ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > ประวัติ คนมหาดไทย+นักปกครอง

ประวัติ คนมหาดไทย+นักปกครอง



 



ผู้ตั้งกระทู้ Admin กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์ :: วันที่ลงประกาศ 2008-01-27 13:08:35


1

ความเห็นที่ 49 (1523556)

 

รู้จัก วิบูลย์ สงวนพงศ์ สิงห์ดำนำทัพ′มหาดไทย′

วันที่ 07 กันยายน พ.ศ. 2555 เวลา 09:30:59 น.

 

 




 

มติชน 7 ก.ย. 2555 คอลัมน์ คนตามข่าว โดย ดุษฎี สนเทศ


ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคาร 4 กันยายน เห็นชอบดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย คราวเดียวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง 6 กระทรวงหลัก รวมถึงประเภทบริหารระดับสูง กระทรวงมหาดไทย 7 ตำแหน่ง

เกิดวันที่ 13 พฤศจิกายน 2497 พื้นเพอยู่กรุงเก่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรียนระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย

เป็นชาวสิงห์ดำ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี รัฐศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2518 สถาบันเดียวกับรุ่นพี่อย่าง

ยงยุทธ วิชัยดิษฐ มท.1

ปริญญาโทพัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ปี 2521, หลักสูตรนายอำเภอ วิทยาลัยการปกครอง, หลักสูตรนักปกครองระดับสูง วิทยาลัยการปกครอง, หลักสูตรผู้บริหารระดับ 9 โดยสถาบันดำรงราชานุภาพ ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) และหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร ภาครัฐร่วมเอกชน (ปรอ.รุ่นที่ 15) วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร

ผ่านการดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ จ่าจังหวัดนนทบุรี เมื่อ 9 มีนาคม 2530, จ่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2 เมษายน 2533

เป็นนายอำเภอครั้งแรก 12 ตุลาคม 2535 นายอำเภอหนองขาหย่าง จังหวัดอุทัยธานี, 2539 เลขานุการกรมการปกครอง, 2541 รองผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด, 2542 รองผู้ว่าฯ พระนครศรีอยุธยา, 2546 รองผู้ว่าฯ สมุทรสาคร, 2547 รองผู้ว่าฯ ลพบุรี

ปี 2548 ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ อ่างทอง, 2550 ผู้ว่าฯ เชียงใหม่, 2552 รองปลัดกระทรวงมหาดไทย, 2553 อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ครม.เห็นชอบ ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย แทนตำแหน่งว่าง เนื่องจากพระนาย สุวรรณรัฐ เกษียณอายุราชการสิ้นเดือนกันยายนนี้

เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย คนที่ 38

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-09-07 10:17:39


ความเห็นที่ 48 (1484656)

วัชรกิตติ วัชโรทัย ผู้ประคองพระโกศ

ประชาชนชาวไทยร่วมส่งเสด็จพระบรมวงศานุวงศ์สู่สวรรคาลัยอีกครั้ง

ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี

ใน การเชิญพระโกศ นายวัชรกิตติ วัชโรทัย กรมวังผู้ใหญ่ สำนักพระราชวัง และนายจุลพล โตเมศร์ เจ้าหน้าที่ราชูปโภค สำนักพระราชวัง เจ้าพนักงานภูษามาลาถวายบังคมปฏิบัติหน้าที่ประคองหน้า-หลัง ขณะที่เชิญพระโกศทองใหญ่ประดิษฐานที่พระยานมาศสามลำคาน

เคลื่อนออกจากพระบรมมหาราชวัง สู่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

บุตรของ นายแก้วขวัญ วัชโรทัย กับท่านผู้หญิงเพ็ญศรี วัชโรทัย

สมรสกับ นางกรกนก วัชโรทัย มีบุตร 2 คน

ศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยา ลัยเกษตรศาสตร์

Master of Public Administration, Roosevelt University, IL U.S.A.

วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หลัก สูตรการป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชนและการเมือง วปม. รุ่นที่ 4

สถาบันวิทยา การตลาดทุน หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 9 (วตท.9) สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) : DCP 121/2009

สถาบันพัฒนากรรมการและผู้บริหารระดับสูงภาครัฐ (PDI) รุ่นที่ 5

เป็นกรรมการ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)

ปี 2544-2550 ผู้ช่วยเลขาธิการพระราชวังฝ่ายที่ประทับ

ขยับขึ้นเป็นกรมวังผู้ใหญ่ สำนักพระราชวัง จนถึงปัจจุบัน

เป็นผู้ประคองพระโกศ เพื่อส่งเสด็จ เจ้าฟ้ามหาธีรราชธิดา ขึ้นสู่สรวงสวรรค์

 

 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-04-18 10:00:09


ความเห็นที่ 47 (1472099)

สุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ พ่อเมืองตากคนใหม่

ผลการประชุมครม. เมื่อ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา เห็นชอบแต่งตั้ง 3 ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เหลือ ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ


สุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ รองผู้ว่าฯ ปทุมธานี ที่เพิ่งไปรับตำแหน่งในช่วงต้นเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ขยับขึ้นเป็น ผู้ว่าฯ ตากคนใหม่


เป็นสิงห์ดำคนเดียวในรอบนี้ ขณะที่อีก 2 มาจากสิงห์ทอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง


ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

 

จบปริญญาตรี รัฐศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิตทางรัฐประศาสนศาสตร์ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) หลักสูตรนักปกครองระดับสูง (นปส.) รุ่นที่ 40 ปี 2543 หลักสูตรวปอ. รุ่นปี 2551


ผ่านตำแหน่งปลัดอำเภอด่านซ้าย จ.เลย นอภ.บ้านแฮด และนอภ.เปือยน้อย จ.ขอนแก่น นอภ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา และนอภ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี

 
ผอ.ส่วนแผนพัฒนาท้องถิ่น กรมการปกครอง ผอ.ส่วนแผนพัฒนาท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผอ.ส่วนกิจการเฉลิมพระเกียรติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผอ.กองงานความปลอดภัยทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย


ช่วยราชการทำหน้าที่เลขานุการปลัดกระทรวงมหาดไทย

 

ขึ้นเป็นรองผู้ว่าฯ สมุทรสาคร

 
ปลายปี 2554 เคยมีข่าวถูกดันไปนั่งผู้ว่าฯ นครพนม แต่สุดท้ายถูกโยกไปนั่งรองผู้ว่าฯปทุมธานี เมื่อ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา


นั่งทำงานไม่ถึง 1 เดือน เลื่อนขั้นนั่งเก้าอี้พ่อเมืองเป็นครั้งแรกที่ จ.ตาก

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-02-18 14:31:00


ความเห็นที่ 46 (1471677)

จิตรา พรหมชุติมา ผู้ว่าฯหญิงปราจีนบุรี

 

มติคณะรัฐมนตรี 13 ก.พ. 2555 เห็นชอบให้แต่งตั้ง น.ส.จิตรา พรหมชุติมา เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ


ขยับจากรองผู้ว่าฯ ขึ้นดำรงตำแหน่งที่ว่างอยู่ เนื่องจากเจ้าของเดิม ถูกโยกเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย


เป็นผู้ว่าฯ ครั้งแรกในชีวิตราชการนักปกครอง หลังรักษาราชการงานพ่อเมืองมาตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค.55 อดีตหัวหน้าสำนักงานจังหวัดระยอง

 
ผ่านตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เมื่อพ.ย.2551 รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดระนอง


กระทั่งวันที่ 30 ธ.ค.2554 รับคำสั่งโยกย้ายมาจังหวัดปราจีนบุรี


นโยบายชัดเจนมาตั้งแต่เป็นรองผู้ว่าฯ และรักษาราชการแทน จังหวัดปราจีนบุรีปลอดจากยาเสพติด


ให้ทุกส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและทุกอำเภอดำเนินการ และกำหนดเป้าหมายให้เป็นรูปธรรม


มั่นใจว่าปราจีนบุรีจะสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนด ด้วยความตั้งใจและจริงจังในการแก้ไขปัญหาสังคม

 

เป็นสิงห์ทอง สำเร็จปริญญาตรีศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) เกียรตินิยมอันดับ 2 มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี 2521 และปริญญาโทรัฐศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2528


สำเร็จหลักสูตรนักปกครองระดับสูง(นปส.) รุ่น 41 ที่สอบได้อันดับที่ 1 ของรุ่น และหลักสูตรสถาบันวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐและเอกชน(วปรอ.) รุ่น 22


เจ้าของผลงานเขียนเชิงวิชาการหลายเล่ม


อาทิ การบริหารการปกครองกระทรวงมหาดไทย บทบาทผู้ว่าราชการจังหวัดศึกษาจากวัฒนธรรมความคิด รวมถึงงานวิจัยอีกหลายชิ้นที่มีกรณีศึกษาเป็นประโยชน์ต่อชุมชน

 

วันนี้เป็นผู้ว่าฯ ป้ายแดง


สร้างอีกตำนานในทำเนียบผู้ว่าราชการจังหวัดสตรีของประเทศไทย

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-02-16 09:29:20


ความเห็นที่ 45 (1469897)

เปิดโฉม11รองผู้ว่าฯ-รองอธิบดีกรม ซิ่งโค้งสุดท้าย ชิง3เก้าอี้พ่อเมืองใหม่ป้ายแดง

วันที่ 08 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 เวลา 08:00:19 น.

 



 

ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ยังว่างอยู่ 3 ตำแหน่ง ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก และผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เข้าสู่โค้งสุดท้ายให้ลุ้นระทึกกันแล้ว หลังจากคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประเภทผู้บริหารระดับสูง สายงานนักปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศรายชื่อผู้มีคุณสมบัติในการเข้าสอบคัดเลือกและมีสิทธิ์เข้ารับการสอบสัมภาษณ์ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ จำนวน 11 คน ที่เข้าแคนดิเดตตัดเชือก แบ่งเป็น รองผู้ว่าราชการจังหวัด 6 คน และ รองอธิบดีกรม 5 คน

 

ส่วนใครเป็นใคร มีดีกรีจากสิงห์ค่ายไหน จะมาแรงแซงโค้งเข้าป้ายสุดท้าย ขอเชิญเทียบประวัติกัน!!

 

 

 

 

น.ส.จิตรา พรหมชุติมา
รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี

วุฒิการศึกษา ปริญญาตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง ค่ายสิงห์ทอง ปี 2521(เกียรตินิยมอันดับ 2) พ่วงด้วยปริญญาโท รัฐศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2528 หลักสูตรนักปกครองระดับสูง (นปส.)รุ่นที่ 41 (สอบได้อันดับที่ 1 ของรุ่น) ปี 2544  หลักสูตร สถาบันวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐและเอกชน (วปรอ.) รุ่นที่ 22 ปี 2552  ผ่านตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง  เมื่อพฤศจิกายน 2551 ปัจจุบันนั่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และรักษาราชการผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2555  
 

 

 

 

 

 

นายวรากร ยกยิ่ง
รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

 

เกิด 21 ตุลาคม 2494
วุฒิการศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ค่ายสิงห์แดง ผ่านตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เมื่อ 1 ตุลาคม 2547 รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เมื่อ 8 ตุลาคม 2547 รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เมื่อ 10 มิถุนายน 2553 ปัจจุบัน รองผู้ว่าราชกาiจังหวัดเชียงใหม่
 

 

 

 

 

 

 

 

นายวิทยา  พานิชพงศ์
รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี

 

เกิด 11 สิงหาคม 2497
วุฒิการศึกษา ปริญญาตรีศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์)มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี 2519 ค่ายสิงห์ทอง ปริญญาโท มหาวิทยาลัยดีทรอยต์ มิชิแกน สหรัฐอเมริกา หลักสูตรนักปกครองระดับสูง(นปส.)รุ่นที่ 45 ผ่านตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อ14 ธันวาคม 2549 รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เมื่อ 11 ธันวาคม 2550 รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เมื่อ 25 ตุลาคม 2552 ปัจจุบันรองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เมื่อ 9 มกราคม 2555
 

 

 

 

 

นายวุฒิ สิทธิสุราษฎร์
รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก

 

เกิด 17  ธันวาคม 2494
วุฒิการศึกษาปริญญาตรี  นิติศาสตรบัณฑิต  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโท พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต  สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) ผ่านตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปัจจุบันรองผู้ว่าราชการจังหวัดตากเมื่อ 26 ตุลาคม 2552
 

 

 

 

 

 

 

 

นายสุรชัย ศรีสารคาม
รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก

 

เกิด 2 เมษายน 2498
วุฒิการศึกษา  นิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ปริญญาโทการบริหารรัฐกิจ (MPA)  มหาวิทยาลัยโรสเวลส์ นครชิคาโก สหรัฐอเมริกา หลักสูตรนักปกครองระดับสูง(นปส.)รุ่นที่ 31 ผ่านตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง เจ้าหน้าที่บริหารงานปกครอง ระดับ 9 เมื่อปี 2544 รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และรองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ปัจจุบันรองผู้ว่าฯนครนายกและรักษาการผู้ว่าฯนครนายก
 

 

 

 

 

 

นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์
รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี

 

วุฒิการศึกษา  ปริญญาตรี รัฐศาสตรบัณฑิต  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ค่ายสิงห์ดำ และปริญญาโท พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิตทางรัฐประศาสนศาสตร์   จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) หลักสูตรนักปกครองระดับสูง(นปส.)รุ่นที่ 40 ปี2543 หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.)รุ่นปี 2551 ผ่านตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักบูรณาการสาธารณภัย อุบัติภัย และความปลอดภัยทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ช่วยราชการทำหน้าที่เลขานุการปลัดกระทรวงมหาดไทย และรองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร  ปัจจุบันรองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี

 


 

 

 

นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์
รองอธิบดีกรมการปกครอง

 

เกิด 1 พฤษภาคม 2500
วุฒิการศึกษา ปริญญาตรี รัฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สิงห์ขาว) พ่วงปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) หลักสูตรนักปกครองระดับสูง(นปส.)รุ่นที่ 31 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร(วปอ.)รุ่นที่2549 ผ่านตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีและผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ปี2552 ปัจจุบันรองอธิบดีกรมการปกครอง
 

 

 

 

 

นายนิสิต จันทร์สมวงศ์
รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน

 

 

เกิด 24 กันยายน 2505
วุฒิการศึกษาปริญญาตรีรัฐศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ1เหรียญทอง) จุฬาลงกรณ์

มหาวิทยาลัย ปี2527 ค่ายสิงห์ดำ ปริญญาโทรัฐศาสตรมหาบัณฑิต(รางวัลวิทยานิพนธ์ดีเด่น) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2530 หลักสูตรอบรมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐและเอกชน (วปรอ.)รุ่นที่ 23/2553 ผ่านตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สป. เมื่อ 2 ตุลาคม 2551 รองผู้ว่าสมุทรปราการ เมื่อ 26 ตุลาคม 2552
ปัจจุบัน รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2553
 

 

 

 

 

 

นายพิสันติ์ ประทานชวโน
รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน

 

วุฒิการศึกษาปริญญาตรีศึกษาศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ2) เอกคณิตศาสตร์-เคมี ปี2520 มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิต ปี 2528 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และปริญญาโทพัฒนบริหารศาสตร์มหาบัณฑิต(ทางพัฒนาสังคม) ปี2542 นิด้า  หลักสูตรนักบริหารงานพัฒนาชุมชนระดับสูง(นพส.)รุ่นที่ 8 ปี2542 หลักสูตรนักปกครองระดับสูง(นปส.)รุ่นที่ 43 ปี 2546 หลักสูตรนักบริหารระดับสูงผู้บริหารส่วนราชการ (นบส.2) สำนักงาน กพ. ปี2552  ผ่านตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพชุมชน ปี2549 ตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือทางวิชาการพัฒนาชุมชนเขตที่ 4 จังหวัดอุดรธานี ปี2550 ปัจจุบันรองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เมื่อ 17 ตุลาคม 2551
 

 

 

 

 

 

นายมณเฑียร  ทองนิตย์
รองอธิบดีกรมที่ดิน

 

วุฒิการศึกษา ปริญญาตรี รัฐศาสตรบัณฑิต ปริญญาโท พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐประศาสนศาสตร์) ผ่านตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานจังหวัดมุกดาหาร สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้อำนวยการส่วนนโยบายและแผนรวม สำนักนโยบายและแผน สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และรองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เมื่อปี 2550 ปัจจุบัน รองอธิบดีกรมที่ดิน                  

 

 

 

 

 

 

นายฉัตรป้อง ฉัตรภูมิ
รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

 

เกิด 26 พฤศจิกายน 2497
วุฒิการศึกษา ปริญญาตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต(รัฐศาสตร์) ม.รามคำแหง ค่ายสิงห์ทอง ปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
หลักสูตรนักปกครองระดับสูง(นปส) รุ่นที่ 36 หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน (วปรอ.) รุ่นที่ 21 ผ่านตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนระบบการปกครองท้องที่ สำนักบริหารการปกครองท้องที่ เมื่อ 12 ตุลาคม 2541 ผู้อำนวยการสำนักการกองอาสาสมัครดินแดน เมื่อ 9 ธันวาคม 2548 รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เมื่อ 8 ตุลาคม 2550 ปัจจุบันรองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

 

 

เมื่อเทียบประวัติทั้ง 11 คน แล้วนับว่าฝีไม้ลายมือสูสีไม่แพ้กัน เห็นทีต้องมาวัดพลังใครจะได้แบ๊กอัพดีแรงลมหนุนจากค่ายการเมือง ส่งเข้าป้ายเป็น 3 ผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่ป้ายแดง

 

คงต้องลุ้นในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์นี้ อย่ากระพริบตา!?!

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-02-08 09:13:09


ความเห็นที่ 44 (1464277)

นฤมล ปาลวัฒน์ ผู้ว่าฯหญิงแม่ฮ่องสอน

คอลัมน์ ข่าวทะลุคน



มติครม.ทิ้งทวนปี 2554 ในยุคนายกฯหญิงเมืองไทย แต่งตั้งข้าราชการระดับ 10 ในส่วนของผู้ว่าราชการจังหวัด-ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ 20 ราย

นฤมล ปาลวัฒน์ รองผู้ว่าฯเชียงใหม่ ขยับขึ้นเป็นผู้ว่าฯหญิงคนแรกของเมืองสามหมอก

เปิดใจประกาศก่อนเกษียณในอีก 2 ปีข้างหน้า

จะเดินหน้าผลักดันแม่ฮ่องสอนเป็นเมืองลองสเตย์ ใช้ดินแดนแห่งศาสนาเป็นจุดขายดึงดูดนักท่องเที่ยว

เศรษฐศาสตรบัณฑิต(เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหา วิทยาลัยรามคำแหง และรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(พัฒนาสังคม)

เริ่มรับราชการปี 2519 ตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับ 3 สำนักงานจังหวัดลพบุรี

ย้ายเข้ามาอยู่กองการเจ้าหน้าที่ สำนัก งานปลัดกระทรวงมหาดไทย

เติบโตในสายงานตามลำดับ ก่อนขยับไปเป็นหัวหน้าสำนักงานจังหวัดสิงห์บุรี

จากนั้นเป็นหัวหน้าสำนักงานจังหวัดปราจีนบุรี ลพบุรี และบุรีรัมย์

นั่งรองผู้ว่าฯ ครั้งแรกที่จ.สระบุรี เมื่อปี 2550

ถัดมา 2 ปีย้ายเป็นรองผู้ว่าฯ เพชรบุรี และพ.ย.2553 เป็นรองผู้ว่าฯ เชียงใหม่

ยืนยันไม่หนักใจกับการก้าวขึ้นเป็น ผู้ว่าฯ หญิงคนแรกของแม่ฮ่องสอน

ขอปักหลักอยู่เมืองสามหมอกจนเกษียณ
 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-01-10 08:53:02


ความเห็นที่ 43 (1463197)

สุทธิพงษ์ จุลเจริญ เข้ากรุ'ผู้ตรวจมท.'

ข่าวทะลุคน



เซ็งส่งท้ายปีเถาะ สุทธิพงษ์ จุลเจริญ พ่อเมืองนครนายก ถูกเด้งเข้ากรุผู้ตรวจราช การกระทรวงมหาดไทย

หลังครม.มีมติเมื่อ 27 ธ.ค. เช็กบิลผู้ว่าฯในเครือข่าย เนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย

ในการแต่งตั้ง-โยกย้ายผู้ว่าฯล็อตสุดท้าย 16 เก้าอี้



ชื่อเล่น เก่ง วัย 48 ปี เป็นคนจังหวัดตราด

ได้รับทุนจุฬา-ชนบทเรียนรัฐศาสตรบัณฑิต จุฬาฯ

จบรัฐศาสตรมหาบัณฑิต(การปกครอง) รั้วจามจุรี

เริ่มรับราชการในเดือนมิ.ย.2531 ปลัดอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง

เติบโตในสายปกครอง เป็นปลัดอำเภอฝ่ายทะเบียนและบัตร อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์ เคยช่วยราชการเป็นเลขานุการให้ นายพลากร สุวรรณรัฐ สมัยเป็นรองปลัด และผอ.ศอ.บต.

ปลัดอำเภอบางเลน นครปฐม ปลัดอำเภอโพธาราม ราชบุรี ปลัดอำเภอบ้านแพ้ว สมุทร สาคร



ปี2547 ได้รับการชักชวนจาก ชานนท์ สุวสิน คนสนิทของทักษิณ มาเป็นคณะทำงานในสมัย โภคิน พลกุล เป็นมท.1

จุดหักเหเมื่อขึ้นทำหน้าที่ หัวหน้าสำนัก งานรัฐมนตรีในสมัย พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา เป็นรมว.มหาดไทย ในรัฐบาลทักษิณ

พอปฏิวัติ อารีย์ วงศ์อารยะ เป็นมท.1 ก็อยู่ในตำแหน่งต่อ และอยู่ยาวมาถึงรัฐบาลอภิสิทธิ์

เป็นหนึ่งในทีมงานของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ น้องชาย เนวิน

ถูกโจมตีหนักว่าไม่เคยเป็นนายอำเภอ แต่ขยับขึ้นเป็นรองผู้ว่าฯสมุทรสาคร เมื่อก.ค. 2551

ถัดมาหนึ่งปีย้ายเป็นรองผู้ว่าฯนครนายก

ก้าวขึ้นเป็นพ่อเมืองนครนายก ด้วยวัยเพียง 47 ปีในปี 2553 ยุคมท.1 ชวรัตน์ ชาญวีรกูล

พอขั้วเปลี่ยน ถูกย้ายไปนั่งตบยุงในเก้าอี้ผู้ตรวจ
 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-01-03 11:20:06


ความเห็นที่ 42 (1461542)

'อารี ไกรนรา'เปิด สโลแกนประจำตัว

ลับพอสมควร
อภิรตี เขาพลอยแหวน - รายงาน



มา***บเอาตอน มท.1 ถูกกดดันหนักจากกระแสปรับครม.

อารี ไกรนรา เลขานุการรมว. มหาดไทย สวมบทหัวหน้าการ์ด นปช.เก่า ขู่เด้งผู้ว่าฯ-นอภ. ที่ทำงานเช้าชามเย็นชาม

หลังเซ็นคำสั่งขันนอต หน้าห้องทั่นเลขาฯ ก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คน

ห้องรัฐมนตรีว่าการกับรัฐมนตรีช่วยว่าการ ยังคิวไม่แน่นเท่า

"มากันเยอะแยะจริงๆ แต่ไม่มีอะไร ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านมาร้องเรียนขอความเป็นธรรม ทั้งเรื่องเอกสารสิทธิไปจนถึงที่ดินทำกิน"

เลขาฯ อารี ชี้แจงพร้อมสาธยายยิบ

"ชาวบ้านไม่รู้จะร้องเรียนใครเลยมาหาพี่ เพราะพี่รับแก้ปัญหาทุกเรื่องแบบทันใจ

ส่วนข้าราชการก็มีมาพบพี่เหมือนกัน แต่ไม่ได้มาวิ่งเต้นอะไร มาคารวะบ้าง มาร้องเรียนด้วย เพราะพี่ต้อนรับขับสู้ดี"

ก่อนเผยสโลแกนประจำตัว

"คิดไม่ออก บอกอารี"

วกถามเรื่องปรับครม. มีชื่อ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ ติดโผทุกวัน

เลขาฯ มท.1 การันตี

"ผู้ใหญ่เพิ่งจะชมว่าทำงานดี ไม่หลุดแน่นอนเชื่อพี่"

แล้วถ้าหลุดขึ้นมาจะออกตามกันไปหรือไม่? นักข่าวกระเซ้า

เลขาฯ อารี อึ้ง ไม่มีคำตอบ

คิดไม่ออกซะเอง จะบอกใครได้เนี่ย (คิกคิก)
 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-12-19 12:53:26


ความเห็นที่ 41 (1449723)

 

ชื่อ-สกุล : นายสุกิจ เจริญรัตนกุล
วัน
/เดือน/ปีเกิด : 02 มีนาคม 2495

ประวัติการทำงาน :

- รองศาสตราจารย์ 9 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ตุลาคม 2533-2536
(ช่วยราชการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีนาคม 2532-มกราคม 2535)

- เจ้าหน้าที่ฝึกอบรม 8 วิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง สิงหาคม 2536

- นายอำเภอเมืองนนทบุรี (เจ้าพนักงานปกครอง 8) ตุลาคม 2536-2537

- ผู้อำนวยการส่วนพัฒนารายได้ท้องถิ่น กรมการปกครอง ตุลาคม 2537-2538

- ปลัดจังหวัดสุโขทัย (จนท.บริหารงานปกครอง 8) ตุลาคม 2538-2539

- ปลัดจังหวัดสุโขทัย (จนท.บริหารงานปกครอง 9) ตุลาคม 2539-2540

- ปลัดจังหวัดปราจีนบุรี (จนท.บริหารงานปกครอง 9) ตุลาคม 2540-2541

- ปลัดจังหวัดชัยนาท (จนท.บริหารงานปกครอง 9) ตุลาคม 2541-2542

- รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน (นักปกครอง 9) ตุลาคม 2542-2544

- รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย (นักปกครอง 9) ตุลาคม 2544-2545

- รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา (นักปกครอง 9) พฤศจิกายน 2545-2546

- ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย (นักปกครอง 10) ตุลาคม 2546-2549

- ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย (ผู้ตรวจราชการ 10) พฤศจิกายน 2549-พฤษภาคม 2551

- รกท.รองปลัดกระทรวงมหาดไทย (นักบริหาร 10) 6 พฤษภาคม 2551-พฤษภาคม 2551

- รองปลัดกระทรวงมหาดไทย (นักบริหาร 10) 12 พฤษภาคม 2551-19 ตุลาคม 2551

-อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 20 ตุลาคม 2551 - 11 มีนาคม 2552

- ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย มีนาคม 2552
- อธิบดีกรมการปกครอง

 

ประวัติการศึกษา :

- ศศ.. (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พฤศจิกายน พ.. 2517

- M.A. (Pol. Sc.) Eastern New Mexico University,U.S.A., มิถุนายน พ.. 2519

เกียรติประวัติ :

- เขียนและเป็นบรรณาธิการแต่งตำรารัฐศาสตร์ 5 เล่ม อาทิ
การเมือง
-การบริหารราชการไทย :
รวมบทความของนักวิชาการชาวต่างประเทศ
(.. 2529),
และ วิเคราะห์การเมือง
(.. 2530) เป็นต้น

- เขียนและแปลบทความวิชาการประมาณ 20 เรื่อง อาทิ
"กระบวนทัศน_การศึกษารัฐประศาสนศาสตร์ ของ Vincent Ostrom," วารสารพัฒนบริหารศาสตร์ (ตุลาคม 2524) ;
"Policy Analysis Approach,"
ThaiJournal of Development Administration (January 1983) ;
และ
"กรณีศึกษาลักษณะผู้นำของWoodrow Wilson,
" รัฎฐาภิรักษ์ (มกราคม-มีนาคม 2544) เป็นต้น

- ประกาศเกียรติคุณนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ดีเด่น สาขาบริหารราชการ พ.. 2548

เครื่องราชอิสริยาภรณ_ :

- ประถมาภรณ์มงกุฏไทย ธันวาคม พ.. 2540

- ประถมาภรณช้างเผือก ธันวาคม พ.. 2543

- มหาวชิรมงกุฏ ธันวาคม พ.. 2546

- ORDE VAN ORANJE - NASSAU (ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด) มกราคม พ.. 2547
การอบรม
/ศึกษาดูงาน :
- Cert. of Advanced Study (Pol. Sc. & Pub. Ad. -Equivalent to Docteur de 3 Cycle in France) Northern Illinois University, U.S.A., ธันวาคม พ.. 2522

- หลักสูตรการบริหารงานบุคคล University of Essex, England, สิงหาคม พ.. 2524

- หลักสูตรการวิจัยสังคมศาสตร์ University of Essex, England, กรกฎาคม พ.. 2526

- หลักสูตรนักปกครองระดับสูง (นปส. รุ่นที่ 31) กรกฎาคม พ.. 2537

- หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ. รุ่นที่ 43) กันยายน พ.. 2543-2544

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-10-06 14:14:48


ความเห็นที่ 40 (1444032)

 จากกระแสข่าว นายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงมหาดไทย จ่อถูกเด้งพ้นคลองหลอด ก็มีรายงานตามมาติดๆว่า แกนนำพรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอชื่อ นายพระนาย สุวรรณรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ด้านบริหาร และมีอาวุโสสูงสุด ขึ้นนั่งแทนนายวิเชียร ซึ่งเป็นสายตรงของนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย นอกจากนี้ ยังมีข่าวด้วยว่า รมว.มหาดไทย เตรียมที่จะเสนอขอความเห็นจากที่ประชุม ครม. ในวันที่ 6 ก.ย.นี้ จากนั้นก็จะเร่งพิจารณาปรับโยกย้ายข้าราชการระดับสูง มท.ที่มีตำแหน่งเกษียณอายุข้าราชการอีกกว่า 40 ตำแหน่ง

นายพระนาย เกิดเมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2494 เป็นบุตรของนายพ่วง สุวรรณรัฐ อดีตปลัดกระทรวง และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ท่านผู้หญิงประสารสุวรรณ สุวรรณรัฐ เป็นน้องชายของนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี พื้นเพเป็นคนจังหวัดกรุงเทพฯ ตามบิดาซึ่งเป็นข้าหลวงไปปราบโจรสลัดทะเลสาบ เดินทางไปเติบโตที่จังหวัดสงขลา ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2495 หลังจากนั้นจึงได้ย้ายมาศึกษาที่กรุงเทพฯ อีกครั้งในปี 2500

สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโทบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยอินเดียน่า สหรัฐฯ เริ่มรับราชการเป็นหัวหน้าฝ่ายปกครองและพัฒนา อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี

จากนั้นเป็นปลัดอำเภอละงู จังหวัดสตูล นายอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ก่อนจะมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2547 ต่อมาเมื่อวันที่ 31 ตุ.ค.2549 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ไปนั่งเก้าอี้ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผอ.ศอ.บต.) ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และ ผอ.ศอ.บต.

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-09-05 11:44:09


ความเห็นที่ 39 (1435964)

 

 

นายสามารถ ลอยฟ้าผู้ว่าราชการจังหวัดตาก

นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก : พันเรื่องถิ่นแผ่นดินไทยโดยศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ และคณะ

 

 

          นับเป็นโชคดีของชาวจังหวัดตากที่ได้ผู้ว่าราชการ ที่มีจิตวิญญาณของการเป็นนักพัฒนา อย่าง "ผู้ว่าฯ สามารถ ลอยฟ้า" ทั้งนี้ เพราะในเบื้องแรกของการเริ่มต้นชีวิตข้าราชการ เมื่อจบการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงแล้ว ผู้ว่าฯ สมารถได้ไปเป็นเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ที่ อ.บ้านตาก เป็นแห่งแรก เมื่อปี พ.ศ.2521 และได้มีความเจริญก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงานเป็นลำดับ และได้เป็นปลัดอำเภอฝ่ายปกครอง ที่ อ.สามเงา จ.ตาก ในปี พ.ศ.2534 

รวมระยะเวลาที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดตากเป็นเวลาถึง 14 ปี ขณะที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆ  ของจังหวัดตากนั้น ได้ปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ อย่างเต็มกำลังความสามารถ ได้พบปะพูดจา บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชนในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะทุรกันดารเพียงใด ที่ใดที่ยังไม่เคยมีข้าราชการผู้ใดไปถึง "ผู้ว่าฯ สามารถ"
ก็จะพยายามไปในทุกๆ ที่ ตลอดจนเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องวัฒนธรรมชนเผ่า ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดตากได้เป็นอย่างดี

           ต่อมาวันที่ 22 เมษายน พ.ศ.2535 "ผู้ว่าฯ สามารถ" ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งจาก "ปลัดอำเภอ" เป็น "นายอำเภอ" เป็นครั้งแรก ที่อำเภอซึ่งตั้งขึ้นใหม่ แยกมาจากอำเภอแจ้ห่มคือ อำเภอเมืองปาน จ.ลำปาง อยู่ห่างจากตัวจังหวัด ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นระยะทางราว 70 กิโลเมตร เป็นอำเภอซึ่งเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ซึ่งต่อมาภายหลังได้รับการคัดเลือกจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ที่มีความสวยงามเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย

           ขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็น "นายอำเภอ" อยู่ที่ อำเภอเมืองปาน ซึ่งเป็นอำเภอแห่งใหม่ "ผู้ว่าฯ สามารถ" ได้รณรงค์ให้ประชาชนดำเนินชีวิตแบบพอเพียง ตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และในด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวนั้น ได้เป็นผู้คิดคำขวัญที่ว่า “อำเภอเมืองปาน แหล่งต้นน้ำลำธาร อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน บ่อน้ำร้อนลือนาม สามต้นสักใหญ่ ไหว้พระธาตุดอยซาง” ซึ่งเป็นคำขวัญที่อำเภอเมืองปานใช้อยู่ในทุกวันนี้
ด้วยความเป็นผู้ที่มีความสามารถสมชื่อ ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งนายอำเภอในหลายพื้นที่ โดยได้รับรางวัล "นายอำเภอแหวนเพชร" ถึง 2 ครั้งด้วยกัน

           หลังจากนั้นได้ไปดำรงตำแหน่ง "ปลัดจังหวัด" และ "รองผู้ว่าราชการจังหวัด" ตามลำดับ ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่ง "ผู้ว่าราชการจังหวัด" เป็นครั้งแรกที่จังหวัดตาก นับแต่ปี พ.ศ.2552 จนถึงปัจจุบัน "ผู้ว่าฯ สามารถ" ชื่นชอบบทกลอนบทหนึ่งของ "ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์" ที่ว่า “ถึงปูนดาวคู่ฟ้าเดือนปีใดก็ดี สักวันหนึ่งจักเป็นผีพุ่งไต้ อย่าดูถูกปฐพีที่เหยียบย่ำใดเลยนา ลางแห่งซ่อนเพชรไว้ ค่าล้ำเมื่อภายหลัง” บัดนี้เพชรเม็ดนั้น ได้ประดับเป็นหัวแหวนอยู่ที่จังหวัดตากแล้วละครับ

           พรุ่งนี้ไปเที่ยว “วัดบุญวาทย์วรวิหาร” ที่ลำปางครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-07-27 13:18:29


ความเห็นที่ 38 (1421430)

นิพนธ์ นราพิทักษ์กุล

นิพนธ์ นราพิทักษ์กุล  เพศ ชาย  วันที่เกิด 12 สิงหาคม 2494 อายุ 60

นิพนธ์ นราพิทักษ์กุล

รอดตายราวปาฏิหาริย์ หลังรถยนต์ที่นั่งมาถูกระเบิดจากรถจักรยานยนต์บอมบ์ ที่กลุ่มผู้ไม่หวังดีนำมาจอดทิ้งไว้ ก่อนจุดชนวน ระหว่างมาราชการที่อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี สภาพรถเสียหายพอประมาณ แต่ยังโชคดีที่คนในรถ ปลอดภัย

ชื่อ-สกุล : นาย นิพนธ์ นราพิทักษ์กุล  วันที่เกิด : 12 สิงหาคม 2494

ประวัติครอบครัว :  - ภรรยาชื่อ นางมารีแย นราพิทักษ์กุล

การศึกษา และดูงาน :

ปี 2552 หลักสูตรการพัฒนาสมรรถนะรองผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ

ปี 2538 นักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 38 (นปส.32)

ปี 2534 นายอำเภอ รุ่นที่ 35 (นอ.31)

ปี 2542 ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต (พัฒนาสังคม) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

- รัฐศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ตำแหน่งปัจจุบัน :

1 ตุลาคม 2553 ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี

การทำงาน และตำแหน่งหน้าที่ :

2538 ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้ากิ่งอำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส

5 ธันวาคม 2539 นายอำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส

10 พฤศจิกายน 2540 นายอำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี

22 พฤศจิกายน 2542 นายอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี

16 ธันวาคม 2545 นายอำเภอเมืองปัตตานี

1 พฤศจิกายน 2547 ปลัดจังหวัดนราธิวาส

4 ธันวาคม 2549 รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส

1 ตุลาคม 2553 ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-04-27 07:35:35


ความเห็นที่ 37 (1411970)

ธีระ มินทราศักดิ์ แบกรับทุกข์นครฯ

ข่าวทะลุคน



ธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยตัวเลขชาวนครฯที่เดือดร้อนสูงถึงกว่า 9 แสนคน

เสียชีวิตอีกเกิน 20 ราย และทรัพย์สินสูญสิ้นมหาศาล

ผลจากอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดทั้ง 23 อำเภอ จมไม่มียกเว้น

เหตุจากฝนตกหนักติดต่อกันมานับสัปดาห์

เกิดอุทกภัย วาตภัย และดินถล่มในหลายพื้นที่

ล้วนขั้นวิกฤต

สาธารณูปโภคล่มจม ถนนหนทางถูกตัดขาด หลายหมู่บ้านถูกตัดขาด ได้รับความช่วยเหลือล่าช้า เพราะระดับน้ำท่วมสูง

พื้นที่เกษตรกรรมจมมิด เสียหายเกินตีค่าเป็นเงิน

สรุปมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 1,500 ล้าน



ชาวปัตตานี เกิด 3 ต.ค.2494 ปริญญาตรีรัฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลักสูตรนายอำเภอ นักปกครองระดับสูง และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร

เส้นทางนักปกครองเริ่มปี 2519 เป็นปลัดอำเภอ อ.เมืองปัตตานี ตามด้วยอีกหลายอำเภอในพื้นที่ปัตตานี

พ.ศ.2537 เป็นนายอำเภอ อ.ไม้แก่น ปัตตานี และอ.มายอ

เป็นผอ.กองประสานงานความมั่นคง ศอ.บต. อ.เมือง จ.ยะลา ก่อนกลับเป็นนายอำเภอ อ.ระแงะ นราธิวาส และอ.เบตง ยะลา จากนั้นเป็นปลัดจังหวัดปัตตานี

เป็นรองผู้ว่าฯนราธิวาส และรองผู้ว่าฯปัตตานี

13 พ.ย.2549 ขึ้นเป็นผู้ว่าฯยะลา กระทั่ง 1 ต.ค.2552 เป็นผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช



อุทกภัยพาทั้งนครศรีธรรมราชอยู่ในสถานการณ์คับขัน

แบกรับภาระกอบกู้-ฟื้นฟู

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-04-07 06:36:52


ความเห็นที่ 36 (1411843)

ธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล กู้สุราษฎร์ฯจมบาดาล

คอลัมน์ ข่าวทะลุคน



เจอวิกฤตฝนตกหนัก ส่งผลให้น้ำท่วมในทุกอำเภอกว่า 1,000 หมู่บ้าน มาตั้งแต่ 25 มี.ค.

ธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล พ่อเมืองสุราษฎร์ธานี เจองานหนัก

ทั้ง 19 อำเภอจมบาดาล โดยเฉพาะ อ.พุนพิน และอ.เมือง ที่น้ำท่วมสูงเป็นประวัติการณ์

เป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี

ต้องเร่งช่วยเหลือชาวบ้าน อพยพหนีน้ำ

ส่งทีมไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยวตามเกาะต่างๆ

เน้นความปลอดภัยด้านชีวิตและทรัพย์สิน

ชาวนครศรีธรรมราช เกิดวันที่ 9 เมษายน 2497

สมรสกับนางอรทัย เอี่ยมตระกูล

ปริญญาตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐ ศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง และรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (นิด้า)

ผ่านอบอรมหลักสูตรนายอำเภอรุ่นที่ 34 และหลักสูตรนักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 37

เติบโตในพื้นที่ภาคใต้เป็นหลัก ปี 2538 นายอำเภอป่า พยอม จ.พัทลุง, นายอำเภอพนม และนายอำเภอพุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี, นายอำเภอสวี จ.ชุมพร และนายอำเภอเกาะสมุย ในปี 2547

จากนั้นเป็นปลัดจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ขยับขึ้นเป็นรองผู้ว่าฯสุราษฎร์ธานี ในปี 2550 ปีถัดมาเป็นรองผู้ว่าฯพังงา และ รองผู้ว่าฯภูเก็ต ในปี 2552

1 ตุลาคม 2553 ผู้ว่าฯสุราษฎร์ธานี

เชื่อภายในสัปดาห์นี้สถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย หากฝนไม่ตกลงมาอีก

แต่ถึงแม้ฝนจะหยุดตกก็ไม่ได้หมาย ความว่าจะปลอดภัย เพราะยังมีปัญหาดินถล่ม

ถ้ามีการเตือนภัย วอนขอให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วย

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-04-06 08:14:39


ความเห็นที่ 35 (1407802)

เสนีย์ จิตตเกษม

เสนีย์ จิตตเกษม  เพศ ชาย  วันที่เกิด  อายุ

โชว์ลีลาตำส้มตำสนั่นเมือง "เสนีย์ จิตตเกษม" ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ยังแรงดี ออกลีลาโยกย้ายโชว์พลังตำระเบิด จนโต๊ะพัง ครกกระเด็นกระดอนตกลงพื้น สร้างความฮือฮากับผู้เข้าร่วมงาน แรงดีไม่มีตกจริงๆพ่อเมืองน่านคนนี้...

ชื่อ-สกุล : นาย เสนีย์ จิตตเกษม  ชื่อคู่สมรส : ช่อผกา มีธิดาชื่อ : น.ส.สู่ขวัญ จิตตเกษม
การศึกษา และดูงาน :

- ประถมศึกษาจากโรงเรียนวัดเชิดสำราญ (บ้านเชิดวิทยาคาร)

- โรงเรียนพนัส (พนัสศึกษาลัย)

- มัธยมศึกษาจากโรงเรียนพนัสนิคม (พนัสพิทยาคาร)

- โรงเรียนชลราษฏร์อำรุง

- ปริญญาตรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

- ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา)

- โรงเรียนนายอำเภอ รุ่นที่ 28

- โรงเรียนนักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 31

ตำแหน่งปัจจุบัน : 1 ตุลาคม 2553 ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน
การทำงาน และตำแหน่งหน้าที่ :

- 1 ตุลาคม 2531 หัวหน้าฝ่ายปกครองและพัฒนาอำเภอปากชม จังหวัดเลย

- 1 พฤศจิกายน 2532 นายอำเภอตาลสุม จังหวัดอุบลราชธานี

- 3 ธันวาคม 2533 นายอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

- 17 มกราคม 2537 นายอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่

- 17 ตุลาคม 2537 นายอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

- 2541 ผู้อำนวยการส่วนกิจการมวลชน สำนักประสานงานมวลชน

- 8 พฤศจิกายน 2542 ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานมวลชน

- 1 ตุลาคม 2544 รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์

- 4 ธันวาคม 2549 รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี

- 1 ตุลาคม 2550 ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ

- 8 มิถุนายน 2552 ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี

- 1 ตุลาคม 2553 ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

เครื่องราช :

- ปี 2521 รางวัลปลัดอำเภอผู้มีผลงานดีเด่น กองทัพภาคที่ 2 ส่วนหน้า จังหวัดสกลนคร

- ปี 2522 รางวัลข้าราชการขวัญใจประชาชน จ.อุดรธานี

- ปี 2526 รางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น พ.ศ.2526 สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)

- ปี 2550 รางวัลกระบวนงานรณรงค์วิถีชีวิตแบบประชาธิปไตยเพื่อสนับสนุนการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2550 ดีเด่นอันดับ 1 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

- ปี 2551 รางวัลผู้ว่าราชการจังหวัดที่สนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการบริหาร งานจังหวัดแบบบูรณาการหรือรางวัลสำเภาทอง ประจำปี 2551

- รางวัล คนดีศรีสะเกษ จากสำนักคณะสงฆ์ จ.ศรีสะเกษ

เครื่องราชอิสริยาภาณ์ชั้นสายสะพาย :

- ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.)

- ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.)

- มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-02-23 16:43:07


ความเห็นที่ 34 (1406920)

สมศักดิ์ สุวรรณสุจริต

สมศักดิ์ สุวรรณสุจริต เพศ ชาย  วันที่เกิด อายุ

สมศักดิ์ สุวรรณสุจริต
 

ไม่รู้จักเหน็ดไม่รู้จักเหนื่อย!!ต้องยกให้พ่อเมืองศรีสะเกษ"สม ศักดิ์ สุวรรณสุจริต"ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านอพยพหนีภัยสงคราม เกาะติดอยู่ในพื้นที่ตลอดเวลา ล่าสุดเกิดเสียงปืนดังขึ้นกลางดึกคืนวันที่ 12 ก.พ.พ่อเมืองน้ำดีท่านนี้อาสาจะเข้าไปนอนกับชาวบ้านในพื้นที่ สร้างความเชื่อมั่น หลังตรวจสอบแล้วสถานการณ์ไทย-กัมพู า ยังไม่มีอะไรน่าห่วง...

ประวัติบุคคลสำคัญ

ชื่อ - นามสกุล : นาย สมศักดิ์ สุวรรณสุจริต

การศึกษา และดูงาน :
- ศศ.บ. รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- พบ.ม. รัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
- ร.ม.การปกครอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ปริญญาบัตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 48 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
- หลักสูตรนายอำเภอ รุ่นที่ 30 วิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง
- หลักสูตรนักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 32 วิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง
- ประกาศนียบัตรชั้นสูงการบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน รุ่นที่ 2 สถาบันพระปกเกล้า
- หลักสูตรการบริหารและการพัฒนานักบริหาร (Graduate Research Institute of Studies, Japan)
- หลักสูตร Introduction to the U.S. Political System ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา

ตำแหน่งปัจจุบัน

1 ตุลาคม 2553 ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ

การทำงาน และตำแหน่งหน้าที่
- 1 ตุลาคม 2528 หัวหน้าฝ่ายปกครองและพัฒนาอำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง
- 2 เมษายน 2533 ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายปกครองและพัฒนาอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
- 3 มิถุนายน 2533 ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายปกครองและพัฒนาอำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง
- 3 ธันวาคม 2533 ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายปกครองและพัฒนาอำเภอเมืองลำปาง
- 25 มีนาคม 2534 นายอำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น
- 12 ตุลาคม 2535 หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์และรายงานการเลือกตั้ง กองการเลือกตั้ง
- 8 พฤศจิกายน 2536 นายอำเภอลอง จังหวัดแพร่
- 1 พฤศจิกายน 2538 นายอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา
- 10 พฤศจิกายน 2540 นายอำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร
- 12 ตุลาคม 2541 ผู้อำนวยการกองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง
- 29 ตุลาคม 2544 ผู้อำนวยการสำนักบริหารการปกครองท้องที่
- 1 ตุลาคม 2546 รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา
- 13 ธันวาคม 2547 รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
- 4 ธันวาคม 2549 รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา
- 28 พฤศจิกายน 2551 ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน (พ้นตำแหน่ง)
- รองอธิบดีกรมการปกครอง
- 1 ตุลาคม 2552 ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู
- 1 ตุลาคม 2553 ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ

เครื่องราช

- รางวัลชนะเลิศ การประกวดบทความของกรมการปกครอง ประจําปี 2529 และ 2532
- รางวัลผู้มีผลงานทางวิชาการยอดเยี่ยม หลักสูตรนายอําเภอ รุ่นที่ 30
- ปี 2537 รางวัลคนดีมหาดไทย
- ปี 2537 รางวัลชนะเลิศ โครงการพัฒนาตําบลดีเด่น (ภาคเหนือ)
- ปี 2539 รางวัลชนะเลิศ การประกวดหมู่บ้าน อพป. (ชาวเขา) ปี 2539 กองทัพภาคที่ 3

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-02-13 07:53:41


ความเห็นที่ 33 (1405973)

วิเชียร ชวลิต ปลัดมหาดไทยไม่ใช่สิ่งที่คิดฝัน

นั่งเก้าอี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยแบบ "ส้มหล่น"

ชื่อของ วิเชียร ชวลิต ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีของเพื่อนร่วมงานในกรม และต่างจังหวัด ก็เริ่มเป็นที่สนใจของสาธารณะ

ปลัดมหาดไทยคนใหม่เปิดใจถึงประสบการณ์การทำงาน และชีวิตส่วนตัวกับ"ข่าวสด" ไว้ดังนี้

เป็นคนจังหวัดไหน

ผมเป็นคนบ้านแพ้ว สมุทรสาคร บ้านอยู่ริมคลองดำเนินสะดวก  วันเดือนปีเกิดของผมไม่ตรงตามทะเบียนเกิด 14 เม.ย.2498 แต่เกิดจริง 30 ธ.ค.2497 เมื่อก่อนการจดแจ้งใช้วิธีโบราณคือนับข้างขึ้น ข้างแรม ทางโรงเรียนเทียบปฏิทินร้อยปีคลาดเคลื่อน พอปรับแก้จากระบบจันทรคติมาเป็นสุริยคติจึงรู้ว่าไม่ตรง ตรงแต่วันเกิด คือวันพฤหัสฯ แม่ผมบอกว่าผมเกิดเดือนยี่ 1-2 วันจะปีใหม่ เทียบปฏิทินก็ตรงกับวันพฤหัสฯ ก่อนปีใหม่ 2 วันคือ วันที่ 30 ธ.ค.

เข้ากรุงเทพฯ เมื่อไหร่

ผมเด็กบ้านนอก เรียนโรงเรียนวัด เรียน ป.1-4 โรงเรียนเอกชน ป.5-ป.7 เรียนที่โรงเรียนวัดใหม่ราษฎร์นุกูล ไปต่อที่โรงเรียนวัดธรรมจริยาภิรมย์ โรงเรียนมัธยมฯ ประจำอำเภอ

จบม.ศ.3 สมัครเรียนที่เตรียมอุดมฯ แต่สอบไม่ได้ เลยตั้งใจไปเรียนอำนวยศิลป์ แต่พ่อไม่ชอบเขาว่าเด็กมันตีกัน เลยไปเรียนที่โรงเรียนดรุณาราชบุรี โรงเรียนประจำที่ราชบุรี ที่พี่ชายเรียนอยู่

จบม.ศ.5 เอ็นทรานซ์ติดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปีแรกเลือกเรียนเศรษฐศาสตร์ แต่เป็นยุค 14 ตุลา เรื่องมวลชน อุดมการณ์เป็นเรื่องสำคัญ รู้สึกว่าเรียนเศรษฐศาสตร์พวกทุนนิยม ปี 2 เลยเปลี่ยนไปเรียนรัฐศาสตร์

เริ่มงานที่ไหน

เริ่มงาน ที่บริษัทสหยูเนี่ยน อยู่บริษัทซิปวีนัส แถวลาดพร้าว ได้ 3 วัน สหยูเนี่ยนเทกโอเวอร์โรงงานไทยเกรียงทอผ้า ส่งผมไปทำงานบางปู สมุทรปราการ ทำได้ 3 เดือน ผมลาออกไปเรียนต่อ ปริญญาโท แล้วไปอยู่ขสมก.

ก่อนสอบ ติดปลัดอำเภอ ซึ่งฮือฮามาก เรียน ป.โท ยังไม่จบ จึงตั้งใจจะสอบดึงๆ ให้ได้ที่เยอะๆ จะได้บรรจุช้า แต่ผลสอบออกมาได้ที่ 1 ทั้งที่สอบ 3,000 คน เอาครึ่งตกครึ่ง จากธรรมดาสอบแค่ 200-300 ได้ 80-90 คน


8 ม.ค.22 บรรจุที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา อยู่ได้เกือบ 2 ปีย้ายมาประจำแผนกที่กรมการปกครอง ก่อนมาเป็น นอภ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว นอภ. คำชะอี จ.มุกดาหาร เป็นหัวหน้าฝ่ายในกรมแล้วย้ายไปเป็น นอภ. พนัสนิคม นอภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ย้ายกลับมาเป็น ผอ.ส่วน สำนักบริหารการปกครองท้องที่ เลื่อนเป็น ผอ.สำนักสอบสวนและนิติการ ก่อนออกไปเป็นรองผู้ว่าฯ บุรีรัมย์

เหตุที่ไปอยู่บุรีรัมย์

สมัย ปลัดฯ เสริมศักดิ์ (พงษ์พานิช) ตั้งผมไปอยู่สระแก้ว แต่ตำแหน่งซ้อนกัน พอดีคนที่ย้ายไปอยู่บุรีรัมย์ ภรรยาเขาผ่าตัดหัวใจเขาขอไม่ไป ผมเลยไปแบบบังเอิญ

อยู่ได้เกือบ 2 ปี ปลัดให้มาเรียนวปอ. กลับจากโรงเรียนปี 2549 เขาก็ปฏิวัติ มีย้ายรอบต.ค. ผมไม่โดนย้ายแต่ไม่รู้ใครไปบอกผมพวกเนวิน (ชิดชอบ) เอาไว้ไม่ได้ เม.ย. เลยจัดการย้ายไปอำนาจเจริญ

เป็นรองผู้ว่าฯ ปีครึ่ง ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ว่าฯ มีความสุขมาก ผู้คนน่ารัก ผมออกเยี่ยมเยียนและนอนค้างกับชาวบ้าน เดือนหนึ่งไปครั้งหนึ่ง ครบ 6 เดือนย้ายเป็นผู้ว่าฯ สุรินทร์ อยู่ได้ 1 ปี

จากผู้ว่าฯ สุรินทร์ ย้ายมาเป็นอธิบดีกรมพัฒนาชุมชนได้ 6 เดือน ก็ขึ้นเป็นปลัด

สมัยเป็นรองผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ สนิทกับเนวิน

ถ้าบอกไม่รู้จักก็ไม่ใช่คนปกติ และน่าเกลียดมากถ้าพูดแบบนั้น ผมรู้จัก สนิทไหม สนิท ต้องเรียนว่าข้าราชการมหาดไทย เป็นผู้ว่าฯ รองฯ ต้องรู้จักทุกคนที่อยู่ในจังหวัด โดยเฉพาะคนที่มีความสำคัญ และไม่รู้จักธรรมดาต้องรู้จักลึกซึ้ง ไม่อย่างนั้นจะทำงานได้อย่างไร

ส่วนรู้จักแล้วจะฟังคำสั่งไหม คนที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ วุฒิภาวะในการทำงานมีไหม มี ไม่อย่างนั้นเติบโตมาไม่ได้ เมื่อมีก็ต้องรู้จักคิดว่าอะไรดี ทำได้ หรือไม่ได้

ในสายตานายเนวินเป็นคนอย่างไร

ทำงานเก่ง ผู้ใหญ่แต่ละคนมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ท่านเนวินเชิงปฏิบัติการท่านเก่ง ไว วิเคราะห์เร็ว รู้จักใช้คน รู้จักอำนวยการ

ทุกวันนี้ยังติดต่อและเป็นเพื่อนกันอยู่

ท่าน เนวินมีบทบาทในพรรคภูมิใจไทย เมื่อภูมิใจไทยเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล รับผิดชอบมหาดไทย ก็ต้องทำงานประสานกัน หน้าที่ปลัดมหาดไทยคือเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีในสายงานข้าราชการประจำ ทำงานสนองนโยบายรัฐบาล ซึ่งเป็นหน้าที่ แต่ไม่ใช่ภูมิใจไทยวันนี้มาเป็น วันข้างหน้าพรรคอื่นมาเป็น ผมบอกผมไม่ทำก็ผิดหน้าที่

ตั้งเป้าหมายในอาชีพต้องเป็นปลัด

ไม่ คิดหรอก ข้าราชการอาจอยากเป็นปลัดก่อนเกษียณ แต่ผมไม่ได้คิด ครั้งหนึ่งผมเคยไปสวัสดีปีใหม่ท่านสุจริต (ปัจฉิม นันท์) ตอนนั้นท่านเป็นปลัด ผมเป็นรองผู้ว่าฯ ท่านบอกว่า "ขอให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ อย่างน้อยที่สุดให้เป็นอย่างพี่" ผมยังคิดว่าจะเป็นไปได้อย่างไร

เป้าหมายจริงๆ ผมคิดเอาไว้ว่าถ้าเป็นผู้ว่าฯ คงทำได้หลายอย่าง เพราะคนเป็น นอภ. ถือว่าเป็นผู้ว่าฯ ของอำเภอ ถ้าไซซ์งานใหญ่ขึ้น มีทีมงานมากมาย คงดูแลชาวบ้านได้ดี ช่วงชีวิตที่มีความสุขมากที่สุด คือช่วงเป็นนอภ. และผู้ว่าฯ เพราะได้ทำอะไรที่มีผลโดยตรงกับชาวบ้าน

ประสบการณ์ไม่รู้ลืม

ชีวิตผมไม่โลดโผน อาจเป็นเพราะว่าผมเป็นคนบ้านนอกเลยรับได้ทุกอย่าง รู้สึกว่าไม่หนักหนา เคยเกิดอุบัติเหตุครั้งหนึ่งตอนจะไปตรวจงานรถตกถนนที่จันทบุรี ลูกน้องผมที่นั่งด้านหน้าขาหัก คนขับตาฉีก ผมถลอกนิดหน่อย

สมัยเป็นปลัดอำเภอก็มุทะลุตามวัย ทะเลาะกันแล้วเขาเอาปืนจ่อหัว ที่สุดคุยกันรู้เรื่อง

สมัยอยู่วัฒนานครโจรเยอะ วันหนึ่งไปอรัญประเทศ ปกติเส้นทางนั้นจะปล้นกันเยอะ มีไม้หมอนมาขวางถนน ผมก็เอาปืนขึ้นมาทำท่าจะยิง โจรก็หนีไป บางทีเข้าป่านำ อส.ไปตรวจจับลักลอบตัดไม้ ก็เดินกันขวักไขว่ ไม่รู้ใครเป็นใคร ถ้าเขายิงมาก็ตาย

หลักการทำงาน

สะดวก รวดเร็ว เป็นธรรม สะดวก คือ เปิดโอกาสให้ทุกคนคุย เล่า แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ผมอยากให้ผู้ว่าฯ พูดกับลูกน้อง เปิดเผย ไม่ใช่ปล่อยให้เขาเดาใจ

เร็ว คือ ทำทันที ผมไม่ได้เก่งแต่จากประสบการณ์ทำช้า งานมาเยอะ ทำยังไม่เสร็จปัญหาใหม่มาอีกแล้ว บางเรื่องทำเร็วไม่ได้ก็ต้องจัดลำดับ

เป็น ธรรม ไม่มีใครไม่ชอบ แต่ไม่ได้แปลว่า 1+1 ได้ 2 ร้อยเปอร์เซ็นต์ ในโลกนี้ไม่มี แต่ 1+1 ให้ส่วนมากได้ 2 มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่ถ้า 1+1 ได้ 0 ตลอดไม่เป็นธรรม

ผลงานที่ภาคภูมิใจ

ข้าราชการมหาดไทยไม่ใช่นักคิดค้นแบบวิทยาศาสตร์ แต่วันข้างหน้ามีความจำเป็นต้องพูดว่าอะไรที่เป็นผลงานที่เราทำ บอกสังคมได้ แต่หน้าที่หลักคือ เมื่ออยู่ในตำแหน่งหน้าที่ต้องอำนวยการให้เกิดความเรียบร้อย สัมฤทธิผล ถือว่าสำเร็จไปขั้นหนึ่ง

แต่จะสู่ขั้นที่ 2 ต้องมีสิ่งประดิษฐ์เชิงบริหารใหม่ๆ ขึ้นมาเช่นที่ผมทำตอนเป็น นอภ.บางละมุง ทำให้แผนกนายทะเบียนเข้าระบบไอเอสโอ 9002 อำเภอแรกของประเทศไทย

วันนี้กำลังคิดสิ่งประดิษฐ์ที่ทำให้เกิดคำอธิบายว่านี่คือผลลัพธ์เชิงบริหาร ให้กับกระทรวง

เรื่องครอบครัว

ชีวิตผมไม่ค่อยมีเรื่องส่วนตัว อาชีพฝ่ายปกครองอยู่กับงาน ชาวบ้าน ผมแต่งงานสมัยเป็นปลัดอำเภอ เขาเป็นเพื่อนเรียนปริญญาตรีที่ธรรมศาสตร์
ภรรยาไม่ได้ตามผมไปด้วย เขาทำงานอยู่กรุงเทพฯ มีหน้าที่อยู่เฝ้าบ้าน ผมโชคดีไม่ต้องเช่าบ้าน ได้พ่อแม่ผมและพ่อแม่ภรรยาช่วยกันออกค่าที่ดิน ค่าบ้าน แล้วผมก็ผ่อนไม่เสียดอกเบี้ย ส่วนลูกดวงคงไม่มี เคยมีแล้วแท้ง แล้วก็ไม่มีอีก

คลายเครียดอย่าง ไร

เวลาทำงานก็เอาจริง แต่ไม่ค่อยกังวลซ้ำ คิดแล้วคิดอีกไม่เอา คิดแล้วทำ จบแล้วจบ

ผมเป็นคนร้องเพลงไม่เป็น ร้องไม่เพราะคร่อมจังหวะ พยายามหลายทีแต่ไม่ประสบความสำเร็จ แต่เป็นคนฟังเพลง ชอบเพลงป๊อปธรรมดา แต่ที่ชอบทำคือ งานซ่อมแซมจิปาถะ โต๊ะ เก้าอี้ ประตู หน้าต่าง ลูกบิด เสียผมซ่อมเองหมด ไฟดับ ก๊อกน้ำเสีย ผมทำเอง  ส่วนกีฬาก็มีเล่นกอล์ฟ แต่ตั้งแต่เป็นผู้ว่าฯ เล่นน้อยลง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-02-02 07:25:07


ความเห็นที่ 32 (1405082)

พ่อเมืองป้ายแดง หนุ่มสุด...ยุคเสืออิ่มสิงห์โอด

โดย...ทีมข่าวการเมือง

คําสั่งแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ 48 ตำแหน่ง ของกระทรวงมหาดไทย แม้จะผ่านความเห็นที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไปตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย. 553 แต่ผู้ว่าฯ หลายคนก็ต้องลุ้นตัวโก่ง ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเหมือนตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ กระทั่งวันที่ 24 ธ.ค. มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงมา

สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ผวจ.นครนายก ชื่อเล่น เก่ง เป็นผู้ว่าฯ อีกคนหนึ่งที่ได้รับการกล่าวขานถึงกันมากหลังจากมีคำสั่งออกมา เนื่องจากเป็นข้าราชการหนุ่มแห่งคลองหลอด ที่ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงสุดของจังหวัดด้วยวัยเพียง 47 ปี หากดูข้าราชการรุ่นราวคราวเดียวกันถือว่าเป็นผู้ว่าฯ อายุน้อยที่สุดในบรรดาผู้ว่าฯ ด้วยกันในยุค “เสืออิ่ม สิงห์อด” ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย

 

มีโอกาสได้ไปพูดคุยจึงสอบถามอย่างตรงไปตรงมาว่า ข้าราชการเขานินทากัน ได้มาเพราะกำลังภายในดี ผู้ว่าฯ เก่ง ตอบทันทีว่า นิสัยคนไทยต่อหน้าคงไม่วิจารณ์มากนัก แต่ลับหลังคงเป็นอีกเรื่อง แต่จุดหักเหของการรับราชการคงเป็นตอนที่ได้เข้าทำหน้าที่หัวหน้าสำนักงาน รัฐมนตรีในสมัย พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา เป็น รมว.มหาดไทย เพราะเป็นการร่นเวลาราชการไปเยอะมาก เพราะตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งวิชาการแต่เท่าเทียบกรม และพูดอย่างไม่อายที่จะบอกว่า การได้มานั่งตรงนี้เป็นเรื่องของดวงด้วย ชีวิตตรงนี้ถือว่าดวงกำหนด

ก่อนจะย้อนเล่าไปว่า จุดเริ่มต้นมาจากตอนที่เป็นปลัดอาวุโสอยู่ที่ จ.ราชบุรี ประมาณปี 2547-2548 สมัย โภคิน พลกุล เป็น รมว.มหาดไทย ก็ได้รับการชักชวนจาก ชานนท์ สุวสิน (คนสนิท พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) ซึ่งเป็นคน จ.ลำปาง ตัวเองก็เคยเป็นปลัดอำเภออยู่ที่นั่น แต่ยังไม่รู้จักกัน เมื่อ “ชานนท์” มองหาคณะทำงานไปช่วยงานหน้าห้องรัฐมนตรี ก็ติดต่อให้นายอำเภอใน จ.ลำปาง คนหนึ่งไปช่วยงาน แต่นายอำเภอปฏิเสธ

เมื่อมีการติดต่อมาใจจริงก็ไม่อยากไป เพราะไม่อยากอยู่กับนักการเมือง แต่ท่านก็บอกให้โอกาสคิดอีกครั้งและขอคำตอบตอนเย็น วันนั้นจำได้ขณะเดินเล่นอยู่ มีผู้ใหญ่คนหนึ่งมีความรู้ทางโหราศาสตร์ คือ อ.สุธน ศรีหิรัญ โทรศัพท์มาบอกว่า “สุทธิพงษ์ คุณจะโชคดีครั้งใหญ่ เพราะดวงจะได้เปลี่ยนตำแหน่ง เปลี่ยนที่ทำงาน เลื่อนขั้นได้สายสะพาย” พร้อมกับอธิบายตามหลักโหราศาสตร์

ก็คิดในใจว่า “จะเป็นไปได้ไง เพราะเพิ่งซี 7 เอง ได้สายสะพายไม่รู้ว่าจะต้องมีธงชาติคลุมด้วยหรือเปล่า” ผู้ว่าฯ เก่ง เล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดี แต่ก็งงเหมือนกันว่ามันสอดคล้องกับเรื่องที่มีผู้ใหญ่ชวนไปทำงานได้ยังไง พอบอก อ.สุธน ท่านก็บอกให้รีบตกลงรับไปเลย โดยส่วนตัวแม้ไม่เชื่อเรื่องนี้มากนัก แต่คิดว่าไม่มีอะไรเสียหายจึงตกลง ทำงานเป็นคณะทำงานของคุณชานนท์ และได้รับความเมตตา ทำให้มีโอกาสเจริญก้าวหน้า

ประกอบกับเป็นช่วงที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ปรับเปลี่ยนระบบซีใหม่ถึง 2 ครั้ง ทำให้ที่ทำงานอยู่รื่นไหล จากตำแหน่งระดับ 8 วิชาการ (ว.) อยู่ได้ 1 ปี ได้ตำแหน่งระดับ 9 เชี่ยวชาญ (ชช.) จากนั้นมีการเปลี่ยนตำแหน่งจากระดับ 9 ชช. เป็นระดับ 9 บริหาร เป็นเรื่องจังหวะและดวงมากๆ เพราะเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีสมัย พล.อ.อ.คงศักดิ์ เป็น รมว.มหาดไทย สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี

เมื่อมีการปฏิวัติ อารีย์ วงศ์อารยะ เข้ามาเป็น รมว.มหาดไทย ท่านก็ให้อยู่ในตำแหน่งต่อไป ทำให้ได้นั่งตำแหน่งนี้มาทุกรัฐบาล ตั้งแต่สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ จนถึงรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพราะเป็นฝ่ายประจำที่ต้องทำงานด้านธุรการให้รัฐมนตรี คือ อยู่ได้ทั้งรัฐบาลปฏิวัติและรัฐบาลเลือกตั้ง

พอถามคิดว่าเพื่อนๆ จะอิจฉาหรือไม่ ผู้ว่าฯ เก่งเชื่อ คงไม่อิจฉา แต่น่าจะยินดีกับเรามากกว่า แต่ไม่ใช่ว่าเราจะได้ดีที่สุดในรุ่น 36 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เพราะมีเพื่อนบางคนได้เป็นอธิบดีมา 2 กรมแล้ว คือ จตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ แต่ในสายของนักปกครองถือว่าตนเองอายุน้อยที่สุด แต่ก็ไม่ใช่ว่าในอดีตไม่มีผู้ว่าฯ อายุน้อยมาก่อน เพราะเคยมีผู้ว่าฯ ที่อายุน้อยกว่านี้อีกมาก เช่น อารีย์ วงศ์อารยะ อนันต์ อนันตกูล และ อนุชา โมกขะเวส ที่เป็นผู้ว่าฯ ตั้งแต่อายุ 30 กว่าหรือ 40 ต้นๆ

อย่างไรก็ตาม เขาสรุปทิ้งท้าย แม้จะบอกว่าที่ได้ดีมาทั้งหมดนี้เป็นเพราะดวงกำหนด แต่ก็ไม่ได้เชื่อดวงมากนัก จะเอาดวงไว้เป็นแนวทางเท่านั้น เพราะสุดท้ายแล้วขอเชื่อพระพุทธเจ้าดีกว่า

สำหรับเป้าหมายในการทำงาน เขาบอกจะทุ่มเททำงานให้เต็มที่ เพราะยังเหลืออายุราชการอีกหลายปี ส่วนตำแหน่งปลัดกระทรวงไม่แน่ แล้วแต่บุญแต่กรรม เพราะเอาเข้าจริงยังไม่รู้ว่าจะเป็นผู้ว่าฯ ถึงเมื่อไหร่ ถ้าเบื่อๆ ก็มีจุดอิ่มตัวอาจลาออกไปทำนาก็ได้ ดังนั้นเราโชคดีได้เป็นเจ้าเมืองแล้ว ต้องช่วยชาวบ้านให้มากที่สุด ทำงานให้ดี ทำงานให้ชาวบ้านรักและศรัทธา จะได้เป็นกำไรชีวิต

“ผมเป็นผู้ว่าฯ ติดดิน เป็นลูกทุ่ง หากใครอยากวัดเรตติ้ง ผมก็กล้าท้า ถ้ามีคนนครนายกยี้ผมเกิน 20% ก็คิดว่าลาออกดีกว่า ไปทำไร่ทำสวนดีกว่า” ผู้ว่าฯ เก่ง กล่าวอย่างเชื่อมั่น !!! 

*********************

พ่อเมืองเป็นยาก แต่เป็นพ่อเมืองที่ดียากยิ่งกว่า

สุทธิพงษ์ จุลเจริญ มองว่า การได้เป็นเจ้าเมืองเหมือนชีวิตประสบความสำเร็จในการรับราชการ แต่ไม่ใช่เพราะการเป็นเจ้าเมืองที่ดีเป็นยากยิ่งกว่า เป็นแล้วจะสามารถทำประโยชน์ให้กับชาวบ้านได้อย่างไรบ้าง  โดยเฉพาะในตอนนี้ที่ระบบข้าราชการเหมือนมีกรรมเก่า ทั้งที่เป็นระบบที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม แต่คนในระดับนโยบาย กลับให้ความสำคัญน้อยลง  ยอมรับว่าการทำงานคงไม่ง่าย  แต่ได้ทำใจมาแล้วว่า ระบบราชการมีกรรมเก่า ระบบราชการไม่ได้ถูกทำให้เป็นระบบที่ช่วยชาวบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

 

ทั้งที่เป็นระบบที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม แต่อาจจะเป็นกรรมเก่าที่คนระดับนโยบาย ให้ความสำคัญน้อยลง  อาจจะเป็นเพราะเขามองว่าบ้านเมืองเจริญแล้ว ทุนต่างๆ เข้ามาเยอะ จนพวกเราอาจจะดูเชยล้าสมัยไปแล้ว  ทำให้ไม่ได้รับการสนับสนุนในเรื่องบุคคลากร งบประมาณ  สายเลือดใหม่เข้ามายาก เพราะคนเก่าไล่ออกยาก ระบบราชการจึงเป็นองค์ที่บิ๊กเนมชื่อใหญ่โตมาก แต่กลับรับใช้ประชาชนได้น้อย เป็นเรื่องน่าเสียดาย  ถ้าตนมีอำนาจอยากจะแก้ไขตรงนี้ อย่างไรก็ตาม อุปสรรคตรงนี้ก็ไม่ได้เป็นปัญหาทำให้ผู้ว่าฯหนุ่มผู้นี้ท้อแท้แต่อย่างใด  แต่กลับทำงานด้วยความสุขและเต็มใจทำหน้าที่ดีให้ดีที่สุด

ผู้ว่าฯเก่งขยายความเรื่องแรงบันดาลใจ และกำลังใจให้ทำงานเต็มความสามารถ เพราะเขาเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงต้องทำดีเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีให้ถึงที่สุด  โดย จ.นครนายก ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากโครงการต่างๆ ของพระบรมวงศ์
ศานุวงษ์จำนวนมาก โดยเฉพาะของในหลวง และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานโครงการพระราชดำริให้กับ จ.นครนายก เป็นจำนวนมาก ทำให้เราท้อไม่ได้โครงการไหนไม่มีงบประมาณ ก็ต้องพยายายามเดินหน้าทำให้ได้ 

“คนที่เป็นผู้ว่าฯ ถือโชคดีมาก เพราะสามารถทำในสิ่งที่อยากทำได้เพราะจังหวัดเป็นศูนย์รวมของทุกหน่วยงาน โดยส่วนตัวจะพยายามสร้างความสมดุลระหว่างงานเชิงนโยบายที่ได้รับมอบหมาย และงานการพัฒนาที่เราริเริ่มเอง  โดยถือคติในการทำงานว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ดีไม่จีรัง เพราะหากปล่อยให้ทำชั่วได้ดีอย่างที่มีการพูดกัน สังคมคงเดินต่อไปไม่ได้  ดังนั้นต้องทำดีให้ถึงที่สุด” เขากล่าวด้วยแววตามุ่งมั่น

สำหรับวิสัยทัศน์ในการทำงาน โดยเฉพาะงานด้านการพัฒนา  ผู้ว่าฯเก่ง บอกว่า  ปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียมกันในสังคมเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด  ดังนั้นการจะให้ความสำคัญกับคนด้อยโอกาสที่ขาดแคลน ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และคนที่ยากจน โดยสองกลุ่มจะต้องได้รับการดูแลมากที่สุด แต่เราก็ไม่ได้ทิ้งคนรวย

ทั้งนี้รูปธรรมในการแก้ปัญหาและพัฒนาจังหวัด ผู้ว่าฯเก่งเล่าให้ฟังว่า มุ่งหวังที่จะให้เด็กนครนายกได้รับการศึกษาอย่างทั่วหน้า เพราะการศึกษาเป็นปัจจัยพื้นฐานในการพัฒนาชีวิตของทุกคน  และตอนนี้กำลังสำรวจเด็กแต่ละครัวเรือนว่า มีปัญหายากจนอย่างไร ถ้ายากจนมากจะจัดหาพ่อแม่อุปถัมภ์ประกบเพื่อให้เด็กเหล่านี้มีโอกาสทางการ ศึกษาให้ได้    

นอกจากนี้จะสร้างศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ บนพื้นที่ 250 ไร่ เพื่อให้เป็นที่ศึกษาของประชาชนและเป็นแหล่งท่องเที่ยว  รวมทั้งเรื่องการแก้ปัญหาการบุกรุกที่ดินสาธารณะของนายทุน เพื่อให้ที่ดินตกเป็นประโยชน์ของสาธารณะอย่างแท้จริง

*********************

ต้องหิ้วปิ่นโตไปวัดทุกวันพระ

ผู้ว่าฯ สุทธิพงษ์ จุลเจริญ คุยย้อนไปสมัยเด็กว่า ชีวิตก็เป็นเหมือนเด็กทั่วไปที่อยากเป็นหมอ อยากเป็นทหาร เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่มีอย่างหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนเลยคือ การชอบการเมืองตั้งแต่เด็กๆ ด้วยความที่เป็นคน จ.ตราด ก็เคยฟังการปราศรัยหาเสียงของ ร.อ.ต.ฉลาด วรฉัตร อยู่หลายปี ตั้งแต่ชั้นประถม จนกระทั่ง ร.อ.ต.ฉลาด ได้เป็น สส. มารู้ตัวว่าเราชอบการเมืองมาก ชอบอ่านหนังสือพิมพ์ตามร้านกาแฟแถวหมู่บ้าน เพราะที่บ้านไม่มีเงินซื้อ เป็นแค่ลูกชาวสวนชาวไร่ แม่ทำสวน ขายขนม จำได้ว่าช่วงที่อายุ 9-10 ขวบ สนใจการเมืองมาก ตรงกับช่วง 14 ต.ค. 2516 พอดี

 

เรียนจบชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนชุมชนแหลมงอบ (นิเทศก์อุปถัมภ์) ม.ต้น ที่โรงเรียนแหลมงอบวิทยาคม ม.ปลาย เรียนโรงเรียนตราดตระการคุณ การอยู่บ้านนอกทำให้ใกล้ชิดวนเวียนอยู่กับนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จนรู้สึกว่าอยากอยู่ฝ่ายปกครอง ประกอบกับเราชอบการเมืองเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อีกทั้งไม่ถนัดทางวิทย์-คณิต จึงตัดสินใจสอบคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ และมารู้ว่ามาถูกทางแล้ว เพราะในช่วงที่เรียนได้ทำกิจกรรมทางการเมืองมากมาย แต่ส่วนมากอยู่ฝ่ายข้อมูล ซึ่งถือว่าเป็นฝ่ายการเมืองขององค์การบริหารนิสิตจุฬาฯ มีเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง อ.ประภาส ปิ่นตบแต่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ และมนตรี ศรไพศาล โดยกิจกรรมในตอนนั้นไม่ได้เคลื่อนไหวในการเมืองระดับชาติ จะเน้นเรื่องการช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกไล่ที่จากพื้นที่ทหาร

สิ่งที่ทดสอบว่าเดินมาถูกทางแล้ว ผู้ว่าฯ เก่ง มองว่า ในสมัยช่วงที่เรียนอยู่ปี 4 จุฬาฯ เทอมปลาย บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์อาหาร เรียกไปสัมภาษณ์เพื่อให้ทำงาน แต่ขอสละสิทธิ์เพราะอยากเป็นข้าราชการมากกว่า สำหรับคนบ้านนอกแล้วถือว่าเป็นคำตอบที่ดีของชีวิตและวงศ์ตระกูล จึงสอบเข้าเป็นปลัดอำเภอได้เป็นข้าราชการฝ่ายปกครองสมใจ ตำแหน่งแรกที่ทำงานคือปลัดอำเภอวังเหนือ จ.ลำปาง ตอนนั้นคิดว่าได้เป็นนายอำเภอก็คงบุญหัวแล้ว แต่ก็อยากเป็นเจ้าเมืองเหมือนกัน

ความสำเร็จในตำแหน่งพ่อเมืองในวันนี้ นอกจากมีผู้ใหญ่เมตตาแล้ว อีกหนึ่งส่วนที่สำคัญในชีวิตผู้ว่าฯ นครนายก มองว่าเกิดจากการได้รับความช่วยเหลือสนับสนุนจาก “พระ” ที่คอยให้ความช่วยเหลือให้คำปรึกษาในเรื่องต่างๆ จนงานต่างๆ สามารถลุล่วงไปได้ จนทำให้ผู้ว่าฯ กลายเป็นคนติดวัดไปแล้ว ที่ทำงานก็อยู่ใกล้วัด แม้แต่พักกลางวันก็ต้องขอเข้าไปในวัดทุกวัน

เขาขยายความว่า โดยส่วนตัวเป็นคนที่ชอบเข้าวัดทำบุญมาก จะตามพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย เข้าวัดตั้งแต่เด็ก เมื่อมาทำงานตรงนี้จึงได้ทำโครงการ “หิ้วปิ่นโตผู้ว่าฯ เข้าวัด” เพื่อทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล โดยมอบเงินให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านเดือนละ 500 บาท เพื่อนำไปจัดปิ่นโตถวายพระวัดละเถา ในทุกวันพระใหญ่จำนวน 205 เถา โดยผู้ว่าฯ ก็จะถือปิ่นโตไปทำบุญและถือโอกาสพบปะกับชาวบ้านด้วย

สำหรับพระผู้ใหญ่ที่มักไปสนทนาธรรมและขอคำปรึกษา อาทิ สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร ที่เป็นคนตราดเหมือนกัน สมเด็จพระธีรญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส และพระธรรมวรเมธี หรือ “ท่านเจ้าคุณชิน” วัดราชบพิธฯ หลักธรรมคำสอนล้วนมีประโยชน์ในการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก เพราะพระไม่มีวาระซ่อนเร้น คุยแล้วสบายใจ ดังนั้นการเข้าวัดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว แต่ยังไม่ได้บวชเรียนเลย พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ (ยิ้ม)

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-01-24 17:00:49


ความเห็นที่ 31 (1400905)

ระพี ผ่องบุพกิจ

ระพี ผ่องบุพกิจ  เพศ ชาย  วันที่เกิด 18 มกราคม 2503  อายุ 50

งานเข้าเต็ม ๆ หลัง พบการซื้อเสียง ที่จ.นครราชสีมา ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งซ่อมอย่างเป็นทางการในวันนี้ (12 ธ.ค.) จนล่าสุด ถูก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ออกมาหมายหัวว่า หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลและ ตนได้ดูแลกระทรวงมหาดไทยจะย้ายท่านผู้ว่าฯ เป็นคนแรก โดยจะให้ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และให้ไปทำหน้าที่เป็นหน้าห้องของตน แหม! ขู่กันอย่างนี้ จะกลัวดีมั๊ยเนี่ย...

ชื่อ-สกุล : นาย ระพี ผ่องบุพกิจ   เพศ : ชาย  วันที่เกิด : 18 มกราคม 2503
ประวัติครอบครัว : พี่ชายชื่อ นายบุญสม ผ่องบุพกิจ

ตำแหน่งปัจจุบัน : 1 ตุลาคม 2553 ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา

การทำงาน และตำแหน่งหน้าที่ :
- 5 ธันวาคม 2539 นายอำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี
- 10 พฤศจิกายน 2540 นายอำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี
- 22 พฤศจิกายน 2542 นายอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี
- ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
- 1 ตุลาคม 2546 ผู้อำนวยการสถาบันดำรงราชานุภาพ
- 2 ตุลาคม 2547 รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี
- 4 ธันวาคม 2549 รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด
- 8 ตุลาคม 2550 รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี
- 8 มิถุนายน 2552 ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ
- 1 มิถุนายน 2553 ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์
- 1 ตุลาคม 2553   ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-12-12 07:43:50


ความเห็นที่ 30 (1397707)

ผู้ว่าฯกาญจน์'ณฐพลษ์' รับมือศึกนอกบ้าน

คอลัมน์ ข่าวทะลุคน

จังหวัดกาญจนบุรี โดย ณฐพลษ์ วิเชียรเพริศ ผู้ว่าราชการจังหวัด ประกาศพื้นที่อำเภอสังขละบุรี เป็นเขตภัยพิบัติสงครามแล้ว

โดยเฉพาะบ้านเจดีย์สามองค์ที่ห่างออกมาเพียง 1 กิโล เมตร สถานการณ์ตึงเครียดอย่างยิ่ง

หลังทหารรัฐบาลพม่าสู้รบกองกำลังกะเหรี่ยง เปิดสมรภูมิบริเวณแนวชายแดน ส่งผลอาวุธสงครามทั้งกระสุนและระเบิดจำนวนมาก ตกลงตรงฝั่งไทย  ทั้งผลักดันชาวบ้านฝั่งพม่าทะลักข้ามชายแดนมาลี้ภัย  ทั้งนี้ จังหวัดได้เตรียมสถานที่และเจ้าหน้าที่ รองรับสถานการณ์แล้ว

ระบุการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติชาย แดน เพื่อความคล่องตัวในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย และจัดระเบียบชายแดน เพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะมีลูกหลงเข้ามาในฝั่งไทยอีก

เกิด 25 พฤษภาคม 2496
ปริญญาตรีและมหาบัณฑิตรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์

ลูกหม้อมหาดไทย นับแต่เป็นนักการข่าว 3 สำนักงานจังหวัด (สนจ.) นครพนม เมื่อปี 2522  กระทั่งเป็นหัวหน้าสนจ.พิษณุโลก สนจ. สุรินทร์ สนจ.สมุทรปราการ และสน จ.นคร สวรรค์

เป็นผอ.กองสารนิเทศ และผอ.สำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด

2547 เป็นรองผู้ว่าฯ ครั้งแรกที่ยะลา ตามด้วยนราธิวาส ปัตตานี ขอนแก่น และร้อยเอ็ด  โยกย้ายล่าสุด 1 ตุลาคม 2553 ขึ้นเป็น ผู้ว่าฯ กาญจนบุรี

ในสถานการณ์รบพุ่งฝั่งเพื่อนบ้านที่ส่งผลกระทบโดยตรง พ่อเมืองเผย ได้ใช้ความสัมพันธ์ระดับพื้นที่เจรจากับทหารรัฐบาลพม่าและกองกำลังกะเหรี่ยง ร้องขอว่าเพื่อมิให้เกิดผลกระทบกับไทย

ให้ทั้งสองฝ่ายเลี่ยงการหันปากกระบอกปืนมาทางฝั่งไทย เพราะอาจเกิดความผิดพลาดทางพิกัด และที่ยึดเป็นหลักสำคัญ คือความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยตามหลักมนุษยธรรม

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-11-11 05:11:59


ความเห็นที่ 29 (1397417)

ธานี สามารถกิจ พิษคอมพ์-ไปบุรีรัมย์

คอลัมน์ ข่าวทะลุคน

มติครม.เมื่อวันอังคารที่ 2 พ.ย. เรียกเสียงฮือฮา เมื่อมีการโยกสลับสายตรงฝ่ายการเมืองของกลุ่มนายเนวิน ชิดชอบ

ย้าย นายธานี สามารถกิจ รองผู้ว่าฯชลบุรี ซึ่งรักษาการตำแหน่งผู้ว่าฯปทุมธานี สลับไปเป็นผู้ว่าฯบุรีรัมย์  แล้วให้ นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า รักษาการผู้ว่าฯบุรีรัมย์ โยกมาคุมเมืองปทุมธานี

แม้นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล มท.1 จะปฏิเสธว่าไม่ใช่การลงโทษนายธานี

เพราะทำงานมากว่า 1 เดือน มีผลงานเข้าตา ดูแลพื้นที่ได้ดี แค่อยากให้ นายพีระศักดิ์ ซึ่งอาวุโส ได้ดูงานที่มีความหลากหลายกว่า  ท่ามกลางข่าวสะพัด ชื่อนายธานี ถูกนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คัดค้านมาตั้งแต่ต้น
เหตุมีชื่ออยู่ในสำนวนคำร้องเรื่องทุจริตเช่าระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่า 3.49 พันล้าน

พื้นเพเป็นชาวหนองมน จ.ชลบุรี

จบรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นรุ่นพี่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ประธานคณะทำงานรมว.มหาดไทย

ปริญญาโท มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโท มหาวิทยาลัยบูรพา

เริ่มทำงานในตำแหน่งนักปกครอง หัวหน้ากิ่งพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐมและหัวหน้ากิ่งโคกสูง จังหวัดสระแก้ว

ปี 2541 เป็นนายอำเภอปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ

ย้ายมาเป็นผู้อำนวยการด้านงานบริหารบุคคลของสำนักการบริหารการศึกษาท้องถิ่น กรมการปกครองในปี 2543

ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน

ขี้นเป็นรองผู้ว่าฯยโสธร และรองผู้ว่าฯชลบุรี  เคยนั่งหน้าห้องนายศักดิ์สยาม ดูแลนโยบายสำคัญกระทรวง

ได้รับแต่งตั้งเป็นรักษาการผู้ว่าฯปทุมธานี เมื่อ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ก่อนถูกสลับกับรักษาการผู้ว่าฯบุรีรัมย์ คุมพื้นที่บุรีรัมย์ ด้วยสัมพันธ์แนบแน่นกับตระกูลชิดชอบ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-11-09 06:20:28


ความเห็นที่ 28 (1397320)


พีระศักดิ์ หินเมืองเก่า พ่อเมืองใหม่ปทุมธานี


ข่าวทะลุคน

จากบุรีรัมย์ พีระศักดิ์ หินเมืองเก่า มานั่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี หลังจากบุรีรัมย์ เจอน้ำท่วมวิกฤตที่สุดในรอบ 30 ปี ลุยแก้ยังไม่ทันเข้าที่ เจอใบสั่งเสียก่อน ให้สลับที่กับ ธานี สามารถกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี รักษาการผู้ว่าฯปทุมธานี ที่โดนโต้แย้งเรื่องคุณสมบัติหลายเรื่อง ไปเป็นผู้ว่าฯบุรีรัมย์แทน

แถลงมาจาก มท.1 โยกเพราะอยู่บุรีรัมย์มานาน ให้ได้ลงมาอยู่ปทุมธานีซึ่งเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายมากกว่า ทั้งอาวุโสเหมาะสม

ชาวเกษตรสมบูรณ์ ชัยภูมิ เกิด 27 มิถุนายน 2499  ศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปริญญาโทสถาบันเดิม อบรมนายอำเภอ รุ่นที่ 32 และนักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 34 ทั้งผ่านหลักสูตรจากญี่ปุ่น และหลักสูตรการเมืองการปกครองสำหรับนักบริหารระดับสูง สถาบันพระปกเกล้า

ระหว่าง 2522-2535 เป็นปลัดอำเภอชนบท ขอนแก่น แล้วไปสกลนคร นครปฐม ขอนแก่น น่าน ในตำแหน่งปลัดอำเภอ ผู้ช่วยจ่าจังหวัด ป้องกันจังหวัด และจ่าจังหวัด

ขึ้นเป็นนายอำเภอที่อ.ยางชุมน้อย จ.ศรีสะเกษ
พ.ศ.2539 เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนนายอำเภอ กรมการปกครอง

กลับภูมิภาคเป็นนายอำเภอสมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ นายอำเภอ ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี นายอำเภอบางเลน จ.นครปฐม

ต่อมาเป็นผู้อำนวยการส่วนบริหารงานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง
เป็นผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง ตามด้วยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านความมั่นคงภายใน

เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ รองผู้ว่าฯขอนแก่น และรองผู้ว่าฯหนองคาย  1 ตุลาคม 2552 เป็นผู้ว่าฯบุรีรัมย์  ครบปีแต่ไม่ครบวาระ จากที่วนเวียนอีสานได้ลงมาใกล้กรุง

ปทุมธานีที่มีปัญหาน้ำท่วมเช่นกัน รอพิสูจน์ฝีมือพ่อเมืองคนใหม่

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-11-08 06:43:24


ความเห็นที่ 27 (1397174)


วิญญู ทองสกุล สงขลาอ่วม-จมบาดาล


คอลัมน์ ข่าวทะลุคน

เพียงชั่วข้ามคืน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กลายเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาอุทกภัยถึงขั้นวิกฤต
เจอทั้งพายุดีเปรสชัน น้ำทะเลหนุนสูง และน้ำจากคลองอู่ตะเภา เทือกเขาคอหงส์ และจากอำเภอสะเดา ไหลเข้าสู่ใจกลางเมือง

ส่งผลให้อ.หาดใหญ่ จมน้ำ ถนนบางสายถูกตัดขาดไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้
ระบบน้ำประปา ระบบสาธารณูปโภค และระบบการสื่อสารเสียหายทั้งหมด
กระทบบ้านเรือนราษฎรกว่า 3 หมื่นหลัง เสียหายไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านบาท

วิญญู ทองสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา จึงต้องเร่งแก้ระดมเจ้าหน้าที่กู้เมือง เร่งระบายน้ำออกให้มากที่สุด พร้อมช่วยเหลือเหยื่อน้ำท่วม

ชาวสุราษฎร์ธานี

ปริญญาตรี ศศบ. (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปริญญาโท พบ.ม. (รัฐ ศาสตร์) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

หลัก สูตรนายอำเภอ รุ่นที่ 31 ปี 2534 นักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 32 ปี 2538 หัวหน้าฝ่ายอำนวยการอาสารักษาดินแดน ชุดที่ 14 ปี 2540 และวปอ. ชุดที่ 50 ปี 2550

เติบโตในพื้นที่ภาคใต้ อดีตนายอำเภอ รัตภูมิ จ.สงขลา นายอำเภอพุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี นายอำเภอ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และนายอำเภอเมืองสงขลา จ.สงขลา

ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง ปลัดจังหวัดระนอง ปลัดจังหวัดพังงา รองผู้ว่าฯ ยะลา รองผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี

ย้ายเข้ามานั่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย โยกรับตำแหน่งพ่อเมืองพัทลุง ได้ 6 เดือน  ใกล้ชิดกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะ นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ส.ส.สงขลา

จึงขยับมาดูแลฐานเสียงสำคัญ เป็นผู้ว่าฯ สงขลา เมื่อเดือนก.ย.2552 จนถึงปัจจุบัน  แม้จะเตรียมรับมือภัยพิบัติ แต่ยอมรับน้ำท่วมครั้งนี้มีปริมาณน้ำมากกว่าเหตุการณ์น้ำท่วมในปี 2543

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-11-06 06:53:50


ความเห็นที่ 26 (1395836)

จรินทร์ จักกะพาก ศึกหนัก-น้ำท่วมชัยภูมิ

ข่าวทะลุคน

นั่งทำงานในฐานะพ่อเมืองชัยภูมิ ได้ไม่ทันครบเดือน

จรินทร์ จักกะพาก ผู้ว่าฯชัยภูมิ ก็ต้องรับศึกหนัก

กลายเป็น 1 ใน จังหวัดได้แก่ ชัยภูมิ นครราชสีมา และลพบุรี ที่ประสบปัญหาอุทกภัยมากที่สุด

ท่วมหมดจังหวัดทั้ง 16 อำเภอ รวม 113 ตำบล

ยอมรับสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ ถือว่าหนักสุดในรอบ 12 ปี ซึ่งเคยเกิดน้ำท่วมหนักเมื่อปี 2542

ทั้ง จากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีน้ำป่าสะสมบนภูเขาจำนวนมาก ประกอบกับน้ำจากเขื่อนจุฬาภรณ์ระดับเก็บกัก 188 ล้านลบ.ม. รับน้ำไม่ไหว ระบายน้ำลงทางลำน้ำพรมวันละ 25 ล้าน ลบ.ม.

ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมไร่นาและบ้านเรือนประชาชน

เกิด 14 เม.ย.2502  รัฐศาสตรบัณฑิต (การปกครอง) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทพัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารและพัฒนาชุมชนชนบท) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

ฝึกอบรมหลักสูตรโรงเรียนปลัดอำเภอ รุ่นที่ 75 โรงเรียนนักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 38

MIS โครงการไทย - ออสเตรเลีย

อดีตผู้อำนวยการส่วนนโยบายและแผน สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

หัวหน้าสำนักงาน จังหวัดภูเก็ต หัวหน้าสำนักงาน จังหวัดอุบลราชธานี

ผู้อำนวยการกองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย

ขยับขึ้นเป็นผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง

จากนั้นเป็นรองผู้ว่าฯน่าน รองผู้ว่าฯสมุทรสงคราม และรองผู้ว่าฯสมุทรสาคร

รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

โยกมานั่งผู้ว่าฯครั้งแรกที่ชัยภูมิ เมื่อ 1 ต.ค.2553

ประเดิมด้วยงานหนัก สู้ภัยน้ำท่วม บรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้าน

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-10-26 07:20:13


ความเห็นที่ 25 (1395729)

วิเชียร ชวลิต นั่งเก้าอี้ปลัดมท.

ข่าวทะลุคน

วิเชียร ชวลิต ขยับจากอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนที่นั่งมาได้เพียง 5 เดือน ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย หลัง มงคล สุระสัจจะ เจอประกาศิต เนวิน ชิดชอบ สั่งถอย เหตุดีเอสไอชี้มูลประมูลคอมพ์ 3.5 พันล้าน ที่เซ็นชื่อไป มีทุจริต

อีกหนึ่งรุ่นพี่สิงห์แดงของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ประธานคณะทำงานรมว.มหาดไทย

ทั้งยังเคยเป็นคณะทำงานรมว.ด้วยกันสมัยพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เป็นมท.1

ส่วนที่เกี่ยวกับคนโตบุรีรัมย์ก็แนบแน่นยิ่ง นับแต่เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่ปี 2547  จากนั้นวนเวียนอีสานตลอด ก่อนได้เลื่อนเป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน  ประมูลคอมพ์ไม่โปร่งใสพ่นพิษ ทำเจ้า ของเก้าอี้กินแห้ว

ป๋าดันเลยหันมาดันคนกันเองอีกคน ผงาดแทน

เกิด 14 เมษายน 2498 รัฐศาสตรบัณทิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนิติศาสตร์ รามคำแหง ปริญญาโทรัฐศาสตร์ ธรรม ศาสตร์

อดีตนายอำเภอคำชะอี มุกดาหาร ก่อนเป็นหัวหน้าฝ่ายพัฒนาองค์การ กองราชการส่วนท้องถิ่น กรมการปกครอง

นายอำเภอพนัสนิคม และนายอำเภอบางละมุง ชลบุรี

เป็นผู้อำนวยการส่วนระบบการปกครองท้องที่ ตามด้วยผู้อำนวยการสำนักการสอบ สวนและนิติการ กรมการปกครอง

ขึ้นเป็นรองผู้ว่าฯ ที่บุรีรัมย์ ต่อมาเป็นรองผู้ว่าฯ อำนาจเจริญ

2551 เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ปีรุ่งขึ้นเป็นพ่อเมืองสุรินทร์

3 พฤษภาคม 2553 เป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน

ช่วงตั้งมงคลนั่งปลัด มติครม.โยกไปอยู่ที่อธิบดีกรมการปกครองแทน แต่ยังไม่ทันได้ทำงาน เจอโยกอีกรอบ

นัยว่าหมากหนนั้นรับศึกเลือกตั้งโดยเฉพาะ เพราะดูแลทั้งเม็ดเงินและกลไกมหาดไทยในท้องถิ่นทั้งหมด  แต่หนล่าสุด คุมทั้งกระทรวง สบายใจภูมิใจไทย

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-10-25 06:59:14


ความเห็นที่ 24 (1394772)

มงคล สุระสัจจะ

มงคล สุระสัจจะ  เพศ ชาย  วันที่เกิด 9 สิงหาคม 2495   อายุ 58

ยังไม่แน่ชัดว่า เพราะได้รับสัญญาณจากนายใหญ่แห่งกลุ่มสีน้ำเงิน ที่ในเวลานี้กำลังถูกไล่ต้อนกระชับพื้นที่เพื่อขอคืนอำนาจ หรือ เกิดขึ้นเพราะไม่มีความคิดทะเยอทะยานมากกว่าตำแหน่งนายอำเภอหรือผู้ว่า ราชการจังหวัด หรือเพราะได้ตำแหน่งอธิบดีก็ถือว่าสูงสุดในชีวิตแล้ว กันแน่

แต่ที่สุดแล้วหลังทิ้งช่วงปล่อยให้ปัญหาเรื่องการแต่งตั้งตำแหน่งปลัด กระทรวงมหาดไทย จากปมปัญหาเรื่องประมูลคอมพิวเตอร์ฉาวมูลค่ากว่า 3,490 ล้านบาท คาราคาซังมานาน จนกลายเป็นข้อพิพาทระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ และ พรรคภูมิใจไทย ถึงขั้นมีข่าวขั้วสีน้ำเงินอาจถูกปลิดขั้วพ้นรัฐบาลเพื่อรักษาภาพคุณชาย สะอาด

สุดท้ายจึงจำต้องออกมาแถลงข่าวประกาศเตรียมยกเลิกสัญญากับคู่สัญญาในการเช่า ระบบคอมพิวเตอร์ของกระทรวงมหาดไทย เพื่อล้างมลทินและแสดงความโปร่งใสจากข้อกล่าวหาที่พาดพิงมาถึงตนเอง พร้อมแอ่นอกรับผิดชอบหากถูกฟ้องร้องจากบริษัทคู่สัญญาและที่สำคัญถึงขั้น ยื่นหนังสือไม่ขอรับตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย อีกด้วย

ก็ต้องจำตาดูเกมชิงอำนาจ ระหว่างขั้ว ปชป. และ ภูมิใจไทย กันต่อไปโดยเฉพาะเกมตีโต้เอาคืนจากคนโตบุรีรัมย์ ให้ดี เพราะคนระดับเซียนเหยียบเมฆทางการเมืองเช่นนี้ มิยอมให้ใครมากดหัวตีกันเอาได้ฝ่ายเดียวแน่นอนโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเล่ห์ลบ มลทินก่อนเปิดฉากรบเช่นที่ทำอยู่นี้ ...

ชื่อ-สกุล : นายมงคล สุระสัจจะ  วันที่เกิด : 9 สิงหาคม 2495

ประวัติครอบครัว :  ภรรยาชื่อนางพยอม สุระสัจจะ มีบุตรชาย 2 คน

การศึกษา และดูงาน :

2543 ประกาศนียบัตรสาขาวิชากฎหมายปกครอง สำนักศึกษาอบรมกฎหมายแห่งเนติบัณฑิตสภา

- หลักสูตรนักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 36

2540 ปริญญาโท พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐประศาสนศาสตร์) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

2536 โรงเรียนนายอำเภอรุ่นที่ 34

2521 ปริญญาตรี ศิลปศาสตร์บัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง

- ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) โรงเรียนพณิชยการพระนครศรีอยุธยา

- ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย

ตำแหน่งปัจจุบัน :

1 ตุลาคม 2553 ปลัดกระทรวงมหาดไทย

การทำงาน และตำแหน่งหน้าที่ :

6 พฤษภาคม 2534 ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายทะเบียนและบัตร อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

17 ตุลาคม 2537 นายอำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม

14 ตุลาคม 2539 นายอำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

20 พฤศจิกายน 2543 นายอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก

11 ธันวาคม 2544 นายอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

2 ตุลาคม 2547 รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์

4 มิถุนายน 2550 รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ

28 พฤศจิกายน 2551 ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์

1 ตุลาคม 2552 อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน

1 มิถุนายน 2553 อธิบดีกรมการปกครอง

1 ตุลาคม 2553 ปลัดกระทรวงมหาดไทย

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-10-17 08:57:39


ความเห็นที่ 23 (1394726)

ไม่นั่งปลัดมท. มงคลยืดอก ยันไร้แรงกดดัน

Pic_119356

นายมงคล สุระสัจจะ

'มงคล' แถลงด่วนขอไม่รับตำแหน่งปลัดมหาดไทย เผยเตรียมเจรจายกเลิกสัญญาเช่าคอมพิวเตอร์ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่ยันไม่เคยทุจริต 'ศุภชัย' สงสัยดีเอสไอ ไม่เคยเรียกมท.1สอบ...

เมื่อ เวลา 14.30 น.วันที่ 16 ต.ค.ที่กระทรวงมหาดไทย นายมงคล สุระสัจจะ อธิบดีกรมการปกครอง แถลงว่า ได้รับมอบหมายจากนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ให้เจรจายกเลิกสัญญากับคู่สัญญาในการเช่าระบบคอมพิวเตอร์ เนื่องจาก ตนถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีผู้รับประโยชน์จากการทำสัญญาครั้งนี้ ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะการทำสัญญาเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย และระเบียบพัสดุทุกประการ แต่เพื่อแสดงให้เห็นความบริสุทธิ์ใจ และความสุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ จึงได้แจ้งให้คู่สัญญามาหารือในวันที่ 18 ต.ค.เวลา 13.00 น.อย่างไรก็ตามผลที่เกิดขึ้น อาจทำให้ถูกบริษัทคู่สัญญาฟ้องร้อง แต่ตนไม่กลัว เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์และสุจริตของตัวเอง

นายมงคล กล่าวว่า ขั้นตอนของการประกวดราคาเกิดขึ้นก่อนที่ตนจะมาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการ ปกครอง ดังนั้นเมื่อได้รับความเห็นชอบจากรมว.มหาดไทย จึงได้ส่งเรื่องให้กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ เห็นชอบตามกระบวนการ และยื่นเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจร่างสัญญา เมื่อได้รับความเห็นชอบ ก็ยังรอผลการสอบสวนข้อเท็จจริงของกรมการปกครอง เมื่อผลการสอบสวนระบุว่า การประกวดราคาเป็นไปโดยชอบ จึงได้ลงนามในสัญญา วันที่ 9 ก.ย.2553 ทั้งนี้ไม่ได้ทำให้ราชการเสียหาย แต่ยังรักษาประโยชน์ของทางราชการ เพราะสัญญาเดิมหมดอายุตั้งแต่ 15 ก.พ.2553 ซึ่งบริษัทซีดีจี ได้เรียกเงินค่าบำรุงรักษาดูแลระบบเดือนละ 17 ล้าน คิดเป็นเงินกว่า 150 ล้าน หากไม่เซ็นสัญญาจะเกิดความเสียหายขึ้นอีก อีกทั้งอาจถูกฟ้องค่าเสียหาย ถูกดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา และส่งผลเสียหายต่อทางราชการและตนเอง

นายมงคล กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบให้ตนดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ทำให้เกิดความไม่พอใจจากอดีตข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย มีการตั้งข้อกล่าวหามากมาย ทำให้กระทรวงเสียภาพลักษณ์ นำไปสู่ความแตกแยกและเป็นปัญหาอุปสรรคในการทำงานของกระทรวง ซึ่งตนได้พิจารณาแล้วว่า เพื่อให้การทำงานของกระทรวงเดินไปได้ จึงทำหนังสือถึง รมว.มหาดไทย ว่าตนไม่เคยมีความคิดทะเยอทะยานมากกว่านายอำเภอหรือผู้ว่าราชการจังหวัด ได้เป็นอธิบดีก็ถือว่าสูงสุดในชีวิตแล้ว จึงขอไม่รับตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย จะให้ไปดำรงตำแหน่งใดก็ได้ ทั้งนี้ขอยืนยันว่าการตัดสินใจไม่มีแรงกดดันจากฝ่ายใด โดยผู้บังคับบัญชาได้ให้กำลังใจตลอด

ด้าน นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า รมว.มหาดไทยได้รับทราบการส่งสำนวนของดีเอสไอไปให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว ไม่ได้วิตกกังวลแต่อย่างใด เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์และสุจริต แต่มีข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมาดีเอสไอ ไม่เคยเรียก รมว.มหาดไทย ไปชี้แจงหรือสอบปากคำก่อนสรุปสำนวนถึง ป.ป.ช.แสดงให้เห็นถึงความไม่ปกติและไม่ถูกต้องตามหลักการสอบสวนของพนักงาน สอบสวน ที่ต้องให้โอกาสอย่างเท่าเทียมกันทั้งผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา แต่ดีเอสไอกลับสอบปากคำผู้ร้องคือ นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และพยานที่นายวงศ์ศักดิ์กล่าวอ้างเพียงฝ่ายเดียว สำนวนนี้ จึงเป็นลักษณะการฟังความข้างเดียว ไม่เป็นธรรมกับรมว.มหาดไทย 

นาย ศุภชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ยังทราบว่าคำร้องของนายวงศ์ศักดิ์ ไม่ได้เกี่ยวพันถึงรมว.มหาดไทย แต่พนักงานสอบสวนของดีเอสไอกลับสรุปการสอบสวนโดยรวบรมว.มหาดไทยเข้าไปด้วย จึงน่าสงสัยในดุลพินิจของพนักงานสอบสวนว่ามีเหตุผลหรือพยานหลักฐานใด นอกจากนี้นายวงศ์ศักดิ์ ยังถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง เนื่องจากปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ถูกย้ายจากอธิบดีกรมกามปกครองไปเป็นผู้ตรวจฯ ทำให้นายวงศ์ศักดิ์เชื่อว่าถูกฝ่ายการเมืองกลั่นแกล้ง

“จากกรณีนี้ จึงน่าพิจารณาว่าหากมาตรฐานการสอบสวนของดีเอสไอเป็นเช่นนี้ จะเป็นที่น่าเชื่อถือ และยอมรับจากประชาชนมากน้อยเพียงใด เพราะคนอย่าง รมว.มหาดไทยยังได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม แล้วประชาชนทั่วไปจะได้รับการปฏิบัติอย่างไร โดยเฉพาะผู้รับผิดชอบดีเอสไอ ที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าตกเป็นเครื่องมือรับใช้ผู้มีอำนาจ ทำร้ายและทำลายผู้เป็นปฏิปักษ์ทางการเมือง มากกว่าที่จะทำตามเจตนารมณ์ที่แท้จริงของการก่อตั้งดีเอสไอ”นายศุภชัยกล่าว

โฆษกกระทรวง มหาดไทยกล่าวอีกว่า ขณะนี้เมื่อกระบวนการสอบสวนเข้าสู่การพิจารณาของป.ป.ช.ก็เชื่อว่าการพิจารณา จะได้รับความเป็นธรรม โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถูกร้องเข้าชี้แจงแสดงหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง อย่างไรก็ตาม รมว.มหาดไทยและผู้ถูกร้องทุกคน ยังคงปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ เพราะขั้นตอนนี้ เพิ่งเริ่มเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ หลังจากมีผู้กล่าวหาเท่นั้น รัฐมนตรีหลายคน รวมถึงตัวนายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาของป.ป.ช.แต่ก็ยังปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ จึงควรใช้บรรทัดฐานเดียวกัน อย่างไรก็ตาม หากป.ป.ช.ชี้มูลในทางใด รมว.มหาดไทยจะพิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ยืนยันว่ารมว.มหาดไทย ยังปฏิบัติตามกฎเหล็ก 9 ข้อของนายกฯทุกประการ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-10-16 17:26:32


ความเห็นที่ 22 (1392771)


สุทธิพงษ์ จุลเจริญ (นั่งหัวโต๊ะ)

วันที่ 02 ตุลาคม พ.ศ. 2553 เวลา 15:00:15 น.  มติชนออนไลน์


เปิดเส้นทางผู้ว่าฯ "หนุ่ม" ที่สุดในประเทศ "เก่ง-สุทธิพงษ์ จุลเจริญ"

ผ่านไปหมาดๆ สำหรับการโยกย้ายใหญ่ประจำปี 2553 ของกระทรวงมหาดไทย ที่บรรดาข้าราชการตั้งตารอคอย  ทุกครั้งในการแต่งตั้งโยกย้าย ยอมมีทั้งผู้ที่สมหวังและผู้ที่ผิดหวัง


สำหรับ 48 ตำแหน่ง ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 กันยายน   ใน 21 ตำแหน่งที่มีการแต่งตั้งรองผู้ว่าฯขึ้นเป็นผู้ว่าฯนั้น
มี 1 ตำแหน่งที่น่าสนใจและฮือฮามากที่สุด ที่บรรดาข้าราชการคลองหลอดต้องจับกลุ่มเม้าธ์ไม่ขาดปาก อย่างตำแหน่งรองผู้ว่าฯนครนายก ที่ขึ้นเป็นผู้ว่าฯนครนายก ของ "สุทธิพงษ์ จุลเจริญ" หรือที่คนกันเองเรียกชื่อเล่นว่า "เก่ง" วัยเพียง 46 ปี


เท่ากับว่า "สุทธิพงษ์" จะขึ้นระดับ 10 ทั้งที่ยังเหลืออายุราชการอีก 14 ปี คงเป็นผู้ว่าฯหรืออธิบดีจนเบื่อ แถมมีสิทธิคั่วปลัดกระทรวงด้วย


ชีวิตการรับราชการของสุทธิพงษ์ เมื่อครั้งเริ่มรับราชการ เป็นปลัดอำเภอเมื่อปี 2521 ที่ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง


สนิทสนมกับ "ชานนท์ สุวสิน" อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย "สิงห์ดำ" รัฐศาสตร์ จุฬาฯ รุ่นพี่ที่คุ้นเคยกันอย่างดีกับ "คุณหญิงอ้อ" พจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี


สุทธิพงษ์จบโรงเรียนนายอำเภอ (นอ.) รุ่น 48 รุ่นเดียวกับ "ศักดิ์สยาม ชิดชอบ" น้องชายเนวิน ชิดชอบ ผู้ยิ่งใหญ่แห่งภูมิใจไทย และมีบารมีล้นในกระทรวงมหาดไทยขณะนี้


ก่อนหน้านี้เคยเป็นที่ฮือฮามาแล้ว เมื่อครั้งที่สุทธิพงษ์ดำรงตำแหน่งปลัดอำเภออาวุโส (8 ว.) อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เมื่อเดือนมกราคม 2548


ต่อมาในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (ระดับ 9) ในยุค พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา เป็น รมว.มหาดไทย "รัฐบาลทักษิณ"


จนกระทั่งยุคปฏิวัติ 19 กันยาฯ "อารีย์ วงศ์อารยะ" เป็น มท.1 สุทธิพงษ์ยังคงอยู่ในตำแหน่งอย่างเหนียวแน่น จนเข้าสู่ยุคเลือกตั้ง 2550 "รัฐบาลพลังประชาชน" ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็น มท.1 หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีก็ยังคงชื่อสุทธิพงษ์ แม้จะเปลี่ยนรัฐมนตรีมาแล้วถึง 4 คน


จนกระทั่งเดือนกรกฎาคม 2551 มีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายนอกฤดูกาล สุทธิพงษ์ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองผู้ว่าฯสมุทรสงคราม และย้ายไปเป็นรองผู้ว่าฯนครนายก ในปี 2552


ในระหว่างดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าฯ สุทธิพงษ์ยังต้องรับภาระเป็นคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มีประธานคณะทำงานชื่อ "ศักดิ์สยาม"


และได้รับการการผลักดันให้เข้าอบรมหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูงสถาบันพระปกเกล้า ในโควต้าของประธานสภา ชัย ชิดชอบ จนจบหลักสูตร เพื่อเป็นการปูทางขึ้นสู่ตำแหน่งผู้ว่าฯ


สุทธิพงษ์จึงได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ว่าฯที่อายุน้อยที่สุดในประเทศในปัจจุบัน จนหลายคนต้องกล่าวขวัญว่า "เก่ง" สมชื่อจริงๆ

 

(จากหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 2 ตุลาคม 2553)

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-10-03 08:09:16


ความเห็นที่ 21 (1392395)

 

เสนีย์ จิตตเกษม

วันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2553 เวลา 21:30:44 น.  มติชนออนไลน์


แกะรอยผู้ว่าฯเมืองชล เพื่อนเรียนรัฐศาสตร์"พระปราโมทย์"สรุป "สวนสันติธรรม"ไม่ผิดก่อนย้าย3วัน

นอกจากพระปราโมทย์ ปราโมชโช (สันตยากร) เจ้าสำนักสวนสันติธรรม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี  มีเพื่อนร่วมรุ่นคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ (รุ่น 24) ซึ่งล้วนเป็นคนดัง ไม่ว่านายเกรียงกมล เลาหไพโรจน์  เลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ปี 2518  หรือ นายอภัยชนม์ วัชรสินธุ์ ผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์   (ซีพี)   นักรัฐศาสตร์และนักกฎหมาย   อาทิ กฤต ไกรจิตติ  ,   กิตติ แก้วทับทิม , เกษม คมสัตย์ธรรม  ,ทินกร ตันติวนิช  ,ธนวัฒน์ เนติโพธิ์  ,ธนวิทย์ สิงหเสนี  , ธีรพจน์ จรูญศรี  ,  นวนิต สิงหเสนี     ,  นุชนารถ วะสีนนท์  ,  ปาริชาติ จันทรางศุ  ,  ไพบูลย์ จันทรางศุ  ,  มยุรี อนุมานราชธน  ,  รจนี  อาชวานันทกุล   ,  วันทนีย์ กัลยาณมิตร - บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด    วัส ติงสมิตร - ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง  ,  วิชช์    จีระแพทย์ สำนักอัยการสูงสุด   ,  วีระนารถ วีระไวทยะ  และ อุษา ตันติเวชกุล


ล่าสุด"มติชนออนไลน์" ตรวจสอบพบว่า นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่น 24 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯกับพระปราโมทย์ด้วยเหมือนกัน โดยในหนังสือทำเนียบรุ่นระบุว่านายเสนีย์เลขที่ 261 ส่วนเลขที่ 116


นายเสนีย์เป็นคนอำเภอพนัสนิคม ชลบุรี  ประวัติรับราชการเคยรักษาการในตำแหน่งนายอำเภอปากชม จังหวัดเลย ,นายอำเภอตาลสุม จังหวัดอุบลราชธานี , นายอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี , นายอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ,นายอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี,ผู้อำนวยการส่วนกิจกรรมมวลชน สำนักงานประสานงานมวลชน กรมการปกครอง , ผู้อำนวยการสำนักกิจการความมั่นคงภายใน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ( เลื่อนระดับ 9 ) 2542   ,รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  , รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2550 และผู้ว่าฯชลบุรี


ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2553 คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ย้ายไปเป็นผู้ว่าฯน่าน พร้อมผูว่าฯคนอื่น 47 ตำแหน่ง  โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2553 วันเดียวกันที่ ครม.มีมติเห็นชอบให้โยกย้าย นายเสนีย์ก็ออกมาเปิดเผยผลการสอบสวนพระปราโมทย์  โดยมีนายยุติศักดิ์ เอกอัคร นายอำเภอศรีราชา ประธานกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงว่า ไม่พบว่าเจ้าสำนักสวนสวนสันติธรรมฉ้อฉลและหลอกลวงประชาชน


ส่วนแม่ชีอรนุช สันตยาก อดีตภรรยานั้นได้ทำหนังสือสัญญาเกี่ยวกับยกที่ดินหากสวนสันติธรรมได้รับการ พิจารณาให้เป็นวัดไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนเงินรายได้นั้นมาจากผู้มีจิตศรัทธาบริจาค พระไม่ได้หยิบเงินแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าแม่ชีอรนุชถือบัญชีก็ตาม แต่มีผู้ตรวจสอบบัญชี จากพยานหลักฐานดังกล่าวไม่เข้าข่ายฉ้อฉลตามที่ร้องเรียน ส่วนกรณีอวดอุตริมนุสธรรม ขอให้สำนักพุทธศาสนาตรวจสอบ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-30 04:27:38


ความเห็นที่ 20 (1391571)

เสียงจากรุ่นพี่"มนุชญ์ วัฒนโกเมร"เตือนน้องสอนนายวิกฤตมหาดไทย

 

"หากสภาพการณ์ของกระทรวงมหาดไทยเป็น เช่นนี้ จะไม่มีคนตั้งใจทำงานแต่จะตั้งใจทำงานให้นักการเมืองในเมื่อโอกาสทำงานก็ไม่ มีโอกาส เพราะฉะนั้นโอกาสเดียวคือใกล้ชิดฝ่ายการเมือง"

โดย....ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว

การเคลื่อนไหวของข้าราชการกระทรวงมหาดไทยทั้งอดีตและปัจจุบัน  ด้วยการถวายฏีกาคัดค้านแต่งตั้งนายมงคล สุระสัจจะ ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย จนล่าสุดนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกมายอมรับชลอนำชื่อนายมงคล ขึ้นทูลเกล้าฯแต่งตั้ง จนกว่าผลสอบเรื่องการทุจริตคอมพิวเตอร์ในกระทรวงมหาดไทยจะเสร็จสิ้น

ปรากฎการณ์กระทรวงมหาดไทยขณะนี้ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ากำลังเกิดภาวะอึ มครึมอย่างหนัก จากการโยกย้ายแต่งตั้งด้วยการยึดหลักอุปถัมภ์นำหน้าหลักคุณธรรมซึ่งจะนำไป สู่ปัญหาการบังคับบัญชา  

มนุชญ์ วัฒนโกเมร อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเคยผ่านประสบการณ์ความไม่ชอบธรรมในกระทรวง หลังมีการแต่งตั้งผู้อาวุโสน้อยกว่าขึ้นมาบังคับบัญชาจนเจ้าตัวต้องตัดสินใจ ลาออก   และปัจจุบันเป็นคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการพลเรือน(ก.พ.ร.) และคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ( ก.ตร.)  ชำแหละปมปัญหาผ่านโพสต์ทูเดย์ดอทคอม  เพื่อหวังว่า ฝ่ายการเมือง และข้าราชการรุ่นน้องในกระทรวงจะกลับคืนสู่สำนึกแห่งคุณธรรม

มนุชญ์

"ผมรับทราบข่าวสารจากสื่อและพวกน้องๆที่รับราชการอยู่  รู้สึกว่าการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง มีแนวโน้มคล้ายๆว่าไม่อยู่บนพื้นฐานหลักคุณธรรม   หลักคุณธรรมในระบบราชการโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย  คนที่แต่งตั้งเลื่อนขั้น ต้องมีอาวุโสพอสมควรที่จะปกครองสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเชื่อถือ ปฏิบัติ   ประการที่สองมีความรู้ความสามารถ  ควบคู่กันไป 

เพราะฉนั้นเวลาเราได้ปลัดกระทรวงมหาดไทยสมัยที่ผมอยู่ก็เป็นที่ยอมรับ    เท่าที่จำความช่วงเข้ารับราชการ ได้ท่านพิศาล มูลศาสตร์สาทร  อนัน อนันตกูล   เจริญจิตต์ ณ สงขลา  อารีย์ วงศ์อารยะ เราก็ยอมรับ แม้ว่าจะไม่ใช่อาวุโสสูงสุด แต่อยู่ในเกณฏ์อาวุโส ก็เรียกว่าอยู่ในท็อปเทน  ทอบไฟว์   แล้วมีความรู้ความสามารถที่เหมาะก็สามาถปกครองสั่งราชการได้ เกิดความเลื่อมใสในระบบ นี่ถ้าเผื่อไม่ยึดหลักอาวุโส ไปยึดหลักความเหมาะสม ไม่ใช่ท็อปเทน หรือท็อปไฟว์ แต่เป็นหนึ่งในร้อย หรือหนึ่งในห้าสิบก็ไม่รู้จะไปสั่งงานอย่างไร  เพราะการสั่งงานราชการของมหาดไทยไม่ใช่มีหนังสือสั่งเท่านั้น เมื่อมีหนังสือไปแล้วมีปัญหาอุปสรรค ผู้บังคับบัญชาต้องให้ความกระจ่าง ให้แนวทางได้ ไม่ใช่สั่งตามตัวหนังสือแล้วปฏิบัติตามตัวหนังสืออย่างเดียว เพราะฉนั้น  คนที่ให้แนวทางปฏิบัติต้องยอมรับความเป็นอาวุโส ยอมรับในบุคคลิกความเป็นผู้นำ"

สำหรับการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงในระยะ 3-4 ปี  มนุชญ์ มองว่า ไม่ได้ยึดหลักท็อปเทน ขณะเดียวกันแม้จะอ้างว่ายึดอาวุโสแต่ก็ไม่ใช่อาวุโสอย่างแท้จริงโดยเฉพาะ ตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย

"บางทีการแต่งตั้งปลัดกระทรวง ต้องมองว่าเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดมากี่ปี เขาควรมีอาวุโสมีประสบการณ์ในการเป็นผู้ว่าฯพอสมควร  ไม่ใช่ปีสองปีแล้วเข้ามาเป็นอธิบดี ซึ่งตอนตั้งเป็นอธิบดีอาจข้ามอาวุโสกัน เมื่อมาเป็นอธิบดีแล้วบอกมานับอาวุโสเฉพาะคนที่อยู่ในส่วนกลางแต่ความจริง ไม่ใช่ คุณต้องสั่งราชการไปยังผู้ว่าต่างๆ แล้วตัวคุณเป็นผู้ว่าฯหลังพวกเขา ก็จะถูกมองว่าไอ้นี้มันมาหลัง ก็จะมีปัญหาลักษณะอย่างนี้"

มนุญช์ ยกตัวอย่างสมัยเป็นปลัดอำเภอโทก่อนจะไปเป็นนายอำเภอต้องผ่านโรงเรียนนาย อำเภอ สอบบรรจุ ยึดลำดับเลขที่  แต่สมัยนี้ข้ามหัวรุ่นพี่ 

มงคล

"สมัยท่านสุรินทร์ ชัชวาล เป็นผอ.กองการเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง บอกผมว่าคุณอาวุโสแล้วคุณต้องออกไปอย่ามาทำตัวเป็นไอ้เข้ขวางคลอง  ผมก็ต้องออกไปรักษาการนายอำเภอ รักษาการนายอำเภอเสร็จต้องเข้าโรงเรียนนายอำเภอ ผมบอกว่าไม่เข้าโรงเรียนนายอำเภอได้ไหม เขาบอกไม่ได้ คุณต้องเข้า ถึงแม้คุณอาวุโส  เมื่อเข้าโรงเรียนนายอำเภอเวลาสอบออกมาจากโรงเรียนนายอำเภอก็บรรจุตามเลขที่ ไม่มีการข้ามกันเลย แต่ปัจจุบันตำแหน่งน้อยลง ไม่สามารถบรรจุตามเลขที่อาจข้ามกันได้ อาจเพราะความไม่เหมาะสม จบมาความประพฤติไม่ดี   แต่เท่าที่ทราบปัจจุบันมีการข้ามเป็นรุ่น รุ่นที่กำลังรอบรรจุไม่บรรจุ  ไปล้วงรุ่นหลังสองสามรุ่นข้ามมาก็มีปัญหา   ลองงคิดดูสิครับ ปลัดอำเภอคนนี้ที่อาวุโสเข้าโรงเรียนสอบได้เลขที่ก่อน  แต่คนที่เข้าโรงเรียนรุ่นหลังซึ่งเคยเป็นลูกน้อง เคยเป็นเพื่อนกลับมาเป็นายจะปกครองกันอย่างไร"   

อดีตข้าราชการอาวุโสรายนนี้สะท้อนว่า หากสภาพการณ์ของกระทรวงมหาดไทยเป็นเช่นนี้ จะไม่มีคนตั้งใจทำงานแต่จะตั้งใจทำงานให้นักการเมือง  ในเมื่อโอกาสทำงานก็ไม่มีโอกาส เพราะฉนั้นโอกาสเดียวคือใกล้ชิดฝ่ายการเมือง เกรงว่าข้าราชการกระทรวงมหาดไทย แทนที่ทำงานรบริการประชาชน กลับใช้ตำแหน่งหน้าที่บริการฝ่ายการเมือง แล้วก็จะได้รับการแต่งตั้งเลื่อนระดับ  ผลสุดท้ายจะตกสู่ประชาชน

ถามว่าการแต่งตั้งระยะนี้ถูกต้องไหม  มนุชญ์ยอมรับว่าถูกต้องแต่ไม่เหมาะสม

"ถูกต้องตามกฎกพ. แต่ถามว่าความเหมาะสมมีไหม ผมไม่แน่ใจนะ ผมเชื่อว่าความเหมาะสมมีน้อย แล้วทั้งหมดนี้ กพ.ต้องปรับปรุงตัวในการออกกฎต่างๆ ในฐานะเป็นผู้รักษาระบบคุณธรรมของประเทศ  สำนักงาน กพ.ต้องออกกฎต่างๆที่เอื้ออำนวยต่อระบบคุณธรรม อย่งเช่น เท่าที่ผมทราบมีว.11 ไปเน้นการแต่งตั้งความรู้ความสามารถ โดยไม่ต้องพิจาณาอาวุโสก็ได้    อาวุโสเป็นเกณฑ์สุดท้ายเลยซึ่งผมถือว่าไม่เหมาะ  ผมว่าหลักแรก ก็คือต้องอาวุโส แล้วมาดูความเหมาะสม ดูความรู้ความสามารถเป็นรายบุคคล งั้นการแต่งตั้งโดยหลักทั่วไปจะแต่งตั้งตามหลักอาวุโสอันดับหนึ่งก่อน ถ้าลำดับหนึ่งไม่เหมาะสมเพราะอะไร ต้องมีเหตุผลเป็นรูปธรรม ไปพิจารณาลำดับสอง ลำดับสาม ถ้าจะข้ามไปแต่ละระดับต้องมีเหตุผลที่เป็นรูปธรรมว่าคนนี้ไม่เหมาะเพราะ อะไร   เหตุผลที่เป็นรูปธรรมผู้บังคับบัญชาต้องบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร 

ทีนี้ปัจจุบันเราข้ามไปโดยไม่ให้เหตุผลว่าทำไมคนนี้ไม่เหมาะ  แต่เรากลับไปบอกว่าคนสุดท้ายเหมาะ ฉนั้นก่อนจะข้ามเขาไป เหมือนกับแต่งตั้งตำรวจ ในระดับผู้ช่วยผู้บัญชาการ กับรองผบ.ตร.   กฎกตร.ให้เรียงอาวุโส ถ้าจะข้ามจะต้องระบุเลยว่า คนนี้ไม่เหมาะเพราะอะไร คนนี้ถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย ถูกสั่งพักราชการอะไรหรือไม่แต่กฎ กพ.เปิดช่องว่างไว้"

"เช่นตำแหน่งว่างให้สามารถทำบัญชีรายชื่อได้ 3 เท่าของตำแหน่งว่าง เนี่ย! เมื่อสองสามวันนี้ได้ข่าวจะมีการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด หลักเดิมกพ.กำหนดตำแหน่งว่างให้ทำบัญชี่รายชื่อผู้เหมาะสมได้ 3เท่าของตำแหน่งว่าง ต่อมากระทรวงมหาดไทยขออนุมัติกพ. เป็น 4 เท่าได้ไหม  กพ.ซึ่งมีนายกฯเป็นประธาน ก็อนุมัติให้มหาดไทยนะ  ฉนั้นเป็น 4 เท่าเราอาจได้ผู้ว่าฯที่มาจากรองผู้ว่าฯเพียงปีเดียวหรือไม่ถึงปีก็ได้  เพราะมีข้อยกเว้นอย่างอื่นอีก ถามว่า ถ้ากระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งผู้ว่าฯ เอาคนที่เป็นผู้ว่าฯปีเดียวหรือไม่ถึงปีเป็นผู้ว่าฯถูกต้องไหม  ถูกต้องตามกฎกพ. แต่ถามว่าควรไหม ตอบว่าไม่ควร"

มนุชญ์ แจกแจงว่า  กฎกพ.เขียนไว้กว้างเกินไปสำหรับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงอื่นอาจมีตำแหน่งว่าง 2-3ตำแหน่ง ก็หาสามเท่าสี่เท่ายังได้ท็อบไฟว์ ท็อบโฟว์ มันไม่แปลก   แต่กระทรวงมหาดไทยว่างตำแหน่งผู้ว่าฯครั้งหนึ่ง ก็ 20 กว่าตำแหน่ง ถ้าจะทำบัญชีรายชื่อ 4 เท่าก็ 80 คน  ลำดับสุดท้ายอาจมาจากผู้ว่าเพียงปีเดียว ผมไม่เข้าใจที่ประชุมกพ.มีมติอนุมัติได้อย่างไร   อย่างนี้คนที่เป็นรองผู้ว่าฯมาเจ็ดแปดปีทำอย่างไร แล้วเกิดวันดีคืนดีรองผู้ว่าฯเจ็ดแปดปีต้องมาเป็นรองผวจ.ของผวจ.ซึ่งผ่านรอง ผวจ.มาหนึ่งปี  เขาจะมีความรู้สึกอย่างไร จะบริหารงานกันอย่างไร จะเอาใจทำงานกันไหม น่าคิดนะ

"พูดง่ายๆกพ.เป็นตัวหลักที่จะธำรงไว้ซึ่งหลักคุณธรรม การวางกฎเกณฑ์ต่างๆ ต้องคำนึงถึงขนาดของกระทรวง ทบวง กรมด้วย ไม่ใช่ตัดเสื้อโหลใช้ได้ทุกระทรวงทบวง กรม ไม่สมเหตุสมผลเลย  ผมไม่ค่อยได้ยินกพ.มาพูดเลย ไม่ว่าจะเป็นกพ.หรือเลขากพ."

นี่คือเสียงกระตุ้นส่งท้ายของอดีตบิ๊กคลองหลองที่มีไปถึงกพ.  ไม่คิดจะทำอะไรเลยหรือต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-22 19:46:15


ความเห็นที่ 19 (1390697)

สุพล ศรีพันธุ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว

คอลัมน์ ข่าวทะลุคน

สุพล ศรีพันธุ์ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ข้ามห้วยจากกระทรวงมหาดไทย มานั่งอธิบดีกรมการท่องเที่ยวคนใหม่

ตามแรงดันของนายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา

มีผลนับตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
เป็นอธิบดีกรมการท่องเที่ยว หลังเปลี่ยนชื่อจากเดิมคือสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว

ต่อจากนายเสกสรร นาควงศ์ ที่ถูกโยกไปนั่งผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ตั้งแต่พ.ค.2553  สานต่องานหลังว่างเว้นผู้บริหารมานานร่วม 3 เดือน

เกิดวันที่ 24 ตุลาคม 2494 สมรสกับนางดวงเดือน ศรีพันธุ์
วิศวกรรมศาสตรบัณฑิตจุฬาฯ สาขาวิศวกรรมโยธา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และวปอ.2547

เริ่มรับราชการที่กรมโยธาธิการ ในตำแหน่งนายช่างตรี โครงการทางหลวงท้องถิ่น เมื่อปี 2516  จากนั้นเป็นวิศวกรโยธา หัวหน้าโครงการทางหลวงท้องถิ่นจ.ตราด  หัวหน้าโครงการทางหลวงท้องถิ่นจ.สุพรรณบุรี และโยธาธิการจังหวัดสุพรรณบุรี  ผู้อำนวยการกองวิศวกรรมสุขาภิบาล และนายช่างใหญ่ วิศวกรรมโยธาด้านสุขาภิบาล กรมโยธาธิการ

2546 ผอ.สำนักสนับสนุนและพัฒนาตามผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมือง  โยกไปเป็นรองผู้ว่าฯปราจีนบุรี ในปี 2547  ถัดมาปีเดียว รับตำแหน่งรองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

ใกล้ชิดกับคนตระกูลศิลปอาชา ทั้งนายบรรหาร และนายชุมพล ตั้งแต่รับราชการอยู่ที่สุพรรณบุรี  เติบโตและเชี่ยวชาญด้านการวิศวกรรมโยธา
ข้ามห้วยมารับตำแหน่งอธิบดีกรมการท่องเที่ยว เหลืออีก 2 ปีจะเกษียณราชการปี 2555

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-18 08:03:58


ความเห็นที่ 18 (1389205)

สุรพล พงษ์ทัดศิริกุล ขยับนั่งรองปลัดมท.

คอลัมน์ ข่าวทะลุคน

มติคณะรัฐมน ตรีเมื่อวันอังคารที่ 31 ส.ค. แต่งตั้ง สุรพล พงษ์ทัดศิริกุล ผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา เป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย

หลังถูกลดชั้นจากผู้ว่าฯชลบุรี ไปนั่งผู้ว่าฯเมืองแปดริ้ว จากพิษม็อบเสื้อแดงบุกทุบรถนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กลางสี่แยก และบุกป่วนการประชุมอาเซียน+3 ที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา เมื่อ เดือนเม.ย.2552

ทำงานอยู่ปีเดียว ได้รับแต่งตั้งเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย

เกิด 4 มีนาคม 2495 ที่จังหวัดนคร สวรรค์

รัฐศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมดี) มหา วิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 2517 พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐประศาสนศาสตร์) นิด้า ปี 2520

ผ่านโรงเรียนนายอำเภอ รุ่น 27 โรงเรียนนักปกครองระดับสูง (น.ป.ส.) รุ่นที่ 29 และวปอ.การดูงานต่างประเทศ ปี 2547

เริ่มเป็นนายอำเภอที่อำเภอเชียงกลาง จ.น่าน ปี 2531 จากนั้นย้ายเป็นนายอำเภอเบตง จ.ยะลา นายอำเภอเมืองชลบุรี จ.ชลบุรี และผอ.ส่วนระบบการปกครองท้องที่ กรมการปกครอง

2540 หัวหน้าสำนักงานเลขานุการรัฐ มนตรีกระทรวงมหาดไทย ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง

โยกมานั่งรองผู้ว่าฯสระแก้ว ปี 2543 ถัดมา 2 ปี ขึ้นเป็นรองอธิบดีกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย

2548 ผู้ว่าฯอำนาจเจริญ, ผู้ว่าฯสระแก้ว และผู้ว่าฯชลบุรี ในปี 2551, พ.ค.2552 ถูกเด้งไปเป็นผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา

สนิทแนบแน่นกับนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เป็นอีกหนึ่งสิงห์แดงที่กลับมาผงาดในเก้าอี้รองปลัดมหาดไทย

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-09-08 07:00:19


ความเห็นที่ 17 (1386076)


ขวัญชัย วงศ์นิติกร อีก5ปีใน"มหาดไทย"


คอลัมน์ ข่าวทะลุคน

แต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทยล่าสุด แรงดันจาก เนวิน ชิดชอบ แกนนำภูมิใจไทยให้ มงคล สุระสัจจะ สิงห์ทองจากรามคำแหง อธิบดีกรมการปกครอง ขึ้นแท่นปลัดมหาดไทยคนใหม่

แทนปลัดมานิต วัฒนเสน ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้

อีกชื่อที่เด่นขึ้นมาคือ ขวัญชัย วงศ์ นิติกร รองปลัดมท. ที่มีชื่อเป็นแคนดิเดตด้วย

เส้นทางของ "รองฯขวัญ" แว่วว่ามี ชื่อจ่ออธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดูแลงบฯก้อนใหญ่ แทนคนเก่าที่จะเกษียณในสิ้นเดือนก.ย.นี้เช่นกัน และยังอาจได้แรงหนุนจากบิ๊กคนน้อง ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ให้นั่งปลัดมหาดไทยคนต่อไป เพราะอายุราชการยังเหลืออีก 5 ปี ขณะที่คนใหม่ล่าสุดจะเกษียณในอีก 2 ปีข้างหน้า

เกิด 5 มิถุนายน 2498

รัฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 2519
2535 อบรม นอ.รุ่นที่ 32 สถาบัน National Graduate Institute for Policy
2538 อบรม นปส. รุ่นที่ 33 สถาบัน National Graduate Institute for Policy
2542 นายอำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
2545 ปลัดจังหวัดเชียงใหม่,
รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านในปี 2546
ขึ้นผู้ว่าฯครั้งแรกปี 2549 ที่สตูล
ปี 2551 ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทร ปราการ
ปี 2552 ขึ้นเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย

เป็นคนสนิทนายศักดิ์สยาม ในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้องที่รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์
อายุราชการเหลือเฟืออีก 5 ปี น่าจะได้คุมงานสำคัญของมหาดไทยในที่สุด

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-08-12 09:46:13


ความเห็นที่ 16 (1378273)

พิษ เผาศาลากลาง เด้งผวจ."ปราโมทย์-บุญส่ง"

คอลัมน์ ข่าวทะลุคน

ฤทธิ์ ม็อบแดงบุกเผาศาลากลางจังหวัด ส่งผลให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย เซ็นคำสั่งให้ 4 ผู้ว่าราชการจังหวัด ไปช่วยราชการกระทรวงมหาดไทย

นายปราโมทย์ สัจจรักษ์ พ่อเมืองขอนแก่น และนายบุญส่ง เตชะมณีสถิต พ่อเมืองมุกดาหาร อยู่ในข่ายถูกย้ายด่วน  ด้วยเหตุผลว่าเป็นไปตามข้อตกลงที่ทำไว้กับปลัดกระทรวง  ที่ให้ผู้ว่าฯแต่ละจังหวัดช่วยดูแลและป้องกันทรัพย์สินของทางราชการอย่าง เต็มที่ มิให้มีการเผาศาลากลางได้
ถ้าใครไม่สามารถดูแลได้ จะนำตัวมาพักผ่อน   ปลัดกระทรวงบอกว่าไม่ใช่การเชือดไก่ แต่เป็นเรื่องของการบริหาร

ปราโมทย์ เกิด 1 มกราคม 2493
รัฐศาสตรบัณฑิต ธรรมศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาฯ
นอ.รุ่นที่ 27 ปี 2530 โรงเรียนนักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 27 ปี 2534

เป็นปลัดอำเภอที่กาญจนบุรี นครราชสีมา
นายอำเภอที่จ.มุกดาหาร ร้อยเอ็ด สกลนคร อุดรธานี นครราชสีมาและบุรีรัมย์
ปลัดจังหวัดและรองผู้ว่าฯบุรีรัมย์ปี 2546 และรองผู้ว่าฯอุบลราชธานี ปี 2549
ต.ค.2551 นั่งผู้ว่าฯสุรินทร์ มี.ค.2552 เป็นผู้ว่าฯขอนแก่น

บุญส่ง เกิด 1 พฤษภาคม 2500
รัฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต นิด้า
นอ.รุ่นที่ 29 นปส.รุ่นที่ 31 วปอ.รุ่นที่ 2549

เป็นปลัดอำเภอและนายอำเภอ ในจ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พิจิตร
ก่อนโยกมาเป็นปลัดจังหวัดมุกดาหาร สุโขทัย
รองผู้ว่าฯปัตตานี ระยอง สุราษฎร์ธานี
ต.ค.2552 ขึ้นเป็นผู้ว่าฯมุกดาหาร

เจอพิษม็อบแดง ถูกย้ายมานั่งตบยุงในกระทรวงมหาดไทย
มีผลตั้งแต่ 27 พ.ค.
คำถามคือ ถ้าต่างจังหวัดเผาศาลากลางแล้วย้ายผู้ว่าฯ
เผากรุงเทพฯ ใครจะย้ายรัฐบาล?

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-06-01 06:42:50


ความเห็นที่ 15 (1377711)

พ่อเมือง"ชวน-อำนาจ" ม็อบฮือ-ศาลากลางหาย

ข่าวทะลุคน


ชวน ศิรินันท์พร / อำนาจ ผการัตน์

นอกจากเผาศาลากลางจังหวัดวอดแล้ว ฝีมือม็อบแดงยังเผาเก้าอี้ ชวน ศิรินันท์พร ผู้ว่าฯอุบลราชธานี และ อำนาจ ผการัตน์ ผู้ว่าฯอุดรธานี

2 ใน 4 พ่อเมือง มหาดไทยลงไม้

ปลัดกระทรวง มานิต วัฒนเสน ยืนยันในที่ประชุมศอฉ. มหาดไทยและผู้ว่าฯจะสามารถรักษาศาลากลางจังหวัดเอาไว้ได้ทุกจังหวัด แต่เป็นตอตะโกไป 4 จังหวัด
ยืนยันจาก มท.1 เป็นการลงโทษที่ไม่สามารถทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ว่าต้องรักษาจังหวัด  ย้ำผู้ว่าฯต้องมีศิลปะในการควบคุมประชาชน   ถ้ารักษาจังหวัดไม่ได้ ก็ไม่สามารถอยู่ในจังหวัดนั้นได้

ผู้ว่าฯชวนฯ เกิด 5 พฤษภาคม 2496 รัฐศาสตรบัณฑิต จุฬาฯ พัฒนบริหารศาสตร์มหาบัณฑิต (เกียรตินิยม) นิด้า และประกาศนียบัตรกฎหมายมหาชน ธรรมศาสตร์

2525 เป็นหัวหน้าศูนย์ประสานงานรัฐวิสาหกิจ  เป็นหัวหน้าฝ่าย หัวหน้าสำนักงาน รวมถึงผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่สำนักปลัดฯ  เป็นรองผู้ว่าฯสกลนคร รองผู้ว่าฯขอนแก่น  ตุลาคม 2548 ขึ้นเป็นผู้ว่าฯมหาสารคาม โยกย้าย 2550 เป็นผู้ว่าฯอุบลราชธานี

ผู้ว่าฯอำนาจ เกิด 26 กุมภาพันธ์ 2494 วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (โยธา) มหาวิทยาลัยขอนแก่น นิติศาสตร์ สุโขทัยธรรมาธิราช และปริญญาโท นิด้า  เป็นนายช่างกรมโยธาธิการ จนถึงโยธาธิการจังหวัดพิษณุโลกและอุบลราชธานี  เลขานุการกรมโยธาธิการ และผอ.กองแผนงาน  ข้ามมากรมการปกครอง เป็นรองผู้ว่าฯหนองคาย รองผู้ว่าฯอุดรธานี และผู้ตรวจราชการ  ตุลาคม 2548 เป็นผู้ว่าฯยโสธร ปีถัดมาเป็นผู้ว่าฯกาญจนบุรี
ตุลาคม 2551 เป็นผู้ว่าฯอุดรธานี

ม็อบเผาศาลากลางผู้ว่าฯรับผิดชอบ  ม็อบเผากรุงเทพ ใครรับผิดชอบ?

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-05-31 06:43:55


ความเห็นที่ 14 (1373955)


วงศ์ ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ ชีวิตและสัมผัสที่หก

วไลพร กลิ่นโสม

"อย่าไป ฉวยโอกาสกับเหตุการณ์ ทุกวันนี้ข้าราช การฉวยโอกาส แม้กระทั่งตอนนี้บอกตรงๆ เกิดมีการเปลี่ยน แปลงขึ้น คนที่จะขึ้นควรดูตามเส้นทาง จะไม่ฉวยโอกาส ผมเป็นคนค่อนข้างถือเรื่องนี้ อย่าไปถือโอกาสทำให้คนอื่นเดือดร้อน ลำบาก ให้เป็นไปตามระบบ"

วงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ กล่าวไว้ตั้งแต่ยังดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง ก่อนที่ครม. 27 เม.ย. จะมีมติย้ายเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย กลายเป็นข่าวใหญ่ว่าเป็นผลกระทบจากการไม่สนองนโยบายนักการเมือง

นามสกุลบ่งบอกว่ามาจากตระกูลนักบริหารที่สังคมรู้จักและยกย่อง เป็นหลาน ดร.ก่อ สวัสดิ์พาณิชย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 4 สมัย เส้นทางชีวิต 59 ปี ผ่านร้อนหนาวมาโชกโชน ทำให้ "นิ่ง" ต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

จากร.ร.วัดที่ร้อยเอ็ด  จบ ปริญญาที่ม.เชียงใหม่
ผมไม่มีโอกาสได้เรียนอนุบาลเพราะ ไม่มีโรงเรียน เข้าป.1 โรงเรียนวัด เรียนศาลาวัดจริงๆ ที่โรงเรียนอุบลบรทิพย์ อ.อาจ สามารถ จ.ร้อยเอ็ด มีงานศพก็ตั้งสวดหลังศาลาที่นั่งเรียน เรียนไปกลัวไป มีครู 2 คน สลับกันสอน จบ ป.4 เข้ามาอยู่โรงเรียนอำนวยวิทยาในตัวเมือง สอบเข้าม.ศ.1 โรงเรียนประจำจังหวัด เรียน 2 ปี ไปอยู่โรงเรียนกินนอนหรือโรงเรียนประจำที่วิทยาลัยบางแสน ถึงม.ศ.4 ย้ายไปโรงเรียนจรัสสมรอนุสาร ยานนาวา กรุงเทพฯ แล้วเข้าเรียนรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

สมัยก่อนคนเรียนรัฐศาสตร์ตั้งใจอยากเป็น นายอำเภอ แต่ชีวิตผมมันผันผวน จนไม่ได้เป็น พอจบก็ไปขอฝึกงานที่กระทรวงมหาดไทยดื้อๆ เป็นลูกจ้างอยู่ 2 ปี ไม่รับเงินเดือน มีเงินค่าจ้างเขาก็ให้ ไม่มีเขาก็ไม่ให้ก็ใช้เงินพ่อแม่

รำลึก ประวัติศาสตร์ 14 ตุลาฯ 16  ติดอยู่ในมท.กับ"จอมพลประภาส"

ฝึกงานอยู่ 2 ปี กระทั่งเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ 2516 นักศึกษาออกมาเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร  ช่วงเหตุการณ์ผมอยู่ที่กระทรวงมหาดไทยตลอด จอมพลประภาส จารุเสถียร ขณะนั้นเป็นรมว.มหาดไทย บางทีนอนห้องคลัง ตึกใหญ่ ออกจากมหาดไทยก็ไปอยู่สวนรื่นฯ ไปติดอยู่ 3 วัน 3 คืน ก่อนจะไปต่างประเทศ

ข้าวของที่มีค่าของจอมพลประภาส ผมเป็นคนเก็บเอาไปยัดไว้ที่ใต้เตียงที่หอพักย่านบางลำพู พอท่านเดินทางกลับ เราก็เอาไปคืนหมด ท่านก็บอกว่าเป็นคนที่เป็นสุดยอดของความกตัญญู

ท่าน เชาวน์วัศ สุดลาภา (เลขานุการรมว.มหาดไทย ขณะนั้น) ถือเป็นนายคนแรก ผมพาท่านหลบภัยไปพักอยู่ตามโรงแรมต่างๆ ก่อนพากลับไปที่ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา บ้านท่าน


ช่วง เกิดเหตุการณ์ผมอายุ 22-23 ตอนนั้นเราไม่รู้สึกกลัว คิดว่าเป็นเรื่องแปลกและน่าภาคภูมิใจ เราแค่ผู้น้อยยังไม่มีศักดิ์ศรีทางราชการ กลับเข้ามาอยู่ในเหตุการณ์เช่นนี้ และผู้ใหญ่ไว้ใจ

เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นบทเรียนกับเหตุการณ์ ใหม่ๆ ครั้งต่อๆ มา ทำให้ประเมินสถานการณ์ได้ว่าจะเป็นอย่างไร จะรุนแรงเหมือนกันหรือด้อยกว่า ทำให้เราปรับสถานการณ์ได้

อีสาน-เหนือ-ใต้ ไปมาหมด
ไม่ได้เป็นนอภ.ก็เป็นผู้ว่าฯได้


หลัง เหตุการณ์ ผมสอบได้เป็นปลัดอำเภอ เริ่มที่กิ่งอ.ปทุมรัตน์ จ.ร้อยเอ็ด ไม่นานก็เข้ามาเป็นอักษรเลขให้ท่านผู้ว่าฯ อยากสอบเข้าเรียนนายอำเภอแต่ไม่มีวาสนา เพราะเขายังไม่เปิด ไปเรียนเมืองนอกจบมาก็เพิ่งเปิดสอบผ่านไป จึงต้องรออีกปี

ระหว่างรอ สำนักงานปลัดกระทรวงเปิดสอบระดับ 6 พอดี เลยไปทางโน้น เพื่อนหลายคนบอกว่าไม่ได้เป็นนายอำเภอ จะไม่ได้เป็นผู้ว่าฯ นะ เราก็บอกไม่ได้เป็นก็ช่าง ไม่เป็นไร แต่ในใจคิดว่าไม่ได้เป็นนายอำเภอ ก็น่าจะเป็นผู้ว่าฯ ได้

อยู่สาย สป. เป็นหัวหน้าฝ่าย ซี 4-5-6-7 เกือบ 10 ปี ขึ้นซี 8 เป็นหัวหน้าสำนักงานจังหวัดที่มุกดาหาร 1 ปี ย้ายมาขอนแก่น 1 ปี เป็นผอ.กองแผนพัฒนาจังหวัดที่ตั้งใหม่ จากนั้นเป็นรองผู้ว่าฯ ปัตตานี 1 ปี ภูเก็ต 4 ปี เข้า วปอ. แล้วย้ายไประนอง เป็นผู้ว่าฯ หนองคาย 3 ปี ย้ายมาราชบุรี 3 ปี ถึงเข้ามาเป็นอธิบดี

ช่วง เป็นหัวหน้าฝ่ายผมอยู่ชายแดนอีสานตลอด มุกดาหาร อุบลฯ เลย พิจิตร ศรีสะเกษ เลยรู้ชีวิตชายแดน ตอนเป็นรองผู้ว่าฯ อยู่ทางใต้ตลอด ทางเหนือก็รู้จักหมดเพราะจบเชียงใหม่ ขับมอเตอร์ไซค์ไปทั่ว จึงถือเป็นความได้เปรียบเรื่องประสบการณ์ของผม

แต่งสาวบ้านเดียวกัน  ชอบกีฬาแรงๆ-สิงห์ช็อปเปอร์

ภรรยาผมเป็นคนร้อยเอ็ด ทำงานที่ว่าการอำเภอด้วยกัน สมัยผมเป็นปลัดอำเภอ เขาเป็นคนในเมือง แต่งงานตอนสอบชั้นโทได้ จัดพิธีแบบเรียบง่าย ผมไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศเขาก็ตามไปเรียนภาษา ตอนนี้มีลูก 2 คน เรียนปริญญาโททั้งคู่ ครอบครัวผมไม่ยึดติด ไม่มีเลี้ยงวันเกิด เวลาพักผ่อนของผม คือช่วงทำงานเบาๆ เช่น ตรวจราชการ ไม่ใช่ไปตีกอล์ฟ เที่ยวบาร์คลับ เสร็จจากงานก็ต้องการนอนพักผ่อนแบบไม่ให้ใครกวน เช่น หลังภารกิจพบกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน มีเวลาไปแข่งแบดฯ เสร็จแล้วขอนอนพักผ่อน

ผมเล่นกีฬาหลายประเภท ฟุตบอล แบดฯ สนุ้กเกอร์ และขับมอเตอร์ไซค์ ผมชอบความเร็ว ขับช็อปเปอร์ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมฯ อาจเป็นเพราะพี่ชายชอบรถมอเตอร์ไซค์ ซื้อทุกรุ่น ตั้งแต่รถแข่งอังกฤษ มอร์ตัน พี่ผมสั่งเข้ามาเป็นคันแรกของประเทศไทย เราก็ภูมิใจว่าเราได้ขับ เป็นรถที่ใหญ่มาก จากนั้นขับเอเจเอส เป็นรถอเมริกัน เหมือนงูจงอาง สมัยนั้นเขาเรียกจงอางไม่เรียกช็อปเปอร์ ปลื้มความ เร็ว
ไม่เล่นเหยาะแหยะ


สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เชียงใหม่ ผมขับแข่งกับเพื่อนขึ้น-ลง ดอยสุเทพ ใครถึงก่อนกัน ส่วนใหญ่เราถึงก่อนเพราะรถเราดี ว่าง ก็ปะสูบ เปลี่ยนคาร์บิว ผมซ่อมเองทำเองหมด

สมัยเป็นผู้ว่าฯ เวลาออกพื้นที่ก็ใช้มอเตอร์ไซค์ พูดถึงผมก็อยากไปดูรถที่โคราช จอดไว้ที่นั่นเผื่อเวลาเดินทางไปอีสาน ตอนเป็นอธิบดีกรมการปกครองผมยัง แอบไปขับบ่อยๆ จากโคราชไปถึงอุบลฯ หนองคาย แต่ไม่กล้าขี่มากรุงเทพฯ  ถามว่าขับเร็วไหมประมาณ 160-170 ต่อชั่วโมง มอเตอร์ไซค์ขนาด 2300 ซีซี เท่ากับรถคัมรี่ ปล่อยความเร็วสัก 150 เสียงก็ยังปกติ พอคุยเรื่องรถผมอยากขับขึ้นมาทันที มันคือสิ่งที่เราชอบ เป็นกีฬาประเภทหนึ่งที่ท้าทาย แต่ไม่ใช่ท้าทายความเร็ว มันทำให้เรา 1.ถ้าร่างกายไม่สมบูรณ์ ขี่ไม่ได้ 2.ตาไม่ปกติขี่ไม่ได้ แค่เป็นไข้หวัดก็อย่าเสี่ยงเดี๋ยวจะง่วง

ผมขับตั้งแต่เด็ก ไม่เคยประสบอุบัติเหตุ เพราะเราไม่ประมาท เวลาขับถนนผมบอกพรรคพวกให้ชิดเลนซ้ายให้มากที่สุด และระวังรถจักรยาน

ส่วนกีฬาอื่น อย่างแบดมินตัน ถ้าเล่นก็อยากเล่นกับทีมชาติ ระดับเขต หรือมือหนักๆ ไม่ใช่ตีออกกำลังกายแบบธรรมดา ก่อนไปเล่นหรือแข่งต้องพักผ่อนเพียงพอ ร่างกายต้องพร้อม เป็นกีฬาที่ต้องใช้ความเร็วสูง ผมแข่งและได้ถ้วยของสนาม หรือองค์กรที่จัดมาตลอด

ผมเป็นนักกีฬาแบดฯ ของมหาวิทยาลัย และเล่นมาต่อเนื่อง ตอนนี้ซ้อมอาทิตย์ละครั้ง  ทุกวันนี้ยังออกกำลัง กายสม่ำเสมอ ตื่นเช้าไม่มีเวลาวิ่งก็กายบริหาร ก้มแตะพื้นสัก 20 ครั้ง เมื่อก่อนแบมือถึงพื้นแต่ตอนนี้แตะไม่ได้เต็มที่ ก็ต้องพยายามและระวัง

ส่วน ฟุตบอล ช่วงหลังไม่ค่อยได้เล่นเพราะเดี๋ยวนี้หาทีมเล่นด้วยยาก ผมอยากเล่นกับนักกีฬา ไม่เล่นกันเหยาะแหยะ

ลาง สังหรณ์-สัมผัสที่ 6
ปกติผมมีลางสังหรณ์ คิดว่ามีสัมผัสที่ 6 จะเดินทางแต่ละครั้งมีสิ่งผิดปกติ อย่างตอนจะไปภูเก็ต ฝันว่าเพื่อนที่เสียชีวิตมายืนคุยแล้วยื่นขนมให้ แต่ผมไม่รับ เลยคิดว่าต้องมีอะไรสักอย่าง

ทำนายฝันได้ว่า 1.เพื่อนมาหาแสดงว่าภูตผีปีศาจยังเป็นมิตร 2.เขายื่นขนมให้เรากิน เป็นความต้องการคนละภพ ถือว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังเมตตาปรานี หากมีอะไรเกิดขึ้นคงไม่รุนแรง ออกจากบ้านล็อกกระเป๋าแล้วลืมโค้ด ต้องเอาไปให้ร้านกระเป๋าเปิด ไปถึงภูเก็ตจอดรถอยู่ริมถนน มีรถตู้สงสัยหลับใน วิ่งข้ามถนน 3 เลนเสียงเบรกดังลั่น คิดว่าชนแน่ แต่รถตู้วิ่งข้ามไปเฉี่ยวรถคัมรี่ป้าย แดง ถ้าไม่ได้ฝันถึงเพื่อน อาจเป็นรถเราที่โดนชน
ผมจะมีความรู้สึกถ้าใช่ก็คือใช่ ไม่ใช่คือไม่ใช่ ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหน คุยกับใคร คนที่มาหาเราจะรู้เลยว่าใช่หรือไม่ใช่ ทำให้เราวางน้ำหนักของเราได้

ผม ไม่กินเนื้อสัตว์ตั้งแต่เด็ก ได้รู้รสชาติเนื้อปลาหมึกตอนยังเป็นเด็ก เคยชิมแต่ไม่ชอบ อย่างไข่ก็นานมาแล้ว ไม่ค่อยได้กิน อาจเพราะส่วนนี้ด้วยทำให้เราสบายใจ

ทางบ้านไม่ได้บังคับแต่ผมไม่กินเอง เขาให้กินเราก็เคี้ยว แต่พอเผลอโยนทิ้งตลอด ในความคิดเราคือสงสาร ไม่อยากฆ่าสัตว์ ถ้าเราบอกสงสารแต่ไปกินมันก็คงไม่ใช่ แต่มนุษย์เห็นว่าเป็นธรรมชาติก็แล้วแต่ เราต่างหากที่ผิดธรรมชาติ

ผม จึงเป็นคนกินง่าย แต่หากินยาก ถึงไม่กินแต่ไม่รังเกียจ นั่งร่วมโต๊ะได้ทุกคน อย่างผัดผักใส่กุ้งก็เขี่ยกุ้งออก แต่ถ้าเป็นน้ำแกงกินไม่ได้เลย
อีกเรื่องคือผมไม่เคยบวช และไม่ตั้งใจที่จะบวช เพราะถือว่าการบวชไม่มีความหมายแต่การปฏิบัติมีความหมาย ไม่ใช่ต่อต้านแต่เห็นว่ามันไม่จำเป็นเพราะเราปฏิบัติตามหลักศาสนาอยู่แล้ว

พระ พุทธเจ้าไม่ได้สอนว่าต้องบวชแต่ให้เคารพในเหตุผล คำแสดงคำสอนของท่าน อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ, พุทธัง สะระณัง ธัมมัง สะระณัง สังฆัง สะระณัง เป็นคำที่คนแต่งขึ้น แต่พระองค์ท่านไม่ได้พูด

ท่านสอนไว้ว่าอานนท์ สารีบุตร อย่าเชื่ออาตมา อย่าเชื่อคำสอนแต่เชื่อเหตุผล อย่าเชื่อพระพุทธเจ้า ซึ่งสวนทางกับคำว่า พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

พุทธัง คือพระพุทธเจ้าผู้เป็นใหญ่ ท่านไม่เคยบอกว่าท่านเป็นใหญ่ แต่คนมาสมมติ แต่งขึ้น จริงๆ ผมนับถือทุกศาสนา เพราะผ่านมัสยิดก็ยกมือไหว้ ผ่านโบสถ์ก็ยกมือไหว้ ผ่านวัด ก็ยกมือไหว้ เราศรัทธาทุกศาสนา

ไม่มีศาสนาใดสอนคนให้แยกออกจาก กัน สอนให้คนฆ่ากัน แล้วบอกพระเจ้าโปรด นั่นเป็นสิ่งที่มนุษย์ไปเข้าใจศาสนาในทางที่ผิด แล้วบาปด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-05-03 06:22:10


ความเห็นที่ 13 (1373714)
  วันที่ 01 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7093 ข่าวสดรายวัน
กรมการปกครอง
คอลัมน์ คอลัมน์ที่13

กรมการปกครองเป็นหน่วยงานในกระทรวงมหาดไทย ที่ก่อตั้งมาพร้อมกับกระทรวงมหาดไทยในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2435 โดยกรมการปกครองในสมัยนั้นมีชื่อว่า "กรมพลำภัง"

หลังการเปลี่ยนแปลง การปกครอง พ.ศ. 2475 จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยแล้วในปี พ.ศ. 2476 กรมพลำภังได้เปลี่ยนชื่อเป็นกรมมหาดไทย  พ.ศ. 2505 จึงเปลี่ยนมาใช้ชื่อ "กรมการปกครอง"

ดูแลงาน 5 สำนักหลัก คือ สำนักสืบสวนและนิติการ สำนักปกครองท้องที่ สำนักบริหารการทะเบียน สำนักกิจการความมั่นคงภายใน และสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน อำนาจหน้าที่   คือ

1.เสนอแนะนโยบายและจัดทำแผน มาตรการ ติดตาม และประเมินผลด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายใน

2.รักษา ความสงบเรียบร้อย สืบสวนสอบสวนคดีอาญาในหน้าที่พนักงานฝ่ายปกครอง และอำนวยความเป็นธรรมให้แก่ประชาชน

3.รักษาความมั่นคงภายใน งานการข่าว งานกิจการชายแดน งานควบคุมดูแลชาวเขาและชนกลุ่มน้อย ผู้อพยพและผู้หลบหนีเข้าเมือง งานสัญชาติ และงานกิจการมวลชน

4.สนับ สนุน ส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และการเลือกตั้งทุกระดับ

5.ดูแล งานกองอาสารักษาดินแดน

6.พัฒนาและบริหารการปกครองท้องที่ในระดับ อำเภอ กิ่งอำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน ตามกฎหมาย ว่าด้วยลักษณะปก ครองท้องที่

7.ดำเนิน การและพัฒนาระบบงานทะเบียนราษฎร งานบัตรประจำตัวประชาชน และงานทะเบียนอื่น

8.พัฒนา บุคลากรในด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายใน

9.สื่อสาร เพื่อการบริหารงาน การรักษาความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงภายในประเทศ

10.อำนวย การและสนับสนุนการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของนายอำเภอ

11.ปฏิบัติ การอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด หรือตามที่กระทรวงหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

เพราะ ขอบข่ายอำนาจกว้างขวาง และดูแลงานท้องถิ่นใกล้ชิดระดับอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน กรมการปกครองจึงเป็นกรมที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งมาทุกยุคทุกสมัย

ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นเป็นอธิบดีกรมการปกครอง จึงมีศักดิ์ฐานะเกือบจะเทียบเท่าปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือในบางยุคอาจเปล่งแสงรัศมีเกินหน้าปลัดกระทรวงเสียด้วยซ้ำ  จำนวนไม่น้อยก้าวขึ้นเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นลำดับถัดไป

นับแต่ปี 2475-2517 กรมการปกครองมีอธิบดี 32 คน ขึ้นเป็นปลัดกระทรวง 9 คน

จาก ปี 2518-ปัจจุบัน กรมการปกครองมีอธิบดี 15 คน ขึ้นเป็นปลัดกระทรวง 8 คน

ตามลำดับก็คือ พระยาสุนทรพิพิธ ในปี 2482 จากนั้นจึงเป็น นายวิญญู อังคณารักษ์ นายดำรง สุนทรศารทูล นายพิศาล มูลศาสตรสาทร นายเอนก สิทธิประศาสน์ นายชูวงศ์ ฉายะบุตร นายชนะศักดิ์ ยุวบูรณ์ นายสุจริต ปัจฉิมนันท์ และนายวิชัย ศรีขวัญ

มีเพียง 7 คน ที่ไม่ได้เป็นปลัดกระทรวง แต่ในจำนวนนี้ 3 คนเกษียณอายุราชการในตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง

ได้แก่ นายฉลอง กัลยาณมิตร นายศิวะ แสงมณี และนายชาญชัย สุนทรมัฎฐ์

อีก 1 คนโยกไปเป็นปลัดกระทรวงแรงงาน คือ นายอภัย จันทนะจุลกะ

ล่าสุด นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมการปกครองคนแรก ที่จบการศึกษาจากรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือ "สิงห์ขาว" ถูกโยกย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย

เป็นครั้งแรกที่อธิบดี กรมการปกครอง ถูกย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการ

อธิบดีกรมการปกครอง  ลำดับที่ 33 คือ นายมงคล สุระสัจจะ ที่ย้ายมาจากอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน

เป็นอธิบดีกรมการปกครองคนแรกที่จบการศึกษาจากรัฐศาสตร์ รามคำแหง หรือสิงห์ทอง

อนาคต จะเป็นอย่างไร ต้องติดตาม
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-05-01 09:25:13


ความเห็นที่ 12 (1373091)

 

วงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์

วงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์  เพศ ชาย  วันที่เกิด 27 มิถุนายน 2494 อายุ 59

โดนเด้งฟ้าผ่า หลังจากฝ่ายรัฐบาล เริ่มแสดงความไม่พอใจบรรดาข้าราชการระดับสูง ที่ทำตัวเกียร์ว่าง เพิกเฉยต่อคำสั่งให้ดำเนินการกับบรรดาม็อบเสื้อแดง ที่ตั้งด่านสกัดรถ เจ้าหน้าที่ทหาร - ตำรวจ ในหลายจังหวัด กันตามอำเภอใจ โดยเจ้าหน้าที่รัฐ ทำได้เพียงแต่ทำตาปริบ ๆ

นอกจากนี้ เมื่อดูปูมหลังในเส้นทางก่อนก้าวขึ้นเป็นอธิบดีกรมการปกครอง ก็จะพบว่าไม่ธรรมดา เนื่องจากมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ​ชินวัตร จึงทำให้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ที่จะถูกมองว่ารู้เห็นเป็นใจกับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล

ส่วนอีกเหตุผลหนึ่ง ก็น่าจะมาจากการที่ นายวงศ์ศักดิ์ ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบกรณีการสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ และยังมีปัญหาเกี่ยวกับการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ 3.9 พันล้านบาท ที่กำลังมีการตรวจสอบอยู่ในขณะนี้

ชื่อ-สกุล : วงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์   วัน/เดือน/ปีเกิด : 27 มิถุนายน 2494

ประวัติครอบครัว :
- บิดา นายเจริญ สวัสดิ์พาณิชย์
- มารดา นางซิวเจียง สวัสดิ์พาณิชย์
- ชื่อคู่สมรส วิไลพร สวัสดิ์พาณิชย์
- จำนวนบุตร 2 คน
1. นายเบญจพล สวัสดิ์พาณิชย์ (น้องปอนด์) เกิดเมื่อปี 2525
2. นายเบญจรงค์ สวัสดิ์พาณิชย์ (น้องโป้ง) เกิดเมื่อปี 2529

การศึกษา และดูงาน :
- ปริญญาตรี รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- ปี 2520-2521
ปริญญาโท MPA (Public Affairs) สหรัฐอเมริกา (KSU)
- วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ) รุ่นที่ 44

การอบรม :
- นักบริหารการวางแผนระดับสูงของ NIDA
- นักบริหารมหาดไทยระดับ 8 สถาบันดำรงราชานุภาพ มหาดไทย
- นักบริหารมหาดไทยระดับ 9 สถาบันดำรงราชานุภาพ มหาดไทย

ตำแหน่งปัจจุบัน :
- 28 พฤศจิกายน 2551 อธิบดีกรมการปกครอง

ตำแหน่งอื่นๆ :
- 3 มีนาคม 2552
ประธานกรรมการการไฟฟ้านครหลวง
- 17 มีนาคม 2552
กรรมการองค์การตลาด

การทำงาน และตำแหน่งหน้าที่ :
- 1 พฤษภาคม 2517
ปลัดอำเภอตรี กิ่งอำเภอปทุมรัตน์ จ.ร้อยเอ็ด
ปลัดอำเภอตรี อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด
- 1 สิงหาคม 2519
ปลัดอำเภอ (จพง.ปค.4) อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด (2520-2521 ไปศึกษาต่อปริญญาโท)
- 2521
กองการศึกษาประชา
- 1 กันยายน 2522
จนท.วิเคราะห์นโยบาบและแผน 5 สำนักงานจังหวัดเลย
จนท.วิเคราะห์นโยบาบและแผน 5 สำนักงานจังหวัดพิจิตร
- 1 ธันวาคม 2525
จนท.วิเคราะห์นโยบาบและแผน 6 สำนักงานจังหวัดศรีสะเกษ
- 2530
จนท.วิเคราะห์นโยบาบและแผน 6 สำนักงานจังหวัดอุบลราชธานี
- 1 ตุลาคม 2533
จนท.วิเคราะห์นโยบาบและแผน 7 สำนักงานจังหวัดอุบลราชธานี
รักษาการ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดอุบลราชธานี
- 1 ธันวาคม 2534
หัวหน้าสำนักงานจังหวัดมุกดาหาร (จนท.วิเคราะห์ฯ 8)
- 15 เมษายน 2535
หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสมุทรปราการ (จนท.วิเคราะห์ฯ 8)
- 16 ตุลาคม 2536
หัวหน้าสำนักงานจังหวัดขอนแก่น (ระดับ 8)
- 7 พฤศจิกายน 2537
ผอ.กองแผนพัฒนาจังหวัด สำนักปลัดกระทรวงมหาดไทย กระท รวงมหาดไทย (ระดับ 8)
- 2 ตุลาคม 2539
รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี (ระดับ 9)
- 20 ตุลาคม 2540
รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต
- 1 ตุลาคม 2544
รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง (ระดับ 9)
- 1 ตุลาคม 2545
ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย
- 1 ตุลาคม 2548
ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี
- 28 พฤศจิกายน 2551
อธิบดีกรมการปกครอง

ตำแหน่ง อื่นๆ :
- 7 ธันวาคม 2549
สมาชิกสมัชชาแห่งชาติ
- 9 มกราคม 2550
คณะทำงานศึกษาบทบาทภารกิจและการพัฒนาประสิทธิภาพ ในการปฏิบัติงานของผู้ว่าราชการจังหวัด (กระทรวงมหาดไทย)
- 17 มกราคม 2550
คณะอนุกรรมาธิการศึกษาเอกภาพการปฏิบัติงานของผู้ว่าราชการจังหวัด (คณะกรรมาธิการการปกครอง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ)
- 13 กุมภาพันธ์ 2550
ประธานคระกรรมการที่ปรึกษา คณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนจังหวัด ราชบุรี
- 24 เมษายน 2550
คณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
- 4 มิถุนายน 2551
ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ด้านการปกครอง
- 3 มีนาคม 2552
ประธานกรรมการการไฟฟ้านครหลวง
- 17 มีนาคม 2552
กรรมการองค์การตลาด

สิงห์ดำ-สิงห์ แดง

ถ้าพูดถึงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย จะต้องพูดถึงตำนานเบื้องหลังของคนที่ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่ง มาประกอบการศึกษาด้วย  ต้องบอกว่าช่างไม่ธรรมดา เพราะแต่ละท่านมีประวัติการต่อสู้อย่างยาวเหยียด

จุดเริ่มต้นของการ ต่อสู้ระหว่างข้าราชการที่จบจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือที่เรียกกันว่าสิงห์ดำ กับข้าราชการที่จบมาจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือสิงห์แดง มาหนักหน่วงในสมัยที่นายพิศาล มูลศาสตร์สาทร เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย

หัวขบวนของสิงห์ดำคือนายพิศาล ตามด้วยนายฉลอง กัลยาณมิตร ส่วนอีกฟากฝั่งสิงห์แดงมีนายอนันต์ อนันตกูล และนายเจริญจิตต์ ณ สงขลา

และเมื่อหมดยุคนายพิศาล ตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยก็เป็นของนายอนันต์ อนันตกูล สิงห์แดง ที่มาคั่นไว้คนเดียว เมื่อนายอนันต์เกษียณอายุราชการ สิงห์ดำก็กลับมายึดครองตำแหน่งอีกครั้งและอยู่อย่างยาวนาน ไล่ตั้งแต่นายอารีย์ วงศ์อารยะ นายชูวงศ์ ฉายะบุตร มาจนถึงนายชนะศักดิ์ ยุวบูรณ์

ก่อนที่สิงห์แดง อย่างนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช จะก้าวพรวดจากอธิบดีกรมโยธาธิการ ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ถือว่าเป็นมิติใหม่อีกเหมือนกัน ที่ปลัดกระทรวงไม่ได้มาจากรองปลัดกระทรวง หรืออธิบดีกรมการปกครอง และเป็นช่วงเวลาที่ข้าราชการในซีกสิงห์ดำถูกกดไว้ไม่ให้เติบโต ขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นหรือรุ่นน้องสิงห์แดงจะเติบใหญ่กันถ้วนหน้า 

พูด ง่ายๆในยุคนั้น มีเสียงโจษขานถึงการจัดบัญชีรายชื่อข้าราชการ เพื่อแต่งตั้งโยกย้ายในตำแหน่งสำคัญของกองการเจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย จะมีช่องพิเศษที่เขียนไว้สุดท้ายว่าจบจากสถาบันไหน  คือถ้าไม่ใช่ สิงห์ดำแล้ว รายชื่อจะถูกปล่อย ผลักดันให้ก้าวขึ้นไปรับตำแหน่งที่สำคัญทันที

นายมานิต วัฒนเสน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็รับอานิสงส์จากปัจจัยนี้ ถือเป็นสิงห์ขาวหรือผู้ที่จากมาจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่คนแรกที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุด  และภายหลัง ที่นายมานิตเกษียณอายุราชการในเดือนตุลาฯนี้

สิงห์ดำก็ยังอยู่ไกล ห่างการช่วงชิงเก้าอี้ปลัดกระทรวงมหาดไทย มีเพียงนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ สิงห์ดำคนเดียวที่เป็นรองปลัดกระทรวง มีอายุราชการอีกหลายปี ที่สำคัญเก็บตัวเงียบมากจนไร้ผลงาน

สิงห์แดงที่มีนายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมการปกครองกลับเป็นตัวเก็งที่มาแรง หรือนายพระนาย สุวรรณรัฐ รองปลัดกระทรวงอีกคนหนึ่งก็จบมาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

รวมไปถึงนายอุดม พัวสกุล อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ก็เป็นสิงห์ขาว กลุ่มก๊วนเดียวกับปลัดฯมานิต  ซึ่ง ไม่ใช่สิงห์ดำอีกเหมือนกัน.

"ซี.12"

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-04-26 06:06:13


ความเห็นที่ 11 (1372848)

ปราโมทย์ สัจจรักษ์ พ่อเมืองแดนแดง
คอลัมน์ ข่าวทะลุคน

แม้กลุ่ม คนเสื้อแดงขอนแก่นจะยอมสลายการชุมนุมตามคำสั่งของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. ในเหตุการณ์บุกยึดขบวนรถไฟจังหวัดขอนแก่นที่บรรทุกยุทโธปกรณ์ทางทหาร

เพราะเกรงว่าจะเป็นการส่งกองกำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมที่กรุงเทพฯ

ปล่อยเจ้าหน้าที่ทหารจาก ร.13 พัน 2 จำนวน 200 นาย และทหารจาก ร.8 พัน 2 จำนวน 70 นาย เคลื่อนไปปลายทางที่จ.ปัตตานี

ปราโมทย์ สัจจรักษ์ ในฐานะพ่อเมืองขอนแก่น รับผิดชอบไกล่เกลี่ยข้ามคืน  กระทั่งศอฉ.ต้องส่งซิกเตรียมส่งกำลังทหารเข้าสลายการชุมนุม  ก่อนจบลงด้วยดี โดยไม่เสียเลือดเนื้อ

เกิด 1 มกราคม 2493 ชาวกรุงเทพมหานคร สมรสกับนางกฤติยา สัจจรักษ์
รัฐศาสตรบัณฑิต ธรรมศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาฯ
หลักสูตรอบรมโรงเรียนนายอำเภอ รุ่นที่ 27 พ.ศ.2530 โรงเรียนนักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 27 พ.ศ.2534
เริ่มรับราชการปี 2517 ปลัดอำเภอตรี อำเภอไทรโยค ปลัดอำเภอโท อำเภอเมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี
2522 ย้ายเข้ามานั่งทำงานในกรมการปกครอง อยู่ฝ่ายการสอบ กองอัตรากำลังส่งเสริมสมรรถภาพ
2526 ปลัดอำเภอเสิงสาง จ.นครราชสีมา

ขึ้นเป็นนายอำเภออยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน อาทิ นายอำเภอคำชะอี จ.มุกดาหาร นายอำเภอหนองหาน จ.อุดรธานี นายอำเภอประทาย จ.นครราชสีมา   และนายอำเภอประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ และปลัดจังหวัดบุรีรัมย์

2546 รองผู้ว่าฯบุรีรัมย์ และรองผู้ว่าฯอุบลราชธานี
ต.ค.2551 ขึ้นผู้ว่าฯสุรินทร์
รับตำแหน่งพ่อเมืองขอนแก่น มี.ค.2552 จนถึงปัจจุบัน

หนึ่งในพื้นที่เสื้อแดงแจ๋  พิษแดงจะส่งผลให้เก้าอี้ผู้ว่าฯขอนแก่น สะเทือนหรือไม่?

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-04-24 07:46:06


ความเห็นที่ 10 (1369262)


วิชัย ศรีขวัญ ประธานบอร์ด ททท. ท่องเที่ยว คือ คลังเศรษฐกิจของประเทศ


ในวันที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอายุครบ 50 ปี วิชัย ศรีขวัญ ประธานคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (บอร์ด ททท.)

จึงได้ มองย้อนไปในอดีตจนถึงปัจจุบัน และสิ่งที่กำลังจะก้าวไปในอนาคต

สิ่งที่ต้องดำเนินในอนาคตนั้นน่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะ "ท่องเที่ยว คือ คลังเศรษฐกิจของประเทศ" ซึ่งคนไทย องค์กร ภาครัฐ ภาคเอกชน ทุกฝ่าย สามารถเข้ามาช่วยเพื่อบูรณาการร่วมกันได้

...ผมเห็นความสำคัญของการ ท่องเที่ยวซึ่งมีบทบาททางวัฒนธรรม วิถีชีวิตเกี่ยวข้องกับธรรมชาติ สร้างความรู้ เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ที่สำคัญเป็นฐานรากสำคัญทางเศรษฐกิจจากต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ นับจากวันก่อตั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 18 มีนาคม 2503 เป็นรุ่นบุกเบิกสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศ วางระบบพัฒนาสินค้าต่อเนื่องกันมา โดยมีวิวัฒนาการดีขึ้นตามลำดับ กระทั่ง มาถึงยุคก่อตั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ได้แบ่งแยกบทบาทการทำงานกัน ชัดเจน โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแสดงบทบาทหลักในการกำกับดูแลนโยบาย และปรับปรุง ฟื้นฟู พัฒนา สถานที่ท่องเที่ยว ส่วนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยแยกบทบาทเป็นองค์กรผู้นำพัฒนาการตลาดสู่ความ เป็นเลิศ มีบุคลากรประสบการณ์สูง ทักษะความสามารถทางการตลาดสูง ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะสำนักงาน ททท.ในต่างประเทศ 26 แห่งทั่วโลกจะเป็นแกนสำคัญถ่ายทอดเอกลักษณ์ความเป็นไทยและจุดขายของสถานที่ ท่องเที่ยวแต่ละแห่งให้ชาวโลกเข้าใจอย่างถ่องแท้ เพื่อพวกเขาสามารถเลือกจุดหมายปลายทางได้ตามที่ต้องการ

การท่องเที่ยวฯมีความพยายามจะสร้างยุทธศาสตร์ทำงานในเชิงบูรณาการ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาแหล่งท่องเที่ยว การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง โดยมีกระทรวงคมนาคมให้การสนับสนุน หรือการสร้างหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ด้านสินค้าช็อปปิ้งท้องถิ่นก็ได้กระทรวงมหาดไทยสนับสนุน พอมาถึงภาคธุรกิจเอกชนท่องเที่ยวก็มีสมาคม ชมรม ที่มีผู้เชี่ยวชาญคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

ส่วนเรื่องยุทธศาสตร์ ททท.ของทุกจังหวัด ต้องสร้างความรู้ความเข้าใจจัดทำแผน โดยคงเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ไว้ แทนที่จะเลียนแบบจุดขายของจังหวัดอื่น ซึ่งจะทำให้เสน่ห์ของท้องถิ่นดั้งเดิมหายไป เกิดการเปลี่ยนแปลงจนนักท่องเที่ยวผู้เคยหลงใหลประทับใจพากันเดินจากไป ฉะนั้นต้องช่วยกันคิดว่า จะทำอย่างไรให้ทุกคนเป็นเจ้าบ้านที่ดี ในเมื่อนักท่องเที่ยวทั่วโลกกล่าวถึงกันมากคือคนไทยมีน้ำใจ ซึ่งเป็นต้นทุนทางการท่องเที่ยวที่ได้เปรียบทุกประเทศ

ผมในฐานะ ประธานบอร์ดคาดหวังการนำเครื่องมือสมัยใหม่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนการท่อง เที่ยวของประเทศ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและผู้ว่าการ ททท.ที่มีนโยบายและแนวทางปฏิบัติอย่างชัดเจน นำไฮเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ ถือเป็นเครื่องมือที่ดี ทันสมัย กระจายการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั่วโลก ความจริงแล้วในประเทศไทยทุกวันนี้ ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทั่วทุกแห่งต่างก็มีอุปกรณ์เหล่านี้พร้อมจะสื่อสารถึงกันได้ตลอดเวลา  การเดินทางสมัยนี้สะดวก รวดเร็ว ทางบกมีถนนเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวจำนวนมาก ทางอากาศมีสายการบินต่าง ๆ เปิดจุดบินไปทั่วประเทศ และในระยะนี้ก็มุ่งสร้างมาตรฐานความปลอดภัยเข้าไปด้วย ล้วนเป็นปัจจัยบวกต่อการพัฒนาท่องเที่ยวของประเทศในระยะยาว

สมัยผม รับราชการเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ปี 2549-2550 ตรงกับการเปิดโครงการราชพฤกษ์ ผมเห็นการริเริ่มของชุมชนหมู่บ้านหลายแห่งเปิดบ้านทำโฮมสเตย์โดยไม่ได้ ตั้งใจ มาจากชาวเมืองส่วนใหญ่อัธยาศัยไมตรีดี มีน้ำใจ ผมจึงนำยุทธศาสตร์ความโดดเด่นทางวัฒนธรรมเมืองเหนือ รื้อฟื้นการอู้คำเมือง ทำแผนสร้างการเรียนรู้ให้ชาวไร่ ชาวนา ปลูกพืชผักนำมาขายเป็นวัตถุดิบป้อนร้านอาหารตามสถานที่ท่องเที่ยว
เป็นวงจรตัวอย่างซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการกระจายรายได้จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สู่ทุกภาคส่วนของประเทศได้อยู่ดีกินดี หากคนไทยช่วยกันคนละไม้คนละมือ รายได้จากนานาประเทศก็จะหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศซึ่งเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย ในโอกาสยิ่งใหญ่ ททท.ครบรอบ 50 ปี ผมว่าถึงเวลาแล้วที่ทุกคนควรหันมาร่วมมือกันบูรณาการท่องเที่ยวเพื่อนำความ สำเร็จมาสู่ประเทศไทย... (หน้าพิเศษ ททท.)

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-03-21 10:38:04


ความเห็นที่ 9 (1366317)

จาดุร อภิชาตบุตร

จาดุร อภิชาตบุตร   เพศ ชาย  วันที่เกิด 17 มิถุนายน 2494

  • อายุ 59

จาดุร อภิชาตบุตร

ภาพ จาก www.saraburi.go.th

ถูกดาหน้าสวนคืนทันควันจากทั้งบิ๊กน้อยใหญ่ ในกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะที่มาจากสายตรงจากคนโตเมืองบุรีรัมย์​ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นผู้มีอำนาจตัวจริงในกระทรวงคลองหลอดทันที หลังออกมากล่าวหาว่ากระทรวงมหาดไทย กำลังก้าวเข้าสู่ยุคตกต่ำที่สุดและมีการทุจริตซื้อขายตำแหน่ง ที่มีตัวเลขสูงถึง 400 ล้านบาท

แต่ที่หนักที่สุดก็คือก็น่าจะมาจาก นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ น้องชาย นายเนวิน ชิดชอบ ที่เลือกจะเล่นบทเชือดนิ่ม ๆ เลือกจะไม่ตอบโต้ด้วยวาจา แต่ลงแรงฟาดทีเดียวให้ถึงตาย ด้วยการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระราชวัง ฐานหมิ่นประมาท รวมทั้งฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายอีกเป็นเงินสูงถึง 50 ล้านบาท

ก็ต้องคอยจับตากันต่อไปว่า เจ้าตัวจะเลือกตอบโต้ด้วยวิธีการใด จะเลือกที่จะนิ่งเฉย หรือว่าจะมีการออกมาแฉข้อมูลอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ซึ่งหากเลือกวิธีการหลังก็เห็นทีจะเป็นเรื่องยาวเพราะต้องไม่ลืมว่าในระยะ หลัง ๆ มานี้ มีข่าวไม่สู้ดีเกี่ยวกับกระทรวงมหาดไทยโชยออกมาสู่สาธารณชน ถี่มากขึ้นซึ่งต่อไปอาจจะมีผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลได้

ชื่อ-นามสกุล : จาดุร อภิชาตบุตร

วันเดือนปีเกิด : 17 มิถุนายน 2494

ประวัติครอบครัว :

- บิดา นายสุเกต อภิชาตบุตร

- มารดา นางสุภา อภิชาติบุตร

- ชื่อคู่สมรส ผศ.ปิยะวดี นามสกุล เดิมของคู่สมรส วงศ์ทองศรี

- จำนวนบุตร-ธิดา 2 คน เป็นธิดาทั้ง 2 คน ประกอบด้วย

1. น.ส.ชนิศา อภิชาตบุตร

2. น.ส.ชญานิษฐ์ อภิชาตบุตร

ถิ่นกำเนิด : กรุงเทพฯ

การศึกษา และดูงาน :

- ประถมศึกษา-มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนเซนต์คาเบรียล

- มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพญาไท

- 2512-2516 ปริญญาตรี รัฐศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยม) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

- 2516-2517 ปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยโอไฮโอ สหรัฐ

- 2521-2525 ปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

- โรงเรียนปลัดอำเภอ

- โรงเรียนนายอำเภอรุ่น 27

- วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 45

- โรงเรียนนักปกครองระดับสูง รุ่น 29

- ประกาศนียบัตร จากอเมริกัน ยูนิเวอร์ซิตี้ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

- ประกาศนียบัตร จากมหาวิทยาลัยเท็กซัส สหรัฐอเมริกา

- ประกาศนียบัตร จากนิด้า

- 2542 ประกาศนียบัตร ด้านกฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

- ประกาศนียบัตรชั้นสูงหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

- ประกาศนียบัตรการบริหารเศรษฐกิจสาธารณะสำหรับนักบริหารระดับสูงรุ่นที่ 4 จากสถาบันพระปกเกล้า

ตำแหน่งปัจจุบัน :

- 2552 หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย

การทำงาน และตำแหน่งหน้าที่ :

- 1 ตุลาคม 2531  หัวหน้าฝ่ายกิจการชายแดนและการต่างประเทศ กองการข่าวและการต่างประเทศ

- 1 ตุลาคม 2532  หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเชียงใหม่

- 1 ตุลาคม 2534   ผู้อำนวยการกองการข่าว สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย

- 3 ตุลาคม 2537  รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

- 31 มีนาคม 2540   รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร

- 20 ตุลาคม 2540  รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน

- 16 มีนาคม 2541  นักปกครอง 9 สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย

- 8 มิถุนายน 2543  ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ประจำเขตที่ 12

- 1 ตุลาคม 2548  รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

- 1 ตุลาคม 2551  ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย

- กันยายน 2552  รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

ตำแหน่งอื่นๆ :

- กรรมการผู้แทนสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

- นายกสมาคมข้าราชการพลเรือนแห่งประเทศไทย

- 5 ธ.ค.2550  ประธานอนุกรรมการดำเนินการจัดงาน "รวมพลังไทย เทิดไท้องค์ราชัน"

- 5 ตุลาคม 2550   กรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

- 14 พฤศจิกายน 2549  ผู้ประสานงานคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา (ปคร.)

- 28 พฤศจิกายน 2549  กรรมการการประปานครหลวง

- นายกสมาคมข้าราชการพลเรือนแห่งประเทศไทย

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2010-02-21 09:11:49


ความเห็นที่ 8 (1358420)

 

เปิดใจ มานิต วัฒนเสน ปลัดกระทรวงมหาดไทย "ท่านเนวินมีบุญคุณกับผม ท่านเมตตาผม" (สัมภาษณ์พิเศษ)
 
ตั้งแต่ได้รับตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยเมื่อเดือนตุลาคม ชื่อ "มานิต วัฒนเสน" ดูจะถูกแสงสปอตไลท์จับจ้องเป็นพิเศษว่าได้รับเก้าอี้บิ๊กมหาดไทย เพราะสนิทสนมกับขั้วสีน้ำเงินอย่าง "พรรคภูมิใจไทย" ที่กำลังเรืองอำนาจขณะนี้ ถึงแม้บ้านเกิดจะเป็นคน จ.สตูล แต่ไม่เป็นปัญหาในการทำงานร่วมกับ "กลุ่มเพื่อนเนวิน" ภายหลังสวมบทผู้ว่าฯขอนแก่น กระโดดข้ามห้วยเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่มีงบประมาณนับแสนล้าน จากนั้นเพียงไม่กี่เดือนก็ทำงานเข้าตาฝ่ายการเมืองก็ถูกเคาะชื่อให้เป็นปลัด กระทรวงมหาดไทยในที่สุด

"ปลัดมานิต" เปิดโอกาสให้ "แนวหน้า" ไขข้อข้องใจในประเด็นต่างๆ ตั้งแต่รับตำแหน่ง ทั้งกรอบการทำงานก่อนเกษียณอายุราชการปลายปี 2553 การผลักดันนโยบายฝ่ายการเมือง ! ข้อสงสัยความใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจ และการสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดในการดูแลการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดงที่ประกาศจะชุมนุมอีกครั้งในวันที่ 10 ธันวาคม

วางกรอบการทำงานตั้งแต่ขึ้นตำแหน่งสูงสุดของมหาดไทยอย่างไร
หลัก ของผมคือ..(นิ่งคิด) ผมจะยึดนโยบายของรัฐบาลและรัฐมนตรีเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ผมคิดว่าบทบาทของปลัดกระทรวงมหาดไทยทำหน้าที่เป็นข้อต่อระหว่างฝ่ายการเมือง กับข้าราชการประจำ ตัวหน้าที่หลักคือ การแปลงนโยบายของฝ่ายการเมืองมาสู่การปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพสูงสุด คือ นโยบายของรัฐบาล นโยบายของกระทรวงมหาดไทย นโยบายของกระทรวงอื่นๆ หลักมันอยู่แค่นี้ ผมจะไม่กำหนดนโยบายของตัวเอง ผมจะลงไปในรายละเอียด เรื่องของกลยุทธ์ และเป้าหมาย ตลอดจนวิธีปฏิบัติ เพื่อให้นโยบายบรรลุเป้าหมาย นี่เป็นไอเดียผม ในภาพของกระทรวงมหาดไทย การบำบัดทุกข์ บำรุงสุข จะต้องทำอะไรมาบ้าง ต้องให้น้ำหนักว่าควรทำอะไรก่อน อะไรหลัง ตอนนี้กระทรวง จะเน้นน้ำหนัก ในสามเรื่อง เรื่องแรกการปกป้องสถาบันเราต้องคิดและกำหนดเป็นยุทธ์ศาสตร์ ว่าจะผลักดันอย่างไรให้เกิดเป็นรูปธรรม สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่คู่ประเทศไทย และสังคมไทยมาตลอด ในยามบ้านเมืองเกิดวิกฤติ ประเทศไทยผ่านพ้นมาก็ได้บารมีของพระองค์ท่าน ซึ่งพวกเราชาวไทยต้องช่วยกันปกป้องรักษา สถาบันพระมหากษัตริย์ของเราไว้
เรื่อง ที่สอง การแก้ปัญหาความยากจน พยายามสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขณะเดียวกัน ก็พยายามแก้หนี้นอกระบบ เรื่องที่สาม การแก้ไขปัญหายาเสพติด สถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบันค่อนข้างจะรุนแรงขึ้น กระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบในสองด้าน คือ ด้านรั้วชุมชน และรั้วสังคม เราจะดำเนินการ Clean & Seal คือ ขจัดและกวาดล้างยาเสพติด ให้หมดไปจากชุมชน และป้องกันไม่ให้ยาเสพติดเข้ามาในชุมชนอีก โดยอาศัยความร่วมมือจากชุมชน การมีส่วนร่วมของประชาชน
แต่ งานกระทรวงมหาดไทย เป็นงานพลวัตรมันหมุนไปเรื่อยๆ ไม่มีวันจบสิ้น ความยากจนเมื่อแก้ปัญหาความยากจนของคนกลุ่มหนึ่งหมดไป ก็จะเกิดกลุ่มใหม่ขึ้นอีก หรือ ยาเสพติดเมื่อปราบหมดไปก็จะเกิดใหม่ขึ้นมาอีก จะให้หมดไปร้อยเปอร์เซ็นต์เลยยาก แต่พยายามให้มีน้อยที่สุด เพื่อให้สังคมเดินต่อไปได้



หนักใจหรือไม่ในการชูนโยบายปกป้องสถาบัน ในสถานการณ์ที่มีการชุมนุม
เอ่อ...(นิ่งคิด) คือ... แต่ละคนคิดไม่เหมือนกัน แต่สำหรับผมเนี่ย มาถึงทุกวันนี้ผมว่าปัญหาทุกอย่าง สามารถแก้ไขได้ คือมีปัญหาก็ต้องแก้กันไป (ยิ้มมุมปาก) เราก็หาวิธีที่ดีที่สุด อย่างเช่นว่าขณะนี้ ประเด็นปัญหา มันอยู่ที่คนสองกลุ่มมีความคิดที่แตกต่างกัน ดูเหมือนจะยากที่จะทำความเข้าใจ ซึ่งคนโดยทั่วไปเห็นว่าจะต้องแตกหักกันไปข้างหนึ่ง แต่มันก็ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นพลังเงียบ ผมว่ากลุ่มนี้เยอะ เห็นได้จากโพลล์(แบบสำรวจ) ที่ออกมา คนกลุ่มที่กำลังขัดแย้งกันอยู่ มีเสียงดังในสังคม แต่คิดว่าจำนวนอาจจะไม่มาก ยกตัวอย่างเวลาไปต่างจังหวัดบางที่มีแค่ 10-20 คน มาประท้วงกัน พอผ่านสื่อออกไป ก็เหมือนกับแรงมาก ฉะนั้น ผู้ว่าฯ นายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คนกลุ่มนี้จะเป็นตัวจักรที่ทำให้งานผู้ว่าฯ สำเร็จ ฉะนั้นผู้ว่าฯเพียงให้นโยบายเรื่องปกป้องสถาบัน โดยการทำความเข้าใจ ว่าข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างไร

มีการสั่งการพิเศษในพื้นที่สีแดงจัด
ไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ แต่กระทรวง ซึ่งเกี่ยวข้องกับความมั่นคงภายใน จะต้องคอยติดตามหาช่วงว่าจะมีกิจกรรม อะไรเกิดขึ้น และจะก่อให้เกิดปัญหาด้านความมั่นคงหรือไม่ หากทราบเราก็เข้าไปแก้ไขไกล่เกลี่ยไปช่วยเจรจา สร้างความเข้าใจว่าเราเป็นคนไทยด้วยกัน ย้อนกลับไปในอดีต ที่เราเคยมีปัญหา ส่วนใหญ่อยู่ในภาวะที่ประเทศอ่อนแอทั้งนั้น ถ้าเรามัวทะเลาะกันเอง ประเทศก็จะอ่อนแอ เมื่อก่อนเราเคยเป็นประเทศแนวหน้าในด้านการพัฒนา ปัจจุบันเราตกลงไปเกือบจะอยู่แนวหลังแล้ว จนมีคนพูดกันว่า ถ้าเราแตกความสามัคคีกันอย่างนี้ ต่อไปอาจจะแพ้เวียดนาม หันมาดูตอนนี้ มาเลเซีย และสิงคโปร์ ได้เจริญรุดหน้ากว่าเราไปเยอะแล้ว

สั่งการผู้ว่าฯ ดูแลการชุมนุม มีจังหวัดไหนส่งสัญญาณเกียร์ว่างหรือไม่
ไม่ๆ (รีบตอบ) เพราะผู้ว่าฯ เวลาอยู่ในจังหวัด นอกจากจะต้องทำงานตามหน้าที่ ที่กฎหมายกำหนดไว้ ยังต้องรับนโยบายของรัฐบาล ของทุกกระทรวง ต้องบริหารงานตามยุทธศาสตร์จังหวัด และแก้ไขแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในจังหวัด จะมีเวลาไหนมาเกียร์ว่าง แต่บางจังหวัดเนี่ยนะ (เน้นเสียง) กลุ่มคนที่ประท้วงมันรุนแรงมาก ก็อาจจะทำให้แก้ปัญหาได้ยากบ้าง ผมยังยึดหลักประชาธิปไตย ทุกคนสามารถแสดงออก ในขอบเขตของกฎหมาย ผมบอกตลอดเวลา เมื่อผมเป็นผู้ว่าฯ ขอนแก่น ผมก็จะไม่ห้ามอะไรมากนัก เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงออกอย่างเสรี แต่อย่าไปทำความเสียหายให้คนอื่น อย่าไปทำลายสถานที่ราชการ ทรัพย์สินของชาวบ้าน ถ้าจะพูดก็ทำได้ตามกฎหมาย ตามสิทธิที่แสดงออก

ฐานะพ่อบ้านมหาดไทย ห่วงการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ แค่ไหน
ทุก คนห่วงเรื่องแบบนี้ ไม่อยากให้เกิด คิดว่าทุกคนคงมีความเห็นตรงกัน ว่าหากทะเลาะกันมาก ความก้าวหน้าในการพัฒนาประเทศก็จะทำได้ช้าลง การขับเคลื่อนอะไรจะชะลอไปหมด แทนที่ประเทศชาติจะไปถึงไหนกันแล้ว กลับมาช้าอยู่อย่างนี้ อย่าลืมว่าในยุคโลกไร้พรมแดน ประเทศเราจะอยู่โดดเดี่ยวไม่ได้ จะต้องแข่งขันกับโลกภายนอกตลอดเวลาถ้าเรายังช้าอยู่ก็จะพัฒนาไม่ทันประเทศ อื่น

อยากจะผลักดันนโยบายอะไรให้ข้าราชการจดจำคนชื่อมานิต
ใจผม..อยากจะผลักดัน ให้องค์กรส่วนท้องถิ่น ทั่วประเทศ 7,800 กว่าแห่ง ผมถือว่าเป็นองค์กรสำคัญ ที่รับรู้ปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง เนื่องจากอยู่ใกล้ชิดประชาชน และกระจายทั่วทุกหย่อมหญ้า ถ้าองค์กรเหล่านี้มีสมรรถภาพ ในการบริหาร การวางแผน การกำหนดยุทธศาสตร์ ในการบริหารงบประมาณ เพื่อประชาชน อย่างแท้จริง ภารกิจของหน่วยงานส่วนกลางจะน้อยลง ส่วนกลางควรถ่ายโอนภารกิจให้องค์กรปกครองท้องถิ่น จะทำให้การบริหารเกิดประสิทธิภาพ บรรลุตามเป้าหมายของคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง

ตั้งแต่รับตำแหน่งทำงานเข้าขากับรัฐมนตรีแค่ไหน
ข้า ราชการประจำ ทำงานกับรัฐมนตรีทำงานไม่ยาก เพราะว่าคนที่จะมาเป็นรัฐมนตรี จะเป็นคนเก่ง อย่าง ท่านชวรัตน์ (ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย) ท่านเคยเป็น รัฐมนตรี มา 11 ครั้ง ท่านเคยรักษาการนายกรัฐมนตรีมาแล้ว มีประสบการณ์มาก จะสอนงานให้เป็นอย่างดี ท่านนิ่มนวล (อมยิ้ม) ท่านเป็นคนไนซ์ (บุคลิกดี) ท่านมีความเมตตาสูง และท่านก็จะมีมุกดี เช่น เรื่องที่ ท่านนายกฯ จะเดินทางไป จ.เชียงใหม่ เมื่อสื่อถามว่าจะมีปัญหาอะไรมั้ย ท่านก็บอกว่าเหมือนกลักไม้ขีดไฟ ต้องมีทั้งก้าน และตัวกลัก ถ้ามีแต่ก้านไม้ขีด แต่ไม่มีกลัก ไฟก็ไม่ลุก (หัวเราะเสียงดัง) ส่วนท่านบุญจง (วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย) ท่านเป็นนักการเมืองที่โดดเด่นในสภาฯ ทำให้สามารถปกป้องข้าราชการประจำได้ดีมาก
สำหรับท่านถาวร (เสนเนียม รมช.มหาดไทย) เนื่องจากเป็นคนใต้ด้วยกัน ผมรู้จักท่านมาตั้งแต่รับราชการ ตอนที่ผมเป็นหัวหน้าสำนักงานจังหวัด ท่านเป็นอัยการจังหวัด ฉะนั้นผมอยู่ทำงานกับทั้งสามท่านได้ ผมก็ไม่ได้ไปออฟไซด์ (ล้ำหน้า)นาย ผมก็ทำตามนโยบายทุกอย่าง

มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าปลัดมหาดไทยคนนี้ สนิทสนมกับกับพรรคภูมิใจไทยเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกับนาย เนวิน ชิดชอบ
ก็ใช่ (ตอบทันที) ก็ใช่ (เน้นเสียง) เพราะท่านเมตตาผม คือคนเรา... (นิ่งคิดชั่วครู่) เลือกเกิดไม่ได้ เลือกที่ทำงานก็ไม่ได้ เลือกผู้บังคับบัญชาไม่ได้ เลือกผู้ใต้บังคับบัญชาก็ไม่ได้ ก็เป็นไปตามกงล้อของชีวิต ว่าหมุนไปพบใคร ท่านเมตตา สนับสนุนผม ในช่วงหนึ่งผมไปทำงานที่ จ.ปัตตานี มาพบท่านเนวิน ซึ่งขณะนั้นท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร ท่านไปทำโครงการคอนแท็กฟาร์ม ขณะนั้นเกิดเหตุความรุนแรงใหม่ๆ ก็มีการนำเสนอ ว่า สาเหตุของปัญหาอยู่ที่ ความยากจนและขาดสาธารณูปโภค รัฐบาลในยุคนั้น ก็ทุ่มเงินลงไปทำทุกอย่าง เรื่องภาคเกษตรก็ส่งทีมท่านเนวิน ท่านสมศักดิ์ (เทพสุทิน) ลงไป ก็พบกันในพื้นที่ คงถูกชะตาและสนับสนุนดูแลกันมา คือสรุปว่า เมื่อเอาทั้งหมดมารวมกัน ท่านมีบุญคุณกับผม เมตตาผม แต่ผมคิดว่า หลักการทำงานของผมก่อนที่ท่านจะเมตตา จะต้องเอางานเข้าแลก และผมจะถือเป็นคติ ประจำตัวว่า อยู่ที่ไหนก็ต้องทำงานให้ดีที่สุด ผมเคยทำงานให้กับ ท่านนิพนธ์ บุญญภัทโร ท่านอารีย์ วงศ์อารยะ ท่านยงยุทธ วิชัยดิฐ์ แม้ปัจจุบัน ทั้งสามท่าน จะทำงานการเมืองและอยู่คนละพรรคกัน แต่กับผมก็ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน (หัวเราะ)

ใช้คำว่าสายตรงนายเนวิน ได้หรือเปล่า
ก็ได้... ผมไม่ปฏิเสธนะ จะใช้ไม่ใช้ก็แล้วแต่ เพราะผมไม่ปฏิเสธ ท่านเองก็มีความเมตตาผม แล้วผมก็ไม่แสร้งทำ บอกว่าไม่ใช่ๆ เหมือนโกหกตัวเอง และเนรคุณกับคนที่เขามีบุญคุณ การแต่งตั้ง ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นอำนาจของ ท่านชวรัตน์ เมื่อท่านเสนอผม ผมก็ต้องขอขอบคุณ ก็เหมือนกับอยู่ในค่ายมวย มีนักมวยหลายคน แต่หัวหน้าค่าย จะเลือกใครขึ้นชกในไฟท์นี้

ดูเหมือนนักมวยคนนี้จะเป็นตัวจริงมานานสำหรับตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย
ก็เหมือนกัน (นิ่งคิด) หมายถึงผมพยายามชี้ให้เห็นว่า การเลือกคนเป็นการตัดสินใจของผู้มีอำนาจในขณะนั้น (น้ำเสียงจริงจัง) ถ้าเป็นนักมวยก็อยู่ที่หัวหน้าค่าย ลอดเวลาผมก็ไม่เคยเสนอตัวเอง และไม่เคยคิดว่า ถ้าไม่ได้แล้วจะเสียใจ เพียงแต่มีความเห็นว่า นายเขาเลือกใคร ก็ให้คนนั้นเป็น (หัวเราะ)

ดูจะสนิทสนมกับพรรคใหญ่ หลังเกษียณคิดเล่นการเมืองหรือไม่
ไม่เลยๆ (รีบตอบ) เพราะว่ารับราชการมา 30 กว่าปี นับว่านานมาก เมื่อมาถึงช่วงนี้อยากพัก ตั้งใจจะทำในสิ่งที่ต้องการทำ ทั้งการเขียนหนังสือประสบการณ์ที่ผ่านมา ไปเที่ยวต่างประเทศทั่วโลกในที่ไม่เคยไป อย่าง ภูฏาน อลาสก้า นครวัด เชียงแสน หรือเมืองประวัติศาสตร์โลก ผมจะใช้เวลาพักผ่อน ก็เก็บเงินไว้ส่วนหนึ่ง อีกส่วนก็ใช้ท่องเที่ยว

ธนัชพงษ์ คงสาย
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2009-12-10 18:53:14


ความเห็นที่ 7 (1355146)

มนุชญ์ วัฒนโกเมร ปลุกจิตสำนึก"ก.ตร."ฝากเด็ก

คอลัมน์ คนตามข่าว
โดย ดุษฎี สนเทศ



เป็นคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) แต่อีกบทหนึ่งได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ผู้ทรงคุณวุฒิ ทางด้านผู้เชี่ยวชาญสาขาอาชญาวิทยา

ล่าสุด เรียกร้องอย่างตรงไปตรงมาให้ ก.ตร.ทบทวนจิตสำนึกตัวเองทั้งด้านคุณธรรมและจริยธรรม หลังเกิดข่าวฉาวโฉ่การแฉเอกสารหลักฐานฝากตำรวจให้ได้รับการสนับสนุนก้าวหน้าในการประชุม ก.ตร. เมื่อ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิท่านนี้ ปัจจุบันอายุ 66 ปี มีรางวัลผู้บริหารราชการพลเรือนดีเด่น "ครุฑทองคำ" ปี 2542 การันตี

สำเร็จปริญญาตรี รัฐศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับ 2 จุฬาฯ ปริญญาโท ทางรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันนิด้า

ผ่านหลักสูตร วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ภาครัฐร่วมภาคเอกชน รุ่นที่ 4 ปี 2534

เคยเป็นพ่อเมืองมาหลายจังหวัด อาทิ ผู้ว่าฯสุมทรสงคราม ผู้ว่าฯลพบุรี ผู้ว่าฯนครสวรรค์ และตำแหน่งสุดท้าย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปี 2545 ก่อนจะนั่งเป็น คณะกรรมการ ก.พ.ร. จนถึงขณะนี้

หลังเกษียณยังได้รับเลือกเป็น ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ 6 สาขา เมื่อ 8 ธันวาคม 2549 สมัย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะนั้น พร้อมกับ "ชัยเกษม นิติสิริ" "ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์" "สมศักดิ์ บุญทอง" "รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ" และ "สีมา สีมานันท์"

นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่ อาทิ ประธานอนุกรรมการ ก.ตร. เกี่ยวกับการพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรม และ อ.ก.พ.วิสามัญเกี่ยวกับการส่งเสริมจริยธรรมเพื่อราชการใสสะอาด

"จะไปพูดกับ ก.ตร.ว่าสมควรมีประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายอะไรกำหนด ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความสำนึกของ ก.ตร.แต่ละคนสิ่งไหนควรทำสิ่งไหนไม่ควรทำ"  เป็นเสียงเรียกร้องจาก ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิท่านนี้!!!

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2009-11-12 17:32:40


ความเห็นที่ 6 (1354391)

จตุรงค์ ปัญญาดิลก นั่งเต็มเก้าอี้"ปลัดสปน."คนใหม่

คอลัมน์ คนตามข่าว
โดย ดุษฎี สนเทศ


นั่งเป็นรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) และรักษาการปลัด สปน.หลัง "นัที เปรมรัศมี" ปลัด สปน.คนเก่าเกษียณอายุราชการได้ 27 วัน ในที่สุดก็ได้เป็น "ปลัด สปน.คนใหม่" เต็มตัว หลังมติ ครม.เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมาไฟเขียวผ่านตลอด

ปัจจุบันอายุ 55 ปี มีดีกรีนิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต ม.ธรรมศาสตร์ และประกาศนียบัตร Advance Logistic Management จาก Crown Agents; UK

ผ่านหลักหลักสูตรนักบริหารระดับสูง (นปส.) รุ่น 27 และ วปอ.รุ่น 46 รุ่นเดียวกับ "นายถวิล เปลี่ยนศรี" เลขาธิการ สมช. และ "พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป" หัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ

เริ่มงาน สปน.ครั้งแรก ปี 2519 ก่อนก้าวหน้าตามลำดับ อาทิ ผู้เชี่ยวชาญด้านระเบียบการพัสดุ (นิติกร 8 ว.) ผอ.กองและ ผอ.สำนักกฎหมายและระเบียบกลาง ผู้ช่วยปลัด สปน. ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ปี 2551 และนั่งรองปลัด สปน.ปีเดียวกัน

นอกจากนี้ยังรับหน้าที่โฆษกสำนักงานปลัด สปน.ฝ่ายข้าราชการประจำ มีรางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่นปี 2527 การันตี

มีบทบาทต้องจารึกชื่อไว้ในสาระบบการเมือง อาทิ ได้รับมอบอำนาจจาก สปน. ยื่นฟ้อง "3 เกลอ" "วีระ มุสิกพงศ์ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จตุพร พรหมพันธุ์" แกนนำ นปช. เป็นจำเลย หลังชุมนุมปิดล้อมทำเนียบตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2551 แต่กว่าจะขึ้นแท่นปลัด สปน.คนที่ 18 ก็หืดจับ ต้องเจอแคนดิเดตคู่ชิงระดับ "บิ๊กๆ" ทั้ง "พระนาย สุวรรณรัฐ" รองปลัดมหาดไทย "จาดุร อภิชาตบุตร" ผู้ตรวจราชการมหาดไทย "ธงทอง จันทรางศุ" เลขาธิการสภาการศึกษา ฯลฯ

สุดท้ายถึงฝั่งฝัน เมื่อ "สาทิตย์ วงศ์หนองเตย" รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็น "ป๋าดัน" ให้เหตุผลเป็นมือกฎหมาย แม่นด้านระเบียบและข้อกฎหมายต่างๆ ทั้งเป็น "ลูกหม้อ" จึงมีความเหมาะสมทุกประการ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2009-11-06 08:12:58


ความเห็นที่ 5 (1353990)

วิศว ศะศิสมิต โดนตำหนิปล่อยม็อบบุกงานกฐิน

คอลัมน์ คนตามข่าว
โดย ดุษฎี สนเทศ


เล่นเอาผู้ว่าราชการจังหวัดหนาวไปทั่วประเทศ เมื่อ "ปู่จิ้น" นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เอ่ยปากตำหนินายวิศว ศะศิสมิต ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ผ่านทางสื่อมวลชน โทษฐานปล่อยให้ม็อบเสื้อแดงชุมนุมขับไล่เจ้ากระทรวงในงานกฐินพระราชทาน

โชคดีที่ปู่จิ้นยังใจดี แค่ว่ากล่าวตักเตือนเป็นเชิงคาดโทษ ยังไม่ถึงขนาดพิจารณาโยกย้าย

พ่อเมืองอ่างทองคนนี้ เกิดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2497 จบปริญญาตรีศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปริญญาโท พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต (การพัฒนาสังคม) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 50

เริ่มรับราชการในปี 2519 เป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน สำนักงานจังหวัดร้อยเอ็ด ปี 2522 เลขานุการรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปี 2524 เลขานุการรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปี 2528 เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป สำนักงานจังหวัดสมุทรสาคร ปี 2530 หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ กองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย (สป.มท.) ปี 2534-2535 ช่วยราชการที่กองสารนิเทศ สป.มท. ปี 2536 หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสมุทรปราการ ปี 2541 รักษาการปลัดจังหวัดสมุทรปราการ ปี 2542 ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง ปี 2545 ปลัดจังหวัดภูเก็ต ปี 2547 รองผู้ว่าฯตรัง ปี 2548 รองผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา ปี 2551 รองผู้ว่าฯศรีสะเกษ

เพิ่งออกมาเป็นพ่อเมืองอ่างทองเมื่อเดือนตุลาคม 2552 เจอปู่เอ็ดอย่างนี้ไม่รู้จะอยู่ได้นานแค่ไหน

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2009-11-03 07:09:09


ความเห็นที่ 4 (1350382)

ไพรัตน์ สกลพันธุ์ "คนมาข้างหลังผมไปก่อนผมตั้งเยอะ"

สัมภาษณ์พิเศษ


ขยับนั่งเก้าอี้อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยมีภารกิจหลักด้านหนึ่งคือ การปราบปรามยาเสพติด ที่มหาดไทยร่วมเป็นเจ้าภาพในยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน

ในฐานะที่ต้องดูแลและประสานกับหน่วยงานที่จะเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ไพรัตน์ สกลพันธุ์ วางกรอบการทำงานอย่างไร

พร้อมเผยที่มาที่ไปในเส้นทางราชการ ชี้แจงคำวิจารณ์ก่อนเข้ารับตำแหน่ง

- มีเสียงวิจารณ์ว่าการเมืองแทรกแซงระบบราชการ   การเมืองก็เป็นส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งข้าราชการก็ต้องมีความรู้ ความสามารถด้วย ทางการเมืองเมื่อเขามองในฐานะผู้บริหารก็ต้องมองคนที่จะมาทำงานให้เขาได้ คงไม่เอาคนที่ไม่มีความรู้ ความสามารถ หรือคนที่มาทำงานแล้วบอกอะไรก็ไม่รู้เรื่อง บอกอะไรก็ขัดกันตลอด เพราะประเทศชาติมันต้องบริหารกันด้วยความเข้าใจ

นอกจากคนที่พูดกันบอกงานกันรู้เรื่องแล้ว ก็ต้องมีความรู้ด้วย ไม่ใช่ว่าเขาจะเอาใครก็ได้ ขอให้เป็นพวกกันอย่างเดียวคงไม่ใช่ เขาก็ต้องเอาคนที่รู้เรื่องงาน เมื่อบอกแล้วไม่ต้องมานั่งเริ่มต้นกันใหม่ ไม่เช่นนั้นงานก็ล่าช้าไปใหญ่

- มีการพูดจาในวงราชการเรื่องระบบคุณธรรมหายไป
เป็นธรรมดาของคนที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ สำหรับผมหากผู้บังคับบัญชามองเห็นว่าเรามีความรู้ความสามารถก็คงตั้ง อย่างผมกว่าจะได้เป็นผู้ว่าฯ เป็นรองผู้ว่าฯ 5 ปี อยู่ในเกณฑ์ตลอด ขึ้นตามลำดับขั้น ไม่ใช่ว่าเร็วกว่าคนอื่น

ผมเป็นนายอำเภอ 12 ปีครึ่ง เป็นปลัดจังหวัด 3 ปีครึ่ง เป็นรองผู้ว่าฯ 5 ปี หากมองกระบวนการต่างๆ ต้องถือว่าผมอยู่นานเลย คำวิพากษ์วิจารณ์เหมือนไม่ได้อย่างที่ต้องการก็พูดให้เกิดความรู้สึกที่เป็นภาพลบ

ผมเป็นนายอำเภอ 12 ปีครึ่ง แล้วเรื่องระบบคุณธรรมอยู่ไหน คนมาข้างหลังผมไปก่อนผมตั้งเยอะ ผมก็ยังไม่เคยบ่นว่าระบบราชการไม่มีคุณธรรม ไปถามคุณ วิบูลย์ สงวนพงษ์ (รองปลัดฯ) เป็นหลังผมแค่ไหน   ปลัดวิชัย ศรีขวัญ เข้าโรงเรียนนายอำเภอหลังผม อบรมนักปกครองระดับสูง (นปส.) หลังผม คุณสุธี (มากบุญ รองปลัดฯ) เป็นนายอำเภอหลังผมทั้งนั้น แต่ทำไมเขาไปก่อน ผมก็ไม่ได้มาพูดว่ามีคุณธรรมหรือไม่มีคุณธรรม ที่อยู่ในกระทรวงเวลานี้ผมเข้าโรงเรียนนายอำเภอ เข้าอบรมนปส. ก่อนเขาหมด บางคนเป็นปลัดจังหวัดปีเดียวขึ้นรองผู้ว่าฯ แต่ผมเป็น 3 ปีครึ่ง

ผมเข้านปส.รุ่นเดียวกับคุณอนุชา โมกขะเวส (อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อาวุโสอันดับ 1) คนจะเข้านปส.ได้ ต้องเป็นข้าราชการระดับ 8 ผมเป็นระดับ 8 พร้อมคุณอนุชา รุ่นเดียวกัน นั่งติดกัน แต่พอเขาออกมาก็เริ่มได้เป็นผู้ว่าฯ แล้ว เป็นรองผู้ว่าฯ 2 ปี ผมยังด๊อกแด๊กเป็นนายอำเภออยู่เลย เขาเป็นผู้ว่าฯ ปี 2535 ผมเป็นผู้ว่าฯ ปี 2545 ทั้งที่เข้านปส.รุ่นเดียวกัน แต่ห่างกัน 10 ปี แล้วอย่างนี้คุณธรรมหรือไม่   ถ้าจะถามว่าแล้วงานผมเป็นอย่างไร ผมเป็นนายอำเภอได้เงินเดือน 2 ขั้นตลอดตามโควตา ไม่เคยเป็นพวกครึ่งขั้น

- หลักในการทำงาน
ผมถือว่าต้องทำงานเต็มที่ ทำงานกับนายด้วยความจริงใจ ไม่เคยท้อ เมื่อก่อนเกณฑ์การปรับขั้นจะให้เป็น 2 ขั้น 2 ครั้ง ก่อนเป็นขั้นเดียว 1 ปี คือ 2:2:1 เขาไม่ให้ทุกปี ปีที่ผมรู้ว่าต้องเว้นวรรค 2 ขั้น ผมก็ยังทำงานร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เคยท้อ ขนาดผมเป็นผู้ว่าฯ มุกดาหารปีเดียวถูกย้ายมาเป็นผู้ตรวจผมก็ยังไม่ท้อ

ตอนนั้นผมถูกร้องเรียนว่ามีพ่อค้าของเถื่อนซื้อรถให้ผมใช้ มีรถตู้รุ่นใหม่เอี่ยม รถโฟร์วีลส์ฟอร์ด และรถโฟร์วีลส์มิตซูบิชิ 3 คัน ป้ายแดงอยู่ในจวน เลยมีคนไปร้อง ไม่มีการสอบอะไรย้ายกันดุ่ยๆ

แต่พอไปสอบแล้วพบว่ารถตู้เป็นรถเทศบาลมาให้ผมยืม รถโฟร์วีลส์ฟอร์ด เป็นรถอบจ. เอามาให้ยืม รถโฟร์วีลส์มิตซูบิชิ กระทรวงส่งมาให้ใช้เพราะถือเป็น จังหวัดชายแดน

จากนั้นผมก็ได้ย้ายกลับออกไปอยู่หนองบัวลำภู สกลนคร ผมให้ตำรวจไปปิดบ่อนคนที่มีอิทธิพล เขาก็ร้องมาเพราะเล่นกันมาเป็นเดือนๆ ผมถ่ายรูปทำรายงานมาหมด และยังมีนักการเมืองท้องถิ่นไปตัดไม้มาสร้างบ้าน ผมก็สั่งให้สอบไปตามความจริง

ท่านรมว.มหาดไทย ขณะนั้นก็โทรศัพท์มาถามแล้วบอกไม่ต้องกลัว จะเป็นกำลังใจให้ แต่อีก 2 สัปดาห์ ผมถูกย้ายมานครนายก เพราะไปปิดบ่อน ผมก็เฉยๆ ผมทำงานด้วยความมั่นใจว่าไม่ผิด แล้วก็ไม่ท้อ

- มีคนมองว่าขึ้นเร็ว เป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนไม่กี่เดือนขึ้นเป็นอธิบดีท้องถิ่น ดูแลงบประมาณจำนวนมาก
มันไม่ใช่หรอก ต้องทำความเข้าใจเรื่องกรมการพัฒนาชุมชนก่อน เป็นกรมที่มีศักยภาพมานาน อยู่มา 47 ปี กำลังขึ้นปีที่ 48 เป็นกรมใหญ่แต่ไม่มีงบประมาณในการต่อยอดการทำงาน จึงดูเหมือนว่าเป็นกรมเล็ก และเป็นกรมที่ข้าราชการไม่มีอำนาจตามกฎหมาย ก็เลยไปคุมคนไม่ได้ สั่งใครก็ไม่ได้ จับใครก็ไม่ได้ คนเลยบอกว่าเป็นกรมเล็ก

กรมการปกครอง นายอำเภอมีอำนาจเป็นเจ้าพนักงานสารพัดกฎหมาย สั่งอะไรคนก็กลัว ก็เลยตัวใหญ่เพราะอำนาจ คนอื่นมองก็ดูว่าใหญ่เพราะมีอำนาจ ไม่ได้มองใหญ่ที่การทำงาน อย่างกรมที่ดินก็มีอำนาจเพราะดูแลเรื่องการออกโฉนด สอบเรื่องทับที่ รังวัด บุกรุกที่ก็เป็นเจ้าพนักงานที่ดิน ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายได้

กรมโยธาธิการและผังเมือง จะก่อสร้างออกแบบบ้าน สร้างถนน ดูว่าออกแบบถูกต้องหรือไม่ และยังมีอำนาจสั่งรื้อถอนได้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณ ภัย เรื่องระบบเตือนภัยต่างๆ ก็มีอำนาจดำเนินการกับหน่วยงานที่ไม่ดำเนินการตามระเบียบ หรือคำเตือนภัย

กรมการพัฒนาชุมชน ผมจะไปสั่งชาวบ้านให้เขาทำอะไรได้ แต่ผมบอกคนกรมการพัฒนาชุมชนตลอดว่าไปทำงานไม่มีกฎหมายใดๆ สั่งใครเขาไม่ได้แต่ต้องไปทำงานให้คนรัก คนศรัทธา แล้วจะถือว่ามีบารมีที่ยิ่งใหญ่ เขาจะรักจะศรัทธาคุณมาก

- ยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกันยาเสพติด อีกงานใหญ่ที่ต้องรับผิดชอบ
การแก้ปัญหายาเสพติดไม่ได้แก้ในเรื่องการปราบปรามอย่างเดียว แต่ต้องมองลึกๆ ว่า คนค้ายาเสพติดเพราะต้องการเงิน เราก็ต้องคิดให้เขาหาเงิน หารายได้ด้วยวิธีอื่น

คนเราเมื่อมีอาชีพ มีรายได้ก็จะไม่ค้ายา โครงการเร่งด่วนคือเราต้องแก้ ต้องสร้างรั้วชุมชนป้องกันยาเสพติด ด้วยการลงไปให้ความรู้กับชุมชนว่ายาเสพติดมีอันตรายอย่างไร เพราะพิษภัยยาเสพติดเริ่มจากครอบครัว ชุมชน จากเด็ก ซึ่งต้องตั้งทีมงานก่อนว่าเราจะทำอะไรบ้างที่จะนำไปสู่เป้าหมาย

- เรื่องเร่งด่วนที่จะทำ
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกับกรมการปกครองจะทำงานร่วมกัน และต้องเข้าไปดูข้อมูลจากป.ป.ส. ว่าตรงไหนเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเข้าไปแก้ แต่ผมมองในด้านของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ต้องสร้างจิตสำนึกให้ชาวบ้านว่าต้องไม่ให้ยาเสพติดเข้ามาในชุมชนของเขา

สิ่งสำคัญต้องสร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจ และความเข้มแข็งทางวัฒนธรรม ประเพณี ควบคู่กัน

ทำไมคนอิสลามถึงไม่ดื่มสุรา นั่นคือความเข้มแข็งทางวัฒนธรรม ประเพณี ก็ต้องไปทำว่าในหมู่บ้านไทยพุทธ ต้องทำบุญ ห่างไกลยาเสพติด รักษาจารีตประ เพณีดั้งเดิมดีๆ ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ แต่ละหมู่บ้านเราจะช่วยให้เขามีอาชีพ มีรายได้อย่างต่อเนื่องได้อย่างไร

ความเข้มแข็งทั้ง 2 ด้านนี้ จะช่วยให้ชุมชนเข้มแข็ง เมื่อชุมชนเข้มแข็งการสร้างจิตสำนึกก็ง่าย ปัญหายาเสพติดจึงต้องแก้ที่ต้นเหตุ ขณะเดียวกันเมื่อถูกบีบด้วยภารกิจเร่งด่วนก็ต้องแก้ที่ปลายเหตุด้วย เช่น ในหมู่บ้านมีคนติดยาก็ต้องนำตัวไปบำบัด โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2009-10-07 11:34:11


ความเห็นที่ 3 (1346169)

มานิต วัฒนเสน ผู้ชายอารมณ์ขัน

คอลัมน์ ที่สุด


เป็นอีกบุคคลหนึ่งสามารถใช้คำว่า "รู้จัก แล้วจะรักเอง" ได้  "มานิต วัฒนเสน" อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ ครม.มีมติเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ให้ดำรงปลัดกระทรวงมหาดไทย ต่อจากนายวิชัย ศรีขวัญ ปลัดกระทรวงคนปัจจุบันที่เกษียณอายุในวันที่ 30 กันยายนนี้

ถ้าใครได้รู้จัก "มานิต" จะสัมผัสได้ถึงความเป็นคนเปิดเผย ความเป็นกันเอง การใช้ชีวิตเรียบง่าย  และที่สำคัญเป็นคนมีอารมณ์ขัน ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ของเจ้าตัว

"มานิต" ได้บอกถึงเคล็ดลับเสน่ห์นี้ว่า มาจากการเป็นแฟนพันธุ์แท้หนังสือต่วย"ตูน และจากการอ่านหนังสือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของนักปกครองรุ่นพี่ อย่าง "อนันต์ แจ้งกลีบ" อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด

นอกจากนี้สมัยเป็นผู้อำนวยการอยู่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เห็น "ชนะศักดิ์ ยุวบูรณ์" ปลัดกระทรวงมหาดไทยขณะนั้น ดูรายการโทรทัศน์ "ก่อนบ่ายคลายเครียด" ทุกวัน จึงไปดูรายการนี้บ้าง ปรากฏว่าได้หัวเราะ ผ่อนคลายความเครียดได้

ว่าที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยคนใหม่เล่าว่า หลังจากอายุขึ้นเลข 5 ได้ถือคติประจำใจว่า ต้องมีอารมณ์ขัน ยิ้มเสมอ และไม่ว่าจะเผชิญปัญหายากแค่ไหนก็ตามจะท่องไว้คำเดียวว่า "ทุกอย่างแก้ได้" และจะออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน วันละเกือบชั่วโมง

"การรับราชการช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา มีเรื่องสำคัญๆ และเป็นเรื่องใหญ่ ต้องให้ตัดสินใจตลอดเวลา จนเครียดมาก จึงเก็บมุขตลกจากการอ่านหนังสือบ้าง หรือเรื่องราวจากการลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน หรือที่ได้พูดคุยกับลูกน้อง มาเล่าให้เพื่อนๆ หรือคนใกล้ชิดฟัง เพราะบางเรื่องนึกทีไรขำทุกที ปรากฏว่าเมื่อมาเล่าให้เขาฟังก็ฮากัน เราก็ได้ยิ้มอีกครั้ง รู้สึกผ่อนคลายดี"

 


พอถึงตอนนี้อธิบดีกระซิบว่า "ผมจะเล่าเรื่องขำๆ เฉพาะเพื่อนฝูง คนที่อยู่ระดับเดียวกัน หรือลูกน้องเท่านั้น แต่สำหรับผู้บังคับบัญชา จะพูดคุยแต่เรื่องงานอย่างเดียว เพราะเกิดเล่าไปแล้ว "นาย" ไม่ขำด้วย ผมซวยเลย"

หลังพูดจบ "มานิต" หัวเราะสบายใจ   การใช้ชีวิตเรียบง่ายของ "มานิต" ถือเป็นอีกแง่มุมหนึ่งที่น่าสนใจ  ทั้ง การกิน การอยู่ การนอน เรียกได้ว่ามีความ "ติดดิน" มาตั้งแต่ชีวิตเข้าสู่อาชีพนักปกครอง

ล่าสุดตั้งแต่รับตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งต้องดูแลงบประมาณแสนกว่าล้านบาท ถือเป็นภาระหน้าที่หนัก  ขณะเดียวต้องแสดงฝีมือให้ผู้บังคับบัญชาเห็นว่า "มือถึง" พอ ที่จะได้รับความไว้วางใจให้ขึ้นนั่งเก้าอี้ใหญ่กว่าเดิมหรือไม่

ปรากฏว่าตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านได้มาพักอยู่ที่อาคารสัมมนาคาร ภายในรั้วกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นตลอด  บ้านพักที่หมู่บ้านพฤกษชาติ ย่านรามคำแหง 118 แทบไม่ได้กลับไปเลย  แม้กระทั่งเสาร์-อาทิตย์ ถ้าใครแวะเวียนไปที่กรมจะพบอธิบดีคนนี้นั่งทำงานที่ชั้น 2 ของกรมอยู่เสมอ

นี่เป็นเพียงบางมุมของว่าที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยคนใหม่... "ผู้ชายอารมณ์ขัน"

บันทึกมุขขำๆสมัยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล


คำว่า "CEO" ย่อมาจาก CHIEF EXECUTIVE OFFICE ซึ่งเป็นคำที่รู้จักและคุ้นหูสำหรับชาวบ้านทั่วไปเมื่อไม่นานมานี้เอง   สาเหตุที่คำคำนี้กลายเป็นที่รู้จักและถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางก็เริ่มมาจากสมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ขณะนั้นมีความเห็นว่าการบริหารราชการในจังหวัดไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร เนื่องจากอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดไม่สมดุลกับภาระหน้าที่และความรับผิดชอบ การบังคับบัญชาไม่มีเอกภาพ และการแก้ปัญหาในแต่ละเรื่องก็ยังไม่มีเจ้าภาพที่ชัดเจน

ด้วยเหตุนี้จึงมีแนวความคิดที่จะนำเอารูปแบบการบริหารงานระบบ CEO ของภาคเอกชนมาใช้ โดยการปรับบทบาทและเพิ่มอำนาจหน้าที่ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดให้เป็นผู้บริหารที่มีอำนาจสูงสุด คล้ายๆ กับภาคเอกชน   ผมจำได้ว่าในช่วงแรกมีการทดลองใช้ใน 5 จังหวัด คือ ลำปาง ศรีสะเกษ ชัยนาท ภูเก็ต และนราธิวาส โดยหลังจากที่มีการทดลองใช้มาได้ระยะหนึ่งก็มีการประเมินผลกัน ซึ่งก็ปรากฏว่าได้รับผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ เช่น จังหวัดศรีสะเกษ จากเดิมที่เป็นจังหวัดซึ่งมีความยากจนเป็นลำดับที่ 73 ของประเทศ สามารถพัฒนาความเจริญขึ้นมาอยู่อันดับที่ 48

ในช่วงเวลานั้นผมมีความรู้สึกว่า คำว่า ผู้ว่า CEO เป็นคำที่ฮิตติดปากของประชาชนเป็นอย่างมาก จะเห็นได้จากมีเบียร์ยี่ห้อหนึ่งนำมาใช้ทำภาพยนตร์โฆษณา จนทำให้เกิดการล้อเลียนเรียกชื่อผู้ว่าฯว่า "ผู้ว่า LEO"   และในบางครั้งผมยังรู้สึกว่าประชาชนมีความเข้าใจว่า ผู้ว่า CEO สามารถทำอะไรได้ทุกอย่าง เคยมีประชาชนโทร.มาหาผมให้ช่วยยกต้นไม้ที่ล้มขวางทางหน้าบ้าน โดยเขาบอกกับผมว่า เป็นผู้ว่า CEO ต้องทำได้!   แต่เหตุการณ์ที่ผมไม่เคยลืมเกี่ยวกับคำว่า "ผู้ว่า CEO" ก็คือเมื่อครั้งที่ผมมีโอกาสไปแจกโฉนดที่ดินให้กับชาวบ้านที่ตำบลตันหยงโป อำเภอเมืองสตูล ตามโครงการเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 60 ปี

ครั้งนั้นผมได้พูดคุยกับชาวบ้านว่า...ท่านทั้งหลายที่ได้รับโฉนดที่ดินในวันนี้ ก็ด้วยบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะการออกโฉนดที่ดินในโอกาสปกติจะทำได้ช้ามาก ครั้งนี้ออกได้รวดเร็วถือว่าเป็นโชคดีของท่านทั้งหลาย หลังจากนั้นผมก็ยังได้พูดคุยกับชาวบ้านในเรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่อง

และหลังจากที่ผมพูดจบ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดท่านก็เชิญให้ชาวบ้านที่มารับโฉนดออกมากล่าวความรู้สึกอะไรๆ เล็กน้อยกับผม  ผมจำได้ว่า ชาวบ้านที่เป็นตัวแทนขึ้นมากล่าวในวันนั้นชื่อ นายดล สาแม อายุประมาณ 50 ปี ผมดูแกแล้วก็เห็นแววตาส่อประกายซื่อแบบชาวบ้านทั่วไป ท่าทางน่ารักและรู้สึกจะมีความศรัทธาและชื่นชมในตัวผม

คุณดลได้เริ่มต้นว่า พี่น้องประชาชนทั้งหลาย เราโชคดีมากที่ได้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนสตูล ผู้ว่าฯได้เข้ามาพัฒนาจังหวัดของเราในหลายๆ ด้าน สร้างท่าเรือน้ำลึกปากบาราเพื่อการส่งออก ก่อสร้างถนนเลียบทะเลตันหยงโป เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โครงการปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมัน เพื่อแก้ปัญหาความยากจนของประชาชน

ผมรู้สึกดีใจที่ได้ผู้ว่าฯคนนี้ อยากให้พวกเราทุกคนให้กำลังใจท่านขอให้ทุกคนยืนขึ้นเพื่อให้เกียรติท่าน แสดงความชื่นชมโดยการปรบมือให้กับท่านผู้ว่าฯของเรา ผู้ว่า...ICU  ทันทีที่ชาวบ้านคนนั้นพูดจบ...ข้าราชการที่อยู่ในวันนั้นเงียบกริบ  ส่วนผมยืนงง ต่อมาได้กลั้นหัวเราะอยู่พักใหญ่...

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2009-09-13 10:45:26


ความเห็นที่ 2 (1342806)

มานิตผงาด ปลัดมท. ปัดเด็กเนวิน

 
Pic_27128

 

นายมานิต วัฒนเสน

ครม.มีมติแต่งตั้ง "มานิต วัฒนเสน" นั่ง ปลัด มท. คนใหม่ หมดยุคสิงห์แดง-ดำ เป็นใหญ่คลองหลอด "ศุภชัย" อ้างไม่ใช่เด็กเนวิน มั่นใจได้รับการยอมรับจากผู้ว่าฯ ไม่เกิดปัญหาคลื่นใต้น้ำแน่ 

ที่ ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 18 ส.ค. นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งนายมานิต วัฒนเสน อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้พิจารณาความเหมาะสมในการทำงานสนองนโยบาย เห็นว่านาย มานิตน่าจะทำงานได้ดีในสถานการณ์ขณะนี้  โดยไม่ได้นำประวัติมาดูว่า ใครอยู่ในตำแหน่งยาวนานกว่ากัน เมื่อนายมานิตเป็นอธิบดีมาแล้วก็ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงได้ คิดว่าไม่น่าทำให้เกิดคลื่นใต้น้ำ เพราะทุกคนยังสามารถทำงานในตำแหน่งอื่นๆได้  

เมื่อถามว่า นายมานิต เป็นสิงห์ขาว เกรงว่าจะไม่ได้รับการยอมรับจากผู้ว่าราชการจังหวัดส่วนใหญ่เป็นสิงห์ดำหรือสิงห์แดง หรือไม่ นายศุภชัยตอบว่า นายมานิตจบคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ก่อตั้งมานาน ไม่น่าจะมีปัญหา ที่สำคัญคือข้าราชการกระทรวงมหาดไทยมีระเบียบวินัย คงไม่มีใครแสดงความคิดเห็นขัดแย้งเมื่อถามอีกว่า  นายมานิต ได้รับการผลักดันจากนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ใช่หรือไม่ นายศุภชัยกล่าวว่า นายเนวิน ไม่เกี่ยวอะไรกับการแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทย เพราะอธิบดีคนอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ก็เป็นคนที่รู้จักนายเนวินหลายคน ไม่ต่างจากนายมานิต เช่น อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน ก็เคยเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์มานาน   ประวัติ  นายมานิต  วัฒนเสน เกิดเมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2493 ที่ จ.สตูล สำเร็จ การศึกษา ศิลปศาสตร์บัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต ทางรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า), หลักสูตรโรงเรียนนายอำเภอ รุ่นที่ 32, หลักสูตรการพัฒนาผู้บริหารระดับ 8 กระทรวงมหาดไทย, หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 45 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร

ต่อมา  เป็น เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 3 (อักษรเลข) สำนักงานจังหวัดอุตรดิตถ์  ปี 2521, หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ (เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 6) สำนักงานจังหวัดตรัง ปี 2528, หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ (เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 7) สำนักงานจังหวัดสงขลา ปี 2534, หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสงขลา ปี 2536, ผู้อำนวยการกอง กองตรวจราชการและเรื่องราวร้องทุกข์  ปี 2538, ผู้อำนวยการสำนัก สำนักงานทะเบียนพรรคการเมือง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย  ปี 2540, รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา 11 ต.ค.  2542, รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต 1 ต.ค. 2544, รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี 17 มิ.ย.2546,  ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล 1 ต.ค. 2547,  ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย (ผู้ตรวจราชการ 10) 14 ธ.ค. 2549, ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร 1 ต.ค.2550, ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น 28 พ.ย. 2551และ    ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 7 เม.ย. 2552  ก่อนขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย

ผู้แสดงความคิดเห็น wat วันที่ตอบ 2009-08-18 15:51:58


ความเห็นที่ 1 (1334194)
 

พระนาย สุวรรณรัตน์

  • เพศ ชาย
  • วันที่เกิด 5 พฤศจิกายน 2494
  • อายุ 58

นาย พระนาย เกิดเมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2494 เป็นบุตรของนายพ่วง สุวรรณรัฐ อดีตปลัดกระทรวง และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ท่านผู้หญิงประสารสุวรรณ สุวรรณรัฐ เป็นน้องชายของนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี พื้นเพเป็นคนจังหวัดกรุงเทพฯ ตามบิดาซึ่งเป็นข้าหลวงไปปราบโจรสลัดทะเลสาบ เดินทางไปเติบโตที่จังหวัดสงขลา ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2495 หลังจากนั้นจึงได้ย้ายมาศึกษาที่กรุงเทพฯ อีกครั้งในปี 2500

สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโทบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยอินเดียน่า สหรัฐฯ เริ่มรับราชการเป็นหัวหน้าฝ่ายปกครองและพัฒนา อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี

จากนั้นเป็นปลัดอำเภอละงู จังหวัดสตูล นายอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ก่อนจะมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2547 ต่อมาเมื่อวันที่ 31 ตุ.ค.2549 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ไปนั่งเก้าอี้ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผอ.ศอ.บต.) ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และ ผอ.ศอ.บต

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2009-06-15 18:41:55



1


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.
Wachon Nim

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง