาณเถร หรือหลวงพ่อชา สุภทฺโท อดีตเจ้าอาวาสผู้ก่อตั้งวัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี  เหรียญรุ่นแรกของ พระธรรมวิสุทธิมงคล หรือ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี พ.ศ.๒๕๔๐ ซึ่งตรงกับปีที่เปิดโครงการผ้าป่าช่วยชาติ ในปีนี้มีการจัดสร้างเพียงรุ่นเดียวเท่านั้น หลังจากปี ๒๕๔๐ เป็นต้นมา อาจกล่าวได้ว่ามีการจัดสร้างอย่ามโหฬาร
   
             ด้วยข้อมูลที่ครบครันทั้งภาพ ประวัติ และวัตถุมงคล หนังสือ "๙๙ พระอรหันต์ศิษย์สาย หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต" จึงเป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่มีคุณค่ายิ่งสำหรับผู้ศึกษาพระเครื่อง โดยเฉพาะพระสายป่าศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต


พระเครื่องพระป่า

             "การสร้างพระเครื่องของพระป่าส่วนใหญ่จะเป็นเหรียญเนื้อทองแดงและเนื้อผง ส่วนเนื้อที่ทำจากโลหะมีค่า เช่น ทองคำ เงิน นวโลหะ รวมทั้งเหรียญลงยาจะทำให้เช่าเฉพาะในหมู่คณะเท่านั้น โดยลูกศิษย์จะได้นำส่วนต่างของการให้เช่ามาทำแจกฟรี และในงานพระราชทานเพลิงศพเท่าที่ทราบมีลูกศิษย์หลายสายทำเหรียญเนื้อทองแดง แจกฟรี"

             ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นความเห็นของ นายวิทย์ รัตนโกสินทร์ เจ้าของรายการจับกระแสพระ ทางสถานนีวิทยุโทรทัศน์ช่อง ๘ ทีซีซีเคเบิลทีวี และเจ้าของเว็บไซต์ "www.showpra.com"
   
             ทั้งนี้ นายวิทย์ ได้ให้ข้อมูลค่านิยมพระเครื่องสายพระป่าไว้ว่า เหรียญที่ได้รับค่านิยมและมีคานิยมสูงสุด คือ เหรียญพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร (วัดถ้ำขาม) จ.สกลนคร เนื้อทองแดง และเนื้ออัลปาก้า รุ่นแรก สร้างปี ๒๕๐๗ ค่านิยมอยู่ในหลักล้านต้นๆ บางเหรียญที่สวยสมบูรณ์ค่านิยมมากกว่า ๓ ล้านบาท
   
             เหรียญพระอาจายร์สิงห์ ขนฺตยาคโม อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าสาละวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา มีเนื้อทองคำ นาก เงิน และทองแดง ค่านิยมในเหรียญทองคำขึ้นไปอยู่ที่หลักล้านต้นๆ ส่วนเนื้อเงินค่านิยมอยู่ในหลักแสนปลายๆ บางเหรียญสูงถึงหลักล้านบาท ในขณะที่เนื้อทองแดงอยู่ในหลักแสนกลาง
   
             เหรียญหลวงปู่ดูลย์ อตุโล อดีตเจ้าอาวาสวัดบูรพา อ.เมือง จ.สุรินทร์ รุ่นแรก พ.ศ.๒๕๐๘ มีเนื้อทองแดงเพียงเนื้อเดียว ค่านิยมของเหรียญที่มีสภาพสวยสมบูรณ์อยู่ระหว่าง ๓-๔ แสนบาท นอกจากนี้ พระรูปหล่อโบราณ หลวงปู่ดุลย์ (รุ่นเศรษฐี) สร้าง พ.ศ.๒๕๒๔ มีเนื้อโลหะผสมเพียงเนื้อเดียว ค่านิยมในองค์ที่มีโค้ดกำกับอยู่ไม่ต่ำกว่า ๕ แสนบาท และเหรียญหล่อเศรษฐี (หล่อโบราณ) ค่านิยมอยู่ในหลัก ๓-๔ แสนบาท
   
             นอกจากนี้ ยังมีเหรียญพระป่าที่มีค่านิยมอยู่ในหลักแสน เช่น เหรียญหลวงปู่พรหม จิรปุญโญ อดีตเจ้าอาสวัดประสิทธิธรรม อ.บ้างดุง จ.อุดรธานี หลวงปู่ขาว วัดถ้ำกลองเพลง อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู เหรียญหลวงพ่อผาง วัดอุดมคงคาคีรีเขต อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น หลวงปู่ชอบ ฐาสโม วัดป่าโคกมน อ.วังสะพุง จ.เลย หลวงปู่จันทร์ เขมิโย วัดศรีเทพ อ.เมือง จ.นครพนม เป็นต้น
---------/เบิร์ฟ/----------
    "หลังจากหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ละสังขาร เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๒ ยังคงมีพระสงฆ์ที่เป็นลูกศิษย์ของท่านสืบต่อแนวปฏิบัติของท่านสืบมา โดยลูกศิษย์ของท่านเรียกว่า พระกรรมฐานสายวัดป่า หรือพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น"
---------/////----------
0 เรื่อง/ ภาพ ไตรเทพ ไกรงู 0
***************************************
ID: 20548792 ปกหนังสือ"๙๙ พระอรหันต์ศิษย์สาย หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต" ----- ใช้เป็นภาพหลีดครับ
ID:13159705-13159708 เหรียญอาจารย์ฝั้น รุ่นแรก พ.ศ. ๒๕๐๗ เนื้ออัลปาก้า ----- ใส่ไว้ในล้อมกรอบ
ID: 20548883 เหรียญหลวงปู่เทสก์ เทสรังษี รุ่นแรก พ.ศ.๒๕๑๖----- ใส่ไว้ในล้อมกรอบ
ID: 20548899 เหรียญหลวงปู่ดูลย์ อตุโล รุ่นแรก พ.ศ.๒๕๑๘ ----- ใส่ไว้ในล้อมกรอบ
ID: 20548804 เหรียญหล่อหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล เนื้ออลูมิเนียม วัดเลียบ พ.ศ.๒๔๘๒
ID: 20548820 เหรียญหลวงพ่อชา สุภทฺโท รุ่นแรก
ID: 20548812     เหรียญหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน รุ่นแรก
ID: 20548831 เหรียญหลวงปู่มั่น หลวงปู่เสาร์ บล็อกยันต์ ๘ พ.ศ.๒๔๙๐ รุ่นแรก
ID:20548845  เหรียญหน้าวัว หลวงปู่แหวน สุจิณโณ รุ่นแรก พ.ศ.๒๕๑๒
ID:20548880 พระกริ่งชินบัญชร หลวงปู่ผ่าน ปัญญาปทีโป

กรมธนารักษ์สร้างเหรียญพระคลังฯ 
   
             กรมธนารักษ์ตั้งแต่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ โปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง "กรมเก็บ" ขึ้นในเขตพระบรมมหาราชวังเพื่อดูแลและจัดเก็บทรัพย์สินแผ่นดิน ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "กรมพระคลัง มหาสมบัติ" และภายหลังการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๕ ได้มีประกาศใช้พระราชบัญญัติจัดตั้งกระทรวงและกรม พ.ศ.๒๔๗๖ ในรัชกาลที่ ๗ โปรดเกล้าฯ ให้รวมกรมพระคลัง มหาสมบัติ กรมเงินตรา กรมรักษาที่หลวงและกัลปนา และกรมกระษาปณ์สิทธิการ เข้าด้วยกันเรียกว่า   “กรมพระคลัง”    และเปลี่ยนชื่อมาเป็น “กรมคลัง” ต่อมาเปลี่ยนเป็น “กรมธนารักษ์” เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๙๕
   
             นายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า ในโอกาสที่กรมธนารักษ์จะครบ ๘๐ ปี ทางกรมธนารักษ์จึงได้ดำเนินการจัดสร้างเหรียญพระคลัง ในพระคลังมหาสมบัติ ๔ ประเภท ประกอบด้วย ๑ เหรียญทองคำขัดเงา ๙๙% สูง ๗ ซม. หนัก ๓๐๐ กรัม ๒. เหรียญทองคำ ๙๖.๕๐% สูง ซม. น้ำหนัก ๑๘ กรัม พร้อมตลับ และกล่องหนังเทียมสีแดง ๓. เหรียญเงินรมดำพ่นทรายพิเศษ ๙๕% สูง ๓ ซม. น้ำหนัก ๑๕ กรัม พร้อมตลับ และกล่องหนังเทียมสีน้ำเงิน และ ๔. เหรียญทองแดงรมดำพ่นทรายธรรมดา ๙๕% สูง ๓ ซม. น้ำหนัก ๑๑ กรัม
   
             เหรียญพระคลัง ในพระคลังมหาสมบัติ  มีลักษณะเป็นเหรียญรูปไข่ ด้านหน้า กลางเหรียญมีรูปเทวรูปพระคลังเต็มองค์ ประทับยืนบนแท่น พระหัตถ์ขวาทรงพระแสงขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายทรงดอกบัว ส่วนด้านหลัง กลางเหรียญมีตราสัญลักษณ์กรมธนารักษ์ เบื้องบนรูปมีข้อความว่า “พระคลัง” ใน ” พระคลังมหาสมบัติ” เบื้องล่างมีข้อความว่า “ครบ ๘๐ ปี" “กรมธนารักษ์” “กระทรวงการคลัง” “พ.ศ.๒๕๕๕”
   
             ทั้งนี้ รายได้จากการจัดสร้างเหรียญที่ระลึกฯดังกล่าว นำรายได้ไปดูแลรักษาทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน ให้คงอยู่สืบไปให้คนรุ่นหลังทั้งคนไทยและชาวต่างชาติได้มีโอกาสศึกษา และรายได้อีกส่วนหนึ่งจะนำไปสนับสนุนด้านการศึกษาในโครงการ  “เพชรยอดมงกุฎ” ซึ่งเป็นโครงการที่พระธรรมภาวนาวิกรม (เจ้าคุณธงชัย) วัดไตรมิตรวรวิหาร ซึ่งเป็นโครงการที่สร้างนักเรียนเพื่อให้เกิดความเป็นเลิศในด้านการศึกษา ๑๐ สาขาวิชา เพื่อให้สามารถแข่งขันทัดเทียมกับต่างประเทศได้ โดยดำเนินการมากว่า ๑๐ ปี เช่น สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ คณิตศาสตร์  ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ และอีก ๖ สาขา รายได้อีกส่วนหนึ่งจะเป็นสวัสดิการของกรมธนารักษ์
   
             เหรียญที่ระลึกดังกล่าว เปิดรับจองตั้งแต่วันที่ ๑๕ มีนาคม-๓๐ เมษายน ๒๕๕๕ เป็นต้นไปที่ ส่วนกลาง สำนักทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน ในพระบรมมหาราชวัง สำนักการคลัง กรมธนารักษ์ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ ๗๕ พื้นที่ ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารกลาง โทร. ๐-๒๒๗๘-๕๖๔๑

หลวงปู่สิงห์เหรียญพระป่า'หลักล้าน'

หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโมเหรียญพระป่าที่มีค่านิยม "หลักล้าน!" : พระองค์ครู   โดย  เรื่อง/ ภาพ ไตรเทพ ไกรงู 0

    
             "จงบำเพ็ญศีล สมาธิ ปัญญาให้เป็นอธิศีล อธิสมาธิ อธิปัญญา"
   
             ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นธรรมโอวาทของพระญาณวิศิษฏ์สมิทธิวีราจารย์ หรือ "หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม" แห่งวัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา พระวิปัสสนาจารย์สายอีสาน ที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากสาธุชนเป็นอย่างมาก ถึงกับมีการขนานนามว่า “พระอริยเจ้าผู้เป็นยอดขุนพลเอกแห่งกองทัพธรรมกรรมฐาน”
    
             "สิงห์ บุญโท" เป็นชื่อและสกุลเดิมของหลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม เกิดที่บ้านหนองขอน ต.หัวทะเล อ.อำนาจเจริญ จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ.๒๔๓๒ ตรงกับวันจันทร์ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๔ ปีฉลู เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๖ ได้บรรพชาเป็นสามเณรในสำนักพระอุปัชฌาย์ ป้อง ณ วัดบ้านหนองขอน ต.หัวทะเล อ.อำนาจเจริญ จ.อุบลราชธานี
   
             เมื่ออายุครบบวชก็ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทสีมาวัดสุทัศน์ฯ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๒ โดยมีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโส) สมัยเมื่อดำรงสมณศักดิ์เป็นพระศาสนดิลก เจ้าคณะมณฑลอีสาน เป็นพระอุปัชฌาย์ นับว่าเป็นสิทธิวิหาริกอันดับ ๒ ของสมเด็จมหาวีรวงศ์ ภายหลังอุปสมบทท่านได้ปฏิบัติ มุ่งสู่ราวป่า และปฏิบัติตามเยี่ยงพระอริยเจ้าทั้งหลายที่เคยปฏิบัติมา
   
             ด้วยความวิริยะอุตสาห์พยายาม พระอาจารย์สิงห์ ได้ถวายตัวเป็นศิษย์ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และได้ฝึกอบรมสมาธิภาวนากรรมฐานอยู่กับหลวงปู่มั่น จนมีกำลังอันแก่กล้าแล้ว ท่านเป็นพระที่สามารถให้อุบายธรรมแก่บรรดาลูกศิษย์โดยไม่ว่าผู้ใดติดขัด ปัญหาธรรมแล้ว ท่านจะแนะนำอุบายให้พิจารณาจนกระจ่างแจ่มใสเลยทีเดียว
   
             หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ขึ้นเป็น พระราชาคณะชั้นสามัญฝ่ายวิปัสสนาธุระ มีนามว่า พระญาณวิศิษฎ์สมิทธิวีราจารย์ เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๐๐ และเมื่อวันที่ ๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๐๗ เวลา ๑๐.๒๐ น. ท่านได้จากไปเพราะอาพาธด้วยโรคมะเร็งเรื้อรังในกระเพาะอาหาร ณ วัดป่าสาลวัน รวมสิริอายุได้ ๗๓ พรรษา
    
             สำหรับเหรียญหลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม ที่นำมาเป็นพระองค์ครูนั้น เป็นเหรียญรุ่นแรก ที่โชว์ไว้ในหนังสือ "๙๙ พระอรหันต์ ศิษย์สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต" ทั้งนี้ นายอรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย หรือ บอย ท่าพระจันทร์ เชี่ยวชาญเรื่องเหรียญพระคณาจารย์โดยเฉพาะ ให้ข้อมูลไว้ว่า เหรียญรุ่นแรกสร้าง ๔ เนื้อ คือ เนื้อทองคำ เนื้อนาก และเนื้อเงิน ค่านิยมหลักล้าน ส่วนเนื้อทองแดงหลักแสนกลางถึงปลายๆ เหตุผลที่แพงเพราะขึ้นชื่อว่าเป็นเหรียญที่หายากมาก ประมาณการว่าน่าจะมีการสร้างทุกเนื้อไม่เกิน ๓๐๐ เหรียญ โดยล่าสุดได้เช่าเหรียญรุ่นนี้เมื่อ ๓ ปีที่แล้ว
   
             คำเตือน คือ เหรียญรุ่นนี้มีการทำปลอมทุกเนื้อและมีการทำปลอมมานานแล้ว ชนิดที่เรียกว่าในจำนวนเหรียญ ๑,๐๐๐ เหรียญ ปัจจุบันนี้หาของแท้ไม่ได้เลย ใครคิดจะเช่าเหรียญรุ่นนี้ถ้ารู้ไม่จริงมีสิทธิ์โดน ๑๐๐%!

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-03-22 22:01:55


ความเห็นที่ 13 (2946230)

 

พระซุ้มกอพิมพ์ใหญ่'องค์บิ๊กแจ๊ส'ค่านิยม๖ล้าน!

พระซุ้มกอพิมพ์ใหญ่'องค์บิ๊กแจ๊ส' พุทธคุณที่มีค่านิยม ๖ ล้าน! : พระองค์ครู เรื่องและภาพ ไตเทพ ไกรงู

               พระซุ้มกอกำแพงเพชรจัดเป็นพระเครื่องที่สุดยอดสกุลหนึ่ง และเป็นอันดับหนึ่งของจ.กำแพงเพชรเป็นพระที่อมตะทั้งพุทธศิลป์ และพุทธคุณ และถูกจัดอยู่ในชุดเบญจภาคีที่สูงสุดของพระเครื่องเมืองไทย  ทำจากเนื้อดินผสมว่าน ๑๐๘  และเกสรดอกไม้และทำจากเนื้อชินเงินก็มี

               พุทธลักษณะของพระซุ้มกอกำแพงเพชรนั้นองค์พระแกะเป็นรูปพระโพธิสัตว์ทรง เครื่อง พุทธลักษณะอยู่ในยุคสมัยสุโขทัยนั่งขัดสมาธิมีลวดลายกนกอยู่ด้านข้างขององค์ พระ และนั่งประทับอยู่บนดอกบัวเล็บช้างห้าดอก และส่วนของขอบพิมพ์พระจะโค้งมนมีลักษณะคล้ายๆ ตัว ก.ไก่ คนรุ่นเก่าๆ จึงเรียกตามลักษณะนี้ว่า “พระซุ้มกอ”

               พระเครื่องในสกุลกำแพงเพชรนั้น มีตำนานปรากฏชัดเจนจากการพบจารึกบนแผ่นลานเงิน ในกรุขณะรื้อพระเจดีย์องค์ใหญ่ของวัดพระบรมธาตุ เมืองนครชุม และเมื่อ พ.ศ.๒๓๙๒  สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี แห่งวัดระฆังฯ ซึ่งขึ้นมาเยี่ยมญาติที่เมืองกำแพงเพชร ก็ได้อ่านศิลาจารึกอักษรไทยโบราณ ที่วัดเสด็จ ฝั่งเมืองกำแพงเพชรมีอยู่ในจารึกได้กล่าวถึงพิธีการสร้างพระและอุปเท่ห์การ อาราธนาพระ รวมถึงพุทธานุภาพที่มหัศจรรย์อย่างยิ่งของพระเครื่องสกุลกำแพงเพชรทั้ง หลาย     
        
               จากหลักฐานการศึกษา เทียบเคียงทั้งหลายมีข้อสันนิษฐาน ที่น่าเชื่อถือได้โดยสรุปว่า อายุการสร้างของพระซุ้มกอกำแพงเพชรจนถึงปัจจุบันจึงมีประมาณ ๗๐๐-๘๐๐ ปี

               ทั้งนี้ อ.ราม วัชรประดิษฐ์ นักประวัติศาสตร์ด้านพุทธศิลป์ สุดยอดแฟนพันธุ์แท้พระเครื่อง เจ้าของ  www.aj-ram.com และผู้ดำเนินรายการ "รู้ให้จริงกับ อ.ราม" ช่อง "Home channel" พูดถึงทำไมต้องล้างพระ ก็ต้องตอบว่า เพราะพระเปื้อน หรือมีอะไรต่อมิอะไรปกคลุมสภาพพระเอาไว้ เช่น เมื่อนำ "พระมาห้อยคอ" ก็มี เหงื่อไคล คราบสกปรก ฝุ่นละออง ขี้เกลือ ฯลฯ หรือ "พระออกจากกรุ" ก็จะมี ดิน ทราย ขี้กรุ คราบกรุ หินปูน สนิม ราดำ รักน้ำเกลี้ยง รักดิบ เป็นต้น

               "การล้างพระเนื้อดิน" ที่ทำลายสถิติการล้าง จนสนนราคาก่อนและหลังล้างห่างกันหลายพันลี้ ต้องบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ ก็คือ พระกำแพงซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ มีกนก เนื้อสีแดง ที่วงการเรียกกันว่า "องค์เจ้าเงาะ" ล้างโดย ท่านอาจารย์เชียร ธีระศานต์ เชื่อไหมครับ อาจารย์เชียรล้างตั้ง ๑๑ ครั้ง กว่าจะ "เห็นรูปสุวรรณอยู่ชั้นใน รูปเงาะนั้นใส่ให้คนหลง ใครๆ ไม่เห็นรูปทรง พระเป็นทองทั้งองค์อร่ามตา" ที่คลุมท่านไว้น่ะเขาเรียกว่า ราดำ เป็นพืชชนิดหนึ่ง ถ้าพระไม่แท้ราดำจะไม่ขึ้นหรอกนะครับ คนล้างก็เก่งทิ้งราดำไว้นิดๆ เป็นการการันตีว่าของแท้แน่นอน ต่างชาติเช่าไปราคาตั้งห้าสิบล้านนะครับ
 
               สำหรับภาพพระองค์ครูวันนี้ เป็นภาพพระซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ ของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง หรือ บิ๊กแจ๊ส ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบชน.) ทั้งนี้ นายสมภพ ไทยธีระเสถียร หรือ อั๊ง เมืองชล อุปนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย และประธานชมรมอนุรักษ์พุทธศิลป์ไทย หนึ่งในกรรมการตัดสินพระชุดเบญจภาคี ที่คร่ำหวอดในวงการพระเครื่องมาเกือบ ๔ ทศวรรษ  บอกว่า  พระซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ องค์บิ๊กแจ๊สมีการประค่านิยมไว้อย่างน้อยต้องมี ๖ ล้านบาทเท่านั้น

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-03-22 21:53:41


ความเห็นที่ 12 (2945565)

พระขุนแผนเคลือบ

พันธุ์แท้พระเครื่อง
ราม วัชรประดิษฐ์


"พระขุนแผนเคลือบ" นับเป็น พระเครื่องยอดนิยม ที่ทรงพุทธคุณครบครันเป็นที่ปรากฏ ทั้งเมตตามหานิยม แคล้วคลาด และคงกระพันชาตรี

มูลเหตุการสร้าง "พระขุนแผนเคลือบ" นั้น มาจากเมื่อคราวที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำสงครามยุทธหัตถี ชนะพระมหาอุปราชา พอเสด็จกลับมายังพระนครจึงโปรดฯ ให้สร้างพระมหาเจดีย์ใหญ่ขึ้นไว้เป็นพุทธบูชาและเป็นอนุสรณ์แห่งการสงคราม ที่วัดป่าแก้ว หรือที่เรียกเป็นทางการว่า "วัดใหญ่ชัยมงคล" และในการสร้างพระมหาเจดีย์ที่วัดป่าแก้วนี้ สมเด็จพระพนรัต พระอาจารย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ฝ่ายอรัญวาสี ผู้ถือปฏิบัติทางวิปัสสนาธุระ เป็นผู้รจนาคัมภีร์มหาศาสตราคม อักขระเลขยันต์ ตลอดจนตำรับตำราการสร้างพระพุทธรูป และตำราการสร้างพระกริ่งซึ่งเป็นที่แพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน

ท่านได้จัดสร้าง "พระพิมพ์" บรรจุไว้ในพระมหาเจดีย์หลายพิมพ์ทรง แต่ที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี และเป็นที่นิยมสะสมสูงในแวดวงนักนิยมสะสมพระเครื่อง เรียกได้ว่าเป็นพระเครื่องอันดับหนึ่งของจังหวัดเลยทีเดียวคือ "พระขุนแผนเคลือบ" ซึ่งนอกเหนือจากความทรงคุณค่าขององค์พระแล้ว ทั้งเนื้อและพุทธลักษณะขององค์พระยังมีความงดงามอย่างไม่มีที่ติอีกด้วย

พระขุนแผนเคลือบ วัดใหญ่ชัยมงคล เป็นพระพิมพ์เนื้อดินละเอียด สีขาวนวล สันนิษฐานว่ากรรมวิธีการจัดสร้างตลอดจนขั้นตอนการเตรียมดิน แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาการมาจากการทำเครื่องปั้นดินเผาของจีน เนื้อขององค์พระจึงละเอียดและขาวนวล พุทธลักษณะเป็นพระพิมพ์ทรง 5 เหลี่ยม องค์พระประธานประทับนั่ง แสดงปางมารวิชัย มีซุ้มเรือนแก้วเป็นปริมณฑล ซึ่งน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากพระพุทธชินราช แห่งเมืองพิษณุโลก นอกจากนั้น ยังมีการเคลือบด้วยน้ำยาเคลือบสีเหลืองทองหรืออมเขียวเล็ก น้อย คล้ายกับการเคลือบโอ่งมังกรในสมัยก่อน ซึ่งเป็นการอนุรักษ์เนื้อพระได้เป็นอย่างดี แทนการลงรักปิดทอง


การเคลือบน้ำยา เป็นวิวัฒนา การที่เราได้จากประเทศจีน มีการเคลือบสังคโลกเป็น เบื้องต้น ต่อมาเคลือบกระเบื้อง "กาบู" ในสมัยอยุธยา และในช่วงนี้เข้าใจว่านำมาเคลือบวัตถุในศาสนสถาน เช่น ลูกกรงแก้วอีกด้วย ส่วน "พระขุนแผน" นั้น เป็นการเคลือบน้ำยาโดยใช้ ดินเทศ หินฟันม้า และไม้มะก่อ กวนขึ้นเป็นน้ำยาเคลือบ แล้วใช้วิธีจุ่มพระโดยเน้นด้านหน้าเป็นหลัก ก่อนเข้าเตาเผา แต่เรายังไม่เก่งในเรื่องการควบคุมอุณหภูมิ การหดตัวของเนื้อกับน้ำยาเคลือบจึงไม่ได้สัดส่วนกัน กล่าวคือภายในยังไม่แห้งแต่ภายนอกแห้งก่อน ทำให้น้ำยาเคลือบรัดตัว เกิดรอยลานเล็กๆ เหมือนเปลือก ไข่บุบ ส่วนในซอกลึกจะมีสีน้ำยาเข้มๆ ติดอยู่ ซึ่งกลายเป็นความสวยงามที่กระทั่งจีนต้นตำรับยังไม่สามารถทำได้

พระขุนแผนเคลือบ วัดใหญ่ชัยมงคล แบ่งออกได้เป็น 3 พิมพ์ คือ พิมพ์อกใหญ่ ฐานสูง, พิมพ์อกใหญ่ ฐานเตี้ย และพิมพ์อกเล็ก หรือที่เรียกว่า "พิมพ์แขนอ่อน"

พระขุนแผน นอกจากจะมีที่วัดใหญ่ชัยมงคลแล้ว ยังมีขึ้นในหลายที่ เช่น ที่กรุโรงเหล้า จะไม่มีน้ำยาเคลือบ แต่เป็นพระพิมพ์เดียวกันกับวัดใหญ่ชัยมงคล หรือที่วัดเชิงท่า จ.นนทบุรี มีผู้พบพระ พิมพ์นี้ในราวปีพ.ศ.2506 แต่ผิดกับของ วัดใหญ่ชัยมงคล คือน้ำยาเคลือบจะใส กว่าและสีไม่เข้มเท่า ต่อมาในปีพ.ศ.2528 ยัง พบที่ต.บางใหญ่ จ.นนทบุรี โดยน้ำยาเคลือบจะมีสีเขียวอ่อน และเนื่องจากน้ำท่วมอยู่บ่อยๆ จึงมีคราบดินทรายเกาะติดตามพื้นผิวขององค์พระ

พระขุนแผนเคลือบ กรุวัดใหญ่ชัยมงคล เป็นพระค่อนข้างหายากมาก ทำให้สนนราคาค่อนข้างสูง ปัจจุบันเข้าหลักล้านแล้ว ส่วนของกรุอื่นๆ ที่ต่างกันตรงความสวยงามสมบูรณ์ การเคลือบหรือไม่เคลือบ ค่าความนิยมจึงลดหลั่นกันไปและสนนราคาด้อยกว่าค่อนข้างมากครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-03-19 07:23:50


ความเห็นที่ 11 (2945358)

เหรียญพระคันธารราษฎร์ หลวงพ่อโชติ นครปฐม (1)

มุมพระเก่า
อภิญญา


พระปฐมเจดีย์ มีตำนานเล่าบอกถึงเรื่องราว "พระยากง" กับ "พระยาพาน" ซึ่งเป็นพ่อลูกกัน แต่ต้องมาประหัตประหารกันในภายหลัง เนื่องจากไม่ทราบว่าเป็นพ่อลูกกัน ต่อมาพระยาพานผู้เป็นลูกจึงได้สร้างพระเจดีย์ใหญ่ สูงเท่านกเขาเหินเป็นการไถ่บาป

พระปฐมเจดีย์ เดิมมีชื่อเรียกกันว่า "พระประธม" เพราะมีความเชื่อว่าในครั้งพุทธกาล สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เคยเสด็จมาบรรทม ณ สถานที่แห่งนี้ องค์พระปฐมเจดีย์ถูกทิ้งร้างอยู่กลางป่า จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะยังทรงผนวชอยู่เสด็จธุดงค์ผ่านมาพบเข้า ครั้นเมื่อพระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์ จึงทรงปฏิสังขรณ์ตั้งแต่ปี 2396 โดยโปรดให้ก่อพระเจดีย์ทรงลังกาครอบพระเจดีย์องค์เดิมไว้ อย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน และทรงให้จำลองพระเจดีย์ทรวดทรงเดิมไว้ทางทิศใต้ของพระปฐมเจดีย์ เพื่อให้เป็นที่รู้จักว่าพระเจดีย์องค์เดิมนั้นมีลักษณะอย่างไร

นอกจากนี้โปรดให้ซ่อมแซมสิ่งต่างๆ ในบริเวณนั้นให้อยู่ในสภาพสวยงาม ทรงให้ขุดคลองเชื่อมแม่น้ำจากคลองขวางข้างวัดชัยพฤกษ์มาลา ไปทะลุแม่น้ำนครชัยศรีที่บ้านงิ้วราย เมื่อปี 2400 เพื่อสะดวกในการเดินทางไปนมัสการพระปฐมเจดีย์ พระราชทานนามว่า "คลองมหาสวัสดิ์" และโปรดให้ขุดคลองอีกสายหนึ่ง จากท้ายบ้านท่านาริมฝั่งแม่น้ำนครชัยศรี ไปสุดที่ "วัดพระงาม" และพระราชทานนามว่า "คลองเจดีย์บูชา" จากนั้นพระราชทานนาม "พระประธมเจดีย์" ใหม่เป็น "พระปฐมเจดีย์" เนื่องจากทรงเห็นว่าเป็นพระเจดีย์ที่เก่ากว่าพระเจดีย์ทั้งปวง

สำหรับ พระอุโบสถของวัดพระปฐมเจดีย์ ออกแบบโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ภายในพระอุโบสถ ประดิษฐานพระพุทธรูปหินสลักสมัยทวารวดีปางประทานปฐมเทศนา

 




เกี่ยวกับวัตถุมงคลของวัดพระปฐมเจดีย์นั้น ในวงการพระเครื่องให้ค่านิยมกับ "เหรียญพระปฐมเจดีย์รุ่นแรก ปี 2465" ซึ่งจัดสร้างโดย เจ้าพระยาเทเวศรวงศวิวัฒน์ (ม.ร.ว.หลาน กุญชร) เนื่องในโอกาสทำบุญฉลองอายุครบ 70 ปี โดยเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2465 ได้บำเพ็ญกุศลครั้งยิ่งใหญ่ มีการจัดสร้างพระพุทธรูปสูง 2 ศอกคืบ 4 นิ้ว องค์หนึ่ง พระเจดีย์ทองเหลืองสูง 1 คืบ 6 นิ้ว จำนวน 18 องค์ และเหรียญพระปฐมเจดีย์ จำนวน 10,000 เหรียญ

นอกจากเหรียญ พระปฐมเจดีย์รุ่นแรก ปี 2465 ซึ่งหายากและมีราคาเช่าหาสูงแล้ว วัดพระปฐมเจดีย์ยังมีเหรียญเก่าแก่อีกหนึ่งรุ่น ซึ่งเป็นที่นิยมสะสมในแวดวงนักนิยมสะสมพระเครื่องไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันนั่น คือ "เหรียญหล่อพระคันธารราษฎร์ใบเสมา" สร้างโดยพระธรรมวโรดม(โชติ ธัมมปัชโชติโก) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ เมื่อราวปี 2472

หลวงพ่อโชติเคยจำพรรษาอยู่ที่วัดเบญจมบพิตร กรุงเทพ มหา นคร ได้รับพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ในช่วงปลายปี 2465 ต่อมาเมื่อปี 2472 ท่านได้สร้างเหรียญหล่อพระคันธารราษฎร์รูปใบเสมา, เหรียญหล่อพระคันธารราษฎร์พิมพ์ใบมะยม, เหรียญหล่อรูปเหมือน และเหรียญปั๊มพระปฐมเจดีย์ ปี 2465 ทุกแบบสนนราคาค่านิยมสูง และมีประสบการณ์ยอดเยี่ยมครบทุกด้าน

หลวง พ่อโชติท่านเกิดที่อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนคร ศรีอยุธยา เมื่อปี 2423 บรรพชาเป็นสามเณรปี 2438 ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร มี สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เข้ม) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระอมรเมธาจารย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ และปี 2443 เป็นนาคหลวงอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม

เหรียญพระคันธารราษฎร์ หลวงพ่อโชติ นครปฐม (จบ)

มุมพระเก่า
อภิญญา



เหรียญพระคันธารราษฎร์

หลวง พ่อโชติ ธัมมปัชโชติโก อดีต เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ จ.นคร ปฐม เป็นพระภิกษุที่เคร่งครัดในวัตรปฏิบัติ และอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนาโดยแท้ เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวนครปฐมและใกล้เคียง

เกียรติ ประวัติของท่านมีดังนี้ ปี 2445-2454 รับหน้าที่เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมในวัดเบญจมบพิตรฯ ปี 2455 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ "พระนิกรมมุนี" ปี 2454-2464 เป็นกรรมการสอบนักธรรมและบาลีสนามหลวง และเป็นกรรมการแปลนิบาตชาดก สันนิบาตบางวรรคอีกด้วย ปี 2465 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ และเป็นพระอุปัชฌาย์

ปี 2466 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ "พระราชสุธี" ปี 2467 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะมณฑลนครชัยศรี ปี 2471 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ "พระเทพสุธี" ปี 2484 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ "พระธรรมปิฎก" และสมณศักดิ์สุดท้าย ได้รับพระราชทานเป็นพระราชาคณะชั้นหิรัญบัฏ ตำแหน่งเจ้าคณะรองสมเด็จพระราชาคณะที่ "พระธรรมวโรดม" ท่านละสังขารเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2497 สิริอายุ 74 ปี พรรษา 54

มูลเหตุที่หลวงพ่อโชติจัดสร้างวัตถุมงคลชุดนี้ สืบเนื่องจากในราวปี 2472 จังหวัดนครปฐมเกิดฝนแล้งอย่างต่อเนื่องโดยทั่วไป ขณะนั้นท่านมีสมณศักดิ์ที่ พระเทพสุธี จึง ได้จัดสร้างพระพุทธรูปพระคันธารราษฎร์ ปางขอฝนขึ้นจำนวน 150 องค์ แจกจ่ายไปยังวัดต่างๆ วัดละองค์ เพื่อนำออกมาทำพิธีบวงสรวงในยามที่เกิดฝนแล้ง หรือข้าวยากหมากแพง พร้อมกับจัดสร้างวัตถุมงคลคือ เหรียญหล่อพระคันธารราษฎร์ใบเสมา, เหรียญหล่อพระคันธารราษฎร์ใบมะยม และเหรียญหล่อรูปเหมือน ขึ้นในคราวเดียวกัน

"เหรียญหล่อพระคันธารราษฎร์ใบเสมา" สร้างโดยใช้กรรมวิธีการหล่อแบบโบราณด้วยเนื้อโลหะผสม รูปทรงเสมาคว่ำ แกะขอบเป็นลายกระหนกทั้งด้านหน้าและหลัง ด้านหน้า ตรงกลางเป็นรูปจำลองพระพุทธปฏิมากรประทับยืนเหนืออาสนะรองรับรูปบัว แสดงปางขอฝนคือ ยกพระหัตถ์ขวาขึ้นเสมอพระอุระในกิริยากวักเรียกฝน พระหัตถ์ซ้ายทอดลงข้างพระวรกาย หงายฝ่าพระหัตถ์ในกิริยารองรับน้ำฝน ส่วนด้านหลังตรงกลางเป็นยันต์อักขระขอมตัวนูน


หลวงพ่อโชติ





พระ เกจิคณาจารย์ที่เข้าร่วมพิธีอธิษฐาน จิตปลุกเสกล้วนแล้วแต่ระดับสุดยอดใน ยุคนั้นทั้งสิ้น อาทิ หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว จังหวัดนครปฐม เป็นเจ้าพิธีเททอง หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค จังหวัดพระนคร ศรีอยุธยา, หลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน จังหวัดสุพรรณบุรี, หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง จังหวัดนครปฐม, หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา, หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา จ.พระนครศรีอยุธยา, หลวงพ่อยิ้ว วัดบางแขม จังหวัดนครปฐม, หลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้ จังหวัดกาญจนบุรี


หลวงพ่อสอน วัดป่าเลไลยก์ จังหวัดสุพรรณบุรี, หลวงพ่อจันทร์ วัดบ้านยาง จังหวัดราชบุรี, หลวงพ่อชา วัดสามกระบือเผือก จังหวัดนครปฐม, หลวงพ่อสุข วัดห้วยจรเข้ จังหวัดนครปฐม, หลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง จังหวัดนครปฐม, หลวงพ่อวงศ์ วัดทุ่งผักกูด จังหวัดนครปฐม, หลวงพ่อมุ้ย วัดราชโอรส (จอมทอง) กรุงเทพ มหานคร, หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก กรุงเทพมหานคร, หลวงพ่อบ่าย วัดช่องลม จังหวัดสมุทรสงคราม, หลวงพ่อคง วัดบาง กะพ้อม จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นต้น

เหรียญหล่อพระคันธารราษฎร์ใบเสมา นับเป็นเหรียญเก่า แก่ที่มีความงดงามทรงคุณค่าและเป็นที่นิยมสะสม ด้วยความ เชื่อที่ว่าจะนำมาซึ่งความมั่งมีศรีสุขและความอุดมสมบูรณ์สู่ ตนเองและครอบครัว อีกทั้งชีวิตจะโชติช่วงชัชวาลประดุจดั่งนามของพระเกจิอาจารย์ผู้สร้างคือ "เจ้าคุณโชติ" หรือ "หลวงพ่อโชติ"

ปัจจุบันเริ่มมีของทำเทียมเลียนแบบออกมาระบาดหนัก

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-03-18 07:27:55


ความเห็นที่ 10 (2945267)

รูปหล่อเบ้าทุบรุ่นแรก 'หลวงปู่นิ่ม'สุพรรณบุรี

หลังเลนส์ส่องพระ
เอกอุ


"พระ ครูสุนันทโชติ" หรือ "หลวงปู่นิ่ม โชติธัมโม" พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดพุทธมงคล (หนองปรือ) หมู่ที่ 7 ต.สระ แก้ว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี

ท่านเป็นศิษย์ พระเทพวุฒาจารย์ (หลวงปู่เปลื้อง วัดสุวรรณภูมิ) พระเกจิอาจารย์ผู้ใหญ่ในเมืองสุพรรณบุรี สืบวิชาของ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท และหลวงปู่สอน วัดป่าเลไลยก์ จ.สุพรรณบุรี และยังเป็นศิษย์ พระธรรมมหาวีรานุวัตร สืบสายจากหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก จ.นครปฐม

พระเกจิอาจารย์ ในอดีตที่ถ่ายทอดวิชาหลวงปู่นิ่มให้มากที่สุดคือ "หลวงปู่กล้าย วัดหงส์ฯ" และท่านได้ร่ำเรียนคาถาเคล็ดวิชาอาคมจาก หลวงพ่อสด วัดปาก น้ำ, สมเด็จพระสังฆ ราช (ป๋า) วัดโพธิ์ฯ, หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี, หลวงพ่อแช่ม วัดนวลนรดิศ, หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่, หลวงพ่อแฉ่ง วัดบางพัง, หลวงพ่อขอม วัดไผ่โรงวัว, หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม, หลวงพ่อสม วัดดอนบุปผาราม, หลวงพ่อหรุ่น วัดเสาธงทอง, หลวงพ่อกาพย์ วัดจรรย์, หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลยก์, หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม เป็นต้น

ปัจจุบัน วัตถุมงคลของหลวงปู่นิ่ม ได้รับความนิยมในหมู่ลูกศิษย์ลูกหาและนักสะสม โดยเฉพาะเครื่องรางของขลัง "ปูหนีบทรัพย์" ซึ่งสร้างจากตำราโบราณ

เมื่อวันมาฆบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ตรงกับวันที่ 25 ก.พ.2556 เวลา 09.59 น. ตรงกับมหัทธโนแห่งฤกษ์ หรือฤกษ์เศรษฐี

หลวง ปู่นิ่มได้ทำพิธีเททองหล่อ "รูปเหมือนเบ้าทุบดินไทยรุ่นแรก" ด้วยชนวนมวลสารมงคล 9 อย่าง อาทิ 1.แร่โคตรเศรษฐีที่ แม่ชีประทุม โชติอนันต์ ได้มาจากนิมิต หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ซึ่งท่านเคยกล่าวไว้ว่า "ใครมีเก็บจนไม่เป็น รวยเป็นเศรษฐีมหาเศรษฐี 2.เงินท็อก เป็นเงินโบราณทางภาคเหนือ ใช้กันในอาณาจักรล้านนา-โยนก มีอายุหลายร้อยปี 3.ชนวนแหวนปูหนีบทรัพย์รุ่นแรก ที่หายากมากมีค่านิยมเป็นหมื่นในปัจจุบัน 4.แร่โคตรเศรษฐี หรือแร่บางม่วง ของดั้งเดิมสมัย หลวงพ่อดิษฐ์ วัดบางม่วง ซึ่งหลวงปู่ทองย้อย เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันเก็บรักษาไว้มอบมาให้เป็นมวลสาร

5.เงิน 9 ตลาด 108 บาท เป็นเคล็ดหลวงปู่นิ่ม ท่านให้เอาเงินที่ไปหามาจาก 9 ตลาด 108 บาท มาเททองเพราะเป็นชนวนทำให้ร่ำรวยเหมือนได้เงินได้ทอง 6.ธนบัตรจากธนาคารชาติ 7.ถุงเงินเนื้อเงินสานทั้งใบ ปีพ.ศ.2499 ของธนาคารไทยพาณิชย์ ครบ 50 ปี ของเก่าที่มีค่าหาไม่ได้เพราะถือว่า เป็นถุงเก็บทรัพย์ทั้งธนาคาร ธนาคารแรกของประเทศตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ก่อตั้งโดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย ถุงนี้หลวงปู่นิ่มปลุกเสกมานาน 8.ทรายเงินทรายทองที่คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม ท่านอธิษฐานจิตปลุกเสกไว้ 9.ทองคำปิดพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ 108 วัด

เหตุที่ถือฤกษ์เททองในวันมาฆบูชา เพราะถือว่าเป็นวันมงคลในพระพุทธศาสนา ฤกษ์ให้เกิดเหตุอัศจรรย์ในสมัยพุทธกาลคือ พระสงฆ์ มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย พระสงฆ์ทั้งนั้นเป็นพระอรหันต์ขีณาสพ พระอรหันต์ทั้งปวง พระพุทธเจ้าบวชให้เองทุกองค์ เป็นวันเพ็ญมาฆปุรณมีดิถี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 พระจันทร์เต็มดวง พระพุทธเจ้าแสดงโอวาทปาฏิโมกข์

เหตุนี้หลวงปู่นิ่มท่านจึงเรียกว่า "วันมหาจินดามณี" จึงทำพิธีเททองในวันดังกล่าวเพื่อเพิ่มพูนบารมี

"รูป เหมือนหลวงปู่นิ่มเบ้าทุบดินไทย รุ่นแรก" สร้างเนื้อเงินจำนวน 99 องค์ เนื้อนวโลหะแก่เงินจำนวน 999 องค์ เนื้อทองชนวนผิวไฟจำนวน 1,999 องค์

บูชาได้ที่วัดพุทธมงคล (หนองปรือ) หมู่ที่ 7 ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-03-17 08:20:47


ความเห็นที่ 9 (2945064)

 

พระผงของขวัญวัดปากน้ำพุทธคุณ'ครอบจักรวาล'

พระผงของขวัญวัดปากน้ำพระที่เลื่องลือพุทธคุณ'ครอบจักรวาล' : พระองค์ครู โดยไตรเทพ ไกรงู

              "พระผงของขวัญวัดปากน้ำ" เป็นพระที่พระมงคลเทพมุนี หรือ หลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริญ ธนบุรี สร้างขึ้นเพื่อมอบเป็นของขวัญให้ผู้มีจิตศรัทธาสมทบทุนช่วยกันสร้างโรงเรียน พระปริยัติธรรม นับเป็นการบอกบุญรุ่นแรกๆ และมอบพระให้เป็นที่ระลึก เลยเรียกกันว่า "พระของขวัญ" ซึ่งจัดสร้างเป็นพระเนื้อผง ประกอบด้วยวัตถุมงคลต่างๆ มีตัวหลักเป็นผงปูน และเขียนผงเป็นยันต์วิเศษตามตำรับ เช่น ผงมหาราช ผงอิทธิเจ ผงปถมัง เป็นต้น มีมวลสารอื่นๆ อาทิ ดอกมะลิแห้งที่มีผู้นำไปบูชา เส้นเกศาของหลวงพ่อสดเอง

              พุทธลักษณะอยู่ในกรอบรูปสี่เหลี่ยม องค์พระประทับนั่งขัดสมาธิราบ ปางประทานพร พระหัตถ์ขวาเป็น "มุทรา" เห็นพระดัชนีชัดเจน ประทับนั่งเหนือบัลลังก์บัวคว่ำบัวหงาย ภายใต้ซุ้มเรือนแก้วมีเส้นรัศมีกระจายจากซุ้มในแนวขวางสื่อถึงฉัพพรรณรังสี ด้านหลังมียันต์เป็นอักษรขอมอ่านได้ว่า "ธรรมขันธ์" สำหรับภาพพระองค์ครูฉบับนี้เป็นพระผงของขวัญวัดปากน้ำรุ่นแรก สร้าง พ.ศ.๒๔๙๓ ของนายนภนต์ วงศ์ผาสุกโชติ หรือ โต้ ท่าพระจันทร์ อีกผู้หนึ่งที่เคยบวชอยู่วัดปาก และมีความชำนาญในการดู พระผงของขวัญวัดปากน้ำ บอกว่า พระผงของขวัญวัดปากน้ำรุ่นแรก สภาพสวยเคยมีเช่าซื้อสูงถึง ๗ แสนบาท ส่วนองค์ที่นำมาโชว์นั้นค่านิยมอยู่ที่ ๒.๕ แสนบาท

              เนื่องจากสร้างจำนวนพอสมควรจึงใช้แม่พิมพ์ถึง ๑๐ พิมพ์ แต่จะมีจุดสังเกตที่พอพิจารณาเป็นเบื้อง ต้นคือ ๑.เส้นรัศมีที่ขวางทางด้านขวามีจำนวน ๑๑ เส้น เส้นรัศมีด้านซ้ายมี ๑๓ เส้น ครูบาอาจารย์เก่าๆ บอกว่าเหมือนบานเกล็ดที่เปิดปิดได้ 2.เค้าพระพักตร์ส่วนพระปราง (แก้ม) พองออกเป็นรูปกลม ยกเว้นปลายคางที่สอบแหลมเล็กน้อย ๓.องค์พระจะอวบอ้วนนูนสูงกว่ารุ่นสองและรุ่นสาม ๔.ข้อพระกรซ้ายจะเรียวเล็ก พระหัตถ์ที่ยกขึ้นจีบนิ้วหนาใหญ่กว่ารุ่นอื่น 5.พระกรรณด้านขวาจะยาวกว่าด้านซ้าย ให้สังเกตพระดีๆ ว่าเกือบทุกพิมพ์ด้านบนขององค์พระจะกว้างกว่าด้านล่าง แต่แทบจะสังเกตไม่เห็น

              อย่างไรก็ตามด้วยเหตุที่ พระวัดปากน้ำรุ่นสอง ซึ่ง สร้างใน พ.ศ.๒๔๙๔ พุทธลักษณะพิมพ์ทรงเหมือนรุ่นแรก รวมทั้งใช้ มวลสารเดิม จึงเหมารวมเป็นรุ่นแรก และเนื่องจากองค์พระเป็นเนื้อผง จึงมีความเปื่อยยุ่ยง่าย ดังนั้นจึงพบว่าบางองค์มีการนำมาลงแล็กเกอร์เพื่อให้เกิดความคงทน

              ส่วนพระผงของขวัญวัดปากน้ำ รุ่น ๓ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๙ พุทธลักษณะจะต่างจากรุ่นแรกและรุ่นสองอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากนำแม่พิมพ์เดิมมาตกแต่งเพิ่มเติมและจัดสร้างเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้องใช้แม่พิมพ์จำนวนมาก จะเห็นความคมชัดและสวยงามขององค์พระกว่ารุ่นหนึ่งและรุ่นสอง เนื้อมีความแกร่งเพราะเพิ่มตัวประสานกันพระยุ่ย องค์พระจะดูใหม่และมีกลิ่นน้ำมันตังอิ้วผสมอยู่ อีกทั้งเอกลักษณ์ในแม่พิมพ์ก็ต่างกัน ราคาอยู่ที่หลักหมื่นกลางๆ เท่านั้น

              พระผงของขวัญวัดปากน้ำ เป็นพระที่มีพุทธคุณอันเป็นที่เลื่องลือทั้งด้านเมตตามหานิยม มหาลาภ แคล้วคลาดคงกระพัน จนพูดกันติดปากว่า "ถ้ามีพระวัดปากน้ำอยู่กับตัวแล้ว ในน้ำไม่ตาย บนบกไม่ตาย กลางอากาศไม่ตาย ลาภผลไม่ขาดมือ และมีค่าเท่ากับสมบัติพันล้าน หากมุ่งหวังสิ่งใดก็ให้อธิษฐานเถิดจักเกิดสัมฤทธิผลทุกประการ"

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-03-16 07:08:30


ความเห็นที่ 8 (2944407)

 

หลวงพ่อทวดวัดช้างให้เนื้อว่านรุ่นแรกปี ๒๔๙๗

พระบูชา หลวงพ่อทวด วัดช้างให้เนื้อว่าน รุ่นแรก ปี ๒๔๙๗ : พระหลักยอดนิยม โดยตาล ตันหยง

                ชั่วโมงนี้ พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ จ.ปัตตานี  ที่ทัน พระอาจารย์ทิม ปลุกเสก ทุกรุ่น ทุกพิมพ์ จัดเป็น พระหลักยอดนิยม ของวงการไปแล้ว แต่ละรุ่นมีค่านิยมเช่าบูชาพุ่งพรวดกว่าหลายปีที่ผ่านมาหลายเท่าตัว

                ในบรรดา พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ทั้งหมดที่ทัน พระอาจารย์ทิม ปลุกเสกนั้น กลุ่มพระบูชา
รูปเหมือนดูเหมือนว่ามีการนำข้อมูลลงพิมพ์เผยแพร่ทางสื่อต่างๆ น้อยมาก เมื่อเทียบกับกลุ่มพระเนื้อว่าน พระหล่อโบราณ และเหรียญ ไม่ว่าประวัติการสร้าง วัสดุที่ใช้ทำ รุ่นที่สร้าง และจำนวนที่สร้าง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว พระบูชาหลวงพ่อทวด มีการจัดสร้างอย่างต่อเนื่องแทบทุกปี ในช่วงที่พระอาจารย์ทิมยังไม่มรณภาพ สาเหตุที่มีข้อมูลน้อยนี้ อาจเนื่องมาจากจำนวนพระบูชามีการสร้างน้อยองค์ เมื่อเทียบกับพระหลวงพ่อทวด กลุ่มอื่นๆ จึงทำให้กระแสหมุนเวียนการเช่าหาไม่เด่นชัด และไม่ครึกโครมเหมือนพระชุดอื่น

                อีกประการหนึ่งอาจจะมาจากเพราะพระบูชา มีขนาดค่อนข้างใหญ่ น้ำหนักมาก ไม่สามารถนำไปห้อยคอหรือนำติดตัวได้เหมือนอย่างพระเครื่องเนื้อว่าน, หลังเตารีด, หลังตัวหนังสือ และเหรียญ ทำให้กิตติศัพท์ด้านพุทธคุณ เรื่องความแคล้วคลาด ปลอดภัย ซึ่งเป็นจุดเด่นของพระหลวงพ่อทวด ไม่ปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด อีกทั้งพระบูชามักจะเป็นพระประจำบ้านที่บรรพบุรุษมอบให้สืบทอดต่อๆ กันมา ผู้ครอบครองมักจะศรัทธาและหวงแหนอย่างยิ่ง เพราะเป็นพระมรดกของครอบครัว ไม่มีคนหนึ่งคนใดในครอบครัวเป็นเจ้าของโดยตรง และมักจะมีเพียงองค์เดียวในหนึ่งครอบครัว ทำให้การหมุนเวียนเปลี่ยนมือในการเช่าหาน้อยมาก

                ว่าไปแล้ว พระบูชาหลวงพ่อทวด นั้นหากพิจารณาด้านรูปทรงหน้าตาขององค์ท่านแล้วจะเหมือนกับนิมิตของ พระอาจารย์ทิม และ คุณอนันต์ คณานุรักษ์ มากที่สุด จนอาจจะกล่าวได้ว่า พระบูชาหลวงพ่อทวด เปรียบเสมือนตัวแทนของท่านอย่างเด่นชัดที่สุด ใครได้เห็นพระบูชาหลวงพ่อทวดแล้วเสมือนว่าได้พบกับท่านสมัยที่ยังดำรง สมณศักดิ์เป็นพระเถราจารย์ เลยทีเดียว

                พระบูชาหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ แบ่งออกเป็น ๓ ประเภทใหญ่ๆ คือ พระบูชาประเภทเนื้อว่าน ปี ๒๔๙๗, พระบูชาประเภทเนื้อปูนผสมน้ำว่าน และพระบูชาประเภทเนื้อโลหะ

                วันนี้จะขอนำเสนอข้อมูลเชิงลึกของ พระบูชาหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ เนื้อว่าน ปี ๒๔๙๗ อย่างละเอียด พร้อมกับนำเสนอภาพพระบูชาองค์ที่สวยงามคมชัด ชนิดที่เป็น องค์ครู ได้เลย ส่วน พระเนื้อปูนผสมว่าน และ เนื้อโลหะ จะนำเสนอในโอกาสต่อไป

                พระบูชาหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน จัดสร้างเป็นครั้งแรกในปี ๒๔๙๗ พร้อมกับ พระเนื้อว่านขนาดห้อยคอ โดยใช้เนื้อว่านอย่างเดียวกัน อันเป็นปฐมบทของตำนานพระหลวงพ่อทวด ที่โด่งดังทั่วฟ้าเมืองไทย และขจรไกลถึงต่างแดน

                พระบูชารุ่นนี้เป็นพระเนื้อว่าน สร้างด้วยวิธีปั้นมือคราวละองค์ ทำให้แต่ละองค์มีรูปหน้าเค้าโครงไม่เหมือนกันทีเดียว และมักจะมีการลงรักและทาทอง เพื่อเพิ่มความสวยงาม และป้องกันการแตกร้าว เนื่องจากการแห้งตัวของเนื้อว่านอันเกิดมาจากการระเหยของความชื้นตาม ธรรมชาติ

                ตามหลักฐานปรากฏว่า มีการ จัดสร้างเพียง ๒ ขนาด คือ ขนาดหน้าตัก ๑.๕ นิ้ว และหน้าตัก ๓ นิ้ว เคยมีหลักฐานปรากฏว่า มีการนำเอาพระเนื้อว่านขนาดห้อยคอ ซึ่งสร้างในปีเดียวกัน มาอุดที่ใต้ฐานองค์พระบูชานี้ แสดงให้เห็นว่า ทางกรรมการผู้สร้างได้ให้ความสำคัญกับพระบูชาเนื้อว่านนี้มาก โดยปกติ พระบูชาเนื้อว่าน ภายในองค์พระจะมีวัสดุค้ำยันอยู่แล้ว เพื่อเพิ่มความแข็งแรง และเพิ่มการยึดเกาะของเนื้อว่าน คล้ายๆ กับการหล่อเสาคอนกรีตอาคาร ซึ่งต้องมีเหล็กด้านในเพื่อความแข็งแรง ท่านที่มีพระแท้องค์จริงอาจจะพิสูจน์ได้จากการนำพระบูชาที่ว่านี้ไปลอง เอกซเรย์ดู

                ปัจจุบันพระบูชาเนื้อว่านรุ่นนี้ถือว่าเป็นพระที่หาชมองค์แท้และสภาพสวยเดิม ได้ยากมาก คาดว่ามีจำนวนสร้างไม่เกิน ๕๐ องค์ เนื่องจากกรรมวิธีการสร้างนั้นยุ่งยาก เพราะต้องปั้นด้วยมือคราวละ ๑ องค์ และใช้มวลสารเนื้อว่านมากในแต่ละองค์

                ต่อมาทางวัดจึงได้ปรับเปลี่ยนกรรมวิธีการสร้างใหม่เป็นแบบหล่อด้วยเนื้อโลหะ โดยใช้แม่พิมพ์เป็นต้นแบบ ซึ่งสร้างได้คราวละมากๆ เมื่อเทียบกับการสร้างด้วยเนื้อว่าน โดยสร้างมาเรื่อยๆ จนถึงปี ๒๕๑๒

                พระบูชาเนื้อว่าน ๒๔๙๗ มีน้ำหนักค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับขนาดองค์พระ ซึ่งหากนำเนื้อว่านนี้ไปทำพระหลวงพ่อทวด แบบพระเครื่อง เช่น พระหลวงพ่อทวด พิมพ์ใหญ่ เนื้อว่าน ปี ๒๔๘๗ จะทำได้มากกว่า ๔ องค์ เลยทีเดียว

                พระบูชาเนื้อว่าน ขนาดหน้าตัก ๑.๕ นิ้ว  องค์ที่เห็นนี้เป็นพระของ ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ซึ่งเจ้าตัวภาคภูมิใจมากที่ได้ครอบครองพระองค์นี้ เป็นพระสภาพเก่าเก็บ ที่สวยสมบูรณ์มากองค์หนึ่ง เพราะเจ้าของเดิมเก็บรักษาไว้ในครอบแก้วอย่างดี ทำให้ไม่มีฝุ่นละอองไปเกาะจับตามผิวองค์พระ ถือเป็น พระแท้องค์ครู พระสวยองค์จริง ได้อย่างเต็มร้อย สภาพเนื้อเทานุ่มตา และมีไขว่านกระจายอย่างเห็นได้ชัดทั่วทั้งองค์พระ มีรอยรานตามธรรมชาติของพระเนื้อว่าน นอกจากนี้ยังมีการทาทองที่บริเวณจีวรองค์พระ ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สามารถชี้แท้เก๊ได้เช่นเดียวกับการพิจารณาพิมพ์ทรงองค์ พระ ตลอดจนธรรมชาติของเนื้อว่าน ไขว่าน และความเก่าของเนื้อพระ

                พระองค์นี้ได้รับรางวัลที่ ๑ จากงานประกวดพระ เมื่อ ๑๔ ปีก่อน และผ่านการรับรอง “พระแท้” จากสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย มาแล้ว

พระหลวงปู่ทวดเลขใต้ฐานรุ่นแรก'แพงกว่าพระสมเด็จ'

พระหลวงปู่ทวด เลขใต้ฐาน รุ่นแรกรุ่นที่ขึ้นชื่อว่า 'แพงสุดๆและแพงยิ่งกว่าพระสมเด็จ' : พระองค์ครู เรื่องไตรเทพ ไกรงู ภาพประเสริฐ เทพศรี

               “พระหลวงปู่ทวด” วัดช้างให้ จ.ปัตตานี ถือเป็นพระประเภทนิรันตราย ถือว่าประสบการณ์ชัดเจน มีประสบการณ์ด้านแคล้วคลาดจากอุบัติเหตุเป็นเลิศ ผู้ที่นับถือต่างพบเห็นประสบการณ์มากมาย จนมีคำพูดว่า “แขวนพระหลวงปู่ทวดแล้วไม่ตายโหง

               “พระหลวงปู่ทวดเป็นพระที่แสดงผลเรื่องพุทธคุณด้านแคล้วคลาดอย่างสูงที่สุด มากกว่าพระอื่นๆ พระแท้ก็มีหลากหลายทั้งวัดช้างให้ วัดทรายขาว วัดเมือง วัดพะโคะ วัดดีหลวง วัดประสาท วัดบางนอน ล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์ด้วยกันทั้งสิ้น”

               จากการรวบรวมข้อมูลค่านิยมพระหลวงปู่ทวดใน ๑๐ ลำดับของความนิยม ประกอบด้วย
 
               ๑.พระหลวงปู่ทวดเนื้อว่านรุ่นแรกวัดช้างให้ พิมพ์ใหญ่หัวขีด ค่านิยมหลักหลายแสนปลายๆ ถึงหลักล้าน
 
               ๒.พระหลวงปู่ทวดเนื้อว่านรุ่นแรกพิมพ์ใหญ่บี ค่านิยมหลักหลายแสน ถึงหลักล้าน

               ๓.พระหลวงปู่ทวดเนื้อว่านรุ่นแรกพิมพ์ใหญ่ไหล่จุด ค่านิยมหลักหลายแสน

               ๔.พระหลวงปู่ทวดเนื้อว่านพิมพ์พระรอดหน้าใหญ่ ค่านิยมหลักแสนถึงหลายแสน

               ๕.พระหลวงปู่ทวดเนื้อว่านพิมพ์อื่นๆ ล้วน ค่านิยมหลักแสนทั้งสิ้นถ้าสภาพสวย
 
               ๖.พระหลวงปู่ทวดพิมพ์หลังเตารีดใหญ่เนื้อนวโลหะ  พ.ศ.๒๕๐๕ ค่านิยมหลักหลายแสน

               ๗.รูปหล่อโบราณพระหลวงปู่ทวดรุ่นเล็กใต้ฐาน พ.ศ.๒๕๐๕ ค่านิยมหลักหลายแสน

               ๘.เหรียญเสมาพระหลวงปู่ทวดรุ่นแรก พ.ศ.๒๕๐๐ ค่านิยมหลักหลายแสนถึงล้าน

               ๙.รูปเหมือนพระหลวงปู่ทวดบัวรอบรุ่นใต้ฐานลายเซ็น พ.ศ.๒๕๐๘ ค่านิยมหลักแสน

               และ ๑๐.พระหลวงปู่ทวดหลังเตารีดใหญ่ กลาง เล็ก ล้วนแล้วแต่มีค่านิยมเป็นหลักหมื่นถึงแสน

               เหรียญสมณะศักดิ์ พ.ศ.๒๕๐๘ มีอยู่ด้วยกันหลายเนื้อ ทั้งเงิน อัลปาก้า และทองแดง เฉพาะทองแดงที่อยู่ในสภาพสวยอยู่ในหลักล้านทุกองค์

               ส่วนรุ่นและองค์ที่ขึ้นชื่อว่าแพงสุดๆ และแพงกว่าพระสมเด็จ คือ "พระหลวงปู่ทวด รุ่นเลขใต้ฐาน ปี ๐๕" หรือที่ปัจจุบันเรียกว่า "เบตง ๑" โดยเฉพาะหมายที่เหมือนกัน ๓ ตัว ที่เรียกว่า "เลขตอง" อย่างกรณีล่าสุดมีการเช่าซื้อ พระหลวงปู่ทวด รุ่นเลขใต้ฐาน ปี ๒๕๐๕ หมายเลข 111 กันสูงถึง ๘ ล้านบาท ทั้งนี้ เลขตัวเดียวแพงกว่า ๒ ตัว เลข ๒ แพงกว่า ๓ ตัว แต่ถ้าเป็นเลขเหมือนกันและเลขมงคลก็จะเแพงขึ้นไปอีก

               เหตุผลที่ทำให้พระหลวงปู่ทวด รุ่นเลขใต้ฐาน ปี ๐๕ ราคาสูง มากนั้น  มีเหตุปัจจัยอยู่ ๓ ประการ คือ ๑.ผู้สร้างมีชื่อเสียง เป็นยอมรับ ๒.จำนวนการสร้างชัดเจน ๙๙๙ องค์ มีการตอกเลขกำกับ ซึ่งใช้เป็นข้อศึกษา และ ๓.เนื้อนวโลหะที่ดีมาก

               สำหรับภาพพระองค์ครูวันนี้เป็นพระหลวงปู่ทวด เลขใต้ฐานรุ่นแรก ปี ๒๕๐๕ หมายเลข 999 ของนายสมชาติ ศรีรัตนารุ่งเรือง เจ้าของธุรกิจรังนก มีการตั้งประเมินค่านิยมไว้ว่า หากใครอยากได้พระหลวงปู่ทวด รุ่นเลขใต้ฐาน ปี ๐๕ หมายเลข 999 ต้องใช้เงินเช่าอย่างน้อย ๑๕ ล้านบาท

               นอกจากนี้แล้ว นายสมชาติ ยังขึ้นชื่อว่ามีพระเครื่ององค์ครูสวยแชมป์จำนวนมาก โดยเฉพาะพระสมเด็จจิตรลดาในระดับที่เรียกว่า "รังพระสมเด็จจิตรลดา" หลายคน เช่น มีอยู่ในครอบครองประมาณ ๗๐-๘๐ องค์ ถือว่ามากที่สุดในวงการพระเครื่อง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-03-12 21:05:05


ความเห็นที่ 7 (2944406)

 

เหรียญไตรมาสเหรียญรุ่นสุดท้ายหลวงปู่ผ่าน

เหรียญไตรมาสเหรียญรุ่นสุดท้าย หลวงปู่ผ่าน ปัญญาปทีโป วัดป่าปทีปปุญญาราม : พระองค์ครูโดยไตรเทพ ไกรงู

             "หลวงปู่ผ่าน ปัญญาปทีโป" อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าปทีปปุญญาราม ต.บ้านเซือม อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร พระป่าสายกรรมฐานชื่อดัง สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ศิษย์รุ่นสุดท้าย เป็นพระป่านักปฏิบัติกรรมฐานอีกรูปหนึ่ง ที่มีศีลาจารวัตรที่งดงามน่าเลื่อมใสศรัทธา เป็นศิษย์หลวงปู่มั่น เป็นพระสุปฏิปันโนเนื้อนาบุญของชาวโลก เมื่อครั้งที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ท่านได้ออกมาต้อนรับคณะญาติโยมที่เดินทางมา จากแดนใกล้ไกลเป็นจำนวนมาก
 
              ทุกครั้งที่คณะศรัทธาญาติโยมขอพรขอศีล ท่านจะบอกว่า มีหลักอยู่ ๓ อย่าง คือ “ขออย่าได้เจ็บ อย่าได้ป่วยไข้ และสุดท้ายอย่าลืมหายใจ” ครั้นเมื่อได้สดับตรับฟังหลักธรรมจากท่านแล้ว จะทำให้จิตใจสงบและร่มเย็นเป็นสุข ทั้งนี้ ท่านเคยแสดงไว้ในอดีตมาเสนอดังนี้ “จิตไม่ละเลิงหลงในรูป ในเสียง ในกลิ่น ในรส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ อันนั้นแหละเรียกว่าผู้เห็นธรรม ธรรมะ คือ ธรรมดาสิ่งเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป"
 
              เหรียญไตรมาสถือว่าเป็นรุ่นสุดท้ายของหลวงปู่ผ่าน ปัญญาปทีโป เพราะหลวงปู่ผ่านได้อธิษฐานจิตตั้งแต่วันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๓ ก่อนเข้าพรรษา และได้บรรจุเหรียญไตรมาสทั้งหมดใส่ไว้ในเซฟ ภายในกุฏิของหลวงปู่ผ่าน หลวงปู่ผ่านได้อธิษฐานจิต ๑ พรรษาเต็ม และทำการเปิดเซฟในวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๓ หลังจากออกพรรรษาแล้ว ซึ่งหลวงปู่ผ่านเริ่มอาพาตหนักวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๓ ก่อนงานทอดกฐินวัดป่าปทีปปุญญาราม ในวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๓ จึงถือได้ว่าหลวงปู่ผ่านได้อธิษฐานจิต เหรียญไตรมาสเป็นรุ่นสุดท้าย เพราะตั้งแต่ก่อนเข้า และออกพรรษา หลวงปู่ผ่านไม่ได้อนุญาตให้มีการจัดสร้างวัตถุมงคลใดๆ ทั้งสิ้น (ข้อมูลจากทางคณะกรรมการวัดป่าปทีปปุญญาราม) และเป็นเพียงรุ่นเดียวตั้งแต่มีการสร้างวัตถุมงคลของหลวงปู่ผ่าน ที่หลวงปู่ได้มีอธิษฐานจิต ๑ ไตรมาสจริง
 
              เหรียญรุ่นนี้มีจำนวนการสร้าง ดังนี้

 ๑.เนื้อทองคำ ๙ เหรียญ
 ๒.ชุดกรรมการ ๑๘๙ ชุด
 ๓.เนื้อนวะตะกรุด ๑๐ คณาจารย์ ๑๙ เหรียญ
 ๔.เนื้อเงิน ๒๘๙ เหรียญ
 ๕.เนื้อนวะ ๙๙๙ เหรียญ
 ๖.เนื้อสามกษัตริย์ ๙๙๙ เหรียญ
 ๗.เนื้ออัลปาก้า ๙๙๙ เหรียญ
 ๘.เนื้อทองเหลือง ๑,๙๙๙ เหรียญ
 ๙.เนื้อทองแดง ๒,๙๙๙ เหรียญ (หลวงปู่ผ่านให้แจกชาวบ้านที่มาเยี่ยมหลวงปู่ผ่าน)
 
              เหรียญไตรมาสคือ เหรียญรุ่นสุดท้าย และเป็นเหรียญที่อยู่ในรุ่นสร้างบารมี อธิษฐานจิต พิธีใหญ่ศิษย์ สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ในวันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๓ “รุ่นสร้างบารมี” จึงน่าที่จะการันตีได้ว่า เหรียญไตรมาส รุ่นสุดท้ายนี้ เป็นเหรียญที่มีพุทธคุณสูง และด้วยศักดิ์ศรีของเหรียญรุ่นสุดท้ายของหลวงปู่ผ่าน ปัญญาปทีโป ที่มีจำนวนการสร้างที่แน่นอน ตอกโค้ดและตอกหมายเลขทุกองค์  ถ้าตอกโค้ดเพียงอย่างเดียวก็ตีเก๊ได้เลย ต้องระวัง เพราะมีคนทำปลอมออกมาแล้ว
 
              เหรียญไตรมาส เหรียญรุ่นสุดท้ายของหลวงปู่ผ่าน ปัญญาปทีโป จึงเป็นเหรียญที่น่าเก็บสะสม และน่าใช้มากอีกรุ่นของหลวงปู่ผ่าน ปัญญาปทีโป แห่งวัดป่าปทีปปุญญาราม ศิษย์ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ผู้เปี่ยมไปด้วยความเมตตา

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-03-12 21:03:08


ความเห็นที่ 6 (2944405)

 

๑๘ล้าน!เหรียญหลวงปู่เอี่ยมวัดหนัง

๑๘ล้าน!เหรียญหลวงปู่เอี่ยมวัดหนัง : พระองค์ครู โดยไตรเทพ ไกรงู

                 พระภาวนาโกศลเถระ หรือที่รู้จักกันดีในนามหลวงปู่เอี่ยม สุวณฺณสโร เดิมชื่อ เอี่ยม เป็นชาวบางขุนเทียนโดยกำเนิด บ้านอยู่ริมคลองบางหว้า หลังวัดหนัง กำเนิดเมื่อวันศุกร์ เดือน ๑๑ ขึ้น ๘ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๔๙ ปีมะโรง จัตวาศก ตรงกับวันที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๓๗๕ ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และมีนามสกุลว่า “ทองอู๋” ชาวบ้านบางขุนเทียนเรียกกันว่า “หลวงพ่อปู่เฒ่า” ส่วนบุคคลทั่วๆ ไป และนักสะสมพระเครื่องทั้งหลาย เรียกว่า “หลวงพ่อวัดหนัง”

                 ด้านวิปัสสนากรรมฐาน ท่านแตกฉานชำนาญยิ่ง และมีพุทธาคมขลัง ที่ได้รับถ่ายทอดจาก หลวงปู่รอด วัดโคนอน เกียรติคุณท่านขจรขจายไกลเป็นที่รู้จัก กระทั่งมรณภาพเมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๙ (วันจันทร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีขาล) รวมสิริอายุ ๙๔ ปี พรรษาที่ ๗๒

                 วัตถุมงคลของท่าน ไม่ว่าจะเป็นเหรียญ พระปิดตาเนื้อโลหะเนื้อผง พระปิดตายันต์ยุ่ง พระชัยวัฒน์ เครื่องรางของขลัง ล้วนได้รับความนิยมสูงมาก และเป็นหนึ่งในพระเบญจภาคีของพระชนิดนั้นๆ โดยเฉพาะเหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง ถือเป็นเหรียญสุดยอดนิยมของพระเครื่องประเภทเหรียญ เหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง จัดอยู่ในชุดเบญจภาคีเหรียญ และมีมูลค่าราคาสูงมาก เหรียญหลวงปู่เอี่ยมมีทั้งเหรียญยันต์สี่ เหรียญฉลุทองคำ เหรียญฉลุยกหน้า และเหรียญยันต์ห้า

                 สำหรับภาพพระองค์ครูฉบับนี้ เป็นภาพ "เหรียญหลวงปู่เอี่ยม เนื้อทองคำ วัดหนัง กรุงเทพฯ" ซึ่งพิมพ์อยู่ในโบรชัวร์งานประกวดพระของสมาคมพระเครื่องพระบูชาสุพรรณบุรี มี นายเสมอ งิ้วงาม หรือป๋อง สุพรรณ เป็นนายกสมาคม โดยจะจัดงานประกวดพระในวันอาทิตย์ที่ ๒ ธันวาคมนี้ ณ โรงเรียนบางปลางม้าสูงสุมารผดุงวิทย์ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ผู้ที่ชนะเลิศแต่ละรายการจะได้หนังสือ "อมตะพระกรุ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี" ซึ่งเป็นหนังสือรวมประวัติความเป็นมาของพระเครื่องกรุนี้อย่างละเอียด พร้อมชี้ตำหนิ แยกพิมพ์พระยอดนิยม สามารถนำไปใช้เพื่อศึกษาสะสมได้อย่างถูกต้อง

                 นายอรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย หรือ บอย ท่าพระจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเหรียญพระคณาจารย์ของสมาคมพระเครื่องพระบูชาไทย  บอกว่า ค่านิยมรุ่นนี้ค่านิยมกว่า ๑๐ ล้านบาท โดยครั้งล่าสุดมีการเช่ากันสูงถึง ๑๘ ล้านบาท นอกจากนี้แล้วเหรียญรุ่นนี้ทุกเนื้อทั้ง นาก เงิน ทอง และทองแดง ในสภาพที่สวยสมบูรณ์ค่านิยมอยู่ในหลักล้านขึ้นไปเช่นกัน รวมทั้งเหรียญยันต์ ๕ ซึ่งมีเนื้อสัมฤทธิ์เพียงเนื้อเดียว ค่านิยมอยู่ในหลักล้านเช่นกัน

                 นอกจากนี้แล้วในโบรชัวร์งานประกวดพระของสมาคมพระเครื่องพระบูชาสุพรรณบุรี ยังมีภาพพระที่ถือว่าเป็นพระระดับตำนานอีกหลายองค์ ในพระชุดเบญจภาคีแต่ละองค่ามีค่านิยมไม่ต่ำกว่า ๕ ล้านบาท รวมทั้งพระหลวงปู่สุข พิมพรัศมีใหญ่ เนื้อโลหะผสม วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท ใครที่ไปงานนี้โบรชัวร์ของงานสามารถนำมาศึกษาเป็นพระองค์ครูได้ทุกองค์ โดยไม่ต้องเสียสตางค์

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-03-12 21:01:57


ความเห็นที่ 5 (2944105)

 

รูปเหมือนปั้มรุ่น ๒ ปี ๒๕๔๘หลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้

รูปเหมือนปั้มรุ่น ๒ ปี ๒๕๔๘หลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้

               แม่น้ำป่าสัก สายน้ำที่ไหลผ่านวัดต่างๆ เกือบทุกวัดของ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังเกือบทุกวัด อาทิ หลวงพ่อบัติ วัดสะตือ, หลวงพ่อนอ วัดกลาง, หลวงพ่อจื่อ วัดศักดิ์, หลวงพ่อวงษ์ วัดศาลาลอย, หลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ, หลวงพ่อตั๋ง วัดโพธ์เอน, หลวงพ่อรอด วัดสามไถ, หลวงพ่อจอก วัดดงหวาย, หลวงพ่อปลอด วัดพระนอน, หลวงพ่อพุ่ม วัดสำมะกัน, หลวงพ่อโต วัดปรีดาราม, หลวงพ่อกรอง วัดเทพจันทร์ลอย, หลวงพ่อฟัก วัดบันได, หลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้ ฯลฯ        
  
               กล่าวสำหรับ หลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้ ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่อยู่ในยุคปัจจุบัน เป็นผู้สืบทอดวิชาอาคมต่างๆ มาจากโยมพ่อ ตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ เมื่ออายุครบบวช ท่านได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๐๕ ณ พัทธสีมาวัดบึง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมี หลวงพ่อจื่อ วัดศักดิ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์เขียน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์จาย เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "อตํตนโม" แปลว่า ผู้มีจิตใจมั่นคง 
  
               หลังจากอุปสมบทแล้ว ท่านได้ศึกษาพระปริยติธรรมจนสอบได้นักธรรมโท จากนั้นท่านได้มุ่งหน้าแสวงหาความรู้ทางไสยเวท ตามที่ชอบมาตั้งแต่เยาว์วัย
  
               ต่อมาเมื่อปี ๒๕๑๖ หลวงพ่อเอื้อนได้ไปช่วยหลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง เขียนตะกรุดหนังเสือ และอยู่รับใช้จนหลวงพ่อตาบ มรณภาพเมื่อปี ๒๕๓๓   
  
               ด้วยความแก่กล้าในวิชาอาคมต่างๆ จนเป็นที่ประจักษ์ของบรรดาศิษยานุศิษย์ จึงได้ขออนุญาตให้หลวงพ่อจัดสร้างวัตถุมงคลขึ้น เพื่อให้บรรดาศิษย์ทั้งหลายได้เอาไว้ใช้ปกป้องคุ้มครองภัยอันตรายต่างๆ รวมทั้งด้านเมตตามหานิยม และโชคลาภ ซึ่งหลวงพ่อก็ไม่ได้ปฏิเสธ ได้สนองศรัทธาญาติโยมมาโดยตลอด จนถึงทุกวันนี้ ชื่อเสียงของท่านได้ปรากฏขจรขจายไปทั่ว เป็นที่ยอมรับของศรัทธาญาติโยมและนักสะสมพระเครื่องทั่วประเทศ นอกจากนี้ท่านยังได้รับนิมนต์ให้ไปร่วมนั่งปรกปลุกเสกในพิธีพุทธาภิเษกวัตถุ มงคลตามวัดต่างๆ เป็นประจำตลอดมา
  
               เมื่อปี ๒๕๔๘ หลวงพ่อได้สร้างรูปเหมือนปั๊ม รุ่น ๒ เนื้อดีบุกชุบทอง จำนวนสร้างเพียง ๑๖๐ องค์ เท่านั้น ปัจจุบันได้หมดจากวัดไปนานแล้ว แต่เป็นที่น่ายินดี ได้มีลูกศิษย์คนหนึ่งนำรูปเหมือนรุ่นนี้มาถวายให้หลวงพ่อจำนวนหนึ่ง เพื่อนำรายได้จากการทำบุญบูชารูปเหมือนรุ่นนี้ไปบูรณะซ่อมแซมวัด ซึ่งได้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ผู้สนใจติดต่อทำบุญได้โดยตรงที่ วัดวังแดงใต้ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา  โทร.๐-๓๕๗๖-๒๒๑๐, ๐๘-๓๑๔๘-๗๑๑๔ 
  
               รูปเหมือนหลวงพ่อเอื้อน รุ่นนี้เป็นรุ่นที่มีประสบการณ์มาแล้วมากมาย โดยเฉพาะจากทหารหลายนายที่ปฏิบัติงานอยู่ที่ทางภาคใต้ ได้ถูกสะเก็ดระเบิดจากผู้ก่อการร้าย แต่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต เสียหายเพียงเสื้อผ้าเล็กน้อยเท่านั้น จนเป็นที่เลื่องลือในหมู่ลูกศิษย์ของหลวงพ่ออย่างกว้างขวาง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-03-12 10:30:57


ความเห็นที่ 4 (2944103)

 

เหรียญหลวงพ่อบัติวัดสะตือรุ่นเดียวขณะมีชีวิต

เหรียญหลวงพ่อบัติวัดสะตือ รุ่นแรกและรุ่นเดียวที่ทันหลวงพ่อ สร้าง พ.ศ.๒๔๘๐ : พระองค์ครู เรื่อง/รูปโดยไตรเทพ ไกรงู

             วัดสะตือ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๔๐ บ้านท่างาม หมู่ ๖ ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ จ.พระนคนศรีอยุธยา เป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโต พระพุทธปางไสยาสน์ พระนอนที่ใหญ่ที่สุดของไทย

             การก่อสร้างพระพุทธไสยาสน์  เมื่อพ.ศ.๒๔๑๓ ก่อนที่เจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต จะมรณภาพ ๓ ปี สมเด็จฯ โตมรณภาพเมื่อวันที่  ๒๒ มิถุนายน ๒๔๑๕ (ที่กรุงเทพฯ) ได้มาก่อสร้างพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนปางพุทธไสยาสน์ ณ หมู่บ้านที่ถือกำเนิดที่วัดท่างาม ปัจจุบันคือ วัดสะตือ ต.ท่าหลวง  อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งพระนอนใหญ่มีขนาดยาว ๑ เส้น ๖ วา สูง (ตั้งแต่พื้นถึงรัศมี) ๘ วา ฐานยาว ๑ เส้น ๑๐ วา กว้าง ๔ วา ๒ ศอก หรือยาว ๕๒ เมตร กว้าง ๙ เมตร สูง ๑๖ เมตร องค์พระโปร่ง เบื้องพระปฤษฎางค์ ทำเป็นช่องกว้าง ๒  ศอก สูง ๑ วา 

             ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ได้มีผู้มากราบไหว้ บนบาน เมื่อได้รับความสำเร็จก็แก้บนด้วยขนมจีนทั้งกระจาด โดยมีความเชื่อว่าเป็นของชอบของพวกทาส เนื่องจากในสมัยที่ช่วยสมเด็จสร้างพระนอนมักทำขนมจีนมาเลี้ยง 

             ปัจจุบันมีประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางมานมัสการกราบไหว้มีการขอพรและโชคลาภ ต่างๆ ซึ่งมักจะประสบผลตามที่ตั้งใจขอไว้ มีการแก้บนด้วยการปิดทอง การนำอาหารคาวหวานมาถวาย ซึ่งจะต้องนำมาถวายก่อนเวลา ๑๒.๐๐ น. มีการรำกลองยาวไปรอบๆ องค์พระพุทธไสยาสน์ตามจำนวนรอบที่บนไว้ เคยมีผู้มาบนและประสบผลสำเร็จจึงรำแก้บนเป็น ๑,๐๐๐ รอบ (๑ รอบองค์พระนอน ยาวประมาณ ๑๒๒ เมตร)

             สำหรับพระองค์ครูฉบับนี้เป็น "เหรียญหลวงพ่อบัติ วัดสะตือ เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง พ.ศ.๒๔๘๐"จากหนังสือ "พระคู่บารมี" รวบรวมขึ้นจากประสบ?การณ์?ในวง?การพระ?เครื่องกว่า ๓๐ ปี ของ?เซียนพระอาวุ?โสนาย?เติมศักดิ์ ปิยะมณีพรหรือ "?เปี๊ยก ปากน้ำ" ?อดีตประธานชมรมอนุรักษ์พุทธศิลปะ?ไทยคน?แรกท่านเป็นอดีตเจ้าอาวาส

             หลวงพ่อบัติ หรือพระอุปัชฌาย์บัตร จนฺทโชติ ท่านเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดสะตือรูปที่ ๔ บิดามารดาของท่านเป็นชาวเวียงจันทน์อพยพมาอยู่ตำบลนี้ เดิมอุปสมบทอยู่วัดบ้านครัว ต.บ้านครัว อ.บ้านหมอ  จ.สระบุรี (พระสุวรรณ์วิมลศีล เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยาองค์แรกนิมนต์มาเป็นเจ้าอาวาส) พ.ศ.๒๔๔๘-๒๔๙๕ อายุ ๘๗ พรรษา ๖๖
 
             หนังสือ "พระคู่บารมี" เป็นหนังสือพระเครื่องอีกเล่มหนึ่งที่สมบูรณ์ทั้งภาพ เนื้อหา และสาระ ทั้งนี้ "?เปี๊ยก ปากน้ำ" ?ได้ถ่ายทอด?ความรู้ตั้ง?แต่ขั้นพื้นฐานตลอดจนกล?เม็ด?เคล็ดลับต่างๆ ?ใน?การดูพระ?เครื่อง ?ทั้งพระ?เหรียญ, พระ?เนื้อดิน, พระ?เนื้อชิน, พระ?เนื้อผง ?และรูปหล่อพระคณาจารย์?ให้นักนิยมสะสมพระรุ่น?ใหม่ ?และยังมีชี้ตำหนิพระยอดนิยม?แห่งยุคอีกด้วย ?เรียกว่าอ่านจบ?แล้วท่านสามารถก้าว?เข้าสู่วง?การพระ?เครื่อง?ได้อย่างมั่น ?ใจ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-03-12 10:29:54


ความเห็นที่ 3 (2944101)

 

เหรียญหลวงพ่อเดิมปี๘๒ค่านิยม๓.๕ ล้าน

เหรียญหลวงพ่อเดิมปี๘๒ สุดยอดแห่งพุทธคุณและค่านิยม ๓.๕ ล้านบาท เท่านั้น! : พระองค์ครู เรื่อง/ภาพ โดยไตรเทพ ไกรงู

             พระครูนิวาสธรรมขันธ์ หรือหลวงพ่อเดิม พุทธสโร ผู้ได้รับสมญาว่า "เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แคว " ชาตะ เมื่อวันพุธ แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๓ ปีวอก จ.ศ.๑๒๒๒ ตรงกับวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๐๓ มรณภาพเมื่อวันอังคาร แรม ๒ ค่ำ เดือน ๖ ตรงกับวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๔ เวลา ๑๗.๔๕ น. สิริรวมอายุ ได้ ๙๒ ปี พรรษาที่ ๗๐

             ในวันพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อ มีมหรสพทุกชนิด ที่ลูกศิษย์ลูกหาพากันมาแสดง เพื่อเป็นการไว้อาลัยหลวงพ่อเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อไฟพระราชทานมาถึงแล้ว ประธานในพิธีได้จุดไฟพระราชทานต่อจากนั้นก็เป็นขบวนของชาวบ้านร้านตลาด ตั้งแต่บ่ายยันค่ำคนไม่ลดน้อยลงไปเลย ใส่ไฟแล้วก็ไม่ไปไหนคงซุ่มอยู่แถวนั้น เมื่อไฟพระราชทานได้เผาสรีระของหลวงพ่อมอดไหม้ไปแล้วท่ามกลางฝนที่โปรยปราย ลงมาเป็นละอองเบาๆ ก่อความเย็นให้แก่ผู้คนที่เบียดเสียดเยียดยัดกัน กรรมการวัดได้ขึ้นเก็บอัฐิและเถ้าอังคารส่วนหนึ่งเพื่อนำไปบรรจุในเจดีย์ เพื่อเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านหนองโพ และผู้ได้มาเยี่ยมเยือนในภายหลัง

             เมื่อคณะกรรมการเก็บอัฐิแล้ว ไฟยังไม่ทันจะหายร้อน บรรดาชาวบ้านและผู้เคารพนับถือต่างก็เฮโลกันขึ้นไปบนเมรุเบียดเสียดเยียดยัด กัน เหยียบกัน ล้มคว่ำคะมำหงาย เพื่อแย่งชิงอัฐิของหลวงพ่อเดิมเพื่อนำไปสักการบูชา คนที่แข็งแรงไปถึงก่อนก็ได้อัฐิไป ที่มาทีหลังหรือเข้าไม่ถึงก็ได้เถ้าอังคาร ตามแต่จะเก็บได้ หลังจากคลื่นฝูงชนซาลงไปแล้วปรากฏว่าไม่มีอัฐิ หรือเถ้าอังคารของหลวงพ่อติดเมรุอยู่เลยแม้แต่น้อย เป็นที่น่าอัศจรรย์ว่าทั้งๆ ที่ไฟบนเมรุยังร้อนอยู่ แต่คนที่แย่งชิงกันนั้น ไม่มีใครมือพองเพราะความร้อนของเมรุแม้แต่น้อยเลย

             สำหรับภาพพระองค์ครูฉบับนี้เป็นเหรียญรูปไข่หลวงพ่อเงิน  พ.ศ.๒๔๘๒ เนื้อเงิน ของประธานกรรมการบริหารภาคกลาง ของสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทยที่เจ้าตัวบอกว่า "หวงมากใครให้ราคาเท่าไรก็ไม่ขาย"

             ทั้งนี้ นายอรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย หรือ บอย ท่าพระจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเหรียญพระคณาจารย์ของสมาคมพระเครื่องพระบูชาไทย บอกว่า เหรียญหลวงพ่อเดิมรุ่นแรก สร้างเมื่อพ.ศ.๒๔๗๐ ลักษณะเป็นเหรียญเสมา มีเนื้อทองแดงอย่างเดียว สภาพสวยๆ ค่านิยมไม่ต่ำกว่า ๒ ล้านบาท จากนั้นอีก ๑๒ ปี ซึ่งตรงกับ พ.ศ.๒๔๘๒ ได้มีการสร้างเหรียญรุ่น ๒ ขึ้นมา เป็นเหรียญรูปไข่ มี ๒ เนื้อ คือ เนื้อเงิน และเนื้อทองแดง

             เหรียญเงิน พ.ศ.๒๔๘๒ แม้จะเป็นเหรียญรุ่นสอง แต่กลับมีค่านิมสูงกว่า ในสภาพสวยสมบูรณ์ที่ไม่ผ่านการใช้มีค่านิยมสูงประมาณ ๓-๔ ล้านบาท แต่ถ้าเป็นเหรียญที่ผ่านการใช้ค่านิยมจะถูกลงไปชนิดที่เรียกว่าไม่น่าเชื่อ เกือบ ๑๐ เท่า ด้วยเหตุนี้จึงอยากแนะนำผู้ครอบครองพระเครื่องทุก โดยเฉพาะหากนำมาแขวนควรจะเลี่ยงกันน้ำอย่างดี เพราะค่าของพระในวันนี้อาจจะอยู่ในหลักร้อย วันหน้าอาจจะเป็นหลักแสน แต่ต้องวัดกันด้วยสภาพพระจึงเป็นที่มาของการประกวดพระเครื่อง

             อย่างไรก็ตาม ผู้อ่านที่อยากรู้เรื่องว่าเหรียญที่ครอบครองอยู่นั้นเป็นของแท้หรือของปลอม สามารถส่งรูปถ่ายถึงบอยท่าพระจันทร์ โดยตรง ส่งทางอีเมลได้ที่  boy333999@hotmail.com รบกวนย่อขนาดไฟล์รูปภาพมาด้วยนะครับ ให้เหลือประมาณ ๑๕๐kb

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-03-12 10:27:29


ความเห็นที่ 2 (2944100)

 

เหรียญพระอาจารย์ฝั้นรุ่นแรกปี๒๕๐๗หลักล้าน

เหรียญพระอาจารย์ฝั้นรุ่นแรกปี ๒๕๐๗ เหรียญหลักล้านแพงที่สุดของสายอีสาน : เหรียญหลักยอดนิยมโดย ตาล ตันหยง

             พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร เป็นศิษย์รุ่นแรกๆ ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ผู้เป็นแม่ทัพธรรมสายวิปัสสนากรรมฐาน ฝ่ายอรัญวาสี หรือที่เรียกกันว่า “วัดป่า” และยังเป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระธรรมคำสอนในทางพระพุทธศาสนา

             พระอาจารย์ฝั้น เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๔๔๒ ที่บ้านม่วงไข่ ต.พรรณา อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ในตระกูล “สุวรรณรงค์” เจ้าเมืองพรรณานิคม ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดโพนทอง เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๑ ขณะอายุได้ ๑๙ ปี ครั้นอายุ ๒๐ ปี ท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดสิทธิบังคม อ.พรรณานิคม ต่อมาเมื่อพ.ศ.๒๔๖๓ ได้พบกับ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พร้อมกับปวารณาขอเป็นศิษย์พระอาจารย์มั่น ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และได้ขอญัตติเป็นธรรมยุตินิกาย เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๔๖๘ ที่วัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี โดยมีพระธรรมเจดีย์ (จูม พันธุโล) เป็นพระอุปัชฌาย์

             พระอาจารย์ฝั้น เป็นพระเถระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตลอดเวลาที่อยู่ในร่มผ้ากาสาวพัสตร์ เคร่งครัดในพระธรรมวินัยอย่างไม่มีความด่างพร้อยใดๆ คำสอนของท่านเป็นที่น่าศรัทธาเลื่อมใสของทุกคนที่มีโอกาสได้กราบไหว้ โดยเฉพาะแนวทางการปฏิบัติธรรมที่ก่อให้เกิดสติปัญญา ท่านได้มรณภาพเมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๒๐ ณ วัดป่าอุดมสมพร อันเป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญของท่าน สิริรวมอายุได้ ๗๘ ปี พรรษา ๕๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ ไปทรงสรงน้ำศพ และพระราชทานหีบทองประกอบศพ จนถึงวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๒๑ ได้เสด็จฯ พระราชทานเพลิงศพเป็นการส่วนพระองค์ ณ วัดป่าอุดมสมพร ปัจจุบันบริเวณที่พระราชทานเพลิงศพของพระอาจารย์ฝั้น ได้มีการสร้างเจดีย์พิพิธภัณฑ์ สูง ๒๗.๙ เมตร ลักษณะเป็นเจดีย์ปลายแหลม ฐานกลม ขึ้นรูปด้วยกลีบบัวหุ้มฐานสามชั้น แต่ละกลีบบัวตกแต่งด้วยกระเบื้องเป็นรูปพระอาจารย์ต่างๆ ในสายวัดป่ากรรมฐาน ภายในเจดีย์มีรูปปั้นพระอาจารย์ฝั้น ถือไม้เท้า ขนาดเท่าองค์จริง มีตู้กระจกบรรจุเครื่องอัฐบริขารของท่านอย่างครบถ้วนและสวยงาม

             ในด้านวัตถุมงคล พระอาจารย์ฝั้น ได้ชื่อว่าเป็นพระป่าที่มีผู้สร้างวัตถุมงคลให้ท่านอธิษฐานจิตมากที่สุด โดยเฉพาะเหรียญรูปเหมือนมีมากกว่า ๑๐๐ รุ่น ในยุคแรกๆ ได้มีผู้บันทึกการจัดอันดับเหรียญรุ่นต่างๆ ของท่าน โดยมี พล.ต.ต.ไพรินทร์ บุณยะผลึก สมัยที่ท่านเป็นสารวัตรใหญ่อยู่ที่ สภ.เมืองสกลนคร ท่านมักจะไปกราบพระอาจารย์ฝั้น เสมอๆ โดยได้รับแจกเหรียญแจกเป็นประจำ พร้อมกับได้บันทึกรายละเอียดของเหรียญแต่ละรุ่น จนกลายเป็นทำเนียบเหรียญพระอาจารย์ฝั้น ในทุกวันนี้

             เหรียญพระอาจารย์ฝั้นที่นิยมสูงสุด คือ เหรียญรุ่นแรก ปี ๒๕๐๗ สร้างโดยคณะศิษย์ทหารอากาศ อันมี น.อ.เกษม งามเอก เป็นผู้ดำเนินการ เหรียญรุ่นนี้มีเนื้ออัลปาก้า จำนวนสร้าง ๒๑๙ เหรียญ ซึ่งปรากฏตัวเลขนี้อยู่ที่ขอบล่างของหลังเหรียญ นอกจากนี้ยังมีเหรียญเนื้อทองคำ ๓ เหรียญ และเนื้อทองแดง (ลองพิมพ์) ประมาณ ๑๐ เหรียญ

             ทุกวันนี้เหรียญเนื้ออัลปาก้าเช่าหาที่หลักล้านต้นๆ เหรียญทองแดงอยู่ที่หลักล้านกลาง ส่วนเนื้อทองคำยังไม่มีการหมุนเวียนเปลี่ยนมือกัน จึงไม่มีตัวเลขในเรื่องราคาซื้อขายแต่อย่างใด...นับเป็นเหรียญพระคณาจารย์ ยุคหลังปี ๒๕๐๐ ที่มีราคาเช่าหาสูงที่สุดของวงการพระสายอีสาน เหรียญพระอาจารย์ฝั้น แทบทุกรุ่นมี ของปลอม ออกมานานแล้ว โดยเฉพาะรุ่นที่นิยมกันมากๆ มีหลายฝีมือที่ทำได้ใกล้เคียงของแท้มาก ชนิดบาดคอเซียนมาแล้ว ผู้สนใจเหรียญสายนี้จึงต้องระวังเป็นพิเศษ

             ความพิเศษของเหรียญพระอาจารย์ฝั้น ทุกรุ่นที่มีการจัดสร้างขึ้นนั่นก็คือ ไม่มีการเปิดให้สั่งจองหรือเช่าบูชาแต่อย่างใด ผู้สร้างถวายจะลงขันกันในหมู่คณะ แล้วรับส่วนแบ่งของตนไปตามแต่จะตกลงกัน โดยเหรียญจำนวนหนึ่งถวายให้พระอาจารย์ฝั้นแจกฟรีแก่ชาวบ้าน หรือผู้ที่ไปกราบไหว้ท่าน โดยที่ทางวัดก็ไม่มีตู้จำหน่ายเหรียญแต่อย่างใด ผู้ที่ได้รับเหรียญส่วนใหญ่ก็คือ ชาวบ้านที่ไปช่วยทำงานวัด โดยเฉพาะงานก่อสร้าง ซึ่งไม่มีค่าแรงแต่อย่างใด เป็นจิตอาสาอย่างแท้จริง พอตกตอนเย็นพระอาจารย์ฝั้นจะนำเหรียญของท่านมาแจกจ่ายแก่ชาวบ้านเหล่านั้น เป็นประจำทุกวัน คนที่ได้รับเหรียญบ่อยๆ ก็แจกต่อให้พรรคพวกเพื่อนฝูง ในขณะเดียวกัน เซียนพระท้องถิ่นก็มักจะไปขอเช่าต่อมาอีกทอดหนึ่ง จนเกิดการซื้อขายขึ้นมาในภายหลัง และเป็นที่นิยมกันทั่วไป เพราะเหรียญของท่านมีประสบการณ์ในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านแคล้วคลาดปลอดภัย และเมตตามหานิยม จนเป็นที่เลื่องลือกันอย่างกว้างขวาง

            ขอขอบพระคุณ บอย ท่าพระจันทร์ เจ้าของเหรียญพระอาจารย์ฝั้น ทั้ง ๒ เหรียญที่เห็นในภาพนี้

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-03-12 10:26:23


ความเห็นที่ 1 (2944098)

 

พระสมเด็จจิตรลดาปลอม!'ทั้งองค์พระและใบกำกับพระ'

พระสมเด็จจิตรลดาปลอม!...'ทั้งองค์พระและใบกำกับพระ' : พระองค์ครูเรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู

             "พระสมเด็จจิตรลดา" เป็นพระเครื่องที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง ทั้งพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็กประมาณ ไม่เกิน ๓,๐๐๐องค์ พระราชทานแก่ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และพลเรือน ตั้งแต่ใน พ.ศ.๒๕๐๘ จนสิ้นสุดใน พ.ศ.๒๕๑๓ ทั้งนี้จะพระราชทานด้วยพระหัตถ์พระองค์เอง มีเอกสารส่วนพระองค์ (ใบกำกับพระ) ซึ่งแสดงชื่อ นามสกุล วันที่รับพระราชทาน หมายเลขกำกับทุกองค์ โดยทรงมีพระราชดำรัสแก่ผู้รับพระราชทานว่า "ให้ปิดทองที่หลังองค์พระปฏิมาแล้วเอาไว้บูชาตลอดไป ให้ทำความดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ"

              ส่วนคำว่า "พระกำลังแผ่นดิน" นั้น เข้าใจว่าท่าน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช จะเป็นผู้ขนานพระนามตามพระนามของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช คำว่า "ภูมิ" แปลว่า "แผ่นดิน" ส่วนคำว่า "พล" แปลว่า "กำลัง" จึงเป็นที่มาของพระนาม "พระสมเด็จจิตรลดา" ว่า "พระกำลังแผ่นดิน"

              มีข้อมูลจากวงการพระเครื่องที่น่าสนใจ คือ ปัจจุบันนี้มีผู้ครอบครองพระสมเด็จจิตรลดาในระดับที่เรียกว่า "รังพระสมเด็จจิตรลดา" หลายคน เช่น นายสมชาติ ศรีรัตนารุ่งเรือง เจ้าของธุรกิจรังนก มีอยู่ในครอบครองประมาณ ๗๐-๘๐ องค์ ถือว่ามากที่สุดในวงการพระเครื่อง โดยได้ไล่เก็บตั้งแต่ยังไม่ได้รับความนิยมและมีราคาไม่แพง ในขณะที่ไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์ หรือ "โป๊ยเสี่ย" เจ้าของพระสมเด็จองค์ลุงพุฒิ (พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่) แว่วข่าวมาว่ามี พระสมเด็จจิตรลดา อยู่ในรังประมาณ ๓๐ องค์ เช่นเดียวกับ "เสี่ยเผด็จ หงษ์ฟ้า" มี พระสมเด็จจิตรลดา ประมาณ ๓๐ องค์ เท่ากัน
 
              พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ไล่เก็บสะสมมาตั้งแต่ราคาไม่แพง แต่เก็บได้กว่า ๒๐ องค์เท่านั้น นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มี พระสมเด็จจิตรลดา อยู่ในครอบครองประมาณ ๒๐ องค์ พล.ต.ท.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีตรอง ผบ.ตร สะสมไว้ประมาณ ๑๐ องค์ เสี่ยปรีชา ชัยรัตน์ มี ๑๕ องค์ ส่วน "เสี่ยกำพล วิระเทพสุภรณ์" ก็มีพระสมเด็จจิตรลดาหลายองค์เช่นกัน ณ เวลานี้ พระสมเด็จจิตรลดา ถือเป็นสุดยอดปรารถนาของคนในวงการพระเครื่อง แต่ต้องแลกมาด้วยเงินไม่ต่ำกว่า ๑.๕ ล้านบาท ซึ่งนับวันตัวเลขดังกล่าวจะขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ หาเป็นปีที่จัดสร้าง พ.ศ.๒๕๐๘ และ พ.ศ.๒๕๐๙ ค่านิยมจะอยู่ที่ ๒ ล้านบาทขึ้นไป แต่ถ้าเป็นพิมพ์เล็กล่าสุดเท่ามีมีการเช่าซื้อกันสูงถึง ๖ ล้านบาท
           
              สำหรับภาพพระองค์ครูวันนี้เป็น "พระสมเด็จจิตรลดา" แต่เป็น "พระปลอม!" ที่พี่สำเริง สำเภาลอย หรือ "ก บางซื่อ" กรรมการตัดสินพระเนื้อดิน ของสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย บอกว่า มีลูกค้าเป็นนายธนาคารรายหนึ่งมาให้ดูที่ โดยได้เช่าจากเพื่อนมาหว่า ๑ ล้านบาท ที่บอกว่าเป็นของปลอมนั้นผิดทั้งเนื้อ ผิดทั้งพิมพ์   

              ส่วนฝีมือการทำปลอมนับวันจะดีขึ้น โดยเฉพาะพระที่ทรงสร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๒ และพ.ศ.๒๕๑๓ รวมทั้งใบกำกับที่พระราชทานมากับองค์พระก็มีการทำปลอมด้วย เรียกว่า “ปลอมทั้งองค์พระ ปลอมทั้งใบกำกับพระ"

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-03-12 10:25:32



1


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.
Wachon Nim

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง